เดือด!บาเยิร์นฟัดเปแอสเชจัด “เลวาน-เปริซิซ” วัด “เนย์มาร์-เอ็มบั้ปเป้” ชิงฯ ชปล.



"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมจัดทัพหนักนำทะลวงประตูโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ อิวาน เปริซิช เกมพบ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่ไม่น้อยหน้ามี เนย์มาร์ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ประสานคมขุดสกอร์ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. ศกนี้ เวลา 02.00 น.
ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)  –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ความพร้อมล่าสุดยังคงไม่มีวี่แวว เกย์ลอร์ นาวาส โกลมือ 1 ตัวทีมชาติคอสตาริกา ที่เจ็บไม่หาย เปิดโอกาส เซร์คิโอ ริโก้ ลงเฝ้าเสาต่อ แต่ข่าวดีคือ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี หายเจ็บลงสำรองเกมรัว ไลป์ซิก 3-0

    การคัมแบ็กของ แวร์รัตติ หมายความว่า อันเดร์ เอร์เรร่า หรือ เลอันโดร ปาเรเดส คนใดคนหนึ่งจะต้องหลีกทางไปนั่งสำรอง โดยสื่อคาดกันว่ารายหลังน่าถูกหวยที่สุด

    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ สตาร์ดาวยิงความเร็วสูงฟิตออกสตาร์ตได้ตั้งแต่แมตช์ที่แล้วเช่นกัน นัดนี้พร้อมลุยในแนวรุกเคียงข้าง อังเคล ดิ มาเรีย เจ้าของผลงานยิง 1 จ่าย 2 จากเกมเดียวกัน และ เนย์มาร์ ที่อยู่ในช่วงฟอร์มดีอีกราย

    ในแนวรับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันเลือดแซมบ้าจะลงเล่นนัดสุดท้ายก่อนหมดสัญญา ส่วน ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายสแปนิชจะได้เจอกับต้นสังกัดเก่า

    ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    ความพร้อมของทีมได้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกหายเจ็บกลับมาติดทีมในเกมตัดเชือกที่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 แต่เชื่อกันว่า ฟลิค น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิม ที่เล่นได้ดี ทำให้ โยชัว คิมมิช ได้จองพื้นที่แบ็กขวาต่อไป

    อย่างไรก็ตามทีมมีปัญหาตรงเซนเตอร์แบ็กเมื่อ เยโรม บัวเต็ง เจ็บจนโดนเปลี่ยนออกในนัดที่แล้ว ต้องประเมินความฟิตถึงนาทีสุดท้าย หากไม่ไหวต้องใช้บริการ นิคลาส ซือเล่ ส่วนในรายของ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ นั้น ฟลิค จะจับมายืนแบ็กซ้ายมากกว่า

    ตำแหน่งอื่นๆ ไม่เปลี่ยนจากชุดที่ใช้มาตลอดเส้นทาง ”มินิทัวร์นาเมนต์” ที่โปรตุเกส แดนกลางวาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมเกมคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แทนที่ คิมมิช ซึ่งถูกขยับลงไปช่วยแนวรับ

    แนวรุกสามตัวบนยังคงไว้ใจ อิวาน เปริซิช ที่ยืมมาจาก อินเตอร์ มิลาน ประสานงานกับ แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปแลนด์ ฟอร์มฮอต นั่นหมายความว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน จอมเลื้อยอดีตเด็กปั้นเปแอสเช ต้องรอโอกาสบนม้านั่งสำรองไปก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เซร์คิโอ ริโก้ – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเคล ดิ มาเรีย, เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

ผลการแข่งขันที่ผ่านมา ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 
ฤดูกาล 2017/2018     กลุ่ม บี    บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 3-1 
ฤดูกาล 2017/2018    กลุ่ม บี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-0    
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ     บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 2-0
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 1-0
ฤดูกาล 1997/1998     กลุ่ม อี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-1
ฤดูกาล 1997/1998    กลุ่ม อี      บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 5-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    บาเยิร์น แพ้  เปแอสเช 0-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 2-0
 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
19/08/20    ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
13/08/20    ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง)     ชปล.
06/08/20    ชนะ โซโชซ์ 1-0 (เหย้า)     อุ่นเครื่อง
01/08/20    เสมอ ลียง 0-0 (สนามกลาง)     เฟร้นช์ ลีก คัพ
25/07/20     ชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ คัพ

บาเยิร์น มิวนิค
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล

เกร็ดและสถิติที่น่าสนใจของทั้งสองทีม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 
 อันดับของยูฟ่า : 7  
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 25 เสีย 5
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม เอ, ชนะ ดอร์ทมุนด์ 3-2 (รอบ 16 ทีม), ชนะ อตาลันต้า 2-1 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 5 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : รอบชิงชนะเลิศ (2019-20)

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับของ ยูฟ่า : 2   
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 10 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 42 เสีย 8
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม บี, ชนะ เชลซี 7-1 (รอบ 16 ทีม), ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ลียง 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 15 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : แชมป์ 5 (ครั้งหลังสุดฤดูกาล 2012-13 )

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เรอัล มาดริด 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ กาลาตาซาราย 1-0 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ คลับ บรูช 5-0 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ คลับ บรูช 1-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 เสมอ เรอัล มาดริด 2-2 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ กาลาตาซาราย 5-0 (เยือน) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
19/02/20 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 1-2 (เยือน) ชปล.
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
13/08/20 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
19/08/20 ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

บาเยิร์น มิวนิค
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ สเปอร์ส 7-2 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 3-2 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 6-0 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ สเปอร์ส 3-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
26/02/20 ชนะ เชลซี 3-0 (เยือน) ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

ชปล.ฤดูกาลหน้าอาจมีกลุ่มสุดโหดหลายกลุ่ม

ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า อาจจะมีกลุ่มสุดโหดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" หลายกลุ่ม หลังจากที่ เซบีย่า ได้เลื่อนมาอยู่ในโถ 1 อย่างเช่นการที่ ลิเวอร์พูล อาจจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับ บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน และ กลัดบัค เป็นต้น
    สถานการณ์สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 มีความชัดเจนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ล่าสุด เซบีย่า ถูกเลื่อนขึ้นมาอยู่ในโถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20

    เดิมที โถ 1 จะเว้นให้เฉพาะทีมที่เป็นแชมป์จากลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุด 8 อันดับแรกตามการให้คะแนนของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น แต่ถ้าเกิดทีมไหนไม่ได้เป็นแชมป์ลีกในประเทศ แล้วไปได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรปา ลีก ใน 1 ซีซั่นก่อนหน้านั้น ทีมที่ว่าก็จะได้อยู่ในโถ 1 ทันที

 

    ทั้งนี้ บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คู่ชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ ต่างก็เป็นแชมป์ลีกในประเทศจนจะทำให้อยู่ใน โถ 1 สำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ เซบีย่า ซึ่งได้ที่ 4 ใน ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 ได้เลื่อนจากโถ 2 มาอยู่ โถ 1 จากการที่พวกเขาได้แชมป์ ยูโรปา ลีก ไปครอง

    เรื่องในครั้งนี้ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกลุ่มที่เต็มไปด้วยทีมชั้นยอดหรือ "กรุ๊ป ออฟ เดธ" ในฤดูกาลหน้าได้เลย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล จาก โถ 1 ที่อาจจะโดนจับไปอยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมในโถ 2 อย่าง บาร์เซโลน่า, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ แอตเลติโก มาดริด นอกจากนี้ ทีมจาก โถ 3 ที่ "หงส์แดง" อาจต้องเจอก็มีทีมอย่าง อินเตอร์ มิลาน หรือ ลาซิโอ รออยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากทีมในรอบคัดเลือกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสามารถมาถึงรอบแบ่งกลุ่มได้แล้วล่ะก็ มันก็อาจจะทำให้ทีมอย่าง อตาลันต้า หรือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ต้องไปอยู่ในโถ 4 เช่นกัน โดยหากเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ลิเวอร์พูล อาจไปเจอ 2 ทีมนั้นได้ ในกรณีที่พวกเขาไม่เจอทีมจาก อิตาลี หรือ เยอรมนี ในโถ 2 กับ โถ 3

    ทั้งนี้ มันยังมีโอกาสที่จะมี "กรุ๊ป ออฟ เดธ" มากกว่า 1 กลุ่มด้วย ยกตัวอย่างเช่นนอกเหนือจากกลุ่มในด้านบนแล้วก็จะมีกลุ่มที่ประกอบไปด้วย เรอัล มาดริด จากโถ 1, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากโถ 2, ลาซิโอ จาก โถ 3 และ โอลิมปิก มาร์กเซย จากโถ 4 ในกรณีที่ "โอแอ็ม" ต้องอยู่ในโถสุดท้าย เป็นต้น

    สรุปการแบ่งโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020-21 ในปัจจุบัน
    ทีมที่อยู่โถ 1 แน่นอนแล้ว

    เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), บาเยิร์น (เยอรมนี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

    ทีมที่อยู่โถ 2 แน่นอนแล้ว
    บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 2 หรือ โถ 3 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์)

    ทีมที่อยู่ในโถ 3 แน่นอนแล้ว
    แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), ลาซิโอ (อิตาลี)

    ทีมที่ต้องรอดูว่าจะได้อยู่ในโถ 3 หรือ โถ 4 โดยต้องรอดูผลการแข่งขันจากรอบคัดเลือก
    อตาลันต้า (อิตาลี), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี)

    ทีมที่อยู่ในโถ 4 แน่นอนแล้ว
    อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

    * ตัวอย่างกลุ่มสุดโหดที่อาจเกิดขึ้นได้พร้อมกันในซีซั่นหน้า
    – ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า, อินเตอร์ มิลาน, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
    – เรอัล มาดริด, แมนฯ ซิตี้, ลาซิโอ, มาร์กเซย
    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนฯ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน, แรนส์

บาเยิร์นขอโหดต่อ! “เลวาน” พร้อมซัด,ลียงลุ้น “เดอปาย” โป้งรอบรองฯ ชปล.

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค หวังโชว์ฟอร์มโหดต่อเนื่องโดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำปิดสกอร์เกมพบ "โอแอล" โอลิมปิก ลียง ที่มี เมมฟิส เดอปาย พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ  วันพุธที่ 19 ส.ค. ศกนี้  เวลา : 02.00 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563, เวลา : 02.00 น.
โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)   –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรนมัน)

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

    ทีมโอแอลของ รูดี้ การ์เซีย มาไกลเกินคาดถึงรอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ หลังจากที่ไล่เขี่ยตัวเต็งมาทั้งยูเวนตุส ด้วยกฎประตูทีมเยือน และแมนฯ ซิตี้ 3-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

    การจัดทัพไม่มีปัญหาเจ็บ-แบนให้กังวล ในแดนหน้าที่มีกัปตัน เมมฟิส เดอปาย ยืนพื้น คู่หูต้องเลือกระหว่าง คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ที่ออกสตาร์ตทั้ง 2 แมตช์ล่าสุด หรือ มุสซ่า เดมเบเล่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวมายิงรัว 2 ลูกใส่ทีมเรือใบสีฟ้า

    นอกนั้นยึดชุดเดิม เท่ากับว่า มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดาวรุ่งวัย 20 จะได้ลงตัวจริงกลางสนามต่อไป ประสานงานกับอีก 2 แข้งพลังหนุ่มทั้ง บรูโน่ กิมาไรช์ และ อูสเซ็ม อาอูอาร์ วัย 22 เท่ากัน

    วิงแบ็ก 2 ฟากวาง เลโอ ดูบัวส์ กับ มักซ์เวล กอร์เน่ต์ โดยหลังปรับตำแหน่งจากแนวรุกแล้วกลายเป็นเล่นดี แนวรับนำโดย เจสัน เดนาเยอร์ อดีตแข้งแมนฯ ซิตี้ และ แอนโธนี่ โลเปส ที่โชว์เซฟอุตลุดในรอบก่อน

    ด้านทีมเสือใต้ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงเป็นทีมเดียวในท็อป 5 ลีกยุโรปที่ชนะรวดทุกรายการนับจากรีสตาร์ต อีกทั้งรายการนี้ก็เฮทุกนัดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงแมตช์ล่าสุดที่ระเบิดฟอร์มโหด ถล่มบาร์เซโลน่าไปถึง 8-2

    ความพร้อมล่าสุดได้ข่าวดีเมื่อ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกกลับมาซ้อมได้แล้ว กระนั้นเชื่อว่าฟลิคคงไม่คิดเยอะเกิน ยึด 11 ตัวจริงที่กำลังลงตัวต่อไป

    นั่นเท่ากับว่า โยชัว คิมมิช จะได้เล่นแบ็กขวาต่อไป แล้วให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมกลางสนามคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แม้ว่าดาวเตะทีมชาติสเปนกำลังตกเป็นข่าวย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลก็ตาม

    คิงส์เล่ย์ โกมัน อีกหนึ่งแข้งฝรั่งเศสกลับมาฟิตเช่นกัน แต่ อิวาน เปริชิช ลากเลื้อยทดแทนได้เยี่ยม น่าจะยึดตำแหน่งใน 3 แนวรุกเคียงข้าง แซร์ช นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปลที่กดไปแล้ว 54 ลูกทุกรายการฤดูกาลนี้

    ในราย ลีรอย ซาเน่ ปีกสมาชิกใหม่ที่คว้ามาจากแมนฯ ซิตี้ นั้นยังไม่สามารถลงเล่นได้จนกว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    โอลิมปิก ลียง (3-5-2) : แอนโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล – เลโอ ดูบัวส์, มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาไรช์, อูสเซ็ม อาอูอาร์, มักซ์เวล กอร์เน่ต์ – คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี, เมมฟิส เดอปาย
    เทรนเนอร์ : รูดี้ การ์เซีย

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ (สเปน)

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี      รายการ    ผลการแข่งขัน
28/04/10        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 0-3
22/04/10        ชปล.    บาเยิร์น ชนะ ลียง 1-0
11/12/08        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 2-3
01/10/08        ชปล.    บาเยิร์น เสมอ  ลียง 1-1 
05/11/03        ชปล.    บาเยิร์น แพ้ ลียง 1-2
21/10/03        ชปล.    ลียง เสมอ  บาเยิร์น 1-1
06/03/01        ชปล.    ลียง ชนะ  บาเยิร์น 3-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลียง
16/08/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้  3-1 (สนามกลาง)     ชปล.
07/08/20 แพ้ ยูเวนตุส 1-2 (เยือน)         ชปล.
01/08/20 เสมอ เปแอสเช 0-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ ลีก คัพ 
23/07/20 ชนะ เกนท์ 3-2 (เยือน)         อุ่นเครื่อง   
19/07/20 ชนะ เซลติก 2-1 (เหย้า)         อุ่นเครื่อง

บาเยิร์น
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน)     บุนเดสลีกา

ใหญ่ฟัดใหญ่!บาร์เซโลน่าชนบาเยิร์นจัด “เมสซี่ วัดคม เลวานฯ” รอบ 8 ทีม ชปล.

เมื่อ 2 มหาอำนาจลูกหนังแห่ง 2 ลีกยุโรปโคจรมาพบกัน…"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า เตรียมปะทะเดือด "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค โดยนัดนี้จะเป็นการดวลความคมของสองศูนย์หน้าระดับเวิลด์คลาส คือ ลิโอเนล เมสซี่ กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันศุกร์ที่ 14 ส.ค. ศกนี้ (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
บาร์เซโลน่า (สเปน)   –   บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)

 

สนาม : เอสตาดิโอ ดา ลุช (สนามกลาง)

     กีเก้ เซเตียน กุนซือบาร์ซ่า ถูกคาดหวังพอสมควรในรายการนี้ หลังจากที่พาทีมชวดแชมป์ลา ลีกา โดยรอบที่แล้วผ่านนาโปลีมาได้ด้วยสกอร์รวม 4-2

     ความพร้อมขุมกำลังได้แบโผ 26 นักเตะเดินทางไปโปรตุเกส โดยไร้เงา ซามูแอล อุมติตี้ กองหลังฝรั่งเศสที่ยังคงต้องรักษาการบาดเจ็บต่อไป แต่ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ถึงแม้ยังไม่ฟิตเต็มร้อย แต่ก็มีชื่อกลับมาร่วมทัพเดินทางไปด้วย

    ก่อนหน้านี้ ทีมเจ้าบุญทุ่มได้ออกมายืนยันว่ามีนักเตะติดเชื้อโควิด-19 หนึ่งราย แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันเพราะไม่ได้มีชื่อติดในรายการนี้ ขณะที่ อาร์ตูโร่ วีดาล และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ สองมิดฟิลด์ต่างพ้นโทษแบน พร้อมเป็นตัวเลือกกลางสนามให้แก่เซเตียน

     คาดว่าบุสเก็ตส์จะยึดตำแหน่งตัวจริงไปได้แน่นอน แต่วีดาลต้องลุ้นเบียดแย่งกับ อิวาน ราคิติช ห้องเครื่องโครแอต ขยับไปสามตัวบนมาเต็มนำโดยกัปตัน ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ อองตวน กรีซมันน์ ด้าน มาร์ติน เบรธเวต ดาวยิงเดนมาร์กที่เซ็นฉุกเฉินมาจากเลกาเนสหลังปิดตลาดหน้าหนาว มีชื่อเดินทางด้วย แต่หมดสิทธิ์มีส่วนร่วมลงสนามเพราะไม่สามารถลงทะเบียนได้

     ทัพเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค เป็นทีมเดียวในกลุ่ม 5 ลีกใหญ่ยุโรปที่เก็บชัยชนะมาได้ทุกรายการ พร้อมกวาดไปแล้ว 2 แชมป์ในบุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล โดยมีความหวังจะซิว ”ทริปเปิลแชมป์” จากรายการนี้ ซึ่งพวกเขาผ่านเชลซีในรอบที่แล้วด้วยสกอร์รวมขาดรอย 7-1

     เวลานี้ทีมมีปัญหาตำแหน่งฟูลแบ็กเมื่อฝั่งขวาไร้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แข้งแชมป์โลกที่เจ็บยาว ต้องโยกเอา โยชัว คิมมิช จากแดนกลางมาเล่นแทน อีกฟากเช็กฟิต อัลฟอนโซ่ เดวิส ที่ไม่ได้ลงซ้อมเมื่อวันพุธที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย หากสุดท้ายฟิตไม่ทันการจริงๆ จะเป็นโอกาสสำหรับ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ อดีตดาวเตะแอต.มาดริด ประจำการแทน

     ตรงกลางสนาม ติอาโก้ อัลกันตาร่า ประจำการแทนที่คิมมิช ลงเจอทีมอู่ข้าวอู่น้ำ ส่วน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงเล่นได้เพราะบาร์ซ่าไม่ได้ใส่เงื่อนไขห้ามเจอในสัญญายืม ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกเลือกใช้งานหรือเปล่า

     กระนั้นมีแนวโน้มที่ ”คูตี้” จะนั่งสำรองไปก่อน เชื่อว่าฟลิคจะยึดสามตัวรุกชุดเดิม อิวาน เปริชิช ลงช่วย แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปลฟอร์มฮอต ส่วน คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกเลือดน้ำหอมเป็นอีกรายที่ต้องลุ้นฟิต อาจไม่เสี่ยง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์
    เทรนเนอร์ : กีเก้ เซเตียน

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : ดามีร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
13/05/15    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค3 – 2บาร์เซโลน่า
07/05/15    ชปล.บาร์เซโลน่า3 – 0บาเยิร์น มิวนิค
24/07/13    กระชับมิตรบาเยิร์น มิวนิค2 – 0บาร์เซโลน่า
02/05/13    ชปล.บาร์เซโลน่า0 – 3บาเยิร์น มิวนิค
24/04/13    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค4 – 0บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
09/08/20 ชนะ นาโปลี 3-1 (เหย้า) ชปล.
19/07/20 ชนะ อลาเบส 5-0 (เยือน) ลา ลีกา
17/07/20 แพ้ โอซาซูน่า 1-2 (เหย้า) ลา ลีกา
12/07/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เยือน) ลา ลีกา
09/07/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา

บาเยิร์น มิวนิค
09/07/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า) ชปล.
31/07/20 ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
20/06/20 ชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 (เหย้า) บุนเดสลีกา

เชลซีพึ่งปาฏิหาริย์! “ชิรูด์” พร้อมล่า,บาเยิร์นลุ้น “เลวานฯ” อัดซ้ำ รอบ16ทีม ชปล.

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี อาจต้องพึ่งปาฏิหาริย์หลังนัดแรกแพ้มายับเยินโดยเตรียมส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงล่าตาข่ายเกมบุกถิ่น "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2) วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. ศกนี้  (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2)
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
บาเยิร์น มิวนิค   –   เชลซี
(ผลนัดแรก บาเยิร์น มิวนิค ชนะ 3-0 )

 

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    ฮันส์-ดีเตอร์ ฟลิค เทรนเนอร์บาเยิร์น มิวนิค พาทีมบุกไปถล่มเชลซีตุนไว้ก่อนถึง 3-0 ในนัดแรก ก่อนเตรียมความพร้อมในเกมนี้ด้วยการเบียดชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 ในเกมลับแข้งล่าสุด 
   
    ฟลิค หมดสิทธิ์ส่ง คิงส์เล่ย์ โกมัน ปีกทีมชาติฝรั่งเศส ลงเล่นนัดเปิดบ้านปะทะเชลซี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้

    สำหรับโกมัน ปีกวัย 24 ปี ลงเล่นเกมนี้ไม่ได้ เนื่องจากเขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่ได้ลงสนามฝึกซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ทำให้เสือใต้น่าจะส่ง อิวาน เปริซิช ลงเล่นแทน

    ขณะที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส วัย 24 ปี บาดเจ็บข้อเท้า ลงเล่นไม่ได้เช่นเดียวกัน

    ด้าน โยชัว คิมมิช และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า 2 แข้งสำคัญต้องระวังตัว เพราะถ้าโดนจดชื่อเพิ่มก็จะโดนแบนในรอบต่อไปทันที

    ส่วนแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, เลออน โกเร็ทซ์ก้า, โธมัส มุลเลอร์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซี พาทีมแพ้บาเยิร์น มิวนิคคารัง 0-3 ในนัดแรก ก่อนแพ้อาร์เซน่อล 1-2 ในนัดชิงเอฟเอ คัพ เป็นการแพ้นัดที่ 2 ในรอบ 5 เกม

    สภาพทีมเกมนี้ แลมพ์สเจอปัญหาเพียบเลย เมื่อจะไม่มีทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ ที่ติดโทษแบน รวมไปถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คริสเตียน พูลิซิช และ เปโดร โรดริเกซ ที่เดี้ยงเพิ่มมาจากเกมล่าสุด เช่นเดียวกับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และ บิลลี่ กิลมอร์ ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

    ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แม้จะกลับมามีชื่อสำรองแล้ว แต่ก็ยังต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ วิลเลี่ยน ที่ไม่สมบูรณ์

    ตำแหน่งคนเฝ้าเสายังน่าสนใจเหมือนเดิม วิลลี่ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนไตน์ตัวเก๋า แม้จะเป็นมือ 2 แต่ก็อาจได้โอกาสต่อเนื่องอีกเกม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อบาลา, อัลฟงโซ่ เดวิส – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาร์บี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 
   
    เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, มาเตโอ โควาซิช, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เอเมอร์สัน พัลไมรี่ – เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์  

    ผู้ตัดสิน : คูเน็ย์ต ชาคีร์ (ตุรกี)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
26/02/20    ชปล.เชลซี0-3บาเยิร์น มิวนิค
25/07/17    ไอซีซีเชลซี2-3บาเยิร์น มิวนิค
31/08/13    ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ บาเยิร์น มิวนิค 2-2 เชลซี
20/05/12    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค 1-1 เชลซี
12/04/05    ชปล.บาเยิร์น มิวนิค3-2เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาเยิร์น มิวนิค
31/07/20 ชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
20/06/20 ชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 (เหย้า) บุนเดสลีกา
17/06/20 ชนะ เบรเมน 1-0 (เยือน) บุนเดสลีกา

เชลซี
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
14/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

4ทางเลือกแทน’ปาวาร์’ของเสือใต้

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ของ บาเยิร์น มิวนิค ยังมีการบ้านต้องทำสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้โดยเฉพาะการเลือกตัวแทนของ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศสที่บาดเจ็บจากการฝึกซ้อม

บาเยิร์น มิวนิค พบข่าวร้ายจากการสูญเสียแบ็กขวาตัวจริง แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ซึ่งบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและกองหลังวัย 24 ปีจะต้องพักอย่างน้อย 3 สัปดาห์

ปาวาร์ แบ็กขวาดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เขามีส่วนสำคัญต่อการนำทีมยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียคว้า ‘ดับเบิ้ลแชมป์’ ซีซั่นที่ผ่านมา หลังการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสร ซึ่งเป็นการฟาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 8 ปีติดต่อกัน ก่อนสอยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล สมัยที่ 20 ด้วย

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้ปล่อยลูกทีมพักหลังเกมชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายราว 2 สัปดาห์ก่อนเรียกระดมพลเตรียมพร้อมสำหรับการลงทำศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนสิงหาคมนี้

ก่อน ฟลิค จะได้รับข่าวร้ายจากการเดี้ยงของ ปาวาร์ หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสบาดเจ็บเอ็นข้อเท้าซ้ายจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้แบ็กวัย 24 ปีต้องพักประมาณ 3 สัปดาห์ นั่นเป็นการบ้านของ ฮันซี่ ฟลิค ที่ต้องหาตัวแทนลงประจำการแบ็กขวาสำหรับการลงทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกช่วงเดือนหน้า

สำหรับการลงเล่นรอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับเทรนเนอร์ทีมเสือใต้มากนัก หลัง บาเยิร์น มิวนิค บุกขย่ม เชลซี ถึงถิ่นมาด้วยสกอร์ 3-0

ทว่าความกังวลน่าจะอยู่ที่การลงเล่นรอบควอเตอร์ไฟนัลมากกว่า เนื่องจากมีแนวโน้มสูงว่าทีมเสือใต้จะเผชิญหน้ากับของแข็งอย่าง บาร์เซโลน่า ถ้าหากฟ้าไม่ผ่ากลาง ‘คัมป์ นู’ จนทำให้ทัพอาซูลกราน่าร่วงตกรอบไปซะก่อนในการลงเล่นกับ นาโปลี รอบ 16 ทีม นัดสอง ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จากนั้นยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่าจะไปตามนัดกับทีมเบิ้มจากแคว้นบาวาเรียที่กรุงลิสบอนในวันที่ 14 สิงหาคม

ดังนั้น ฮันซี่ ฟลิค จึงมีเวลาซักซ้อมเตรียมความพร้อมสำหรับเกมสำคัญพอสมควรโดยเฉพาะการเลือกเฟ้นนักเตะที่จะลงเล่นตำแหน่งแบ็กขวาแทน ปาวาร์ ซึ่งเทรนเนอร์วัย 55 ปีมี 4 ตัวเลือกพร้อมใช้งาน ส่วนมีใครกันบ้างไปดูกันครับ

1.โยชัว คิมมิค
 คิมมิค ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตำแหน่งแบ็กขวาและจะเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค เนื่องจากกองหลังวัย 25 ปีเป็นแบ็กขวาเบอร์หนึ่งของทีมชาติเยอรมันและทัพเสือใต้ ก่อน ฟลิค จะตัดแต่งพันธุกรรมปรับมาเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับเหมือนกับที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยขยับ ฟิลิปป์ ลาห์ม จากแบ็กขวาสู่มิดฟิลด์ตัวกลางและประสบความสำเร็จด้วยดี

 ชัดเจนว่า คิมมิค คุ้นเคยกับการเล่นตำแหน่งดังกล่าวและเป็นตัวทดแทนที่สมบูรณ์แบบของ ปาวาร์ ในบรรดาตัวเลือกทั้งหมด หลังแบ็กชาวฝรั่งเศสทำ 4 ประตูและอีกหลายแอสซิสต์จากการลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมา จุดแข็งของ คิมมิค คือการรักษาตำแหน่งดีและยังช่วยเติมเกมรุกทางกราบขวาถึงกรอบเขตโทษคู่แข่งแบบสม่ำเสมอ แรงดีไม่มีตก โดยมีผลงานฐานะกองหลังที่เคยทำถึง 13 แอสซิสต์บนเวทีบุนเดสลีกาซีซั่น 2018-2019

 ดังนั้น คิมมิค จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับ ฮันซี่ ฟลิค โดยเฉพาะแมตช์ดวลกับ บาร์เซโลน่า ที่เกมป้องกันฝั่งขวาของทีมเสือใต้จะต้องมีหน้าที่รับมือกับ ลิโอเนล เมสซี่ ซุปตาร์ของทัพอาซูลกราน่าโดยตรง

ทว่า คิมมิค ถูกปรับบทบาทไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ด้วยการลงเล่นตำแหน่งดังกล่าว 34 จากการลงเล่นทุกรายการซีซั่นล่าสุด 47 เกม แข้งวัย 25 ปียังชื่นชอบกับบทบาทใหม่ด้วยและยังได้พัฒนาความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมทั้ง เลออน โกเร็ตซ์ก้า กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เป็นอย่างดีด้วย

 อย่างไรก็ตาม ฮันซี่ ฟลิค ไม่ใช่เทรนเนอร์ประเภทที่ชอบปรับหลายตำแหน่งพร้อมกัน ถ้าหากเขาเลือกถอย คิมมิค กลับไปเล่นแบ็กขวา เขาก็ต้องหานักเตะคนอื่นที่จะมาเล่นมิดฟิลด์ตัวรับ ซึ่งอาจไม่เป็นผลดีต่อทีม ยกตัวอย่างช่วงที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ บาดเจ็บ เทรนเนอร์ทีมเสือใต้เลือกแก้ปัญหาด้วยการส่ง โยชัว เซิร์คซี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวดัตช์ลงเล่นแทนดาวยิงชาวโปล โดยไม่คิดโยก โธมัส มุลเลอร์ หรือ แซร์ช นาบรี้ มาเล่นตำแหน่งของ เลวานดอฟสกี้ เพื่อรักษาความเข้าใจระหว่างนักเตะและระบบขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ

 คิมมิค อาจเป็นผู้เล่นที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอีกระดับ กองหลังวัย 25 ปีเป็นนักเตะที่เก่งขึ้นกว่าเดิมแบบไม่มีข้อสงสัย แต่เขาอาจไม่ใช่ผู้เล่นที่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กขวาในยุคของ ฮันซี่ ฟลิค

 2.อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า
 บาเยิร์น มิวนิค ดึง โอดรีโอโซล่า มาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นความโชคร้ายของแบ็กขวาชาวสเปนวัย 24 ปีที่ย้ายหนีม้านั่งสำรองในมาดริดมาก้นด้านต่อที่มิวนิค หลังมีโอกาสลงเล่นบุนเดสลีกาแค่ 3 เกม รวมเวลาในสนามเพียง 156 นาทีเท่านั้น

 ‘เราต้องการแบ็คอัพ’ ฮันซี่ ฟลิค เปิดเผยถึงการเซ็นสัญญากับแบ็กชาวสเปนหลังเขาเดินทางมาถึงมิวนิค ‘เขาฝึกซ้อมเป็นอย่างดีและทำทุกอย่างได้ดี มันเป็นเรื่องดีที่จะรู้ว่าคุณมีตัวเลือกและมันเป็นบทบาทที่เขาน้อมรับ เราคุยกันเรื่องนี้ ผมต้องบอกว่าเขามีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมและมีความเป็นมืออาชีพมาก ดังนั้นผมจึงแฮปปี้กับเขา’

 โอดรีโอโซล่า ก้มหน้ารับบทบาทสำรองของ ปาวาร์ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด โดยมีโอกาสลงสนามเพียง 3 นัดตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งเป็นการตอบแทนทัศนคติที่ดีของแบ็กชาวสเปนด้วยการส่งลงเล่นตัวจริงในเกมปิดฤดูกาลนัดที่ 34 กับ โวล์ฟสบวร์ก ทว่าเป็นการลงสนามราวหนึ่งชั่วโมง

‘เขาไม่ได้มีช่วงเวลาที่ง่ายนักในมิวนิค แต่เขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึกซ้อมและเข้าหาทุกอย่างด้วยทัศนคติที่มีความเป็นมืออาชีพมาก’ ฟลิค กล่าวถึงแบ็กขวาชาวสเปน

 ไม่ต้องสงสัยเลยว่า โอดรีโอโซล่า มีคุณภาพฝีเท้าพอที่จะลงทำหน้าที่แทน ปาวาร์ ทว่านักเตะส่วนใหญ่จำเป็นต้องการลงสนาม 2-3 เกม เพื่อค้นหาจังหวะการเล่นของพวกเขา ขณะที่แบ็กวัย 24 ปียังขาดการเล่นในสนามจึงอาจไม่ใช่การเตรียมตัวดีที่สุดสำหรับการแข่งขันรายการสำคัญอย่างแชมเปี้ยนส์ลีกและยังไม่มีนักเตะทีมเสือใต้ลงสนามมาตั้งแต่เกมชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล กับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ทีมเสือใต้แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดแมตช์อุ่นเครื่องกับ มาร์กเซย ของฝรั่งเศสในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมเพื่อเคาะสนิมแข้งก่อนลงบู๊กับ เชลซี ในช่วงสัปดาห์ถัดไป

3.เยโรม บัวเต็ง
 เวลาในการเล่นไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง ในซีซั่น 2019-2020 แม้ว่าเขาจะอายุ 31 ปีและลดระดับความสำคัญจากแนวรับคนสำคัญของ บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่น 2018-2019 ก่อนที่เขาจะพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าหลังการบาดเจ็บหนักจนต้องพักยาวของ นิคลาส ซือเล่ และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง บัวเต็ง กลับมาลงเล่นตัวจริง 23 เกมนำไปสู่การคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา 8 ปีติดต่อกันสำเร็จ

 บัวเต็ง ยังได้คำรับเสียงชื่นชมจาก ฮันซี่ ฟลิค จากผลงานที่ผ่านมาของกองหลังวัย 31 ปี ‘เขาแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้ในระดับสูงและเขายังเล่นได้ดีมาก’

 อย่างไรก็ตามการลงเล่นตลอดซีซั่น 2019-2020 บัวเต็ง ทำหน้าที่ฐานะเซนเตอร์เท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากองหลังวัย 31 ปีจะไม่สามารถเล่นตำแหน่งแบ็กขวา หลัง บัวเต็ง เคยเล่นตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว 58 เกมตลอดอาชีพของเขา

แน่นอนว่าถ้าเน้นเฉพาะเกมป้องกันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับ บัวเต็ง แต่ถ้าหากจะใช้ประโยชน์ในการเติมเกมรุกเหมือนฟูลแบ็กสมัยใหม่ อาจมีเครื่องหมายคำถามสำหรับกองหลังวัย 31 ปี

 สถานะปัจจุบันของ บัวเต็ง คือการเล่นเซนเตอร์คู่กับ ดาวิด อลาบา ซึ่งเป็นปราการหลังตัวกลางคู่แรกในใจของ ฮันซี่ ฟลิค กรณีที่ นิคลาส ซือเล่ ยังไม่พร้อมสำหรับการลงเล่นเต็ม 90 นาที อีกทั้ง บัวเต็ง ที่มีส่วนสูง 6 ฟุต 3 นิ้วยังไม่เหมาะกับการเล่นด้านข้างด้วย ดังนั้นการขยับกองหลังวัย 31 ปีมาเล่นแบ็กขวาแทน ปาวาร์ น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของเทรนเนอร์วัย 55 ปี

4.คริส ริชาร์ดส์
 เด็กหนุ่มวัย 20 ปีเป็นกองหนุนที่ยอดเยี่ยมของ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซีซั่นที่ผ่านมา แม้บทบาทส่วนใหญ่คือการลงเล่นกับ บาเยิร์น สมัครเล่น ในฤดูกาล 2019-2020 ก็ตาม เขาลงเล่น 30 เกมและมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ลีกาสาม เยอรมัน ซึ่งกองหลังดาวรุ่งชาวมะกันลงเล่นเป็นเซนเตอร์ส่วนใหญ่ แต่ถูกขยับมาเล่นแบ็กขวา 12 เกม

 ฮันซี่ ฟลิค ชื่นชอบเด็กคนนี้มาก โดยเรียก ริชาร์ดส์ เป็น 1 ใน 5 นักเตะจากทีมเยาวชนขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่นั้น เทรนเนอร์วัย 55 ปี ยังส่งชื่อแนวรับวัย 20 ปีติดโผชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมเยือน แวร์เดอร์ เบรเมน นัดที่ 32 ของซีซั่น แต่เขาเป็นผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลงสนาม ก่อนทีมเสือใต้จะบุกคว้าชัยด้วยสกอร์ 1-0

วันที่เด็กหนุ่มจาก แอลาบาม่า รอคอยมาถึงในอีก 3 วันต่อมาหลัง ฮันซี่ ฟลิค ส่งลงสนามแทน ฆาบี มาร์ตีเนซ ช่วง 6 นาทีสุดท้ายของเกมชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 นัดที่ 33 ของฤดูกาล

 ‘นับตั้งแต่พวกเขาลงฝึกซ้อมกับเรา คุณภาพพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง’ ฟลิค พูดถึงเด็กๆ ‘(จามาล) มูเซียล่า และ ริชาร์ดส์ ทั้งคู่ต่างอยู่บนเส้นทางที่ดีมาก ดังนั้นเราจึงให้รางวัลพวกเขาสำหรับการเป็นผู้เล่นสำรองให้พวกเขามีโอกาสเห็นว่าบุนเดสลีกาเป็นอย่างไร พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขายังมีหนทางอีกยาวไกลและยังต้องทำงานอีกมา ก่อนที่พวกเขาจะสามารถเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค’

จากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้แสดงความชัดเจนว่า คริส ริชาร์ดส์ ยังไม่พร้อมสำหรับการก้าวขึ้นมาท้าทายเพื่อเป็นตัวแทนของ ปาวาร์ ในตอนนี้ แต่กองหลังวัย 20 ปีน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันทีมเสือใต้ในอนาคตแน่นอน

 ดังนั้นจาก 4 ตัวเลือกข้างต้นของ ฮันซี่ ฟลิค ถ้าพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งข้อดี, ข้อเสีย บวกกับแนวทางการทำงานของเทรนเนอร์วัย 55 ปี คาดว่า อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า มีโอกาสลงทำหน้าที่แทน แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ มากกว่า 3 คนที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับแบ็กชาวสเปนว่าจะฉวยโอกาสได้ดีเพียงใดเท่านั้น

ปารีสฯขอเบิ้ลแชมป์,”เอ็มบั๊ปเป้”ลงซัดแซงต์เอเตียนชิงถ้วยเฟร้นช์ คัพ

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ลีกเอิงทีมล่าสุด กำลังไล่ล่าความสำเร็จอีกใบให้จงได้ นัดนี้ "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้" หัวหอกดาวเด่นอาสาเป็นทีเด็ดลงกำราบ แซงต์-เอเตียน คู่แข่งร่วมลีกที่อยากสมหวังคว้าโทรฟี่รายการนี้เป็นหนที่ 7 ในการแข่งขันเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ คืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563
ปรีวิวเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2019-2020
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ลีก เอิง) – แซงต์-เอเตียน (ลีก เอิง)
เวลา : 02.10 น.

สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ (แซงต์-เดอนีส์, ฝรั่งเศส)

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ประจำปี 2020 จะลงสนามปะทะ แซงต์-เอเตียน คู่แข่งจากลีก เอิง ในศึกฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศสรายการ ”เฟร้นช์ คัพ” นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2019-2020 โดยฟาดแข้งที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, แซงต์-เดอนีส์ สนามแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงปารีส

    สำหรับทีมแชมป์เฟร้นช์ คัพ จะได้โควตาไปเล่นยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่นหน้า แต่ถ้าเปแอสเชคว้าแชมป์ตั๋วใบนี้จะเป็นของทีมอันดับ 5 ลีก เอิง ซึ่งก็คือ นีซ (ไม่ใช่เป็นของรองแชมป์เฟร้นช์ คัพ) ส่วนปารีสจะไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในโควตาแชมป์ลีก เอิง

    เปแอสเชเป็นเจ้าของสถิติทีมที่คว้าแชมป์เฟร้นช์ คัพ มากที่สุดที่จำนวน 12 สมัย (ปี 1982, 1983, 1993, 1995, 1998, 2004, 2006, 2010, 2015, 2016, 2017, 2018) ตามด้วย โอลิมปิก มาร์กเซย 10 สมัย, แซงต์-เอเตียน 6 สมัย (ปี 1962, 1968, 1970, 1974, 1975, 1977)

    ขณะเดียวกัน เปแอสเชจะลงเล่นเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 18 ของสโมสร พร้อมกับจะเป็นการเตะรอบชิงชนะเลิศ ศึกนี้เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2015 จนถึง 2020)

    ส่วนแซงต์-เอเตียนจะลงเล่นเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ เป็นครั้งที่ 10 ของสโมสร

     โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 46 ปีของเปแอสเช นำทีมลงสนามล่าสุดเมื่อคืนวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ชนะเซลติก แชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ของสกอตแลนด์ ซีซั่นนี้ขาดลอย 4-0 ในแมตช์กระชับมิตร ซึ่งทีมได้ประตูจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยิง 52 วินาทีแรก, เนย์มาร์ นาที 25, อันเดร์ เอร์เรร่า นาที 48, ปาโบล ซาราเบีย นาที 67

    ในแมตช์อุ่นเครื่อง 3 นัดของปารีสชนะทุกเกม พร้อมยิงคู่แข่งได้ถึง 20 ประตู โดยไม่เสียสักลูกเดียว เริ่มจากบุกไปถล่มเลอ อาฟร์ อันดับ 6 ลีก เดอซ์ ซีซั่นนี้ 9-0 ที่สต๊าด โอเซอาน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม ตามด้วยเกมเปิดปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ กรุงปารีส ต้อนวาสแลนด์ เบเวอเรน ทีมจากเบลเยียม 7-0 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม และคว้าชัยเหนือเซลติกในเกมล่าสุด

    นัดนี้ ทูเคิ่ล ขาด ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายทีมชาติสเปนวัย 27 ปี บาดเจ็บที่น่อง, อับดู ดิยัลโล่ เซนเตอร์แบ็กเซเนกัลวัย 24 ปี บาดเจ็บที่หลัง

    ในรายของ ติอาโก้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิล กัปตันทีมเปแอสเชวัย 35 ปี, เอริก มักซีม ชูโป-โมติง กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนวัย 31 ปี และ เซร์คิโอ รีโก้ นายทวารสเปนวัย 26 ปี ที่ต่างหมดสัญญากับสโมสรเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้เล่นทั้ง 3 คนได้ต่อสัญญากับปารีสออกไป 2 เดือนเพื่อลงเล่นเกมนี้ รวมถึงในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเฟร้นช์ ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ซีซั่นนี้

    ทูเคิ่ล จะจัดทีมในระบบการเล่น 4-4-2 มาร์กินญอส กับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันทีมยืนเซนเตอร์แบ็กคู่กัน อังเคล ดิ มาเรีย และ เนย์มาร์ นำเกมรุก เมาโร อีการ์ดี้ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ นำทัพแดนหน้า

    โคล้ด ปูแอล เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสวัย 58 ปีของแซงต์-เอเตียน นำทีมได้อันดับ 17 ลีก เอิง ซีซั่นนี้ รอดพ้นการตกชั้นไปอย่างหวุดหวิด

    ปูแอล นำทีมเตะอุ่นเครื่องไปแล้ว 4 นัด เริ่มจากชนะ รูมิญี่ จากนาซิยงนาล 2 หรือดิวิชั่น 4 ฝรั่งเศส 4-1 ที่ศูนย์กีฬาโรแบร์-แอร์กแบ็ง เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม จากนั้นทีมเปิดบ้านปราบ นีซ 4-1 ที่สต๊าด เจ๊ฟฟรัว-กีชาร์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ตามด้วยเกมถล่มชาร์เลอรัว จากเบลเยียม 4-0 ที่ศูนย์กีฬาโรแบร์-แอร์กแบ็ง วันพุธที่ 15 กรกฎาคม และล่าสุดทีมแพ้คาบ้านต่ออันเดอร์เลชท์ จากเบลเยียม 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม

    เขาได้ อาโรลด์ มูคูดี้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติแคเมอรูนวัย 22 ปี กลับมาที่สโมสรหลังจากหมดสัญญายืมตัว 5 เดือนครึ่งกับมิดเดิ้ลสโบรช์ และ โลอิก แปร์แร็ง กองหลังกัปตันทีมวัย 34 ปี หมดสัญญากับสโมสรเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ทว่าเขาได้ต่อสัญญากับทีมไปเรียบร้อยเพื่อลงเล่นนัดเจอเปแอสเช ซึ่งเจ้าตัวหายเจ็บหัวเข่า กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว 

    ”เลส์ แวร์” จะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 มาติเยอ เดอบูชี่ แบ็กขวากัปตันทีม เป็นแกนหลักแดนหล้ง โรแม็ง อามูม่า, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า นำเกมรุก วาห์บี คาซรี่ สตาร์ทีมชาติตูนิเซีย ยืนกองหน้าตัวเป้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล เคห์เรอร์, มาร์กินญอส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), มิทเชล บัคเคอร์ – อังเคล ดิ มาเรีย, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, มาร์โก แวร์รัตติ, เนย์มาร์ – เมาโร อีการ์ดี้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

    แซงต์-เอเตียน : เชสซี่ มูแล็ง – มาติเยอ เดอบูชี่ (กัปตันทีม), เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ติโมเต้ โคล็อดเซียจซัค, กาเบรียล ซิลวา – ยันน์ เอ็มวีล่า, มาห์ดี้ กามาร่า – โรแม็ง อามูม่า, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า – วาห์บี คาซรี่

ผู้ตัดสิน : อาโมรี่ เดอเลอรู

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน
09/01/20  ลีก คัพ เปแอสเช 6-1 แซงต์-เอเตียน
16/12/19  ลีก เอิง แซงต์-เอเตียน 0-4 เปแอสเช
18/02/19  ลีก เอิง แซงต์-เอเตียน 0-1 เปแอสเช
15/09/18  ลีก เอิง เปแอสเช 4-0 แซงต์-เอเตียน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เปแอสเช

22/07/20 ชนะ เซลติก 4-0 (เหย้า) กระชับมิตร
13/07/20 ชนะ เลอ อาฟร์ 9-0 (เยือน) กระชับมิตร
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.
05/03/20 ชนะ ลียง 5-1 (เยือน) เฟร้นช์ คัพ
29/02/20 ชนะ ดิฌง 4-0 (เหย้า) ลีก เอิง

แซงต์-เอเตียน

15/07/20 ชนะ ชาเลอรัว 4-0 (เหย้า) กระชับมิตร
10/07/20 ชนะ นีซ 4-1 (เหย้า) กระชับมิตร
04/07/20 ชนะ รูมิลลี่ 4-1 (เหย้า) กระชับมิตร
08/03/20 เสมอ บอร์กโดซ์ 1-1 (เหย้า) ลีก เอิง
06/03/20 ชนะ แรนส์ 2-1 (เหย้า) เฟร้นช์ คัพ

ซาลาห์ลาหงส์,เมสซี่ลุยกัลโช่?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

ทำเอาเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายเลยทีเดียว เพราะล่าสุดมีข่าวว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจจะไม่อยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อหลังจบซีซั่นนี้ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ ก็อาจเลือกชิ่ง บาร์เซโลน่า ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้แอบมีลุ้นขึ้นมาเล็กๆ ที่จะได้ตัว ยาน โอบลัค ยอดนายทวาร แอตเลติโก มาดริด แต่จะเพราะสาเหตุใดนั้น เรามาหาคำตอบกัน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงตัวเก่ง ลิเวอร์พูล ไม่ปิดโอกาสที่จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบซีซั่นนี้ แม้เพิ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองร่วมกับต้นสังกัด (La FM Colombia)

 – อดัม ลัลลานา กองกลางจอมเทคนิคเลือดผู้ดี ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล เตรียมโยกซบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แบบฟรีๆ หลังจบซีซั่นนี้ หลังจากที่ตกลงสัญญา 3 ปี กับทาง "เดอะ ซีกัลล์ส" ได้เรียบร้อย (The Athletic)

 

 – อินเตอร์ มิลาน มีแผนการใหญ่ที่จะออกล่าตัว ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ซึ่งเป็นช่วงที่ เมสซี่ หมดสัญญากับ บาร์ซ่า เรียบร้อย (Gazzetta dello Sport)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็ง คิงส์เลย์ โกมัน ปีกความเร็วสูงของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หากวืดเป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (Athletic)

 – นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงจับตาดูสถานการณ์ของ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตูจอมหนึบของ แอตเลติโก มาดริด อย่างใกล้ชิด เนื่องจาก "ตราหมี" อาจจะยอมขายในราคาที่ต่ำกว่าค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) หลังจากที่วงการลูกหนังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" (The Sun)


 
 – ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูมือสองของ "ปีศาจแดง" กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่าในศึก พรีเมียร์ลีก อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด (ESPN)

 – เชลซี กำลังพิจารณาที่จะคว้าตัว จอห์น สโตนส์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดีของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทัพ เนื่องจากกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวรับ ขณะที่ สโตนส์ ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นเท่าที่ควรในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม (Football Insider)

 

 – อาร์เซน่อล กาหัว ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าเลือดจังโก้ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เป็นเป้าหมายหลัก หาก ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง ดาวยิงกัปตันทีม เลือกอำลาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซัมเมอร์นี้ (Le 10 Sport)

 – นอกจากนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" ยังเล็งยืม ซามูแอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กดีกรีแชมป์โลกของ บาร์เซโลน่า มาใช้งาน แต่อาจจะต้องแย่งชิงกับ เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, โอลิมปิก มาร์กเซย และ โอลิมปิก ลียง ที่ต่างกำลังมอง ดาวเตะวัย 26 ปี อยู่เช่นกัน (Mundo Deportivo)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว คัลลั่ม วิลสัน หัวหอก บอร์นมัธ มาร่วมทัพในราคาเพียง 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) ถ้าหาก "เดอะ เชอร์รีส์" ตกชั้น (The Sun)

 

 – คริสตัล พาเลซ พร้อมพิจารณาขาย วิลฟรีด ซาฮา ปีกจอมพลิ้วชาวไอวอรี่โคสต์ หลังจบซีซั่นนี้ หากได้รับข้อเสนอที่น่าพอใจ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาร 1,600 ล้านบาท) (The Times)

 – ดาบิด ราย่า ผู้รักษาประตูฝีมือดีชาวสแปนิชของ เบรนท์ฟอร์ด กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของสองสโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อย่าง อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (90min)

 – ยูเวนตุส ยังคงมีความสนใจที่จะคว้าตัว จอร์จินโญ่ ห้องเครื่อง เชลซี โดยกำลังรอดูสถานการณ์ว่า "สิงห์บลูส์" จะคว้าโควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าได้หรือไม่ (Tuttosport)

 

 – อาแอส โรม่า มีแผนที่จะเซ็นสัญญากับ วิคเตอร์ โมเสส วิงแบ็ก เชลซี ที่ตอนนี้กำลังเล่นให้กับ อินเตอร์ มิลาน ภายใต้สัญญายืมตัว (Calciomercato)

 – เรอัล มาดริด หวังโกยเงินเข้าสโมสรให้ได้ราว 180 ล้านยูโร (ประมาณ 6,480 ล้านบาท) จากการขายนักเตะทิ้งช่วงซัมเมอร์นี้ โดย แกเร็ธ เบล, ฮาเมส โรดริเกซ และ ลูก้า โยวิช เป็นสามแข้งดังที่ส่อแววถูกโละ (Marca)

ลีกเอิงคลอดโปรแกรมซีซันใหม่, เริ่ม 22 ส.ค.

ลีกสูงสุดแดนน้ำหอมคลอดโปรแกรมฤดูกาลใหม่ออกมาแล้ว โดยจะเปิดฉากในสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ลีกเอิง ประกาศโปรแกรมแข่งในฤดูกาล 2020/21 ออกมาแล้ว โดยมีกำหนดเปิดสนามในสุดสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ฟุตบอลลีกฝรั่งเศสตัดสินใจตัดจบฤดูกาลไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส-19 และรัฐบาลไม่อนุญาตให้มีการแข่งขันกีฬาทุกชนิดไปจนถึงเดือนกันยายน

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสถานการณ์โดยรวมดีขึ้นมากแล้ว ขณะที่ลีกอื่น ๆ ก็กลับมาแข่งขันกันตามปกติ นั่นทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสไฟเขียวให้กีฬากลับมาแข่งได้แล้ว แถมยังเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้เข้าไปชมในสนามได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเกิน 5,000 คน

ล่าสุดลีกเอิงจึงเดินหน้าจัดการแข่งขันฤดูกาลใหม่อย่างเต็มกำลัง และคลอดโปรแกรมออกมาแล้ว ซึ่งจะเล่นกันในเดือนหน้า

โปรแกรมนัดแรกของลีกเอิง ฤดูกาล 2020/21

มาร์กเซย – แซงต์ เอเตียน

ลีลล์ – แรนส์

เปแอสเช – เม็ตซ์

โมนาโก – แร็งส์

นีซ – ล็องส์

ดิฌง – อองเชร์

มงต์เปลลิเยร์ – ลียง

บอร์กโดซ์ – น็องส์

ลอริยองต์ – สตราส์บรูก

นีมส์ – แบรส

มาสนามซ้อมแล้วด้วย!เอสเซียงเผยเกือบซบลิเวอร์พูลช่วงละอ่อน

ไมเคิ่ล เอสเซียง ระบุ สมัยอยู่กับ บาสเตีย เคยเกือบจะมาซบ ลิเวอร์พูล แล้ว โดยตอนนั้นถึงขั้นมาเจรจาการย้ายทีมถึง เมลวู้ด สนามซ้อมของ "หงส์แดง" ด้วย
    ไมเคิ่ล เอสเซียง กองกลางประสบการณ์สูงชาวกานา เปิดเผยว่าตอนช่วงแรกๆ ในอาชีพการค้าแข้งตนเคยเกือบที่จะย้ายมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    เอสเซียง เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพกับ บาสเตีย ในปี 2000 ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก ลียง ในปี 2003 แล้วจากนั้นก็มาสร้างชื่อกับ เชลซี ในปี 2005 ส่วนตอนนี้แข้งวัย 37 ปีกำลังเล่นให้กับ ซาบาอิล สโมสรในประเทศอาเซอร์ไบจาน

    เอสเซียง เผยว่า "ผมได้รับข้อเสนอเยอะมาก (ตอนอยู่ บาสเตีย) ผมเกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในตอนที่ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ยังเป็นโค้ชของที่นั่นด้วย ผมถึงขั้นไปที่ เมลวู้ด เพื่อพบกับโค้ชของพวกเขาด้วยซ้ำ เรามีการเจรจากัน แล้วจากนั้นผมก็กลับไปที่ฝรั่งเศส แต่ผมก็ยังได้รับข้อเสนอจาก เปแอสเช และ โอลิมปิก มาร์กเซย เพิ่มอีก"

    "อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นผมบอกกับ บาสเตีย ไปว่าผมไม่อยากย้ายไปไหนทั้งนั้น และตอนนั้นพวกเขาก็ไม่อยากขายผมเหมือนกัน เพราะพวกเขาอยากให้ผมอยู่กับทีมต่อไปอีก 1 ฤดูกาล ซึ่งผมก็โอเคกับเรื่องนั้น เพราะผมเองก็ไม่ได้อยากย้ายออกจากทีมอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยอยู่กับทีมต่ออีก 1 ฤดูกาล จนทำให้ผมได้อยู่กับทีมเป็นซีซั่นที่ 3"

    "จากนั้น ลียง ก็เข้ามาให้ความสนใจในตัวผมเช่นเดียวกับ 3 ทีมในเบื้องต้น ตอนนั้นผมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะไปเล่นที่อังกฤษ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมย้ายไปอยู่กับ ลียง แล้วจากนั้นค่อยย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในยุคของ มูรินโญ่ ลียง เป็นทีมโปรดของผมในตอนที่ผมย้ายไปเล่นที่ฝรั่งเศสอยู่แล้ว เพราะพวกเขากวาดแชมป์ได้ในทุกรายการที่ลงเล่น ผมบอกกับเอเยนต์ของผมว่าถ้าเกิด ลียง ให้ความสนใจในตัวผมแล้วล่ะก็ ผมก็อยากจะย้ายไปอยู่กับพวกเขา"