จริงไหม? “บรูโน่” โกรธแมนยูเซ็นแข้งเป้าหมายไม่ได้

สื่อดังตีข่าว บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพเลือดฝอยทอง ไม่ปลื้ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่รักษาสัญญาที่ให้เอาไว้ว่าจะมีการทุ่มเงินเพื่อเสริมแกร่ง โดยหวังจะเห็นทีมเทียบชั้น แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายแข้งเป้าหมายที่เล็งเอาไว้แห้วเรียบวุธ
               บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่าทั้งโกรธและผิดหวังที่ตนเองเหมือนถูกหักหลังจากทัพ "ปีศาจแดง" จากกรณีที่ต้นสังกัดพลาดเซ็นสัญญานักเตะเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ ทรานส์เฟอร์ วินโดว์ รายการพ็อดแคสต์เกี่ยวกับการซื้อ-ขายนักเตะในประเทศอังกฤษ 

              "เร้ด เดวิลส์" ตกเป็นข่าวหนาหูเกี่ยวกับเรื่องการเซ็นสัญญากับ เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งจาก "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรก นอกจากนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ผีแดง" ยังหมายตา แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์กัปตันทีมแอสตัน วิลล่า รวมทั้งความพยายามที่จะซื้อเซนเตอร์แบ็กเพื่อมาอุดช่องโหว่เกมรับ

              กระนั้นหลังจากที่คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,330 ล้านบาท) แมนฯ ยูไนเต็ด คาดหวังว่าจะคว้า ซานโช่ มาเสริมแกร่งต่อทันที แต่ติดเพียงแค่ว่าพวกเขาอยากให้ ดอร์ทมุนด์ ลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้สูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ลงมา แต่สุดท้ายก็กินแห้วไปตามระเบียบ ส่วนเป้าหมายอื่นๆ ก็ไม่ได้ตัวมาร่วมทีมด้วย

             จากรายงานของ เดอะ ทรานส์เฟอร์ วินโดว์ ระบุว่า แฟร์นันด์ส ไม่ปลื้มกับแนวทางในการซื้อนักเตะมาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ของสโมสรอย่างมาก และรู้สึกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้เอาไว้ว่ากับเขาตอนที่ตัดสินใจย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

            นอกจากนี้ จอมทัพเลือดฝอยทอง ยังคาดหวังว่าจะได้เห็นนักเตะคุณภาพชั้นยอดเข้ามาเล่นใน "โรงละครแห่งความฝัน" ซึ่งจะทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถที่จะก้าวขึ้นมาแข่งขันกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ แต่สุดท้ายมันไม่เกิดขึ้น และนั่นทำให้ แมนฯ ยูฯ ดูเหมือนจะยังอยู่ห่างไกลจากการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

            ก่อนหน้านี้ "ดิ แอธเลติก" สื่อดังระดับโลก ตีข่าวว่า แฟร์นันด์ส ระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงภายในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่งเกมที่แพ้ยัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 แถมอารมณ์ของเขายิ่งโกรธเป็นทวีคูณเมื่อ โซลชา ตัดสินใจเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลังด้วย

จบไหม!มูรินโญ่เปิดใจฟอร์มเบลเกมสเปอร์สเสมอเวสต์แฮม

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่ายหัวไม่สนบรรดานักข่าวที่พยายามเสี้ยมให้เจ้าตัวแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานของ แกเร็ธ เบล ในแมตช์เสมอ เวสต์แฮม 3-3 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชี้ชัดนี่มันเรื่องของการแข่งขันของสองทีมจะมาเน้นอะไรกับผลงานของคนๆ เดียว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมแท็คติก "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ผลงานของ แกเร็ธ เบล ปีกมากประสบการณ์ที่ลงเล่นเปิดตัวให้ต้นสังกัดในแมตช์เสมอ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา

เบล ถูกส่งลงมาเล่นในครึ่งหลังนาทีที่ 72 โดยในเวลานั้น สเปอร์ส ยังมีสกอร์นำห่าง "เดอะ แฮมเมอร์ส" 3-0 แต่หลังจากนั้นทีมเยือนยิงได้ 2 ประตูรวดในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้สกอร์ตามมาเป็น 3-2 อย่างไรก็ตาม สตาร์ชาวเวลส์ มีโอกาสทองที่จะยิงประตูฝัง เวสต์แฮม เมื่อหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ดันยิงออกไปหน้าตาเฉย

จนกระทั่งเกิดเหตุเสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด เมื่อ เวสต์แฮม มาได้ประตูสุดงามจากการยิงแบบผีจับยัดของ มานูเอล ลานซินี่ ในนาทีที่ 90+4 ส่งผลให้ทีมของกุนซือเดวิด มอยส์ บุกมาแบ่งแต้มไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยหลังจบเกม มูรินโญ่ ยังคงรู้สึกผิดหวังที่ทีมพลาดเก็บชัยชนะ แต่ก็ชื่นชม "ขุนค้อน" ที่เล่นด้วยความทุ่มเท

สำหรับคำถามเกี่ยวกับผลงานของ เบล ซึ่งลงเล่นเกมแรกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่กับต้นสังกัดนั้น มูรินโญ่ กล่าวว่า "ก่อนเกมพวกคุณอยากพูดเกี่ยวกับ แกเร็ธ และหลังเกมพวกคุณก็ยังคงอยากพูดเรื่อง แกเร็ธ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดมันเกี่ยวกับ ท็อตแน่ม-เวสต์แฮม และนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด"

 

แรชฟอร์ดซัดชัย! แมนยูบุกเชือดปารีสหวิว-บรูโน่กดโทษ เตลลิสประเดิม

"ผีแดง" งัดฟอร์มเฉียบหลังบุกไปเอาชนะเจ้าถิ่น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หวุดหวิด 2-1 เกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงจุดโทษขึ้นนำทว่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มาโขกเข้าประตูตัวเอง ก่อนที่ช่วงท้ายเกม มาร์คัส แรชฟอร์ด จะเป็นฮีโร่ยิงประตูชัยให้ แมนฯยูไนเต็ด บุกมาคว้าสามแต้ม ประเดิมนัดแรก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์

    ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อคืนวันอังคารที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขัน นัดแรกของกลุ่ม เอช ระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เปิดรังพบ แมนฯยูไนเต็ด

    โธมัส ทูเคิ่ล ส่งสามแนวรุกอย่าง อังเคล ดิ มาเรีย, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ และ เนย์มาร์ ล่าตาข่าย ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บอสใหญ่ "ผีแดง" ใช้ระบบ 3-4-1-2 อเล็กซ์ เตลลิส ประเดิมนัดแรกด้วยการยืนวิงซ้าย โดยใช้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปั้นเกมให้มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
   
    เริ่มเกมมา นาที 12 เจ้าบ้าน เปแอสเช เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ อังเคล ดิ มาเรีย ลากตัดจากขวาเข้ากลางมาปั่นด้วยซ้าย แต่บอลยังไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พุ่งปัดออกไปได้

    ไม่ถึงนาทีถัดมา "ผีแดง" เกือบเสียท่าอีกหลังบอลครอสมาในกรอบ 6 หลา เลย์วิน คูร์ซาว่า พุ่งเข้าชาร์จแต่บอลยังไปติดตัว เด เคอา ก่อนพุ่งตะครุบไว้ได้ทัน

    ทว่าโอกาสลุ้นครั้งแรกของ "ผีแดง" นาที 20 มาได้ลูกที่จุดโทษทันที หลัง ลุค ชอว์ แทงบอลให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พลิกบอลแต่โดน อับดู ดิยัลโล่ พุ่งมาอัดจนล้ม เชิ้ตดำชาวสเปนเป่าเป็นจุดโทษทันที ทว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงไม่ดีไปติดเซฟของ เกย์ลอร์ นาวาส กระนั้นไลน์แมนและ VAR ให้สัญญาณว่า นาวาส ออกมาจากเส้นก่อนทำให้ต้องยิงใหม่ และคราวนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงไม่พลาดซัดไปทางขวามือตัวเองเข้าไปให้ "ปีศาจแดง" บุกนำ 1-0 ในนาที 23

    นาที 32 เจ้าบ้านกดดันอย่างหนัก บอลขึ้นทาง เนย์มาร์ ครอสเข้าไปในกรอบ 6 หลาอย่างน่ากลัว บอลตกพื้นจะถึง เอ็มบั๊ปเป้ แต่ยังดีที่ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ พุ่งมาสกัดได้ทันหวุดหวิด

    นาที 39 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สองนำห่าง อเล็กซ์ เตลลิส ไหลเข้ากลางให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยขวานอกกรอบ ทว่า เกย์ลอร์ นาวาส  นายด่านปารีสฯยังไวพุ่งปัดออกหลังหวุดหวิด

    และจากลูกคอนเนอร์ในจังหวะต่อมา อเล็กซ์ เตลลิส เปิดบอลโค้งเข้าไปเสาแรกให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ สะบัดโขกเต็มแรงบอลไปชน อับดู ดิยัลโล่ ก่อนบอลเปลี่ยนทางถากเสาแรกไปแบบได้เสียว

    จบครึ่งแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตามหลัง แมนฯยูไนเต็ด 0-1
   
    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัว นาที 46 "ผีแดง" พลาดโอกาสได้ลุ้นเม็ดที่สองอย่างน่าเสียดาย หลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปดวลกับแนวรรับเจ้าถิ่นแต่จังหวะจ่ายบอลขึ้นหน้าทำได้ไม่ดีพอ

    นาที 48 เปแอสเช ได้สวนขึ้นมาและเกือบได้ลุ้นตีเสมอ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กระชากจากซ้ายหนีทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และวาน บิสซาก้า ก่อนจะตะบันด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งจน เด เคอา ต้องพุ่งชกออกไป

    นาที 55 เปแอสเช มาไล่ตีเสมอ 1-1 จนได้ จากจังหวะลูกเตะมุมฝั่งซ้าย เนย์มาร์ เปิดไปเสาแรก ทว่า  อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พยายามโขกสกัดแต่กลายเป็นเช็ดบอลเข้าประตูตัวเองไป

    นาที 67 "ผีแดง" ปรับหมากส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปเล่นแทน อเล็กซ์ เตลลิส

    อีกสองนาทีต่อมา แรชฟอร์ด เกือบส่องให้ทีมขึ้นนำอีกครั้ง หลังอัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลยังไปติดเซฟของ นาวาส

    นาที 80  แรชฟอร์ด มีโอกาสอีกครั้ง คราวนี้กดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เกย์ลอร์ นาวาส

     อีก 3 นาทีถัดมา "เปแอสเช" ได้สวนกลับ เนย์มาร์ ลองกดด้วยขวานอกกรอบเต็มแรงบอลพุ่งจน ดาบิด เด เคอา ต้องทุบออกไป

    นาที 87 "ผีแดง" มาเฮกันลั่นหลังแซงขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง จากจังหวะที่ ปอล ป็อกบา ไหลบอลออกขวาให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด พลิกตัวหนี ดานิโล่ ก่อนตะบันด้วยขวาหนีมือ นาวาส ส่งบอลเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด

    จบเกม  ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แพ้คาบ้านให้ แมนฯยูไนเต็ด 1-2 ส่งให้ "ผีแดง" คว้าสามแต้มแรกประเดิมสนามนัดแรกสำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

         ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่, อับดู ดิยัลโล่, เพรสแนล คิมเพมเบ้, เลย์วิน คูร์ซาว่า  – อันเดร์ เอร์เรร่า, อิดริสซ่า กาน่า เกย, ดานิโล่ เปเรยร่า – อังเคล ดิ มาเรีย, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, เนย์มาร์

         ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล

         แมนฯยูไนเต็ด (3-4-1-2) : ดาบิด เด เคอา – อั๊กเซล ตวนเซเบ้, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ – อารอน วาน-บิสซาก้า, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด, อเล็กซ์ เตลลิส – บรูโน่ แฟร์นันด์ส – มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

         ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

         ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ (สเปน)

บรูโน่แก้ตัว! แรชฟอร์ดยิง1จ่าย2-แมนยูพับสนามบุกถลุงนิวคาสเซิ่ล

"ปีศาจแดง" คว้าชัยชนะนัดที่สองของซีซั่นได้สำเร็จ หลังบุกไปถล่ม นิวคาสเซิ่ล ถึงบ้าน 4-1 เกมนี้แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงจุดโทษไม่เข้า แต่มาแก้ตัวซัดท้ายเกม ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่จ่ายไปสอง ซัดปิดกล่องให้ทีมบุกมาซิวสามแต้มมีเพิ่มเป็น 6 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ส่วน "สาลิกาดง" รั้งอยู่ที่ 11 มี 7 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
สนาม : สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยผลงานล่าสุดของทั้งคุ่นั้น "สาลิกาดง" เล่นในบ้านไล่ต้อน เบิร์นลี่ย์ 3-1 ขณะที่ "ผีแดง" ผลงานสุดแย่พ่านคาบ้านเละเทะให้สเปอร์ส 1-6

    เกมนี้ สตีฟ บรูซ จัดชุดเก่งมารบนำโดยสองคู่หน้าอย่าง โชลินตอน และ คัลลั่ม วิลสัน ส่วนทางฝั่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งจากเกมพ่าย "ไก่เดือยทอง" คู่กลางใช้ เฟร็ด กับแม็คโทมิเน่ย์ โดยมาต้า และดาเนี่ยล เจมส์ ริมเส้นส่วนบรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เจ้าถิ่น "สาลิกาดง" ทะยานออกนำ "ผีแดง" 1-0 อย่างรวดเร็ว บอลสวนกลับมาถึง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ดึงจังหวะก่อนไหลเข้ากลางให้ จอนโจ เชลวี่ย์ ก่อนอดีตแข้งหงส์แดงจะไหลออกขวาให้ เอมิล คราฟธ์ แบ็กขวาเติมขึ้นมาแล้วครอสไปแฉลบขา ลุค ชอร์ ส่งบอลเข้าประตูตัวเอง

    นาที 14 "ผีแดง" ได้ลุ้นตีเสมอบ้างหลัง แดเนียล เจมส์ ไหลเข้ากลางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กดด้วยขวากลางประตูแต่บอลไปติดบล็อค  เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ออกหลัง

    นาที 19 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นกับ มาต้า ก่อนที่บอลจะมาถึง บรูโน่ จะปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ทว่าผู้ตัดสินได้สัญญาณจาก VAR ปฎิเสธไม่ให้ประตูตีเสมอหลัง มาต้า ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนทำให้ชวดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย สกอร์ยังเป็นเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

    นาที 22 นิวคาสเซิ่ล ลุยขึ้นมาทางขวา จามาล ลูอิส ครอสเร็วไปในกรอบให้ จอนโจ เชลวีย์ วอลเลย์แต่จังหวะยิงหลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือ เด เคอา

    จากนั้นนาทีเดียวต่อมา ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาเร็ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลออกซ้ายให้ ฆวน มาต้า ซัดเต็มแรงเสาแรกแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ ทุบออกหลังเป็นลูกเตะมุม

    นาที 23 ต่อเนื่องจากลูกคอนเนอร์ มาต้า เปิดด้วยซ้ายจากมุมธงมากลางประตูให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวเอาชนะแนวรับสาลิกาก่อนโขกบอลเต็มแรงลงพื้นหนีมือ ดาร์โลว์ เสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "สาลิกาดง" เกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ลากตัดเข้ากลางแล้ววตะบันด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งจน ดาบิด เด เคอา ต้องพุ่งปัดออกปัด และจากจังหวะพุ่งมาเซฟนั้นแขนขวาไปเกี่ยวกับตาข่ายก่อนที่จะหัวไหล่จะหล่นลงพื้นทำให้ต้องปฐมพยาบาล ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

    นาที 36 "ผีแดง" หวิดได้เฮเช่นกันบอลขึ้นมาทางขวาให้ อารอน วาน-บิสซาก้า ก่อนที่อดีตฟูลแบ็กของพาเลซจะพยายามครอสไปหน้าประตู ทว่าเปิดผิดเหลี่ยมบอลพุ่งเกือบจะเสียบมุมสามเหลี่ยมจน คาร์ล ดาร์โลว์ ต้องถอยหลังพุ่งปัดออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 "ผีแดง" เกือบได้ลุ้นแซงนำ หลัง แม็คโทมิเนย์ ผ่านบอลต่อให้ ดาเนี่ยล เจมส์ พาบอลเข้าไปซัดแต่จังหวะยิงเบาไปก่อนที่จะไปเข้ามือ คาร์ล ดาร์โลว์

    จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

    ครึ่งหลัง นาที 49  สตีฟ บรูซ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ไอแซค เฮย์เด้น มีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ฟาเบียน ชาร์ ลงมาเล่นแทน

    อีก 2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านเกือบชิงขึ้นนำไปก่อน หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ป่วนแนวรับโชว์สเต็ปโยกหลอก แม็คโทมิเนย์ ก่อนตักมาในกรอบ 6 หลาให้ คัลลั่ม วิลสัน กระโดดมาถีบบอลกำลังจะเข้าอยู่แล้ว แต่เจอ ดาบิด เค เคอา พุ่งปัดปลายมือออกไปอย่างเหลือเชื่อ

    กระนั้น นาที 55 เคร็ก พาวสัน ได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR หลังมีเหตุการณ์ในกรอบเขตโทษจากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลากบอลเข้ามาก่อนโดน จามาล ลูอิส เข้าไปเปิดปุ่มย้ำใส่ที่ข้อเท้า ผู้ตัดสินวิ่งมาไปดูจอที่ข้างสนามก่อนที่จะวิ่งมาชี้ให้จุดโทษแก่ "ปีศาจแดง" ทว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มือสังหารกลับยิงไม่ดีเมื่อซัดไปติดมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ ที่พุ่งถูกทางปัดออกไปได้ สกอร์ยังเสมอกันที่ 1-1 เหมือนเดิม

    นาที 62 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้โอกาสส่องแถวสองบ้างแต่จังหวะนี้ดันยิงเบาไปบอลเลยพุ่งเข้าซอง คาร์ล ดาร์โลว์ รับไว้ได้สบาย

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนตัวคนแรก ในนาที 69 ถอด เฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปปั้นเกม

    ผีแดงโอกาสครึ่งหลังมีเพียบ นาทีที่ 80 เกือบได้ลุ้นขึ้นนำอีกจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลากขึ้นมาก่อนซัดแถวสองบอลพุ่งถากเสาออกไป

    กระนั้น นาที 86 ความพยายามของ "ผีแดง" มาประสบความสำเร็จ บอลโต้กลับเร็ว มาต้า วางบอลมาซ้ายให้ แรชฟอร์ด ก่อนที่จะไขว้จ่ายให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่วิ่งอ้อมมาข้างหลังหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปปั่นหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกนำ 2-1

    จากนั้น นาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูที่สามจากจังหวะ ที่ อารอน วาน-บิสซาก้า กระชากบอลขึ้นมาก่อนจะเล่นชิ่งกับ แรชฟอร์ด แล้วเข้าไปซัดผ่านมือ ดาร์โลว์ เข้าไปให้ทีมเยือนบุกมานำห่าง 3-1

    เท่านั้นไม่พอลูกทีมของ โซลชา มาได้ประตูปิดท้ายในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+6 คราวนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงไม่เหลือ จบเกม  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1 คว้าชัยเป็นเกมที่ 2 ของซีซั่น

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม   

        นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-4-2) : คาร์ล ดาร์โลว์ – เอมิล คราฟธ์, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลูอิส – เจฟฟ์ เฮนดริค, จอนโจ เชลวี่ย์, ไอแซค เฮย์เด้น, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – โชลินตอน, คัลลั่ม วิลสัน

        ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

        แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

แฟนผี,ปืนรอชม!จับตา5แข้งดังเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่สุดสัปดาห์นี้

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีนักเตะชื่อดังมากมายที่ตบเท้ามาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งก็มีหลายคนที่้เราได้ยลฝีเท้ากันไปแล้ว อาทิเช่น ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ดอนนี่ ฟาน เดอร์ เบ็ค และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่รอวันเปิดซิง เพราะดันมีโปรแกรมเกมทีมชาติมาขั้นกลางเสียก่อน ทว่าสุดสัปดาห์นี้เกม พรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และนี่คือ 5 นักเตะดาวดังที่อาจได้ลงเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

– โธมัส ปาร์เตย์ (อาร์เซน่อล)

นี่คือการเซ็นสัญญาที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปิดดีลคว้าตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ได้สำเร็จ ทันเดดไลน์ปิดตลาดพอดี เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม แน่นอนว่า ปาร์เตย์ ถูกคาดหวังไว้สูงมากๆ ในการเข้ามาช่วยยกระดับแดนกลางของทีม ซึ่งก็มีโอกาสไม่น้อยที่กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะเลือกใช้บริการฝีเท้าของเจ้าตัวทันที ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือส่งลงสำรอง ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ และด้วยการที่เจอกับทีมแกร่งอย่าง "เรือใบสีฟ้า" มันจึงน่าจะเป็นบททดสอบที่ดีไม่น้อยสำหรับนักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) 

 – อเล็กซ์ เตลลิส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

อาจเป็นซัมเมอร์ที่สโมสรเสริมทัพได้ไม่ค่อยโดนใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่ เตลลิส ถือเป็นนักเตะฝีเท้าดีที่น่าจะคาดหวังได้ หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ปอร์โต้ และเกมบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันเสาร์นี้ มีแนวโน้มสูงไม่น้อยเลยที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะส่งฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนวัย 27 ปี สู่ทีมตัวจริงทันที หลังจากที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมล่าสุดที่พ่ายยับต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

 – ริอาน บรูว์สเตอร์ (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

 บรูว์สเตอร์ ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในเวที พรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่เคยได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เลย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เพราะฉะนั้นการย้ายมาร่วมทีม เชฟฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง และด้วยค่าตัวระดับ 23.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 963.5 ล้านบาท) เขาคงไม่ถูกเซ็นมาเพื่อนั่งสำรองแน่ ดังนั้นกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ น่าจะให้โอกาส หัวหอกวัย 20 ปี ได้สร้างความมั่นใจในเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ทัพ "ดาบคู่" มีคิวเปิดรัง บรามอลล์ เลน รับมือทีมอันดับสุดท้ายอย่าง ฟูแล่ม

  – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (ฟูแล่ม)

ไม่ต่างกับ บรูว์สเตอร์ เพราะ ลอฟตัส-ชีค เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ฝีเท้าเช่นกัน หลังจากที่กลายเป็นแข้งส่วนเกินในทีม เชลซี ยุคกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แถมเจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ดังนั้นการย้ายมาร่วมก๊วน "เจ้าสัวน้อย" ภายใต้สัญญายืมตัวครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ มิดฟิลด์ร่างใหญ่วัย 24 ปี ที่จะได้ทำผลงาน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาไม่ใช่อีกหนึ่งแข้งที่เคยเป็นดาวรุ่งของอังกฤษ แต่กลับไปไม่สุด และเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ ฟูแล่ม มีคิวบุกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เขามีแววที่จะถูกส่งลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเลย

 – แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

หลังปิดดีลย้ายกลับมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า แฟนๆ "ไก่เดือยทอง" ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่จะได้เห็น เบล กลับมาลงสนามภายใต้ยูนิฟอร์มของ สเปอร์ส เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อม ทำให้ เบล ลงเล่นไม่ได้ตลอดช่วงหลายเกมที่ผ่านมา แต่เกมในวันอาทิตย์นี้ ที่ สเปอร์ส มีโปรแกรมเปิดบ้านทำศึกดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถือว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ ปีกจรวดชาวเวลส์วัย 31 ปี จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าจากกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากที่มุ่งมั่นฟิตร่างกายจนกลับมาพร้อมอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายอย่างมากคือ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราจะไม่ได้เห็นภาพ เบล ได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากแฟนบอล "ไก่เดือยทอง" หลายหมื่นชีวิตที่สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

บรูโน่บอดโทษแต่โชว์โหด! 6 ประเด็นร้อนหลังแมนยูบุกถลุงนิวคาสเซิ่ล

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มได้สำเร็จหลังบุกถล่ม นิวคาสเซิ่ล ขาดลอยถึง 4-1 โดยเกมนี้ "ผีแดง" เป็นฝ่ายที่ครองเกมเหนือกว่ามากและมีโอกาสยิงถึง 28 ครั้งเลยทีเดียว แต่ความจริงลูกทีมของ โซลชา มาได้ 3 ประตูรวดในช่วงท้ายเกม ขณะที่ "สาลิกาดง" นอกจากได้ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็ไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับผู้มาเยือนเลยจนสุดท้ายต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด เราสรุปประเด็นเกิดขึ้นในเกมนี้มาให้ทุกท่านแล้ว

1.บรูโน่ดีไม่สุดแต่ยังฉายแสง
แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงจุดโทษพลาดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด (ยิง 10 ครั้ง พลาด 1 ครั้ง) แต่เจ้าตัวยังโชว์ให้เห็นถึงการมีอิทธิพลในแนวรุกของทีมเป็นอย่างมาก

มันค่อนข้างนานมาแล้วที่ บรูโน่ จะทำผลงานน่าประทับใจตลอดทั้ง 90 นาที และสำหรับเกมนี้เขาก็เป็นเช่นนั้น มองดูสถิติแล้วเขามีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (80%) เราจะเห็นเขาออกบอลได้-เสียอยู่หลายครั้งซึ่งผลลัพธ์ส่วนใหญ่จะออกมาทางจ่ายเสียมากกว่า

อย่างไรก็ตาม บรูโน่ มีสถิติสร้างโอกาสทำประตูถึง 6 ครั้ง และยังมายิงประตูท้ายเกมบวกกับแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด กดประตูปิดกล่อง ถือว่าฉายแสงเลยทีเดียว มีนักเตะ “ผีแดง” น้อยคนนักที่จะยิงประตูในวันที่เล่นไม่เพอร์เฟคแต่ บรูโน่ สามารถทำแบบนั้นได้และสิ่งนี้ก็ช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด เอาตัวรอดมาหลายครั้ง

2.กัปตันเรียกความมั่นใจ

กัปตันทีม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เริ่มต้นฤดูกาลนี้ด้วยฟอร์มที่ย่ำแย่ ทั้งก่อความผิดพลาดจนเสียหลายประตู รวมถึงการโดนใบแดงในเกมชาติที่ผ่านมาด้วย ก่อนเกมนี้ ริโอ เฟอร์ดินาน และแฟนบอลหลายคนมองว่าปราการหลังรายนี้ควรถูกดร็อปเพื่อกลับไปคิดทบทวนฟอร์มการเล่นของตัวเองรวมถึงให้พักผ่อนหลังจาก โซลชา ใช้งานมาหนักตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม็กไกวร์ ยังได้รับความไว้วางใจจาก โซลชา หลังมีชื่อออกสตาร์ทตัวจริงในเกมนี้ และเขาก็ตอบแทนกุนซือด้วยการโหม่งประตูตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล ให้ทีมกลับสู่เกมได้เร็วในครึ่งเวลาแรก ส่วนในเรื่องเกมรับอาจมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยแต่โดยรวมถือว่าช่วยทีมได้เยอะ ประตูนี้น่าจะเป็นการเรียกความมั่นใจของเจ้าตัวกลับมา แฟนผีก็คงหวังว่าจะได้เห็น แม็กไกวร์ แบบในช่วงที่เขาเก็บคลีนชีทติดๆกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

3.วาน-บิสซาก้าเปิดซิงยิง

เกมรุกทางฝั่งขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพึ่ง อารอน วาน-บิสซาก้า เป็นหลัก เนื่องจาก “ผีแดง” ยังไม่มีปีกขวาธรรมชาติที่พึ่งพาได้เข้ามาในทีม เกมนี้ ฆวน มาต้า ยืนทางปีกขวาก็จริงแต่เขามักจะเลี้ยงตัดเข้าด้านในเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเกมรุกทางริมเส้นฝั่งขวาจะเหลือแค่ วาน-บิสซาก้า คนเดียว

แต่อย่างที่เราทราบกันว่าอดีตแบ็กขวาพาเลซโดดเด่นในเรื่องเกมรับมากกว่า นั่นทำให้ประสิทธิภาพเกมรุกทางฝั่งขวาของทีมนั้นด้อยลงไป อย่างไรก็ตามเขายังพอมีพิษสงอยู่บ้าง และเกมนี้เจ้าตัวมาเปิดซิงยิงประตูแรกกับ แมนฯ ​ยูไนเต็ด ด้วยการซัดเต็มข้อเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม ฉลองการลงเล่นครบ 50 นัดกับต้นสังกัดพอดี ถือเป็นสัญญาณที่ดีมากขึ้นกับการปรับปรุงเกมรุกของเขา

4.มาต้าโดดเด่น

เมื่อทีมขาดตัวรุกทางฝั่งขวาอย่าง เมสัน กรีนวู้ด ที่บาดเจ็บ เลยกลายเป็นประเด็นว่า โซลชา จะเลือกใครลงสนามแทน ซึ่งต้องบอกว่ากุนซือ “ผีแดง” จิ้มเลือกได้เหมาะสมทีเดียว

ฆวน มาต้า ออกสตาร์ทตัวจริงแบบเซอร์ไพรส์อยู่พอสมควร แต่ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้เขาทำผลงานได้ดีในศึกคาราบาว คัพหลังยิง 1 จ่าย 1 ในเกมพบ ไบรท์ตัน จึงเป็นโอกาสของ มาต้า ในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และเขาทำได้ดีทีเดียว

แนวรุกชาวสเปนิชมีส่วนกับเกมรุกตลอด ความจริงเขาน่าได้แอสซิสต์ตั้งแต่จ่ายให้กับ บรูโน่ ทำประตูแล้วแต่น่าเสียดายที่เป็นจังหวะล้ำหน้า ทว่าต่อมาเจ้าตัวยังมาเปิดเตะมุมสุดแม่นยำให้ แม็กไกวร์ โขกตีเสมอ

เกมนี้ จามาล ลูอิส แบ็กขวานิวคาสเซิ่ลปั่นป่วนมากกับการเคลื่อนที่ของ มาต้า ทั้งการตัดเข้าตรงกลาง, ดร็อปต่ำรับบอล และ วิ่งตัดหลัง เขายังมีส่วนจ่ายบอลทำเกมรุกให้เกิดประตูที่ 3 ด้วย เป็นฟอร์มที่เราไม่ได้เห็นมานานของ มาต้า เชื่อว่าเขาจะกลับมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในแคนดิเดตแนวรุกฝั่งขวาอีกครั้ง

5.แรชฟอร์ดเปรี้ยงท้ายเกม

มาร์คัส แรชฟอร์ด กลับมาสวมบทบาทกองหน้าตัวเป้าอีกครั้งหลังจาก อ็องโตนี่ มาร์ซิยาล ติดโทษแบน ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าตัวใหม่ของทีมยังไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากอยู่ในช่วงกักตัว

โดยรวมแล้วเกมนี้ถือว่าสอบผ่าน แม้ว่าจะใช้โอกาสยิงค่อนข้างเปลือง (โอกาสยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง) แต่เจ้าตัวมาโชว์ฟอร์มโดดเด่นในช่วงท้ายเกม ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายให้ บรูโน่ ยิงประตูแซงนำ, เรียกจุดโทษให้กับทีม, ทำชิ่งหนึ่งสองให้ วาน-บิสซาก้า ยิงประตู ปิดท้ายด้วยการหลุดเดี่ยวไปซัดประตูปิดกล่อง ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลได้ใช้ได้ทีเดียวกับการยิง 2 จ่าย 2 จากการลงเล่น 4 นัดแม้ว่าฟอร์มอาจจะยังไม่ได้เปรี้ยงถึงที่สุดก็ตามแต่ถือว่าดีกว่าเพื่อนร่วมทีมอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

6.เอาชัยก่อนโปรแกรมหนัก

นี่เป็นชัยชนะครั้งที่สองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้พร้อมกับขยับขึ้นอันดับที่ 14 ของตาราง นักเตะและตัวกุนซือตอบสนองได้ดีหลังจากพ่ายแพ้คาบ้านมาอย่างยับเยินเมื่อนัดที่แล้ว เกมที่ต้องคว้าสามแต้มสถานเดียวและทีมสามารถทำได้ตามเป้าหมายก็ต้องให้เครดิตกับน้าโอเล่ด้วย อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ “ผีแดง” จะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมสุดหินแล้ว

3 เกมลีกต่อไป แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องทำศึกหนักทั้งหมด โดยเริ่มจากการเปิดบ้านรับการมาเยือนของสองยอดทีมแห่งลอนดอนนั่นคือ เชลซี และ อาร์เซน่อล ก่อนจะต้องออกไปเยือนทีมฟอร์มร้อนแรงของฤดูกาลนี้อย่าง เอฟเวอร์ตันด้วย นอกจากนี้ช่วงกลางสัปดาห์ของแต่ละอาทติย์ โซลชา ยังต้องลุยศึก ชปล. อีกโดยจะเริ่มจากวันอังคารนี้ที่บุกเยือนของแข็งอย่าง เปแอสเช และยังต้องดวลกับ ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ด้วย งานนี้ โซลชา จะเซฟเก้าอี้ไหวหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ 6 นัดที่กล่าวมานี้แหละ

ซื้อมาก็ใช้ด้วย! จัด 11 ตัวจริงแมนยูหาก 4 แข้งใหม่ลงครบ

แม้จะเป็นตลาดนักเตะที่น่าผิดหวังสำหรับแฟนแมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากพลาดคว้าตัวเป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช่ รวมถึงการเจรจาที่ล่าช้าของทีมงานซื้อขาย แต่ซัมเมอร์นี้ “ผีแดง” ก็สอยนักเตะมาถึง 5 คนซึ่งในรายของ อาหมัด ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่งจากอตาลันต้าจะย้ายมาในช่วงมกราคม ส่วนนักเตะใหม่ที่เหลือพร้อมใช้งาน ดังนั้นเรามาลองจัดแผนการเล่นหากทั้ง 4 แข้งใหม่นี้ลงสนามพร้อมหน้าพร้อมตากัน

วันสุดท้ายของตลากนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด สอยผู้เล่นมาทั้งหมด 4 รายด้วยกันได้แก่ เอดินสัน คาวานี่, อเล็กซ์ เตลลิส, ฟากุนโด้ เปยิสตรี และ อาหมัด ตราโอเร่ บวกกับแข้งใหม่ก่อนหน้านี้อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค รวมแล้วเป็น 5 รายด้วยกัน ซึ่งแม้ว่าจะพลาดตัวปีกขวาระดับซีเนียร์ทั้ง เจดอน ซานโช่ และ อุสมาน เดมเบเล่ รวมถึง อิสไมล่า ซาร์ แต่โซลชายังแฮปปี้กับขุมกำลังในปัจจุบัน

หลังจากออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้อย่างย่ำแย่ด้วยการแพ้ 2 จาก 3 นัด ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับกุนซือชาวนอร์เวย์ที่จะใช้แข้งใหม่เหล่านี้อย่างไร

ที่แน่นอนคือ โซลชา คงยึดมั่นในแผนการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม ดังนั้นคนที่มีโอกาสแย่งตัวจริงมาได้เลยมีอยู่สองคนนั่นคือ คาวานี่ ในตำแหน่งกองหน้าและ เตลลิส ในตำแหน่งแบ็กซ้าย

เพชฌฆาตวัยเก๋า! 3 สิ่งที่แมนยูจะได้ประโยชน์จากการเซ็นคาวานี่

 

ข่าวแทบทุกสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกวัยเก๋าที่หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในซัมเมอร์นี้เตรียมตบเท้าเข้ามาเป็นนักเตะ “ปีศาจแดง” ช่วงไม่กี่วันก่อนปิดตลาด ถือเป็นดีลที่แฟนผีหลายคนคาดไม่ถึงเหมือนกันและบรรดา “เร้ด อาร์มี่” ค่อนข้างเสียงแตกกับการคว้าตัวกองหน้ารายนี้ เราลองหยิบแง่บวกดีลนี้มาให้อ่านกัน

1.ยังเป็นเพชฌฆาต

สำหรับ เอดินสัน คาวานี่ ในลีกเอิง ฤดูกาล 2019/20 อาจจะห่างไกลจากคำว่า “ประสบความสำเร็จ” แต่เจ้าตัวยังคงมีความเพชฌฆาตหลงเหลืออยู่ การยิง 4 ประตูจาก 14 นัดที่ลงเล่นถือว่าใช้ได้ทีเดียวสำหรับกองหน้าวัย 33 ปีที่เล่นเต็มเกมแค่ 6 นัด ส่วนอีก 8 นัดที่เหลือคือลงเล่นในช่วงเวลาสั้นๆเมื่อเปแอสเชนำคู่แข่งแบบสบายๆ

นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยโอกาสยิงประตูใน 90 นาที 4.17 ครั้ง เป็นอันดับ 14 ของลีกเอิงซึ่งมากกว่า เมมฟิส เดอปาย และดิมิทรี ปาเย็ด เสียอีก เชื่อว่า คาวานี่ ยังพอมีของอยู่และคุณภาพการจบสกอร์ของเขาจะเข้ามาเติมเต็มแดนหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขาดหายไป

2.อิกาโล่เวอร์ชั่นอัพเกรด

ความจริงมันไม่ใช่ความผิดของ โอเดียน อิกาโล่ เท่าไหร่นักเนื่องจากเขาถูกเซ็นสัญญามาในชั่วโมงสุดท้ายของตลาดนักเตะเดือนมกราคม เขาชื่นชอบ แมนฯ ยูไนเต็ดและทำผลงานน่าประทับใจเมื่อฤดูกาลที่แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามันค่อนข้างแน่ชัดว่า อิกาโล่ ยังไม่ตอบโจทย์กองหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด

คาวานี่ อาจจะไม่ได้เติบโตมาพร้อมเป็นแฟน “ผีแดง” เหมือนกับ อิกาโล่ แต่นั่นไม่ได้สำคัญเท่ากับการส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายซึ่ง คาวานี่ พิสูจน์ให้เห็นกับการยิง 200 ประตูใน 301 เกมกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของ เปแอสเช เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018

ช่วงตอนแรกที่ อิกาโล่ ย้ายมาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” มันกลายเป็นเหมือนปลุกฟอร์มของ มาร์กซิยาล เพื่อให้ยึดตำแหน่งตัวจริง ทว่าต่อมาฟอร์มการเล่นของ อิกาโล่ ดร็อปลงไปพอสมควรและยังขาดความสม่ำเสมอ ดังนั้น คาวานี่ น่าจะเข้ามาช่วยเป็นแรงผลักดันของ มาร์กซิยาล กลับมาเข้าที่อีกครั้ง แน่นอนว่า คาวานี่ จะเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งตำแหน่งนี้รวมถึง มาร์กซิยาล ยังสามารถเรียนรู้เทคนิคการจบสกอร์จากกองหน้าวัยเก๋ารายนี้ได้อีกด้วย

3.ประสบการณ์ลุ้นแชมป์,ชปล.

แชมป์ลีก 6 สมัย, แชมป์ เฟร้นช์ คัพ 4 สมัยและแชมป์เฟร้นช์ ลีก คัพ 5 สมัย รวมถึงแชมป์โคปา อเมริกา กับอุรุกวัยในปี 2011 น่าจะการันตีความสำเร็จของอาชีพค้าแข้งหัวหอกรายนี้ และด้วยการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จอดรอบรองชนะเลิศถึง 3 รายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว คาวานี่ จึงอาจเป็นคำตอบของปัญหานี้

มีนักเตะในทีมไม่มากนักที่มีความเป็นผู้ชนะ ดังนั้นประสบการณ์ของเขาจะช่วยเข้ามาเติมเต็มในจุดนี้ ในวินาทีสำคัญเขาอาจเป็นตัวชี้ขาดรวมถึงอาจสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ด้วย นอกจากนี้ประสบการณ์ในศึกฟุตบอลยุโรป 11 ฤดูกาลที่ผ่านมาของเขาน่าจะมีประโยชน์กับการกลับมาลุย ชปล. ของ “ผีแดง” ฤดูกาลนี้ซึ่งอยู่ในกลุ่ม “กรุ๊ป ออฟ เดธ” รวมถึงต้องเจอกับทีมเก่าของเขาอย่าง เปแอสเช ด้วย

 

ไม่ถูกใจเด็กผี!เปิดคำพูดแม็กไกวร์เถียงแรชฟอร์ด

เปิดคำพูด แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เถียงกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใบแดงในเกมพ่าย สเปอร์ส เละเทะคาบ้าน เล่นเอาแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายรายอยากให้เปลี่ยนกัปตันทันที
   
แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางส่วน ไม่พอใจ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ และอยากให้ถอดจากตำแหน่งกัปตัน หลังได้ฟังคำพูดที่เถียงกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในเกมแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    ในนัดดังกล่าว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าเจ้าถิ่นโดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังไปตบหน้า เอริค ลาเมล่า ดาวเตะ สเปอร์ส ภายหลังไม่พอใจที่อีกฝ่ายใช้ศอกดันใส่บริเวณคอก่อน และล่าสุดได้มีการเปิดเผยเสียงที่บันทึกจากไมโครโฟนในสนามระหว่าง แม็กไกวร์ กับ แรชฟอร์ด ที่เถียงกันหลังเห็นเพื่อนร่วมทีมโดนไล่ออก

    หลังจาก แอนโธนี่ เทย์เลอร์ กรรมการในเกมดังกล่าวให้แค่ใบเหลืองกับ ลาเมล่า นั้น แรชฟอร์ด ก็ระเบิดอารมณ์พูดออกมาว่า "ทำไม มันก็เหมือนกันนี่ (ทำฟาวล์)"

    จากนั้น แม็กไกวร์ ก็ตอบกลับทันทีว่า "มันไม่ได้รุนแรง พวกเขาตรวจสอบแล้ว"

    ขณะที่ แรชฟอร์ด ไม่เห็นด้วยกับกัปตัน และบอกว่า "เขา (ลาเมล่า) ศอกใส่เขา (มาร์กซิยาล) นะ!"

    ก่อนที่ แม็กไกวร์ จะสวนกลับว่า "พวกเขาเช็กมันแล้วและบอกว่าไม่" แต่ แรชฟอร์ด ก็เถียงส่งท้ายว่า "เป็นไปได้อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไรวะ!"

    ด้านแฟนบอล "ปีศาจแดง" หลายรายที่ได้ฟังคำพูดโต้เถียงกันระหว่างนักเตะต่างมองว่า แม็กไกว์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความดุดันในการทำหน้าที่กัปตันทีมเหมือนอย่างสตาร์ในอดีตทั้ง รอย คีน, เนมานย่า วิดิช หรือ เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งจะปกป้องเพื่อนร่วมทีม และทวงความยุติธรรมให้ทีมเสมอ

    แฟนบอลรายหนึ่งทวีตข้อความว่า "เขาควรจะโดนรับปลอกแขนกัปตันทีมทันที แต่โชคร้ายที่ไม่เกิดขึ้น นี่คือกัปตันทีมที่แย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร"

    ขณะที่แฟนบอลอีกรายเสริมว่า "ปลดเขาจากตำแหน่งกัปตันเดี๋ยวนี้เลย"

แฟนผีจับตา!สื่อดังยันแมนยูซิวคาวานี่แล้ว ตรวจร่างกายวันนี้ก่อนชูเสื้อ

 

ทำเอาบรรดาสาวก "ปีศาจแดง" คึกคักเลยทีเดียว เพราะล่าสุดสื่อดังรายงานแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกลงคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ อดีตดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้เรียบร้อย โดยนักเตะจะเข้ารับการตรวจร่างกายวันนี้เลย
    
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงสัญญา 2 ปี กับ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอุรุกวัย ได้เรียบร้อย ตามรายงานจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำระดับโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเจรจากับเอเจนต์ของ คาวานี่ โดยหวังที่จะคว้าเจ้าตัวมาล่าตาข่ายในรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบฟรีๆ หลังจากที่ ดาวยิงวัย 33 ปี หมดสัญญาและแยกทางกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน

ล่าสุด อีเอสพีเอ็น ระบุว่า "ปีศาจแดง" ตกลงกับ คาวานี่ ได้แล้ว ด้วยสัญญา 2 ปี โดยที่ตัวนักเตะเตรียมเดินทางจากกรุงปารีส มายังเมืองแมนเชสเตอร์ เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายวันอาทิตย์นี้ และคาดว่าน่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอย่างช้าในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม