เผยบาร์เซโลน่าล็อกเป้าใครเป็นตัวแทนซัวเรซ

โกลโบ้เอสปอร์เต้ สื่อของประเทศบราซิล ตีข่าว บาร์เซโลน่า กาหัว กาเบรียล เชซุส หัวหอก แมนฯ ซิตี้ เป็นตัวแทนของ หลุยส์ ซัวเรซ โดยฝั่ง "อาซูลกราน่า" ติดต่อไปหา "เรือใบสีฟ้า" เพื่อสอบถามความเป็นไปได้ที่จะขอซื้อดาวเตะวัย 23 ปีแล้วด้วย

    บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว กาเบรียล เชซุส กองหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปร่วมทัพ เพื่อให้เป็นตัวแทนของ หลุยส์ ซัวเรซ ตามรายงานของ โกลโบ้เอสปอร์เต้ สื่อของประเทศบราซิล

    "อาซูลกราน่า" ตกเป็นข่าวว่าตั้งใจจะทำการผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ โดยนักเตะวัยเก๋าหลายคนจะโดนปล่อยออกจากทีม ซึ่ง ซัวเรซ คือหนึ่งในนั้น หลังจากที่เขามีอายุ 33 ปีแล้ว และมันถึงขั้นมีข่าวลือว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า แจ้งกับ ซัวเรซ เองว่าสามารถหาทีมใหม่ได้ทันทีเลยด้วย

    โกลโบ้เอสปอร์เต้ เสริมว่าคนของ "อาซูลกราน่า" ถึงขั้นติดต่อไปหา "เรือใบสีฟ้า" เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะขอดึงแข้งวัย 23 ปีไปร่วมทัพแล้ว โดยที่จริงก่อนหน้านี้ เชซุส ก็เคยมีข่าวกับ ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน เหมือนกัน

หักหลัง, ไร้ความเคารพ, อนาคตไม่มี ! 6 เหตุผลที่ เมสซี่ ตัดสินใจลา บาร์ซ่า

หลังจากที่อยู่รับใช้ บาร์เซโลน่า มานานกว่า 20 ปี และเป็นดั่งสัญลักษณ์ของสโมสร แต่ตอนนี้ ลิโอเนล เมสซี่ กำลังที่จะคิดอำลาถิ่น คัมป์ นู เนื่องจากมองไม่เห็นอนาคตของทีม และเลือกที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่มากกว่าที่จะอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่มีสภาพย่ำแย่แบบนี้

    แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ เมสซี่ ปรารถนา เพราะเขามองว่า บาร์ซ่า เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง แต่การเปลี่ยนแปลงภายในทีมทำให้เจ้าตัวรับไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนอนาคตที่นักเตะมองแล้วว่าบอร์ดบริหารไม่มีความจริงใจในการพัฒนาทีม

    ที่สำคัญความขัดแย้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ทำให้ เมสซี่ มองว่าการอยู่ร่วมกันคงเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ถือเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ พร้อมเก็บเสื้อผ้าอำลายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า

1.  ไม่เหลือเยื่อใยกับบอร์ดบริหารสโมสรอีกต่อไป

 

    วันวานที่เคยหอมหวานสำหรับ เมสซี่ แทบจะไม่เหลืออยู่เลย เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับบอร์ดบริหารชุดนี้ไม่มีอีกแล้ว โดยเฉพาะกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร ที่ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจะเป็นเส้นขนานกันมานาน

    แม้ว่าในวันที่ทั้งสองคนได้พบกันตอนที่ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับโพสท่าถ่ายรูปร่วมกันซึ่งดูเหมือนว่า เมสซี่ กับ บาร์โตเมว จะยิ้มแย้มให้กันและกัน แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ฉากหน้าที่พวกเขาใส่หน้ากากเข้าหากันเท่านั้น

 

    ฉะนั้นตลอดช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ บาร์โตเมว ครองอำนาจในการบริหารยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่านั้น ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับ เมสซี่ เลย แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนักเตะเลือกที่จะอยู่กับสโมสรต่อไปเนื่องจากหัวใจที่รัก "เจ้าบุญทุ่ม" แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมปะทะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค (แพ้ 2-8 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลง

2.  ไม่รักษาสัจจะในการเซ็นสัญญากับนักเตะ-การแต่งตั้งกุนซือที่ไม่เหมาะสม

 

    บาร์เซโลน่า แทบจะไม่ลงทุนคว้านักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยพวกเขาทุ่มเงินในการคว้าตัว อองตวน กรีซมันน์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ แฟรงกี้ เดอ ยอง ซึ่งถือเป็นสตาร์ลูกหนังระดับโลก แน่นอนว่าเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" หวนคือสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    ตลอดช่วงที่ บาร์โตเมว และบอร์ดบริหารชุดนี้บริหารสโมสร พวกเขาตระบัดสัตย์ไม่ทำตามที่เคยลั่นวาจาเอาไว้กับ เมสซี่ เพราะหากมองนักเตะที่พวกเขาดึงมาร่วมทีม ยังถือว่าไม่ถูกต้องโดนใจสำหรับ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ ฉะนั้นนี่จึงทำให้เขารู้สึกว่าอนาคตของทีมช่างหมองหม่นเหลือเกิน

 

    นอกจากนี้แนวคิดในการแต่งตั้งเทรนเนอร์ก็ย่ำแย่สุดๆ เพราะหากจำกันได้ เมสซี่ ทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับโค้ชชั้นยอดตั้งแต่เมื่อปี 2004 ทั้ง แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ตาต้า มาร์ติโน่, ตีโต้ บีลาโนบา, หลุยส์ เอ็นริเก้ (แม้จะมีปัญหาทะเลาะกันบ้างก็ตาม) แม้แต่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ก็เช่นกัน

    ที่สำคัญการที่ บาร์โตเบว สั่งปลด บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่ง สร้างความไม่พอใจให้กับ เมสซี่ มากๆ แถมยิ่งโกรธจัดเป็นทวีคูณเมื่อพวกเขาเลือกแต่งตั้ง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ซึ่งผลงานไม่มีอะไรน่าสนใจเลย งานนี้ทำเอานักเตะได้แต่กระอักกระอ่วมใจ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้แฟนบอลคงได้เห็นมาแล้วจากพฤติกรรมของ เมสซี่ ที่มีต่อ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมา
 
3. ไม่เห็นด้วยกับแผนของสโมสร-ไร้โปรเจกต์คว้าแชมป์

 

    เมสซี่ ไม่ประทับใจกับแผนด้านกีฬาของสโมสรมานานแล้ว เพราะในแต่ละซีซั่นทีมยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะที่น่าผิดหวัง และยังรวมถึงการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ที่สำคัญเม็ดเงินจากการขาย เนย์มาร์ จำนวนกว่า 222 ล้านยูโร (ประมาณ 7,770 ล้านบาท) ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม

    ขณะเดียวกัน ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬาในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ รู้สึกว่าสโมสรกำลังค่อยๆ เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ และการลงทุนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะในแต่ละครั้งก็ย่ำแย่เกินทน

 

    การตัดสินใจเรื่องย้ายทีมเกิดขึ้นในหัวของ เมสซี่ มาได้สักพักใหญ่ แต่เขาพยายามใจเย็นด้วยการรอคอยที่จะพูดคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมแทน เซเตียน อย่างไรก็ตาม นักเตะไม่เชื่อมั่นในแผนงานของ กุนซือร่างบึ้กชาวดัตช์ ซักเท่าไหร่

     ที่สำคัญ เมสซี่ ไม่เคยคิดเลยว่า คูมัน จะสามารถนำ บาร์เซโลน่า ผงาดคว้าแชมป์ได้ และหากเจ้าตัวยังฝืนอยู่กับสโมสรต่อไปก็มีแต่จะยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ฉะนั้นด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป 33 ปีแล้ว เขาคงมีเวลาที่อยู่เป็นยอดแข้งระดับท็อปอีกไม่กี่ปี ด้วยเหตุนี้จึงเลือกที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่กับสโมสรอื่นดีกว่า

4. บาร์ซ่า ปล่อยข่าวที่เข้าพบ คูมัน และพยายามป้ายความผิดให้เขา

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็คือการที่เรื่องที่เขาพูดคุยกับ คูมัน ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน โดยเป็นที่เข้าใจกันว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับนายใหญ่ชาวดัตช์เขาต้องการไปเล่นให้กับสโมสรอื่น มากกว่าที่จะอยู่เล่นให้ บาร์ซ่า อีกต่อไป และกำลังพิจารณาอนาคตของตัวเอง

    สำหรับรายละเอียดในการพูดคุยในตอนนั้นได้ถูกนำมาเปิดเผยกับสื่อ โดยเรื่องนี้ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจมากๆ เนื่องจากมีการบิดเบือนความจริงในสิ่งที่เขาได้พูดกับ คูมัน แต่สำหรับเรื่องจริงที่ชัดเจนก็คือ นักเตะไม่ปลื้มกับการบริหารงานของ บาร์โตเมว

 

    นอกจากนี้ เมสซี่ ยังเชื่อว่าการกระทำของบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าชุดนี้ พยายามที่จะกดดันให้เขาออกจากสโมสรด้วยการใส่ร้ายป้ายสีให้กลายเป็นคนเลวในสายตาทุกๆ คน ด้วยการมองว่าเขาจ้องที่จะทิ้งทีม โดยไม่คิดที่จะอยู่สู้หรือช่วยเหลือต้นสังกัดในช่วงเวลาที่ตกต่ำ
   
5. การปฏิบัติกับซัวเรซที่ไร้ซึ่งความเคารพ

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจอย่างแรงก็คือวิธีการที่ บาร์ซ่า คิดกำจัด หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาออกจากสโมสร ด้วยการออกว่าเขาไม่มีอนาคตกับทีมอีกต่อไป โดยการกระทำแบบนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรตินักเตะที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา ( 4 สมัย) และ แชมเปี้ยนส์ ลีก (1 สมัย)

    เป็นที่ทราบกันดีว่า เมสซี่ กับ ซัวเรซ เป็นคู่หูทั้งในและนอกสนาม และยังเป็นหนึ่งในเพื่อนซี้ย้ำปึ้กของ "ลีโอ" แต่การที่เขาได้เห็นเพื่อนเลิฟโดนปฏิบัติอย่างคนไร้ค่าถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ เพราะ เมสซี่ มองว่า หัวหอกเลือดอุรุกวัย สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้

 

    จากรายงานของสื่อในสเปน อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ ซัวเรซ เพียงแค่นาทีเดียว โดยระบุเหตุผลอย่างชัดเจนว่านักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมในฤดูกาลหน้าอีกต่อไป แม้ว่าจะมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์หน้า แต่การยกเลิกสัญญาจะมีผลทันทีในซัมเมอร์นี้

    ฉะนั้นการที่ เมสซี่ เห็นเพื่อนรักโดนปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติแบบนี้ทำให้เขาหมดความอดทนกับสโมสร และเลือกที่จะเดินออกจากทีมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของบอร์ดบริหาบาร์เซโลน่า และ คูมัน

6. สิทธิพิเศษไม่มีอีกต่อไปแล้ว

 

    สำหรับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ เมสซี่ พอกันทีกับชีวิตในถิ่นคัมป์ นู ก็คือคำพูดที่ทิ่มแทงใจดำของ คูมัน ในช่วงที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างลูกผู้ชาย โดย ตำนานกองหลังเท้าดินระเบิด ได้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนจนทำให้ ดาวยิงเลือดอาร์เจนไตน์ ของขึ้นทันที

    เรื่องนี้ถูกตีแผ่จาก โอเล่  หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา ที่อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์ไปแจ้ง  เมสซี่ ว่าสิทธิพิเศษในทีมของเขาสิ้นสุดลงแล้ว ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือเน้นเรื่องของทีมเท่านั้น แน่นอนว่าการพูดแบบนี้เป็นการจี้ใจดำนักเตะมากๆ

 

    ลองคิดดูก็แล้วกันว่านักเตะที่สร้างความสำเร็จให้กับสโมสรมากมาย และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีม แต่กับมาเจอคำพูดของกุนซือใหม่ที่แม้ว่าจะเป็นตำนานของทีมก็ตาม แต่หากเทียบความยิ่งใหญ่แล้ว เมสซี่ มีภาษีดีกว่าเยอะ ฉะนั้นเมื่อพูดแบบไม่ให้เกียรติกันก็คงอยู่ร่วมงานกันไม่ได้อีกต่อไป

ผอ.กีฬาบาร์ซ่าตั้งเป้ากล่อมเมสซี่เปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อ

ราม่อน ปลาเนส ผอ.กีฬา บาร์เซโลน่า ระบุ พวกตนจะพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอมอยู่กับทีมต่อให้ได้ พร้อมบอกว่า บาร์เซโลน่า กับ เมสซี่ คือของคู่กันที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกันตลอดช่วงที่ผ่านมา

    ราม่อน ปลาเนส ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวว่า "อาซูลกราน่า" จะยังพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญเปลี่ยนใจให้ได้

    เมื่อไม่กี่วันก่อน เมสซี่ ส่งเอกสารชี้แจงกับต้นสังกัดว่าต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ผ่านทางเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาในทุกๆ ซัมเมอร์ที่เจ้าตัวทำเอาไว้กับสโมสร ซึ่งมันสร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า บาร์เซโลน่า คัดค้านกับเรื่องดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าถ้าอ้างอิงตามลายลักษณ์อักษรแล้วนั้นเงื่อนไขมันหมดอายุลงในทุกๆ เดือนมิถุนายน

    ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปลาเนส มาทำการเปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเซา กองกลางดาวรุ่งอย่างเป็นทางการ หลังจากปิดดีลกับแข้งรายนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่นักข่าวก็เน้นถามเรื่อง เมสซี่ มากกว่า ซึ่ง ปลาเนส ก็ตอบว่า "แน่นอนว่านี่เป็นข่าวที่สำคัญมากๆ เราขอยืนยันตามที่เคยพูดหลายครั้งก่อนหน้านี้, ตามที่ คูมัน และท่านประธานเคยพูดไปก่อนหน้านี้ รวมถึงตามที่ผมเคยพูดในตอนที่เป็นเลขาธิการด้านเทคนิคว่าเราตั้งใจที่จะพึ่งพา เมสซี่ สำหรับอนาคตอันใกล้ เหมือนที่เราตั้งใจจะพึ่งพา ตรินเชา จากการที่เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เราได้ยินกันแล้วว่าเขาจะลงเล่นร่วมกับนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (หมายถึง เมสซี่)"

