พระเจ้าก็ไม่รอด!เอซีมิลานยันซลาตันติดโควิด

พระเจ้าติดโควิด! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์รายล่าสุดที่ติดโควิด ทั้งๆ ที่กำลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่
    เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อิตาลี ประกาศยืนยันว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสวีดิช มีผลตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกก่อนที่จะลงเตะกับ โบโด กลิมท์ ในถ้วย ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบสาม คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนนี้

    หัวหอกวัย 38 ปี กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดของ "ปีศาจแดง-ดำ" ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อจาก ลีโอ ดูอาร์ต กองหลังชาวบราซิเลียน ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องแยกไปกักตัว หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเจอ โบโด กลิมท์ และยังจะพลาดเกม เซเรีย อา นัดที่สองของฤดูกาล ที่จะบุกไปเยือน โครโตเน่ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้ ด้วย

    อิบราฮิโมวิช เพิ่งจรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือน หลังย้ายกลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" ด้วยสัญญาระยะสั้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมซัดไป10 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 18 นัด จนช่วย เอซี มิลาน จบอันดับหกในลีก
 
    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ยังได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 21 มาเป็น 11 อีกด้วย ซึ่งถือเป็นเบอร์เดิมที่เจ้าตัวเคยใช้สมัยเล่นให้ มิลาน ช่วงแรกระหว่างปี 2010-2012 และในเกมเปิดซีซั่นก็เหมาคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา

อิบรา-เรบิชลงคู่! มิลานกระทุ้งโบโลญญ่าเก็บชัยรับศึกกัลโช่

"ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน เพิ่งลุยเกมคัดยูโรปาลีกด้วยฟอร์มสุดยอด นัดนี้แนวรุกใช้คู่หูอย่าง "เรบิช-อิบราฮิโมวิช" ยิงรับทีมเยือน โบโลญญ่า ที่หมายตามคะแนนติดมือออกไปเช่นกัน ในการแข่งขันฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020/21 นัดแรก

ปรีวิวฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2020/21 นัดแรก
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
เอซี มิลาน – โบโลญญ่า
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม ”รอสโซเนรี่” ฤดูกาลที่แล้วในลีกจบอันดับ 6 ทำให้ต้องมาเล่นยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก ซึ่งล่าสุดก็บุกไปชนะ แชมร็อก 2-0 ผ่านเข้ารอบ 3 ต่อไป
    การเสริมทัพน่าสนใจเลยเมื่อได้ยืมตัว 2 ดาวรุ่งอย่าง บราฮิม ดิอาซ และ ซานโดร โตนาลี่ มาจาก เรอัล มาดริด และ เบรสชา ตามลำดับ แต่ก็ปล่อย จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า ไปให้ฟิออเรนติน่าเช่นกัน

 สภาพทีมในเกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เทรนเนอร์ เอซี มิลาน จะไม่มี มาเตโอ มูซัคคิโอ, อันเดรีย คอนติ, ราฟาเอล เลเอา และ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด

    อย่างไรก็ตามเจ้าถิ่นจะได้ อันเต้ เรบิช ที่เพิ่งซื้อขาดมาจาก แฟร้งค์เฟิร์ต พ้นโทษแบนกลับมา แนวรับเกมนี้ใช้ ซิมอน เคียร์ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ มัตเตโอ แก็บเบีย กองหลังดาวรุ่ง 

    ฟร้องค์ เกสซีเย่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดยวาง ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และ อันเต้ เรบิช ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก่งที่เพิ่งประเดิมลูกแรกในยูโรปา ลีก นัดล่าสุด

 ทีม ”รอสโซ่บลู” ฤดูกาลที่แล้วในลีกจบอันดับ 12 เกมล่าสุดพวกเขาอุ่นเครื่องเสมอ เอนเตลล่า 0-0 การเสริมทัพยังไม่น่าสนใจเมื่อได้แค่ ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี แบ็กขวามาจากโตริโน่รายเดียว

    สภาพทีมในเกมนี้ ซินิซ่า มิไฮโลวิช กุนซือโบโลญญ่าจะไม่มี แกรี่ เมเดล มิดฟิลด์พันธุ์ดุทีมชาติชิลีที่ติดโทษแบนเพียงรายเดียวนอกนั้นถือว่าสมบูรณ์

    ทั้งนี้แนวรับวาง ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ กองหลังทีมชาติญี่ปุ่นจับคู่กับ ดานิโล่ ขนาบข้างด้วย ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี และ มิตเชลล์ ไดจ์ส

    นิโคลาส โดมินเกวซ ถอยลงต่ำช่วยแดนกลาง อันเดรีย โปลี สามแนวรุกวาง ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ และ มูซ่า บาร์โรว์ สนับสนุนหน้าเป้า โรดริโก้ ปาลาซิโอ หอกอาร์เจนไตน์

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า-ดาวิเด้ คาลาเบรีย, ซิมอน เคียร์, มัตเตโอ แก็บเบีย, เตโอ แอร์กน็องเดซ-ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์-ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู, อันเต้ เรบิช-ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    เทรนเนอร์ : สเตฟาโน่ ปิโอลี่

    โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้-ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี, ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, มิตเชลล์ ไดจ์ส-นิโคลาส โดมินเกวซ, อันเดรีย โปลี-ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, มูซ่า บาร์โรว์-โรดริโก้ ปาลาซิโอ

    เทรนเนอร์ : ซินิซ่า มิไฮโลวิช

แมนยูอ้วกแตกเจอทั้งปารีสฯ-ไลป์ซิก หงส์ไม่ยาก โด้วัดเมสซี่ ผลจับชปล.สุดซี้ด!

เปิดโผจับติ้ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลิเวอร์พูล เจองานไม่ยากมากนัก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกเจอทั้ง เปแอสเช ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

กลุ่ม เอ : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม บี :  เรอัล มาดริด (สเปน), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี),

กลุ่ม ซี : เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ),โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม ดี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)

กลุ่ม อี : เซบีย่า (สเปน), เชลซี (อังกฤษ), คราสโนดาร์ (รัสเซีย), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม เอฟ : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), ลาซิโอ (อิตาลี), คลับ บรูช (เบลเยียม)

กลุ่ม จี : ยูเวนตุส (อิตาลี), บาร์เซโลน่า (สเปน), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน),  เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

กลุ่ม เอช : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)

ส่อแววกรุ๊ปออฟเดธ!เปิดลิสต์แบ่งโถจับติ้วรอบแบ่งกลุ่มชปล.2020-21

ตอนนี้ได้บทสรุปแล้วว่าโถการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นยังไงบ้าง โดยทีมจากสเปนอยู่ในโถ 1 กับ โถ 2 ถึงโถละ 2 ทีมเลย ส่วนของอังกฤษนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่จองโถแรกเอาไว้แล้วนั้น ที่เหลือก็อยู่ในโถ 2 ทั้งหมด ขณะที่โถ 3 มีทีมจาก อิตาลี ถึง 3 ทีมด้วยกัน

หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ได้บทสรุปไปครบถ้วนเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ตอนนี้สามารถจัดแจงโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย โดยการจับสลากจะมีขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ โถ 1 จะมีทีมจากสเปนถึง 2 ทีม นั่นคือ เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า เพราะโถนี้จะเว้นให้เฉพาะทีมแชมป์เก่าของ แชมเปี้ยนส์ ลีก,  ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และแชมป์ลีกของชาติที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น ซึ่ง เซบีย่า เป็นแชมป์เก่าของ ยูโรปา ลีก ทำให้พวกเขาได้ขึ้นมาอยู่โถ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้อยู่ในโถนี้เช่นกันหลังจากซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง

สำหรับโถ 2 นั้นเต็มไปด้วยทีมหินๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งเป็นตัวแทนจากอังกฤษ, 2 ทีมจาก สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังของเยอรมนี ในขณะที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่โถนี้เช่นกัน

ส่วนในโถ 3 ที่เด่นๆ คงจะหนีไม่พ้น 3 ทีมจากอิตาลีที่อยู่ในโถนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ และ อตาลันต้า นอกจากนี้ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก็อยู่ในโถนี้ด้วย ขณะที่ในโถสุดท้ายนั้นมีทีมอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิมปิก มาร์กเซย รวมทั้ง แรนส์ ที่ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ กราสโนดาร์, มิดทิลแลนด์, อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ แรนส์ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพิธีจับสลากจะเริ่มขึ้นตอนราว 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปตอนกลาง หรือก็คือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สรุปโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21

โถ 1 : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

โถ 2 : บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถ 3 : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โอลิมเปียกอส (กรีซ), ลาซิโอ (อิตาลี), กราสโนดาร์ (รัสเซีย), อตาลันต้า (อิตาลี)

โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก), แรนส์ (ฝรั่งเศส), เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

    *เงื่อนไขการแบ่งกลุ่ม
    – ทีมจากโถเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากชาติเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
    – ทีมจากรัสเซียและยูเครนจะไม่ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ตามการตัดสินของคณะกรรมการฉุกเฉินของ ยูฟ่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2014 โดยกฎนี้จะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าในทางที่ดี

ไม่เชื่อน้ำยาแมนยู!บ่อนชูทีมเต็ง1แชมป์ชปล.หลังรู้ผลรอบแบ่งกลุ่ม

soccer="1"

หลังจากมีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วนั้น วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายแห่งหนึ่งก็ชูให้ บาเยิร์น กับ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 สำหรับตำแหน่งแชมป์ร่วมกัน ส่วน ลิเวอร์พูล ตามมาติดๆ

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดทีมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างก็ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ร่วมสำหรับการได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ไปครอง ด้วยราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปเป็นที่เรียบร้อย ตามราคาที่้เปิดโดย วิลเลี่ยม ฮิลล์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายชื่อดังของเมืองผู้ดี

บาเยิร์น มีดีกรีเป็นแชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อน แถมขุมกำลังโดยรวมก็ยังแข็งแกร่งอยู่ ภายหลังนักเตะระดับทีมชุดใหญ่ที่บอกลาทีมไปหลังจบซีซั่นที่แล้วมีเพียง ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อิวาน เปริซิช เท่านั้น แถมยังได้ ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันมาร่วมทัพด้วย ส่วน แมนฯ ซิตี้ ก็เสริมทัพเต็มที่ด้วยการเซ็นทั้ง เฟร์ราน ตอร์เรส, นาธาน อาเค่ และ รูเบน ดิอาส แถม โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชื่อดังก็ยังอยู่กับทีมอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่มทั้งคู่ก็อยู่ในกลุ่มที่ไม่แข็งมากนักจนไม่น่าจะหลุดจากการเป็น 2 อันดับแรกของกลุ่มไปได้ โดย บาเยิร์น อยู่ในกลุ่ม เอ ร่วมกับ แอตเลติโก มาดริด, เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และ โลโคโมทีฟ มอสโก ส่วน แมนฯ ซิตี้ ที่อยู่ในกลุ่ม ซี นั้น งานเบากว่าด้วยซ้ำเพราะเพื่อนร่วมกลุ่มประกอบไปด้วย เอฟซี ปอร์โต้, โอลิมเปียกอส และ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งปัจจัยทั้งหมดก็ทำให้ทั้ง 2 ทีมถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์ร่วมกันในตอนนี้

สำหรับเต็ง 3 ในสายตาของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ ได้แก่ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) หลังจากที่ตัวหลักของ "หงส์แดง" ยังอยู่กันพร้อมหน้า แถมยังมีแข้งระดับ ติอาโก้ มาเสริมแกร่งอีก ส่วนในรอบแบ่งกลุ่มนั้นงานของพวกเขาก็ไม่ถือว่าหนักมากเกินไป แม้ว่า อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ อตาลันต้า จะมีชื่อชั้นดีก็ตาม ขณะที่ มิดทิลแลนด์ ถูกมองว่าน่าจะเป็นเพียงทีมไม้ประดับเท่านั้น

ทั้งนี้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นเต็ง 4 ในราคา 10/1 (แทง 1 จ่าย 10 ไม่รวมทุน) โดยที่ เรอัล มาดริด ตามมาเป็นเต็ง 5 ด้วยราคา 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน) ส่วน บาร์เซโลน่า กับ ยูเวนตุส เป็นเต็ง 6 ร่วมกันที่ราคา 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

สำหรับอัตราต่อรองที่น่าสนใจอื่นๆ นั้น มีอย่างเช่น แอตเลติโก มาดริด กับ เชลซี ที่เป็นเต็ง 8 ร่วมด้วยราคา 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเต็ง 10 ที่ราคา 25/1 (แทง 1 จ่าย 25 ไม่รวมทุน) และ อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รวมถึง อตาลันต้า ที่เป็นเต็ง 11 ร่วมกันด้วยราคา 33/1 (แทง 1 จ่าย 33 ไม่รวมทุน) เป็นต้น

อัตราต่อรองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์ 10 อันดับแรก หลังจากที่มีการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มไปแล้ว

    1. บาเยิร์น, แมนฯ ซิตี้ 4/1
    3. ลิเวอร์พูล 5/1
    4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 10/1
    5. เรอัล มาดริด 12/1
    6. บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส 16/1
    8. แอต. มาดริด, เชลซี 20/1
    10. แมนฯ ยูไนเต็ด 25/1

แมนยูห่างไม่เห็นฝุ่น! ลิเวอร์พูล เบอร์ 1 ทีมมูลค่านักเตะรวมสูงที่สุดในโลก

สำหรับตอนนี้ต้องยอมรับว่า ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะกลายเป็นทีมที่มีมูลค่าขุมกำลังนักเตะมากสุดในวงการลูกหนังโลก หลังจากที่พวกเขาเสริมทัพไม่มากแต่เต็มไปด้วยคุณภาพ ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลังทัพ "หงส์แดง" และ เชลซี
    "เดอะ เร้ดส์" เพิ่งจะกระชากตัว ดีโอโก้ โชต้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมแกร่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ มีมูลค่าในการเสริมนักเตะเพิ่มมากขึ้น ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังแพงที่สุดเกือบ 1,000 ล้านปอนด์ (ราว 38,000 ล้านบาท) จากการเปิดเผยของ ทรานเฟอร์สมาร์ค transfermarkt.com เว็บไซต์แนวประเมินผลงานและค่าตัวของนักฟุตบอลทั่วโลก

    ที่น่าเหลือเชื่อก็คือขุมกำลังของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้มีมูลค่าสูงกว่าขุมกำลัง "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากกว่า 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) โดยสองสตาร์ของ ลิเวอร์พูล อย่าง ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีอัตราค่าตัวพุ่งไปถึงคนละ 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท)

    ขณะที่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมแอสซิสต์ ถูกประเมินว่ามีค่าตัวพุ่งไปถึง 99 ล้านปอนด์ (ราว 3,762 ล้านบาท) นอกจากนี้พวกเขายังมีนักเตะมากกว่า 5 รายที่มีค่าตัวพุ่งขึ้นในระดับสูงประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท)

    ในส่วนของ แมนฯ ซิตี้ ขุมกำลังรวมของพวกเขาตอนนี้มีมูลค่าประมาณ 933.1 ล้านปอนด์ (ราว 35,457.8 ล้านบาท) เหนือกว่า "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า ที่มีมูลค่านักเตะรวมอยู่ที่ประมาณ 910.3 ล้านปอนด์ (ราว 34,591.4 ล้านบาท) ทำให้พวกเขารั้งอยู่ในอันดับ 3

    เมื่อมองไปที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ปัจจุบันติดอยู่ในอันดับ 4 โดยขุมกำลังทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด มีมูลค่าอยู่ที่ 825.9 ล้านปอนด์ (ราว  31,384.2 ล้านบาท) หลังจากที่พวกเขาทุ่มเงินคว้าตัวแข้งใหม่มาเสริมทัพถึง 7 คนในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งรวมทั้งไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์ และ เบน ชิลเวลล์

    สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขารั้งอยู่ในอันดับ 7 ด้วยมูลค่านักเตะรวมประมาณ 719.5 ล้านปอนด์ (ราว 27,341 ล้านบาท) ซึ่งต้องยอมรับว่าในเวลานี้พวกเขาอยู่ห่างชั้นกับ ลิเวอร์พูล คู่อริตลอดกาลทั้งเรื่องผลงานในสนามและมูลค่านักเตะโดย "ปีศาจแดง" ตามหลัง "เดอะ เร้ดส์" เกือบ 300 ล้านปอนด์ (ราว 11,400 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    นอกจากนี้ทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังมีอันดับต่ำกว่า "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ที่มีมูลค่านักเตะอยู่ที่ประมาณ 789.5 ล้านปอนด์ (ราว 30,001  ล้านบาท) และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของทริปเบิ้ลแชมป์เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา จำนวน 754.2 ล้านปอนด์ (ราว 28,659.6 ล้านบาท)

    ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีชื่อติดท็อปเทนจำนวนเงินมูลค่านักเตะรวม 697 ล้านปอนด์ (ราว 26,486 ล้านบาท) ตามหลัง "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่มียอดเงินอยู่ที่ 706.4 ล้านปอนด์ (ราว 26,843.2  ล้านบาท)  และ แอตเลติโก มาดริด จำนวนมูลค่านักเตะรวม 702 ล้านปอนด์ (ราว 26,676 ล้านบาท)

     ส่วนสโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีมูลค่านักเตะรวมติดท็อป 20 ได้แก่ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล จำนวน 582.5 ล้านปอนด์ (ราว 22,135 ล้านบาท) รั้งอันดับ 13, "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน มูลค่านักเตะรวม 442 ล้านปอนด์ (ราว 16,796 ล้านบาท) อันดับ 16 และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ จำนวน 415.2 ล้านปอนด์ (ราว  15,777.6 ล้านบาท)  ติดอันดับ 18

20 อันดับสโมสรที่มีมูลค่านักเตะรวมมากสุดในโลก
อันดับ    สโมสร                มูลค่านักเตะรวม
1    ลิเวอร์พูล                986.7 ล้านปอนด์ (ราว 37,494.36 ล้านบาท)
2    แมนฯ ซิตี้                933.1 ล้านปอนด์ (ราว 35,457.8 ล้านบาท)
3    บาร์เซโลน่า                910.3 ล้านปอนด์ (ราว 34,591.4 ล้านบาท)
4.    เชลซี                825.9 ล้านปอนด์ (ราว  31,384.2 ล้านบาท)
5.    เรอัล มาดริด            789.5 ล้านปอนด์ (ราว 30,001  ล้านบาท)
6.    บาเยิร์น มิวนิค            754.2 ล้านปอนด์ (ราว 28,659.6 ล้านบาท)
7.    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด            719.5 ล้านปอนด์ (ราว  27,341 ล้านบาท)
8.     ปารีส แซงต์-แชร์กแมง            706.4 ล้านปอนด์ (ราว 26,843.2  ล้านบาท)
9.    แอตเลติโก มาดริด            702 ล้านปอนด์ (ราว  26,676 ล้านบาท)
10    สเปอร์ส                697.1 ล้านปอนด์ (ราว  26,489.8 ล้านบาท)
11    อินเตอร์ มิลาน            660.7 ล้านปอนด์ (ราว 25,106.6  ล้านบาท)
12    ยูเวนตุส                594.6 ล้านปอนด์ (ราว 22,594.8  ล้านบาท)
13    อาร์เซน่อล                582.5 ล้านปอนด์ (ราว 22,135 ล้านบาท)
14    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์            543.4 ล้านปอนด์ (ราว 20,649.2  ล้านบาท)
15    นาโปลี                531.2 ล้านปอนด์ (ราว 20,185.6 ล้านบาท)
16    เอฟเวอร์ตัน                442 ล้านปอนด์ (ราว  16,796 ล้านบาท)
17    แอร์เบ ไลป์ซิก            441.6 ล้านปอนด์ (ราว  16,780.8 ล้านบาท)
18    เลสเตอร์ ซิตี้            415.2 ล้านปอนด์ (ราว  15,777.6 ล้านบาท)
19    เอซี มิลาน                384.9 ล้านปอนด์ (ราว 14,626.2  ล้านบาท)
20    เบนฟิก้า                343.1 ล้านปอนด์ (ราว 13,037.8  ล้านบาท)

 

 

เบนจามิน ซลาตัน! 3 เกร็ดผลงานน่าสนใจของยอดแข้งยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง “อิบราฮิโมวิช”

"ผมน่ะก็เหมือน เบนจามิน บัตตัน นั่นแหละ ผมแก่มาตั้งแต่เกิดและตายในสภาพที่เป็นคนอายุน้อย" คือสิ่งที่พักหลังมานี้ อิบราฮิโมวิช จะพูดถึงอยู่บ่อยๆ โดยมันเป็นการสื่อว่าถึงแม้เขาจะอายุ 38 ปีเข้าไปแล้ว แต่เขาก็ยังมีฝีเท้าที่เก่งกาจเหมือนเดิม โดยเฉพาะด้านการทำประตู อย่างเช่นล่าสุดที่เหมา 2 ลูกจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา
    สำหรับ เบนจามิน บัตตัน นั้น เป็นตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ กล่าวคือตัวเอกนั้นเกิดมามีสภาพเหมือนคนแก่ และพอผ่านไปเรื่อยๆ เขากลับดูเหมือนคนที่มีอายุน้อยลง ซึ่งมันก็ต้องยอมรับว่า อิบราฮิโมวิช เป็นนักเตะที่ยังมีฝีเท้าดีแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้วจริงๆ โดยตลอดอาชีพของเขานั้นเจ้าตัวสามารถทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้หลายอย่าง และ 3 กรณีนี้ก็เป็นตัวอย่างของเรื่องนั้น

    – ประตูเป็นกอบเป็นกำตลอดอาชีพการเล่น
    อิบราฮิโมวิช สามารถทำประตูในลีกสูงสุเได้แล้ว 23 ซีซั่นติดต่อกัน หลังจากที่ประเดิมสนามในเกมระดับทีมชุดใหญากับ มัลโม่ เมื่อปี 1999 ซึ่งบางคนอาจจะมองว่ามันไม่ใช่ผลงานที่น่าทึ่งอะไรนัก เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเจ้าตัวเป็นกองหน้าอยู่แล้ว และนักเตะในตำแหน่งนี้ก็ควรจะต้องทำประตูได้เป็นธรรมดา

    อย่างไรก็ตาม ถ้านับเป็นค่าเฉลี่ยแล้วนั้นมันก็ต้องบอกเลยว่าผลงานการทำประตูของเขาน่าทึ่งสุดๆ เพราะตลอดอาชีพการเล่นของเขานั้นดาวเตะชาวสวีดิชจะทำได้ 1 ประตูในทุกๆ 127.7 นาที หลังจากเขาทำไปแล้วถึง 470 ลูก จากการลงเล่น 763 นัดในทุกรายการ ส่วนถ้านับเฉพาะผลงานกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งนั้น ตอนที่อยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถือเป็นตอนที่เขามีค่าเฉลี่ยการใช้เวลาต่อการทำ 1 ประตูดีที่สุด เพราะอยู่ที่ 1 ลูกต่อทุกๆ 91 นาที

    นอกจากนี้ ถ้านับระหว่างปี 2006-2017 เขาก็มีค่าเฉลี่ยการทำประตูในลีกได้ 10 ลูกต่อ 1 ฤดูกาลเลยทีเดียว ส่วนถ้าไม่นับแบบค่าเฉลี่ยแล้วนั้น ช่วงที่เขาจบสกอร์ได้เฉียบคมที่สุดคือตอนอยู่กับ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ เพราะทำได้ถึง 52 ประตู จากการลงเล่น 56 นัด

    – ยอดกองหน้าแห่ง เซเรีย อา
    ปกติแล้วลีกอิตาลีจะขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรับจนทำให้กองหน้าของคู่แข่งทำประตูได้ยาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ อิบราฮิโมวิช ที่ในอิตาลีผ่านการเล่นให้ทั้ง เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน โดย 2 ประตูที่ทำได้ในนัดล่าสุดทำให้ตอนนี้เขายิงใน เซเรีย อา ไปแล้ว 132 ประตู สูงเป็นอันดับ 39 ของชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เซเรีย อา


 

    ถึงกระนั้น แม้ว่าถ้านับจำนวนระตูแล้วเขาจะเป็นอันดับ 39 แต่ในด้านค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดนั้น อิบราฮิโมวิช อยู่ในอันดับที่ 11 หากนับเฉพาะพวกที่ทำประตูใน เซเรีย อา อย่างน้อย 100 ลูก หลังมีค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดหากนับเฉพาะใน เซเรีย อา อยู่ที่ 0.56 ลูกต่อ 1 เกม


 

    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นอันดับ 16 ร่วม ในชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ มิลาน แล้วด้วย หลังจากทำไป 70 ประตู จากการลงเล่น 107 นัดในทุกรายการ โดยเขาตามหลัง มาร์โก ซิโมเน่ ที่อยู่อันดับ 15 อยู่เพียง 5 ประตูเท่านั้น และถ้ายิงได้อีก 20 ลูกเขาก็จะเป็นอันดับ 10 ร่วมกับ อัลแบร์โต้ บิกอน ได้ทันที

    – ยิงได้ทุกเมื่อ
    ในบรรดานักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในปัจจุบัน มีเพียงแค่ 2 คนที่สามารถทำประตูได้ "ทุกนาที" หรือก็คือตั้งแต่นาทีที่ 1 จนถึงนาทีที่ 90 และ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนอีกคนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส

    ทั้งนี้ ถ้าเกิดไม่นับช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่เขาทำได้ 17 ประตูแล้วนั้น ช่วงเวลาในแต่ละนาทีที่ อิบราฮิโมวิช ทำประตูได้มากที่สุดคือนาทีที่ 90 เพราะเขาทำได้ถึง 13 ประตูด้วยกัน ส่วนถ้านับแบบแบ่งช่วงละ 15 นาทีแล้วล่ะก็ ช่วงนาทีที่ 61-75 ก็คือช่วงที่เขาผลิตสกอร์โดยรวมได้เยอะที่สุด ที่จำนวน 96 ประตู

ซลาตันเจ๋งกดเบิ้ล! มิลาน ประเดิมหรูถลุงโบโลญญ่า เปิดหัวกัลโช่

 38 ปี แล้วไง! ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงชาวสวีเดนโชว์ความร้ายกาจตะบันคนเดียวสองเม็ด พา เอซี มิลาน เปิดบ้านเอาชนะโบโลญญ่า ที่เหลือ 10 คนท้ายเกม ไปอย่างสนุก 2-0 ประเดิมสามคะแนน ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : ซาน ซิโร่

    ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นเกมเปิดสนามระหว่างเจ้าบ้าน เอซี มิลาน รับการมาเยือนของ โบโลญญ่า

    เกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ วาง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นหน้าเป้า โดยมี ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และอันเต้ เรบิช สนับสนุน ขณะที่ บราฮิม ดิอาซ และซานโดร โตนาลี่ แข้งตัวใหม่ที่ย้ายมามีชื่อเป็นสำรอง ส่วนทางฝั่ง โบโลญญ่า ของ ซินิซ่า มิไฮโลวิช แมตช์นี้ใช้ โรแบร์โต้ โซเรียโน่ ยืนหน้าต่ำโดยมี โรดริโก้ ปาลาซิโอ ยืนค้ำอยู่แดนหน้า

    เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 12 มิลาน ได้ลุ้นจากจังหวะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ซัดด้วยขวาจากนอกกรอบไปติดบล็อค ดานิโล่ แนวรับโบโลญญ่าได้เตะมุม

    ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาบ้าง นาที 22 ได้ส่องเข้ากรอบหนแรกจากจังหวะที่ มูซ่า บาร์โรว์ ไหลบอลให้ นิโคลาส โดมิงเกวซ กดด้วยขวาเน้นๆบอลพุ่งแรงแต่ยังไปตรงตัว จานลุยจิ ดอนนารุมม่า รับไว้ได้

    อีก 6 นาทีถัดมา ซลาตัน โชว์สเต็ปพลิกบอลครอสเข้าไปในกรอบ 6 หลา บอลโดนปลายมือ สโครุปสกี้ ปัดออกมาเข้าทาง อิสมาแอล เบนนาแซร์ ยิงหลุดกรอบออกไปแบบน่าเสียดาย

    นาที 38 เอซี มิลาน มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ เตโอ แอร์กน็องเดซ แบ็กซ้ายเปิดบอลมาหน้าประตูให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เทกตัวเอาชนะแนวรับทีมเยือนสองคนก่อนสะบัดบอลตกพื้นเบียดเสาเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    เกมรุกของ "ปีศาจแดง-ดำ" ยังเหนือกว่าชัดเจน นาที 44 ฮาคาน ชาลาโนกลู ได้โอกาสส่องนอกกรอบแต่จังหวะกดด้วยขวาบอลพุ่งเหินคานออกไป จบครึ่งแรก มิลาน ขึ้นนำ โบโลญญ่า 1-0

    ครึ่งหลัง มิลาน ส่ง อเล็กซิส ซาเลอมาแกร์ส ห้องเครื่องดาวรุ่งลงไปเล่นแทน ซามู กาสเตเยโฆ

    นาที 47 เจ้าถิ่นพลาดได้ลูกที่สองหลัง ซาเลอมาแกร์ส ผ่านบอลเข้ากลางให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หวดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งแรงจนนายด่านโบโลญญ่าต้องปัดออกไป

    นาที 52 "ปีศาจแดงดำ" มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดนริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ทำฟาวลด์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ แล้วชี้เป็นจุดโทษ ก่อนที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะซัดด้วยขวาเสยมุมบนเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูที่สองของดาวยิงวัย 38 ปี ในเกมนี้

    นาที 63 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พลาดโอกาสทำแฮตทริกอย่างน่าเสียดาย หลังรับบอลจาก ฮาคาน ชาลาโนกลู ก่อนจะแตะหลบ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ไปได้แล้วแต่ยิงไม่ดีหลุดกรอบอย่างเสียดาย

    นาที 84 โบโลญญ่า พลาดโอกาสตีไข่แตกหลัง นิโคล่า ซานโซเน่ ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า อีก 3 นาทีถัดมา ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี แบ็กขวาเติมขึ้นมาซัดบอลหลุดกรอบออกไป

    นาที 88 มิตเชลล์ ไดจ์ส แนวรับทีมเยือนมาโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม กระนั้นนาทีสุดท้าย ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ แนวรับทีมเยือนได้โขกกลางประตูแต่บอลก็ไม่พ้นมือของ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ –

    จบเกม เอซี มิลาน คว้าชัยเหนือ โบโลญญ่าที่ เหลือ 10 คน ท้ายเกม 2-0 คว้าสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอซี มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – ดาวิเด้ คาลาเบรีย, ซิมอน เคียร์, มัตเตโอ แก็บเบีย, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์ – ซามู กาสเตเยโฆ, ฮาคาน ชาลาโนกลู, อันเต้ เรบิช- ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

        เทรนเนอร์ : สเตฟาโน่ ปิโอลี่

        โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ – ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี, ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, มิตเชลล์ ไดจ์ส – นิโคลาส โดมินเกวซ, เยอร์ดี้ เชาเท่น – ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, มูซ่า บาร์โรว์ – โรดริโก้ ปาลาซิโอ

        เทรนเนอร์ : ซินิซ่า มิไฮโลวิช

 

แฟนผีหัวใจเต้นแรง!ปูดแมนยูเล็งสอย “ก็องเต้”

สื่อผู้ดี ตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเสริมแกร่งสุดช็อกด้วยการเล็งคว้าตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ตัวเก่ง เชลซี มาร่วมทีม โดยงานนี้ "สิงห์บลูส์" ก็พร้อมปล่อยนักเตะออกไปหากพวกเขาได้รับค่าตัวในราคาที่สมน้ำสมเนื้อ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล็งที่จะยื่นข้อเสนอเพื่อขอซื้อ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางจอมขยันจาก "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จากการรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

กองกลางแชมป์โลก ตกเป็นข่าวเตรียมโบกมือลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อไปเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ซึ่งมี อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตเจ้านายที่เคยร่วมงานกันตอนที่อยู่กับ "สิงห์บลูส์" เป็นเทรนเนอร์ อย่างไรก็ตาม ปิเอโร่ ออซิลิโอ ผู้อำนวยการกีฬาของ "งูใหญ่" ยืนยันว่า สโมสรตนไม่มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัวดาวเตะเลือดเฟร้นช์

 กระนั้น ก็องเต้ ก็ยังถือเป็นผู้เล่นเนื้อหอม และล่าสุด "เดอะ มิร์เรอร์" รายงานว่านักเตะอาจจะย้ายไปเป็นลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา หลังจากที่มีข่าวว่าในเวลานี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ทำการติดต่อกับตัวแทนของ อดีตห้องเครื่องเลสเตอร์ ซิตี้ แล้ว

ทั้งนี้ ก็องเต้ วัย 29 ปี  ซึ่งเหลือสัญญาอีก 3 ปี อาจจะโดนปล่อยตัวออกไปหากสโมสรได้รับค่าตัวในราคาที่เหมาะสม เนื่องจากในช่วงซัมเมอร์นี้ เชลซี ใช้จ่ายเงินไปกว่า 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) ในการเสริมทัพโดยรวมทั้งการได้ตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ , ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, ฮาคิม ซีเย็ค และล่าสุด เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารคนใหม่

 

ซลาตันโวลั่นถ้าอายุ20คงซัดไป4ลูกแล้ว

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอก เอซี มิลาน ระบุ วันนี้ตนคงจะยิงได้ถึง 4 ประตูถ้าหากมีอายุ 20 ปี หลังล่าสุดทำ 2 ลูกในเกมที่ "รอสโซเนรี่" ทุบ โบโลญญ่า 2-0 พร้อมบอกว่าเกมนี้ฟอร์มของ มิลาน ยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนดังของ เอซี มิลาน กล่าวว่าถ้าตนอายุสัก 20 ปีแล้วนั้น ตนก็น่าจะทำประตูได้ถึง 4 ลูกด้วยซ้ำ หลังจากล่าสุดเหมาคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

อิบราฮิโมวิช ทำประตูแรกให้มิลานในนาทีที่ 35 ก่อนที่ดาวยิงวัย 38 ปีจะมายิงลูกจุดโทษตอกฝาโลงฝังทีมเยือนในนาทีที่ 51 โดยในช่วง 2 นาทีสุดท้าย โบโลญญ่า เหลือผู้เล่น 10 คนด้วยจากการที่ มิตเชลล์ ไดจ์ส โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

อิบราฮิโมวิช เผยว่า "ผมสบายดี ผมกำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง นี่เป็นเพียงการลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการนัดที่ 2 เท่านั้น วันนี้เราชนะ แต่ที่จริงผมมีโอกาสทำประตูได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าวันนี้ผมอายุสัก 20 ปีแล้วล่ะก็ ผมก็น่าจะยิงเพิ่มได้อีก 2 ลูกไปแล้ว ผมก็เหมือน เบนจามิน บัตตัน (ตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ) นั่นแหละ ผมแก่มาตั้งแต่เกิดและตายในสภาพที่เป็นคนอายุน้อย"

 "ฟอร์มของเรายังไม่ถึงขั้นว่าดีแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม เรายังทำพลาดในบางครั้งทั้งที่ถ้าเป็นปกติแล้วเราจะไม่พลาดแบบนั้น วันนี้สิ่งที่สำคัญคือการเก็บชัยชนะให้ได้ตั้งแต่นัดแรก (ในลีก) และการออกสตาร์ตให้ดี เป้าหมายของเราคือการทำผลงานให้ดีกว่าเมื่อฤดูกาลก่อน บรรดานักเตะเยาวชนทำผลงานกันได้ดี พวกเขาทำงานอย่างหนัก, ฟังคนอื่น, มีวินัย, รู้ว่าคุณต้องยอมเจ็บปวด ต้องทำงานอย่างหนักและมีสมาธิกับการทำงานทุกวัน"

"ฤดูกาลนี่เราต้องคิดกันไปแบบเกมต่อเกมและทำผลงานให้ได้ดี, เล่นอย่างมั่นใจ, เล่นให้เหมือนกับว่าทุกนัดมันเป็นนัดชิงชนะเลิษ เป้าหมายของเราคือการจบฤดูกาลด้วยการได้อันดับสูงๆ ในตารางคะแนน ผมชื่นชอบกับการที่ตัวเองมีหน้าที่ที่ต้องทำ ความกดดันที่หนักหนาสาหัสที่สุดมันมาจากตัวผมเอง ผมไม่อยากให้คนมาพูดเรื่องอายุของผม ผมอยากให้ทุกคนตัดสินผมด้วยเกณฑ์ระดับเดียวกัน ผมไม่อยากให้คนมาเห็นใจหรือชมผมเพียงเพราะผมอายุ 38 ปีหรอก"