ประตูลีกผู้ดี ชู 2 แข้งเล่นลีกไทยแล้วเวิร์ค

Tiebreakertimes สื่อของฟิลิปปินส์ ได้ตีบทสัมภาษณ์ของ นีล เอเธอริดจ์ จอมหนึบทีมชาติฟิลิปปินส์ของสโมสรเบอร์มิ่งแฮม ที่เพิ่งย้ายมาจากคาร์ดิฟ ซิตี้ รวมไปถึงการผ่านประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ออกมาพูดถึงการพัฒนานักเตะในประเทศต่อระบบของทีมชาติฟิลิปปินส์ในอนาคตว่าไม่ใช่แค่ตัวเขาเองทุกคนที่เกี่ยวข้องกับทีมชาติต้องการลีกที่มั่นคงกับการยกระดับทีมชาติที่สม่ำเสมอมากขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่เซเรสเนกรอสทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือสิ่งที่ยากสำหรับการสร้างความแกร่ง

มันเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดสำหรับผู้เล่นเพราะการไม่ปล่อยผู้เล่นไปต่างประเทศหรือผู้เล่นบางคนพอใจกับการเล่นแค่ในประเทศ หากต้องการเห็นทีมชาติยกระดับขึ้นการปล่อยผู้เล่นไปต่างประเทศวิธีนี้จะดีกว่า ผู้เล่นฟิลิปปินส์มีพรสวรรค์ในการเล่นฟุตบอลพวกเขาต้องการเพียงช่องทางที่จะแสดงออกในลีกที่มาตรฐาน ซึ่งรายของ แพทริค เดย์โต (ผู้รักษาประตูสุพรรณบุรี เอฟซี) และ อมานี่ อกิลนัลโด (กองหลังตราด เอฟซี) ที่เป็นฟิลิปปินส์แท้ก็แสดงให้เห็นว่ามีความสามารถเมื่อออกมาเล่นไทยลีกพวกเขาคือแรงจูงใจที่ดีสำหรับเด็กๆในฟิลิปปินส์

 

อาเดรียนเพี้ยนหนัก! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดบุกโดนวิลล่ากระซวกเละ

เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผลการแข่งขันออกมาผิดความคาดหมายเหลือเกินเมื่อแชมป์เก่าอย่าง "หงส์แดง" บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า จัดหนักถึง 7-2 แนวรับของทีมผลัดกันก่อความผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตู, แบ็ก หรือเซนเตอร์แบ็ก แต่ยังพอมีแนวรุกหนึ่งคนที่สามารถพึ่งพาการจบสกอร์ของเขาได้ และนี่คือผลสอบของแข้งลิเวอร์พุลในเกมพ่ายยับต่อ "สิงห์ผงาด"

อาเดรียน 2

เริ่มต้นเกมด้วยการจ่ายบอลพลาดจนเสียประตูแรก หลังจากนั้นก็ดูเสียความมั่นใจไปมากก่อนโดนรัวอีกหลายเม็ดซึ่งบางประตูคงโทษเขาไม่ได้แต่ตลอดเกมมีทั้งออกมาตัดบอลพลาดและยังดูลุกลี้ลุกลนตลอดเวลาด้วย

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ 4

จ่ายบอลเสียบ่อยครั้ง โดน แจ็ค กรีลิช เผาเครื่องตลอดทั้งเกม ปล่อยพื้นที่ให้นักเตะวิลล่าเล่นง่าย ประตูที่สองโดนจ่ายตัดหลังแบบง่ายดาย

โจ โกเมซ 3

เป็นฟอร์มที่ย่ำแย่ของเจ้าตัวอีกครั้ง วัตกินส์ ทำให้เขาเจอกับฝันร้าย ประตูที่สองรับผิดไปเต็มหลังเจอล็อกหลบเข้าไปยิงประตู ยืนตำแหน่งผิดพลาดไปหมด

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 4

อาจไม่ได้ก่อความผิดพลาดโดยตรงแต่ก็มีส่วนพลาดในการจัดระเบียบเกมรับที่เกมนี้ค่อนข้างเละเทะทีเดียว โชคร้ายที่บอลแฉลบเขาจนเสียประตูที่สาม จ่ายบอลพลาดอยู่หลายครั้ง

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5.5

เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฟอร์มค่อนไปทางดี ทุกประตูที่เสียไม่ได้เป็นความผิดของเขา เติมเกมรุกสร้างอันตรายได้ตลอด เกือบยิงประตูได้แต่ติดเซฟของ มาร์ติเนซ

นาบี เกอิต้า 5

ขยับเข้าพื้นที่อันตรายบ่อยครั้งแต่มักจะตัดสินใจผิดพลาด มีส่วนกับประตูที่ ซาลาห์ ยิงได้ โดยรวมไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่กองกลางลิเวอร์พูลต้องการมากกว่านั้น

ฟาบินโญ่ 4

เป็นส่วนหนึ่งในกองกลางที่หยุดเกมสวนกลับไม่อยู่ ไม่ได้ช่วยให้ทีมครองบอลบุกมากนัก ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายโดนจับไปเล่นเซนเตอร์แบ็ก

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คในแดนกลางเลย มีจ่ายบอลสวยแค่ครั้งเดียวในครึ่งแรกที่เหลือตลอดเกมก็แทบหายตัว โผล่มาอีกทีคือตอนตัดบอลแดนกลางจนเป็นที่มาของประตูที่ซาลาห์ยิง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 7

ในเกมที่ไม่มี มาเน่ ดาวยิงชาวอียิปต์กลับมาฉายแสงอีกครั้งหลังจบสกอร์อย่างยอดเยี่ยมทั้งสองประตู รับแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของทีม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 4

มีโอกาสง้างยิงประตูช่วงต้นเกมแต่ติดเซฟของ มาร์ติเนซ ทำให้อดได้ประตูตีเสมอ ทว่าบทบาทน้อยมากแถมยังจับบอลและจ่ายบอลขาดๆเกินๆตลอด

ดิโอโก้ โชต้า 5.5

เป็นแนวรุกที่โดดเด่นที่สุดในครึ่งแรก เจาะเกมรับคู่แข่งได้ดี และมีส่วนร่วมกับประตูที่ยิงได้ เกือบชิพเข้าประตูสุดสวยด้วย ทว่าครึ่งหลังฟอร์มดร็อปลงไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ทาคูมิ มินามิโนะ 4 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.46)

ลงมาแล้วไม่ได้มีผลกับเกมมากนัก

เคอร์ติส โจนส์ 4 (ลงมาแทน โจ โกเมซ น.61)

เกมแดนกลางดีขึ้นเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้สร้างความแตกต่างมาก

เจมส์ มิลเนอร์ 4 (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.68)

ลงมาตอนที่สกอร์ขาดลอยแล้ว

 

ทางการ!ลิเวอร์พูลปล่อยคาริอุสให้อูนิโอน เบอร์ลินยืมตัว 1 ซีซั่น

ลอริส คาริอุส นายทวารสุดหล่อแห่ง ลิเวอร์พูล อำลาถิ่น แอนฟิลด์ แบบชั่วคราวอีกครั้ง โดยย้ายกลับไปเฝ้าเสาในศึก บุนเดสลีกา ด้วยสัญญายืมตัว กับ อูนิโอน เบอร์ลิน อย่างเป็นทางการเรียบร้อย

ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูเลือดเบียร์ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปิดดีลย้ายไปเล่นให้ อูนิโอน เบอร์ลิน สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน แบบสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เรียบร้อย ตามรายงานของเว็บไซด์ทางการสโมสร เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา

คาริอุส เพิ่งยกเลิกสัญญายืมตัวกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกตุรกี เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวต้องกลับมาร่วมทัพ "หงส์แดง" แต่ด้วยการที่โอกาสที่จะได้ลงเล่นมีน้อยมาก ทำให้ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก จัดการปล่อย นายประตูหน้าหล่อวัย 27 ปี แบบชั่วคราวอีก โดยย้ายไปเฝ้าเสาให้ อูนิโอน เบอร์ลิน ที่จบอันดับ 11 ในศึก บุนเดสลีกา ฤดูกาลที่แล้ว

ทั้งนี้ คาริอุส ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล ถึงปี 2022 ย้ายมาจาก ไมนซ์ 05 เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 แต่เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เล่นผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017/18 

แฟนอาร์เซน่อล?คอบอลแซวพาวสันเซ็งลากาแซตต์ยิงพลาด

บรรดาคอโซเชียลออกโรงออกแซว เคร็ก พาวสัน ท่านเปาเลือดผู้ดี หลังเจ้าตัวออกอาการสุดเสียดายในจังหวะที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ หลุดเดี่ยวแต่ดันยิงไม่เข้า ในแมตช์ที่แพ้ "หงส์แดง" เกมลีกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
    เคร็ก พาวสัน ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ แสดงอาการสุดเสียดายในจังหวะที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ กองหน้าอาร์เซน่อล หลุดเดี่ยวแต่ดันยิงไปติดตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ในเกมที่แพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 ที่สนามแอนฟิลด์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

    ในช่วงที่ "หงส์แดง" มีสกอร์นำ 2-1 ทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" มีโอกาสที่จะตีเสมอถึงสองครั้งสองครา โดยครั้งแรก ลากาแซตต์ หลุดกับดักล้ำหน้าแต่ดันหาญกล้าคิดจะชิพบอลหนี อลีสซง แต่ไม่สำเร็จ ในขณะที่อีกจังหวะกองหลังเจ้าบ้านเช็คล้ำหน้าพลาด และ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ หลุดไปดวลกับ นายด่านชาวบราซิเลียน แต่ก็โดนเซฟได้อยู่ดี


 

    สำหรับในจังหวะหลังได้เกิดประเด็นให้พูดถึงกันทั่วสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีคลิปแสดงให้เห็นถึงอาการสุดเสียดายของ พาวสัน โดยงานนี้ทำเอาบรรดาคอโซเชียลได้แสดงความเห็นกันอย่างสนุกสนาน บางรายถึงขั้นแซวว่าท่านเปารายนี้อาจจะเป็นสาวก "ไอ้ปืนใหญ่" ก็ได้

    "ให้ตายเหอะ ลองดูปฏิกิริยาของกรรมการซิ" แฟนบอลรายแรกทวิตข้อความในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ขณะที่อีกรายโพสต์เสริมว่า "ดูเหมือนกรรมการจะเซ็งกับทักษะการจบสกอร์ของลากาแซตต์" ตามด้วยรายที่สามที่ระบุว่า "เป็นการแสดงปฏิกิริยาที่แปลกประหลาดจากผู้ตัดสินเคร็ก พาวสัน สงสัยเขาจะเป็นพวกกูนเนอร์" ตบท้ายด้วยรายที่ 4 "เคร็ก พาวสัน ให้ ลากาแซตต์ เป็นกัปตันในทีมแฟนตาซีของเขา"

แมนยูเกี่ยวอะไร?น้ามูประชดเปาเป่าจุดโทษทดเจ็บ

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมแท็คติกของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พูดจาเหมือนแขวะบางทีม หลังเกิดเหตุสุดช็อกที่ "ไก่เดือยทอง" เสียจุดโทษในช่วงทดเจ็บ ทำให้พวกเขาทำได้แค่เสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในเกมลีกช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พูดจาประชดประชันบางสโมสรในกรณีที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" เสียจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ส่งผลให้พวกเขาทำได้เพียงแค่เสมอ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

สเปอร์ส ได้ประตูขึ้นนำในนาที 26 จากจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน หลุดขึ้นมาทางฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเรียดไปที่เสาไกลให้ ลูคัส มูร่า สอดมาซัดเหน่งๆส่งบอลตุงตาข่าย โดยเจ้าบ้านกำลังจะเก็บ 3 คะแนนได้อยู่แล้ว แต่ก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันในช่วงทดเจ็บ 90+5 เมื่อ แอนดี้ แคร์โรล โหม่งไปโดนแขนของ เอริก ดายเออร์ ผู้ตัดสินย้อนดูวีเออาร์ด้วยตัวเองก่อนจะเป่าให้จุดโทษแก่ นิวคาสเซิ่ล จาก คัลลั่ม วิลสัน รับหน้าที่สังหารไม่เหลือซาก จบเกมทั้งสองทีมแบ่งกันไป 1 คะแนน

แมตช์นี้ นูโน่ ซานโตส โค้ชผู้รักษาประตูสเปอร์ส ถูกไล่ออกหลังเข้าไปบ่นผู้ตัดสินที่เป่าจุดโทษ โดยงานนี้ มูรินโญ่ ทนไม่ไหวจึงได้พูดจาในเชิงประชดประชันการทำหน้าที่ของกรรมการ ด้วยการยกตัวอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าชัยชนะในเกมพบ ไบรท์ตัน เมื่อได้จุดโทษหลังท่านเปาเป่านกหวีดหมดเวลาไปแล้ว

"สิ่งเดียวที่ผมรู้สึกคือผมมีประสบการณ์มากกว่า ซานโตส และผมเดินเข้าไปในอุโมงค์ตอนที่กรรมการเป่านกหวีด….ผมรู้ว่าเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นในบางแมตช์กับบางสโมสร หลังจากที่มีการเป่านกหวีดมันก็เป็นไปได้ที่จะมีบางเรื่องที่สุดสำคัญเกิดขึ้น แต่สำหรับเรานะเหรอ ผมรู้ว่าหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดเกมจบแล้วจบเลย" มูรินโญ่ กล่าว

 

เปลี่ยน10จุด!คาดไลน์อัพลิเวอร์พูลดวลอาร์เซน่อล

คาด 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ในเกมพบ อาร์เซน่อล รอบ 4 คาราบาว คัพ เชื่อคงเปลี่ยนแทบยกทีมโดยเหลือตัวหลักแค่รายเดียวเท่านั้น

ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ในศึก คาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้ (01.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

ทั้งสองทีมเพิ่งดวลกันมาใน พรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็น "หงส์แดง" ที่เอาชนะไปได้ 3-1 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เกมนี้ทั้ง 2 ฝั่งจะเปลี่ยนตัวกันหลายรายเพื่อให้โอกาสตัวสำรองไปลงโชว์ฝีเท้าบ้าง

 สำหรับ 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ที่คาดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะส่งลงเล่นในนัดนี้คาดว่า จะเปลี่ยนถึง 10 ตำแหน่งจากเกมล่าสุด โดยที่ โจ โกเมซ คงเป็นคนเดียวที่ยึดตัวจริงต่อ

 

ผู้รักษาประตู: อาเดรียน

อาเดรียน นายทวารชาวสแปนิช คงจะได้โอกาสลงมาเฝ้าเสาแทน อลีสซง เบ็คเกอร์ อีกครั้ง หลังเป็นตัวจริงเกมบุกไปยำ ลินคอล์น ซิตี้ ถึงบ้าน 7-2 ในรอบสามรายการนี้

กองหลัง: เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, คอสตาส ชิมิกาส
 

ในเกมชนะ ลินคอล์น นั้น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นแผงหลักตัวหลักคนเดียวที่ลงสนาม แต่เกมนี้ดาวเตะดัตช์คงได้พักบ้าง ทำให้ โกเมซ จะยืนคู่เซนเตอร์แบ็กกับ  เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก

ส่วนแบ็กขวา ให้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงทำหน้าที่แทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เช่นเดียวกับฝั่งซ้ายที่ ชิมิกาส จะได้เล่นแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า ชิมิกาส จะลงเล่นในนัดนี้ไม่ได้ทำให้ โรเบิร์ตสัน หรือ เจมส์ มิลเนอร์ มีโอกาสเสียบแทน
   

กองกลาง: เคอร์ติส โจนส์, มาร์โก กรูยิช, เซอร์ดาน ชากิรี่

3 กองกลางคงจะยึดชุดเดิมที่ชนะ ลินคอล์น ทั้ง โจนส์  ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ และทำสองประตูได้อย่างสุดสวย, กรูยิช ที่คุมแดนกลางได้ดี แถมมีชื่อเป็นคนทำประตูด้วย และ ชากิรี่ ที่ซัดฟรีคิกเป็นประตู

กองหน้า: ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, ทาคุมิ มินามิโนะ, ดิว็อค โอริกี้

3 ประสานแดนหน้ายังคงยึดชุดชนะ ลินคอล์น โดยที่ เอลเลียตต์ จะเล่นฝั่งขวา ส่วน โอริกี้ ยืนด้านซ้าย ขณะที่ มินามิโนะ ยืนหน้าเป้า หลังเกมชนะ ลินคอล์น ยิงสองตุงแล้วยังทุ่มเทสุดๆ ขยันวิ่งไล่บอล และแอสซิสต์ได้ด้วย

“โชต้า”ลงโชว์! คาดการณ์11ตัวจริงลิเวอร์พูลฉะลินคอล์น

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีคิวลงทำศึก คาราบาว คัพ รอบสาม คืนวันนี้ โดยจะยกพลบุกไปเยือน ลินคอล์น ซิตี้ สโมสรระดับ ลีก วัน ที่สังเวียนแข้ง ซินซิล แบงค์ ซึ่งแน่นอนว่า เกมนี้กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเน้นส่งบรรดานักเตะสำรอง+ดาวรุ่งเป็นหลัก แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือ กลุ่มแข้งใหม่อย่าง ดิโอโก้ โชต้า, คอสตาส ซิมิคาส และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า น่าจะได้ลงโชว์ฝีเท้าด้วย และนี่คือการคาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง "หงส์แดง" สำหรับแมตช์นี้ จากทางเว็บไซต์ thisisanfield.com (ระบบ 4-3-3)
– ผู้รักษาประตู : อาเดรียน

        เกมบอลถ้วยแบบนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่นายประตูมือสองชาวสแปนิชวัย 33 ปี จะได้ลงโชว์ฝีมือ เพื่อเป็นการเปิดทางให้ อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้พักแข้ง

– แนวรับ : เนโก วิลเลี่ยมส์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เซ็ปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, คอสตาส ซิมิคาส

        เรียกได้ว่าสำรองแบบยกชุด โดย วิลเลี่ยมส์ จะประจำการเป็นแบ็กขวา ส่วนแข้งใหม่อย่าง ซิมิคาส จะเล่นเป็นแบ็กซ้าย โดยที่มี ฟิลลิปส์ กับ ฟาน เดน เบิร์ก เป็นคู่เซนเตอร์แบ็ก

– แดนกลาง : มาร์โก กรูยิช (ติอาโก้ อัลกันตาร่า), เจมส์ มิลเนอร์, เคอร์ติส โจนส์

        สำหรับแผงมิดฟิลด์มีโอกาสสูงมากที่ โจนส์ กับ มิลเนอร์ สองแข้งต่างวัย จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริง ขณะที่กลางรับ คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้บริการแข้ง กรูยิช แต่ก็มีโอกาสเช่นกันที่ ติอาโก้ จะได้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก หลังจากที่เจ้าตัวได้ลงโชว์เพลงแข้งช่วง 45 นาทีหลังในเกมบุกสอย เชลซี 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

– แนวรุก : เซอร์ดาน ชากิรี่, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (ดิโอโก้ โชต้า), ทาคุมิ มินามิโนะ

        เกมนี้ มินามิโนะ คงจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงค่อนข้างแน่ และอาจจะถูกใช้งานเป็นกองหน้าตัวเป้าด้วย ขณะที่สองตัวริมเส้นนั้น ชากิรี่ มีแววที่จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าบ้าง เช่นเดียวกับเจ้าหนูวัย 17 ปี อย่าง เอลเลียตต์ แต่ต้องไม่ลืมว่า เกมนี้ คล็อปป์ อาจจะให้แข้งใหม่อย่าง โชต้า ได้ลงสัมผัสเกมตั้งแต่ออกสตาร์ท เพื่อจูนความเข้าใจกับเพื่อนๆ ด้วย

ผ่านไปแค่3นัด!เชลซีทาบสถิติตลอดทั้งซีซั่นก่อน

เกมเจ๊า เวสต์บรอมฯ ในนัดล่าสุดทำให้ เชลซี เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงไปแล้ว 3 ครั้งในซีซั่นนี้ เท่ากับที่ทำไปตลอดทั้งฤดูกาลก่อน แถม ติอาโก้ ซิลวา ยังกลายเป็นแข้งเอาท์ฟิลด์คนแรกตั้งแต่ปี 2018 ที่ทำพลาดจนส่งผลให้ทีมเสียประตูในนัดประเดิมสนามด้วย

เชลซี เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงของพวกเขาเองไปแล้ว 3 ครั้งในศีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้ ซึ่งเท่ากับที่พวกเขาเสียตลอดทั้งซีซั่นก่อนทั้งที่ฤดูกาลนี้เพิ่งผ่านมาเพียง 3 นัด ตามการเปิดเผยของ อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดัง

ในนัดล่าสุดที่ เชลซี ไปเยือน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่่ผ่านมานั้น พวกเขาตามหลังไปก่อน 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่จะมารัว 3 ประตูในช่วงครึ่งหลังจนทำให้ได้ 1 คะแนนกลับบ้าน

ทั้งนี้ ในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแค่นัดเดียว เชลซี  ก็เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงไปถึง 2 หน โดยจังหวะแรกคือชอตที่ มาร์กอส อลอนโซ่ โหม่งบอลไม่ดีจนนำไปสู่ลูกแรกของ เวสต์บรอมฯ ส่วนหนที่สองคือชอตที่ ติอาโก้ ซิลวา ทำพลาดก่อนที่ คัลลั่ม โรบินสัน จะทำให้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" หนีห่างเป็น 2-0

นอกจากนี้ ซิลวา ยังเป็นนักเตะเอาท์ฟิลด์ (หมายถึงตำแหน่งอื่นนอกจากผู้รักษาประตู) คนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2018 ที่ทำให้ทีมเสียประตูจากความผิดพลาดของตัวเองโดยตรงตั้งแต่นัดประเดิมสนามด้วย โดยคนสุดท้ายก่อนหน้านี้คือ อิสซ่า ดิย็อป ตอนที่ลงเล่นให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในนัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล

แชมป์เก่าฟอร์มโหดส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่6

ศึกฟุตบอลไทยลีกแมตช์ที่ 6 จบลงเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับฟอร์มอันสวยหรูของทัพกว่างโซ้งที่ส่ง 4 แข้งนำทัพทีมยอดเยี่ยม แต่ละตำแหน่งจะมีใครบ้างมาดูกัน

ผู้รักษาประตู : ดัง วาน ลัม (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ในเกมที่ กิเลนผยอง เปิดรังเจ๊า เขี้ยวสมุทร แบบไร้สกอร์ ส่วนหนึ่งต้องยกให้กับ ดัง วาน ลัม ที่มีจังหวะได้โชว์ซูเปอร์เซฟช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่หลายจังหวะจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : อิรฟาน ฟานดี้ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่งมากสำหรับ อิรฟาน ฟานดี้ สามารถหยุดเกมรุกทางฝั่งซ้ายของเจ้าถิ่น การท่าเรือ ได้อย่างอยู่หมัด จังหวะปะทะตัวต่อตัวก็ทำได้ดี ผู้เล่นตัวรุกผ่านได้ยาก ที่สำคัญการยืนแผงหลังร่วมกับ วิคเตอร์ กาโดโซ่ และอันเดรส ตูเญส ทำให้หลังบ้าน บีจี กลายเป็นปราการหินที่แกร่งเอามากๆ

กองหลัง : ยู จุน ซู (พีที ประจวบ เอฟซี)

ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ยืนปักหลักแนวรับให้ พีที ประจวบ ได้อย่างยอดเยี่ยม คอยประกบดาวยิงตัวเก่ง บอสโควิช ไม่ให้หาโอกาสยิงได้ง่ายๆ แถมจังหวะเล่นลูกกลางอากาศก็ทำได้ดี ช่วยให้ พีที ประจวบ เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล พร้อมกับทำคลีนชีตได้สำเร็จ

กองหลัง : ศราวุธ อินทร์แป้น (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ยืนคุมแผงหลังได้อย่างแข็งแกร่งในเกมที่ต้องรับมือกับเกมรุกของเจ้าถิ่นอย่าง นครราชสีมา มาสด้า แต่ทว่าทาง ศราวุธ ก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมช่วย กว่างโซ้ง เก็บชัยชนะ พร้อมคลีนชีตได้สำเร็จ

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นต่อเนื่องจากเกมที่แล้วสำหรับ โชติภัทร ทั้งจังหวะการขึ้นเกมทางฝั่งขวาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม ทะลุทะลวงเข้าเขตโทษลุ้นยิงประตูก็มีให้เห็นในเกมนี้ ก่อนที่สุดท้ายแล้วสามารถทำแอสซิสต์ให้กับ อัครวินท์ สวัสดี ทำประตูได้อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

เป็นอีกหนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มเด่นมาตั้งแต่นัดที่แล้วกับ การท่าเรือ สำหรับ ปฐมพล เป็นนักเตะที่มีความเร็ว และคล่องตัว บวกกับความกล้าเลี้ยง กล้าลุย ช่วยป่วนแนวรับ ราชบุรี อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งมาทำแอสซิสต์ช่วยให้ทีมได้ประตูขึ้นนำ ราชันมังกร ก่อนจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1

 กองกลาง : สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การเล่นของ สารัช ทำให้แดนกลางของ บีจี ปทุม แน่นขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นร่วมกับ สุมัญญา และฐิติพันธ์ นอกจากนี้การขึ้นเกมของ เจ้าตังค์ ก็ทำได้โดดเด่นเลยทีเดียวมีจังหวะวางบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนหลายครั้ง ส่วนเกมรับก็ช่วยทีมเอาไว้ได้หลายครั้ง ช่วยให้ เดอะ แรบบิท บุกเอาชนะ การท่าเรือได้ 1-0

กองกลาง : อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)

หากจะหานักเตะที่โดดเด่นที่สุดของทัพ แข้งเทพ ในเกมกับ สุพรรณบุรี หนึ่งในนั้นก็คงต้องยกให้ อานนท์ ที่เป็นผู้ยิงประตูชัยช่วย ทรู แบงค็อก เก็บสามแต้มสำคัญ แถมการกลับมาคราวนี้ดูเหมือนเจ้าตัวจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น และที่ยังคงไว้คือความคล่องตัว พร้อมกับสกิลการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมอยู่เสมอ

กองหน้า : อัครวินท์ สวัสดี (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

 ในเกมนี้ถือว่า อัครวินท์ เป็นอีกหนึ่งแข้งของ สิงห์ เชียงราย ที่โดดเด่นไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะเกมบุกที่มีการเปิดบอลสร้างสรรโอกาสให้เพื่อนได้อย่างยอดเยี่ยมหลายครั้ง แถมเกมนี้เจ้าตัวก็ยังก็ยังทำได้ 1 ประตูอีกด้วย

กองหน้า : เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

 การมาของ เจนรบ แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ลงสนามเล่นไทยลีกเกมแรกให้กับ บีจี ปทุม ก็สามารถยิงประตูแรก และเป็นประตูชัยได้ทันที แถมการเล่นร่วมกับเพื่อนในทีมก็ทำออกมายอดเยี่ยมเอามากๆ

กองหน้า : บิลล์ โรซิมาร์ (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ด้วยผลงานการซัดแฮตทริกช่วยทัพ กว่างโซ้ง บุกเอาชนะ นครราชสีมา มาสด้า 4-0 โดยที่เกมนี้ บิลล์ โรซิมาร์ อาศัยทั้งความแข่งแกร่ง การจบสกอร์ที่เฉียบคม และไหวพริบของการเป็นศูนย์หน้าได้อย่างครบถ้วน แถมลูกสุดท้ายจังชิงจังหวะแย่งบอลจากเท้า แซมมวล เข้าไปยิงประตูช่วงทดเจ็บได้อีกด้วย

อาร์เตต้าชี้อาร์เซน่อลทาบลิเวอร์พูลได้หรือยัง

หลังจากล่าสุดผ่าน ลิเวอร์พูล ในรอบ 4 ของศึก คาราบาว คัพ ได้ จากการชนะในช่วงดวลเป้า มิเกล อาร์เต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ก็บอกว่าที่จริงตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" ยังห่างชั้นจาก ลิเวอร์พูล อยู่เยอะ แต่ชมลูกทีมเช่นกันที่ทำผลงานได้ดี

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าทีมของตนยังห่างชั้นจาก ลิเวอร์พูล เยอะอยู่ดี แม้ว่าล่าสุดจะผ่านอีกฝ่ายในรอบ 4 ของศึก คาราบาว คัพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมาได้ก็ตาม

นี่นับเป็นการไปเยือน แอนฟิลด์ ครั้งที่ 2 ติดต่อกันของ อาร์เซน่อล หลังจากเพิ่งแพ้อีกฝ่ายในเกมลีก 1-3 เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งหนนี้สกอร์ในช่วง 90 นาทีจบลงด้วยการเสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องมาตัดสินผู้ชนะในช่วงดวลจุดโทษ และเป็นทีมเยือนที่ยิงได้แม่นกว่า โดยนี่ยังทำให้ทีมของ อาร์เตต้า ไม่แพ้ ลิเวอร์พูล ถึง 3 เกมจากการเจอกัน 4 นัดหลังสุดด้วย เพราะในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ สกอร์ก็จบลงที่การเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ อาร์เซน่อล จะชนะในช่วงดวลจุดโทษ ส่วนเกมลีกเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายเฉือนไป 2-1

"การมาเยือนที่นี่แล้วสามารถด้วยความมุ่งมั่นกับความกล้าหาญในระดับนี้ได้น่ะถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ของทีมเลย พวกเขากำลังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง แต่เราก็ยังตามหลัง ลิเวอร์พูล เยอะอยู่ดี เราจะเดินหน้าปรับปรุงกันต่อไปเพื่อที่จะพยายามไปถึงระดับเดียวกับพวกเขาให้ได้" กุนซือชาวสแปนิชระบุ

อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้า ก็เสริมว่าพอใจกับฟอร์มโดยรวมของลูกทีม หลังจากต่อกรกับ ลิเวอร์พูล ได้ดีกว่าเกมก่อน และยังชม แบร์นด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูชาวเยอรมันเป็นการพิเศษด้วย ภายหลัง เลโน่ เซฟลูกจุดโทษในช่วงดวลเป้าได้ 2 หน "ผมพอใจกับฟอร์มของเรา ผมคิดว่าเด็กๆ ของผมเล่นได้ยอดเยี่ยมมากๆ เราแก้ไขความผิดพลาดบางอย่างจากเกมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้ มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ เราต่อกรกับพวกเขาได้ดีขึ้น การที่เราเล่นได้ดุดันแบบนี้และการที่เราไล่กดดันสูงใส่พวกเขาได้อย่างนี้มันถือเป็นผลงานที่ดีสุดๆ"

"แบร์นด์ เลโน่ เองก็ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ เขาก้าวขึ้นมาช่วยเราในตอนที่เราต้องการเขา การจะชนะที่ แอนฟิลด์ ได้น่ะคุณจำเป็นต้องโชว์ฟอร์มส่วนตัวที่สุดยอดออกมาให้ได้ และคืนนี้เราก็ทำอย่างนั้นได้ ผมมีความเชื่อมั่นในตัว แบร์นด์ ผมรู้จักเขาดี และรู้ดีว่าเขาสามารถทำอะไรให้เราได้บ้าง ที่ริงเราไม่อยากปล่อย เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ไปหรอกนะ แต่มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดีต่อทั้ง 2 ฝ่ายแล้วก็ได้"