    "เรื่องเหล่านี้มันสามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา และเราหวังว่าเราจะกลับมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลังจากที่ต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปในช่วงปลายฤดูกาลก่อน อะไรที่มันเกิดขึ้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไอเดียของเราคือการสร้างทีมโดยที่ให้นักเตะที่สำคัญที่สุดในโลกเป็นแกนกลางของทีม ตอนนี้เราไม่ได้คิดเกี่ยวกับการย้ายออกไป (ของ เมสซี่) ไม่ว่าจะในแบบไหนก็ตาม เพราะสิ่งที่เราต้องการคือให้ เมสซี่ อยู่กับทีมต่อไป"

    "สิ่งที่เรามีให้ เลโอ เมสซี่ มีเพียงความเคารพอย่างมากเท่านั้น บาร์ซ่า กับ เลโอ เป็นคู่กันเหมือนคู่รัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกัน รวมถึงต่างก็ทำให้แฟนๆ รู้สึกสนุกมากๆ ผมคิดว่าอนาคตมันอยู่ในทิศทางที่ดี ผมมองโลกในแง่ดี เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่าง บาร์ซ่า กับ เมสซี่ จะยังคงดำเนินต่อไป เรากำลังทำงานเป็นการภายในเพื่อที่จะโน้มน้าว เลโอ ให้อยู่กับทีมต่อ"

เอเยนต์เชื่ออนาคตเมสซี่ส่งผลถึงซัวเรซด้วย

อเลฮานโดริ บัลบี้ เอเยนต์ของ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์เซโลน่า มั่นใจ อนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ จะส่งผลถึงอนาคตของ ซัวเรซ เช่นกัน พร้อมบอกว่าตอนนี้แข้งชาวอุรุกวัยได้รับข้อเสนอเยอะมาก

    อเลฮานโดริ บัลบี้ เอเยนต์ของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน แสดงความเชื่อว่าการตัดสินใจของ ลิโอเนล เมสซี่ จะมีผลกระทบต่ออนาคตของนักเตะในความดูแลของตนด้วย

    ไม่กี่วันก่อนมีการเปิดเผยว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า แจ้งกับ ซัวเรซ แล้วว่าดาวเตะชาวอุรุกวัยจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเขาอีกต่อไป และบอกให้เจ้าตัวหาทีมใหม่ได้เลยหลังจากที่เจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้นกลับมีข่าวใหญ่กว่าเมื่อ เมสซี่ ยื่นเอกสารทางแฟ็กซ์ให้สโมสรรู้ว่าเขาต้องการบอกลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และอยากใช้เงื่อนไขยกเลิกสัญญาเพื่อทำให้ได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย

    บัลบี้ เผยว่า "อนาคตของ เมสซี่ จะมีอิทธิพลต่ออนาคตของ ซัวเรซ เหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนซี้กัน พวกเขาเข้ากันได้ดีมากๆ ทั้งในและนอกสนาม เมสซี่ กับ ซัวเรซ เป็นเหมือนพี่น้องร่วมสาบานกัน พวกเขาสนิทกันสุดๆ จนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ พวกเขาอยู่ด้วยกันอยู่เสมอ"

    "มันมีข้อเสนอหลั่งไหลเข้ามาจากหลายทีม เพราะเขาเป็นจอมทำประตูชั้นยอดในโลกฟุตบอล ผมบอกก็ได้ว่ามัน (การตัดสินใจปล่อย ซัวเรซ ของ บาร์เซโลน่า) ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องกีฬาซะทั้งหมด ที่ผ่านมาครอบครัวของเขาใช้ชีวิตอยู่ในนครบาร์เซโลน่า และกรณีนี้มันก็ไม่เหมือนกับกรณีการย้ายทีมของนักเตะส่วนใหญ่ที่จู่ๆ ก็จะย้ายทีมได้ง่ายๆ เขาจะหารือเรื่องนี้ร่วมกับครอบครัวของเขา"

ใครจ่ายไหวบ้าง?เจาะเงินที่เมสซี่ได้จากบาร์เซโลน่า

หากอ้างอิงจากตัวเลขของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์เปิดเผยข้อมูลในโลกฟุตบอลแล้วนั้น ลิโอเนล เมสซี่ ได้เงินจาก บาร์เซโลน่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาเยอะสุดๆ อย่างเช่นเรื่องค่าเหนื่อยเบื้องต้นที่ 988,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ที่แตะหลัก 9.1 ล้านปอนด์ต่อปี

    ตลอดช่วงที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ต้องจ่ายเงินให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังเป็นจำนวนมากในสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา ตามการเปิดเผยของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์แนวแฉเรื่องลับของวงการฟุตบอล

    ช่วงไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังว่า เมสซี่ ส่งแฟ็กซ์ไปบอกกับต้นสังกัดว่าตนต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที และต้องการยกเลิกสัญญาเพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย หลังจากตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หลายทีมทั่วโลกมีข่าวกับ เมสซี่ ตามไปด้วย อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อินเตอร์ มิลาน เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ทีมที่จะได้ เมสซี่ ไปร่วมทัพก็ยังต้องยอมจ่ายค่าเงินก้อนโตให้ เมสซี่ อยู่ดี ถ้าหากหวังที่จะได้แข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่าจะมีทีมไหนที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่กฎควบคุมการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีมอย่างมาก

    This is Messi’s wage package at Barcelona according to Football Leaks: 60.395.769 euro basic yearly wages (£988.000 a week), £9.100.000 per year on image rights, £13.000.000 a year on possible bonuses plus signing on & loyalty fee (£120.000.000 over 5 years).

