โหดตั้งแต่ประเดิมสนาม! ผลงานเด่น ฮาเมส นัดทุบ สเปอร์ส

หนึ่งในการเสริมทัพที่น่าสนใจของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21 คือการที่ เอฟเวอร์ตัน ได้ตัว ฮาเมส โรดริเกซ ดาวเตะชาวโคลอมเบียมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่เชื่อกันว่าอยู่ที่ราว 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่ถูกพอตัวเมื่อพิจารณาถึงการที่เขามีดีกรีจนถึงขั้นเคยเป็นดาวซัลโวของศึก ฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว

ทั้งนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ตอนแรกจะมีการกังขาว่า ฮาเมส จะปรับตัวเข้ากับสไตล์ฟุตบอลของที่อังกฤษได้รึเปล่า แต่ในนัดประเดิมสนามของเขานั้น แข้งวัย 29 ปีก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" บุกไปชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ถึงสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา และสถิติเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงเรื่องนั้นได้ดีในระดับหนึ่ง

– แม้ว่าบทบาทหลักๆ ของเจ้าตัวจะเป็นการช่วยปั้นเกมรุก แต่ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฮาเมส ก็ช่วยเกมรับได้ดีพอตัวเหมือนกัน เพราะเขาสามารถตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ถึง 4 ครั้ง ซึ่งในนัดนั้นมันไม่มีใครอีกแล้วที่ตัดบอลได้ดีมากไปกว่าเขา

– หนึ่งในจุดเด่นของ ฮาเมส ที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องอย่างมากในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้คือการที่เขาผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยม และในเกมกับ สเปอร์ส เจ้าตัวก็ตอกย้ำในเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะเขามีจังหวะผ่านบอลระยะไกลตลอดทั้งเกม 12 ครั้ง และมันก็เข้าเป้าถึง 11 หนเลยทีเดียว

ผลงานดังกล่าวทำให้หมายความว่าในสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มันไม่มีใครอีกแล้วที่ผ่านบอลระยะไกลได้แม่นยำมากกว่าเขา โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เอริค ดายเออร์ แข้งของ สเปอร์ส ที่ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 6 หนจากการพยายามผ่านบอลทั้งหมด 10 ครั้ง

– ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางแบบเขานั้นมันต้องไม่เสียบอลง่ายเกินไป เพราะนอกจากจะอดขึ้นเกมรุกแล้วนั้นมันยังเสี่ยงทำให้โดนคู่แข่งสวนกลับเร็วด้วย และเขาก็ทำในด้านนั้นได้ดี เพราะเขาจับบอลพลาดจนทำให้บอลหลุดจากการครอบครองไปเพียง 1 ครั้งตลอดทั้งเกม และยังโดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้าเพียง 1 หนด้วย

– ฮาเมส มีส่วนร่วมกับเกมการเล่นอย่างมาก โดยในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาได้สัมผัสกับบอลถึง 75 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 ของ เอฟเวอร์ตัน ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นรองเพียง ลูก้าส์ ดีญ ที่ได้จับบอลไป 92 ครั้ง กับ ริชาร์ลิซอน ที่ได้สัมผัสบอล 80 หน เท่านั้น

นอกจากนี้ ถ้านับเฉพาะในครึ่งแรกแล้วล่ะก็ ฮาเมส ก็เป็นแกนกลางของทีมจนถึงขนาดที่เขาคือคนเดียวของ เอฟเวอร์ตัน ที่ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมทุกคนหากดูแค่นักเตะในตำแหน่งเอาท์ฟิลด์ หรือก็คือนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ นอกเหนือจากผู้รักษาประตู

– ตลอดทั้งเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฮาเมส สร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 5 ครั้ง ซึ่งจากทั้ง 2 ทีมนี้มันไม่มีใครอีกแล้วที่มีจังหวะสร้างโอกาสทำประตูได้มากกว่าเขา โดยอันดับ 2 คือ อับดูลาย ดูกูเร่ ที่ทำไป 4 ครั้ง

ผลงานดังกล่าวทำให้ ฮาเมส ถือเป็นนักเตะคนแรกของ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2014 ที่สามารถสร้างโอกาสทำประตูตั้งแต่นัดประเดิมสนามได้อย่างน้อย 5 ครั้ง โดยคนสุดท้ายก่อนหน้าเขาที่ทำอย่างนั้นได้คือ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะชาวชิลีที่ทำได้ตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล

เอฟเวอร์ตันยันเซ็น “ฮาเมส”,นักเตะเปิดใจสุดแฮปปี้

เอฟเวอร์ตัน เดินเครื่องพร้อมรบสำหรับฤดูกาลใหม่ ด้วยการเซ็นสัญญาคว้าตัว ฮาเมส โรดริเกซ จอมทัพชั้นดีจาก เรอัล มาดริด เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าค่าตัวนักเตะประมาณ 20 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญา 2 ปีบวกออปชั่นอีก 1 ปี

ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโคลอมเบีย เปิดใจหลังจากได้ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายนที่ผานมา โดยนักเตะเซ็นสัญญาร 2 ปีพร้อมออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มอีก 1 ปี

ดาวเตะวัย 29 ปี ย้ายจากโมนาโก ไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2014 หลังจากทำผลงานสุดยอดในศึกฟุตบอลโลก 2014 อย่างไรก็ตามนักเตะไม่สามารถงัดฟอร์เก่งออกมาได้เลย สุดท้ายต้องถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เป็นเวลา 2 ซีซั่นตั้งแต่ปี 2017-2019

โรดริเกซ ซึ่งคาดว่าโบกมือลาถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว เพื่อมาสวมชุด "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ด้วยสนนราคาประมาณ 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) เปิดใจว่า "ผมมีความสุขจริงๆ ที่ได้มาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ สโมสรมีประวัติศาสตร์มากมาย และที่นี่กับผู้จัดการทีม (คาร์โล อันเชลอตติ) ที่รู้จักผมเป็นอย่างดี"

"ผมตั้งตาคอยที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ที่นี่ และคว้าแชมป์ให้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำหรับทุกๆ คน ผมย้ายมาที่นี่เพื่อที่จะพยายามพัฒนาและทำผลงานให้ดียิ่งขึ้น ผมมาที่นี่เพื่อช่วยทีมคว้าแชมป์ และเล่นฟุตบอลให้ดีที่สุด รวมทั้งมีความสนุกเร้าใจ"

"ผมเชื่อมั่นในตัว คาร์โล และสตาฟฟ์เทคนิคของเขา เรามีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ และนี่คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ผมเซ็นสัญญาก็คือคาร์โล อันเชลอตติ ผมเคยมีช่วงเวลาที่สุดมีความสุขกับเขาก่อนหน้านี้กับ 2 สโมสร (เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค) นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่ผมย้ายมาที่นี่" โรดริเกซ ร่ายยาว

ขณะที่ "อันเช่" แสดงความเห็นกับการได้ร่วมงานกับ โรดริเกซ อีกครั้งว่า "ก็อย่างที่ทุกๆ รู้ ฮาเมส เป็นนักเตะที่แสนวิเศษ เต็มไปด้วยคุณภาพ และมีความสามารถในการแอสซิสต์ให้กับกองหน้า เขาเป็นโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นสำหรับสโมสร และเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าตื่นเต้นด้วย"

ช็อก!เชือร์เล่ประกาศแขวนสตั๊ดวัยแค่29

สุดช็อก อันเดร เชือร์เล่ ตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้วทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึง 30 หลังเพิ่งแยกทางกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่กี่วัน

    อันเดร เชือร์เล่ อดีตปีกทีมชาติเยอรมัน ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ประกาศอำลาสนามด้วยวัยแค่ 29 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากยกเลิกสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้เพียง 2 วันเท่านั้น

    เชือร์เล่ ย้ายจาก เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก มาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2016 แต่ไม่สามารถยึดตัวจริง และเกมสุดท้ายที่เจ้าตัวลงเล่นให้กับ "เสือเหลือง" ต้องย้อนกลับไปในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2018 เลยทีเดียว เนื่องจากตลอดช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ถูกปล่อยให้ ฟูแล่ม (2018/19) และ สปาร์ตัก มอสโก (2019/20) ยืมตัวใช้งาน

    อร์เล่ เผยผ่าน สปีเกิล สื่อเยอรมันว่า "ความลึกยิ่งลึกมากขึ้น และแสงก็สาดส่องน้อยลงน้อยลง การตัดสินใจอยู่กับผมมานานแล้ว มันมีเพียงแค่ผลงานในสนามที่ถูกนับ ขณะที่ความอ่อนแอและจุดอ่อนไม่เคยหายไปคุณต้องเล่นอยู่ในบทบาทหนึ่งเสมอเพื่ออยู่รอดในธุรกิจนี้ มิเช่นนั้นคุณจะเสียงานของตัวเอง และจะไม่ได้งานใหม่"
    

    ทั้งนี้ เชือร์เล่ ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ไปทั้งหมด 57 นัด ทำได้ 22 ประตู หลังประเดิมติดธงครั้งแรกเมื่อปี 2010 ขณะที่ในฟุตบอลโลก 2014 ส่วนใหญ่ลงมาเป็นตัวสำรอง แต่ก็เป็นคนทำ 2 ประตูในเกมชนะ บราซิล 7-1 รอบรองชนะเลิศ และในรอบชิงชนะเลิศก็ลงมาเป็นสำรองแล้วเปิดให้ มาริโอ เกิทเซ่ ทำประตูชัยชนะ อาร์เจนตินา 1-0 ในนาทีที่ 113 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