ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชื่อก้องแฉผ่านหนังสือของตัวเองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย
  
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ "แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้" (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจกับรัฐบาลของแดนกระทิงดุมากๆ จนต้องการไปใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน แถมเขายังสนใจที่จะไปเล่นให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในตอนนั้นด้วย

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง "เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย"

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กับ มูรินโญ่ มุ่งมั่นกับการทำดีลนี้ให้ได้มากๆ แต่การเจรจาทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่ ฮอร์เก้ คุณพ่อกับเอเยนต์ของ เมสซี่ ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมบอกว่า เดโก้ ฝากมาบอกถึงเรื่องนี้กับ มูรินโญ่ เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสไม่ได้รับสายของ เดโก้ เลย แต่ มูรินโญ่ ตอบไปว่า "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว วันก่อนฉันถึงขั้นได้คุยกับ เมสซี่ ด้วยซ้ำ"

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า "ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย" และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

 

คูมันรับไม่ได้โดนแข้งเคตาเฟ่เหยียด

โรนัลด์ คูมัน กล่าวโจมตี อัลลัน นียอม หลังโดนกล่าวด้วยคำพูดน่าเกลียดใส่ในเกมที่ บาร์เซโลน่า บุกพ่ายต่อ เคตาเฟ่ 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งหลังถูก อัลลัน นียอม ผู้เล่นของ เคตาเฟ่ กล่าวคำพูดเชิงเหยียดหยามใส่ในเกมที่ ‘เจ้าบุญทุ่ม’ แพ้ 0-1 ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้เกมแรกในศึก ลา ลีกา ในฤดูกาลนี้

กุนซือชาวดัตช์วัย 57 ปี รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก และได้เข้าไปพูดคุยกับ โฆเซ่ บอร์ดาลาส นายใหญ่ของ เคตาเฟ่ หลังจบเกม ซึ่งทาง คูมัน เผยภายหลังว่า ฟูลแบ็กของเจ้าถิ่นตั้งใจที่จะพูดจาเชิงลบใส่ตน

"ผมบอกเขา(บอร์ดาลาส) ไปว่า นียอม แสดงไม่เคารพต่อผม ผมไม่อยากจะรื้อฟื้นกับสิ่งที่เขาพูด แต่นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับ บอร์ดาลาส"

"นียอม พูดจาดูถูกใส่ผม เขาทำให้เห็นถึงความไม่เคารพต่อกัน ซึ่งผมรับไม่ได้ เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นใส่เกมฟุตบอลสมัยใหม่ มันเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมากๆ ผมจะไม่พูดซ้ำอีก ไม่เลย"

ทั้งนี้ นียอม ซึ่งเป็นอดีตแข้ง วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช ได้เล่นลูกหนักตลอดทั้งเกม และทำฟาวล์หลายต่อหลายครั้ง รวมถึงจังหวะที่ไปศอกเข้าใส่ ลิโอเนล เมสซี่ ทว่าเจ้าตัวกลับได้รับเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น

ก่อนตลาดวาย!เซบีย่าประกาศเซ็นมาสค็อตอาร์เซน่อล

เซบีย่า สร้างความฮือฮาในวันปิดตลาดด้วยการประกาศปิดดีลกับ กันเนอร์เซารัส มาสค็อตชื่อดังของ อาร์เซน่อล ที่เพิ่งมีข่าวว่าโดนไล่ออก อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่ามันน่าจะเป็นเพียงการเล่นมุกกันขำๆ เพราะ "ไอ้ปืนใหญ่" ตั้งใจจะให้มาสค็อตกลับมาทำหน้าที่ในตอนที่มีแฟนบอลกลับมาชมเกมกันอีกครั้ง

เซบีย่า สโมสรดังของศึก ลา ลีกา สเปน เล่นมุกในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพด้วยการประกาศทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่าพวกเขาเซ็นสัญญากับ กันเนอร์เซารัส มาสค็อตชื่อดังของ อาร์เซน่อล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ไม่กี่วันก่อนมีการเปิดเผยว่า อาร์เซน่อล ได้ปลด เจอร์รี่ คาย คนที่สวมชุดมาสค็อต กันเนอร์เซารัส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการประคองการเงินของสโมสรภายหลังพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่มันก็ทำให้แฟนบอล "ไอ้ปืนใหญ่" บางส่วนไม่พอใจอย่างมาก เพราะ คาย สวมชุดไดโนเสาร์ตัวนี้มานาน 27 ปีจนกลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของทีมไปแล้ว

ทั้งนี้ เซบีย่า ถึงขั้นโพสต์ภาพที่ กันเนอร์เซารัส ใส่ชุดแข่งของทีมด้วย ส่วนตรงหมวกก็มีการแปะตราสโมสรของพวกเขาเอาไว้เช่นกัน โดยแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลก่อนพิมพ์ข้อความในโพสต์นี้ด้วยว่า "ฝันเป็นจริงแล้ว ยินดีต้อนรับนะ @Gunnersaurus!" อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่านี่เป็นการเล่นมุกตามกระแสที่มีคนพูดถึง กันเนอร์เซารัส กันอย่างหนักเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่า อาร์เซน่อล ตั้งใจจะให้มาสค็อตชื่อดังกลับมาทำหน้าที่อีกเมื่อแฟนบอลได้รับอนุญาตให้กลับมาชมเกมในสนามได้

สาวกปืนเฮ!อาร์เซน่อลคอนเฟิร์มคว้า “ปาร์เตย์” จากแอตมาดริด

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เพราะล่าสุด อาร์เซน่อล ปิดดีลกระชากตัว โธมัส ปาร์เตย์ มิดฟิลด์จอมแกร่ง มาจาก แอตเลติโก มาดริด เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเฉียด 2,000 ล้านบาท

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางทีมชาติกานา มาจาก แอตเลติโก มาดริด สโมสรดังในศึก ลา ลีกา สเปน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 4 ปี

สำหรับค่าตัวของ ปาร์เตย์ อยู่ที่ 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นดีลที่ อาร์เซน่อล ยอมทุ่มเงินซื้อตามค่าฉีกสัญญา โดยตามรายงานระบุว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ล่ะ 260,000 ปอนด์ (ประมาณ 10.66 ล้านบาท)

ขณะเดียวกันนั้น "ไอ้ปืนใหญ่" ได้ปล่อยตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัย ให้ "ตราหมี" ยืมใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล หลังจากที่ฤดูกาลก่อน มิดฟิลด์วัย 24 ปี ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้
   
ทั้งนี้ ปาร์เตย์ จะได้สวมเสื้อ อาร์เซน่อล หมายเลข 18 สู้ศึกฤดูกาลนี้

 

แมนยูว่าไง?บาร์เซโลน่าลดกระหน่ำราคาเดมเบเล่หวังขายขาด

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ บาร์เซโลน่า บอกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าพร้อมขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าตอนที่พวกเขาดึงแข้งเลือดน้ำหอมมาร่วมทีมเยอะ

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน แจ้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าพวกเขาพร้อมที่จะขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้กับอีกฝ่ายในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ เดมเบเล่ อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมขาย เจดอน ซานโช่ ได้ จนหันมาพิจารณาทางเลือกอื่น โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งใจจะขอยืมตัวและยังพร้อมที่จะใส่อ็อปชั่นซื้อขาดเขาด้วย

อย่างไรก็ตาม เดอะ มิร์เรอร์ แฉว่าทั้ง บาร์เซโลน่า และ เดมเบเล่ ไม่สนใจที่จะให้ข้อเสนอเป็นในรูปแบบยืมตัว ถึงกระนั้น ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็ยินดีที่จะขายขาดเขาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ของปีนี้เลย เพราะจะได้เอาเงินไปใช้ในการทำทีมต่อไป โดยที่จริงเงิน 60 ล้านปอนด์ ถือว่าจะทำให้ บาร์เซโลน่า ขาดทุนราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) ด้วยซ้ำ เพราะตอนปี 2017 พวกเขาจ่ายไปถึง 95 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) เพื่อดึงดาวเตะชาวฝรั่งเศสมาจาก ดอร์ทมุนด์

 

แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 
 

ตั้งเป้ารายได้เฉียด4หมื่นล้าน เจอพิษโควิด บาร์เซโลน่าขาดทุนย่อยยับ!

บาร์เซโลน่า ระบุ พวกเขาขาดทุนเป็นเงินรวมกัน 97 ล้านยูโรในซีซั่นก่อน โดยด้านรายได้ก็หดไปจากที่คาดเอาไว้ในตอนแรกเยอะสุดๆ ด้วย

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ประกาศว่าฤดูกาล 2019-20 พวกเขาขาดทุนโดยรวม 97 ล้านยูโร (ประมาณ 3,589 ล้านบาท) พร้อมบอกว่าสาเหตุสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เชื้อร้ายดังกล่าวส่งผลกับวงการลูกหนังอย่างมากตลอดช่วงที่ผ่านมา เริ่มจากการที่ต้องพักการแข่งขันไปเป็นเวลานาน ลามมาจนถึงการที่ต้องเตะกันแบบไร้แฟนบอลในสนาม ซึ่งมันก็ส่งผลให้แต่ละทีมขาดรายได้จากวันที่มีการแข่งขันตามไปด้วย อย่างเช่นค่าตั๋วเข้าชม เป็นต้น