    Quite a load. pic.twitter.com/LOaUoogZuq
    — Kristof Terreur (@HLNinEngeland) August 25, 2020

    ทั้งนี้ สัญญาฉบับปัจจุบันของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า เซ็นกันเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 และจะหมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ซึ่งหากอ้างอิงตาม ฟุตบอล ลีคส์ แล้วนั้น เมสซี่ ได้รับค่าเหนื่อยแบบไม่รวมโบนัสต่างๆ สูงถึงปีละราว 54.32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,172.8 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 988,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.95 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยที่ เมสซี่ ยังได้ค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์จากทีมอีกปีละ 9.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 364 ล้านบาท) ด้วย

    นอกจากนี้ มันยังมีเงื่อนไขค่าโบนัสที่ เมสซี่ จะได้รับหากทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างเช่นการทำประตูถึงหลักจำนวนหนึ่ง หรือการพาทีมได้แชมป์ เป็นต้น ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็อยู่ที่รวมแล้ว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) ต่อปี แถมยังมีค่าเงินกินเปล่าในตอนที่เซ็นสัญญา และค่าความภักดีที่ บาร์เซโลน่า ต้องจ่ายรวม 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) ตลอดช่วงระยะเวลาของสัญญาด้วย นั่นหมายความว่ามันน่าจะมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่พอจะจ่ายเงินทั้งหมดนี้ให้กับ เมสซี่ ไหว จนทำให้เขาอาจจะต้องยอมลดเงินด้านต่างๆ หากหวังที่จะได้ย้ายทีม

บาร์ซ่า ไม่ทน!!! สั่งปลด “เซเตียน” พ้นกุนซือ คาด “คูมัน” โดดเสียบแทน

 

บาร์เซโลนา แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเรื่องการแยกทางกับกุนซืออย่าง กีเก้ เซเตียน หลังล้มเหลวทุกภารกิจในฤดูกาลล่าสุด

ถือเป็นการประกาศอย่างเป็นทางการจากสโมสรดังจากกาตาลัน หลังมีข่าวลือหนาหูในช่วงที่ผ่านมาว่าทีมกำลังพิจารณาเกี่ยวกับอนาคตของกุนซือวัย 61 ปีที่พาทีมตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบเละเทะด้วยการพ่ายแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อาซูลกราน่า ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าได้สั่งปลด เซเตียน ออกจากการทำหน้าที่เทรนเนอร์ใหญ่ของทีม แม้ว่าเพิ่งจะเข้ามารับงานกุนซือไปเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาก็ตาม

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของ เจ้าบุญทุ่ม ยังได้เผยต่อไปว่าตอนนี้สโมสรกำลังพิจารณาและหารือถึงการเลือกตัวกุนซือคนใหม่ และน่าจะมีการประกาศในอีกไม่กี่วันหลังจากนี้

สำหรับสถิติของ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมาเขาพาทีมลงเล่นไปทั้งหมด 25 นัดในทุกรายการ โดยแบ่งออกเป็นชนะ 16 เสมอ 4 และแพ้ 5 นัด แต่สาเหตุสำคัญของการโดนปลดคือการพาทีมพลาดแชมป์ทุกรายการ โดยเฉพาะในลา ลีกา ที่โดน เรอัล มาดริด แซงเข้าวิน และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แพ้คู่แข่งแบบเละเทะ

ทั้งนี้ คนที่จะเข้าเป็นกุนซือคนใหม่ สื่อต่างประเทศคาดว่าคงหนีไม่พ้น โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังว่างเนื่องจากไม่มีโปรแกรมทีมชาติลงแข่งขัน และเจ้าตัวเคยเป็นนักเตะในถิ่นคัมป์นูมาแล้วช่วงปี 1989-1995 ซึ่งการประกาศตัวกุนซือคนใหม่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าตามที่สโมสรแถลงการณ์

อาจมีการเปลี่ยนแปลง!เผยเมสซี่พูดอะไรกับคูมัน

ไม่นานหลังจากลือว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวดัง บาร์เซโลน่า ตั้งใจลดวันหยุดเพื่อจะคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ล่าสุด อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนย่าก็แฉว่าทั้งคู่คุยกันแบบลับๆ เรียบร้อย แต่ เมสซี่ บอกว่าตนมองไม่เห็นเลยว่ททีมจะมีอนาคตที่สดใสภายหลังฟังแผนงานของ คูมัน ไปแล้ว

    ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน บอกกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่คิดว่าทีมจะมีอนาคตที่สดใส ตามรายงานของ อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    เมสซี่ ตกเป็นข่าวว่าไม่มีความสุขกับการเล่นให้ บาร์เซโลน่า มาพักใหญ่แล้ว หลังจากที่ว่ากันว่าเขาไม่พอใจแนวทางการบริหารทีมของบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานของทีม และมันก็บานปลายจนทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจจะย้ายทีม เพราะเจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ซึ่ง อินเตอร์ มิลาน คือทีมที่มีข่าวกับดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มากที่สุด

