บาเยิร์นก็ไม่เว้น! เลวานดอฟสกี้ยิงครบ 18 ทีมบุนเดสลีกา

 

กองหน้าชาวโปแลนด์ทำสถิติยิงประตูครบทั้ง 18 ทีมในบุนเดสลีกา หลังซัดเบิ้ลใส่ อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ ทีมน้องใหม่

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค ทำสถิติยิงครบ 18 ทีมในบุนเดสลีกา หลังซัดสองประตูใส่ อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์

ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ทำ 2 ประตู ช่วยเสือใต้บุกพิชิตแชมป์จากลีก้าสอง 4-1 ทำให้เขายิงใส่ครบทุกทีมในลีกแล้ว ซึ่งรวมถึงการยิงใส่บาเยิร์นด้วย (สมัยค้าแข้งกับดอร์ทมุนด์)

หัวหอกวัย 32 ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซันนี้ เมื่อทำไปแล้ว 7 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จาก 4 เกมในลีก

 

เลวานคัมแบ็ก! บาเยิร์นชุดใหญ่ยกทัพลุยบีเลเฟลด์เล็งขึ้นฝูง

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เพิ่งลุยภารกิจบอลถ้วยมา เกมนี้กลับมาสู่เส้นทางป้องกันแชมป์ลีก จัด โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยืนหอกนำบุกถิ่น บีเลเฟลด์ น้องใหม่ที่ผลงานไม่แน่นอน ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563

ปรีวิวบุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563
บีเลเฟลด์ (10) – บาเยิร์น มิวนิค (4)
เวลา : 23.30 น.
สนาม : ชูโก้ อารีน่า

น้องใหม่ บีเลเฟลด์ ของเทรนเนอร์ อูเว่ นอยเฮาส์ ที่ขึ้นชั้นฐานะแชมป์ลีกา 2 ผลงานล่าสุดในลีกสูงสุด บุกเสมอ แฟร้งเฟิร์ต 1-1 ชนะโคโลญจน์ 1-0 แพ้เบรเมน 0-1

สภาพทีมชวดใช้งาน นาธาน เด เมดิน่า (เข่า) และ อันเดรียส โฟกล์ชามเมอร์ (กระดูกเท้า) ทั้งคู่ ส่วน อาร์เน่ ไมเออร์ ที่ยืมมาจากแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ต้องรอเช็กความฟิต โดยการจัดทัพยึดระบบ 4-3-3 ต่อไป แดนกลางให้ ริคสึ โดอัน ปั้นเกมร่วมกับ มาร์เชล ฮาร์เพิ่ล สามประสานแนวรุกจัด เซบิโอ ซูกู ฟาเบียน โคลส และ เซร์คิโอ คอร์โดบา คอยเข้าทำประตู

ด้านทัพ "เสือใต้" ของ ฮันซี่ ฟลิค ที่สร้างความยิ่งใหญ่ผงาดคว้า 5 แชมป์แบบฤดูกาลเดียว เพิ่งอัดชนะ ดือเรน 3-0 ศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบแรก เมื่อวันพฤหัส สภาพทีมแข้งที่ยังชวดใช้งานคือ ด็องกี่ย์ เนียงซู (กล้ามเนื้อ) กับ ลีรอย ซาเน่ (เข่า) ทั้งคู่

ฟลิคจะกลับมาใช้แข้งชุดใหญ่เต็มสูบ คู่เซ็นเตอร์ใช้ ดาวิด อลาบา ยืนคู่ นิคลาส ซือเล่ แนวรุกสามประสาน โธผมัส มุลเลอร์ เลออน โกเร็ทซ์ก้า คอยปั้นเกม และมี แซร์จ นาบรี้ กับ คิงส์เล่ย์ โกมัน คอยลากเลื้อย แดนหน้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ประจำการ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บีเลเฟลด์ (4-1-2-3): สเตฟาน ออร์เตก้า,เซดริก บรุนเนอร์,มิเค่ ฟาน เดอร์ ฮอร์น,อามอส พีเพอร์,อันเดอร์ลสัน ลูโคกี,มาร์เชล ฮาร์เพิ่ล,ริคสึ โดอัน,เซบิโอ ซูกู ,ฟาเบียน โคลส,เซร์คิโอ คอร์โดบา

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,เบนฌาแม็ง ปาวาร์,นิคลาส ซือเล่,ดาวิด อลาบา,ลูกัส แอร์กน็องเดซ,โกร็องแต็ง โตลิสโซ่,โยชัว คิมมิช,แซร์จ นาบรี้,เลออน โกเร็ทซ์ก้า,คิงส์เล่ย์ โกมัน,โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เลวาน-มุลเลอร์เบิ้ลคู่! บาเยิร์นไม่ล้าถล่มบีเลเฟลด์นั่งรองฝูง

"เลวานดอฟสกี้-มุลเลอร์" กดคนละสองเม็ดนำทีม "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่เหลือ 10 คนถล่มน้องใหม่ บีเลเฟลด์ 4-1 กำสามแต้มกลับออกไปพร้อมขยับอันดับรองจ่าฝูง ในการแข่งขันศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา
สนาม : ชูโก้ อารีน่า

     ศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เพิ่งจบภารกิจในบอลเดเอฟเบ โพคาล มาลงลุยเกมลีกต่อเนื่อง ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์คนเก่งใส่ผู้เล่นครบชุดจากเมื่อนัดยอลถ้วย "เลวานดอฟสกี้-มุลเลอร์"พร้อมขับเคลื่อนทีมสู่ชัยชนะบุกบ้านน้องใหม่ บีเลเฟลด์ ของกุนซือ อูเว่ นอยเฮาส์ ที่ฟอร์มยังไม่แน่นอน ล่าสุดแพ้มา จัดดาวเตะคนสำคัญอย่าง "ฟาเบียน โคลส" ลงสู้เพื่อคะแนน

     เริ่มมาถึงนาทีที่ 8 โธมัส มุลเลอร์ คว้าโอกาสพังสกอรืหนแรกของทีมสำเร็จ หลังศูนย์หน้าอินทรีเหล็กกระทุ้งบอลกลางเขตโทษ ส่งบอลเข้าตาข่ายให้ทีมขึ้นนำแย่างรวดเร็ว

     พี่เสือทิ้งห่างนาทีที่ 26 เลออน โกเร็ทซ์ก้า เลี้ยงบอลจากริมเส้นทางซ้าย จ่ายปาดเรียดมาตรงวงกลมหน้ากรอบเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จับหนึ่งครั้งแล้วซัดบอลพุ่งเสียบตาข่ายไป

     ถัดมานาทีที่ 31 ฟาเบียน โคลส แนวรุกบีเลเฟลด์ วิ่งตามบอลโด่งจากแดนตนเองหลุดเข้าไปในเขตโทษ ได้โอกาสซัดบอลแต่ยังถูก มานูเอล นอยเออร์ นายทวารบาเยิร์นออกมาขวางบอลรับไว้ได้

     เจ้าถิ่นพยายามสู้นาทีที่ 33 ริคสึ โดอัน มิดฟิลด์ปลาดิบลองส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลเลี้ยวเข้าหากรอบประตู แต่ยังเป็นงานง่านสำหรับนายด่นเสือใต้ ทิ้งตัวรับอยู่มือ 

     ทีมเยือนำสบายนาทีที่ 45+1 โธมัส มุลเลอร์ ลากบอลมาในเขตโทษ เกี่ยวแต่งเข้าเหลี่ยมเท้าขวาไหลต่อให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ยืนรออยู่ใกล้จับแล้วยิงไปติดตัวผู้เล่นเจ้าบ้านแฉลบเข้าประตูไปอีกเม็ด จบครึ่งแรก บาเยิร์น ทิ้งห่าง 3-0

     เสือใต้เฮอีกนาทีที่ 51 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โยกมารับบอลทางริมเส้นด้านขวา ลองโยนโค้งเข้าเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ ปรี่มาจิ้มบอลจังหวะเดียวเช็คใต้คาน ชนิดที่นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์ป้องกัน

     บีเลเฟลด์ตีไข่แตกนาทีที่ 59 ฟาเบียน โคลส ได้บอลจ่ายยาวจากแดนตนเอง เลี้ยงต่อมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ส่งต่อให้ ริคสึ โดอัน ที่วิ่งเติมมาโล่งคนเดียวจับบอลทางเขตโทษด้านขวา ซัดบอลพุ่งผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ อย่างแม่นยำ

     แต่แล้วนาทีที่ 76 โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ ปรี่ไล่กวดหัวหอกเจ้าถิ่น ฟาเบียน โคลส หลังเพื่อนจ่ายคืนหลังไม่ดี ทว่ากองกลางเสือใต้ไปสไลด์ใส่คู่แข่งหัวคะม่ำ กรรมการเห็นเป็นผู้เล่นคนสุดท้าย ชูใบแดงไล่ออกจากสนาม ก่อนจบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกชนะ บีเลเฟลด์ 4-1 ขยับอันดับขึ้นรองฝูง

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บีเลเฟลด์ (4-3-3): สเตฟาน ออร์เตก้า,นาธาน เด เมดิน่า (ไบรอัน แบห์เรนด์ น.83),อาโมส พีเพอร์,มิเค่ ฟาน เดอร์ ฮอร์น,อันเดอร์ลสัน ลูโคกี,ฟาเบียน คุนเซ่ (สเวน ชิปปล็อค น.70),มานูเอล พรีเตล,มาร์เชล ฮาร์เพิ่ล (โยอัน ซิมุน เอ็ดมุนด์สสัน น.90),คริสเตียน เกบาเออร์ (ไรน์โฮลด์ ยาโบ น.70),ฟาเบียน โคลส,ริคสึ โดอัน (นิลส์ ซูเฟิร์ท น.90)

