คล็อปป์เหน็บคาร์ร่าคิดแบบนี้ถึงไม่มีโอกาสทำงานคุมทีม

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เหน็บแนม เจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่าแสดงความเห็นที่ผิดๆ จนทำให้เป็นเหตุผลที่ทำให้ คาร์ราเกอร์ ไม่มีโอกาสมาทำงานคุมทีม หลังจากที่ คาร์ราเกอร์ เหมือนกับจะเคยบอกว่า "หงส์แดง" ทำพลาดที่ไม่เสริมทัพในตำแหน่งกองหลังในตลาดรอบล่าสุด
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหน็บ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของทีมที่เหมือนกับจะเคยตำหนิตนว่าทำพลาดที่ไม่ยอมซื้อเซนเตอร์แบ็กอาชีพในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุด

    ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะเริ่มขึ้นนั้น ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ก็ไม่ได้ซื้อใครมาแทนเลยจนทำให้เซนเตอร์แบ็กอาชีพที่มีประสบการณ์ระดับการเล่นให้ทีมชุดใหญ่แบบต่อเนื่องของพวกเขาเหลือเพียง 3 คน ได้แก่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ "หงส์แดง" ก็ได้รับข่าวร้ายเมื่อ ฟาน ไดค์ มีอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจนต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นเป็นเวลานาน แถมถ้าเลวร้ายที่สุดยังอาจจะถึงขั้นต้องพักทั้งฤดูกาลเลย

    เรื่องดังกล่าวทำให้ไม่นานมานี้ คาร์ราเกอร์ กล่าวระหว่างการทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่าที่จริงแผงหลังของ ลิเวอร์พูล ก็เต็มไปด้วยความน่ากังขามาตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่นนี้แล้ว เพราะแม้ว่า ฟาน ไดค์ จะเป็นยอดกองหลัง แต่รายของ มาติป มักจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ ส่วน โกเมซ ก็ยังดูฟอร์มไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร พร้อมกระตุ้นให้อดีตทีมของตนต้องเลื่อนมาปิดดีลกับกองหลังที่เป็นแข้งเป้าหมายของทีมตั้งแต่วันแรกของตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้ให้ได้ ไม่ใช่รอไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

    คล็อปป์ เผยว่า "ตอนแรกเราลงเล่นฤดูกาลนี้โดยที่มีเซนเตอร์แบ็กให้ใช้งานตั้ง 3 คน แถมยังมี ฟาบินโญ่ เป็นอะไหล่ในตำแหน่งนี้ รวมถึงมีดาวรุ่งบางคนที่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ด้วย มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่ทีมของคุณจะมีเซนเตอร์แบ็กระดับโลกอยู่ในทีมถึง 4 คน ถ้าเกิดมีใครอยากบอกว่าเราทำพลาด (ในการไม่ซื้อเซนเตอร์แบ็ก) อย่างเช่น เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่พูดไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็ ผมก็คิดว่านั่นคงเป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุผลที่ทำให้คนแบบนั้นไม่ได้ทำงานนี้ (การคุมทีม)"

    หลังจาก คล็อปป์ พูดแบบนั้น คาร์ราเกอร์ ก็ชี้แจงทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่าตนไม่เคยตำหนิ คล็อปป์ เลยว่าทำพลาดที่ไม่ได้ซื้อกองหลังในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "ในฤดูกาลนี้ผมยังไม่เคยพูดแม้แต่ครั้งเดียวว่า คล็อปป์ ทำพลาดที่ไม่ได้ซื้อเซนเตอร์แบ็กด้วยเหตุผลบางอย่างตามที่เขากล่าวอ้าง"

 

โรนัลโด้ติดโควิดอาจสะเทือนถึงหัวใจแมนยู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ติดโควิดสะเทือนมาถึง พรีเมียร์ลีก เหตุอาจทำให้สตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องอดลงเล่น ขณะที่ วูล์ฟส์ ลุ้นหนักมีไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสถึง 5 คน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่ง ถึง 4 นัดหากต้องใช้เวลากักตัวเอง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    กองหน้าซูเปอร์สตาร์จาก ยูเวนตุส ต้องกักตัวเองส่งผลให้จะอดลงช่วยทีมชาติโปรตุเกส ลงเตะกับ สวีเดน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3 ลีก เอ วันพุธที่ 14 ต.ค. นี้ หลังจากที่เพิ่งเล่นให้ทัพฝอยทองในเกมบุกไปเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    แม้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมชาติโปรตุเกส จะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ แต่ อา โบล่า สื่อแดนฝอยทอง รายงานว่า ตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ คนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเตะทีมชาติโปรตุเกส จะได้รับการยกเว้นหรือไม่

    หาก บรูโน่ ต้องใช้เวลากักตัวเองก็จะส่งผลให้พลาดลงช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (แชมเปี้ยนส์ ลีก), เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก (แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    นอกจาก บรูโน่ แล้วนั้น ยังมีนักเตะใน พรีเมียร์ลีก อีกหลายรายที่ติดทีมชาติโปรตุเกส และมีความใกล้ชิดกับ โรนัลโด้ โดยเฉพาะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่มีถึง 5 คน (รุย ปาทริซิโอ, เนลซอน เซเมโด้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ และ แดเนียล โพเดนซ์), แมนฯ ซิตี้ 3 คน (ชูเอา กันเซโล่, รูเบน ดิอาส และ แบร์นาโด้ ซิลวา) และ ลิเวอร์พูล 1 คน (ดิโอโก้ โชต้า)

ลิเวอร์พูลยัน!ฟานไดค์ต้องผ่าเข่า-ไม่รู้กำหนดคืนสนาม

แถลงการ์ ลิเวอร์พูล ยืนยัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการเหล็กเลือดดัตช์ ต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมที่เสมอ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่วนเรื่องการพักฟื้นยังไม่สามารถบ่งชี้ว่าจะนานแค่ไหน

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันว่า เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง จะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่า หลังจากนักเตะได้รับบาดเจ็บระหว่างเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

แมตช์ที่สนามกูดิสัน พาร์ค ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เข้าเสียบอย่างรุนแรงทั้งๆ ที่เกมเพิ่งจะผ่านไปแค่ 6 นาทีเท่านั้น ส่งผลให้ต้องเปลี่ยนตัวออก และจากผลการสแกนระบุว่าเส้นเอ็นบริเวณหัวเข่าได้รับความเสียหาย

แถลงการณ์จาก "หงส์แดง" ระบุข่าวร้ายว่า ฟาน ไดค์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดแน่นอน ส่วนระยะเวลาในการฟื้นตัวยังไม่มีการบ่งชี้แน่ชัด "หลังจากการผ่าตัด ฟาน ไดค์ จะเริ่มเข้ารับสู่โปรแกรมการฟื้นฟูร่างกายกับทีมแพทย์ของสโมสรเพื่อที่เขาจะกลับมามีสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

ทั้งนี้ระยะเวลาในการพักฟื้นร่างกายจนกระทั่งกลับมาลงสนามยังไม่มีการระบุอย่างชัดเจน แต่ ลิเวอร์พูล คาดหวังว่า ฟาน ไดค์ ซึ่งมีสภาพความฟิตและจิตใจที่แข็งแกร่ง จะสามารถกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วที่สุด

เดอะค็อปเฮ! “อลีสซง” มีลุ้นฟิตคืนสนามปลายเดือนต.ค.

ลิเวอร์พูล เอคโค่ รายงานว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่านจอมหนึบ กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และหากไม่มีปัญหาบาดเจ็บซ้ำซ้อนนักเตะก็น่าจะกลับมาทำหน้าที่มือ 1 ให้กับต้นสังกัดได้อีกครั้งในแมตช์ปะทะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้
  
ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะโล่งใจได้บ้างเมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเฝ้าเสาให้กับต้นสังกัดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

นายทวารจอมหนึบทีมชาติบราซิล ไม่ได้ลงเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" นับตั้งแต่ที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ในช่วงฝึกซ้อมก่อนลงสนามในเกมที่ต้นสังกัดออกไปพ่ายแพ้ยับเยิน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-7 ที่สนามวิลล่า พาร์ค โดยในตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่า อลีสซง อาจจะพลาดช่วยทีม 6 สัปดาห์

ล่าสุด "ลิเวอร์พูล เอคโค่" สื่อท้องถิ่นยอดฮิต รายงานว่า อลีสซง สามารถฟื้นสภาพร่างกายได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเริ่มที่จะทำการฝึกซ้อมโปรแกรมส่วนตัวที่เมล วู้ด รวมไปถึงการซ้อมพุ่งปัดด้วย ฉะนั้น "เดอะ เร้ดส์" มั่นใจว่าหาก นายด่านเลือดแซมบ้า ไม่มีอาการแย่ลง ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาช่วยทีมในแมตช์พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะการที่ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเขาเสียไปถึง 9 ประตูจากการเล่นแค่ 2 เกมเท่านั้น และ "เดอะ เร้ดส์" อยากให้ อลีสซง กลับมาทำหน้าที่เป็นมือ 1 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

 

 

มีทั้งดีและแย่!แมนยูสร้าง2สถิติหลังบุกทุบเปแอสเช

การบุกไปชนะ ปารีสฯ 2-1 ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถเก็บชัยชนะในเกมเยือนได้ 10 นัดติดต่อกันเป็นหนแรกในประวัติศาสตร์ของทีม แต่พวกเขาก็ทาบสถิติการทำเข้าประตูตัวเองเยอะที่สุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนกัน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์ชนะเกมเยือน 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมหากไม่รับรวมเกมอุ่นเครื่อง หลังล่าสุดพวกเขาบุกไปทุบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช เมื่อวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    สำหรับสถิติในครั้งนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มต้นจากเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศของฤดูกาลก่อนที่พวกเขาบุกไปเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยชัยชนะที่เด่นๆ หลังจากนั้นมีอย่างเช่นเกมลีกที่บุกไปชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่วนเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศที่แพ้ เซบีย่า 1-2 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามันเตะที่สนามเป็นกลางจนทำให้ไม่ถือว่าสถิติของพวกเขาถูกหยุดเอาไว้ในตอนนั้น

    อย่างไรก็ตาม การที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โหม่งเข้าประตูตัวเองในเกมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทาบสถิติการเป็นทีมที่ทำเข้าประตูตัวเองเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ของศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่ากับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เหมือนกัน ด้วยจำนวน 9 ครั้ง ซึ่งคนล่าสุดก่อนหน้านี้ของพวกเขาที่ทำเข้าประตูตัวเองในเกมชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" ได้แก่ ลุค ชอว์ โดยมันเกิดขึ้นในรอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 เมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2019

ลืมหรือเปล่า?มูรินโญ่เหน็บเวนเกอร์เมินกล่าวถึงในหนังสือ

หลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่เอ่ยถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ในหนังสือของตัวเองนั้น ล่าสุด มูรินโญ่ ก็เผยว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะ เวนเกอร์ ไม่เคยชนะตนเลย พร้อมบอกว่าคนเราก็คงไม่อยากพูดถึงเรื่องแบบนั้นในหนังสืออยู่แล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหน็บ อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าที่ไม่เอ่ยถึงตนในหนังสืออัตชีวประวัติเป็นเพราะ เวนเกอร์ ไม่เคยเอาชนะตนได้เลย

เวนเกอร์ เพิ่งออกหนังสือของเขาที่ชื่อ "มาย ไลฟ์ อิน เร้ด แอนด์ ไวท์" (My Life in Red & White) ซึ่งมันบอกเล่าเรื่องราวหลายต่อหลายเรื่องในการคุมทีมของเขา แต่เจ้าตัวไม่ได้กล่าวถึง มูรินโญ่ แม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ทั้งคู่เคยดวลกันหลายครั้ง รวมถึงเคยเปิดสงครามทางคำพูดใส่กันหลายหน อย่างเช่นการที่กุนซือชาวโปรตุกีสเคยบอกว่า เวนเกอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว เป็นต้น

"คุณคงไม่คิดจะทำบทที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเจอกับบางคนประมาณ 12 หรือ 14 เกม แต่ไม่เคยชนะได้เลยอยู่แล้วนี่ ดังนั้นทำไมเขาถึงควรจะพูดถึงผมในหนังสือของเขาด้วยล่ะ ? หนังสือน่ะมันต้องเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข, ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเข้าใจได้ดีว่าทำไมเขาถึงเลือกทำอย่างนั้น" มูรินโญ่ ระบุ

ทั้งนี้ ที่จริงแล้ว มูรินโญ่ เคยแพ้ เวนเกอร์ 2 ครั้ง จากการเจอกันทั้งหมด 19 นัด ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นชนะ 10 เกมกับเสมอ 7 หน

ธุรกิจพัง!อดีตแข้งลิเวอร์พูลขายเหรียญแชมป์ชปล.

หลังจากมีปัญหาด้านการเงินอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมาทำให้ สตีฟ ฟินแน่น จำเป็นต้องขายของต่างๆ จากสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ อย่างเช่นเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05 โดยเขาเปิดให้ประมูลในราคา 12,000-15,000 ปอนด์

สตีฟ ฟินแน่น อดีตแบ็กขวาชาวไอริช กำลังเร่ขายบรรดาเหรียญแชมป์และชุดแข่งของตัวเอง อย่างเช่นเหรียญแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ที่คว้ามาครองได้ตอนอยู่กับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฟินแน่น แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2010 และที่ผ่านมาเขาก็เจอปัญหาทางการเงินเยอะมาก โดยก่อนหน้านี้ เดอะ ไทม์ส สื่อชื่อดังระบุว่าธุรกิจด้านพัฒนาที่ดินของเขาพังทลาย แถมเขายังผิดใจกับคนในครอบครัวเรื่องหนี้จำนวนเกิน 4.03 ล้านปอนด์ (ประมาณ 161.2 ล้านบาท) อีก

สำหรับการขายบรรดาสมบัติของ ฟินแน่น นั้น เป็นการทำในรูปแบบเปิดให้คนมาประมูลสู้ราคากัน โดยเขาขายในเว็บไซต์ชื่อ Graham Budd Auctions ซึ่งเหรียญแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของเขาเปิดให้ประมูลอยู่ที่ราคา 12,000-15,000 ปอนด์ (ประมาณ 480,000-600,000 บาท) ส่วนเสื้อที่อดีตแข้งวัย 44 ปีใส่ในนัดชิงดำของปีนั้นเปิดขายที่ราคา 2,000-2,500 ปอนด์ (ประมาณ 80,000-100,000 บาท)

จบไหม!มูรินโญ่เปิดใจฟอร์มเบลเกมสเปอร์สเสมอเวสต์แฮม

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่ายหัวไม่สนบรรดานักข่าวที่พยายามเสี้ยมให้เจ้าตัวแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานของ แกเร็ธ เบล ในแมตช์เสมอ เวสต์แฮม 3-3 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชี้ชัดนี่มันเรื่องของการแข่งขันของสองทีมจะมาเน้นอะไรกับผลงานของคนๆ เดียว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมแท็คติก "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ผลงานของ แกเร็ธ เบล ปีกมากประสบการณ์ที่ลงเล่นเปิดตัวให้ต้นสังกัดในแมตช์เสมอ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา

เบล ถูกส่งลงมาเล่นในครึ่งหลังนาทีที่ 72 โดยในเวลานั้น สเปอร์ส ยังมีสกอร์นำห่าง "เดอะ แฮมเมอร์ส" 3-0 แต่หลังจากนั้นทีมเยือนยิงได้ 2 ประตูรวดในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้สกอร์ตามมาเป็น 3-2 อย่างไรก็ตาม สตาร์ชาวเวลส์ มีโอกาสทองที่จะยิงประตูฝัง เวสต์แฮม เมื่อหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ดันยิงออกไปหน้าตาเฉย

จนกระทั่งเกิดเหตุเสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด เมื่อ เวสต์แฮม มาได้ประตูสุดงามจากการยิงแบบผีจับยัดของ มานูเอล ลานซินี่ ในนาทีที่ 90+4 ส่งผลให้ทีมของกุนซือเดวิด มอยส์ บุกมาแบ่งแต้มไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยหลังจบเกม มูรินโญ่ ยังคงรู้สึกผิดหวังที่ทีมพลาดเก็บชัยชนะ แต่ก็ชื่นชม "ขุนค้อน" ที่เล่นด้วยความทุ่มเท

สำหรับคำถามเกี่ยวกับผลงานของ เบล ซึ่งลงเล่นเกมแรกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่กับต้นสังกัดนั้น มูรินโญ่ กล่าวว่า "ก่อนเกมพวกคุณอยากพูดเกี่ยวกับ แกเร็ธ และหลังเกมพวกคุณก็ยังคงอยากพูดเรื่อง แกเร็ธ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดมันเกี่ยวกับ ท็อตแน่ม-เวสต์แฮม และนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด"

 

เผยสถิติน่าทึ่ง”เคน-ซน”หลังเกมกับเวสต์แฮม

แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองสตาร์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขึ้นแท่นเป็นสุดยอดดูโอคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก เรียบร้อย หลังสลับกันยิงและจ่ายในเกมล่าสุดที่เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    
แฮร์รี่ เคน และ ซน ฮึง-มิน สองซูเปอร์สตาร์แนวรุกของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผลัดกันเป็นฝ่ายยิงและจ่ายรวมกันไปแล้ว 28 ประตูในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งมากสุดอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ หลังจบเกมล่าสุดที่ "ไก่เดือยทอง" ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เกมดังกล่าว เคน แอสซิสต์ให้ ซน ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 1 ก่อนที่ ซน จะเป็นคนผ่านบอลให้ เคน จบสกอร์ 2-0 ในนาทีที่ 8 และหลังจากนั้น เคน ก็ทำประตูที่สองให้กับตัวเอง พร้อมช่วย สเปอร์ส ออกนำไปไกล 3-0 นาทีที่ 16 ทว่าน่าเสียดายสำหรับ "ไก่เดือยทอง" เพราะสุดท้าย เวสต์แฮม ไล่ตีเสมอได้จาก 3 ประตูช่วงท้ายเกม

การสลับกันเป็นฝ่ายยิงและจ่ายระหว่างคู่หู "เคน-ซน" ในเกมล่าสุด (รวม 2 ประตู) ทำให้มีประตูที่เกิดขึ้นจากการประสานงานกันของทั้งคูในศึก พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 28 ลูก ซึ่งมากสุดอันดับ 4 ในประวัตศาสตร์ ต่อจากคู่หู แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา (36 ประตู), ดาบิด ซิลบา กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ (29 ประตู) และ โรแบร์ ปิแรส กับ เธียร์รี่ อองรี (29 ประตู) เท่านั้น

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก้าวเข้ามาคุมทัพ "ไก่เดือยทอง" เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน เคน (33 ประตู) กับ ซน (30 ประตู) เป็นสองนักเตะที่มีส่วนร่วมกับการทำประตูรวมทุกรายการมากสุด เหนือทุกคนในเวที พรีเมียร์ลีก

 

บอลเป็นเหตุสังเกตได้!สาวเล่นชู้เซ็งผัวคลั่งลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเกี่ยวอะไรด้วย !? ซาช่า อิสตรีท่านหนึ่ง เปิดใจเหตุผลที่เธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่เขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการชมเกมลูกหนังของ "หงส์แดง" จนละเลิกการทำ "การบ้าน" เป็นประจำ ทำให้เธอต้องหาทางออกเพื่อคลายกำหนัดด้วยการเล่นเว็บหาคู่ จนสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการมีชู้ แถมไม่รู้สึกผิดเพราะกำลังคิดเล่นชู้กับชายอีกคน เนื่องจากพอลองทำแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับชีวิต
               ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดนลากไปเอี่ยวว่าเป็นสาเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวร้าวฉาว หลังอิสตรีรายหนึ่งอ้างว่าเธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่ฝ่ายชายมัวแต่สนใจดูเกม "หงส์แดง" มากกว่าที่จะทำกิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียง

               ซาช่า วัย 32 ปีซึ่งงานเป็นช่างทันตกรรม เริ่มนอกใจ สตีฟ สามีของเธอที่เป็นสาวก "เดอะ ค็อป" พันธ์แท้ที่มัวไปยุ่งวุ่นวายกับการเชียร์ ลิเวอร์พูล ทำศึกพรีเมียร์ลีก มากกว่าที่จะเปิดสงครามใต้สะดือกับเธอ และตัดสินใจที่หันไปเล่น IllicitEncounters เว็บไซต์หาคู่ในเมืองผู้ดี จนกระทั่งได้สร้างสัมพันธ์สวาทกับผู้จัดการบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง

               สาวผู้อาภัพชีวิตคู่เพราะเกมลูกหนัง กล่าวว่า "ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ สตีฟ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และนักเตะคนอื่นๆ ของลิเวอร์พูล ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่กับเรื่องฟุตบอล และถ้าเขาไม่ได้ดูทีวี เขาก็จะออกไปผับพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขาเพื่อพูดคุยเรื่องเกมฟุตบอล"

              "มันยิ่งเลวร้ายมากๆ เมื่อปีที่ผ่านมาตอนที่ ลิเวอร์พูล กำลังจะคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปี ฉันคิดว่ามีหลายสิ่งที่อาจจะแก้ไขได้ช่วงระหว่างที่ล็อกดาวน์ เมื่อการแข่งขันหยุดแข่งไปสักพัก แต่หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ตึงเครียดเนื่องจากกังวลว่าฤดูกาลจะถูกยกเลิกหรือไม่"

              "ฉันพยายามอ้อนวอนเขาเพื่อให้เสียสละเวลามาอยู่กับฉันมากขึ้น แต่เขาเอาแต่หมกมุ่นเรื่องฟุตบอล ชีวิตเซ็กซ์ของเรามันค่อยๆ เหือดหายไป และฉันก็ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างอ้างว้างในบ้านเพียงลำพังหลายชั่วโมง"

              หลังจากนั้นเพื่อนของ ซาช่า ซึ่งใช้เว็บไซต์หาคู่ดังกล่าว จนได้แต่งงาน พยายามแนะนำให้เธอลองเล่นเว็บนี้ จนกระทั่งเธอได้รับข้อความถึง 15 ข้อความจากหนุ่มๆ ที่อยากออกเดทกับเธอ โดย ซาช่า เผยต่อไปว่า "ฉันรู้ว่าหากฉันใส่ประวัติของฉันลงไปฉันคงได้รับความสนใจพอสมควร แต่ฉันรู้สึกว่าชีวิตของฉันมันน่าเบื่อหน่ายมากๆ และต้องการเปลี่ยนแปลง"

             "แค่ 24 ชั่วโมงที่เข้าไปเล่นในเว็บนี้ ฉันได้รับ 15 ข้อความในอินบล็อกเพื่อขอออกเดท ฉันคัดคนที่ดีที่สุดเหลือแค่ 3 คน และสุดท้ายก็มีเพียง พอล ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทไอที แถมยังอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับฉัน และเขาก็เบื่อหน่ายชีวิตแต่งงานของเขาหลังจากผ่านไป 4 ปี"

            "ไม่รู้ว่าเราพร้อมจะเลิกกับคู่ของเราหรือไม่ แต่เราอยากได้แรงกระตุ้นที่น่าตื่นเต้นจากคนใหม่ๆ เราออกไปดื่มที่ผับ และก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี ภายในไม่กี่สัปดาห์ทุกอย่างก็เรียบร้อย เราไปหลับนอนกันกัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันที่จะได้พบกับ พอล เพราะฉันแอบออกจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามที่ลิเวอร์พูลแข่ง"

            "สตีฟ จะใช้เวลาในการชมเกมแต่ละแมตช์อย่างน้อย 5 ชั่วโมง จากนั้นเขามักจะโพสต์อะไรก็ตามร่วมกับแฟนบอลคอเดียวกันหลังจบเกมอีกหลายชั่วโมง เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าฉันออกจากบ้าน ฉันติดต่อกับผู้ชายคนอื่นที่มีเสน่ห์มากๆ ในเว็บไซต์ IllicitEncounters.com และฉันอยากที่จะเริ่มนอกใจครั้งที่สอง เพราะมันทำให้ฉันสนุกตื่นเต้นมากๆ" ซาช่า ระบุ