ศูนย์หน้าต่างชาติยิงกระจาย-ทีมยอดเยี่ยมไทยลีกนัดที่9

โฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมไทยลีกประจำสัปดาห์ที่ 9 มีแข้งคนไหนโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเข้าตากันบ้าง มาดูกัน

 ผู้รักษาประตู : ธณชัย หนูราช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ธณชัย มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม โชว์ช็อตเซฟยากๆ ไว้หลายครั้ง ช่วยสวาดแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในการเล่นไทยลีก

กองหลัง :  อมานี่ อากีนัลโด้ (ตราด เอฟซี)
เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากสำหรับปราการหลังทีมชาติฟิลิปปินส์ เก็บกวาดหน้าประตูให้ทีมได้ตลอดทั้งเกม ก่อนพาทีมเก็บคลีนชีตในเกมที่ ตราด บุกเอาชนะ เมืองทองฯ 1-0

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่โชว์ผลงานได้เข้าตามากๆ จังหวะสู้กับ แฮร์ลิสัน ไคออน ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี ก็ทำได้ดี พร้อมช่วย ช้างศึกยุทธหัตถี เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ปราการหลังกัปตันทีมสวาดแคทสู้กับเกมรุกของบุรีรัมย์ได้อย่างสนุกไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศหรือทางพื้นดินงานนี้ เฉลิมพงษ์ เก็บกวาดได้หมด

กองกลาง : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ผลงาน 2 แอสซิสต์ของเจ้าเต้ช่วยเขี้ยวสมุทรบุกมาแบ่งแต้มทีมฟอร์มแรงอย่างจ่าฝูงบีจีปทุมได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งจังหวะพาบอลไปกับตัวก็ยังทำได้ดีผลงานไม่มีตก

กองกลาง : โก ซุล กิ (การท่าเรือ เอฟซี)
เกมรุกดีไม่มีตก โก ซุล กิ มีส่วนร่วมช่วยการท่าเรือได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียกจุดโทษ ในเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เอาชนะ ระยอง เอฟซี 7-2

 กองกลาง : จุง เมียง โอ (สุโขทัย เอฟซี)
ในรูปเกมที่สุโขทัยเล่นเกมสวนกลับสู้กับแบงค็อก จุง เมียง โอ กองกลางชาวเกาหลีใต้ถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้โดดเด่นมาก ทั้งจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูก็มีให้เห็นหลายครั้ง แถมนัดนี้ยังมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกด้วย

กองกลาง : จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
ป่วนแนวรับแข้งเทพชนิดที่เรียกว่าไปไม่เป็น โดยเฉพาะการโต้กลับที่เล่นร่วมกับ อิบสัน เมโล่ ทำให้ทุกอย่างลงตัวมากๆ แถมเกมนี้ บาจโจ้ ยังทำได้ 1 สกอร์ พร้อมกับ 2 แอสซิสต์อีกด้วย

กองหน้า : อิบสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)
การเล่นเกมรุกของ อิบสัน เมโล่ สามารถโจมตีแนวรับ แข้งเทพ ได้ทุกจังหวะ รวมไปถึงการประสานงานกับบาจโจ้ที่ช่วยเพิ่มความอันตรายให้คู่แข่งขึ้นเป็นหลายเท่า ก่อนที่เกมนี้จบด้วยการที่ อิบสัน เมโล่ ทำ 2 ประตูช่วยให้ค้างคาวไฟยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 6

กองหน้า : เซร์คิโอ ซัวเรส (การท่าเรือ เอฟซี)
ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เซร์คิโอ ซัวเรส มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ก่อนที่เกมนี้สามารถทำประตูได้ 2 ลูก พาพสิงห์เจ้าท่าบุกถล่ม ระยอง เอฟซี 7-2

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิง 1 และจ่าย 1 ของ อัสซัมเซา ช่วยทัพสวาดแคทบุกกำชัยเหนือบุรีรัมย์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้โคราชบุกมาเก็บชัยชนะถึงถิ่นปราสาทสายฟ้าเป็นครั้งแรกในการเล่นไทยลีกอีกด้วย

พันธุกรรม, อาหาร สูตร(ไม่ลับ)เปลี่ยน อดาม่า ตราโอเร่ เป็นยอดนักเตะ

การเปลี่ยนแปลงรูปร่างเพื่อยกระดับความสามารถของตนเองเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักฟุตบอล โดย อดาม่า ตราโอเร่ ปีกตัวเก่งชาวสแปนิช รู้สึกซึ้งเป็นอย่างดีถึงเรื่องนี้ เพราะการที่มีร่างกายกำยำย่อมจะทำให้เขามีโอกาสประสบความสำเร็จในวงการลูกหนังมากขึ้น
    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แสดงให้เห็นแล้วว่าการพัฒนาร่างกายเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กับการพัฒนาฝีเท้า และเขาได้ปฏิบัติตามโปรแกรมในการฝึกฝนร่างกาย และทักษะลูกหนังอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับการกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างเคร่งครัดช่วยให้เขาสามารถยืนระยะในการเล่นฟุตบอลระดับสูงได้จนถึงปัจจุบัน

    แน่นอนว่า ตราโอเร่ ได้เห็นตัวอย่างที่ดีแบบนั้นแล้ว และทำให้เขารู้ว่าการที่จะเก่งในระดับสูงจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ โดย ปีกจากสโมสรวูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างที่ผอมบางสมัยเป็นนักเตะดาวรุ่ง จนกลายเป็นนักเตะร่างบึ้กความเร็วสูงที่ทำให้คู่แข่งในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีต้องเข็ดขยาด

    ความแข็งแกร่งของ ตราโอเร่ ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน เพราะเขาต้องใช้ความพยายาม และความอดทนอย่างมากในการออกกำลังกาย รวมทั้งการกินอาหารที่เหมาะสม ซึ่งนั่นทำให้เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าจนในที่สุดก็ได้ติดทีมชาติสเปน และได้เปิดตัวในนามแข้งทัพ "กระทิงดุ" ในแมตช์อุ่นเครื่องเสมอ โปรตุเกส แม้สกอร์จะ 0-0 แต่มันคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จในอนาคต

    ก่อนจะมาถึงวันนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ตราโอเร่ ในวัย 24 ปี เปิดเผยว่าเขามีรูปร่างแข็งแกร่งราวกับนักกล้าม (บางคนบอกนักรักบี้) ไม่ได้เกิดมาจากการยกเวท แต่มาจากการฝึกฝนร่างกายให้เหมาะสม และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
   
พันธุกรรมเปลี่ยนไม่เกี่ยวกับยกเวท

    เหตุผลสำคัญที่ทำให้ ตราโอเร่ มีรูปร่างราวกับนักเพาะกายไม่เกี่ยวกับการยกเวทเหมือนกับบุรุษเพศมากมายที่อยากหล่อเท่มีกล้าม ซิกซ์แพ็ค แต่มันเป็นเพราะพันธุกรรมของเขาที่ทำให้กล้ามเนื้อเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีสภาพร่างกายเหมือนกับ "ฮัลค์" ยักษ์เขียวในหนังฮีโร่มาร์เวล

    "เทรนเนอร์ส่วนตัวของผมแนะนำให้ผมออกกำลังกายในโรงยิม แต่ผมไม่ได้ยกเวทอะไรทั้งนั้น พันธุกรรมของผมมันเป็นแบบนั้น และมันทำให้กล้ามเนื้อของผมเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ ผมยังออกกำลังกายแบบอื่นๆ ด้วย แต่ละคนต้องปรับตัวในสิ่งที่เหมาะสมกับเขาเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด"

พันธุกรรม, อาหาร สูตร(ไม่ลับ)เปลี่ยน อดาม่า ตราโอเร่ เป็นยอดนักเตะ
    "ผมเน้นการฝึกซ้อมบริเวณแกนกลางลำตัวเยอะมาก ความลับก็คือการรู้จักกับรูปร่างของตัวคุณเอง และพยายามปรับการฝึกซ้อมเพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณ"

อาหารกุญแจสำคัญในการพัฒนาร่างกาย

    นอกจากการรู้จักร่างกายของตัวเองแล้ว กุญแจสำคัญที่คุณไม่ควรลืมก็คือเรื่องอาหารการกิน เพราะตามหลักความเป็นจริงแล้วอาหารมีส่วนสำคัญถึง 80 เปอร์เซนต์ ส่วนการออกกำลังกายเพียงแค่ 20 เปอร์เซนต์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ตราโอเร่ จึงได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของอาหาร รวมไปถึงการพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อให้กล้ามเนื้อได้ฟื้นฟูจากการฝึกซ้อมหนัก

    "ผมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการฝึกซ้อม, พักผ่อน และกินอาหาร แน่นอนว่าอาหารมีความจำเป็นและสำคัญมากๆ ผมพิจารณาว่ามันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อม การดื่มน้ำเปล่า แม้ว่าผมจะไม่ได้ดื่มอย่างเหมาะสมก็ตาม แต่น้ำมีความสำคัญมากๆ"

    "การรักษาระดับน้ำในร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักกีฬา ผมพยายามที่จะกินอาหารให้เยอะและหลากหลาย, เน้นสุขภาพ และสมดุล ผมสามารถกินข้าวผัดสเปน  และข้าวผัดมาลีนิดหน่อย พร้อมกับซอสถั่วและข้าวกล้อง เพื่อสุขภาพที่ดีเยี่ยม"

    "ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำขึ้นด้วยฝีมือของคุณแม่ผม ซึ่งท่านเป็นคนที่ทำอาหารได้อร่อยที่สุดในโลก หลังจากนั้นก็เหมือนกับนักกีฬาทุกๆ คน ผมมักจะเน้นการกินอาหารพวกพาสต้าของชาวอิตาเลียน"

การออกกำลังต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ

    ตราโอเร่ ซึ่งมักจะใช้ "เบบี้ออยล์" ทาที่แขนเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งเหนี่ยวรั้งเวลาที่เขากระชากบอล ยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกกำลังกายในโรงยิมว่าจะต้องมีการดีไซน์วิธีการใช้กล้ามเนื้อให้เหมาะสม เพราะป้องกันอาการบาดเจ็บ

    "ทุกอย่างต้องสมดุล ร่างกายของผมเปลี่ยนแปลงไปมันเกิดขึ้นตามวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็น ตอนที่ผมอายุ 15 ปี  ผมมีปัญหาหัวเข่าเนื่องจากเส้นเอ็นอักเสบซึ่งมันทำให้ผมไม่สามารถเล่นได้ตามเกมของผม หรือเร่งสปีดความเร็วได้ดั่งใจ"

    "หลังจากนั้นผมเริ่มแข็งแกร่งขึ้นจากการเข้ายิม ผมทุ่มเทอย่างเต็มที่ และต้องมีการออกกำลังกายแบบพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้ผมมีพละกำลังมากขึ้น  แต่มันยังเป็นการป้องการอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกีฬากลัวที่สุด"

เหตุผลปัด มาลี เพื่อเล่นให้ สเปน

    ตราโอเร่ มีโอกาสได้เล่นให้ สเปน เพียง 28 นาทีในเกมเสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ ที่กรุงลิสบอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดย อดีตเด็กฝึกบาร์เซโลน่า เติบโตในดินแดนกระทิงดุ แต่ก่อนที่จะสวมเสื้อให้กับทีมชาติสเปน เขาเคยได้รับการติดต่อจาก มาลี ประเทศบ้านเกิดของบิดามารดา

    อย่างไรก็ตาม ตราโอเร่ ปฏิเสธโอกาสนั้นเพราะหัวใจของเขามีความเป็นชาวสแปนิช และยังเคยเล่นให้กับ สเปน มาตั้งแต่ระดับเยาวชนในรุ่นยู-16, 17, 19 และ 21 "มีการติดต่อมาจาก มาลี เพราะผมมีเชื้อสายชารวแอฟริกัน และผมซาบซึ้งใจที่พวกเขาจดจำผมได้"

    "แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นชาวสแปนิช เพราะผมเกิดที่โรงพยาบาลที่นี่ และผมยังลงเล่นให้กับ สเปน ตั้งแต่ระดับเยาวชนมาตลอด ผมไม่สามารถปฏิเสธเชื้อสายแอฟริกันของตัวเองได้ แต่ผมรู้สึกถึงความเป็นชาวสแปนิช และผมภูมิใจได้ที่เปิดตัวกับ สเปน"

แมนยูว่าไง?บาร์เซโลน่าลดกระหน่ำราคาเดมเบเล่หวังขายขาด

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ บาร์เซโลน่า บอกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าพร้อมขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าตอนที่พวกเขาดึงแข้งเลือดน้ำหอมมาร่วมทีมเยอะ

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน แจ้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าพวกเขาพร้อมที่จะขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้กับอีกฝ่ายในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ เดมเบเล่ อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมขาย เจดอน ซานโช่ ได้ จนหันมาพิจารณาทางเลือกอื่น โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งใจจะขอยืมตัวและยังพร้อมที่จะใส่อ็อปชั่นซื้อขาดเขาด้วย

อย่างไรก็ตาม เดอะ มิร์เรอร์ แฉว่าทั้ง บาร์เซโลน่า และ เดมเบเล่ ไม่สนใจที่จะให้ข้อเสนอเป็นในรูปแบบยืมตัว ถึงกระนั้น ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็ยินดีที่จะขายขาดเขาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ของปีนี้เลย เพราะจะได้เอาเงินไปใช้ในการทำทีมต่อไป โดยที่จริงเงิน 60 ล้านปอนด์ ถือว่าจะทำให้ บาร์เซโลน่า ขาดทุนราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) ด้วยซ้ำ เพราะตอนปี 2017 พวกเขาจ่ายไปถึง 95 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) เพื่อดึงดาวเตะชาวฝรั่งเศสมาจาก ดอร์ทมุนด์

 

แข้งลิเวอร์พูลโพสต์เหมือนจวกอาเดรียน

ไม่รู้ว่ารอบนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล หรือไม่ หลังจาก มาร์โก กรูยิช มิดฟิลด์ที่โดนปล่อยไปเล่นกับ ปอร์โต้ แบบยืมตัว โพสต์ราวกับว่าจะเฉ่ง อาเดรียน หลังจากที่อีกฝ่ายเล่นพลาดในเกมที่พ่าย วิลล่า
    มาร์โก กรูยิช กองกลาง ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้โดนปล่อยไปเล่นกับ เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยสัญญายืมตัวนั้น เหมือนจะโพสต์ตำหนิ อาเดรียน ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมออกไปแพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 ถึงสนาม วิลล่า พาร์ค ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    อาเดรียน ได้ลงเล่นนัดดังกล่าวแบบคาดไม่ถึงหลังจากที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารมือ 1 ของทีมเจ็บไหล่กะทันหันตอนซ้อม แต่เขาก็เล่นพลาดจนทำให้ทีมเสียประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 4 หลังจากผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้ไม่ดีจนสุดท้าย วิลล่า ได้ประตูจาก โอลลี่ วัตกิ้นส์ โดยสุดท้ายวันนั้น วัตกิ้นส์ ทำแฮตทริกได้ด้วย

    ทั้งนี้ กรูยิช ได้โพสต์ตอบเรื่อง วัตกิ้นส์ ลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง โดยเขาพิมพ์ว่า "ช่วง 2 เกมแรกน่ะเขาเล่นแย่จนเข้าขั้นจืดจางจัดๆ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจถอดเขาออกในเกม แฟนตาซี สุดท้ายทุกคนก็รู้กันดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น" แต่หลังจากนั้นเขาก็พิมพ์เพิ่มว่า "เขาอาจจะทำให้อาชีพการเล่นของ อาเดรียน กับ แอลเอฟซี จบลงไปด้วยก็ได้" แถมยังใส่อีโมจิรูปยิ้มแบบมุมปากด้วย

แฟนหงส์สบายใจ!ติอาโก้โพสต์รูปพ้นกักตัวโควิดแล้ว

งานนี้ทำเอาสาวกเดอะ ค็อป สบายใจกันถ้วนหน้า เมื่อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า พ้นช่วงกักตัวจากไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 เมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา และต้องกักตัวเอง 10 วันตามระเบียบของรัฐบาลสหราชอาณาจักร จนทำให้เจ้าตัวพลาดการลงสนามในเกมกับ อาร์เซน่อล และ แอสตัน วิลล่า รวมถึงโปรแกรมทีมชาติสเปน ในช่วงเวลานี้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ติอาโก้ ได้โพสต์ภาพตัวเองผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยเป็นรูปที่เขาเดินในเมือง ลิเวอร์พูล พร้อมแคปชั่นว่า ‘Liverpool walks’ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ติอาโก้ หายจากเชื้อไวรัสนี้แล้ว และพ้นช่วงเวลากักตัว 10 วันเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับ ติอาโก้ เพิ่งลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล เพียง 45 นาทีเท่านั้นในเกมที่บุกชนะ เชลซี 2-0 เมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยเกมต่อไปของทีมคือการออกไปทำศึก เมอร์ซี่ย์ ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ กับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีโอกาสสูงที่ กองกลางกระทิงดุ จะมีชื่อติดทีมในเกมนี้

ยุติดราม่า! “รามอส” ชักภาพร่วมโด้หลังเกมอุ่นเกือก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ แมตช์อุ่นเกือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันว่าความบาดหมางที่ไม่คุยกันมานาน 2 ปีไม่มีอีกต่อไปแล้ว
               เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เรอัล มาดริด โพสต์ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการยุติประเด็นดราม่ากรณีที่มีการแฉว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้พูดคุยกันมานาน 2 ปี หลังจบแมตช์ที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส 0-0 เกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

              ก่อนหน้าแมตช์นี้มีการแฉกันสนั่นโลกว่า รามอส กับ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นร่วมกันที่ เรอัล มาดริด ไม่คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ชาวโครเอเชีย คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ เมื่อปี 2018 เนื่องจากไม่พอใจปฏิกิริยาที่แสนเย็นชาของ "ซีอาร์ 7" หลังจากที่เจ้าตัวพลาดได้รางวัลทรงเกียรติ

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยุติข้อพิพากต่างๆ รามอส ได้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งทั้งคู่ได้โชว์เสื้อแข่งหมายเลข 7 ทีมชาติโปรตุเกสของ "เฮียโด้" โดยงานนี้ เปเป้ กองหลังฝอยทองที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนในทัพ "ราชันชุดขาว" ก็อยู่ในเฟรมเพื่อเป็นสักขีพยานด้วย

             กัปตันทีม "โลส บลังโกส" โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่าน "เฟซบุ๊ค" สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า "เรายังอยู่ที่นี่…และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนๆ ของคุณ เรายังอยู่ใกล้ๆ กัน….และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามา ! มันช่างมีความสุขที่ได้พบกับพวกนาย, เหล่าเพื่อนผองของผม @Cristiano Ronaldo @Pepe."

 

เผยเหตุผล “คล็อปป์” ตวาดแข้งสำรองลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ไม่ปลื้มนักเตะสำรองบางคนที่แสดงอาการดีใจที่เห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น แนวรับเชลซี โดนไล่ออกก่อนหมดครึ่งแรกในเกมที่ "หงส์แดง" กำราบ "สิงห์บลูส์" 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมตวาดใส่ลูกทีมอย่าหาทำพฤติกรรมซ้ำเติมเพื่อนร่วมอาชีพอีกเด็ดขาด

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ตำหนิลูกทีมของตนในซุ้มม้านั่งสำรองที่แสดงอาการดีใจหลังเห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กชาวเดนมาร์ก โดนไล่ออก ในเกมที่ "หงส์แดง" บุกทุบ เชลซี 2-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ค่อนข้างสูสีกันมากๆ แม้แชมป์เก่าจะครองเกมได้เหนือกว่า อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อ คริสเตนเซ่น เจตนาดึง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะหลุดเข้าไปดวลกับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าบ้าน ทำให้ พอล เทียร์นี่ย์ กรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ โดยตอนแรกนักเตะโดนใบเหลืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเช็ควีเออาร์อย่างละเอียดแล้ว เทียร์นี่ย์ ตัดสินใจเปลี่ยนคำตัดสินโดยแจกใบแดงแทน ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องมีผู้เล่นเหลือแค่ 10 คนก่อนพักครึ่ง ที่สำคัญในจังหวะนั้นเองมีนักเตะ "เดอะ เร้ดส์" บางคนที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แสดงอาการดีใจออกนอกหน้าทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮ

สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ คล็อปป์ อย่างมาก โดย จูเลี่ยน ลอเรนส์ ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสนามรายงานว่าในช่วงเวลานั้น กุนซือเลือดด๊อยท์ช ที่ยืนอยู่บริเวณเส้นข้างสนามหันกลับไปมองรอบๆ และตะโกนว่า "พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน ? เราไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้น โอเคไหม ?"

ทั้งนี้จากการที่ คริสเตนเซ่น โดนไล่ออกทำให้รูปเกมของ เชลซี ที่เป็นรองอยู่แล้วยิ่งอาการหนักเข้าไปใหญ่ และในครึ่งหลังพลพรรค "เครื่องจักรสีแดง" จัดการซัด 2 ประตูจาก มาเน่ ทำให้พวกเขาบุกมาเก็บ 3 คะแนนสำคัญถึงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ก่อนหน้าซุ้มม้านั่งสำรองของ ลิเวอร์พูล เคยมีปัญหากับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มาแล้วในเกมที่ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดย "แลมพ์ส" ไม่พอใจการแสดงพฤติกรรมที่ดีใจออกนอกหน้าของสตาฟฟ์ "หงส์แดง" จนเปิดสงครามน้ำลายกับ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ช จนทำให้ คล็อปป์ ต้องเข้ามาห้ามทำ ก่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย

 

เอวร่าสุดเศร้าเห็นแมนยูเล่นแล้วหดหู่-กระตุ้นซื้อเพิ่ม

ปาทริซ เอวร่า ยอมรับอย่างเต็มอกว่าตัวเองรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่าย คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเรียกร้องให้ทีมเก่าเสริมตัวผู้เล่นเข้ามาใหม่เพิ่มเติม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคารังต่อ คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งรูปเกมที่ออกมา ‘ปีศาจแดง’ มีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่เกิดคำถามว่าต้องเสริมทัพกองหลังรายใหม่เข้ามาหรือไม่

ในเรื่องนี้เอง ปาทริซ เอวร่า อดีตแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์ หลังจบเกมว่ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่จะพูดถึงทีมเก่าของตัวเองและรู้สึกได้ว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร "ทุกๆ อย่างมันหายไปหมด โดยเฉพาะความสามัคคี"

 "ผมพูดไม่ได้หรอกว่า เกมแรกมันจะเป็นข้ออ้าง คริสตัล พาเลซ ไม่มีความกลัวและบุกมาเยือนเพื่อเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด"

"มีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร อย่างเรื่องการซื้อ-ขายที่ทีมไม่ทำอะไรเลย"

"มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนฉายภาพซ้ำ และผมก็เหนื่อย ผมเป็นคนที่คิดบวกนะแต่ผมรู้สึกเหนื่อยล้ามากหลังเกมแรกของซีซั่น ซึ่งก็ขอให้แฟนๆ แมนยู โชคดีละกัน"

นอกจากนี้ อดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสยังเผยว่าซีซั่นนี้อาจจะเป็นปีที่ยากลำบากของสโมสร และเสริมด้วยว่าบรรดาแฟนบอลรู้สึกผิดหวังกับเรื่องการซื้อ-ขายในตลาดซัมเมอร์นี้ "มันจะเป็นเรื่องยากในซีซั่นนี้ อย่างที่เราเห็นกันในตลาดซื้อ-ขาย แฟนๆ ยูไนเต็ดหลายคนต่างผิดหวัง"

"ผมคิดว่าเราทำผลงานในโซเชียลมีเดียกับตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้มากกว่าการเล่นในสนามซะอีก เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่ได้ซื้อนักเตะคนไหนมาร่วมทีมเลย หรืออย่างน้อยก็ได้แค่ ฟาน เดอ เบ็ค "

"แต่เราต้องการมากกว่านี้ หลังได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผมยังคาดหวังมากกว่านั้น ซึ่งก็เหมือนที่แฟนๆ ยูไนเต็ดส่วนใหญ่คิดแหละ"

จะวุ่นไหม?เอเยนต์ฟานเดอเบ็คจวกแมนยูหนัก

ซยาค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกโรงเฉ่ง "ปีศาจแดง" ที่ส่งนักเตะในความดูแลของตนลงสนามในช่วงท้ายเกมของนัดที่เฉือน ไบรท์ตันฯ แบบหวุดหวิด พร้อมบอกว่าที่จริงวันนั้นทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ควรจะแพ้แบบขาดลอยด้วยซ้ำ
    ซยาค ซวาร์ต เอเยนต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำหนิ "ปีศาจแดง" ที่มาส่งดาวเตะชาวดัตช์ลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาบุกไปเฉือนชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

    หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพด้วยค่าตัวรวม 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,560 ล้านบาท) หลายคนก็มองว่าเขาน่าจะทำให้เกมรุกของ "ปีศาจแดง" ดูดีขึ้น แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมลีกเลย โดยในนัดแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เขาต้องรอจนถึงนาทีที่ 67 กว่าที่จะได้ลงสนาม และวันนั้นเขาก็ทำประตูได้ด้วย

    ส่วนเกมกับ ไบรท์ตันฯ กว่าที่ ฟาน เดอ เบ็ค จะได้ลงเล่นก็ต้องรอถึงนาทีแรกของการทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งหลัง แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้ทีมชนะเช่นกันหลังจากทำให้ทีมได้ลูกเตะมุมก่อนที่จะนำไปสู่การทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลูกจุดโทษ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็ยิงลูกจุดโทษลูกนั้นเข้าไป อย่างไรก็ตาม ที่จริงเกมนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะเสียประตูหลายครั้งเหมือนกัน โชคดีที่ ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานหลายหนจนทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอดตายมาได้

    ซวาร์ต ให้สัมภาษณ์กับ โฟตบอลพริเมอร์ สื่อของฮอลแลนด์ว่า "ผมไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนตัวอย่างนั้นเลย ถ้าเป็นผมน่ะผมคงไม่ทำหรอก ส่งเขาลงไปเล่นในตอนที่เหลืออีกแค่ 4 นาทีเนี่ยนะ ถ้าทำอย่างนั้นสู้ให้ผมนั่งไปจนจบเกมยังดีซะกว่า ผมต้องบอกเลยว่าวันนั้นเขาทำได้ดี 3 อย่าง ที่จริงลูกจุดโทษซึ่งเป็นประตูชัยเองมันก็มาจากเขาเช่นกัน แต่ถ้าดูตามรูปเกมปกติแล้วน่ะวันนั้นพวกเขาควรจะแพ้สัก 1-7 ด้วยซ้ำ วันนั้น ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานไปตั้ง 5 ครั้ง พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) มีทีมที่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นมันไม่ควรจะเกิดกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

มือขวาคล็อปป์จวกแฟนลิเวอร์พูลด่าวิลเลี่ยมส์รุนแรง

ตำหนิแฟนบอลของทีมบางส่วนที่เคยพูดจาร้ายๆ ใส่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กขวาดาวรุ่ง พร้อมบอกว่ารุ่นพี่ภายในทีมอย่างเช่น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คอยพูดให้กำลังใจ วิลเลี่ยมส์ ตลอดช่วงที่ผ่านมาด้วย

ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม ลูตัน ทาวน์ 7-2 นั้น มีจังหวะหนึ่งที่ วิลเลี่ยมส์ เสียการครองบอลจนนำไปสู่ประตูของ ลูตัน ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นเพียงประตูที่ทำให้เจ้าถิ่นตีไข่แตกได้พร้อมกับทำให้สกอร์กลายเป็น 5-1 แต่แข้งวัย 19 ปีก็โดน "เดอะ ค็อป" บางส่วนตำหนิอย่างหนักบนโลกออนไลน์ และเขาก็เหมือนจะเสียขวัญจากคำด่าเหล่านั้นเหมือนกัน เพราะหลังจากนั้นเขาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์กับรูปหัวเพจ ทวิตเตอร์ ของตัวเองเป็นสีดำเลย

ลินเดอร์ส เผยว่า "มันไม่ใช่ธุระกงการของผมที่จะมาแสดงความเห็นเรื่องโซเชียลมีเดีย สิ่งเดียวที่ผมพูดได้ก็คือการด่ากันแบบนี้เป็นเรื่องที่ผิด ส่วนข้อสองน่ะนะ ถ้าคุณไม่หนุนหลังคนในทีมน่ะมันก็ไม่ถือว่าคุณเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล หรอก ถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมันก็หมายความว่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากน่ะคุณต้องคอยอยู่เคียงข้างคนอื่นๆ ด้วย"

 "สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบากก็คือพวกเขา (นักเตะ) ต้องได้รับความรู้สึกว่าพวกเขายังได้รับความเชื่อมั่นจากคนอื่นแบบเต็มเปี่ยมถ้าหากมีคนมาพูดเรื่องที่ไม่เหมาะสมหรือพูดแบบผิดๆ เกี่ยวกับพวกเขา ที่จริงบางครั้งมันไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาเป็นคำพูดก็ได้ แต่สิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากก็คือ เทรนท์ ได้พูดกับเขา, เฟอร์กิล ได้พูดกับเขา, ร็อบโบ้ ได้พูดกับเขา"

"นั่นคือวิธีที่เราคอยช่วยเหลือกันและกัน นั่นทำให้เราแตกต่างไปจากคนอื่น เราให้นักเตะในทีมไปคุยกับเขา เรามีผู้จัดการทีมที่คอยคุยกับเขา นั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องเจอ แต่ผมขอย้ำอีกครั้งนะว่าคุณไม่ควรหมกมุ่นกับทั้งคำชมหรือคำตำหนิมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำตำหนิมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะดาวรุ่งเลย (ถ้าหมกมุ่นกับมันมากเกินไป)"