แฉยูเว่ทุ่มเงินมหาศาลพร้อมโด้คว้า “เอ็มบัปเป้”

สื่อดังในอิตาลี รายงานว่า ยูเวนตุส พร้อมทุ่มเงินเป็นสถิติโลกรวมทั้งใช้ไม้เด็ดนำ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอที่จะยื่นให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อพิจารณาปล่อย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ มาสวมชุด "ม้าลาย" ช่วงซัมเมอร์ปี 2021

ยูเวนตุส ยอดทีมแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เตรียมสร้างความตื่นตะลึงด้วยการทุ่มเงินเป็นสถิติโลกจำนวน 360 ล้านปอนด์ (ราว 13,680 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าฟอร์มฮอต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากการเปิดเผยของ ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อดังในประเทศอิตาลี

 เอ็มบัปเป้ เป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ในขณะที่ "เปแอสเช" ก็ตกเป็นข่าวว่าพร้อมที่จะปล่อย หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 เช่นกัน ส่งผลให้ทีมดังๆ อย่าง "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด พยายามจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ยูเวนตุส ก็สนใจอยากได้ เอ็มบัปเป้ เช่นกันแต่ด้วยความที่นักเตะมีค่าเหนื่อยสูงมาก ทำให้ "ม้าลาย" ปิ๊งไอเดียที่จะใช้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเพื่อยื่นให้ แซงต์-แชร์กแมง พิจารณาในการปล่อย ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ออกมา

เหตุผลสำคัญที่ ยูเว่ ต้องทำแบบนี้เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายของ สตาร์ดังเจ้าของบัลลง ดอร์ 5 สมัย กับ เอ็มบัปเป้ หากทั้งสองคนอยู่ร่วมทีมเดียวกัน จึงจำเป็นที่จะใช้ "ซีอาร์ 7" ซึ่งได้รับค่าเหนื่อย 540,000 ปอนด์ (ราว 20.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เป็นไม้เด็ดที่อาจจะมัดใจ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ได้

เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหลายสื่อรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจที่จะดึงตัว อดีตสตาร์ดัง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซึ่งพร้อมที่จะอำลา ยูเว่ หลังหมดสัญญาในปี 2022 มาร่วมทีม และเกือบสำเร็จเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่สุดท้ายการย้ายทีมไม่สำเร็จ

 

เรื่องอะไร?แฉก็องเต้-แลมพ์สผิดใจกัน

เลอ ปารีเซียง สื่อของฝรั่งเศส ตีข่าว ความสัมพันธ์ระหว่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กำลังอยู่ในขั้นเลวร้าย หลังจาก ก็องโต้ ไม่พอใจที่ แลมพาร์ด เมินคำขอลาซ้อม 1 วันของตน โดยสาเหตุที่ดาวเตะเลือดน้ำหอมขอลาซ้อมก็เพราะอยากไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิท โดยสื่อเจ้าดังกล่าวเสริมว่า ก็องเต้ ยังฝันที่จะได้ไปเล่นให้ เรอัล มาดริด ด้วย
    เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์คนดังของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังมีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ หลังจากที่ ก็องเต้ เคยขอลาซ้อม 1 วันเพื่อจะไปร่วมงานวิวาห์ของเพื่อนสนิท แต่โดน แลมพาร์ด ปฏิเสธ ตามรายงานของ เลอ ปารีเซียง สื่อชื่อก้องของประเทศฝรั่งเศส

    ในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุด ก็องเต้ เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก โดยเฉพาะกับ อินเตอร์ มิลาน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งว่ากันว่าบอร์ดบริหารของ เชลซี พร้อมจะขายเขาด้วย แต่ แลมพาร์ด คัดค้านเรื่องนั้นเพราะมองว่าอดีตแข้ง เลสเตอร์ ซิตี้ ยังเป็นส่วนสำคัญของทีมอยู่

    ทั้งนี้ เลอ ปารีเซียง ไม่ได้ระบุว่าการที่ ก็องเต้ โดน แลมพาร์ด ปฏิเสธคำขอลาซ้อมมันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สื่อเจ้าดังกล่าวบอกว่าแข้งวัย 29 ปี มาเข้าแคมป์ซ้อมกับทีมชาติฝรั่งเศสด้วยความร่าเริงสุดๆ หลังจากช่วงที่ผ่านมารู้สึกหดหู่ในระดับหนึ่งกับที่ เชลซี พร้อมเสริมว่าตอนนี้ ก็องเต้ ยังใฝ่ฝันที่จะไปเล่นให้ เรอัล มาดริด อยู่ แต่ฝั่ง "ราชันชุดขาว" ยังไม่ได้ให้ความสนใจในตัวเขามากเท่าไหร่นัก

แฉโด้,รามอสไม่คุยกันตั้งแต่โมดริชได้บอลทองคำ

สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช ได้บอลทองคำเมื่อปี 2018 โดยเหตุผลสำคัญเพราะ กัปตันเรอัล มาดริด ไม่พอใจปฏิกิริยาของ "เฮียโด้" ตอนที่ สตาร์ชาวโครแอต ได้บัลลง ดอร์ ไปครอบครอง
               คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ กับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังจอมแกร่ง ซึ่งคว้าแชมป์ร่วมกับ 15 รายการในช่วงที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดคุยกันมานาน  2 ปีนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในประเทศสเปน
              อดีตเพื่อนร่วมสังกัด "โลส บลังโกส" มีโอกาสจะได้พบกันอีกครั้งในแมตช์ที่ โปรตุเกส ปะทะ กับ สเปน ในเกมอุ่นเครื่องวันพุธที่ 7 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานนับตั้งแต่ที่ โมดริช คว้ารางวัลบอลทองคำเมื่อปี 2018

              "มาร์ก้า" รายงานว่า รามอส และเพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ไม่สนใจ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกเลยหลังจากที่ "ซีอาร์ 7" แสดงปฏิกิริยาเย็นชาจากการที่ตนเองต้องพลาดได้รางวัลทรงเกียรติซึ่งตกเป็นของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย

              ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดที่พลาดได้บัลลง ดอร์ ในปีนั้นว่า "แน่นอน ผมผิดหวัง…เวลาอยู่ในสนามผมทำทุกอย่างเพื่อคว้าบัลลง ดอร์ แต่ผมไม่ค่อยแฮปปี้ถ้าผมไม่ได้รางวัล ผมมีเพื่อนและครอบครัวที่แสนดี ผมเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ (เรอัล มาดริด)"

              "ขอแสดงความยินดีกับ โมดริช ซึ่งได้รับรางวัลนี้ แต่ในปีหน้าเราจะต้องเจอกันอีกครั้ง และผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อที่จะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านแล้วร้องไห้ไหมละ ?" อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ

“คูตี้” ยิงแล้ว! บาร์ซ่าหวิดแย่ไล่เจ๊าเซบีย่าหยุดสถิติเฮรวดทั้งคู่

โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องเสียสถิติชนะรวดแถม คลีนชีท หลังเปิดบ้านไล่เจ๊า เซบีย่า 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้มมี 7 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดรั้งอันดับที่ 5 และ 6 ตามลำดับในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู

    โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่แม้ก่อนเปิดซีซั่นมีปัญหาไม่น้อยกรณี ลิโอเนล เมสซี่ ต้องการย้ายทีมแต่ยังโชว์ฟอร์มร้อนแรงเก็บ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัดที่ลงสนามแถมยัง คลีนชีท อีกด้วยความพร้อมขาด เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ติดโทษแบนจากเกมที่แล้ว

    ทางด้าน เซบีย่า ของกุนซือ จูเลน โลเปเตกี ผลงานดีไม่แพ้กันเฮมา 2 เกมรวดการจัดทีมไม่มีปัญหา อิวาน ราคิติช ลงบัญชาทัพลุ้นกระซวกทีมเก่า

    4 นาทีผ่าน เซบีย่า ทักทายก่อนจากลูกเตะมุมเล่นสั้นทางซ้าย ดาบิด ซูโซ่ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ อิวาน ราคิติช โฉบมาโขกไปโดนใต้บอลเหินข้ามคานออกหลังไป

    แต่แล้ว 3 นาทีต่อมา ทีมเยือน มาได้ประตูออกนำจากลูกเตะมุมเล่นสั้นฝั่งเดิม ซูโซ่ ครอสเข้าในไปติดหัว เฟร็งกี้ เดอ ยอง โขกสกัดไม่ดีไปเข้าทาง ลุค เดอ ยอง ตวัดตูมเดียวผ่าน เนโต้ ตุงตาข่าย

    นาทีต่อมา "เจ้าบุญทุ่ม" ตามตีเสมอทันควัน ลิโอเนล เมสซี่ ตักข้ามแนวรับ เซบีย่า ออกซ้ายไปติดปลายเท้า เฆซุส นาบาส สกัดบอลไม่ดีกลายเป็นตั้งให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สอดเข้ามาเก็บส้มหล่นซัดเข้าไปไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 19 จากจังหวะสวนกลับ ดาบิด ซูโซ่ พาบอลลากตัดเข้าในก่อนหักข้อออกซ้ายให้ เฆซุส นาบาส สอดมาครอสเข้าในให้ แฟร์นานโด ชาร์จบอลจ่อๆระยะไม่ถึง 5 หลาหลุดออกหลังไปเหลือเชื่อ

    ต่อมานาทีที่ 21 บาร์เซโลน่า แลกหมัดบ้าง อันซู ฟาติ จ่ายเร็วให้ อองตวน กรีซมันน์ แตะบอลพลิกเข้าเขตโทษก่อนทิ้งตัวทิ่มหัวเกือกผ่านบล็อค ดีเอโก้ คาร์ลอส ไปเข้าข้างตาข่าย

    30 นาทีผ่าน เจ้าถิ่น ได้เสียวอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ แหวกผู้เล่น เซบีย่า 2 คนก่อนแทงออกซ้ายให้ อันซู ฟาติ ดึงจังหวะได้ช่องปั่นด้วยขวาไปตรงตัว ยาสซีน โบโน่ ตะปปเอาไว้ได้

    5 นาทีก่อนหมดครึ่งแรก ลิโอเนล เมสซี่ พาบอลตัดเข้าในหลบ มาร์กอส อาคุนญ่า หลุดเข้าเขตโทษก่อนปั่นด้วยซ้ายผ่านหน้าปากประตูหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว

    หมดครึ่งเวลาแรก บาร์เซโลน่า 1 เซบีย่า 1

    เปิดฉากครึ่งหลัง 5 นาทีทั้งสองทีม เพรสซิ่ง อย่างหนัก "เจ้าบุญทุ่ม" ได้ลุ้นก่อนจาก อองตวน กรีซมันน์ หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่แตะบอลยาวไปติดบล็อค ยาสซีน โบโน่ ส่วนทาง เซบีย่า เป็น ดาบิด ซูโซ่ ปั้นเกมสวยๆให้เพื่อนลุ้นประตูหลายครั้ง

    นาทีที่ 65 จากจังหวะหลุดขึ้นมาของ ยุสเซฟ เอ็นเนเซรี่ พาบอลลุยเข้าเขตโทษก่อนอัดด้วยซ้ายไปแฉลบขา โรนัลด์ อาเราโฮ เปลี่ยนทางไปชนคานเด้งออกมา

    70 นาทีผ่าน เซบีย่า เริ่มฉกฉวยโอกาสจากลูกตั้งเตะได้ดีกว่า จูลส์ กูงเด้ สอดขึ้นมาโขกลูกเตะมุมฝั่งเดิม 2 ครั้งติดต่อกันแต่ยังบังคับบอลให้ตรงกรอบไม่ได้

    10 นาทีสุดท้าย เจ้าถิ่น พยายามเร่งเครื่องเกือบได้ประตูชัยเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ได้ซัดบ้างแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ ยาสซีน โบโน่ โชว์เซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง

    ช่วงทดเจ็บ บาร์เซโลน่า มาส่งท้ายจากจังหวะแทงช่องของ ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายต่อให้ หลุดเข้าไปซัดอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่าน ยาสซีน โบโน่ เหมือนเดิม

    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 เซบีย่า 1 ลูกทีมของ โรนัลด์ คูมัน มี 7 คะแนนจากการลงสนาม 3 นัดรั้งอันดับที่ 5 ตามหลัง จ่าฝูงราชันชุดขาว 3 คะแนนแต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    บาร์เซโลน่า (4-2-3-1) เนโต้- เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, โรนัลด์ อาเราโฮ, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ – อันซู ฟาติ, ลิโอเนล เมสซี่, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ – อองตวน กรีซมันน์

    เซบีย่า (4-3-3) ยาสซีน โบโน่ – เฆซุส นาบาส, จูลส์ กูงเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส, มาร์กอส อาคุนญ่า – อิวาน ราคิติช, โจน ฆอร์ดาน, แฟร์นานโด – ดาบิด ซูโซ่, ลุค เดอ ยอง, ลูกัส โอกัมโปส

ราชันทำได้! มาดริดไร้ปัญหาบุกเชือดเลบันเต้ขยับยึดจ่าฝูง

"ราชันชุดขาว" ของ ซีเนดีน ซีดาน ทำผลงานได้ตามเป้าหลังบุกเชือด เลบันเต้ 2-0 จาก วินิซิอุส จูเนียร์ และ คาริม เบนเซม่า ซัดคนละหนึ่งตุงพาทีมเก็บ 3 แต้มมีเพิ่มเป็น 10 คะแนนจาการลงสนาม 4 นัดขยับยึดจ่าฝูง เรียบร้อย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา การามิก้า

     ปาโก้ โลเปซ นายใหญ่เลบันเต้ เกมนี้กลับมาใช้ผู้เล่นชุดใหญ่อีกครั้ง โดยเกมรุกจะกลับมาเป็น โรเคร์ มาร์ตี้ ยืนล่าตาข่ายกับ โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

     ฝั่งทีมเยือน เรอัล มาดริด ของ ซีเนดีน ซีดาน มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกแล้วเมื่อ เอแด็น อาซาร์ และ ดานี่ การ์บาฆาล ต่างเจ็บทั้งหมด ขณะที่กองหน้าตัวเป้าไร้ปัญหา คาริม เบนเซม่า ยังพร้อมลงสนาม

    ครึ่งแรกนาทีที่ 16 เป็นเจ้าถิ่นที่บุกมาขึ้นนำได้ก่อนจากลูกยิงของ วินิซิอุส จูเนียร์ จับบอลด้วยเท้าซ้ายก่อนแนโค้งหนีมือ ไอตอร์ เฟร์นานเดซ นายประตูเลบันเต้ เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 30 เจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอสุดเมื่อ โฆเซ่ กัมปานญ่า เปิดลูกเตะมุมมาให้ นิโคล่า วุคเซวิช ขึ้นโหม่งแต่บอลไปชนคานเข้าอย่างจัง

    ในจังหวะต่อมาเป็นเรอัล มาดริด โต้กลับเร็ว มาร์โก อาเซนซิโอ แทงบอลต่อมาให้กับ คาริม เบนเซม่า กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษทว่าจังหวะที่ยิงดันไปบล็อกกองหลังเลบันเต้

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ฆอร์เค่ มิรามอน ได้โอกาสลองสับไกจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไปไมได้ลุ้น

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริดบุกมานำเลบันเต้อยู่ 1-0 จากประตูของ วินิซิอุส จูเนียร์ ในนาทีที่ 16

    เกมในครึ่งเวลาหลังก็ยังคงเป็นทีมเยือนที่โหมบุกอย่างต่อเนื่องและเกือบมาได้ประตูที่สองจาก คาริม เบนเซม่า แต่ทว่าบอลเจ้ากรรมดันไปชนเสาเด้งออกหลังไปซะอย่างงั้น

    เรอัล มาดริดยังคงขึงเกมบุกอย่างต่อเนื่องและในนาที 52 วินิซิอุส จูเนียร์ รับบอลมาจากเบนเซม่า ก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาครึ่งชั่วโมงของเกมคราวนี้เป็นเลบันเต้มาได้ลุ้นบ้างจาก โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส ได้โอกาสยิงจังๆ หน้าประตู แต่ดันยิงหลุดออกไปเอง

    ขยับมาถึงนาที 77 กลายเป็นเจ้าถิ่นโหมบุกบ้านและเกือบมาได้ประตูตีเสมอจากตัวสำรองอย่าง การ์ลอส เคิร์ค แต่เป็น ติโบต์ กูร์กตัวส์ ปฏิเสธลูกยิงนี้ได้

    ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย ราชันชุดขาวมาได้ประตูปิดกล่องจะลูกโต้กลับเร็ว โรดรีโก้ตัดบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่นได้ก่อนไหลยาวให้ คาริม เบนเซม่า หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆ ไม่เหลือ

    จบเกม เป็นเรอัล มาดริด บุกมาเอาชนะเลบันเต้ไปได้ 2-0 มีเพิ่มมาเป็น 10 คะแนน ขยับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงลา ลีกา อีกครั้ง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    เลบันเต้ : ไอตอร์ เฟร์นานเดซ – ฆอร์เค่ มิรามอน, รูเบน เวโซ่, เซร์คิโอ ปอสตีโก้, การ์ลอส เกร็ก – โฆเซ่ กัมปานญ่า, นิโคล่า วุคเซวิช, มิกคาเอล มัลซ่า, เอนีส บาร์ดี้ – โรเคร์ มาร์ตี้, โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส

    เรอัล มาดริด : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ – มาร์โก อาเซนซิโอ, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

ยุติดราม่า! “รามอส” ชักภาพร่วมโด้หลังเกมอุ่นเกือก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ แมตช์อุ่นเกือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันว่าความบาดหมางที่ไม่คุยกันมานาน 2 ปีไม่มีอีกต่อไปแล้ว
               เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เรอัล มาดริด โพสต์ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการยุติประเด็นดราม่ากรณีที่มีการแฉว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้พูดคุยกันมานาน 2 ปี หลังจบแมตช์ที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส 0-0 เกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

              ก่อนหน้าแมตช์นี้มีการแฉกันสนั่นโลกว่า รามอส กับ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นร่วมกันที่ เรอัล มาดริด ไม่คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ชาวโครเอเชีย คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ เมื่อปี 2018 เนื่องจากไม่พอใจปฏิกิริยาที่แสนเย็นชาของ "ซีอาร์ 7" หลังจากที่เจ้าตัวพลาดได้รางวัลทรงเกียรติ

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยุติข้อพิพากต่างๆ รามอส ได้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งทั้งคู่ได้โชว์เสื้อแข่งหมายเลข 7 ทีมชาติโปรตุเกสของ "เฮียโด้" โดยงานนี้ เปเป้ กองหลังฝอยทองที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนในทัพ "ราชันชุดขาว" ก็อยู่ในเฟรมเพื่อเป็นสักขีพยานด้วย

             กัปตันทีม "โลส บลังโกส" โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่าน "เฟซบุ๊ค" สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า "เรายังอยู่ที่นี่…และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนๆ ของคุณ เรายังอยู่ใกล้ๆ กัน….และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามา ! มันช่างมีความสุขที่ได้พบกับพวกนาย, เหล่าเพื่อนผองของผม @Cristiano Ronaldo @Pepe."

 

“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020

แรง!เอเยนต์ลั่นมาดริดควรจูบพื้นที่เบลเดินผ่าน

โจนาธาน บาร์เน็ตต์ นายหน้าของ แกเร็ธ เบล ระบุ เรอัล มาดริด ควรจะสำนึกถึงสิ่งที่ เบล เคยทำให้ทีมมากกว่านี้ จนถึงขั้นที่ควรจะจูบพื้นที่ เบล เดินผ่าน พร้อมบอกว่าแข้งชาวเวลส์ยังรักฟุตบอลเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม
   
โจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเยนต์ของ แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด ที่ตอนนี้มาเล่นกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยสัญญายืมตัว กล่าวว่าที่จริง "ราชันชุดขาว" ควรจะสำนึกถึงความสำเร็จที่ เบล ทำให้กับทีมให้มากกว่านี้ โดยเปรียบเปรยว่า มาดริด ควรจะถึงขั้นจูบพื้นที่ เบล เดินผ่านด้วยซ้ำ

    เบล กลายเป็นส่วนเกินของ มาดริด อย่างเต็มตัวในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่มีปัญหาหลายอย่าง อาทิเช่น การที่ว่ากันว่าเขาผิดใจกับ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ของทีม, มีปัญหากับแฟนบอลและสื่อ, โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก, ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่ และมีอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น จนทำให้เขาโดนปล่อยกลับมาเล่นแบบยืมตัวกับ สเปอร์ส 1 ฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เบล ก็ประสบความสำเร็จกับ มาดริด อย่างมากในเรื่องของแชมป์ อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 2 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 ครั้ง

    บาร์เน็ตต์ กล่าวระหว่างออกรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาของอังกฤษว่า "มันเป็นการสั่งสมเรื่อยๆ ของทั้งการที่นิสัยไม่ตรงกัน, การที่ไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ มันมีความไม่ลงรอยกันหลายอย่าง สำหรับคนที่ทำผลงานให้กับ เรอัล มาดริด ได้อย่างสุดยอดนั้น เขากลับไม่ได้รับความเคารพตามที่ควรจะเป็น และนั่นก็เป็นปัญหาใหญ่ เป็นเวลา 7 ปีที่คนพร่ำบอกว่า แกเร็ธ เบล ไม่พูดภาษาสแปนิช แต่ที่จริง แกเร็ธ เบล พูดภาษาสแปนิชได้! ทุกคนบอกด้วยว่า แกเร็ธ เบล ไม่สนเรื่องฟุตบอลเลบ แต่ที่จริง แกเร็ธ เบล รักฟุตบอล เขาไม่เคยหมดความรักที่มีให้กับฟุตบอลแม้แต่นิดเดียว เขาอาจจะมีปัญหากับหลายๆ เรื่อง แต่ไม่ใช่กับการเล่นฟุตบอลแน่นอน และผมหวังว่าคนที่ ท็อตแน่ม จะเข้าใจถึงเรื่องนั้น รวมถึงหยุดพูดเรื่องไร้สาระสักที"

    "ประเทศนี้ควรจะภูมิใจในตัวเขาให้มากๆ สหราชอาณาจักร ควรจะต้องภูมิใจในตัวเขา มันถึงเวลาที่ต้องเลิกพูดจาว่าร้ายใส่เขาแล้วหันไปเขียนว่าเขาทำอะไรมาบ้าง รวมถึงเรื่องที่ว่าเขาประสบความสำเร็จอะไรมาบ้างจะดีกว่า มันน่าหงุดหงิดมากๆ กรณีของ เรอัล มาดริด ก็เป็นกรณีเดียวกัน พวกเขาควรจะภูมิใจกับความสำเร็จที่เขาทำให้กับทีม ที่จริงพวกเขาควรจะก้มลงไปจูบกับพื้นที่เขาใช้เดินด้วยซ้ำ"

สื่อดังตีข่าวลิเวอร์พูล,เรอัลมาดริดยังหมายตา “เอ็มบัปเป้”

สื่อฝรั่งเศส รายงาน ลิเวอร์พูล กับ เรอัล มาดริด ยังคงจับตามสถานการณ์ของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หัวหอกปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาเสริมแกร่ง หลังนักเตะแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการโบกมือลา "เปแอสเช" ในซัมเมอร์หน้า

เลกิ๊ป สื่อชั้นนำในดินแดนน้ำหอม รายงานว่า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยังพยายามติดต่อกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าเลือดเฟร้นช์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังจะคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์หน้า

เอ็มบัปเป้ จะเหลือสัญญากับ "เปแอสเช" อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เมื่อจบฤดูกาล 2020/2021และนักเตะตกเป็นข่าวมาตลอดว่าได้เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดบริหารของต้นสังกัดเพื่อยืนยันเรื่องความต้องการย้ายออกจากถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์  ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

ด้วยเหตุนี้ทำให้มีหลายสโมสรชั้นนำจับตาสถานการณ์ของนักเตะอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด กับ ลิเวอร์พูล ที่น่าจะเป็นแค่สองสโมสรที่ เอ็มบัปเป้ ให้ความสนใจอยากที่จะย้ายไปร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามดูเหมือน "หงส์แดง" จะมีภาษีดีกว่าเมื่อ ดาวยิงเลือดเฟร้นช์ เคยออกมาเปรยว่าอยากร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน พร้อมยกย่องว่า ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่น่าอัศจรรย์

กระนั้น "ราชันชุดขาว" ก็เปรียบเสมือนสโมสรในฝันของ เอ็มบัปเป้ เพราะนักเตะยอมรับว่าหากได้ย้ายไปเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก็เหมือนกับฝันที่เป็นจริง และในชีวิตของพ่อค้าแข้งอาชีพย่อมอยากที่จะมีโอกาสวมชุด "ราชันชุดขาว"

ค่าเหนื่อยแพงก็ยอม!เรอัลมาดริดเล็ง “คาวานี่” เสริมทัพ

เรอัล มาดริด เล็งสอย เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกฟรีเอเจนต์มาร่วมทีม หลังสโมสรกำลังประสบปัญหาในเรื่องการยิงประตู เนื่องจากแนวรุกในปัจจุบันฟอร์มไม่เข้าที่เข้าทาง แต่งานนี้ติดแค่ปัญหาเรื่องค่าเหนื่อยที่ ดาวยิงอุรุกวัยต้องการค่อนข้างสูงมาก

เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน พร้อมยื่นข้อเสนอคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าชาวอุรุกวัย อดีตหัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมแกร่งในลีก เอิง ฝรั่งเศส มาร่วมทีม จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อชั้นนำในดินแดนกระทิงดุ

หัวหอกมากประสบการณ์วัย 33 ปี กลายเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ หลังจากที่โบกมือลา "เปแอสเช" ซึ่งเขาสร้างผลงานสุดยอดด้วยการตะบันไป 200 ประตู นับตั้งแต่ที่หมดสัญญากับสโมสรเมื่อช่วงต้นซัมเมอร์นี้ โดยปัจจุบันนักเตะยังไม่ตัดสินใจเลือกว่าจะย้ายไปเล่นให้กับทีมไหน

ขณะที่ มาร์ก้า รายงานว่า บอร์ดบริหาร "ราชันชุดขาว" แสดงความสนใจอยากได้ คาวานี่ ไปร่วมทีมเนื่องจากผลงานของนักเตะเป็นที่ถูกอกถูกใจของสโมสร อย่างไรก็ตามมีปัญหาติดอยู่แค่เรื่องเดียวนั่นก็คือค่าเหนื่อยของนักเตะที่ค่อนข้างสูงพอสมควร

มีการเปิดเผยว่า คาวานี่ ต้องการค่าเหนื่อยอย่างน้อย 120,000 ปอนด์ (ราว 4.56 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ พร้อมสัญญา 2 ปี แม้ในตอนแรก เรอัล มาดริด อาจจะคิดหนักในเรื่องนี้ แต่หลังจากผลงานของกองหน้าในปัจจุบันที่ไม่สามารถยิงประตูได้ในเกมเสมอ เรอัล โซเซียดาด 0-0 ทำให้พวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีหัวหอกชั้นดีมาช่วยทีม

ทั้งนี้ คาวานี่ กำลังฝึกซ้อมเพียงลำพังที่ประเทศอุรุกวัย บ้านเกิด เพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการย้ายไปเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยนอกจาก "โลส บลังโกส" แล้ว ยังมี "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่แสดงความสนใจอยากใช้บริการนักเตะเช่นกัน