ผลกระทบต่างๆ ทำให้ในซีซั่นก่อน บาร์เซโลน่า เก็บรายได้ไปเพียง 855 ล้านยูโร (ประมาณ 31,635 ล้านบาท) เท่านั้น ทั้งที่ตอนแรกพวกเขาคาดว่าจะทำรายได้สูงถึงเกิน 1 พันล้านยูโร (ประมาณ 37,000 ล้านบาท) ซึ่งมันก็ส่งผลให้ "อาซูลกราน่า" ขาดทุนเยอะตามไปด้วย โดยที่จริงพวกเขาลดรายจ่ายไปได้ตั้ง 74 ล้านยูโร (ประมาณ 2,738 ล้านบาท) ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังขาดทุนก้อนโตอยู่ดี

 

แล้วแต่ใจ!คูมันไม่ปฏิเสธเดมเบเล่อำลาบาร์เซโลน่า

โรนัลด์ คูมัน กุนซือบาร์เซโลน่า แสดงออกชัดเจนไม่ปฏิเสธ อุสมาน เดมเบเล่ จะย้ายหนี "เจ้าบุญทุ่ม" เปรยหากนักเตะเลือกที่จะอยู่ต่อก็จะยังคงให้ความสำคัญ และให้โอกาสลงสนาม แต่หากเลือกอีกทางก็แล้วแต่เจ้าตัวตัดสินใจ

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกลา ลีกา สเปน ไม่ปฏิเสธโอกาสที่ อุสมาน เดมเบเล่ ปีกดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส จะย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู ก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้จะปิดตัวในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)

เดมเบเล่ แทบไม่ได้รับโอกาสในการโชว์ศักยภาพของตัวเองมากนักโดยเฉพาะในยุคที่ คูมัน เข้ามากุมบังเหียน ทำให้มีกระแสข่าวลือออกมาตลอดว่านักเตะหมดอนาคตกับทีมแน่นอน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เล็ง ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เอาไว้เป็นออปชั่นในกรณีที่พลาดได้ตัว เจดอน ซานโช่ แต่กระนั้นก็ต้องการเพียงแค่ยืมตัวก่อนเท่านั้น

แม้ว่า บาร์เซโลน่า จะออกโรงปฏิเสธเรื่องที่เปิดการเจรจากับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา กรณีของ เดมเบเล่ แต่กระนั้น นายใหญ่ชาวดัตช์ ก็ไม่ปฏิเสธเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการที่จะปล่อยนักเตะออกไป "เดมเบเล่ เป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่า (อนาคตของเขา) ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เขาคิด"

"ผมไม่สามารถพูดอะไรได้ชัดเจนเกี่ยวกับเขาในกรณีนี้ เราคงจะต้องรอดูกันต่อไป อีกราวๆ วันหรือสองวัน เรามีการแข่งขันในแนวรุกเยอะมาก อันซู (ฟาติ) ได้ลงตัวจริง 2 เกมแรก ถ้านักเตะไม่มีความสุข พวกเขาก็สามารถเข้ามาคุยกับผมได้ และ อุสมาน ไม่ได้พูดอะไรกับผมเลย ถ้าเขาอยู่ผมก็จะยังคงให้ความสำคัญกับเขา และเขาจะได้รับโอกาสลงเล่น" คูมัน กล่าว

 

“คูตี้” ยิงแล้ว! บาร์ซ่าหวิดแย่ไล่เจ๊าเซบีย่าหยุดสถิติเฮรวดทั้งคู่

โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องเสียสถิติชนะรวดแถม คลีนชีท หลังเปิดบ้านไล่เจ๊า เซบีย่า 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้มมี 7 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดรั้งอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู

    โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่แม้ก่อนเปิดซีซั่นมีปัญหาไม่น้อยกรณี ลิโอเนล เมสซี่ ต้องการย้ายทีมแต่ยังโชว์ฟอร์มร้อนแรงเก็บ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัดที่ลงสนามแถมยัง คลีนชีท อีกด้วยความพร้อมขาด เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ติดโทษแบนจากเกมที่แล้ว

    ทางด้าน เซบีย่า ของกุนซือ จูเลน โลเปเตกี ผลงานดีไม่แพ้กันเฮมา 2 เกมรวดการจัดทีมไม่มีปัญหา อิวาน ราคิติช ลงบัญชาทัพลุ้นกระซวกทีมเก่า

    4 นาทีผ่าน เซบีย่า ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมเล่นสั้นทางซ้าย ดาบิด ซูโซ่ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ อิวาน ราคิติช โฉบมาโขกไปโดนใต้บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

    แต่แล้ว 3 นาทีต่อมา ทีมเยือน มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเล่นสั้นฝั่งเดิม ซูโซ่ ครอสเข้าในไปติดหัว เฟร็งกี้ เดอ ยอง โขกสกัดไม่ดีไปเข้าทาง ลุค เดอ ยอง ตวัดตูมเดียวผ่าน เนโต้ ตุงตาข่าย

    นาทีต่อมา "เจ้าบุญทุ่ม" ตามตีเสมอทันควัน ลิโอเนล เมสซี่ ตักข้ามแนวรับ เซบีย่า ออกซ้ายไปติดปลายเท้า เฆซุส นาบาส สกัดบอลไม่ดีกลายเป็นตั้งให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สอดเข้ามาเก็บส้มหล่นซัดเข้าไปไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 19 จากจังหวะสวนกลับ ดาบิด ซูโซ่ พาบอลลากตัดเข้าในก่อนหักข้อออกซ้ายให้ เฆซุส นาบาส สอดมาครอสเข้าในให้ แฟร์นานโด ชาร์จบอลจ่อๆระยะไม่ถึง 5 หลาหลุดออกหลังไปเหลือเชื่อ

    ต่อมานาทีที่ 21 บาร์เซโลน่า แลกหมัดบ้าง อันซู ฟาติ จ่ายเร็วให้ อองตวน กรีซมันน์ แตะบอลพลิกเข้าเขตโทษก่อนทิ้งตัวทิ่มหัวเกือกผ่านบล็อค ดีเอโก้ คาร์ลอส ไปเข้าข้างตาข่าย

    30 นาทีผ่าน เจ้าถิ่น ได้เสียวอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ แหวกผู้เล่น เซบีย่า 2 คนก่อนแทงออกซ้ายให้ อันซู ฟาติ ดึงจังหวะได้ช่องปั่นด้วยขวาไปตรงตัว ยาสซีน โบโน่ ตะปปเอาไว้ได้

    5 นาทีก่อนหมดครึ่งแรก ลิโอเนล เมสซี่ พาบอลตัดเข้าในหลบ มาร์กอส อาคุนญ่า หลุดเข้าเขตโทษก่อนปั่นด้วยซ้ายผ่านหน้าปากประตูหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว

    หมดครึ่งเวลาแรก บาร์เซโลน่า 1 เซบีย่า 1

    เปิดฉากครึ่งหลัง 5 นาทีทั้งสองทีม เพรสซิ่ง อย่างหนัก "เจ้าบุญทุ่ม" ได้ลุ้นก่อนจาก อองตวน กรีซมันน์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่แตะบอลยาวไปติดบล็อค ยาสซีน โบโน่ ส่วนทาง เซบีย่า เป็น ดาบิด ซูโซ่ ปั้นเกมสวยๆให้เพื่อนลุ้นประตูหลายครั้ง

    นาทีที่ 65 จากจังหวะหลุดขึ้นมาของ ยุสเซฟ เอ็นเนเซรี่ พาบอลลุยเข้าเขตโทษก่อนอัดด้วยซ้ายไปแฉลบขา โรนัลด์ อาเราโฮ เปลี่ยนทางไปชนคานเด้งออกมา

    70 นาทีผ่าน เซบีย่า เริ่มฉกฉวยโอกาสจากลูกตั้งเตะได้ดีกว่า จูลส์ กูงเด้ สอดขึ้นมาโขกลูกเตะมุมฝั่งเดิม 2 ครั้งติดต่อกันแต่ยังบังคับบอลให้ตรงกรอบไม่ได้

    10 นาทีสุดท้าย เจ้าถิ่น พยายามเร่งเครื่องเกือบได้ประตูชัยเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ได้ซัดบ้างแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ยาสซีน โบโน่ โชว์เซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

    ช่วงทดเจ็บ บาร์เซโลน่า มาส่งท้ายจากจังหวะแทงช่องของ ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายต่อให้ หลุดเข้าไปซัดอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่าน ยาสซีน โบโน่ เหมือนเดิม

    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 เซบีย่า 1 ลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน มี 7 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดรั้งอันดับที่ 5 ตามหลัง จ่าฝูงราชันชุดขาว 3 คะแนนแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    บาร์เซโลน่า (4-2-3-1) เนโต้- เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, โรนัลด์ อาเราโฮ, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – อันซู ฟาติ, ลิโอเนล เมสซี่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ – อองตวน กรีซมันน์

    เซบีย่า (4-3-3) ยาสซีน โบโน่ – เฆซุส นาบาส, จูลส์ กูงเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อาคุนญ่า – อิวาน ราคิติช, โจน ฆอร์ดาน, แฟร์นานโด – ดาบิด ซูโซ่, ลุค เดอ ยอง, ลูกัส โอกัมโปส

ราชันทำได้! มาดริดไร้ปัญหาบุกเชือดเลบันเต้ขยับยึดจ่าฝูง

"ราชันชุดขาว" ของ ซีเนดีน ซีดาน ทำผลงานได้ตามเป้าหลังบุกเชือด เลบันเต้ 2-0 จาก วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซม่า ซัดคนละหนึ่งตุงพาทีมเก็บ 3 แต้มมีเพิ่มเป็น 10 คะแนนจาการลงสนาม 4 นัดขยับยึดจ่าฝูง เรียบร้อย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา การามิก้า

     ปาโก้ โลเปซ นายใหญ่เลบันเต้ เกมนี้กลับมาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่อีกครั้ง โดยเกมรุกจะกลับมาเป็น โรเคร์ มาร์ตี้ ยืนล่าตาข่ายกับ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

     ฝั่งทีมเยือน เรอัล มาดริด ของ ซีเนดีน ซีดาน มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกแล้วเมื่อ เอแด็น อาซาร์ และ ดานี่ การ์บาฆาล ต่างเจ็บทั้งหมด ขณะที่กองหน้าตัวเป้าไร้ปัญหา คาริม เบนเซม่า ยังพร้อมลงสนาม

    ครึ่งแรกนาทีที่ 16 เป็นเจ้าถิ่นที่บุกมาขึ้นนำได้ก่อนจากลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ จับบอลด้วยเท้าซ้ายก่อนแนโค้งหนีมือ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ นายประตูเลบันเต้ เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 30 เจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอสุดเมื่อ โฆเซ่ กัมปานญ่า เปิดลูกเตะมุมมาให้ นิโคล่า วุคเซวิช ขึ้นโหม่งแต่บอลไปชนคานเข้าอย่างจัง

    ในจังหวะต่อมาเป็นเรอัล มาดริด โต้กลับเร็ว มาร์โก อาเซนซิโอ แทงบอลต่อมาให้กับ คาริม เบนเซม่า กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทว่าจังหวะที่ยิงดันไปบล็อกกองหลังเลบันเต้

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ฆอร์เค่ มิรามอน ได้โอกาสลองสับไกจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไปไมได้ลุ้น

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริดบุกมานำเลบันเต้อยู่ 1-0 จากประตูของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในนาทีที่ 16

    เกมในครึ่งเวลาหลังก็ยังคงเป็นทีมเยือนที่โหมบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบมาได้ประตูที่สองจาก คาริม เบนเซม่า แต่ทว่าบอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาเด้งออกหลังไปซะอย่างงั้น

    เรอัล มาดริดยังคงขึงเกมบุกอย่างต่อเนื่องและในนาที 52 วินิซิอุส จูเนียร์ รับบอลมาจากเบนเซม่า ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาครึ่งชั่วโมงของเกมคราวนี้เป็นเลบันเต้มาได้ลุ้นบ้างจาก โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส ได้โอกาสยิงจังๆ หน้าประตู แต่ดันยิงหลุดออกไปเอง

    ขยับมาถึงนาที 77 กลายเป็นเจ้าถิ่นโหมบุกบ้านและเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากตัวสำรองอย่าง การ์ลอส เคิร์ค แต่เป็น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปฏิเสธลูกยิงนี้ได้

    ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ราชันชุดขาวมาได้ประตูปิดกล่องจะลูกโต้กลับเร็ว โรดรีโก้ตัดบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่นได้ก่อนไหลยาวให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆ ไม่เหลือ

    จบเกม เป็นเรอัล มาดริด บุกมาเอาชนะเลบันเต้ไปได้ 2-0 มีเพิ่มมาเป็น 10 คะแนน ขยับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงลา ลีกา อีกครั้ง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    เลบันเต้ : ไอตอร์ เฟร์นานเดซ – ฆอร์เค่ มิรามอน, รูเบน เวโซ่, เซร์คิโอ ปอสตีโก้, การ์ลอส เกร็ก – โฆเซ่ กัมปานญ่า, นิโคล่า วุคเซวิช, มิกคาเอล มัลซ่า, เอนีส บาร์ดี้ – โรเคร์ มาร์ตี้, โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

    เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ – มาร์โก อาเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์