ตามคาด!เรอัลมาดริดดึง “โอเดการ์ด” คืนทัพ

คอนเฟิร์มแล้ว… มาร์ติน โอเดการ์ด มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาตินอร์เวย์ เตรียมกลับมาเล่นให้ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลหน้า หลังยกเลิกสัญญายืมตัวกับ เรอัล โซเซียดาด กลางคันเรียบร้อย
               เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ได้ทำการดึงตัว มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลางดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์ กลับมาจากสัญญายืมตัวที่ เรอัล โซเซียดาด สโมสรคู่แข่งร่วมลีก ก่อนกำหนดเรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

               โอเดการ์ด ย้ายไปเล่นให้ โซเซียดาด ภายใต้สัญญายืมตัว 2 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2019/20 โดยลงเล่นให้ทีมดังแห่งแคว้นบาสก์รวมทุกรายการ 36 นัด ทำได้ 7 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ จน ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช "ราชันชุดขาว" ต้องการที่จะดึงตัวมาใช้งานในฤดูกาลหน้า

               ล่าสุด โซเซียดาด คอนเฟิร์มผ่าน ทวิตเตอร์ อย่างเป็นทางการของสโมสรแล้วว่า โอเดการ์ด จะกลับไปค้าแข้งในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว สำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 พร้อมอวยพรให้ ดาวเตะชาวนอร์วีเจี้ยนวัย 21 ปี พบกับความโชคดีในอนาคต
   
                ทั้งนี้ โอเดการ์ด ย้ายจาก สตรอมส์ก็อดเซ็ต สโมสรในลีกบ้านเกิด มาร่วมทีม เรอัล มาดริด ตั้งแต่ปี 2015 โดยเริ่มต้นด้วยการอยู่ทีม เรอัล มาดริด กาสตีย่า ซึ่งขณะนั้นมี ซีดาน คุมทัพ

เผยแล้วลิเวอร์พูลเล็งใครหลังจ่อเสียลอฟเรน

เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของอังกฤษ ระบุ ลิเวอร์พูล ติดต่อไปหา ชาลเก้ เพื่อถามเกี่ยวกับการขอซื้อ โอซาน คาบัค ปราการหลังอนาคตไกลมาเสริมแกร่ง โดยเชื่อกันว่าค่าตัวของเขาอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์
     ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 ติดต่อไปยัง ชาลเก้ 04 เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอคว้าตัว โอซาน คาบัค กองหลังดาวรุ่งไปร่วมทัพ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    แม้ว่าจะได้แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แต่ ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเสริมตัวเลือกในแนวรับ หลังจากตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินขั้นตอนขาย เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังประสบการณ์สูงให้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังของรัสเซีย

    ทั้งนี้ ชาลเก้ อาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องขายนักเตะด้วย หลังจากพวกเขากำลังเจอกับปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก โดยเป็นที่เชื่อกันว่า ชาลเก้ ต้องการเงินราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการขาย คาบัค ซึ่งในตอนนี้ ลิเวอร์พูล มองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังสูงเกินไป

    เดลี่ เมล เสริมว่า ชาลเก้ อาจจะยอมผ่อนปรนให้ด้วยการลดจำนวนเงินที่ ลิเวอร์พูล ต้องจ่ายในทันที แต่ถ้าเป็นในกรณีนั้น "ราชันสีน้ำเงิน" ก็ต้องการให้มีเงื่อนไขโบนัสที่จะทำให้ค่าตัวรวมของ คาบัค เป็น 40 ล้านปอนด์อยู่ดีเช่นกัน

    สำหรับ คาบัค นั้น เพิ่งย้ายจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท มาอยู่กับ ชาลเก้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน และแข้งวัย 20 ปีก็กลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีมได้ทันที โดยมีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตามให้ความสนใจในตัวดาวเตะเลือดเติร์กตลอดช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน

ตัวเลขมหัศจรรย์หลังเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลาลีกา

เปิดตัวเลขน่ารู้ของ เรอัล มาดริด หลังประกาศศักดาซิวแชมป์ ลา ลีกา เรียบร้อย

    ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด พา "ราชันชุดขาว" ผงาดคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน ฤดูกาล 2019/20 ได้สำเร็จ หลังจากเปิดบ้านเฉือนชนะ บียาร์เรอัล 2-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เรอัล มาดริด มีคะแนนเพิ่มเป็น 86 แต้ม จากการลงแข่ง 37 นัด ทิ้งห่าง บาร์เซโลน่า ที่พลาดท่าแพ้ โอซาซูน่า คาบ้าน 1-2 ถึง 7 แต้ม โดยเกมปิดซีซั่นของ "ราชันชุดขาว" คือการบุกไปเยือน เลกาเนส วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.นี้

    สำหรับการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ของ เรอัล มาดริด มีสถิติและตัวเลขอะไรที่น่าสนใจบ้างไปดูกันได้เลย

        0 – เรอัล มาดริด ไม่แพ้ บาร์เซโลน่า เลยในซีซั่นนี้ แถมยังไม่เสียประตูจาก 2 นัดที่เจอกันอีกด้วย (เสมอ 0-0, ชนะ 2-0) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทำได้นับตั้งแต่ฤดูกาล 1974/75

        2 – ซีดาน พา "ราชันชุดขาว" คว้าแชมป์ ลา ลีกา ได้เป็นสมัยที่ 2 ในการคุมทีมของตัวเอง หลังหนแรกได้เมื่อฤดูกาล 2016/17

 

        11 – นี่เป็นการคว้าแชมป์รายการที่ 11 ของ ซีดาน ในฐานะกุนซือ เรอัล มาดริด

        19 – ซีดาน คุม มาดริด 209 เกม ได้ไป 11 แชมป์ หรือคิดเฉลี่ยได้แชมป์ทุกๆ 19 เกม โดยมีแค่ มิเกล มูยอซ ที่ได้แชมป์มากกว่าที่ 14 รายการจากการคุม 605 เกม

        21 – แฟร์กล็อง เมนดี้ เป็นนักเตะคนที่ 21 ของ เรอัล มาดริด ที่ทำประตูได้ในฤดูกาลนี้ ส่งผลให้เป็นทีมที่มีนักเตะแตกต่างกันที่ทำประตูได้เยอะสุดในซีซั่นเดียว

 

        22 – เซร์คิโอ รามอส และ มาร์เซโล่ ได้แชมป์ 22 รายการร่วมกับ เรอัล มาดริด ทำให้ตอนนี้เป็นรองแค่ ปาโก้ เจนโต้ ที่ได้แชมป์มากกว่า (23)

        34 – เรอัล มาดริด ได้แชมป์ ลา ลีกา เป็นสมัยที่ 34 มากสุดในลีก ขณะที่ บาร์เซโลน่า ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 26 สมัย

        79 – บาร์เซโลน่า เก็บได้ 79 คะแนนหลังผ่านไป 37 นัด ซึ่งน้อยสุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2007/08 (64) ที่จบด้วยอันดับ 3

ราชบุรี กับความเป็นไปได้ในถ้วยเอเชีย

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า ราชบุรี จะติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนน

เพราะสถานะ “ราชันมังกร” เป็นเพียงสโมสรระดับกลางกึ่งบน ห่างไกลคำว่า “แชมป์ลีก” เป้าหมายหลักถูกเบนเข็มไปหา “ฟุตบอลถ้วย” ซึ่งทำได้ดีสุดแค่ “พระรอง” อยู่ร่ำไป
จนช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดแรก ราชบุรี กลายเป็นทีมที่หักปากกากูรูอย่างเต็มปัง หลังออกสตาร์ทด้วยผลงานชนะรวด 4 นัด ดีสุดในรอบ 8 ปีสโมสร มีแต้มเทียบเท่า ทรู แบงค็อกฯ จ่าฝูงของตาราง เป็นรองเพียงลูกได้เสีย

แม้จากนั้นไม่นานไวรัสโควิดจะพรากฟุตบอลไทยให้แช่แข็งไปหลายเดือน แต่อีกมุมกลับกลายเป็น “ผลดี” สำหรับ ราชบุรี

เพราะทำให้ไทยลีกไม่สามารถแข่งขัน-จบฤดูกาล ตรงตามปฏิทินลูกหนังที่วางไว้ และในช่วงปลายปี สมาคมฟุตบอลไทยฯ ต้องส่งรายชื่อ 4 ทีม ไปเล่นในศึก AFC champions league 2021 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่สโมสรจากไทยได้โควตา 2+2  ทำให้สมาคมตัดสินใจใช้วิธีส่งชื่อ 4 ทีมไปเล่นถ้วยเอเชีย โดยวัดผลงานหลังจบ 15 นัดแรก

นั่นหมายถึงโปรแกรมหา 4 สโมสรไปโลดแล่นใน AFC champions league ถูกลดไปกว่าครึ่ง และ ราชบุรี ที่นั่งรองจ่าฝูงขณะนี้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ทว่าภารกิจที่เหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายของ ราชันมังกร คือ หลังไทยลีกกลับมาแข่งขัน เขาจะรักษา “มาตรฐาน” ทีมเหมือน 4 นัดแรกได้แค่ไหน

เพราะเอาเข้าจริงหากเทียบเคียงทรัพยากรนักเตะ 4 อันดับแรกเวลานี้ ราชบุรี ล้วนเป็นรองทีมอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ที่แข้งระดับทีมชาติคุณภาพคับแก้ววิ่งชนกันเต็มทีม การท่าเรือ หรือ บีจี ปทุมฯ ที่ช้อปแหลกไม่สนโควิด ผู้เล่นเกรดเอ-บี มีให้เลือกใช้แบบที่ส่งแข่ง 2 ทีมได้สบาย

ยังไม่นับรวมยักษ์ที่รอวัน “ตื่น” อย่างแชมป์เก่า สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

ทำให้เป็นงานหินพอควรสำหรับ ราชบุรี ในการรักษาสถานะอันดับ 1 ใน 4 ไปจนถึงอีก 11 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ดีในมุมผู้เขียน ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ทีมเมืองโอ่ง จะสร้างประวัติศาสตร์ ในการไปเล่นบนถนนสายเอเชีย

จุดแข็งที่ ราชันมังกร มีเหนือกว่าทุกทีมในไทยลีก ในช่วง 4 นัดแรกคือ “ระบบทีม” ที่ค่อนข้างปึก ผู้เล่นเก่า-ใหม่ ต่างเข้าใจแท็คติกของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ไม่ว่าจะถูกจับสลับเปลี่ยนเล่นในแบบแผนไหน

มีกองหลังปึก กองกลางที่สร้างสรรค์เกมได้หลากหลายรูปแบบ กองหน้าที่มีความเร็ว และความคม การเข้าทำน้อยจังหวะ แต่เฉียบขาดและรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ทีมเวิร์ค ราชบุรี กลายเป็นจุดแข็งกลบเรื่องศักยภาพนักเตะที่ด้อยกว่าบรรดา “บิ๊กทีม” ด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากคือ ราชบุรี เป็นสโมสร ที่ใช้โควตาแข้งต่างชาติได้ “คุ้มค่า” ที่สุดในไทยลีกจาก 4 นัดแรกที่แข่งขันกันไป

โย ซัง-แฮ เข้ามาเติมเต็มในแผงหลังจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้อย่างลงตัว
ลอสเซมี คาราบูเอ กองกลางที่บู๊ไม่มีถอย เปลี่ยนบอลตรงกลางเป็นเกมรุกได้เนียนตา และเติมขึ้นไปทำประตูได้
สตีเฟ่น ล็องจิล หมอนี่ไม่ได้มีแค่ความเร็วเป็นทีเด็ด แต่ยังมีลูกครอสที่แม่นยำสร้างอันตรายได้ตลอด
ยานนิก โบลี คือเครื่องจักรสังหารผู้ทำประตูได้ทุกรูปแบบในกรอบเขตโทษ

4 คนนี้คือแกนหลักในบรรดาตัวจริงโควตาต่างชาติที่ถูกส่งลงสนาม

ขณะที่ม้านั่งสำรองพวกเขามีโควตาอาเวียนชั้นดีอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ยังไม่นับรวมถึง ลุค วู๊ดแลนด์ และแข้งใหม่อย่าง จัสติน มิเกล บาส ที่เป็นอีกตัวเลือก

สิ่งที่พอหยิบมาตอบแทนข้อเขียนข้างบนได้ คงเป็นผลงาน 4 นัดแรกที่ทีมชนะรวด และถลุงคู่แข่งไปถึง 9 ประตู โดยทั้งหมดเกิดจากการมีส่วนร่วมของนักเตะต่างชาติทั้งสิ้น ขาดไปเพียงประตูเดียวที่เกิดจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง

ชนะ ตราด เอฟซี 2-0
สตีเฟ่น ล็องจิล ครอสให้ ยานนิก โบลี โขก
ฆาเบียร์ ปาตินโญ เรียกจุดโทษ ฟิลิป โรเลอร์ ยิง

ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1
จักรพันธ์ พรใส แอสซิสต์ให้ ยานนิก โบลี หลุดไปยิง
ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ชิ่งต่อให้ ยานนิก โบลี ยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ลอสเซมี คาราบูเอ เติมขึ้นมาซัด
เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ผ่านให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่แปะต่อให้ ฟิลิป โรเลอร์ หลุดไปยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเหน่ง ๆ

ชนะ นครราชสีมา 1-0
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ โหม่ง

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นต่างชาติ ราชบุรี เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับทีม โดยมีผู้เล่นไทยอย่าง จักรพันธ์ พรใส, จิตปัญญา ทิสุด หรือ ฟิลิป โรเลอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์เกมให้ไหลลื่น

มันคือ “ความลงตัว” ของแข้งต่างชาติ ที่เหนือกว่าสโมสรอื่น ณ เวลานี้

อย่างที่บอกไป จนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หากแข้งหลักที่ว่ามาไม่เจอตลกร้ายปัจจัยภายนอก หรืออาการบาดเจ็บเล่นงาน และรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ดัง 4 เกมแรก ถนนสู่ AFC champions league สำหรับ ราชบุรี

ก็มีความเป็นไปได้      

เปเรซตอบชัดเรอัลมาดริดทุ่มเงินเสริมทัพหรือไม่

ฟลอเรนติโน่ เปเรซ บิ๊กบอส เรอัล มาดริด เปิดปากเอง หลังจบฤดูกาลนี้ "ราชันชุดขาว" จะไม่มีการทุ่มเงินไปกับการเสริมทัพแน่นอน เพราะทีมได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้การเงินมีปัญหา

    ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธาน เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน กล่าวว่าทีมของตนจะไม่ทุ่มเงินเสริมทัพในช่วงหลังจบฤดูกาล 2019-20 แต่อย่างใด

    มาดริด เพิ่งคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ขณะเดียวกันตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาก็มีข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่น ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ไค ฮาแวร์ทซ์ ดาวเตะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นต้น

    เปเรซ เผยว่า "ไม่ล่ะ (หมายถึงจะไม่มีการทุ่มเงินเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้) สถานการณ์ในตอนนี้มันแย่มากๆ มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าคุณอุตส่าห์ขอให้นักเตะยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อช่วยสโมสรรับมือกับปัญหาแต่แล้วไปทุ่มเงินซื้อใครมาร่วมทีม เรื่องนั้นสามารถรอได้ มาดริด จะซื้อนักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมอีกครั้งเมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว"

เรอัลมาดริดขอหนีบาร์ซ่า! “เบนซ์” จ้องเฝ้าพังตาข่ายอลาเบส

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เล็งสามคะแนนจากเกมนี้ หลังถูก บาร์เซโลน่า จี้ตามเข้ามาเหลือแต้มเดียว คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าเจ้าบ้านอาสาซัดสกอร์ทีมเยือน อลาเบส ที่ดิ้่นรนหนีตายช่วงท้ายซีซั่น ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
เรอัล มาดริด (1) – อลาเบส (17)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

    ซีเนดีน ซีดาน จะขาด ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับมาใช้ เอแดร์ มิลิเตา ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน

    ส่วนแบ็กขวาจะโยก แฟร์กล็องด์ เมนดี้ มาเล่น และใช้ มาร์เซโล่ ยืนแบ็กซ้าย แดนกลาง อีสโก้ จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ เอแด็น อาซาร์ เจ็บข้อเท้า ยังไม่น่าจะฟิตทัน เช่นเดียวกับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม

    อาเซียร์ การีตาโน่ ยังไม่มี เฟร์นานโด ปาเชโก้ นายทวารมือหนึ่งที่ยังเจ็บทำให้ โรเบร์โต้ คิมิเนซ จะลงเฝ้าเสาต่อไป

    ส่วนในแนวรับแบ็กซ้ายไม่มี รูเบน ดูอาร์เต้ กระดูกนิ้วแตก ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการโยกเอา อาเดรียน มาริน จากแบ็กขวามายืนแทน แล้วเติม ชิโม่ นาบาร์โร่ มาเล่นแบ็กขวา, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ลิซานโดร มากายาน จะยืนกับ บิคตอร์ ลากวาร์เดีย
 
    ในแผงกองกลาง โตมัส ปีน่า ลงเล่นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ บิคตอร์ กามาราซ่า ริมเส้นเป็น อเล็กซ์ บีดาล ขึ้นเกมทางด้านขวา ฝั่งซ้ายมี หลุยส์ รีโอฆา ลงลากเลื้อย ส่วนคู่หน้าจะเป็น ลูกัส เปเรซ ยืนกับ โฆเซลู ซาน มาร์ติน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้-อีสโก้-วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

อลาเบส (4-4-2) โรเบร์โต้ ฆิมิเนซ-ชิโม่ นาบาร์โร่, ลิซานโดร มากายาน, บิคตอร์ ลากวาร์เดีย, อาเดรียน มาริน-อเล็กซ์ บีดาล, โตมัส ปีน่า, บิคตอร์ กามาราซ่า, หลุยส์ รีโอฆา-ลูกัส เปเรซ, โฆเซลู ซาน มาร์ติน

แช่งราชัน! บาร์ซ่าต้องชนะเท่านั้น “เมสซี่-ซัวเรซ” พร้อมกระหน่ำโอซาซูน่า

แชม์เก่า บาร์เซโลน่า ไม่มีทางเลือกต้องคว้าชัยให้ได้ก่อนแล้วลุ้นให้ เรอัล มาดริด แพ้เพื่อจะลุ้นในเกมสุดท้ายต่อไป สำหรับวันนี้พร้อมรับมือ โอซาซูน่า แนวรุกนำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ ในปรีวิว ลาลีกา นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
บาร์เซโลน่า (2) – โอซาซูน่า (11)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : คัมป์ นู    

    บาร์เซโลน่า

    กีเก้ เซเตียน ไม่มี อองตวน กริซมันน์,ซามูแอล อุมตีตี้,จูเนียร์ ฟีร์โป้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วน แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  มีชื่อติดทีมแล้ว แต่ยังไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วน อันซู ฟาติ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมเป็นตัวเลือก ในแผง
แบ็กโฟร์เลือกใช้ เนลซอน เซเมโด้ ยืนเเบ็กขวา, เกลม็อง ล็องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ยอร์ดี้ อัลบา เล่นแบ็กซ้าย แดนกลาง  4 คน ใช้ อีวาน ราคาติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,อาร์ตูโร่ วีดัล และ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ทำเกมร่วมกัน วาง ลิโอเนล เมสซี่
ยืนคู่หน้ากับ หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า

    ยาโกบา อาร์ราซาเต้ เตรียมกลับมาใช้ระบบกองหน้าตัวเดียวอีกครั้งในเกมนี้ โดยจะดร็อป อาเดรียน โลเปซ หัวหอกตัวเก๋าไว้ข้างสนาม และใช้ เอ็นริค กาเยโก้ ยืนห้อยข้างหน้าคนเดียว ส่วนตัวสนับสนุนมี กีเก้ บาร์ฆา กับ โฆเซ่ อานาอิตซ์ ช่วยกัน
สร้างสรรค์เกม ตรงกลาง ฟราน เมรีด้า เดินเกมร่วมกับ ยอน มอนกาโยล่า โดยมี นาโช่ บีดัล กับ โตนี่ ลาโต้ รับบทวิงแบ็กทั้งสองฝั่ง ส่วนแผงหลัง ดาบิด การ์เซีย ลงยืนเเป็น 3 ซนเตอร์ฮาล์ฟ ร่วมกับ ราอูล นาบาส และ อารีดาเน่ เอร์นานเดซ  , ในรายของผู้
เล่นบาดเจ็บยังมี ชีมี่ อาบีล่า,ฆอร์เค่ เอร์รานโด้,โรเบิร์ต อิบันเญซ,มาร์ค กาโดน่า และ อูไน การ์เซีย

    11 นักเตะตามคาด

    บาร์เซโลน่า (4-4-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เนลซอน เซเมโด้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้,ยอร์ดี้ อัลบา- อีวาน ราคิติช,อาร์ตูโร่ วีดัล,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,เซร์จี้ โรเบร์โต้-ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า (3-4-2-1) เซร์คิโอ เอร์เรร่า-ราอูล นาบาส,ดาบิด การ์เซีย,อารีดาเน่ เอร์นานเดซ-นาโช่ บีดัล,ยอน มอนกาโยล่า,ฟราน เมรีด้า,โตนี่ ลาโต้-โฆเซ่ อานาอิตซ์,กีเก้ บาร์ฆา-เอ็นริช กาเยโก้

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
31/08/19    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 2-2    ลา ลีกา
27/04/17    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-1     ลา ลีกา
10/12/16    โอซาซูน่า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3    ลา ลีกา
16/03/14    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-0    ลา ลีกา
20/10/13    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 0-0    ลา ลีกา   

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
12/07/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เยือน)    ลา ลีกา
09/07/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
06/07/20 ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน)     ลา ลีกา
01/07/20 เสมอ แอต.มาดริด 2-2 (เหย้า)     ลา ลีกา
27/06/20 เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน)     ลา ลีกา
        
โอซาซูน่า
11/07/20 ชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1  (เหย้า)    ลา ลีกา
09/07/20 แพ้ เรอัล เบติส 0-3 (เยือน)    ลา ลีกา
06/07/20 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
03/07/20 ชนะ เออิบาร์ 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เลกาเนส  2-1 (เหย้า)    ลา ลีกา

อเนลก้าแนะซาลาห์,มาเน่ควรซบมาดริดหรือไม่

นิโกล่าส์ อเนลก้า ระบุ ส่วนตัวแล้วคิดว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ไม่จำเป็นต้องย้ายไปซบ เรอัล มาดริด เลย พร้อมบอกว่าใน 3 แนวรุกของ "หงส์แดง" นั้น ตนชอบ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ มากเป็นพิเศษ
    นิโกล่าส์ อเนลก้า อดีตกองหน้าคนดัง แสดงความเชื่อว่าทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ 2 ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล มีดีพอที่จะเล่นให้ เรอัล มาดริด แต่มองว่าทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องย้ายไปซบ "ราชันชุดขาว" แม้แต่นิดเดียว

    ซาลาห์ กับ มาเน่ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมกับเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่ช่วยให้ทีมได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน และแชมป์ลีกในซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน

    อเนลก้า ซึ่งเคยเล่นให้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ มาดริด เผยว่า "พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ยอดเยี่ยม ผมชอบพวกเขาทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เพราะเขาเป็นกุญแจในความสำเร็จของทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ตอนนี้ ซาลาห์ กับ มาเน่ ต่างก็ติดอยู่ในกลุ่ม 5 นักเตะที่เก่งที่สุดของโลกในปัจจุบันแล้ว พวกเขามีคุณภาพดีพอที่จะเล่นให้กับ เรอัล มาดริด แต่ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ก็สามารถต่อกรกับทีมระดับ เรอัล มาดริด ได้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องย้ายทีมเลย ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่น่าเล่นให้สุดๆ แล้วล่ะ"

เรอัลมาดริดเดินหน้าล่าแชมป์ลีก! “เบนเซม่า” กระสันซัดถิ่นกรานาด้า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกซีซั่นนี้เต็มทีเตรียมจัดหนักนำปิดสกอร์โดย คาริม เบนเซม่า เกมบุกบ้าน กรานาด้า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
กรานาด้า   –   เรอัล มาดริด
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

 

สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    ดีเอโก้ มาร์ติเนซ เตรียมพัก โรเบร์โต้ โซลดาโด้ กองหน้าจอมเก๋าวัย 34 ไว้และปรับมาเล่นระบบ 3-4-2-1 วาง การ์ลอส เฟร์นานเดซ ยืนเป็นหัวหอกเดี่ยว ด้านหลังมี อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส กับ ดาร์วิน มาชีส ทำเกมรุกสนับสนุน

    ส่วนตรงกลาง ยานเกล เอร์เรร่า กับ ยาน ไบรซ์ เอเตกี คุมจังหวะร่วมกันโดยมี บิตอร์ ดิอ๊าซ และ การ์ลอส เนบา ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนแผงหลัง 3 คน เฆซุส บาเยโฆ ที่เจ็บจากเกมก่อน อาจฟิตไม่ทัน โอกาสจะตกเป็นของ โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ ลงเล่นร่วมกับ เคร์มัน ซานเชซ และ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ 
    ส่วนในรายของ อัลบาโร่ บาดีโย่, มักซิม โกนาลองส์, กีนี่ และ เนย์ดอร์ โลซาโน่ ยังขาดเจ็บทั้งหมด

    ซีเนดีน ซีดาน จะได้ ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับพ้นโทษแบนกลับมา และจะลงสนามเป็นตัวจริงทันที 

    โดยรามอส จะยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน, การ์บาฆาล กลับมาประจำการแบ็กขวา แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ และ มาร์โก อาเซนซิโอ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    กรานาด้า (3-4-2-1) : รุย ซิลบา – มาร์ติเนซ, เคร์มัน ซานเชซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้ – บิตอร์ ดิอ๊าซ, ยานเกล เอร์เรร่า, ยาน ไบรซ์ เอเตกี, การ์ลอส เนบา – อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส, ดาร์วิน มาชีส – การ์ลอส เฟร์นานเดซ

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เอ็นริเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช – อีสโก้ – วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
05/10/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 4-2
07/05/17    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด 0-4
07/01/17     ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 5-0
08/02/16    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด  1-2
19/09/15    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า  1-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
กรานาด้า
10/07/20  ชนะ โซเซียดาด 3-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 เสมอ บาเลนเซีย 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ อลาเส 2-0 (เยือน)        ลา ลีกา
29/06/20 แพ้ เออิบาร์ 1-2 (เหย้า)        ลา ลีกา
23/06/20 เสมอ เลกาเนส 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
 
เรอัล มาดริด
10/07/20   ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20   ชนะ บิลเบา 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

วิดาลยิงเฮ! บาร์ซ่าบุกเชือดบายาโดลิด ยื้อเวลาแย่งแชมป์กับมาดริด

บาร์เซโลน่า เก็บสามคะแนนยื้อเวลาลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ออกไปอีกนิด หลังได้ อาร์ตูโร่ วีดัล ยิงประตูโทนบุกเชือด บายาโดลิด 1-0 ขยับไล่กวด ราชันชุดขาว แต้มเดียว ขณะที่เกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัดในมือพวกเขา ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม :
เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ต้องการสามคะแนนเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจในการแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด นัดนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ไร้ดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบน แต่ตัวเก๋า "เมสซี่-กรีซมันน์" ลงประจำการ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" นั่งสำรองเกมนี้บุกบ้าน บายาโดลิด ที่แมตช์ล่าสุดแพ้ไป พวกเขาแทบจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว เซร์คิโอ กอนซาเลซ นายใหญ่เจ้าถิ่นเร้าลูกทีมสร้างเซอร์ไพร์สช็อกโลก วาง "เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า" เป็นตัวทีเด็ด

     ทีมเยือนเปิดเกมนาทีที่ 5 เคราร์ด ปีเก้ วางบอลจากหลังออกข้างให้ อาร์ตูโร่ วีดัล รับบอลแต่ถูกผู้เล่นเจ้าถิ่นเตะอัดมากระเด้งกลิ้งมาหา เนลสัน เซเมโด้ กระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาเขตโทษ เกือบ 9 หลา ริกิ ปุช วิ่งมาซัดตามน้ำบอลเรียดพื้นเข้ามือนายทวารบายาโดลิด

     บาร์เซโลน่านำนาทีที่ 15 ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งเข้าไปแย่งบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่น แตะย้อนให้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ส่งสั้นให้ เนลสัน เซเมโด้ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนฟูลแบ็กบาร์ซ่าจ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี่  ดีดต่อไปที่ อาร์ตูโร่ วีดัล ซัดบอลเต็มเท้าในเขตโทษ บอลชนเสาสองซุกเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

     บาร์ซ่าชวดจังหวะเด็ดนาทีที่ 19 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกริมสนามให้ เนลสัน เซเมโด้ ปาดบอลเข้ามากลางเขตโทษ บอลเลยตัวแนวรับบายาโดลิด มาเข้าทาง อองตวน กริซมันน์ สบจังหวะยิงประตู ทว่าเจ้าตัวจับบอลพลาดปล่อยบอลกลิ้งผ่านตัวแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าบ้านตอบโต้นาทีที่ 22 เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า หัวหอกเจ้าบ้านเก็บตกบอลจากการสกัดของผู้เล่นบาร์ซ่า จับบอลจากนห้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา แล้วส่องไกลทันทีบอลพุ่งชนข้างตาข่ายออกหลังไป

     อาซูลกราน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แทงบอลคิลเลอร์พาสกลางสนาม 30 หลาทะลุมาให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเดี่ยวมาทางฝั่งขวากรอบเขตโทษ เข้ายิงบอลแบบจังเบอร์ แต่ว่า ยอร์ดี้ มาซิป นายทวารบายาโดลิด ล้มตัวเซฟก่อนตามตะครุบบอลอยู่มือ จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าสร้างจังหวะนาทีที่ 49 ลิโอเนล เมสซี่ หยอดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายข้ามฝั่งมาที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แปะบอลมากลางวงกลมกรอบเขตโทษ เจ้าหนู ริกิ ปุช สบโอกาสซัดบอลอีกครั้งแต่เบาเกิน ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     เจ้าถิ่นหวังไล่ตามนาทีที่ 52 กีเก้ กองกลางบายาโดลิด เลี้ยงบอลแหวกหนี เนลสัน เซเมโด้ มาด้านซ้ายของสนาม จ่ายต่อให้ เอเนส อูนาล ตัวสำรองที่ลงมาตั้งป้อมส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นหนึ่งครั้งเข้าหาประตู แต่  มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น รับบอลแบบไม่มีปัญหา

     บายาโดลิดทำได้ดีนาทีที่ 60 เอเนส อูนาล เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจากลุกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีมบริเวณสนามทางด้านขวาระยะ 27 หลา บอลกระดอนพื้นแต่ว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น นายทวารบาร์ซ่าโชว์เหยียดตัวใช้มือปัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

     อาซูลกราน่าชวดทิ้งห่างนาทีที่ 63 ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นลูกนิ่งหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลาเยื้องมาทางด้านขวา บอลข้ามกำแพงผู้เล่นเจ้าถิ่นฮุบจะเข้าซุกตาข่าย ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวบายาโดลิดปฏิกิริยายังดีใช้มือแปะบอลพ้นเขตประตูออกหลัง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซานโดร รามิเรซ หัวหอกเจ้าบ้านหลุดเข้าไปซัดคนเดียวตรงเขตโทษด้านซ้าย แต่ว่านายทวารคนเก่งบาร์ซ่าเซฟช่วยทีมสำเร็จ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ บายาโดลิด 1-0 ทำคะแนนกดดัน เรอัล มาดริด เหลือแค่แต้มเดียว ขณะที่เกมในมือพวกเขาเหลือแค่ 2 นัดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บายาโดลิด (4-5-1): ยอร์ดี้ มาซิป,ฆาบี โมยาโน่,กีโก้,ฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย (นาโช่ น.25),ออสการ์ ปลาโน่,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ (ปาโบล เออร์เบียส น.46),รูเบน อัลการาซ (เอเนส อูนาล น.46),กีเก้,เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า (ซานโดร รามิเรซ น.61)

บาร์เซโลน่า (4-1-2-1-2): มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น,เนลสัน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์ (โรนัลด์ อาเราโฆ น.57),ยอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.74),ริกิ ปุช (อีวาน ราคิติช น.57),อาร์ตูโร่ วีดัล,ลิโอเนล เมสซี่,อองตวน กริซมันน์ (หลุยส์ ซัวเรซ น.46)