    ทั้งนี้ การที่ บาร์เซโลน่า เพิ่งแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีม ทำให้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า เมสซี่ ยอมลดวันหยุดของตัวเองเพื่อที่จะคุยแบบเปิดอกกับ คูมัน กระทั่งล่าสุด อาร์เอซี 1 ก็บอกว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันเป็นการส่วนตัวไปแล้ว โดย เมสซี่ ขอให้กุนซือชาวดัตช์อธิบายแผนงานของเจ้าตัวในการคุม "อาซูลกราน่า"

    อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ฟังแล้ว เมสซี่ ก็บอกกับ คูมัน ว่าเขามองไม่เห็นเลยว่าทีมจะมีอนาคตที่ดีได้ และคิดว่าการย้ายทีมดูเข้าท่ามากกว่าที่จะอยู่กับทีมต่อ ซึ่งหลักๆ แล้วเป็นเพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัว บาร์โตเมว นั่นเอง

ใหญ่ฟัดใหญ่!อินเตอร์จัด “ลูกากู” ยิง,เซบีย่ามี “ซูโซ่” ซัดนัดชิงฯยูโรปาลีก

"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน อดีตแชมป์ 3 สมัยเน้นหนักเตรียมจัด โรเมลู ลูกากู นำล่าสกอร์ เกมพบ เซบีย่า อดีตแชมป์ 5 สมัยที่ฟอร์มสุดร้อนแรงโดยมี ซูโซ่ พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ วันศุกร์ที่ 21 ส.ค. ศกนี้  เวลา 02.00 น.

ปรีวิว ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2563, เวลา : 02.00 น.
เซบีย่า (สเปน)   –   อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)

 

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    เซบีย่า เจ้าของแชมป์รายการนี้มากที่สุด 5 สมัย ทั้งยังพกสถิติสุดยอดชนะร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อได้เข้าชิงโดยนัดที่แล้วพวกเขาผ่าน แมนฯ ยูไนเต็ดเข้ามาด้วยสกอร์ 2-1

    ความพร้อมล่าสุดได้ เนมานย่า กูเดลย์ มิดฟิลด์เซิร์บหลังจากหายติดเชื้อโควิด-19 กลับมามีชื่อบนม้านั่งสำรองตั้งแต่รอบก่อนที่ชนะแมนฯ ยูไนเต็ด แต่เชื่อว่ากุนซือ จูเลน โลเปเตกี คงไม่เปลี่ยน 11 คนแรกที่กำลังทำผลงานได้ดี

    จะมีตำแหน่งเดียวที่ต้องชั่งใจเลือกก็คือหน้าเป้าระหว่าง ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ ตัวจริงขาประจำดีกรีทีมชาติโมร็อกโก หรือ ลุค เดอ ยอง หอกดัตช์ฮีโร่ซูเปอร์ซับดับปีศาจแดง ส่วนริมเส้นยืนพื้น ซูโซ่ กับ ลูกัส โอกัมโปส เช่นเดิม

    ในราย เอเวร์ บาเนก้า กองกลางอาร์เจนไตน์ จะลงสนามทิ้งทวนแบบคลาสสิกเมื่อได้เจอกับอดีตต้นสังกัดตนเอง โดยหลังจบนัดชิงดำเขาจะย้ายไป อัล ชาบับ ในลีกซาอุดีอาระเบีย

    ในแดนหลังยังคงไว้ใจ ดีเอโก้ คาร์ลอส เซนเตอร์แบ็กบราซิเลียน แม้ทำเสียจุดโทษทั้ง 2 รอบก่อนหน้านี้ก็ตาม เช่นเดียวกับตำแหน่งเฝ้าเสา โทมัส วัชลิค มือ 1 เลือดเช็กหายเจ็บกลับมา ทว่า ยัสซีน บูนู ทำหน้าที่ได้ดีก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

    ด้านทีมงูใหญ่ อดีตแชมป์ 3 สมัยใน ได้เข้าชิงถ้วยยุโรปครั้งแรกในรอบทศวรรษ หรือนับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ พาผงาดเทรเบิลแชมป์เมื่อ 2010 นั่นเอง

    ความพร้อมในเวลานี้กุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้ข่าวดีเมื่อ อเล็กซิส ซานเชซ ฟิตกลับมานั่งสำรองได้แล้วในแมตช์ตัดเชือกที่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค 5 ตุง แต่ยังไรก็ตาม คอนเต้ ไม่น่าเสี่ยงใช้ ดาวยิงชิลี ที่ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะผลงานชุดเดิมก็น่าพอใจอยู่แล้ว

    แดนหน้ายังคงเป็น โรเมลู ลูกากู เจ้าของสถิติยิงรายการนี้ 10 นัดติดต่อกัน ลงล่าตาข่ายคู่กับ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ตรงกลางสนามมี มาร์เซโล่ โบรโซวิช สตาร์โครแอตยืนต่ำกว่า 2 ผึ้งงานพลังหนุ่มอย่าง นิโกโล่ บาเรลล่า และ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่

    ริมเส้นไว้ใจ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ กับ แอชลี่ย์ ยัง อดีตแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด เช่นเดียวกับแผงหลังชุดเก่งนำโดย ดีเอโก้ โกดิน จอมเก๋าอุรุกวัยที่เคยได้เหรียญแชมป์ยูโรปา 2 สมัยร่วมกับแอต.มาดริด

    อย่างไรก็ตามสำหรับ อัชราฟ ฮาคิมี่ วิงแบ็กสมาชิกใหม่จาก เรอัล มาดริด ยังไม่สามารถลงสนามได้จนกว่าจะเริ่มต้นฤดูกาล 2020/21

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, ชูลส์ กูนเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส, เซร์คิโอ เรกีลอน – เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นานโด เรกิส, โจน จอร์ดาน – ซูโซ่, ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่, ลูกัส โอกัมโปส
    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

    อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ, โรเมลู ลูกากู
    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

    ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (เนเธอร์แลนด์)

ผลการพบกันที่ผ่านมา
ยังไม่เคยพบกัน

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เซบีย่า
16/08/20 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
11/08/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
06/08/20 ชนะ โรม่า 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
19/07/20 ชนะ บาเลนเซีย 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
16/07/20 เสมอ เรอัล โซเซียดาด 0-0 (เยือน) ลา ลีกา

อินเตอร์ มิลาน
17/08/20 ชนะ ชัคตาร์ โดเนตส์ค 5-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
10/08/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
05/08/20 ชนะ เคตาเฟ่ 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
01/08/20 ชนะ อตาลันต้า 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
28/07/20 ชนะ นาโปลี 2-0 (เหย้า) เซเรีย อา

เอโต้ชี้ต้องเปลี่ยนชื่อทีมหากเมสซี่ลาบาร์เซโลน่า

ซามูเอล เอโต้ อดีตหัวหอกคนดัง ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ นับเป็นคนที่มีความสำคัญกับ บาร์เซโลน่า อย่างมาก จนถึงขึ้นที่ถ้าเกิดเขาย้ายออกไปแล้วนั้น "อาซูลกราน่า" ก็คงต้องเปลี่ยนชื่อทีมไปเลย พร้อมกระตุ้นทุกคนของ บาร์เซโลน่า ว่าต้องทำทุกทางเพื่อทำให้ เมสซี่ อยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ดให้ได้

    ซามูเอล เอโต้ อดีตยอดกองหน้าชาวแคเมอรูน แสดงความเชื่อว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน มีความสำคัญกับทีมมากๆ จนถึงขนาดที่ "อาซูลกราน่า" คงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อสโมสรเลยถ้าเกิด เมสซี่ ย้ายออกจากทีม

    เมสซี่ อยู่กับอะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2001 ก่อนจะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2004 และไม่เคยย้ายไปไหนเลย พร้อมกับทำผลงานได้อย่างสุดยอด อย่างไรก็ตาม พักหลังมานี้แข้งวัย 33 ปีก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู บ่อยขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขาผิดใจกับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน โดยดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์เหลือสัญญากับทีมถึงแค่ช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้นด้วย

    เอโต้ ซึ่งเคยร่วมงานกับ เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า มาแล้วนั้น เผยว่า "ผมรัก เมสซี่ มากๆ จนถึงขนาดที่เขาเป็นเหมือนลูกชายแท้ๆ ของผม ผมอยากให้เขาพบเจอแต่เรื่องดีๆ บาร์เซโลน่า คือ เมสซี่ (สื่อว่า เมสซี่ มีความสำคัญกับ บาร์เซโลน่า มากๆ) และผมก็คิดว่าถ้าเกิด เมสซี่ ตัดสินใจที่จะย้ายทีมแล้วล่ะก็ เราก็คงจะถึงขั้นต้องเปลี่ยชื่อสโมสรกันเลย เราโชคดีที่มีนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก และเก่งที่สุดตลอดกาลเล่นอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในตอนนี้ เราต้องทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้มั่นใจว่าเขาจะแขวนสตั๊ดกับที่ บาร์เซโลน่า"

ได้ครบแล้ว! เช็คผลงาน4สโมสรลุยรอบตัดเชือกชปล.2019/20

หลังจากที่ โอลิมปิก ลียง พลิกล็อกโค่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เราได้ครบทั้ง 4 สโมสรเรียบร้อย สำหรับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96 เลยทีเดียว ที่ไม่มีสโมสรจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ลา ลีกา สเปน หลงเหลือในรอบตัดเชือก เพราะ 4 สโมสรที่หลุดเข้ามาเที่ยวนี้เป็นสองตัวแทนจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ แอร์เบ ไลป์ซิก และสองตัวแทนจากเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับ โอลิมปิก ลียง ว่าแล้วเรามาเช็คฟอร์มของทั้งสี่สโมสรกันเลยดีกว่าว่า ตลอดเส้นทาง 9 นัดที่ผ่านมานั้น พวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง และทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

* ปารีส แซงต์-แชร์กแมง *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 7
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 22 เสีย 5
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม เอ, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สกอร์รวมสองนัด 3-2 (แพ้ 1-2 เกมเยือน, ชนะ 2-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ อตาลันต้า 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมาโร อีการ์ดี้ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (5 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 1994/95 และ 2019/20)   

ทีมของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ที่ซีซั่นนี้กวาดเรียบทั้งสามแชมป์ในประเทศ มุ่งมั่นอย่างมากที่จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกให้ได้ ซึ่งพวกเขาก็มาดีเลยทีเดียว หลังผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่มี เรอัล มาดริด เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาก็ฝ่าด่าน ดอร์ทมุนด์ ได้แบบสนุก หลังพ่ายก่อนในเลกแรก ขณะที่รอบที่แล้ว เปแอสเช ทำท่าว่าจะโดน อตาลันต้า เขี่ยตกรอบ ทว่ากลับมาเป็นฝ่ายคว้าชัยได้แบบสุดดราม่า จากสองประตูช่วงท้ายเกมของ มาร์กินญอส และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง
        
* แอร์เบ ไลป์ซิก *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 32
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 17 เสีย 9
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สกอร์รวมสองนัด 4-0 (ชนะ 1-0 เกมเยือน, ชนะ 3-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : ติโม แวร์เนอร์ (ย้ายไป เชลซี แล้ว) และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (4 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบแบ่งกลุ่ม (ยูฟ่า ยูโรปา ลีก)
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2019/20) 

เซอร์ไพรส์มากๆ สำหรับ ไลป์ซิก ที่มาไกลจนถึงรอบตัดเชือก โดยนอกจากจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการซิวแชมป์กลุ่ม จี แล้ว พวกเขายังผ่านคู่แข่งในรอบ 16 ทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทัพ ได้อย่างง่ายดายด้วย และรอบก่อนรองฯ ถือเป็นไฮไลต์เลย เพราะสามารถโค่นทีมแกร่งอย่าง แอต. มาดริด ทั้งที่ไม่มีดาวยิงตัวเก่งอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งถือว่าน่าจับตามองเหลือเกินว่า ทีมของกุนซือหนุ่มไฟแรงอย่าง ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ จะไปไกลจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขันได้หรือไม่

* บาเยิร์น มิวนิค *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 2
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 9 เสมอ 0 แพ้ 0 ยิงได้ 39 เสีย 8
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม บี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ เชลซี สกอร์รวมสองนัด 7-1 (ชนะ 3-0 เกมเยือน, ชนะ 4-1 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2
        – ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (14 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบก่อนรองฯ
        – ผลงานดีสุดในชปล. : แชมป์ 5 สมัย (ได้ครั้งล่าสุดในซีซั่น 2012/13)   

เดินหน้าลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจสำหรับทัพ "เสือใต้" โดยผลงานในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ของพวกเขา ถือว่าโหดมากๆ เพราะคว้าชัยรวดมาตลอดเส้นทาง แถมกระซวกประตูคู่แข่งถึง 39 ลูก!!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรอบก่อนรองฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่ประวัติศาสตร์วงการลูกหนังต้องจารึกเลยทีเดียว หลังจากที่พวกเขารวมพลังกันไล่ขยี้ บาร์เซโลน่า แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 8-2 ดูแล้วฟอร์มแบบนี้ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค คงเริ่มฝันถึงแชมป์สมัยที่ 6 กันแล้ว  

* โอลิมปิก ลียง *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 17
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 3 ยิงได้ 14 เสีย 11
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : รองแชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่าน ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 (ชนะ 1-0 เกมเหย้า, แพ้ 1-2 เกมเยือน), รอบก่อนรองฯ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมมฟิส เดอปาย (6 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2009/10 และ 2019/20)   

นอกจาก ไลป์ซิก แล้ว ลียง ถือเป็นอีกทีมที่ทะลุเข้ามาถึงรอบตัดเชือกได้แบบเหนือความคาดหมาย โดยเริ่มตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ที่พวกเขาเบียดคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ได้แบบฉิวเฉียดในฐานะรองแชมป์กลุ่ม (แชมป์กลุ่มคือ ไลป์ซิก) พอมาถึงรอบ 16 ทีม ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า ลียง จะผ่าน ยูเวนตุส ได้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ แถมล่าสุดหักปากกาเซียน ฝ่าด่าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งในรอบก่อนรองฯ ได้อีก มาถึงจุดนี้แล้ว ทีมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย คงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถึงแม้รอบตัดเชือกต้องเจอกับ บาเยิร์น ก็ตาม

     * โปรแกรมการแข่งขันเกมรอบตัดเชือก *

– วันอังคารที่ 18 สิงหาคม : แอร์เบ ไลป์ซิก VS ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ 
– วันพุธที่ 19 สิงหาคม : โอลิมปิก ลียง VS บาเยิร์น มิวนิค, สนาม เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด