คู่บุญ! “มูรินโญ่” สะกิดบอร์ดเซ็นปีกทีเด็ดแมนยู

แฟนบอล "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คงเกิดอาการขนลุกขนพองหลังมีรายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส สะกิด แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรให้เปิดการเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดึง เจสซี่ ลินการ์ด มาช่วยสร้างสรรค์เกมให้กับสโมสร

เจสซี่ ลินการ์ด ปีกชาวอังกฤษกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมแท็คติก มีโอกาสได้ที่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลัง "เฮียมู" แสดงความสนใจอยากได้นักเตะมาสร้างสรรค์เกมให้กับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทเสปอร์ จากการรายงานของ เดลี่ เมล สื่อดังในเมืองผู้ดี

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นผลผลิตจากศูนย์ฝึกเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มหมดอนาคตกับทัพ "ผีแดง" โดยเขาได้ลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 2 เกมในศึกพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุดก็ไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดเปิดบ้านแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 คาสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ลินการ์ด ยังคงเป็นนักเตะที่ มูรินโญ่ ชื่นชอบ และมีรายงานว่า นายใหญ่ชาวโปรตุกีส ได้เข้าไปบอก แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ให้เปิดการเจรจากับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพื่อดึงศิษย์เก่ามาร่วมงานกันในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ลินการ์ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการซัดไป 13 ประตูจากการลงสนาม 48 แมตช์ภายใต้การกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2017/2018 ที่โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด โดยนอกจาก สเปอร์ส ที่อยากได้ตัวแล้ว เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กส ก็พร้อมร่วมวงกระชากตัวด้วยเช่นกัน

 

ชอตไหน?โซลชาเผยความประทับใจแรกกับฟานเดอเบ็ค

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ชอตแรกที่ทำให้ตนถูกใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คือตอนที่แข้งวัย 23 ปีกล้าขึ้นโขกเพื่อทำประตูให้ อาแจ็กซ์ ในตอนที่ตนนำ โมลด์ ไปเยือนทีมดังกล่าว เมื่อปี 2015 โดยชอตนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นได้เลือดเลย พร้อมบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะช่วยทีมได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำประตูจากแดนกลางที่ "ปีศาจแดง" กำลังต้องการอยู่พอดี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าความประทับใจในตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครั้งแรกของตนนั้น เกิดขึ้นในตอนที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์กล้าเล่นชอตเสี่ยงๆ เพื่อทำประตู ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2015-16 ที่ โมลด์ ทีมของตนในตอนนั้นบุกไปเสมอกับ อาแจ็กซ์ 1-1 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2015

เกมดังกล่าวเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โดยที่ อาแจ็กซ์ นำก่อนจากลูกโขกของ ฟาน เดอ เบ็ค ในนาทีที่ 14 ซึ่งจังหวะนั้นมิดฟิลด์ชาวดัตช์ถึงขั้นหัวชนกับผู้เล่นของ โมลด์ จนทำให้เลือดไหลออกมาด้วย โดยมันเป็นประตูแรกของ ฟาน เดอ เบ็ค กับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เช่นกัน

โซลชา เผยว่า "ผมตามดู ดอนนี่ มาโดยตลอด เขาทำประตูแรกของเขาได้ในเกมที่เจอกับ โมลด์ ในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2015 วันนั้นเราบุกไปเสมอที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า) 1-1 และเขาก็ทำประตูจากลูกโขกที่ยอดเยี่ยมได้ ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการโขกกับเซนเตอร์แบ็กของผมด้วยน่ะนะ ดังนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาเล่นด้วยความกล้าหาญสุดๆ เช่นกัน"

 "จังหวะนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเกมอยู่เลย ดังนั้นผมเลยชอบทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นมีผลต่อผู้อื่นด้วยแบบเขา ตอนนั้นเขายิ้มอย่างเริงร่า (ทั้งที่มีเลือดไหลออกมา) และเมื่อคุณเห็นนักเตะที่มีแรงผลักดันกับความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้สายตาของคุณต้องจับจ้องไปยงเขาเป็นธรรมดา ผมยังได้คุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยเล่นร่วมกับเขาด้วย คุณต้องใช้ประโยชน์จากคนที่คุณรู้จักและคนที่คุณเชื่อใจในการจับตาดูทัศนคติของนักเตะ"

"เขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์หลากหลาย, เป็นคนที่ฉลาด, มีเรี่ยวแรงล้นเหลือ และมีความกระตือรือร้นอย่างมากด้วย เขาพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย เขาสามารถทำประตูได้ และเราก็ต้องการให้แผงกลางของเราทำประตูให้มากกว่านี้พอดี จริงอยู่ว่าบรรดากองหน้าของเราพอจะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วน บรูโน่ (แฟร์นันด์ส) ที่ย้ายมาอยู่กับทีมก็ทำประตูได้หลายลูกเช่นกัน แต่เราต้องการให้ทุกคนในทีมทำประตูให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราทำประตูได้ไม่มากพอสำหรับการที่จะไปลุ้นแชมป์แข่งกับทีมอื่นๆ เขาจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในการเล่นให้เรา เขาอ่านเกมได้ดีและเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ เขาสามารถมองเห็นช่องว่างและเข้าไปยังพื้นที่นั้นแบบถูกที่ถูกเวลาได้ การกะจังหวะของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ"

สื่อเผยโซลชาบอกซานโช่แล้วได้ย้ายซัมเมอร์นี้หรือไม่

ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์ แฉว่าไม่นานมานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด บอกกับ เจดอน ซานโช่ เองเลยว่าดีลมันใกล้ที่จะจบลงด้วยดีแล้ว แม้ว่ามันจะยืดเยื้อสุดๆ ก็ตาม โดยทั้งคู่ติดต่อหากันอยู่บ่อยๆ มาตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกกับ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่า "ปีศาจแดง" ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ "เสือเหลือง" ได้แล้ว และการย้ายทีมจะเกิดขึ้นในตลาดการเสริมทัพรอบนี้แน่นอน ตามรายงานของ ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์

เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา กาหัว ซานโช่ เป็นเป้าหมายการเสริมทัพที่สำคัญที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะมองว่าเกมรุกตรงริมเส้นของทีมยังไม่ดีเท่าที่ควร และดาวเตะทีมชาติอังกฤษก็ตอบโจทย์เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี หลังจากทำไป 35 ประตูกับ 44 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ 100 นัดในทุกรายการ

ทั้งนี้ ลือกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ ซานโช่ และตกลงเรื่องต่างๆ กับเอเยนต์ของแข้งชาวอังกฤษได้แล้ว แต่ปัญหาหลักในตอนนี้คือเรื่องค่าตัวเพราะ ดอร์ทมุนด์ ประกาศจุดยืนว่าจะยอมขายก็ต่อเมื่อได้ค่าตัว 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ "ปีศาจแดง" ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินให้ถึงระดับนั้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนของ ดอร์ทมุนด์ ก็มักจะให้สัมภาษณ์ในเชิงที่บอกว่าแข้งวัย 20 ปี จะอยู่กับทีมต่อไปแน่นอนด้วย

อย่างไรก็ตาม ดั๊กบลาเด็ต แฉว่าไม่นานมานี้ โซลชา บอกกับ ซานโช่ เองว่าการเจรจายังคงดำเนินการอยู่ และเขาจะได้มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน แต่ก็ยอมรับด้วยว่าการเจรจามันยุ่งยากพอตัว โดยสื่อเจ้าเดิมเสริมว่าทั้ง 2 คนติดต่อหากันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย

 

ส่องไลน์อัพสเปอร์สถ้าได้เบล-เรกีลอนเสริมทัพ

คาด 11 ตัวจริง สเปอร์ส หากได้ แกเร็ธ เบล กับ เซร์คิโอ เรกีลอน มาร่วมทีม หลัง "ไก่เดือยทอง" ประเดิมซีซั่นไม่สวยแพ้ เอฟเวอร์ตัน คาบ้าน

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าใกล้ที่จะได้ แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ และ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายสแปนิช สองนักเตะ เรอัล มาดริด เข้ามาเสริมทัพในเร็วๆ นี้ 

"ไก่เดือยทอง" เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้ไม่ดีหลังเปิดบ้านแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส ต้องการเสริมทัพอีกก่อนปิดตลาดนักเตะในวันที่ 5 ต.ค. นี้

 หาก สเปอร์ส ได้ทั้ง เบล และ  เรกีลอน มาร่วมทีมจะทำให้ มูรินโญ่ สามารถใช้ระบบ 4-3-3 โดยหน้าตา 11 ตัวจริงน่าจะเป็นดังนี้

ผู้รักษาประตู

อูโก้ โยริส นายทวารทีมชาติฝรั่งเศส จะเป็นมือ 1 ของทัพ "ไก่เดือยทอง" โดยมี โจ ฮาร์ท กับ เปาโล กาซซานิก้า รับบทสำรอง

กองหลัง
 
แนวรับ 4 คนให้ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมประจำการแบ็กขวา ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กใช้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ ดาวินซอน ซานเชซ ส่วน เรกีลอน ยืนเป็นแบ็กซ้าย

กองกลาง

แผงมิดฟิลด์ 3 คนให้ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ยืนฝั่งขวา ขณะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก รับหน้าที่ตัดเกมตรงเกม ขณะที่ฝั่งซ้ายใช้ โจวานนี่ โล เซลโซ่

กองหน้า
 
แนวรุก 3 คนอาจให้ เบล ขยับมายืนฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของ ซน ฮึง-มิน โดยมี แฮร์รี่ เคน รับบทหน้าเป้า

 

 

คูตี้กลับบาร์ซ่าช่วยลิเวอร์พูลได้เงิน184ล้าน

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงเชียร์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้ลงสนามให้กับ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นใหม่ เพราะจะช่วยทำให้ "หงส์แดง" ได้โบนัสอีกราว 184 ล้านบาท

ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสจะได้เงินโบนัสอีก 4.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 184.5 ล้านบาท) หลัง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค กลับไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2020/21 ตามรายงานจาก สปอร์ต สื่อกีฬาของสเปน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

อนาคตของ คูตินโญ่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังไม่สามารถแจ้งเกิดกับ บาร์เซโลน่า  จนทำให้ซีซั่น 2019/20 โดนปล่อยมาเล่นแบบยืมตัวกับ บาเยิร์น แต่ "เสือใต้" ตัดสินใจไม่ซื้อขาดหรือยืดสัญญายืมตัว จนทำให้เจ้าตัวต้องกลับถิ่น คัมป์ นู

คูตี้ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวรวมโบนัส 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,822 ล้านบาท) และ "บาร์ซ่า" มีข้อตกลงว่า จะต้องจ่ายเงินให้ "หงส์แดง" 4.5 ล้านปอนด์ ต่อการลงเล่นให้ทีมทุกๆ 15 นัดไปจนครบ 90 เกม และจนถึงเวลานี้ คูตินโญ่ ลงสนามไปแล้ว 76 เกม

ขณะที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะให้โอกาส คูตินโญ่ ได้พิสูจน์ตัวเองกับทีมในยุคของเขา หลังจาก อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลหน้า

 

ฮอตอีก!มินามิโนะทำประตูเกมอุ่นเกือกนอกรอบ

ทาคูมิ มินามิโนะ ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ได้อีกแล้ว ในเกมอุ่นเกือกแบบลับสุดยอดที่ "หงส์แดง" เจอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ โดยคนที่ได้ลงเล่นนัดดังกล่าวเป็นพวกที่ไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมกับ ลีดส์
    ทาคูมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชุด บี ของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

    ส่วนใหญ่แล้วคนของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ลงเล่นในนัดดังกล่าวคือนักเตะในทีมชุดใหญ่ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมันเป็นเกมที่ลับสุดยอดมากๆ จนเพิ่งมีคนมารู้ว่าเตะกัน และเป็นเกมที่ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาดูในสนามด้วย

    ทั้งนี้ มินามิโนะ ทำประตูได้ในช่วงก่อนพักครึ่ง แต่ทีมชุดบีของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ประตูตีเสมอในช่วง 15 นาทีสุดท้ายจากการที่มีนักเตะ ลิเวอร์พูล ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์จบลงที่การเสมอกัน 1-1 แต่มันก็ถือว่าอดีตแข้ง เร้ดบูลล์ ซัลซบวร์ก กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีพอตัว เพราะเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา เขาทำประตูในเกมอุ่นเกือกที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม แบล็คพูล 7-2 ได้ และถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นก็ทำประตูในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ทีมแพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้เหมือนกัน

    นอกจาก มินามิโนะ แล้วนั้น คนที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีอย่างเช่น อาเดรียน, เจมส์ มิลเนอร์, เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อค โอริกี้ และ โฌแอล มาติป ส่วน ลอริส คาริอุส, แฮร์รี่ วิลสัน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงพักครึ่ง

เป๊ปว่ายังไงหลังศิษย์รักซบลิเวอร์พูล

โจเซป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนฯ ซิตี้ ดีใจที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้มาเล่นที่อังกฤษ พร้อมบอกสาเหตุที่ไม่พยายามดึงอดีตศิษย์รักมาร่วมงานอีกครั้งเพราะตอนนี้แผงกลาง "เรือใบสีฟ้า" มีให้เลือกใช้งานเยอะแล้ว

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้มาเล่นที่อังกฤษแล้ว หลังจากดาวเตะวัย 29 ปีเพิ่งย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล คู่แข่งร่วมลีก

กวาร์ดิโอล่า เคยร่วมงานกับ ติอาโก้ สมัยที่ทั้งคู่อยู่กับ บาร์เซโลน่า และพออดีตมิดฟิลด์คนดังย้ายไปคุม บาเยิร์น มิวนิค ก็ดึงแข้งดีกรีทีมชาติสเปนตามไปทำงานด้วยกันอีกรอบ

"ผมดีใจที่ได้เห็นเขามาเล่นใน อังกฤษ ผมบอกเลยว่า อังกฤษ จะได้เพลิดเพลินกับนักเตะที่เก่งมากๆ แบบเขาแน่นอน" กวาร์ดิโอล่า ระบุ

ทั้งนี้ กุนซือวัย 49 ปีเสริมด้วยว่าสาเหตุที่ไม่แม้แต่จะพยายามเอา ติอาโก้ มาร่วมงานกันที่ แมนฯ ซิตี้ เป็นเพราะแผงกลางของทีมมีตัวเลือกเยอะพออยู่แล้ว

"เรามีนักเตะในตำแหน่งนี้มากพออยู่แล้ว และปกติเราจะเดินเรื่องล่านักเตะต่อเมื่อเราต้องการนักเตะในตำแหน่งนั้นๆ เท่านั้น ตอนนี้เรามีนักเตะในตำแหน่งนั้นมากพอแล้ว"

บิ๊กแมตช์รออยู่! หงส์ส่อเจอปืน,ไก่อาจฟัดสิงห์-ผีไม่หนักจับติ้วคาราบาว คัพ รอบ 4

   ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้เจอกับงานสุดหินในรอบ 4 การแข่งขันคาราบาว คัพ หากพวกเขาผ่านด่าน ลินคอล์น ซิตี้ เพราะมีโอกาสจะต้องปะทะกับ อาร์เซน่อล หรือเลสเตอร์ ซิตี้่ ขณะเดียวกับ สเปอร์ส ก็มีสิทธิ์เจอ เชลซี ในรอบต่อไปเช่นกัน
ลิเวอร์พูล มีลุ้นได้ทำบิ๊กแมตช์กับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หรือ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ในรอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ประจำฤดูกาล 2020/2021 หากทัพ "หงส์แดง" สามารถผ่าน ลินคอล์น ซิตี้ คู่แข่งในระดับ ลีก วัน ในรอบ 3

    ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะมีคิวดวลกับ ลูตัน ทาวน์ คู่แข่งในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ รอบ 3 หากสามารถผ่านด่านนี้ไปได้ ลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงเจองานเบาเพราะอาจจะพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หรือ เปรสตัน ในรอบต่อไป

     ส่วนอีกคู่ก็น่าสนใจเช่นกันเพราะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีสิทธิ์ได้ทำศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ถ้า "ไก่เดือยทอง" ผ่าน เลย์ตัน โอเรียนท์ พวกเขาอาจจะต้องปะทะกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในกรณีที่ทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด สามารถเอาชนะ บาร์นสลี่ย์ ได้สำเร็จ

ผลการจับสลากประกบคู่ รอบ 4 คาราบาว คัพ

ลินคอล์น ซิตี้ (ลีก วัน) / ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก) พบ เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) / อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)

มิลวอลล์ (แชมเปี้ยนชิพ) / เบิร์นลี่ย์ (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) / บอร์นมัธ (แชมเปี้ยนชิพ)

เวสต์บรอมฯ (พรีเมียร์ลีก) / เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ฟูแล่ม (พรีเมียร์ลีก) / เชฟฟิลด์ เวย์นเดย์ (แชมเปี้ยนชิพ)

ฟลีตวูด ทาวน์ (ลีก วัน) / เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) / ฮัลล์ ซิตี้ (ลีก วัน)

บริสตอล ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) / แอสตัน วิลล่า (พรีเมียร์ลีก) พบ สโต๊ค ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) / จิลลิ่งแฮม (ลีก วัน)

เลย์ตัน โอเรียนท์ (ลีก ทู) / สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก) พบ เชลซี (พรีเมียร์ลีก) / บาร์นสลี่ย์ (แชมเปี้ยนชิพ)

นิวพอร์ท เคาน์ตี้ (ลีก ทู) / วัตฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ) พบ มอร์แคมป์ (ลีก ทู) / นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก)

เปรสตัน (แชมเปี้ยนชิพ) / ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ ลูตัน ทาวน์ (แชมเปี้ยนชิพ) / แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

    สำหรับ คาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะมีการแข่งขันในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 28 กันยายน นี้

วัดผลงานติอาโก้กับแผงกองกลางลิเวอร์พูลก่อนเปิดตัวทางการ

เปรียบเทียบผลงานของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับกองกลาง ลิเวอร์พูล ทั้งหมด หลังกำลังจะได้เห็นดาวเตะสแปนิช ย้ายจาก บาเยิร์น มาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์
    ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิช มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท)

    มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติสเปน วัย 29 ปี จะหมดสัญญากับ "เสือใต้" ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ทำให้ บาเยิร์น ยอมขายดีกว่าเสียไปแบบฟรีๆ ถ้าปล่อยให้หมดสัญญา ขณะที่ตัวนักเตะเองก็อยากไปหาความท้าทายใหม่ๆ ดูบ้าง

    วันนี้เราจะไปเปรียบเทียบผลงานของ ติอาโก้ กับบรรดากองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ในเวลานี้ทั้ง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (วัดเฉพาะฤดูกาล 2019/20)

ประตูและแอสซิสต์
    ติอาโก้ ไม่ได้เป็นนักเตะที่มีจุดเด่นมากนักในเรื่องการทำประตู โดยฤดูกาลที่ผ่านมาทำไปแค่ 3 ลูก และไม่มีแอสซิสต์ ในการลงเล่น บุนเดสลีกา 24 นัด หรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 590.6 นาที

    ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีส่วนร่วมกับประตูมากสุดคือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ทำไป 3 ประตู และ 5 แอสซิสต์ หรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 270.5 นาที

    ขณะที่ ไวจ์นัลดุม ทำไป 3 ประตูหรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 846 นาที ด้าน เกอิต้า ทำ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 184 นาที), มิลเนอร์ 2 ประตู 2 แอสซิสต์  (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 200.7 นาที), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 3 ประตู (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 429 นาที) และ ฟาบินโญ่ 2 ประตู 2 แอสซิสต์ (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 444 นาที)

ผ่านบอล และสร้างโอกาส
    ติอาโก้ มีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสสำคัญ 1.0 ครั้งต่อเกม มากกว่า ไวจ์นัลดุม (0.5), มิลเนอร์ (0.9) และ ฟาบินโญ่ (0.9)

    ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่ผลงานด้านนี้ดีสุดคือ เกอิต้า 1.8 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย เฮนเดอร์สัน 1.1 ครั้งต่อเกม และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 1.0 ครั้งต่อเกม

    ส่วนการผ่านบอล ติอาโก้ มีความแม่นยำ 90.5 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่า ไวจ์นัลดุม กับ เกอิต้า (88.6%), ฟาบินโญ่ (87%), มิลเนอร์(86.3%), เฮนเดอร์สัน (84.5%) และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (83.5%).

    นอกจากนั้น ติอาโก้ ยังเลี้ยงผ่านคู่แข่งเฉลี่ย 3.6 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็นสำเร็จ 85.7% ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ดีสุดคือ เกอิต้า 2.3 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็นสำเร็จ 82.1%

    ส่วน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.9 ครั้ง 59.3%), ไวจ์นัลดุม (1.2 ครั้ง 54.5%), มิลเนอร์ (0.9 ครั้ง 100%), เฮนเดอร์สัน
(0.7 ครั้ง 58.3%) และ ฟาบินโญ่ (0.4 ครั้ง 66.6%).

เกมรับ
    กองกลางของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องลงมาช่วยเกมรับด้วย และ ติอาโก้ ก็มีค่าเฉลี่ยเข้าสกัด 2.3 ครั้งต่อเกม มากกว่า มิลเนอร์ (1.5), ไวจ์นัลดุม (1.1) และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.0) อย่างไรก็ตาม ติอาโก้ ทำได้น้อยกว่า เกอิต้า (3.1), ฟาบินโญ่ (2.6) และ เฮนเดอร์สัน (2.6)

    ส่วนการตัดบอลได้เฉลี่ยต่อเกมนั้น ติอาโก้ มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 2.3 มากกว่ากองกลาง ลิเวอร์พูล ทั้ง ฟาบินโญ่ (1.5), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.4), เกอิต้า (1.3), เฮนเดอร์สัน (1.2), มิลเนอร์ (0.7) และ ไวจ์นัลดุม (0.6)

ทางการ!ลิเวอร์พูลเปิดตัวติอาโก้-ใส่เบอร์6

เดอะ ค็อป จุดพลุฉลองได้แล้ว หลัง ลิเวอร์พูล ยันได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพเป็นรายที่สองต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส เรียบร้อย

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิช มาจาก บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024

อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" ไม่ได้เปิดเผยเรื่องจำนวนเงินค่าตัว แต่สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า อยู่ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

นอกจากนั้น มิดฟิลด์วัย 29 ปี จะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย และได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ ติอาโก้ เป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ของ "หงส์แดง" ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