จับตาดีลช็อกโลก! เปิด 7 ทีมเต็งลุ้นคว้า “เมสซี่” ร่วมทัพ

กลายเป็นข่าวใหญ่โตขึ้นมาเมื่อสื่อหลายสำนักพร้อมใจกันลงข่าวว่า ลีโอเนล เมสซี่ แจ้งความประสงค์ต่อบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าว่าต้องการขอย้ายออกจากทีมในซัมเมอร์นี้และต้องการที่จะเจรจาขอยกเลิกสัญญาตอนนี้เลย งานนี้ทำเอาสโมสรต้องมีการประชุมด่วนกันทันที หากเป็นตามนี้จริงๆน่าสนใจว่าสถานีต่อไปของสตาร์ทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 33 ปีจะเป็นที่ใด เรามาดู 7 ตัวเต็งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

    แน่นอนว่าเต็งหนึ่งตอนนี้คงหนีไม่พ้น แมนฯ ซิตี้ ซึ่งมี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตนายใหญ่ของ เมสซี่ คุมทัพอยู่ ทั้งสองยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและหลายคนก็เชื่อว่าตัวเลือกอันดับหนึ่งของ เมสซี่ ก็ต้องเป็นทีมนี้ แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19จะส่งผลกระทบต่อการเงินหลายทีมแต่เมื่อเป็น “เรือใบสีฟ้า” เรื่องเงินคงไม่ใช่ปัญหา

    การเซ็นสัญญา “เมสซี่” จะทำให้ยกระดับทีมมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ยิ่งขึ้นไปอีกรวมถึงแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปรารถนามานาน ความจริง แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้จำเป็นต้องมี เมสซี่ ในทีมตอนนี้แต่คุณคงไม่ได้ซื้อ เมสซี่ เพราะเขาเข้ากับทีมคุณหรอก คุณต้องการซื้อเขาเพราะเขาคือ “เมสซี่” นี่แหละและนี่จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้ “เรือใบ” ครองความยิ่งใหญ่ในยุโรป

อัตราต่อรอง: 6/4 (แทง 4 จ่าย 6)

2.ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 

    อีกหนึ่งทีมที่น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่มากทีเดียวคือ เปแอสเช  ยิ่งปีนี้พวกเขาอกหักพลาด ชปล. ไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งทำให้ทีมต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจโดยด่วน การเซ็นสัญญา เมสซี่ อาจจะทำให้ทีมกลับมามีบรรยากาศกลับมาดีขึ้น รวมถึงอาจทำให้ทีมการันตีเข้ารอบฟุตบอลยุโรปลึกๆเลยด้วย

    ลองจิตนาการแนวรุก เนย์มาร์-เอ็มบั๊ปเป้-เมสซี่ คงจะโหดไม่แพ้ตำนาน MSN เนย์มาร์-ซัวเรซ-เมสซี่ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของ เมสซี่ และ เนย์มาร์ ไม่ได้ดีมาตั้งแต่อยู่บาร์ซ่า และเนย์มาร์ เองก็เคยมีข่าวว่าอยากกลับสเปนมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปปีที่แล้ว มีโอกาสที่ เนย์มาร์ จะเดินออกจากทีมไปเพื่อเปิดทางให้กับ เมสซี่ อยู่เหมือนกัน ปัญหาอย่างหนึ่งคือ ลีกเอิง จะเป็นลีกที่เมสซี่อยากมาหรือไม่?

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

3.อินเตอร์ มิลาน

 

    ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมที่มีข่าวกับ เมสซี่ มากที่สุด ขนาดที่สื่ออิตาลีเล่นข่าวว่าพ่อของเมสซี่ซื้อบ้านในย่านปอร์ต้า โนวา ที่เมืองมิลานเพื่อเตรียมให้ลูกชายมาอยู่แล้วด้วย ด้าน มาสซิมิเลียโน่ มิราเบลลี่ อดีตผู้อำนวยการกีฬาอินเตอร์ ออกมยอมรับว่าสโมสรวางแผนที่จะนำเข้า เมสซี่ มาหลายปีซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของสโมสรระบุตั้งแต่ครั้งแรกที่ประชุม

    หนึ่งในตัวแปรที่น่าสนใจคือ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นเป้าหมายของ บาร์เซโลน่า มานานและตัวนักเตะดูจะแสดงออกว่าต้องการย้ายไปค้าแข้งกับทีมเจ้าบุญทุ่ม ดังนั้นไม่มีเหตุลที่จะต้องเก็บไว้ การแลกตัวกับ เมสซี่ ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด

    ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จบซีซั่นด้วยการตามหลัง ยูเวนตุส แต้มเดียว ส่วนยูโรปา ลีกก็พลาดท่าอีก หาก เมสซี่ ย้ายมาจริงเชื่อว่าพวกเขาสามารถยกระดับมาต่อกรกับ “ม้าลาย” ได้เลย

อัตราต่อรอง: 3/1 (แทง 1 จ่าย 3)

4.ยูเวนตุส

 

    ยูเวนตุส เคยสร้างดีลช็อกโลกด้วยการคว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จาก เรอัล มาดริด มาแล้ว ถ้ามีโอกาสเซ็นสัญญาอีกหนึ่งนักเตะระดับโลกทำไมพวกเขาจะไม่สนใจล่ะ? แม้ว่าทัพ “ม้าลาย” จะไม่ได้เป็นตัวเต็งลำดับต้นๆแต่พวกเขาเคยโชว์ให้เห็นหลายครั้งแล้วว่าการปิดดีลระดับบิ๊กๆต้องทำอย่างไร

    หลายคนคงอยากเห็นสองแข้งที่ดีที่สุดในโลกมาอยู่ทีมเดียวกันและเชื่อว่า เมสซี่ ก็คงไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะได้จับคู่กับคู่ปรับตลอดกาล ดังนั้นประตูสำหรับยูเวนตุสยงคงเปิดกว้างอยู่เสมอ

อัตราต่อรอง: 4/1 (แทง 1 จ่าย 4)

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

    ทีมที่มูลค่าอันดับสามของโลกก็ต้องมีชื่อเข้ามาติดในนี้เช่นกัน ซัมเมอร์นี้พวกเขาตัดสินใจแน่วแน่มากว่าจะล่าตัว เจดอน ซานโช่ มาให้ได้แต่ปรากฎว่าทางดอร์มมุนด์ตั้งค่าตัวไว้มากจนจ่ายไม่ไหว แล้วทำไมไม่ลองหันมาทางเมสซี่บ้าง? เจ้าตัวมีสปอนเซอร์เป็นอดิดาสเหมือนกับเสื้อแข้งของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากการย้ายตัวเกิดขึ้น อดิดาส ก็น่าจะมีส่วนสำคัญทีเดียว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พูดถึงการลดช่องว่างระหว่าง แมนฯยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล การซื้อ เมสซี่ นี่แหละคือคำตอบอย่างแท้จริง แม้จะดูเป็นไปได้ยากตามอัตราต่อรองที่ออกมา ยิ่ง โซลชา มีนโยบายซื้อนักเตะดาวรุ่งเข้าทีมยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ตอนนี้แฟนบอลผีแดงกำลังไม่พอใจบอร์ดบริหารโดยเฉพาะ เฮ้ด วู้ดเวิร์ด และตระกูล เกลเซอร์ อย่างหนักหลังจากซัมเมอร์นี้ยังไม่มีใครเดินเข้ามาในทีมเลย “เมสซี่” จะเป็นโอกาสทองที่จะทำให้เสียงวิจารณ์เหล่านั้นหมดไป

อัตราต่อรอง: 13/2 (แทง 2 จ่าย 13)

6.ทีมในเมเจอร์ลีก และลีกจีน

 

    แล้วถ้าเป็นนอกยุโรปล่ะ? เมเจอร์ลีก ถือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเตะที่อยู่ช่วงบั้นปลายอาชีพนิยมมากัน หากเจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปแดนลุงแซมจริงๆจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอเมริกาอย่างแท้จริง

    ตัวลีกอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักมากนัก แต่เป็นเรื่องเงินและคุณภาพชีวิตในอเมริกาที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่โน้มน้าวให้ เมสซี่ มาค้าแข้งที่นี่ ทีมอย่าง อินเตอร์ ไมอามี่ ซึ่งมีเจ้าของคือ เดวิด เบ็คแฮม คงไม่ปิดโอกาสที่จะคว้าตัวเมสซี่มาแน่นอน

อัตราต่อรอง: 12/1 (แทง 1 จ่าย 12)

7.นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์

 

    นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ เป็นสโมสรในอาร์เจนติน่าที่ปลุกปั้นเขามาในช่วงระหว่างปี 1994-2000 ก่อนจะย้ายไปอคาเดมี่ของบาร์ซ่า หาก เมสซี่ เลือกที่จะวางมือจะการเล่นในยุโรปและกลับมาสโมสรบ้านเกิดถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกันซึ่งเขาก็เคยให้สัมภาษณ์ว่าอยาจะกลับไปค้าแข้งที่ นีเวลส์ สักครั้งก่อนแขวนสตั๊ด

อัตราต่อรอง: 20/1 (แทง 1 จ่าย 20)

เด็กผีลุ้นระทึก!ไรโอล่ายันเรื่องอนาคต “ป็อกบา”

 มิโน่ ไรโอล่า ตัวแทน ปอล ป็อกบา ประกาศชัดเจนลูกค้าของเขาจะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งงานเป็นการจบข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับอนาคตของนักเตะกับทัพ "ปีศาจแดง" แถมยังเปรยกำลังเตรียมเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วย
    มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์คู่ใจ ปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลก ออกโรงยืนยันนักเตะในความดูแลของเขาจะอยู่ค้าแข้งกับทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปแน่นอน หลังจากที่มีข่าวออกมาตลอดว่า สตาร์ดังเลือดเฟร้นช์ จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องอนาคตในการเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ที่เขาอาจจะเลือกเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ในช่วงเวลานั้นมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด และ "ม้าลาย" ยูเวนตุส แสดงความสนใจอย่างชัดเจนว่าอยากได้ ป็อกบา ซึ่งเหลือสัญญาไม่ถึงปีกับทัพ "ปีศาจแดง" ไปร่วมทีม ก่อนที่ทุกอย่างจะต้องหยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ล่าสุด ไรโอล่า จัดการเคลียร์ประเด็นนี้เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวได้ยืนยันผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อดังในอิตาลี ว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะไม่อำลา "โรงละครแห่งความฝัน" ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเตรียมที่จะขยายสัญญาฉบับใหม่ด้วย "ปอล ป็อกบา จะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป"

    "ป็อกบา เป็นนักเตะสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขามีโปรเจกต์ที่สำคัญมากๆ และมีเขารวมอยู่ด้วย 100 เปอร์เซนต์  แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ ในการขาย ป็อกบา ซัมเมอร์นี้ ที่สำคัญเราจะมีการพูดคุยเรื่องสัญญาใหม่ในเร็วๆ นี้ ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน" ไรโอล่า ระบุ

ฟูลแบ็กอาการหนัก, แนวรุกไม่คม ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู พ่าย เซบีย่า อดชิงยูโรปา ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่สุดท้ายสู้ความช่ำชองของ เซบีย่า ไม่ได้ส่งผลให้ทีมแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ "ปีศาจแดง" ต้องเจ็บช้ำกับการตกรอบตัดเชือก 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้
    "ผีแดง" มีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่น่าเสียดายที่ทีมมาโดนตีเสมอ จากซูโซ่ และถูก ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยในครึ่งหลัง ส่งให้ เซบีย่า ได้เข้าชิงถ้วยใบเล็กยุโรปครั้งที่ 6

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องกลับไปเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องเสริมแกร่งทั้งในเกมรับ และเกมรุก ซึ่งในแมตช์นี้ขาดความเฉียบคมไปพอสมควร

1. ยิงทิ้งยิงขว้าง


    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงแทบอยากจะเปลี่ยนตัวเองลงไปเล่นแทน เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาลูกทีมได้เห็นว่าการจบสกอร์ที่เด็ดขาดและเฉียบคมเป็นยังไง หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมายโดยเฉพาะในครึ่งหลัง แต่ดันไม่เด็ดขาด

    แมตช์นี้ "เร้ด เดวิลส์" สร้างโอกาสบริเวณหน้าประตูได้ถึง 20 ครั้ง แต่พวกเขาไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้เลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยิงประตูของเหล่ากองหน้าตัวความหวังทั้ง อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด

    โดยเฉพาะในกรณีของ มาร์กซิยาล ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษ 2-3 ครั้งแต่ดันยิงไปติดผู้รักษาประตู และยิงแบบไม่มีลุ้น ซึ่งหาก หัวหอกชาวฝรั่งเศส เปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้เป็นประตู รูปเกมคงจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่นักเตะต้องกลับไปแก้ไข หากต้องการยึดตำแหน่ง "หน้าเป้า" ถาวร

    จะว่าไปแล้วโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างขึ้นมา และยิงไม่ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากความเหนียวหนึบของ ยาสซีน บูนู ที่สามารถป้องกันจังหวะเหล่านั้นได้หมด โดยเฉพาะในต้นครึ่งหลังเจ้าตัวเซฟเป็นพัลวัน ทำให้ทีมยังคงรักษาสกอร์เสมอ 1-1 เอาไว้ได้
 
2. มหัศจรรย์ แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหัวใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะเขาเป็นคนที่คอยปั้นเกมรุกให้กับทีม และยังสามารถปั่นเกมคู่แข่งได้ตลอดเวลา ที่สำคัญการยิงจุดโทษของนักเตะก็สุดฉมัง จนทำให้ทีมยกให้เป็นมือ 1 ในการสังหารจุดโทษไปแล้ว

    สำหรับประตูที่ทำให้ทีมขึ้นนำมาจากจังหวะจุดโทษซึ่งเป็นครั้งที่ 22 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยตอนนี้เขามีส่วนกับการที่ทีมได้ประตูถึง 20 ลูก โดยเป็นการตะบันเอง 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ ซึ่งมีแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่มีสถิติเหลือกว่าเขาจาก 5 ลีกชั้นนำในยุโรป

     จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส เป็นจุดศูนย์รวมในการเล่นเกมบุกของ "ปีศาจแดง" โดยมีหลายจังหวะที่ แฟร์นันด์ส ผ่านบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ผ่านบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้ซัดจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    อีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เปิดบอลสุดฉมังให้ มาร์กซิยาล ได้ซัด แต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู อีกตามเคย ขณะเดียวกัน ดาวเตะเลือดฝอยทอง ได้บอลจาก มาร์กซิยาล บริเวณเขตโทษ และซัดเต็มเหนี่ยว แต่น่าเสียดายที่แนวรับของ เซบีย่า วิ่งเข้ามาป้องกันได้ทัน

    ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้ เซบีย่า ไม่าสมารถจัดการกับ แฟร์นันด์ส ได้ เขาแสดงให้เห็นถึงพลังกำลังในการเล่น และเทคนิคชั้นยอดในการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่ใช่วันของ แมนฯ ยูฯ เพราะแนวรุกขาดความเฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. ฟูลแบ็กไร้ประสิทธิภาพ

    ปกติแล้วฟูลแบ็กของแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีแต่ในแมตช์นี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ โดยพวกเขาไม่สามารถเติมเกมบุกขึ้นมาสร้างความอันตรายให้เกมรับ เซบีย่า ได้เลย แถมเกมรับยังหลวมโคกอีกต่างหาก

    ในจังหวะที่ทีมเสียประตูตีเสมอเริ่มต้นจาก ลูกัส โอกัมโปส ตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน ขณะที่ วาน-บิสซาก้า วิ่งตามไม่ทัน ก่อนที่จะผ่านไปให้ ซูโซ่ ซึ่งได้ยืนโล่งๆ สบายๆ เพราะ วิลเลี่ยมส์ ดันหลุดตำแหน่ง ทำให้เขาจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ชนิดที่ ดาบิด เด เคอา หมดปัญญาป้องกันจริงๆ

    ต้องบอกเลยว่า วาน-บิสซาก้า ค่อนข้างจะเล่นแบบตื่นๆ ไม่เหมือนกันช่วงที่ผ่านมา ที่เขาจะมีอาการนิ่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะในจังหวะเสียประตูที่สองหากจะโทษว่าเป็นการประกบที่ผิดพลาดของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็ได้ แต่ แบ็กขวาดาวรุ่งเลือดผู้ดี ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่ไม่วิ่งเข้ามากดดัน ลุค เดอ ยอง ทำให้เขาซัดประตูได้สบายอุรา

    สำหรับ วิลเลี่ยมส์ ต้องบอกเลยว่านี่คือแมตช์ที่จะทำให้เขาจดจำไปอีกนาน เพราะเกมนี้เจ้าตัวเล่นไม่ออก และยังเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้ เซบีย่า บุกเข้าไปลุ้นทำประตู ที่สำคัญนักเตะยังเล่นออกแนวตื่นสนามทำให้งานนี้ก็เลยโดนแข้งประสบการณ์ของทีมดังจากสเปน จัดการปั่นป่วนจนเสียขบวน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งประตูตีเสมอ และประตูชัยของ เซบีย่า เริ่มต้นจากบริเวณฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง ซึ่งงาน โซลชา คงต้องทำการบ้านอย่างหนักในการแก้ไขปัญหานี้ หากไม่อยากที่จะต้องเจ็บช้ำในการลุ้นความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

4.  ลินเดอเลิฟ VS แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับเลยว่านี่คือค่ำคืนที่แสนน่าผิดหวังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ โดยเฉพาะในรายของ ลินเดอเลิฟ มีกรณีให้ต้องพูดถึงอย่างมาก

    จังหวะที่ "ปีศาจแดง" เสียประตูที่สอง หลายคนมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ลินเดอเลิฟ ยืนผิดตำแหน่ง ทำให้ ลุค เดอ ยอง มีโอกาสซัดโล่งๆ ขณะที่ วาน-บิสซาก้า ก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้คู่แข่งได้เล่นสบายๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสียประตูอารมณ์ก็ถาโถมเข้าใส่นักเตะทุกคน

    ด้วยความที่ แฟร์นันด์ส พยายามชี้ให้เห็นถึงการเล่นที่ผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู แต่ด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ทำให้ ลินเดอเลิฟ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดแถมยังจัดการด่ากลับด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนกลายเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นกันไปแล้ว

    แม้ว่าหลังจบเกม โซลชา จะไม่ได้ตำหนิ ลินเดอเลิฟ ที่ทำพลาดในจังหวะนั้น แต่ก็ยอมรับว่าทีมควรมีการป้องกันจังหวะการเปิดบอลจากบริเวณด้านข้างให้ดีกว่า ซึ่งการพูดแบบนี้ดูเหมือนว่า "น้าลูกอม" จะบอกเป็นนัยๆ ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องหาคู่หูคนใหม่มาเล่นกับ แม็กไกวร์ ซะแล้ว

5. พลาดเข้าชิง 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้

    โซลา ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างมาในฤดูกาลนี้เมื่อเขาค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาและทะลุเข้าไปลุ้นความสำเร็จถึง 3 รายการได้แก่ คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้ง 3 ทัวร์นาเมนต์ เพราะต้องโบกมือลารอบตัดเชือกเรียบวุธ

    สำหรับในเกม คาราบาว คัพ ต้องพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือน ในขณะที่การดวลเกมฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก็ต้องเจอทีเด็ดของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ส่วนในการชิงชัยถ้วยใบเล็กยุโรป ต้องพ่ายให้กับเจ้าพ่อของโทรฟี่รายการนี้

    อย่างไรก็ตามในเกมยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก สิ่งหนึ่งน่าจะทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" พอจะมีรอยยิ้มอยู่บ้างก็คือสไตล์การเล่นที่สนุกเร้าใจ และสามารถไล่กดบดขยี้ เซบีย่า จนแทบอยู่หมัด แต่น่าเสียดายที่ทีมขาดความเฉียบคมทำให้พลาดโอกาสสำคัญๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วน

บรูโน่นำทัพ! แมนยูสู้สุดใจลุยเซบีย่าเดิมพันลิ่วชิงดำยูโรปาลีก

"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเก็บชัยชนะนัดสำคัญนี้ให้ได้ เพื่อทะลุชิงดำบอลยุโรปลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 รายการนี้ ส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ฮีโร่รอบก่อนหน้า บัญชาเกมแดนกลางขับเคลื่อนสู้ เซบีย่า แชมป์ถ้วยนี้รวมชื่อเดิมยูฟ่าคัพ 5 สมัย ที่หมายตาสร้างความสำเร็จในเวทียุโรปอีกหน ในการแข่งขันศึก ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563

ปรีวิวฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563
เซบีย่า (สเปน) – แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    เกมรอบตัดเชือกศึก ยูโรปา ลีก คู่แรก เป็นการเจอกันระหว่าง เซบีย่า อดีตแชมป์ 5 สมัยของสเปน กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัวแทนจากอังกฤษ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. ที่สนามไรน์เอเนอร์กี้ สตาดิโอน เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เตะกันนัดเดียวรู้ผลหาทีมเข้าชิงกับผู้ชนะของคู่ อินเตอร์ มิลาน และชัคตาร์ โดเนตส์ค

    เซบีย่า ดีกรีแชมป์ 5 สมัยของถ้วยนี้ ภายใต้การนำของกุนซือ จูเลน โลเปเตกี จบอันดับ 4 ในลา ลีกา เช่นเดียวกับการโชว์ฟอร์มสม่ำเสมอในถ้วยยุโรป ทั้งปราบ โรม่า ล่าสุดคือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

    โดยกุนซือชาวสแปนิช เน้นแผนการเล่น 4-3-3 และเกมสไตล์เพรสซิ่งกดดันคู่แข่ง นำโดยเกมรับมี ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้ ยืนเซนเตอร์ และแบ็กสองข้างอย่าง เฆซุส นาบาส กับ เซร์ฆิโก เรกีลอน คอยเติมริมเส้น เอเวร์ บาเนก้า คุมแดนกลาง โดยมี ลูกัส โอกอมโปส ผู้โหม่งดับวูล์ฟส์ นำทัพตะลุย ด่านสุดท้ายเป็น ยาสซีน บูนู นายทวารที่เซฟจุดโทษในรอบรองฯ กับวูล์ฟส์ ด้วยฟอร์มล่าสุดที่ไม่แพ้ใครมา 19 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว

    ฟาก ”ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โอเล่ โซลชา จบฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ด้วยอันดับ 3 ไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีก มีผลงานเชือด เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 ในรอบก่อนรองฯ หลังต่อเวลาด้วยจุดโทษ และได้พักมาเกือบสัปดาห์เต็ม ก่อนเจอเซบีย่า ที่เมืองโคโลญจน์ อีกครั้ง

    สภาพความพร้อมของเกมนี้ กุนซือชาวนอร์เวย์ คาดว่า จะมีลูกทีมฟิตทั้งหมด นำโดย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังตัวหลัก แต่คู่หูในตำแหน่งเซนเตอร์รอเลือก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่เล่นในลีกมาตลอด แต่ไม่ได้ยืนตัวจริงในยุโรปมา 2 นัด กับ เอริก ไบยี่ ขณะที่ด่านสุดท้าย เซร์คิโอ โรเมโร่ เฝ้าเสาในยูโรปา ลีก มา 9 จาก 11 นัด น่าจะได้รับความไว้วางใจแทน ดาบิด เด เคอา ต่อไป

    แดนกลาง เนมานย่า มาติช กลับมาเป็นตัวจริง ร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แนวรุกเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด

    คู่นี้เคยเจอกันมา 2 ครั้งในยุโรป คือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18 โดยนัดแรกเสมอกัน 0-0 ที่ รามอน ซานเชซ-ปิสฆวน แต่ เซบีย่า บุกชนะ 2-1 ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากสองประตูของ วิสซาม เบน เยแดร์ หัวหอกตัวดังที่ย้ายไปอยู่กับโมนาโก ในฤดูกาลนี้

รายชื่อนักเตะที่คาด

    เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

    แมนฯ ยูไนเต็ด : เซร์คิโอ โรเมโร่, อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
14/03/18    ชปล.แมนฯ ยูไนเต็ด1 – 2เซบีย่า
22/02/18    ชปล.เซบีย่า0 – 0แมนฯ ยูไนเต็ด
10/08/13    กระชับมิตรแมนฯ ยูไนเต็ด1 – 3เซบีย่า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เซบีย่า

12/08/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
06/08/20 ชนะ โรม่า 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
20/07/20 ชนะ บาเลนเซีย 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
17/07/20 เสมอ เรอัล โซเซียดาด 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
13/07/20 ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา

แมนฯ ยูไนเต็ด

11/08/20 ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
05/08/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
26/07/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ เชลซี 1-3 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ

เฮนเดอร์สันรอรับทรัพย์, เด เคอา ยืน 1 ! เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช คงจะต้องหวาดหวั่นกับการรักษาตำแหน่งมือ 1 ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นสังกัดเตรียมจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ขยายสัญญาออกไปถึง 4 ปี ซึ่งงานนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้นสังกัดเชื่อมั่นว่า โกลชาวอังกฤษ จะเป็นอนาคตของทีม

    นายด่านปราการสุดท้าย วัย 23 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงระหว่างที่ถูกส่งไปเฝ้าเสากับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเรียกร้องสโมสรให้โอกาสกับ เฮนเดอร์สัน ในการเฝ้าเสาตัวจริง "ผีแดง" แทน เด เคอา ที่เล่นผิดพลาดบ่อยครั้งจนสร้างความเสียหายให้กับทีม

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เล็งเห็นว่า เฮนเดอร์สัน มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้อีกครั้ง จึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ยื่นสัญญาใหม่กับนักเตะพร้อมเพิ่มจำนวนค่าเหนื่อยจากเดิม 60,000 ปอนด์ (ราว 2.28 ล้านบาท) เป็น 100,000 ปอนด์ (ราว 3.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

    นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ยังมีออปชั่นสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี ที่การยื่นค่าเหนื่อยล่อใจในครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ราว 21.85 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

     เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ราว 1.14 ล้านบาท)

 

    ในขณะเดียวกันค่าเหนื่อยที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับอยู่ในระดับเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ในส่วนของ โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกตัวยืมชาวไนจีเรีย ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึง 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

     สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ได้มีการอัพเกรดค่าเหนื่อยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระหว่างที่นักเตะสามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ จำนวน 40,000 ปอนด์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในส่วนของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีกอินสตราแกรมแม้ผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล "ผีแดง" แต่ยังได้รับค่าเหนื่อยถึง 75,000 ปอนด์ (ราว 2.85 ล้านบาท)

 

     แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะประมาณ 352 ล้านปอนด์ (ราว  13,376 ล้านบาท) ซึ่งรวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2018/2019 ขณะที่ในปีนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 56 เปอร์เซนต์ ประมาณ 627 ล้านปอนด์ (ราว 23,826 ล้านบาท)

    ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้เล่น 11 รายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้มากกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
 
    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                            ค่าเหนื่อยต่อปี (ปอนด์)                               ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                 19.5 ล้าน  (ราว 741 ล้านบาท)                350,000 (ราว 13.3 ล้านบาท)
2. . ปอล ป็อกบา                  15 ล้าน (ราว  570 ล้านบาท)                   290,000 (ราว 11.02 ล้านบาท)
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล          13 ล้าน (ราว 494 ล้านบาท)                    250,000  (ราว 9.5 ล้านบาท)
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด              10.4 ล้าน   (ราว 395.2 ล้านบาท)           200,000 (ราว 7.6 ล้านบาท)
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                   9.8 ล้าน   (ราว 372.4 ล้านบาท)            189,000 (ราว 7.18 ล้านบาท)
6.  ฆวน มาต้า                        8.3 ล้าน  (ราว 315.4 ล้านบาท)             160,000 (ราว 6  ล้านบาท)
7. ลุค ชอว์                            7.8 ล้าน  (ราว 296.4 ล้านบาท)             150,000 (ราว 5.7 ล้านบาท)
8. โอเดียน อิกาโล่                  6.5 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เฟร็ด                                6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ               6.2 ล้าน  (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เนมานย่า มาติช                    6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
12. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                5.1 ล้าน  (ราว 193.8 ล้านบาท)             100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
12. ดีน เฮนเดอร์สัน                 5.1 ล้าน (ราว 193.8 ล้านบาท)              100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          4.6 ล้าน (ราว 174.8 ล้านบาท)               90,000 (ราว 3.42 ล้านบาท)
15. เอริก ไบยี่                        4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
15. มาร์กอส โรโฮ                    4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
17. ฟิล โจนส์                        3.9 ล้าน  (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85 ล้านบาท)
17. เจสซี่ ลินการ์ด                    3.9 ล้าน (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85  ล้านบาท)
19. คริส สมอลลิ่ง                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท)              70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท             70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์            3.1 ล้าน (ราว 117.8 ล้านบาท)               60,000 (ราว 2.28 ล้านบาท)
22. แดเนียล เจมส์                    2.3 ล้าน  (ราว 87.4 ล้านบาท)              45,000 (ราว 1.71 ล้านบาท)
23. เมสัน กรีนวู้ด                      2 ล้าน (ราว 76 ล้านบาท)                     40,000 (ราว 1.52 ล้านบาท)
24. ลี แกรนท์                          1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                   30,000 (ราว 1.14 ล้านบาท)
24. อันเดรส เปเรยร่า                 1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                30,000 (ราว 1.14  ล้านบาท)
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                    1.3 ล้าน  (ราว 49.4 ล้านบาท)               25,000 (ราว 950,000 บาท)
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์                780,000  (ราว 29.6 ล้านบาท)         15,000 (ราว 570,000 บาท)
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    780,000 (ราว 29.6 ล้านบาท)           15,000 (ราว 570,000 บาท)

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

กุลลิทเชียร์ผีรีบคว้าอูปาเมกาโน่เสริมทัพ

รุด กุลลิท ตำนานนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์เชียร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้รีบคว้าตัว ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังตัวเก่งของ ไลป์ซิก มาร่วมทีมโดยด่วน

 แข้งวัย 21 ปีเล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ทีมเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนคว้าตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แม็ตช์ ไปครองในขณะที่ทาง "ปีศาจแดง" ก็มีข่าวว่าต้องการเสริมทัพในตำแหน่งเซนเตอร์เพื่อมาจับคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์

 ทาง กุลลิท มั่นใจว่าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว อูปาเมกาโน่ ร่วมทีมได้สำเร็จ จะสร้างผลกระทบในแบบเดียวกับที่ตอน ลิเวอร์พูล ได้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาร่วมทีมเลย

 "สิ่งแรกที่ คล็อปป์ ทำกับ ลิเวอร์พูล คืออะไรล่ะ? เขาซื้อกองหลังชั้นดี, เขาซื้อผู้รักษาประตูฝีมือดีและกองหลังที่ดีเพราะทุกๆอย่างมันเริ่มต้นจากจุดนั้น" กุลลิท กล่าวผ่านบีอิน สปอร์ต

 "และผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเริ่มจากจุดนั้นเช่นกัน ผมมองเห็นบางอย่างที่มหัศจรรย์กับ ไลป์ซิก และ ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ เขาโดดเด่นมาก (ในเกมกับ แอต.มาดริด)"

 "เขาเล่นกับบอลได้ เขาเข้าสกัดหนักหน่วง กองหลังคือจุดที่ผมจะเริ่มทำทีมหากผมเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด"

ลูกากูซัดผิดฝั่ง! เซบีย่าเฉือนอินเตอร์สุดมัน ซิวยูโรปาลีกสมัย6

ดีเอโก้ คาร์ลอส ตีลังกาฟาดบอลไปโดนขาด โรเมลู ลูกากู เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า เฉือนเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน แบบสุดมันส์ 3-2 ผงาดคว้าแชมป์ยูโรปาลีกสมัยที่ 6 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เซบีย่า เจ้าของแชมป์รายการนี้ 5 สมัย หลังเขี่ย "ปีศาจแดง" หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ามาพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่ฟอร์มในรอบตัดเชือกไล่ถล่ม ชัคตาห์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครนไปแบบเละเทะ 5-0

    เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ยึด 11 ผู้เล่นจากเกมที่แล้วเป็นหลัก เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ลงจับคู่ โรเมลู ลูกากู ดาวซัลโวของทีมที่พังตาข่ายทุกรายการไปแล้ว 33 ประตู ขณะที่ เซบีย่า ของ จูเลน โลเปเตกี เปลี่ยนหอกเป้าส่ง ลุค เดอ ยอง ฮีโร่จากเกมเฉือนผีแดงลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ โดยมี ซูโซ่ และลูกัส โอกัมโปส ปั้นเกมรุกทางด้านข้างช่วย

    เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก เซบีย่า ได้ทักทายก่อนหลังบอลจากลูกเตะมุม เปิดมาเสาแรกให้ ลุค เดอ ยอง โขกเช็ดมากลางประตูถึง แฟร์นานโด ล้มตัววอลเลย์ยิงไปติดเซฟ

    ก่อนที่จังหวะต่อมาเป็น อินเตอร์ มิลาน มาได้ลูกที่จุดโทษอย่างรวดเร็ว จากลูกสวนกลับจากหน้าประตูตัวเอง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงออกขวาไปที่ว่างให้ โรเมลู ลูกากู ใช้สปีดแตะบอลหนี ดีเอโก้ คาร์ลอส ก่อนที่จะโดนรวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชาวฮอลแลนด์ชี้เป็นจุดโทษทันทีพร้อมแจกใบเหลืองให้ การ์ลอส ก่อนที่ ลูกากู จะลุกมาสังหารเข้าไปไม่พลาดให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    อีกทั้งอดีตดาวเตะ "ปีศาจแดง" ยังทำสถิติยิงประตูที่ 34 รวมทุกรายการในฤดูกาลแรกให้กับ อินเตอร์ มิลาน เทียบเท่ากับสถิติเดิมของ โรนัลโด้ ที่เคยทำได้เมื่อตอนเปิดตัวซีซั่น 1997-98

    แต่แล้ว นาที 12 เซบีย่า มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ บอลขึ้นจากด้านขวาถึง เฆซุส นาบาส ก่อนจะครอสเข้าไปในกรอบสุดแม่นให้ ลุค เดอ ยอง หนีตัวประกบพุ่งมาโขกเต็มหัวส่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม

    เซบีย่า ได้ใจเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก นาที 22 ได้ลุ้นอีกทีหลัง ลูกัส โอกัมโปส ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาแรกเข้าข้างตาข่ายแบบได้เสียว

    นาที 33 เอเวร์ บาเนก้า เรียกฟรีคิกทางด้านขวาได้หลังโดน ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ทำฟาวล์ ก่อนที่ บาเนก้า เองจะลุกมาเปิดบอลไปเสาไกลให ลุค เดอ ยอง คนเดิมเทกตัวโขกย้อนไปเสาแรกหนีมือ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป ให้ เซบีย่า แซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่สองของอดีตแข้ง พีเอสวี และนิวคาสเซิ่ล ในเกมนี้

    กระนั้น นาที 35 อินเตอร์ มิลาน มาทวงประตูตีเสมอ 2-2 อย่างทันควัน คราวนี้ โรเมลู ลูกากู เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ จะตักบอลเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ ดีเอโก้ โกดิน เทกตัวโขกบอลผ่านมือ ยัสซีน บูนู เข้าไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เซบีย่าเกือบพลิกขึ้นนำหลังได้ลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวาของสนาม และเป็น เอเวร์ บาเนก้า จอมทัพของทีม เปิดบอลไปเสาแรกให้ ลูกัส โอกัมโปส โฉบมาโขกบอลเกือบจะเสียบใต้คาน แต่ดีที่ ซามีร์ ฮันดาโนวิช ยังไวเหินปัดข้ามคานหวุดหวิด ดีเอโก้ คาร์ลอส

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 2-2

    ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 52 อินเตอร์ มิลาน เกือบขึ้นนำหลังบอลครอสจากขวามาเข้าทาง มาโดน เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ก่อนไปเข้าทาง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ วิ่งมาซัดบอลไปติดเท้าของ

    นาที 57 ลูกัส โอกัมโปส เปิดบอลออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน กระชากบอลหนีแนวรับงูใหญ่ก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเสียบข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

    จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา อินเตอร์ฯ ตอบโต้มาบ้าง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายให้ แอชลี่ย์ ที่หุบเข้ามากลางก่อนที่อดีตสตาร์แข้งผีจะตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งเหินออกไปแบบได้เสียว

    นาที 65 ลูกทีมของ คอนเต้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายหลัง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลให้ โรเมลู ลูกากู หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แต่หัวหอกทีมชาติเบลเยียมดันยิงไปติดตัวของ ยัสซีน บูนู

    นาที 71 จูเลน โลเปเตกี นายใหญ่ เซบีย่า ต้องเปลี่ยนตัวเอา ลูกัส โอกัมโปส ออกหลังมีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวโดยให้ มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ลงเล่นแทน

    นาที 74 กลายเป็น เซบีย่า ที่พลิกขึ้นนำ อินเตอร์ มิลาน 3-2 อีกครั้งบอลจากลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวา และเป็นจอมพ่อลูกนิ่ง เอเวร์ บาเนก้า เปิดเข้าไปแม้ สเตฟาน เดอ ฟราย จะโขกออกมาแต่ไม่พ้นทางปืนของ ดีเอโก้ คาร์ลอส กระโดดจักรยานตีลังกาฟาดเข้าไป บอลพุ่งไปโดนขา โรเมลู ลูกากู เข้าประตูตัวเอง

    นาที 80 เซบีย่า ได้ลุ้นอีก และเป็นเจ้าเก่า บาเนก้า ที่เปิดเข้ามาลุ้นในกรอบแต่เข้านี้ ชูลส์ กูนเด้ เซ็นเตอร์เทกตัวโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    อีก 2 นาทีถัดมา "งูใหญ่" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลังบอลครอสจากด้านข้างไปถึง วิคเตอร์ โมเสส แต่อดีตฟูลแบ็กสิงห์บลูส์ยิงไปติดบล็อคแนวรับเซบีย่า แม้บอลจะมาถึง อเล็กซิส ซานเซซ แต่ยิงไม่ถนัดบอลเบาไปก่อนที่ ชูลส์ กูนเด้ จะพุ่งมาล้มตัวสกัดบอลออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงท้ายเกม แม้แข้ง "งูใหญ่" จะพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่แนวรับเซบีย่ายังช่วยกันได้ดี ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม เซบีย่า เบียดเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ไปแบบหวุดหวิด 3-2 ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, ชูลส์ กูนเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส (เนมานย่า กูเดลจ์ น.86) , เซร์คิโอ เรกีลอน – เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นานโด เรกิส, โจน จอร์ดาน – ซูโซ่ (ฟรังโก้ บาซเกซ น.78), ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น.85), ลูกัส โอกัมโปส (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.71)

        เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน (อันโตนิโอ คันเดรว่า น.90), สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.78), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.78), แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (อเล็กซิส ซานเชซ น.78), โรเมลู ลูกากู

        เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

        ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (เนเธอร์แลนด์)

 

มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก

 "งูใหญ่" ทะยานเข้าชิงดำได้สำเร็จหลังไล่ถล่มเอาชนะ  ชัคตาร์ โดเนตส์ค แบบเละเทะ 5-0 เกมนี้ โรเมลู ลูกากู ควงรุ่นน้อง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงคนละสองเม็ด ก่อนพา อินเตอร์ มิลาน ทะยานเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นหนแรกในรอบ 22 ปี ของรายการนี้ โดยจะเข้าไปพบ เซบีย่า วันศุกร์นี้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า, ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

    เกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่าน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 เข้ามาพบกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครน ซึ่งคว้าชัยเหนือ บาเซิ่ล มาแบบไม่ยาก 4-1 โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับ เซบีย่า ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    อันโตนิโอ คอนเต้  เกมนี้ยังใช้แข้งชุดเก่งวางหน้าคู่เป็น  โรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ โดยมี แอสชลี่ย์ ยัง ขับเคลื่อนริมเส้นร่วมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และโรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ขณะที่ อดีตแชมป์ปี 2009 จากยูเครน ที่มี หลุยส์ กาสโตร คุมทัพยังฝากความหวังไว้ที่แข้ง บราซิเลี่ยน ทั้ง มาร์ลอส, อลัน แพทริค และ ไทซอน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก นาที 19 โอกาสยิงหนแรกของเกมกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่ได้โอกาสแล้วส่งบอลซุกก้นตาข่ายทันที หลังฉกความผิดพลาดของ อังเดร เปียตอฟ ผู้รักษาประตูของชัคตาร์ฯ ที่ออกบอลพลาด กลายเป็นจ่ายเลียดเข้ากลางก่อนโดน นิโกโล่ บาเรลล่า ตัดบอลขึ้นมาด้านขวา แล้วครอสมาในกรอบสุดแม่นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    นาที 26 อินเตอร์ฯ เกือบได้เสียวอีก หลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ พุ่งชาร์จไม่ตรงกรอบบอลเลยไปเสาไกล แม้ว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะพุ่งมาตามซ้ำแต่ซัดไปเข้าข้างตาข่าย ก่อนผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ มาร์ติเนซ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    กลายเป็น "งูใหญ่" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เสียมากกว่า นาที 34 ได้โอกาสส่องเข้ากรอบอีกหลัง ลูกากู โขกเช็ดต่อให้ นิโกโล่ บาเรลล่า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาบอลพุ่งติดไซด์จน อังเดร เปียตอฟ นายด่านดีกรีทีมชาติยูเครนต้องปัดออกหลังไป

    นาที 43 ชัคตาห์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์กอส อันโตนิโอ รับบอลจาก มาร์ลอส ก่อนหวดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเฉียดคานออกไป

    จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ขึ้นนำ ชัคตาห์ โดเนตส์ค 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "งูใหญ่" พลาดได้เม็ดที่สองอย่างน่าเสียดายหลัง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ฉกบอลจากแนวรับชัคตาห์ฯ ก่อนพยายามกระดกบอลกว่า 30 หลา ข้ามหัว อังเดร เปียตอฟ ทว่านายด่านของชัคตาห์ยังเหินปัดปลายนิ้วออกหลังไปได้หวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา แอชลี่ย์ ยัง จ่ายให้ ลูกากู ก่อนที่อดีตดาวยิง "ผีแดง" จะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 62 ชัคตาห์ฯ พลาดโอกาสทองในการตีเสมอ หลัง มิโกล่า มัตวิเยนโก้ ครอสบอลมาให้ จูเนียร์ โมราเอส ได้โขกโล่งๆหน้ากรอบแต่บอลยังไปตรงตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูได้

    เมื่อทำไม่ได้ นาที 64 มาเสียประตูที่สองให้ "งูใหญ่" หลัง มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาไกลให้ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ โขกย้อนหนีมือ อังเดร เปียตอฟ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ อินเตอร์ มิลาน นำห่าง 2-0

    รูปเกมยังเป็นลูกทีมของ คอนเต้ ที่โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 72 เกือบได้เม็ดสาม หลัง มาร์ติเนซ จ่ายให้ ลูกากู หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปตรงตัวนายด่านชัคตาห์

    ทว่า นาที 74 ทัพเนรัสซูรี่ มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 จนได้ หลัง โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน เปียตอฟ เข้าไปไม่เหลือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "งูใหญ่" มาพังประตูที่สี่จากการประสานงานของสองหัวหอกเหมือนเดิม คราวนี้ มาร์ติเนซ จ่ายออกขวาให้ โรเมลู ลูกากู แปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 83 ทัพงูใหญ่มาได้ประตูนำห่าง 5-0 คราวนี้ สเตฟาน เดอ ฟราย จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู พลิกบอลก่อนควบเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อังเดร เปียตอฟ เข้าไปเป็นประตูที่สองของอดีตดาวยิงปีศาจแดง

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน ไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค เละเทะ 5-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ เซบีย่า ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.81), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.85), โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง (คริสเตียโน่ บิรากี้ น.66) – โรเมลู ลูกากู (เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต้ น.85), เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.81) 

    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

     ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, ดาวิต โคชาโลว่า, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส (เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า น.75), อลัน แพทริค (มาเนอร์ โซโลแมน น.59), ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

    เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

    ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

ผีแดง-ราชันแล้วไง? “เดอ บีก” ยันอยู่ อาแจ็กซ์ฯ ต่อได้แบบไร้ปัญหา

ดอนนี ฟาน เดอ บีก ห้องเครื่องของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยืนยันว่าตัวเองไม่มีปัญหา หากอดย้ายทีมและต้องอยู่กับต้นสังกัดเดิมต่อไป หลังก่อนหน้านี้ตกเป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด

"มันวุ่นวายมาก ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามในแง่ของตลาดซื้อขาย ไม่มีอะไรแน่นอนเลย"

"ผมยังเป็นนักเตะของอาแจ็กซ์ฯ และผมก็ภูมิใจที่ได้อยู่ที่นี่กับทีม ถ้าไม่มีไวรัสโคโรนา มันอาจเป็นอะไรที่ต่างออกไป ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน เราต้องรอดูกันต่อไป"

"ผมยังอยู่ที่นี่และหลังจากหลายปีที่ผ่านมา ผมยังคงสนุกมาก ถ้าผมต้องอยู่กับอาแจ็กซ์ฯต่อ ผมก็ยังสนุก คุณจะไม่ได้ยินผมบ่นแน่" กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 23 ปีกล่าว