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-1-3): มานูเอล นอยเออร์,เบนฌาแม็ง ปาวาร์,นิคลาส ซือเล่,ดาวิด อลาบา,ลูกัส แอร์กน็องเดซ (อัลฟอนเซ่ เดวิส น.90),โกร็องแต็ง โตลิสโซ่,เลออน โกเร็ทซ์ก้า (ฆาบี มาร์ติเนซ น.65),โธมัส มุลเลอร์,แซร์จ นาบรี้ (ดั๊กลสา คอสต้า น.65),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (มักซิม ชูโป-โมติง น.86),คิงส์เล่ย์ โกมัน (จามาล มูเซียลา น.86)

ระดับโลกทั้งนั้น! “เดอะ ซัน”จัดทีม11แข้งฟรีเอเยนต์ซัมเมอร์ปีหน้า

อย่างที่รู้ๆ กันว่า ฤดูกาลนี้มีนักเตะชื่อดังหลายคนกำลังอยู่ในสัญญาปีสุดท้ายกับต้นสังกัด ดังนั้นเท่ากับว่า ช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นการโยกย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวที่น่าสนใจหลายดีล ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นกับนักเตะระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, ปอล ป็อกบา รวมถึง เซร์คิโอ รามอส ด้วย และล่าสุดทาง เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ก็ได้มีการจัดทีม 11 แข้งดังที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาลนี้
– ผู้รักษาประตู : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (เอซี มิลาน)

        เชื่อเหลือเกินว่า นี่คือนายทวารที่หลายสโมสรกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ซึ่งมันก็อาจจะถึงเวลาแล้วเช่นกัน ที่เจ้าตัวอาจจะเลือกออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่เฝ้าเสาให้ "ปีศาจแดง-ดำ" มาตั้งแต่ปี 2015

– แบ็กซ้าย : เอริค การ์เซีย (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

         แน่นอนว่า ตำแหน่งถนัดของเขาคือปราการหลังตัวกลาง แต่กับทีมชุดนี้ การ์เซีย จำเป็นต้องถูกจับไปอยู่แบ็กขวา ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า บาร์เซโลน่า หวังกระชากเจ้าตัวออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ กระนั้น บาร์ซ่า ก็คงจะหวังซิว ปราการหลังเลือดกระทิงดุวัย 19 ปี กลับรัง คัมป์ นู แบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

– เซนเตอร์แบ็ก : เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

        รามอส อยู่โยงรับใช้ทัพ "ราชันชุดขาว" มาตั้งแต่ปี 2005 แถมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์อย่างมากมาย จนกลายเป็นตำนานของสโมสรเรียบร้อย แต่ด้วยสัญญาที่เหลืออีกแค่ปีเดียว บางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาฉบับสุดท้ายของ ยอดปราการหลังวัย 34 ปี ในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ก็เป็นได้

– เซนเตอร์แบ็ก : เยโรม บัวเต็ง (บาเยิร์น มิวนิค)

        ปราการหลังดีกรีแชมป์โลกวัย 32 ปี น่าจะเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าสนใจในตลาดฟรีเอเจนต์ช่วงหน้าร้อนปีหน้า หลังประสบความสำเร็จจนอิ่ม นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ "เสือใต้" เมื่อปี 2011 กระนั้นเมื่อเร็วๆ นี้เจ้าตัวเปรยๆ ว่า ไม่ปิดโอกาสเรื่องเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ บาเยิร์น เช่นกัน

– แบ็กซ้าย : ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)

        เป็นอีกหนึ่งแข้งดังจากค่าย "เสือใต้" ซึ่งมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว และด้วยการที่ อลาบา ไม่มีท่าทีที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด เชื่อเหลือเกินว่า เขาจะเป็นอีกหนึ่งแข้งฟรีสุดฮอตในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เพราะกำลังถูกหลายสโมสรระดับท็อปจับตามองอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด

– มิดฟิลด์ : ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

        มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส เป็นระยะๆ แต่สุดท้าย ป็อกบา ก็ไม่ได้ย้ายไปไหน ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวมีออปชั่นขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ออกไปอีก 12 เดือนหลังจบซีซั่นนี้ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 27 ปี อาจจะเลือกมองหาความท้าทายครั้งใหม่อีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก "ปีศาจแดง" ยังคงไร้ความสำเร็จในฤดูกาลนี้

– มิดฟิลด์ : จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ลิเวอร์พูล)

        เป็นหนึ่งในแข้งกำลังสำคัญแดนกลางของ "หงส์แดง" มาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสองซีซั่นหลังสุด ที่ช่วยทีมสอยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อด้วย พรีเมียร์ลีก แต่การย้ายเข้ามาของ ติอาโก้ อัลกันตาน่า ทำให้ ไวจ์นัลดุม อาจจะพิจารณาถึงเรื่องอนาคตของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว และแน่นอนว่า ไวจ์นัลดุม คือนักเตะที่กุนซือ โรนัลด์ คูมัน อยากดึงไปร่วมงานด้วยที่ บาร์เซโลน่า

– มิดฟิลด์ : เมซุต โอซิล (อาร์เซน่อล)

        โอซิล ดูเหมือนหมดอนาคตที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาตั้งนานแล้ว และก็เชื่อกันว่า ตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" กำลังหาทางเขี่ยเจ้าตัวออกจากทีมอยู่ เพราะนอกจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า แล้ว ยังดูดเงินจากสโมสรสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.35 ล้านบาท) อีกด้วย บางที โอซิล อาจจะกลายเป็นแข้งฟรีเอเจนต์โดยที่ไม่ต้องรอจนถึงซัมเมอร์ปีหน้าก็ได้

–  ปีกขวา : ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

        ทุกคนทราบดีว่า เมสซี่ เกือบจะชิ่ง บาร์ซ่า ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว แต่สุดท้ายเจ้าตัวจำยอมเลือกอยู่ช่วยทีมต่อ เพราะไม่อยากหักดิบกับต้นสังกัดที่ตัวเองรัก แต่นั่นก็คงเป็นแค่การขยายเวลาย้ายทีมออกไปเท่านั้น เพราะเมื่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า หมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เมสซี่ ก็คงเลือกที่จะไป และแน่นอนว่า สโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมเปิดศึกชิงตัวด้วยข้อเสนอเงินค่าจ้างสุดงาม

– ปีกซ้าย : เมมฟิส เดอปาย (โอลิมปิก ลียง)

        เจ้าตัวผิดหวังอย่างมากที่อดย้ายไป บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่มันก็ยังคงมีโอกาสดีอยู่ เพราะปัจจุบันเหลือสัญญากับ ลียง อีกแค่ปีเดียว แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ลียง คงอยากจะทำเงินเข้าสโมสรมากกว่าเสียไปแบบฟรีๆ ด้วยการชิงขายเจ้าตัวให้ บาร์ซ่า ในช่วงตลาดนักเตะรอบสองเดือนมกราคมนี้เลย เพราะใจของ เดอปาย ลอยไปที่ คัมป์ นู ตั้งนานแล้ว

– กองหน้าตัวเป้า : เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

        นี่คือดาวยิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก หลังกระทุ้งประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้วถึง 254 ลูก นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 9 ปีก่อน และถ้าหากไม่มีการต่อสัญญาเกิดขึ้นภายในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่า "เอล กุน" จะเป็นอีกหนึ่งแข้งฟรีเอเจนต์ที่เนื้อหอมมากๆ ในช่วงหน้าร้อนปีหน้า

    *ทีมฟรีเอเจนต์ชุดสอง* : แจ็ค บัตแลนด์ (สโต๊ค ซิตี้), วิลลี่ โบลี่ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส), จอนนี่ อีแวนส์ (เลสเตอร์ ซิตี้), ชโคดราน มุสตาฟี่ (อาร์เซน่อล), มิชาอิล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด), ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), แดนนี่ โรส (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์), อังเคล ดิ มาเรีย (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค (นาโปลี), ดีเอโก้ คอสต้า (แอตเลติโก มาดริด)

 

“เวนเกอร์” ชี้บาเยิร์นชุดนี้ยังห่างชั้นจากปี2013

อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานกุนซือ อาร์เซน่อล ฟันธง บาเยิร์น มิวนิค ชุดนี้ยังเทียบไม่ติดกับทีมชุดสามแชมป์เมื่อปี 2013 พร้อมหยัน "เสือใต้" ผงาดได้ในซีซั่นล่าสุด เพราะยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ ต่างพร้อมใจกันฟอร์มรูด

อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ยอมรับว่า บาเยิร์น มิวนิค คือสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรปเวลานี้ แต่ยังคงเทียบไม่ได้กับ "เสือใต้" ชุดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาล 2012/13

ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา บาเยิร์น ภายใต้การนำทัพของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการกวาดเรียบทั้งแชมป์ บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กระนั้นถึงแม้เป็นความสำเร็จระดับเดียวกับชุดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อ 7 ปีก่อน แต่ เวนเกอร์ มองว่า "เสือใต้" ชุดปัจจุบัน ยังห่างชั้นกับทีมเมื่อปี 2013 ที่นำทัพโดยกุนซือ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส    

"ทีมชุดปี 2013 ดีกว่าเยอะ พวกเขามีนักเตะอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม, ฟร้องค์ ริเบรี่, อาร์เยน ร็อบเบน, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โทนี่ โครส ชุดนั้นพวกเขามีคุณภาพครบทุกตำแหน่งเลย ส่วนทีมชุดปัจจุบันยังสามารถพัฒนาได้อยู่ บางทีอาจจะขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับทีมชุดปี 2013 ก็ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น"

"ผมไม่ได้ลดคุณค่าฟอร์มการเล่นของทีมชุดนี้นะ เพราะปัจจุบันยังไง บาเยิร์น ก็คือทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป แต่นั่นก็เป็นเพราะสโมสรใหญ่รายอื่นๆ ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีด้วย ขณะที่ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ต่างก็อ่อนแอลงพอดี" กุนซือระดับปรมาจารย์ชาวฝรั่งเศสวัย 70 ปี กล่าวกับ แดร์ สปีเกิ้ล สื่อเมืองเบียร์

บาเยิร์นเชื่อมั่น! “คิมมิช”จอมทัพรับแฮร์ธ่าคัมแบ็กคว้าชัยบุนเดสฯ

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เพิ่งซิวโทรฟี่ซูเปอร์คัพมาได้ ทว่าผลงานล่าสุดในลีกแพ้ไป เกมนี้ใส่ชื่อ "โยชัว คิมมิช" ลงแดนกลางคุมเกมปะทะทีมเยือน ”หญิงชรา” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่มองหาสามคะแนนเพื่อขยับอันดับขึ้นช่วงบนของตาราง ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563

ปรีวิวฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
บาเยิร์น มิวนิค (12) – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (13) 
เวลา : 23.00 น.

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า 

    ทัพ ”เสือใต้” ของ ฮันซี่ ฟลิค ที่สร้างความยิ่งใหญ่ผงาดคว้า 3 แชมป์แบบสุดยอดฤดูกาล 2019/20  เพิ่งลงเล่นกลางสัปดาห์ในเกมซูเปอร์คัพ เยอรมัน ที่เฉือนชนะ ดอร์ทมุนด์ 3-2  โดยสภาพทีมแข้งที่ยังชวดคือ ต็องกีย์ เนียงซู (กล้ามเนื้อ) กับ ลีรอย ซาเน่ (เข่า) ทั้งคู่  ขณะที่ ดาวิด อลาบา กับ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อรบกวน น่าจะผ่านความฟิตลงสนามทัน 

    การจัดทัพ ฟลิค จะปรับคู่เซนเตอร์แบ็กส่ง  ดาวิด อลาบา ลงยืนคู่ นิคลาส ซือเล่ สามประสานแนวรุกจัดเต็มมี  แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ และ คิงส์เล่ย์ โกมัน คอยปั้นเกม หน้าเป้าวาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คอยจบสกอร์ 

     ด้านทัพ ”หญิงชรา” แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่ปัจจุบันมี บรูโน่ ลาบบาเดีย เป็นเทรนเนอร์ ประเดิมนัดแรกสวยหรูบุกถล่ม เบรเมน 4-1 ก่อนจะมาแพ้คารังต่อ แฟร้งค์เฟิร์ต 1-3 สภาพทีมตอนนี้เหลือแค่ ยาไวโร ดิลโรซุน (กล้ามเนื้อต้นขา) กับ อาร์เน่ ไมเออร์ (เข่า) ที่ชวด 

    ภายใต้ระบบบเหลี่ยมเพชรคาดว่า ลาบบาเดีย จะปรับแค่คู่กองหน้าส่ง จอน กอร์โดบา ลงจับคู่ล่าตาข่ายกับ โดดี ลูเกบากิโอ ส่งผลให้ คริสตอฟ ปิออนเต็ก จะหลุดเป็นสำรอง  คู่เซนเตอร์แบ็กวาง เดดริค โบยาต้า ยืนคู่ ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา โดยมี นิคลาส ชตาร์ค คุมเกมหน้าแผงหลัง
 
    นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, นิคลาส ซือเล่,  ดาวิด อลาบา, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ  – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, โยชัว คิมมิช  – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์  โกมัน – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    แฮร์ธ่า เบอร์ลิน (4-1-2-1-2) : อเล็กซานเดอร์ ชโวลอฟ – ปีเตอร์ เพคาริค,  เดดริค โบยาต้า, ยอร์ดาน โตรูนาริห์กา, มักซิมิเลี่ยน มิทเทิ่ลชตัดท์ – นิคลาส ชตาร์ค – วลาดิเมียร์  ดาริด้า, ลูก้าส์ ตูซาร์ – มาเธอุส คุนญ่า – โดดี ลูเกบากิโอ, จอน กอร์โดยา

เทรนเนอร์ : บรูโน่ ลาบบาเดีย 

เวนเกอร์ยัน!แมนยูเคยทาบทามตนเป็นกุนซือ

อาร์แซน เวนเกอร์ ขงเบ้งลูกหนังเลือดเฟร้นช์ เปิดเผยความจริงว่าสมัยที่ยังทำงานเคยได้รับการทาบทามจากสโมสรชั้นนำในลีกยุโรปมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้ตนไปทำหน้าที่วางหมากด้วย

อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีม "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเปิดเผยความจริงว่าตนเคยได้รับข้อเสนอจาก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือในช่วงระหว่างที่ยังทำงานอยู่

กุนซือชาวฝรั่งเศส ตัดสินใจอำลา อาร์เซน่อล เมื่อปี 2018 หลังจากนั่งกุมบังเหียนมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี โดยปัจจุบันเขายังไม่หวนกลับมารับงานคุมทีมไหนทั้งนั้น และในสมัยที่ยังโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนัง เวนเกอร์ ได้ชื่อว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในการนำสโมสรแย่งชิงความยิ่งใหญ่ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

เวนเกอร์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 70 ปีแล้ว เผยว่าเคยมีโอกาสได้รับข้อเสนอให้คุมสโมสรใหญ่ๆ มากมายรวมไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังระบุว่าตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องอนาคตว่าจะหวนกลับมาสู่วงการฟุตบอลหรือไม่ หลังจากที่ปฏิเสธงานไปหลายครั้ง

จากการให้สัมภาษณ์กับ "เดอะ ไทม์ส" สื่อดังระดับโลกว่าเคยได้รับข้อเสนอจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือไม่ โดย เวนเกอร์ ตอบว่า "ผมเคยรับข้อเสนอให้ทำงานนั้น 2-3 ครั้ง" นอกจากนี้เจ้าตัวยังยืนยัน บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้งทีมชาติฝรั่งเศส ก็เคยยืนข้อเสนอเช่นกัน

ส่วนคำถามที่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยื่นข้อเสนอเพื่อให้ทำงานที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือไม่ เรื่องนี้ ตำนานนายใหญ่ "เดอะ กันเนอร์ส" ตอบชัดเจนว่า "ใช่" ส่วนคำถามต่อไปว่ามีข้อเสนอยื่นเข้ามาตอนไหน เวนเกอร์ เผยว่า "ผมไม่บอกคุณเรื่องนั้นหรอก แต่ผมบอกได้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอให้ผมรับงานจริง"

เต็มสิบ3ราย!สื่อดังตัดเกรด25แข้งที่”เจอร์เก้น คล็อปป์”เซ็นร่วมทัพลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดโค้ชชาวเยอรมัน ก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2015… นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ร่วม 5 ปีแล้ว ที่ คล็อปป์ เป็นกุนซือใหญ่ในถิ่น แอนฟิลด์ โดยในทัพ "หงส์แดง" ชุดปัจจุบัน มีเพียงแค่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดิว็อค โอริกี้ เท่านั้น ที่อยู่กับสโมสรก่อนที่ โค้ชเลือดเบียร์วัย 53 กะรัต จะเข้ามา
           ตลอดระยะเวลา 5 ปี มีนักเตะ 25 รายที่ถูก คล็อปป์ คว้าตัวเข้ามาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีหลายคนที่ไปได้สวยมากๆ แถมเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ แต่ก็มีบางรายเช่นกันที่ล้มเหลว และไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่หวังเอาไว้ และล่าสุด เดลี่ สตาร์ สื่อดังเมืองผู้ดี ได้มีการตัดเกรด 25 ผู้เล่นที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์

 – คามิล กราบาร่า (ค่าตัว 250,000 ปอนด์, จาก รุค คอร์ซอฟ ปี 2016) : 4
  นายประตูเลือดโปล เข้ามาร่วมก๊วน ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ยังคงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ (ปัจจุบันถูก อาร์ฮุส ยืมตัวไปใช้งาน)

 – ลอริส คาริอุส (ค่าตัว 4.7 ล้านปอนด์, จาก ไมนซ์ 05 ปี 2016) : 4
  นายด่านหน้าหล่อชาวเยอรมัน ถูกคาดหวังไว้สูงไม่น้อยตอนย้ายมาใหม่ๆ แต่สุดท้ายกลับมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำทั้งสำหรับ ลิเวอร์พูล และ คาริอุส ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กัน เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงฯ เมื่อปี 2018 (ปัจจุบันถูก อูนิโอน เบอร์ลิน ยืมตัวไปใช้งาน)

 – มาร์โค กรูยิช (ค่าตัว 5.1 ล้านปอนด์, จาก เร้ดสตาร์ เบลเกรด ปี 2016) : 5
  ทรงบอลดีเลยทีเดียว แต่จนถึงตอนนี้ยังแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ไม่ได้ และถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวตลอด นับตั้งแต่ย้ายเข้าสู่ถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2016 (ปัจจุบันถูก ปอร์โต้ ยืมตัวไปใช้งาน)

 – สตีเว่น คอลเกอร์ (ยืมจาก ควีนสพาร์ค เรนเจอร์ส, ปี 2016) : 5
  ถูกเซ็นเข้ามาในฐานะเซนเตอร์แบ็กสำรอง แต่ 3 จาก 4 เกมที่ลงเล่นภายใต้ยูนิฟอร์ม "หงส์แดง" เขากลับถูกใช้งานเป็นกองหน้าจำเป็นซะงั้น (ปัจจุบันค้าแข้งในลีกตุรกีกับ อลันยาสปอร์)

 – อเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ (ฟรี, ปี 2016) : 5
  โดนเซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมในระยะสั้น แต่ไม่ได้ลงเฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล แม้แต่นัดเดียว!!!

 – โดมินิค โซลันกี้ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก เชลซี ปี 2017) : 5
  เป็นกองหน้าที่มีแววดีเลยทีเดียว ทว่าสุดท้ายแจ้งเกิดไม่ได้ และถูกขายให้กับ บอร์นมัธ เมื่อปีที่แล้ว

 – เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ค่าตัว 1.3 ล้านปอนด์, จาก ซโวลล์ ปี 2019) : 5
  ปราการหลังดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ถูกคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อปีก่อน และเพิ่งได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าแค่ 4 นัดเท่านั้น (เกมบอลถ้วยล้วนๆ) ส่วนอนาคตของเจ้าตัวก็ต้องลุ้นกันต่อไป

 – อาเดรียน (ฟรี, ปี 2019) : 5
  เปิดตัวได้สวยด้วยการช่วย ลิเวอร์พูล ดวลจุดโทษชนะ เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2019 มาครอง แต่หลังจากนั้นมีชอตผิดพลาดง่ายๆ ให้เห็นตลอด ซึ่งก็รวมถึงเกมล่าสุดสดๆ ร้อนๆ ที่ "หงส์แดง" บุกไปพ่ายยับต่อ แอสตัน วิลล่า 2-7 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

 – ทาคุมิ มินามิโนะ (ค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์, จาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ปี 2020) : 5
  ผลงานโดยส่วนตัวของ สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นวัย 25 ปี ซึ่งถูกคว้าตัวเข้ามาร่วมทัพช่วงกลางซีซั่นที่แล้ว ถือว่าดีขึ้นมาอย่างชัดเจนในฤดูกาลนี้ แต่ยังคงรอคอยประตูแรกในเกม พรีเมียร์ลีก อยู่

 – ดิโอโก้ โชต้า (ค่าตัว 45 ล้านปอนด์, จาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ปี 2020) : 5
  ปีกทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี เพิ่งถูกเซ็นเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และก็ทำได้แล้ว 1 ประตู จากการลงเล่น 4 นัด ดูทรงแล้วคะแนนน่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต

 – คอสตาส ซิมิคาส (ค่าตัว 11.75 ล้านปอนด์, จาก โอลิมเปียกอส ปี 2020) : 5
  เป็นอีกคนที่ถูกดึงมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และเพิ่งลงเล่นไปแค่นัดเดียวเท่านั้น

 – รักนาร์ คลาวาน (ค่าตัว 4.2 ล้านปอนด์, จาก เอาก์สบวร์ก ปี 2016) : 6
  ผลงานและฟอร์มอาจไม่ได้โดดเด่น แต่ ปราการหลังทีมชาติเอสโตเนียวัย 34 ปี ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปถึง 53 นัด ทำได้ 2 ประตู ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลในถิ่น แอนฟิลด์ (ปัจจุบันค้าแข้งกับ กายารี่)

 – เซอร์ดาน ชากิรี่ (ค่าตัว 12.85 ล้านปอนด์, จาก สโต๊ค ซิตี้ ปี 2018) : 6
  ตัวรุกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์วัย 28 ปี มีผลงานที่ขึ้นๆ ลงๆ แม้มีโมเมนต์ที่น่าจดใจ แต่ก็มีช่วงเวลาที่เลวร้ายเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องปัญหาบาดเจ็บที่รุมเร้า จนลงเล่นแค่ 11 นัดเท่านั้นในฤดูกาลที่แล้ว

 – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว, จาก ฟูแล่ม ปี 2019) : 6
  เจ้าหนูวัย 17 ปี ถูกซิวตัวมาร่วมก๊วนเมื่อปีที่แล้ว แม้รวมๆ แล้วเพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่ 9 นัด แต่ดูมีอนาคตที่ดีไม่น้อย

 – ติอาโก้ อัลกันตาร่า (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก บาเยิร์น มิวนิค ปี 2020) : 6
  แม้เพิ่งลงเล่นให้ทีมแค่นัดเดียวก่อนติด "โควิด-19" แต่ดูทรงบอลแล้ว น่าจะไปได้สวยทีเดียวกับ ลิเวอร์พูล

 – โฌแอล มาติป (ฟรี, ปี 2016) : 7
  อาจมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปราการหลังร่างโย่งชาวแคเมอรูนวัย 29 ปี มีส่วนสำคัญไม่น้อยกับความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ตลอดช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ค่าตัว 35 ล้านปอนด์, จาก อาร์เซน่อล ปี 2017) : 7
  คล้ายๆ กับในรายของ มาติป ที่มีปัญหาบาดเจ็บเล่นงานเป็นระยะ แต่ก็มีความสำคัญต่อทีมไม่น้อย ซึ่งก็เชื่อเหลือเกินว่า เจ้าตัวคงจะถูก คล็อปป์ ส่งลงเล่นสม่ำเสมอกว่านี้ หากร่างกายฟิตสมบูรณ์

 – นาบี เกอิต้า (ค่าตัว 52.75 ล้านปอนด์, จาก แอร์เบ ไลป์ซิก ปี 2018) : 7
  ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานพอสมควร แถมเจอปัญหาบาดเจ็บกวนใจ แต่ก็มีหลายเกมที่ กองกลางทีมชาติกีนีวัย 25 ปี ทำผลงานได้ดี ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งแฟนบอล ลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ต่างคาดหวังผลงานที่ดีกว่านี้อีกจากเจ้าตัว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ค่าตัว 25 ล้านปอนด์, จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ปี 2016) : 9
  บางเกมอาจเล่นไม่โดดเด่น แต่โดยรวมแล้ว มิดฟิลด์ชาวดัตช์วัย 29 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อน และด้วยค่าตัวแค่ 25 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับ "หงส์แดง"

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (ค่าตัว 10 ล้านปอนด์, จาก ฮัลล์ ซิตี้ ปี 2017) : 9
  น้อยคนนักที่จะรู้จักเขาตอนย้ายมาใหม่ๆ เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ผลงานตลอดช่วง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์วัย 26 ปี ได้ก้าวขึ้นมาเป็นแบ็กซ้ายตัวท็อปๆ ของโลกเรียบร้อย

 – ฟาบินโญ่ (ค่าตัว 39.3 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โมนาโก ปี 2018) : 9
  ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแนวรับได้อย่างยอดเยี่ยม แถมบางเกมลงไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กด้วย และแน่นอนว่า มิดฟิลด์ตัวรับเลือดแซมบ้าวัย 26 ปีคนนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งคีย์แมนที่นำความสำเร็จกลับสู่รัง แอนฟิลด์
 
 – อลีสซง เบ็คเกอร์ (ค่าตัว 65 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2018) : 9
  เขาได้นำความเยือกเย็นและความเหนียวแน่นกลับสู่หน้าประตู มีชอตเซฟยากๆ ให้เห็นเป็นประจำ และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ตอนนี้ อลีสซง คือหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับโลก 

 – ซาดิโอ มาเน่ (ค่าตัว 30 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2016) : 10
  นี่คือแข้งบิ๊กเนมรายแรกที่ ลิเวอร์พูล ดึงเข้ามาในยุค คล็อปป์ และถือเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สุดคุ้มค่าสำหรับสโมสรด้วย เพราะ มาเน่ เป็นกำลังหลักในแนวรุกที่ทีมขาดไม่ได้จนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งผลงานกระทุ้ง 84 ประตู จาก 174 เกม ได้สะท้อนให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นอย่างดี

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์, จาก อาแอส โรม่า ปี 2017) : 10
  อาจมีบางเกมที่เล่นขัดใจแฟนบอลไปบ้าง แต่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความสุดยอดของ ซาลาห์ เพราะผลงานทำ 99 ประตู จาก 158 เกม ได้ยืนยันให้ทุกคนเห็นว่า เขาคือดาวยิงความหวังสูงสุดของทีม
 
 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ค่าตัว 75 ล้านปอนด์, จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ปี 2018) : 10
  ตอนแรกหลายๆ คนมองว่า ดีลของ ฟาน ไดค์ เป็นการลงทุนที่ฟุ่มเฟือย แต่ผลงานตลอดช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความสำเร็จแบบต่อเนื่องของ ลิเวอร์พูล ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นี่คือดีลที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของสโมสร ขณะที่ ปราการหลังชาวดัตช์วัย 29 ปี ก็ได้รับการซูฮกให้เป็นสุดยอดเซนเตอร์แบ็กคนหนึ่งของโลกลูกหนังยุคนี้

แมนยูปาดเหงื่อ!หงส์,เสือเล็งปาดหน้าสอย “ซานโช่”

สองยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรป เตรียมเร่งเครื่องเต็มสปีดเพื่อหวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หลังแผนการซบตัก "ผีแดง" ล้มเหลวไม่เป็นท่าในตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรกปี 2020
              บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล สองสโมสรยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป เตรียมปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระชากตัว เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 จากการเปิดเผยของ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังระดับโลก

            "ปีศาจแดง" ไม่เคยปกปิดว่าพวกเขาอยากได้ ซานโช่ จากทัพ "เสือเหลือง" อย่างมาก แต่ติดอยู่แค่ต้นสังกัดของนักเตะต้องการค่าตัวสูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเยอะมากเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินแมนฯ ยูไนเต็ด

             อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" ยังคาดหวังที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เนื่องจากมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ซึ่งประทับใจในผลงานของ ซานโช่ มานานแล้ว พร้อมที่จะกระชากนักเตะมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

            ส่วนรายละเอียดในรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นตัวเลือกที่นักเตะชื่นชอบมาตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ซานโช่ ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มใจที่จะย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากการเจรจาสามารถตกลงกันได้

            ขณะที่ บาเยิร์น เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากมีสตาร์ดังหลายคนของทัพ "เสือเหลือง" มักจะย้ายข้ามฝากไปเล่นให้กับ "เสือใต้" มาแล้วหลายคน โดยเจ้าของทริปเบิลแชมป์ฤดูกาล 2019/2020 เพิ่งจะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ และ ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส แต่ ซานโช่ เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งของเขาแถมอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี