เบลเผยพร้อมพิจราณากลับพรีเมียร์ฯถ้ามีทีมสนใจ

แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด ระบุ ถ้ามีทีมจาก พรีเมียร์ลีก อยากได้ตนไปร่วมทัพ ตนก็จะพิจารณาเกี่ยวกับการกลับไปเล่นในเมืองผู้ดีแน่นอน พร้อมรับ ที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" ขัดขวางการที่ตนจะได้ย้ายออกจากทีมหลายครั้ง

แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด ยอดสโมสรแห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าตนจะพิจารณาเกี่ยวกับการย้ายกลับไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถ้าหากมีทีมจากที่นั่นยื่นข้อเสนอเข้ามาให้ตน

สถานการณ์ของ เบล กับ มาดริด อยู่ในสภาพเลวร้ายมาพักใหญ่แล้วจนทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่จริงเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน เขาก็เคยเกือบจะได้ย้ายไปเล่นให้ทีมในประเทศจีนเช่นกัน แต่ มาดริด เข้ามาขวางในช่วงโค้งสุดท้ายจนทำให้การย้ายทีมไม่เกิดขึ้น

อดีตดาวเตะ ท็อตแนม่ ฮ็อทสเปอร์ ให้สัมภาษณ์กับ สกายสปอร์ตส์ นิวส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า "ถ้ามันมีตัวเลือกเหล่านั้นเข้ามา (หมายถึงการที่ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ให้ความสนใจในตัวเขา) ผมก็จะพิจารณามันอย่างแน่นอน เราจะดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ในตลาดรอบนี้เรายังเหลือเวลาให้พิจารณาอีกเยอะ และยังมีตลาดรอบอื่นๆ ให้ดำเนินการอีก"

 "เวลาจะตอบเองว่าสุดท้ายมันจะเป็นยังไง แต่หลักๆ แล้วผมคิดว่าการตัดสินใจมันขึ้นอยู่กับ เรอัล มาดริด ซะมากกว่า ผมพยายามที่จะย้ายออกจากทีมตั้งแต่ปีก่อนด้วยซ้ำ แต่พวกเขาขวางทุกทางในช่วงวินาทีสุดท้าย ผมน่ะตื่นเต้นกับโปรเจกต์นั้น (โปรเจกต์ที่ทีมจากจีนเสนอให้เขา) มากๆ แต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดขึ้นจริง"

 "มันมีอีกหลายครั้งที่เราพยายามที่จะย้ายออกจากทีม แต่สโมสรไม่ยอมปล่อยให้การย้ายทีมเกิดขึ้น หรือไม่ก็ทำบางอย่างจนทำให้ผมไม่ได้ย้ายทีม มันขึ้นอยู่กับสโมสรว่าจะตัดสินใจยังไง ผมอยากเล่นฟุตบอล ผมยังมีแรงกระตุ้นที่จะเล่นฟุตบอล ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับสโมสรว่าจะตัดสินใจยังไง พวกเขาคือคนที่มีอำนาจตัดสินใจในทุกอย่าง"

"ผมยังเหลือสัญญากับทีมอยู่ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือตั้งหน้าตั้งตาทำในสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป และหวังว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ผมอายุ 31 ปีแล้วก็จริง แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองมีสภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมอยู่ และรู้สึกว่าผมยังทำได้อีกหลายอย่าง เราจะมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับสโมสร แต่ถ้าให้ผมพูดกันตามตรงน่ะมันก็ต้องบอกว่าพวกเขาทำให้หลายอย่างมันยุ่งยากมากๆ"

 

เมสซี่เผย3ความปราชัยที่ทำให้อยากลาบาร์เซโลน่า

ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอก บาร์เซโลน่า เปิดอก หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คิดอยากจะบอกลาทีมก็คือการที่ทีมแพ้แบบสุดช็อกจนต้องตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ซีซั่นติดต่อกัน ระบุ ตนรับได้ถ้าทีมจะแพ้ แต่มันต้องแพ้แบบสูสี ไม่ใช่แบบที่เกิดขึ้นใน 3 ฤดูกาลหลังสุด
 
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าการออกไปแพ้ อาแอส โรม่า 0-3 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดสอง ฤดูกาล 2017-18, เกมพ่าย ลิเวอร์พูล 0-4 ในรอบรองชนะเลิศ นัดสอง ของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018-19 และเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศของซีซั่น 2019-20 ที่แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 คือ 3 เกมที่มีส่วนทำให้ตนคิดที่จะย้ายออกจากทีม

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาเรื่องราวของ เมสซี่ กลายเป็นข่าวใหญ่ในโลกลูกหนังหลังจากที่เขายื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมแบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเจ้าตัวตั้งใจใช้เงื่อนไขที่จะสามารถบอกลาทีมได้ในทุกซัมเมอร์ แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังเพราะบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า อ้างว่าเงื่อนไขดังกล่าวมันหมดอายุลงในวันที่ 10 มิถุนายนของทุกปี และบอกว่าแข้งวัย 33 ปีจะย้ายทีมได้ก็ต่อเมื่อมีคนยอมจ่ายเท่าค่าฉีกสัญญาที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) แม้ว่าฝั่งของ เมสซี่ พยายามที่จะแย้งว่าซีซั่นนี้มันควรจะมีการยืดระยะเวลาของเงื่อนไขเป็นกรณีพิเศษจากการที่ฤดูกาลมันเพิ่งจบลงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แต่สุดท้ายดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ก็ยอมแพ้และจะอยู่กับทีมให้ครบสัญญาที่จะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ลือกันว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้ เมสซี่ อยากบอกลา บาร์เซโลน่า อย่างเช่นการไม่พอใจแนวทางการบริหารทีมของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานคนปัจจุบัน และการโมโหที่บอร์ดบริหารไม่มีโปรเจกต์พัฒนาทีมแบบจริงจัง เป็นต้น ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็บอกเองว่าการแพ้แบบสุดช็อกจนต้องตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ซีซั่นติดต่อกันคือหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อยากย้ายออกจากทีม โดยในตอนเจอกับ โรม่า และ ลิเวอร์พูล นั้น บาร์เซโลน่า ชนะในนัดแรกมาก่อนจนทำให้ตอนแรกดูมีโอกาสดีที่จะผ่านเข้ารอบไปได้ แต่สุดท้ายก็ต้องตกรอบจากการแพ้แบบขาดลอยในนัดสอง ส่วนเกมกับ บาเยิร์น ในซีซั่นนี้ แม้ว่าหลายคนจะมองว่ามันเป็นงานยากของ บาร์เซโลน่า แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะแพ้ย่อยยับขนาดนั้น

เมสซี่ ให้สัมภาษณ์กับ โกล สื่อวงการฟุตบอลรายหนึ่งว่า "ผมมองไปข้างหน้า และอยาเล่นในระดับสูงสุด, อยากได้แชมป์, อยากเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมระดับนั้นคุณมีโอกาสที่จะทั้งชนะหรือแพ้ได้เป็นธรรมดา เพราะมันเป็นเกมที่ยากมากๆ แต่คุณจำเป็นต้องต่อกรในระดับที่ดีให้ได้"

"อย่างน้อยคุณก็ต้องควรที่จะดวลกับคู่แข่งแบบสูสี ไม่ใช่ว่าแพ้ย่อยยับแบบในเกมที่โรม, ลิเวอร์พูล และ ลิสบอน เกมเหล่านั้นมันทำให้ผมคิดเกี่ยวกับการตัดสินใจนั้น (หมายถึงการอยากย้ายทีม) ที่ผมอยากจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ"

ฮาแลนด์เผยทำอาชีพอะไรหากไม่ได้เป็นนักเตะ

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ ระบุ ถ้าเกิดไม่ได้เป็นนักเตะแล้วนั้นตนคงจะหันไปเอาดีด้านการเป็นแร็พเปอร์กับชาวนา พร้อมบอกว่าประตูที่ 2 ในเกมกับ ปารีสฯ เป็นประตูโปรดของตน

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าตนคงจะไปเป็นนักร้องเพลงแร็พหรือไม่ก็ชาวนา ถ้าหากไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

แม้ว่าจะเพิ่งมีอายุ 20 ปี แต่ ฮาแลนด์ ก็เป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก หลังจากทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาล 2019-20 เริ่มจากการยิง 28 ประตูจากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการให้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วทำไป 16 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการ 18 เกม

ทั้งนี้ ฮาแลนด์ เพิ่งเปิดช่วงถามตอบกับแฟนบอลใน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งมีคนหนึ่งที่ถามว่าถ้าไม่ได้เป็นนักเตะแล้วเขาจะทำอาชีพอะไร และเจ้าตัวก็ตอบว่า "คงเป็นแร็พเปอร์ไม่ก็ชาวนาล่ะมั้ง"

ดาวเตะชาวนอร์เวย์ยังตอบแฟนบอลคนหนึ่งด้วยว่าประตูที่ตนชื่นชอบมากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งคือประตูที่ 2 ของตัวเองในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกที่ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมันเป็นจังหวะที่เขายิงจากแถวริมกรอบเขตโทษ

เปิดสัญญาเมสซี่หลังตกลงกับกลุ่มเจ้าของแมนซิตี้เรียบร้อย

เดลี่ เร็คคอร์ด สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่า ตกลงสัญญากับ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่เป็นเจ้าของทีม แมนฯ ซิตี้ ล่วงหน้าได้แล้ว โดยเขาจะเล่นให้ "เรือใบสีฟ้า" 3 ฤดูกาล ส่วนอีก 2 ซีซั่นจะไปเล่นให้ นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี ทีมในเครือ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป แถมจะได้รับค่าเหนื่อยก้อนโตด้วย
    ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ตกลงเรื่องสัญญากับ ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป (ซีเอฟจี) กลุ่มทุนขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเจ้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เร็คคอร์ด สื่อของประเทศอังกฤษ

    เมสซี่ แสดงความต้องการอย่างชัดเจนว่าต้องการย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และกำลังพยายามหาทางที่จะยกเลิกสัญญาเพื่อที่จะได้บอกลาทีมแบบไร้ค่าตัวให้ได้ ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ก็ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ เดลี่ เร็คคอร์ด เผยว่า เมสซี่ กับ ซีเอฟจี บรรลุข้อตกลงกันล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว โดยพวกเขาจะเซ็นสัญญากันเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งในช่วงเวลานั้น เมสซี่ จะต้องเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ เป็นเวลา 3 ฤดูกาล แล้วจากนั้นก็จะไปอยู่กับ นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี ทีมในเครือ ซีเอฟซี ที่เล่นอยู่ใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) หรือลีกสูงสุดของประเทศสหรัฐอเมริกาอีก 2 ปี

    สำหรับเรื่องค่าเหนื่อยนั้น เมสซี่ จะได้ค่าเหนื่อยปีละ 124.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,984 ล้านบาท) นั่นหมายความว่าถ้าอยู่ครบ 5 ปีเขาก็จะได้ค่าเหนื่อยถึง 623 ล้านปอนด์ (ประมาณ 24,920 ล้านบาท) ซึ่งจะทำให้เขาเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงเป็นสถิติโลก โดยดาวเตะวัย 33 ปีจะได้ถือหุ้นใน ซีเอฟจี ด้วย

ใช่เหรอ? “เลิฟ” ยก “นอยเออร์” คู่ควรบัลลงดอร์กว่า “เลวานดอฟสกี”

โยอาคิม เลิฟ ผู้จัดการทีมชาติเยอรมนี ออกโรงแสดงความคิดเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ คู่ควรกับรางวัลบัลลงดอร์มากกว่ากองหน้าดาวซัลโวเพื่อนร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิค อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฟรองซ์ ฟุตบอล ประกาศว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลบัลลงดอร์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ทำให้หลายฝ่ายเสียดายแทน เลวานดอฟสกี ที่ถูกยกให้เป็นแข้งตัวเต็งคว้าบัลลงดอร์หากมีการมอบรางวัลปีนี้ จากผลงานเป็นดาวซัลโวในทุกรายการ และพาบาเยิร์น มิวนิค คว้า 3 แชมป์เมเจอร์ (ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, บุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล)

ล่าสุด เลิฟ แสดงความเห็นว่า "ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นะ เขาเป็นดาวยิงระดับโลก แต่สำหรับผมแล้ว ผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้คือ มานูเอล นอยเออร์"

เด็ดขาด!พรีเมียร์ลีกยกเลิกสัญญาถ่ายสดที่จีนหลังโดนเบี้ยวเงิน

 มีผลบังคับใช้ทันที… พรีเมียร์ลีก ประกาศยกเลิกการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกของพวกเขาที่ประเทศจีนเรียบร้อย หลังสถานีโทรทัศน์แดนมังกรที่ถือครองลิขสิทธิ์ ไม่ยอมจ่ายเงินตามกำหนด
     พรีเมียร์ลีก แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมาว่า พวกเขาได้ยกเลิกสัญญามูลค่า 564 ล้านปอนด์ (ประมาณ 23,124 ล้านบาท) กับ พีพีทีวี (PPTV) สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียบร้อย และจะมีผลบังคับใช้ทันที

     พรีเมียร์ลีก เซ็นสัญญากับ พีพีทีวี เป็นเวลา 3 ปี (2019-2022) ด้วยวงเงินสูงถึง 564 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นดีลถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในต่างแดนที่มีมูลค่าสูงสุด ทว่า พีพีทีวี ซึ่งปัจจุบันถือครองโดย ซูหนิง โฮลดิ้ง กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ อินเตอร์ มิลาน ไม่ยอมจ่ายค่างวด 160 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,560 ล้านบาท) ตามกำหนดชำระในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

     ล่าสุดทาง พรีเมียร์ลีก ตัดสินแยกทางกับ พีพีทีวี เรียบร้อย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสูญเงินก้อนโตร่วม 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,300 ล้านบาท) ทันที เนื่องจากทาง พีพีทีวี จ่ายก้อนแรกมาให้ก่อนแล้ว 265 ล้านปอนด์ (ประมาณ 10,865 ล้านบาท)

     "พรีเมียร์ลีก ขอยืนยันว่า วันนี้ได้มีการยกเลิกข้อตกลงการถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ในจีน กับผู้ครองลิขสิทธิ์ในประเทศดังกล่าวเรียบร้อย ทาง พรีเมียร์ลีก จะไม่มีการให้ความเห็นใดๆ เพิ่มเติมในตอนนี้" แถลงการณ์จาก พรีเมียร์ลีก ระบุ

     ทั้งนี้ การยกเลิกสัญญาดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อทั้ง 20 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่จะได้เงินจากตรงส่วนนี้ด้วย

 

 

เริ่มมีกลิ่น!อเกวโร่เปลี่ยนชื่อไอจีรอต้อนรับเมสซี่

งานนี้ทำเอาบรรดาแฟนบอล "เรือใบสีฟ้า" ตื่นเต้นกันเป็นแถว เพราะล่าสุด เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจใน อินสตาแกรม หลังมีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมชิ่ง บาร์เซโลน่า
      เชื่อกันว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว เมสซี่ มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ ดาวเตะวัย 33 ปี ร้องขอที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า จนเป็นข่าวใหญ่โตในวงการฟุตบอลขณะนี้ แถมล่าสุดมีรายงานจาก RAC1 และ TyC Sports ระบุว่า ฮอร์เก้ ซึ่งเป็นคุณพ่อของ เมสซี่ ได้เดินทางมาถึงเมืองแมนเชสเตอร์ เรียบร้อย เพื่อเปิดฉากเจรจากับ "เรือใบสีฟ้า" ถึงความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะเก็บข้าวของย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม

      ล่าสุด อเกวโร่ ได้เพิ่มความหวังให้กับแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ในการที่จะได้เห็น เมสซี่ ย้ายมาร่วมทีม ด้วยการลบเลข "10" ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ส่วนตัว ซึ่งหมายเลข 10 ถือเป็นเบอร์เสื้อที่ เมสซี่ ใช้กับ บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ปี 2008 และยังเป็นเบอร์ที่เจ้าตัวใส่ยามเล่นให้ทีมชาติอาร์เจนตินาด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ "เอล กุน" ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวก "เรือใบสีฟ้า" ไม่น้อยเลยทีเดียว และข้างล่างนี้คือข้อความจากแฟนๆ บางส่วนใน ทวิตเตอร์ 

       "เซร์คิโอ อเกวโร่ เพิ่งเปลี่ยนยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ของเขาจาก kunaguero10 เป็น kunaguero สดๆ ร้อนๆ เลย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ผมไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยตอนนี้" จาก Taha @JesusRoIe

       "เซร์คิโอ อเกวโร่ ลบเลข 10 ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ตัวเอง พระเจ้าช่วย มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ แล้วหรือเนี่ย" จาก Abu-Zar @abuzarthebot

       "กุน อเกวโร่ เปลี่ยนยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม จาก kunaguero10 เป็น kunaguero อืมมม! มันหมายความว่ายังไงเนี่ย?" จาก Elvís @Sir3lvis

       "อเกวโร่ ลบเลข 10 ออกจากยูสเซอร์เนมใน อินสตาแกรม ตัวเองทิ้ง มันกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริงๆ" จาก infosfcb @infosfcb

       "อเกวโร่ ได้เปลี่ยนยูสเซอร์เนมของตัวเองใน อินสตาแกรม จาก kunaguero10 เป็น kunaguero มันจบแล้วล่ะ ลิโอเนล เมสซี่ กำลังจะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพื่อร่วมงานกับ เป๊ป" จาก Vijay Sarathy @VjSarathy003

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

ไม่ได้ยุให้เปลี่ยนใจ!ฟานไดค์ยินดีฟานเดอเบ็คจ่อซบแมนยู

 

หลังจากที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์จ่อซบ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มแก่ ล่าสุด เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ก็ร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนร่วมชาติ พร้อมบอกว่าไม่เคยพยายามโน้มน้าวใจให้อีกฝ่ายปฏิเสธข้อเสนอจาก "ปีศาจแดง" เลย แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเป็นคู่ปรับของ "หงส์แดง" ก็ตาม
   
เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมแสดงความยินดีกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เพื่อนร่วมทีมชาติฮอลแลนด์ที่กำลังจะย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่อริของ "หงส์แดง"

ฟาน เดอ เบ็ค ถือเป็นกำลังสำคัญของ อาแจ็กซ์ ในช่วงที่ผ่านมา และได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ชั้นยอดของทีมชาติฮอลแลนด์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เขาก็เข้าใกล้กับการได้ไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" เต็มที หลังจากที่ว่ากันว่าเจ้าตัวผ่านการตรวจร่างกายกับทีมเป็นที่เรียบร้อย

ฟาน ไดค์ กล่าวในงานแถลงข่าวก่อนที่ ฮอลแลนด์ จะลงเล่นเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ รอบแบ่งกลุ่ม กับ โปแลนด์ วันศุกร์ที่ 4 กันยายนนี้ว่า "ผมได้พยายามทำให้เขาเปลี่ยนใจ (หมายถึงเปลี่ยนใจไม่ไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด) รึเปล่าน่ะเหรอ ? ไม่เลย ถ้าเกิดเขาย้ายไปอยู่กับที่นั่นจริงๆ ผมก็ขออวยพรให้ ดอนนี่ ไปได้สวยจากใจจริง ซึ่งตอนนี้มันก็ดูมีโอกาสสูงที่จะเป็นอย่างนั้น"

"มันเป็นเรื่องเยี่ยมทั้งสำหรับเขา, สำหรับวงการฟุตบอลฮอลแลนด์ และสำหรับทีมชาติฮอลแลนด์ มันจะเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมอีกแห่งสำหรับนักเตะ ออรันเย่ มันเป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมสำหรับ ดอนนี่ รวมถึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับเขา เช่นเดียวกับ นาธาน อาเค่ (ที่ย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนหน้านี้)"