ต้องสโมสรนี้เลย! “ริวัลโด้” ชี้เป้า “เมสซี่” ควรเลือกย้ายซบทีมนี้ดีที่สุด

ริวัลโด้ ตำนานลูกหนังชาวบราซิล ออกมายืนยันว่าถ้า ลีโอเนล เมสซี่ จะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า จริงๆ ล่ะก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอลา เป็นกุนซือคือทางเลือกที่ดีสุด

"ผมเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ น่าจะเป็นทีมใหม่ที่ดีสุดสำหรับ เมสซี่ หากย้ายออกจาก บาร์ซ่า เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะอายุ 33 แล้วแต่ด้วยฟอร์ม ด้วยคุณภาพ ด้วยพรสวรรค์ เขายังโลดแล่นอยู่บนจุดสูงสุดหรือเป็นดาวเด่นบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกราว 1-3 ปีเลยทีเดียว" อดีตแข้งแซมบ้า กล่าว

"สำคัญคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นโค้ชที่เข้าใจในตัว เมสซี่ อย่างลึกซึ้ง อย่าลืมนะว่าทั้งคู่เคยประสบความสำเร็จร่วมกันอย่างยิ่งใหญ่มาก่อน ฉะนั้นจะเค้นเอาศักยภาพที่มีอยู่ออกมาได้หมดจด"

"ยอมรับว่าพอคิดแบบนี้แล้ว ก็อยากเห็น เป๊ป สร้างทัพเรือใบสีฟ้าขึ้นโดยมี เมสซี่ เป็นศูนย์กลางเหลือเกิน เขาสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ในทุกๆ จังหวะ จนพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกหลายๆ ครั้งแน่นอน"

เผยหวานใจฟานเดอเบ็คเป็นลูกตำนานอาร์เซน่อล

 

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ ที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนาหูนั้น เป็นคนรักของ เอสเทลล์ ลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ อดีตยอดหัวหอก อาร์เซน่อล ด้วย โดยทั้งคู่ยืนยันถึงความสัมพันธ์กันไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน
   
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรดังในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ ที่ตกเป็นข่าวว่ากำลังจะย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้น กำลังคบหาดูใจอยู่กับ เอสเทลล์ ลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล

ฟาน เดอ เบ็ค ตกเป็นข่าวว่าเตรียมจะทำการตรวจร่างกายเพื่อที่จะมาซบ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ โดยที่จริงหลายเดือนก่อนเขาเคยมีข่าวกับ เรอัล มาดริด มาแล้ว แต่สุดท้ายตอนนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ย้ายออกจาก อาแจ็กซ์

ฟาน เดอ เบ็ค ยืนยันถึงการเดตกับ เอสเทลล์ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อนแล้ว ขณะที่เมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ถ่ายภาพตอนที่กอดกันอย่างหวานชื่นหน้าต้นคริสต์มาสด้วย โดยที่ฝ่ายสาวเอามันมาโพสต์บน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง พร้อมกับพิมพ์แคปชั่นว่า "สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ จากเราทั้งสองคน"

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ผ่านมา เอสเทลล์ ก็โพสต์ภาพตอนที่เธอเดินเที่ยวกับแข้งวัย 23 ปีลงบน อินสตาแกรม เช่นกัน พร้อมกับบอกว่า "อยู่กับคนรักของฉันมา 1 ปีแล้ว ขอบคุณนะที่ทำให้ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและมีความสถขมากที่สุดในโลก รอไม่ไหวแล้วที่จะได้ทำการผจญภัยด้วยกันอีกครั้ง รักคุณมากๆ นะคะ" ขณะที่ในช่วงเดียวกันนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ก็โพสต์ภาพตอนที่อยู่กับคนรักแล้วพิมพ์ว่า "วันนี้มันถือว่าครบรอบ 1 ปีที่เราอยู่ด้วยกันแล้ว ผมรักคุณนะ" เหมือนกัน

เพื่อนกันตลอดไป ! เหตุผลสำคัญ ฟาน เดอ เบ็ค เลือกใส่เบอร์ 34

"เพื่อนกันไม่ได้เป็นกันแค่วันสองวัน แต่มันคบกันจนวันตาย" นี่คือเหตุผลที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ เรียกร้องขอสวมเสื้อหมายเลข 34 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อับเดลฮัค นูริ เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย
    ฟาน เดอ เบ็ค กับ นูริ เป็นเพื่อนซี้ปึ้กกันตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยฝ่ายหลังต้องเจอกับช่วงเวลาที่สุดเลวร้ายเมื่อต้องอยู่ในอาการโคม่าหลับไป 2 ปี 8 เดือน กับอีก 19 วัน หลังมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนวูบลงคาสนามในเกมที่ตนสังกัด อุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017

    จากอาการป่วยดังกล่าวทำให้ นูริ ต้องตกอยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา ก่อนที่จะฟื้นตัวเริ่มกลับมาสื่อสาร และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาต้องจบลงอย่างรวดเร็ว

    แม้เส้นทางของลูกหนังของ นูริ จะสิ้นสุดไปแล้วแต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่เคยจางหายไป โดยตอนนี้เพื่อนรักของเจ้าตัวกำลังไปได้สวยกับอาชีพพ่อค้าแข้ง เพราะล่าสุดนักเตะจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก

    ช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวกำลังจะย้ายมาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" ฟาน เดอ เบ็ค ถูกคาดการณ์เกี่ยวกับหมายเลขเสื้อที่เขาจะใส่ให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยเสื้อเบอร์ 6 ที่เขาใส่ตอนที่เล่นให้ อาแจ็กซ์ คงหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะเป็นเบอร์เสื้อที่ ปอล ป็อกบา ใช้อยู่

    ขณะที่เสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ก็คงเก็บเอาไว้ให้กับนักเตะที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดโดยว่ากันว่าน่าจะเป็น เจดอน ซานโซ่ ส่วนเบอร์ 11 ก็ยังว่าง แต่คาดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเก็บเอาไว้ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ปัจจุบันสวมหมายเลข 26

    อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการคาดเดากันเองจากสื่อ เพราะจริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค มีหมายเลขที่อยู่ในใจของเขามาตลอด นั่นก็คือเสื้อหมายเลข "34" ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัย 23 ปี ถึงเลือกหมายเลขนี้ แต่ทุกอย่างเฉลยออกมาแล้วว่าเหตุผลสำคัญก็คือเขาต้องการให้เกียรติ นูริ เพื่อนรัก และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรแท้ของพวกเขาไม่เคยจางหายไป

    ฟาน เดอ เบ็ค เปิดใจถึงเหตุผลที่ว่าทำไหมเบอร์ 34 ถึงมีความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ "เขา (อับเดลฮัค นูริ) ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และเราได้นั่งใกล้กันในห้องแต่งตัวตอนที่อยู่ในเดอ ทูคอมสท์ (อะคาเดมี่อาแจ็กซ์) ผมขอใส่เสื้อเบอร์ 34 เพราะเป็นแชมป์สมัยที่ 34 ซึ่งเราทำได้สำเร็จ"

    "หลังจากที่เขาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ผมยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดที่จะทิ้งอาแจ็กซ์ จนกระทั่งเราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผมต้องการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 เราทุกคนเล่นเพื่อ แอพพี (ชื่อเล่นของ นูริ) ผมอยากได้แชมป์ (ลีก ดัตช์) มากๆ"

    "ผมมักจะแวะไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และในช่วงปิดฤดูกาลผมอาจจะไปพบกับ แอพพี ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองผมไม่อยากไปเยี่ยมเขา เพราะเมื่อผมเห็นเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ผมเสียใจหนักมากถึง 2 สัปดาห์ ผมนอนไม่หลับเลย มันช่างเจ็บปวดและผมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"

    "ผมอยากอยู่กับเขาทุกวัน เพราะผมคิดถึงเขามาก แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าผมอยู่กับเขา ผมก็จะได้คุยกับเขา และได้เห็นรอยยิ้มของเขา ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากมากๆ เวลาที่ผมเสียใจผมจะหยุดทุกอย่าง ผมไม่เคยต้องพบกับจิตแพทย์ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่ดูแลผมเป็นอย่างดี พวกเขาจะอยู่เคียงข้าง และฟังผมเมื่อผมต้องการ" ฟาน เดอ เบ็ค กล่าว

     นอกจากนี้ สตาร์แห่งอนาคตชาวดัตช์ ยังยกย่อง นูริ ว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และมีจิตใจงดงาม แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับเรื่องไม่คาดฝันทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป "แอพพี เป็นเด็กที่มีความสุขมาก เขาดีกับทุกๆ คน เป็นนักเตะชั้นยอด และเป็นคนดีมากๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้นเขามักจะไปเยี่ยมคุกเพื่อแนะนำให้เด็กวัยรุ่นกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง และจุดประกายโอกาสของพวกเขา"

    "เขามักใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่มีอาการป่วย และเด็กพิการ ผมยังจดจำเรื่องเหล่านั้นได้เสมอ ผมคิดว่ามันช่วงเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ กับเรื่องที่เขาทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกล้องทีวี และช่างภาพอยู่ที่นั่น ตอนที่พี่ชายของผม โรดี้ ป่วย แอพพี มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย"

    "เขาดีใจมากๆ ตอนที่ได้พบน้องสาวคนเล็กไปโรงเรียน และไปรับพวกเธอ รวมทั้งซื้อของขวัญให้กับพวกเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ผมแปลกใจมากๆ ทำไมเรื่องนี้ (อาการป่วย) ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันมักจะเกิดขึ้นกับคนดีๆ แอพพี อยากทำเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆ คน และเขาก้ไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง และโกรธมากๆ" ดาวเตะชาวดัตช์ ระบุ

    ความสัมพันธ์และความจริงใจที่ ฟาน เดอ เบ็ค มีให้กับ นูริ มันแสดงให้เห็นว่า "เพื่อนแท้" มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

ลือหึ่งลิเวอร์พูลพร้อมจ่ายเท่าค่าฉีกสัญญาสอยปีกวัตฟอร์ด

แม้ว่าแนวรุกจะมีคุณภาพดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะเดินเครื่องล่าตัว อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด ด้วยการยอมทุ่มเงิน 40 ล้านปอนด์ตามค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัว ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" มองว่า ซาร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า อดาม่า ตราโอเร่ หากพิจารณาถึงหลายๆ ปัจจัย
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะจ่ายเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาของ อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด เพื่อดึงเขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งอยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    แม้ว่า "หงส์แดง" จะมี 3 แนวรุกชั้นยอดอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้ใช้งานอยู่แล้ว แต่มันก็มีข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขาต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งต่างๆ เพื่อทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

    ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่า ซาร์ ถือเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของ คล็อปป์ หลังจากแข้งวัย 22 ปีสามารถเล่นเป็นปีกได้ทั้ง 2 ข้าง รวมถึงหุบเข้ามายืนตรงกลางก็ได้ โดยเรื่องดังกล่าวทำให้เขาดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า อดาม่า ตราโอเร่ ปีก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่เคยมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล ก่อนหน้านี้ซะอีก นอกจากนี้ ซาร์ ก็น่าจะไม่บ่นอะไรหากต้องเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ ต่างกับ ตราโอเร่ ที่น่าจะจริงจังกับการต้องการเป็นตัวจริงมากกว่า

เจ๋งไหม..แข้งนอกใหม่แกะกล่องเขย่าไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก1 ฤดูกาล 2020-2021 จะกลับมารีสตาร์ทกันอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ฟาดแข้งกันไปแล้ว 4 เกม แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทำให้ลีกต้องถูกระงับการแข่งขันชั่วคราวแบบยาวๆ 5 เดือน นวัตกรรมตะบันแข้งที่ฝ่ายจัดการแข่งขันพยายามค้นคิดหากรรมวิธีมากมายเพื่อให้ฟุตบอลออกมาในสิ่งที่ฝ่ายจัดต้องการให้เป็นจึงเกิดขึ้นโดยเรื่องสำคัญที่น่าสนใจคือเรื่องของตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษ ที่เปิดให้โอนย้ายกันระหว่างวันที่ 25 ส.ค.-7 ก.ย.63 ตลาดรอบนี้ทุกทีมมีสิทธิ์ที่จะเทผู้เล่นออกแบบยกกระบิดึงผู้เล่นเข้าแบบไม่อั้นขึ้นอยู่กับเสถียรภาพทางการเงินของแต่ละทีม

การย้ายเข้าออกของผู้เล่นส่วนใหญ่รอบนี้จะเป็นการย้ายผู้เล่นในลีก มากกว่าที่จะอิมพอร์ตเข้ามา ซึ่งมาถึงวันนี้มีผู้เล่นที่มาจากลีกนอกประเทศเพียง 7 ราย ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ 4 ราย ,บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 1 ราย ,ราชบุรี เอฟซี 1 ราย และ เชียงราย ยูไนเต็ด 1 ราย  ผู้เล่น 6 ใน 7 ราย เป็นสิ่งที่แฟนบอล,สโมสรผู้ว่าจ้างคาดหวังอยากเห็นความแปลกใหม่สร้างความสำเร็จเพราะตลาดรอบนี้เหมือนเป็นตลาดที่เปิดมาช่วยเยียวยาหลายๆด้านทั้งเรื่องของสภาวะทางการเงินทีมกลางๆไปจนถึงเล็กๆ  รวมไปถึงทีมใหญ่ๆที่ผลงานยังไม่เข้าเป้า ตลาดรอบพิเศษที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นเส้นบางๆแห่งความหวัง

หากไม่นับรายของ “จาจ้า”แจ็คสัน โคเอญโญ่ ที่เชียงรายคว้าตัวมาร่วมทีม เพราะเคยโลดแล่นลีกไทยมาแล้ว ทั้งการเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  ไทยลีก ซีซั่นนี้จะมีแข้งนอกหน้าใหม่เข้ามาสู่ทีมถึง 6 คน นี่คือการแกะกล่องความสามารถบนลีกไทยของแข้งหน้าใหม่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นหรือไม่เรื่องราวในสนามแข่งขันในวันที่ 12 ก.ย.63 เป็นต้นไปจะเป็นตัวชี้วัด แต่ก่อนจะแกะกล่องแฟนบอลไทยไปทำความรู้จักกับบรรดาแข้งหน้าใหม่ของ 3 สโมสรกันว่ามีอะไรโดดเด่นถึงกล้าทุ่มมาในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกและวิกฤตโรค พอหอมปากหอมคอ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลือกเปลี่ยนถ่ายตัวผู้เล่นต่างชาติแบบยกล็อต  ในช่วงตลาดพิเศษรอบนี้ พร้อมกับนำเข้ามาใหม่ 4 รายรวด ในทุกตำแหน่ง  เรนาโต เคลิช แข้งวัย 29 ปี จากโครเอเชีย จะก้าวมายืนปักหลักเกมรับแทน อันเดรส ตูเนซ ที่ย้ายไปอยู่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด  ประสบการณ์ถือว่าน่าสนใจผ่านการติดทีมระดับเยาวชนของโครเอเชียมาหลายรุ่น 18,19,20,21 ปี  ย้ายมาจากสโมสร  ซิบาเรีย ในโครเอเชีย ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพ 299 เกม ยิงไป 9 ประตู  นอกจากตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊คที่ถนัดแล้วยังสามารถยืดไปเล่นแบ๊คขวาเคยค้าแข้งกับสโมสรดังสโลวาน  ไลบิเลซ

ส่วนอีก 3 ราย  ประกอบไปด้วย จิดี คานยุค  แข้งอิสราเอล วัย  27 ปี  ที่จะมาบัญชาการในตำแหน่งกลางตัวรุก  อีกทั้งยังมีชื่อของ อัคบาร์  อิสมาตุลราเยฟ  ดาวเตะวัย  29 ปี ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่จะมาซัพพอร์ตแดนกลางแต่จะเป็นตัวปัดกวาดเกมรุกคู่แข่งพร้อมกับตำแหน่งโควตาเอเชีย  และรายสุดท้ายที่น่าสนใจคือ  มาร์โก เซโปวิซ  กองหน้า วัย 29 ปี ชาวเซอร์เบีย  ตำแหน่งที่สโมสรตามหาตั้งขาดหาย ดิโอโก  หลุยส์ ซานโต ไป จะทดแทนได้หรือไม่นับว่าน่าติดตาม แต่ดูจากชื่อชั้นที่ก้าวไปถึงทีมชุดใหญ่ เซอร์เบีย ช่วงปี 2012 รวมไปถึงผ่านการเล่นให้ทีมใหญ่ๆทั้ง เบลเกรด ,โอลิมเปียกอส,มาร์ยอกา ก็น่าจะมีดีพอตัว ประสบการณ์ฟุตบอลอาชีพตลอดชีวิต 279 เกม 102 ประตู ก็จัดว่าคมเอาเรื่องแต่ทุกอย่างหลังจากนี้คือเรื่องของการปรับตัวทั้งเรื่องเคมีกับเพื่อนร่วมทีมรวมไปถึงสภาพแวดล้อมกล่อง 4  ใบนี้ของ บุรีรัมย์ คือความหวังสูงสุดในการเป็นองค์ประกอบใหญ่ไล่ล่าแชมป์

น่านฟ้าเปิดแล้วเจอกันนั่นคือคำมั่นสัญญาของ ประธานสโมสรบีจี ปทุมยูไนเต็ด อย่าง ปวิณ   ภิรมย์ภักดี  เป็นการเอ่ยถึงขุนศึกซามูไรหน้าใหม่ที่จะสอดแทรกเข้ามาสู่ทีมในช่วงของตลาดซื้อขายพิเศษเกิดขึ้น  เพื่อเป็นการเติมเต็มขีดความสามารถของทีมในการสร้างโอกาสลุ้นแชมป์ฤดูกาล 2020-2021  ชื่อของ มิตซุรุ มารุโอกะ ก้องอยู่ในหูแฟนบอลชาวไทยในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  แน่นอนว่าโปไฟล์แบบไหน?ที่ทีมใหญ่อย่างบีจีต้องการสอยเข้ามาสู่ทีม มารุโอกะ มีชื่อจากการไปร่วมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุน  แม้ว่าจะเป็นทีมสำรองและมีโอกาสในชุดใหญ่น้อยแต่ตัวเลขอายุ 24 ปี นี่คือความท้าทายใหม่ๆของแข้งดังจากญี่ปุ่น  ประสบการณ์ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพทั้ง เซนเรโซ โอซากา,ดอร์ทมุน,วีวาเรน นากาซากิ,ยามากูชิ น่าจะพอช่วยให้ความมั่นใจเกิดขึ้นบ้างในกลุ่มแฟนบอล กล่องใหม่ใบนี้ของบีจีรอการเปิดให้วงการฟุตบอลได้ยลซึ่งเมื่อลีกเปิดทุกอย่างคือคำตอบ

กลายเป็นทีมที่มีกลุ่มผู้เล่นอายุน้อยอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะสำหรับ ราชบุรี เอฟซี  แม้กระทั่งดีลผู้เล่นต่างชาติโควตาอาเซียนล่าสุดในช่วงตลาดพิเศษยังเลือกแข้งวัย 20 ปี อย่าง จัสติน บาส  ดาวเตะกองหลังตัวกลาง ลูกครึ่งดัตซ์-ฟิลิปปินส์  มีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ฟิลิปปินส์ และก่อนหน้านี้เคยรับใช้ทีมชาติชุด 15 ปี ของฮอลแลนด์  ซึ่งแข้งรายนี้เกิดที่คูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ไปเติบโตในฮอลแลนด์ เริ่มต้นกับการเป็นเด็กฝึกหัดของ อัคมาร์ ก่อนที่จะขยับตัวเองสู่ทีมสำรอง สำหรับในทีมชาติฟิลิปปินส์  บาส มีชื่อลงเล่นให้กับทีมชาติในรายการฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชียในเกมที่พบกับ ซีเรีย และ กวม นี่คืออีกหนึ่งกล่องสุ่มที่กำลังจะเปิดในวงการฟุตบอลไทย

 

กลางสารพัดประโยชน์! จัดแผนการเล่นหลังแมนยูจ่อซิวฟาน เดอ เบค

 

หลังจากปล่อยให้บรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” รอคอยมานาน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มิดฟิลด์วัย 23 ปีของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เตรียมจะเป็นนักเตะรายแรกที่จะตบเท้าเข้ามาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” ในซัมเมอร์นี้หลังจากสื่อชั้นนำต่างรายงานว่าทั้งสองทีมบรรลุข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ และเพื่อเป็นการต้อนรับ ฟาน เดอ เบค เราลองมาจัดแผนการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด กัน
   
ฟาน เดอ เบค ถือเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแดนกลาง เขาเคยได้รับบทบาทในทัพอาแจ็กซ์มาหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์, มิดฟิลด์ตัวรุก หรือแม้กระทั่งยืนสูงเป็น กองหน้าแบบฟอลส์ 9 ก็เคยมีมาแล้ว

ใน 37 นัดที่ลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมามี 19 ครั้งที่ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและ 18 ครั้งที่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

ด้วยความหลากหลายนี้เอง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อเรียกศักยภาพของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด แต่ตำแหน่งเขาในทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องมีการถกเถียงกันเล็กน้อย มาดูกันเขาจะลงตัวในแผนการเล่นใดบ้าง

    ระบบ 4-2-3-1

แผนการเล่นนี้ถือเป็นแผนที่ โซลชา ใช้เป็นหลักในฤดูกาลที่ผ่านมา การมี ฟาน เดอ เบค ในระบบนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพเกมบุกของ “ปีศาจแดง” ได้มากขึ้นทีเดียว

มิดฟิลด์ชาวฮอลแลนด์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในบทบาท บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ เขามีประสบการณ์ในการป้องกันแผงแบ็กโฟร์จึงน่าจะลงต่ำมาคอยช่วยคัฟเวอร์พื้นที่แดนกลางและคอยแบ่งเบาภาระ ปอล ป็อกบา ในการสร้างเกมรุก

สัญญาสุดสั้น! เชียงราย ประกาศเซ็น รัศมี แข มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง

หลังจากมีภาพของ รัศมี แข ดาราชื่อดังของเมืองไทย ถ่ายรูปคู่  ชาช่า กองหน้าชาวบราซิลของทีม สิงห์ เชียงราย ซึ่งทั้งคู่นั้นเหมือนกันมากๆ โดยภาพนี้สามารถสร้างรอยยิ้มและยอดแชร์ยอดไลท์จากแฟนบอลได้เป็นอย่างดี
    ล่าสุด "มาดามฮาย" ปวิศรัฐฐ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ได้โพสต์ภาพคู่กับ รัศมี แข พร้อมแคปชั่นว่า  "คราวนี้เซ็น "รัศมีแข" มา 1 วันนะคะ พูดได้เลยว่าไม่ผิดหวัง ทำให้ทั้งทีมมีเสียงหัวเราะได้ทั้งวัน แถมเป็นคนเชียงราย #อู้เมืองแหลวแล่ด เลยเจ้า ติดตามความสนุกนี้ได้ที่ Kwangsong Channel ทาง YouTube นะคะ"

    สำหรับ รัศมี แข ถูกทาง สิงห์ เชียงราย เชิญมาถ่ายรายโดยจะฮาขนาดไหนติดตามได้ที่ Youtube Kwangsong Channel
 

คล็อปป์รับผิดเองให้บรูว์สเตอร์ยิงโทษ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับความผิดของตัวเองที่ตัดสินใจให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ รับหน้าที่เป็นคนยิงจุดโทษในช่วงการตัดสิน ซึ่งสุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายแพ้ อาร์เซน่อล ไปในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก้มหน้ายอมรับผิดหลังจากตัดสินใจเปลี่ยนตัว ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อเป็นคนยิงจุดโทษ ก่อนที่ แข้งวัย 20 ปีจะยิงพลาดจนทำให้ ‘หงส์แดง’ อกหักในรายการนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    คล็อปป์ ส่ง บรูว์สเตอร์ ลงสนามแทน จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยตั้งใจที่จะให้ลูกทีมรายนี้เป็นผู้สังหารจุดโทษในช่วงตัดสิน อย่างไรก็ตาม บรูว์สเตอร์ กลับซัดบอลไปชนคานอย่างจังในการยิงคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกเดียวที่ ลิเวอร์พูล ยิงไม่เข้า ส่วนทางฝั่ง อาร์เซน่อล ยิงเข้ากันทุกคน

    โดยหลังจบเกม กุนซือเลือดด๊อยช์ท ออกมายอมรับความผิดในเรื่องดังกล่าว และยันยันว่าไม่ควรที่จะไปโทษ บรูว์สเตอร์ แต่อย่างใด

    "เรื่องนี้ไม่ต้องโทษ ริอาน เลย"

    "หากใครสักคนที่ต้องถูกกล่าวโทษ คือต้องเป็นผม ผมต้องการให้เขาอยู่ตรงนั้น(คนยิงจุดโทษ) เพราะเขาเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีและมีความมั่นใจ แต่วันนี้มันไม่ใช่ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในชีวิตจริงและโลกฟุตบอล"

    "เราทุกคนต้องเรียนรู้และพัฒนาขึ้น เรารับได้กับความพ่ายแพ้ หากเขายิงเข้าแล้วคนอื่นพลาด ภาพที่ออกมาก็จะเป็นแบบเดียวกัน มันมีเหตุผลอื่นๆ อีกที่สำคัญกว่า การพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แม้ผมไม่เคยเห็นเขาพลาดมาก่อนแต่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้น"

เข้มข้นมาก! สารัช เผยโฟกัสทีละนัด รับไทยลีกปีนี้งานหนักทุกทีม

สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทยของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เผยความสัมพันธ์ในทีมกำลังดีมากๆอีกทั้งยังมีการเตรียมรับมือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกที่จะกลับมาแข่งขันในวันที่ 12 กันยายน ไว้เป็นอย่างดี

สารัช อยู่เย็น เผยว่า "ตอนนี้ก็โอเค ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมส่วนสภาพความฟิตก็โอเค แต่การที่ห่างจากเกมไปนาน เราต้องพยายามปรับจังหวะให้มันใกล้เคียงกับที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด"

สารัช เผยต่อว่า "มันขึ้นอยู่กับแมตซ์การแข่งขันด้วย ที่ต้องค่อยๆ ปรับไปทีละสเต็ป และ ส่วนตัวยังเชื่อว่ายังอยู่ในระดับที่มาตรฐานดี เรื่องความสัมพันธ์ ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก็ปรับตัวได้ไม่ยาก"

สารัช ยังกล่าวถึงที่จะเจอกับ บุรีรัมย์ ในวันที่ 13 กันยายน ว่า "ทุกนัดในปีนี้ผมว่ามันหนักอยู่แล้วด้วยปีนี้ไทยลีกมี 16 ทีม ซึ่งทุกทีมเขาพัฒนาขึ้นเยอะมากๆ ซึ่งเราจะโฟกัสไปทีละนัดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ บียู หรือ ท่าเรือ ที่ต้องเจอ ส่วนการเจอกับ บุรีรัมย์  ตอนนี้ โค้ชโอ่ง มีวิธีการเล่นและรับมือเพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าทีมจะมีผลงานดีแน่นอน"

 

รูนี่ย์ฟันธงแชมป์พรีเมียร์ฯหากแมนซิตี้ได้เมสซี่-ลิเวอร์พูลคว้าติอาโก้

เวย์น รูนี่ย์ ฟันธง แชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าจะตกเป็นของทีมไหนระหว่าง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ เชลซี พร้อมพูดถึง ลิโอเนล เมสซี่ ที่กำลังมีโอกาสมาค้าแข้งแดนผู้ดี

    เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าคนดังของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เชื่อว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มากสุดหากดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางสแปนิช มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ได้สำเร็จ โดยมองว่าจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดียิ่งกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปดึง ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า บาร์เซโลน่า มาเข้าถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม เสียอีก

        อดีตดาวยิง แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงความเห็นผ่าน ทอล์คสปอร์ต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังโดนถามทีมไหนจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ว่า "ผมคิดว่า คงเป็น แมนฯ ซิตี้ ไม่ก็ ลิเวอร์พูล แม้ เชลซี กำลังเซ็นสัญญากับนักเตะดีๆ หลายราย และ แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะศักยภาพสูงหลายรายก็ตาม"

        "ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังตามหลังพวกเขา ส่วน เชลซี กับนักเตะใหม่คงจะต้องใช้เวลาอีกปีเพื่อทำให้ทุกคนเข้าขากัน ดังนั้นผมจึงคิดว่า จะเป็นการแย่งแชมป์ระหว่า แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล และหาก ลิเวอร์พูล ได้ ติอาโก้ มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ผมก็เชื่อว่า พวกเขาจะได้แชมป์ มันจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีกว่า เมสซี่ มา แมนฯ ซิตี้ เสียอีก" รูนี่ย์ กล่าว

        พร้อมกันนี้ รูนี่ย์ ยังพูดถึง เมสซี่ ว่า "ผมรู้ว่าเขาเริ่มอายุมากแล้ว แต่เขาเป็นนักเตะที่มีทุกอย่าง เขาสามารถสร้างสรรค์โอกาส, ทำประตู, กำหนดเกม และเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมสุดตลอดกาล เขาเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่ผมต้องนั่งชมการเล่น เขาและ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างมาตรฐานที่ผมไม่คิดว่า เราจะได้เห็นกันอีกแล้ว แต่สำหรับผม เมสซี่ มีระดับที่แตกต่างอยู่บ้าง"