จับตาเบลผนึกกำลังซน-เคน! เทียบสถิติสามประสานบิ๊กซิกซ์ทีมไหนเจ๋งสุด

หลังจาก แกเร็ธ เบล ย้ายร่วมทัพ สเปอร์ส ด้วยสัญญายืมตัวทำให้หลายคนจับตามองสามประสานในแดนหน้าของ “ไก่เดือยทอง” นั่นคือ แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน ผนึกกำลังกับ ปีกชาวเวลส์ น่าสนใจว่าพวกเขาจะไปได้สวยขนาดไหนในฤดูกาลนี้ ทว่าหากเราจับสามประสานของสเปอร์สมาเปรียบเทียบกับสามประสานของบิ๊กซิกซ์พวกเขาจะอยู่ในอันดับไหนกัน (วัดจากสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูในฤดูกาล 2018-19 และ 2019/20)
6.อาร์เซน่อล

วิลเลี่ยน, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง

    วิลเลี่ยน ย้ายจาก เชลซี มาอยู่คู่ปรับร่วมเมือง อาร์เซน่อล พร้อมกับเปิดตัวอย่างสวยงามด้วยการทำดับเบิ้ลแอสซิสต์ในเกมถล่มฟูแล่ม 3-0 ปกติคู่ขาแดนหน้าของทีมอลากาแซตต์ และ โอบาเมยอง ก็อันตรายอยู่แล้ว การได้วิลเลี่ยนมาเติมเต็มตัวรุกทางฝั่งขวาทำให้ อาร์เซน่อล มีสามประสานที่น่ากลัวทีเดียวในฤดูกาลนี้แม้แต่  นิโกล่าส์ เปเป้ ยังต้องตกเป็นตัวสำรอง

    หากนับรวมสถิติ วิลเลี่ยน กับ เชลซี ใน 2 ฤดูกาลหลังสุดเท่ากับว่าสามประสานของ “ปืนใหญ่” มีค่าเฉลี่ยการมีส่วนร่วมกับประตูในทุกๆ 130.9 นาที โดยโอบาเมยอง คนเดียวก็มีส่วนร่วมกับประตูถึง 54 ลูกแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับสามประสานของบิ๊กซิกซ์พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล ถือว่ารั้งอันดับท้าย

5.แมนฯ ยูไนเต็ด

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ค้นพบความลงตัวในแดนหน้าเมื่อเขาเซ็นสัญญา บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในช่วงเดือนมกราคมพร้อมกับยึดแผนการเล่น 4-2-3-1 เป็นหลัก โดย เมสัน กรีนูว้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะอยู่ทางริมเส้น และ มาร์กซิยาล ยืนเป้นกองหน้าคัวเป้า

    สถิติที่ดีที่สุดในสามประสานแดนหน้าของ “ผีแดง” คือ มาร์กซิยาล ที่มีส่วนร่วมกับประตูในทุกๆ 124 นาที ขณะที่ต่ำที่สุดคือ เมสัน กรีนวู้ด ที่ 134 นาทีต่อการมีส่วนร่วมกับหนึ่งประตู ซึ่งถือว่าไม่ห่างกันมากเท่าไหร่นัก มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเฉลี่ยๆกันมีส่วนกับประตู ไม่ได้มีใครโดดเด่นเกินหน้าเกินตา อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำมากนักทำให้ค่าเฉลี่ยของทั้งสามในการมีส่วนร่วมกับประตูจะเกิดขึ้นทุกๆ 126.8 นาที รั้งเป็นอันดับ 5 ของสามประสานบิ๊กซิกซ์

4.สเปอร์ส

แกเร็ธ เบล, แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-มิน

    สเปอร์ส ขาดแคลนศูนย์หน้าตัวเป้าเป็นอย่างมากหลังมีแค่ แฮร์รี่ เคน คนเดียวเท่านั้นที่ลงเล่นได้ แต่ฤดูกาลนี้พวกเขายังมีปีกมากมายอย่างเช่น เบล, ซน, มูร่า และ เบิร์กไวจ์น คอยช่วยแนวรุก

    2 ฤดูกาลหลังสุด เคน มีส่วนกับประตูถึง 46 ลูก ขณะที่ ซน ทำได้ใกล้เคียงกัน 43 ประตู อย่างไรก็ตาม เบล เป็นคนดึงกราฟตกพอสมควรจากการที่เขาโดนดองรวมถึงรักษาอาการบาดเจ็บทำให้มีส่วนกับประตูแค่ 15 ลูก

3.ลิเวอร์พูล

ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    ลิเวอร์พูล ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกหลังจากรอคอยมานานถึง 30 ปีคงต้องขอบคุณแนวรับอันแข็งแกร่งและแนวรุกระดับพระกาฬ สามประสาน มาเน่, ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ ของ ลิเวอร์พูล สามารถวิ่งไล่เพรสซิ่งคู่แข่งและยังสลับตำแหน่งกันอย่างราบรื่นอีกด้วย

    อย่างไรก็ตามพวกเขายังรั้งอันดับสามหลังจากมีส่วนร่วมกับประตูในทุกๆ 122.6 นาที โดย ซาลาห์ เป็นคนที่มีสถิติดีที่สุดเนื่องมีส่วนกับประตูในทุกๆ 102 นาที ขณะที่ ฟีร์มีโน่ ค่อนข้างดึงค่าเฉลี่ยหลังใช้เวลาถึง 161 นาทีในการมีส่วนกับประตู

2.เชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์, ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช

    เชลซี เปลี่ยนแปลงทัพไปมากพอสมควรในซีซั่นนี้โดยเฉพาะหาก ฮาคิม ซีเย็ค แทนที่ของ คริสเตียน พูลิซิช แต่คีย์แมนเกมบุกของเชลซีฤดูกาลนี้ต้องเป็นสามประสานอดีตแข้งบุนเดสลีกาอย่าง พูลิซิช, แวร์เนอร์ และ ฮาแวร์ตซ์

    เชลซี รั้งอันดับ 2 ในสามประสานของบิ๊กซิกซ์คงต้องขอบคุณ ติโม แวร์เนอร์ เป็นพิเศษเนื่องจากเขามีส่วนกับประตูถึง 59 ลูกในสองฤดูกาลทหลังที่บุนเดสลีกา โดยเขามีส่วนกับประตูในทุกๆ 93 นาที ขณะที่สถิติรองลงมาคือ พูลิซิช ที่มีส่วนกับประตูทุกๆ 144 นาที คำถามคือ ฮาแวร์ตซ์ และ แวร์เนอร์ จะทำผลงานได้ดีแบบนี้ในพรีเมียร์ลีกหรือไม่

1.แมนฯ ซิตี้

ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, เควิน เดอ บรอยน์

    ความจริง เควิน เดอ บรอยน์ ไม่เชิงว่าอยู่ในสามประสานแดนหน้าแต่เขาสำคัญมากต่อเกมบุกของ แมนฯ ซิตี้ ดังนั้นจึงไม่สามารถตัดเขาออกจากลิสต์ได้ และหากนับรวมกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง แล้วพวกเขามีส่วนร่วมกับประตูเฉลี่ยทุกๆ 97.9 นาทีซึ่งดีที่สุดในบรรดาท็อปซิกซ์

    อเกวโร่ ทำผลงานน่าประทับใจโดยทำประตูหรือแอสซิสต์ในทุกๆ 82 นาทีนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2018/19 แต่ เดอ บรอยน์ (99 นาที) และ สเตอร์ลิง (113 นาที) ก็ไม่ได้สถิติห่างมากนัก

 

กู้วิกฤติศรัทธา! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โชว์ฟอร์มสยบ ลูตัน ทาวน์

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเรียกสติได้อีกครั้งหลังพวกเขาบุกชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 ที่สนามเคนิลเวิร์ธ โร้ด ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเรียกศรัทธาคืนมาอีกครั้ง หลังเปิดฤดูกาลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แพ้ คริสตัล พาเลซ แบบไม่รูป
    เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 คนจากชุดที่พ่าย "ดิ อีเกิ้ลส์" 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเพียงแค่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ที่เหลือรอดจากชุดดังกล่าว และต้องทำหน้าที่บัญชาการเกมรับให้กับทัพ "ปีศาจแดง"

    สำหรับแมตช์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะฟอร์มฝืดไปบ้างในครึ่งแรก จนกระทั่ง จอร์จ มอนเคอร์ นักเตะเจ้าบ้านทำฟาวล์ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ จนทำให้ทีมเสียจุดโทษ และเป็น ฆวน มาต้า ที่ขันอาสาสังหารไม่เหลือซาก ส่งให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 1-0 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้จริงๆ

 

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูอนาคตไกล แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมสำหรับการเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากเจ้าตัวโชว์ซูเปอร์เซฟสุดสำคัญช่วยให้ทีมไม่โดนตีเสมอ ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด จะลงมาช่วยกันซัดคนละประตูปิดจ็อบที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด 
 
1. เฮนเดอร์สัน พร้อมเบียดมือ 1 เด เคอา
    ต้องบอกว่าแมตช์นี้เป็นค่ำคืนของ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เพราะเขาทำผลงานในการลงเล่นเปิดตัวให้กับ "ปีศาจแดง" ได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะในจังหวะการเซฟสำคัญๆ  ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู และน่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนกับชัยชนะที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    หากมองจากชื่อชั้นระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลูตัน ทาวน์ แน่นอนหลายคนคงรู้สึกว่า "ปีศาจแดง" คงไม่ต้องเจอกับงานหนักหนาสาหัสมากนัก ด้วยขุมกำลังเกมรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง กอปรกับฟอร์มการเล่นของ เฮนเดอร์สัน ที่ยอดเยี่ยมทำให้ทีมสามารถทะลุเข้ารอบ 4 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) การแข่งขันถ้วยใบเล็กในอังกฤษได้สำเร็จ

    ตลอดเกม เฮนเดอร์สัน ไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่ในช่วงนาทีที่ 82 เจ้าตัวแสดงให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าเขาพร้อมเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา หลังโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะที่ ทอม ล็อคเยอร์ โขกยัดเสาแรก แต่ "เฮนโด้" ปฎิกิริยารวดเร็ว และมือไวมากๆ สามารถล้มตัวปัดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


 

    แน่นอนว่าจังหวะนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหากเข้าประตูสกอร์จะเป็น 1-1 แต่เมื่อ อดีตนายด่านเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เซฟได้ ทำให้ทีมมีกำลังใจฮึกเหิม และเดินหน้ายิงอีก 2 ประตู เป็นการจบแมตช์ด้วยสกอร์สวยหรู 3-0 พร้อมกับตั๋วเข้าไปเล่นในรอบต่อไป

    ฉะนั้นในฐานะนายทวารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต้องเล่นอย่างมีสมาธิ และ เฮนเดอร์สัน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีสิ่งนี้เต็มเปี่ยม และผลงานแบบนี้ทำให้เจ้าตัวพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าในการชิงโกลตัวจริงจาก เด เคอา แล้ว

2. วิลเลี่ยมส์ ผลงานดีที่ โซลชา ห้ามมองข้าม
    เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแบ็กซ้ายเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเสริมแกร่งมากๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และนั่นทำให้พวกเขามีข่าวกับ  อเล็กซ์ เตลเลส ฟูลแบ็กจากสโมสรเอฟซี ปอร์โต้ ที่ดูแล้วว่าจะเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดหายไปได้

    ลุค ชอว์ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมลีก แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในเกมเยือน ลูตัน ทาวน์ ดูเหมือน โซลชา อยากลองให้ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ลับแข้ง เพื่อที่จะได้พัฒนาฝีเท้าให้มากยิ่งขึ้น และทำให้นักเตะได้สั่งสมประสบการณ์ไปในตัว

    จะว่าไปแล้ว วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้ดีพอสมควรในการเล่นให้ทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนในแมตช์นี้เจ้าตัวพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของ "น้าลูกอม" ซึ่งนักเตะก็ทำได้จริงๆ เพราะเขามีส่วนสำคัญทำให้ทีมได้จุดโทษ ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะสังหารให้ "ผีแดง" ขึ้นนำ

    อย่างไรก็ตาม วิลเลี่ยมส์ ยังขาดในเรื่องของการเข้าบอล และการควบคุมตัวเอง ส่งผลให้เจ้าตัวต้องโดนใบเหลืองในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่หากมองภาพรวมฟอร์มการเล่นในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่า โซลชา ควรให้โอกาส แข้งดาวรุ่งเลือดเวลส์ ลงสนามมากขึ้น เพราะฟอร์มนักเตะใช้ได้ส่วนหัวใจต้องบอกเลยว่าเกินร้อย

3. มาต้า พึ่งพาในยามยากได้เสมอ
    สำหรับศึกคาราบาว คัพ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นรายการเล็กๆ แต่สำหรับนักเตะดาวรุ่ง และผู้เล่นสำรองนี่คือการแข่งขันที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้โอกาสลงสนามถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

    การได้เห็นชื่อนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, โอเดียน อิกาโล่, เฟร็ด และ ฆวน มาต้า ลงสนามเป็นตัวจริง ต้องบอกเลยว่า โซลา เอาจริงในเกมนี้ เพราะถึงแม้นักเตะที่กล่าวมาจะเป็นผู้เล่นสำรองก็ตาม แต่ชื่อชั้นและศักยภาพของพวกเขาเหนือกว่าเจ้าบ้านหลายขุม

    แม้ว่า ลินการ์ด กับ อิกาโล่ ดูแล้วพึ่งพาไม่ค่อยได้ โดยในรายของ ปีกชาวอังกฤษ แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยกับการเล่นของทีม ส่วน หัวหอกเลือดไนจีเรีย ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้หากมีกองหน้าที่เคลื่อนที่หาตำแหน่งบ่อยๆ ซึ่ง อิกาโล่ ไม่มีตรงจุดนี้เลย

    ส่วน มาต้า ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้เล่น "เร้ด เดวิลส์" ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ โดยทำหน้าที่เชื่อมเกมตลอดที่อยู่ในสนามรวมทั้งผ่านบอลได้อย่างเฉียบคม และยังเป็นคนกดจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ฉะนั้น ดาวเตะชาวสแปนิช ยังคงเป็นยางอะไหล่ชั้นดี เพราะด้วยประสบการณ์และเทคนิคของเขา น่าจะช่วยทีมได้มากกว่าผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ ในเวลานี้

4. ฟาน เดอ เบ็ค ความหวังใหม่ที่เฝ้ารอ
    หากมีเรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดในเวลานี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการที่พวกเขาเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แต่ในขณะเดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของ "ผีแดง" อย่างแท้จริง

    ฟาน เดอ เบ็ค ได้มีโอกาสลงสัมผัสเกมลูกหนังเมืองผู้ดีไปแล้วในแมตช์พ่าย คริสตัล พาเลซ แม้ว่าเขาจะลงสนามเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่เจ้าตัวก็จัดการใส่ชื่อตัวเองในฐานะผู้ทำประตูให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในแมตช์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเกมลีกผู้ดีที่ดีเยี่ยมสำหรับเขาจริงๆ

    ดาวเตะชาวดัตช์ ย้ายจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเพียง 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท) เท่านั้น และค่อยๆ โชว์ศักยภาพให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เห็นแล้วว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวคุ้มค่ากับที่พวกเขาจ่ายออกไป

    ฟอร์มของ ฟาน เดอ เบ็ค ในเกมนี้เขาโชว์ทักษะไม่ว่าตอนที่มีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับตัวก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการสัมผัสบอลที่ชาญฉลาดในการเล่นชิงจังหวะหนึ่ง-สองกับเพื่อนร่วมทีม, การวิ่งหาช่องที่ว่างเพื่อเข้าไปในพื้นที่อันตราย และการสร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มีโอกาสทำประตู

    ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค สามารถปรับตัวกับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษได้ และเพื่อนร่วมทีมของเขาเรียนรู้เกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ สตาร์ชาวดัตช์ มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้เหมือนกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

5. เป้าหมายต่อไปเยือน ไบรท์ตัน
    ชัยชนะกับทีมสมันน้อยจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมายมากนักสำหรับทีมใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่คือสิ่งสำคัญในการเรียกขวัญกำลังใจให้กับนักเตะ หลังจากที่พวกเขาเปิดฤดูกาลได้น่าผิดหวังเพราะแพ้ คริสตัล พาเลซ คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แม้ "ปีศาจแดง" จะส่งนักเตะสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่แกนหลักของทีมอย่าง  ฟาน เดอ เบ็ค, เนมานย่า มาติช, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้ลงเล่นในแมตช์นี้ ฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า โซลชา ต้องการนำต้นสังกัดทุบ ลูตัน เพื่อเป็นการเรียกความฮึกเหิมกลับมา

    ประตูจากจุดโทษของ มาต้า ช่วงท้ายครึ่งแรกช่วยทำให้ทีมเล่นได้สบายยิ่งขึ้นในครึ่งหลัง แม้พวกเขาจะไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้ จนกระทั่งต้องรอนานถึงช่วงสองนาทีสุดท้ายกว่าจะมาได้ประตูที่ 2 กับ 3 จากฝีเท้าของ มาร์คัส แรชฟอรด์ และ เมสัน กรีนวู้ด ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองเกมนี้

    ชัยชนะด้วยสกอร์ 3-0 พร้อมได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยที่ดีมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเตรียมทีมเพื่อเดินทางไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เกมลีกแมตช์ต่อไปในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งแน่นอนว่านักเตะ "ผีแดง" คงเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

คู่บุญ! “มูรินโญ่” สะกิดบอร์ดเซ็นปีกทีเด็ดแมนยู

แฟนบอล "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คงเกิดอาการขนลุกขนพองหลังมีรายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส สะกิด แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรให้เปิดการเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดึง เจสซี่ ลินการ์ด มาช่วยสร้างสรรค์เกมให้กับสโมสร

เจสซี่ ลินการ์ด ปีกชาวอังกฤษกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมแท็คติก มีโอกาสได้ที่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลัง "เฮียมู" แสดงความสนใจอยากได้นักเตะมาสร้างสรรค์เกมให้กับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทเสปอร์ จากการรายงานของ เดลี่ เมล สื่อดังในเมืองผู้ดี

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นผลผลิตจากศูนย์ฝึกเยาวชนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มหมดอนาคตกับทัพ "ผีแดง" โดยเขาได้ลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 2 เกมในศึกพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และล่าสุดก็ไม่มีชื่ออยู่ในทีมชุดเปิดบ้านแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 คาสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ลินการ์ด ยังคงเป็นนักเตะที่ มูรินโญ่ ชื่นชอบ และมีรายงานว่า นายใหญ่ชาวโปรตุกีส ได้เข้าไปบอก แดเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสร ให้เปิดการเจรจากับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพื่อดึงศิษย์เก่ามาร่วมงานกันในถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ลินการ์ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วยการซัดไป 13 ประตูจากการลงสนาม 48 แมตช์ภายใต้การกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2017/2018 ที่โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด โดยนอกจาก สเปอร์ส ที่อยากได้ตัวแล้ว เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กส ก็พร้อมร่วมวงกระชากตัวด้วยเช่นกัน

 

แมนยูเลือกใครดี ! เปรียบเทียบ เอดินสัน คาวานี่ VS ลูก้า โยวิชมากกว่า

ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ใกล้จะปิดตัวแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามที่จะเสริมทัพอย่างเต็มที่โดยตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังเล็งที่จะคว้าตัว เอดิสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ หรือ ลูก้า โยวิช หัวหอกอนาคตไกลเลือดเซิร์บ มาช่วยไล่ล่าตาข่ายในฤดูกาลนี้

แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งเซ็นสัญญานักเตะได้แค่คนเดียวนั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เท่านั้น ขณะที่เป้าหมายหลักอย่าง เจดอน ซานโช่ ก็ดูเหมือนจะกินแห้วเนื่องจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการปล่อยแข้งสำคัญรายนี้ออกไป ขนาด "ผีแดง" ยื่นข้อเสนอจำนวน 91.3 ล้านปอนด์ (ราว 3,469 ล้านบาท) ก็โดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

อย่างไรก็ตาม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และทีมงานยังคงทำงานหนักในการเซ็นสัญญาแข้งใหม่มาเสริมทัพให้ได้ โดยตอนนี้ทีมกำลังพยายามที่จะคว้ากองหน้าตัวใหม่ แม้จริงๆ แล้วปัญหาสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลานี้ก็คือผู้เล่นเกมรับ ซึ่ง "น้าลูกอม" มองว่าพวกเขามีเซนเตอร์แบ็กมากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อใครมาเพิ่ม

สำหรับการเล็งคว้ากองหน้ามาร่วมทีมตอนนี้พวกเขามีเป้าหมายหลักก็คือ คาวานี่ กับ โยวิช โดยในรายของ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ในเวลานี้อายุ 33 ปีแล้ว และเป็นผู้เล่นฟรีเอเจนต์ เมื่อนักเตะถูกปล่อยตัวออกจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา

ในขณะที่ โยวิช อายุอานานถือว่าน้อยกว่า คาวานี่ หลายปี โดยเขาเพิ่งจะเขาสู่วัยรุ่นหนุ่มฉกรรจ์อายุแค่ 22 ปีเท่านั้น และมีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามที่จะขอยืมตัวนักเตะมาจาก "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน

หาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะมองเรื่องค่าเหนื่อยแน่นอนว่า โยวิช เป็นออปชั่นที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับ คาวานี่ ซึ่งต้องการรายได้ต่อสัปดาห์ที่ค่อนข้างสูง แต่หากจะมองในแง่ของประสบการณ์ ดาวยิงชาวอุรุกวัยเหนื่อยกว่าแข้งเลือดเซิร์บหลายขุม เพราะเขาผ่านสังเวียนแข้งมาแล้ว 556 เกม

ก่อนหน้าที่ คาวานี่ จะเล่นให้ "เปแอสเช" เขาเคยผ่านการปะฉะดะกับคู่แข่งมาแล้วสมัยที่เล่นให้กับสโมสรดานูบิโอ, ปาแลร์โม่ และนาโปลี ที่สำคัญเจ้าตัวยังตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 341 ประตู พร้อมกับทำ 65 แอสซิสต์ ที่สำคัญยังคว้าแชมป์มาแล้ว 22 รายการ

เมื่อเปรียบเทียบกับ หัวหอกดีกรีทีมชาติเซอร์เบีย มีค่าเฉลี่ยนในการยิงประตูแค่ 0.3 ประตูต่อเกม หลังจากที่เขาซัดไปเพียง 55 ประตูจากการลงสนาม 173 แมตช์ ที่นับตั้งแต่ย้ายจาก ไอนด์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต มาอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) นักเตะก็ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "โลส บลังโกส" ได้เลย

โยวิช ยิงได้แค่ 2 ประตูจากการเล่น 28 เกมให้กับ เรอัล มาดริด แถมยังดวงแตกมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ ทำให้พัฒนาการในการเล่นของเขายิ่งถดถอยลงไปเลยๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้ เรอัล อยากจะปล่อยนักเตะออกไปแบบยืมตัว เพื่อให้เขาได้มีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

 จะว่าไปแล้วการเซ็นสัญญากับ โยวิช ก็เป็นทางออกที่ดีเพราะ โซลชา ชื่นชอบผู้เล่นอายุน้อย และสามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่ คาวานี่ ก็เป็นออปชั่นที่น่าสนใจเพราะนักเตะมีประสบการณ์สูง พร้อมทั้งไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าตัวด้วย ซึ่งเข้าทางบอร์ดบริหาร "ผีแดง"

 

เดือดดาล! อาร์เซน่อลชนแมนซิตี้-แมนยูงานหนักจับติ้วรอบ 8 ทีมคาราบาว คัพ

ศึก คาราบาว คัพ รอบ 5 หรือรอบก่อนรองชนะเลิศ ประกาศผลประกบคู่ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่ามีแมตช์ให้แฟนบอลได้ซี๊ดปากกันถึง 2 คู่ โดย "ปืนใหญ่" ต้องทำศึกบิ๊กแมตช์กับแชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" ด้าน "ผีแดง" เจองานช้างเช่นกันเมื่อต้องบุกเยือนหนึ่งในทีมฟอร์มร้อนแรงของพรีเมียร์ลีกตอนนี้

การจับสลาก คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีขึ้นหลังเกม ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ที่สนามแอนฟิลด์ โดยงานนี้มีอดีตกองกลางสุดหล่อของลิเวอร์พูลและทีมชาติอังกฤษอย่าง เจมี่ เร้ดแน็ปป์ มาเป็นคนจับสลากด้วยตัวเอง

ผลปรากฎว่าในรอบนี้มีบิ๊กแมตช์ให้เรารับชมถึง 2 คู่ด้วยกัน โดยคู่แรก อาร์เซน่อล ที่เพิ่งเขี่ย “หงส์แดง” ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ต้องเปิดรังทำศึกกับแชมป์เก่ารายการนี้อย่าง แมนฯ ซิตี้

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจองานหนักเช่นกันหลังต้องบุกไปเยือนทีมที่กำลังฟอร์มร้อนแรงทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลถ้วยอย่าง เอฟเวอร์ตัน ของ คาร์โล อันเชล็อตติ

ส่วน สเปอร์ส ถือว่าโชคดีไม่น้อยเมื่อได้บุกเยือน สโต๊ค ซิตี้ ทีมจากลีกแชมเปี้ยนชิพ แต่ "ไก่เดือยทอง" ประมาทไม่ได้เนื่องจาก “ช่างปั้นหม้อ” บุกสอย วิลล่า ตกรอบมาแล้ว ปิดท้ายด้วย เบรนท์ฟอร์ด อีกหนึ่งทีมจาก แชมเปี้ยนชิพ มีคิวเปิดรังรับการมาเยือนของ นิวคาสเซิ่ล

สรุปผลการจับสลาก คาราบาว คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย มีดังต่อไปนี้

สโต๊ค ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) พบ สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก)

เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ) พบ นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก)

อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

แมนยูเต็มสูบประเดิมลีก! “บรูโน่-แรซฟอร์ด” ลงหลอนพาเลซที่มี “ซาฮา” ยิงสู้

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ มาร์คัส แรซฟอร์ด ผนึกปิดสกอร์เกมรับ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ที่ วิลฟรีด ซาฮา ดาวยิงตัวเก่งพร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)


สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยังไม่ได้ประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2020-21 เนื่องจากปีศาจแดงได้รับไฟเขียวให้พักอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่กรำศึกอย่างหนักในยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบน็อกเอาต์ ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศด้วยฝีมือของเซบีย่า โดยที่เร้ด เดวิลส์ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องพ่ายให้กับแอสตัน วิลล่า 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ยังคงต้องลุ้นว่า ปอล ป็อกบา กองกลางค่าตัวแพง จะฟิตสมบูรณ์มากพอที่จะลงสนามหรือไม่หลังจากที่อดีตแข้งยูเวนตุสเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียวก่อนตัดสินใจ แต่คาดว่าสุดท้ายแล้ว ป็อกบาจะพร้อมลงสนามอย่างแน่นอน 

    ขณะที่ในแดนกลางคาดว่าโซลชาอาจวางมิดฟิลด์ถึง 3 คน อาทิ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช อยู่ด้านหลังเพลย์เมกเกอร์อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เพิ่งผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด ประจำฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่เจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ปีศาจแดงยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงต้นปีจนคว้าตั๋วไปโม่แข้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในซีซั่นนี้ได้สำเร็จ

    โดยในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาผู้เล่นขาประจำของทีมไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงถึง 7 คนด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ดาบิด เด เคอา ที่ยังคงต้องลุ้นว่าเจ้าตัวจะยังคงรักษาตำแหน่งมือหนึ่งเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะในฤดูกาลนี้ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารอนาคตไกล หมดสัญญายืมตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกลับมาสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงในสีเสื้อผีแดง 

    ส่วน เมสัน กรีนวู้ด อาจหลุดออกจากทีมโผตัวจริง เนื่องจากดาวยิงวัย 18 ปี เพิ่งก่อเรื่องฉาวพาสาวขึ้นโรงแรมหรูที่ประเทศไอซ์แลนด์ในระหว่างที่ไปเก็บตัวกับทีมชาติอังกฤษ จนมีคลิปหลุดออกมาทำให้เจ้าตัวถูกตัดชื่อพ้นทีมสิงโตคำรามทันที 

    ถึงแม้ว่า อักเซล ตวนเซเบ้ ไม่สามารถลงเล่นอย่างแน่นอนแล้ว อย่างไรก็ตาม คีย์แมนสำคัญคนอื่นๆ อาทิ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อารอน วาน-บิสซาก้า, มาร์คัส แรซฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พร้อมช่วยทีมในเกมนี้ 

    ทางด้าน รอย ฮ็อดจ์สัน บอสใหญ่คริสตัล พาเลซ พาต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือนเซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ในเกมลีกนัดแรก ก่อนจะตกรอบคาราบาว คัพ รอบ 2 หลังพ่ายจุดโทษบอร์นมัธ 10-11 หลังจากที่เสมอกันในเวลาปกติ

    ปราสาทเรือนแก้วยังคงประสบปัญหาขาดแคลนตัวเลือกในแนวรับหลังจากที่ นาธาน เฟอร์กูสัน, แกรี่ เคฮิลล์, เจมส์ ทอมกิ้นส์, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ยังไม่หายขาดจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกันกับศูนย์หน้าอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ยังคงพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยง

    แม้ว่า มามาดู ซาโก้ กลับมาลงสนามในเกมลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่คาดว่าอดีตเซนเตอร์แบ็กลิเวอร์พูลคงยังไม่พร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอน ทำให้ สกอตต์ แดนน์ จะจับคู่กับ ชีกู กูยาเต้

    ขณะที่ เอบิเรชี่ เอซี่ ก็หวังที่จะประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรกบนเวทีลีกสูงสุด เช่นเดียวกันกับ มิชี่ บาตซูอายี่ ที่ต้องการจับคู่ล่าตาข่ายกับ จอร์แดน อายิว ที่ยิงได้ 9 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 39 นัดรวมทุกรายการเมื่อซีซั่นก่อน 

    
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-1-2) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – บรูโน่ แฟร์นันด์ส – มาร์คัส แรซฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้ , สกอตต์ แดนน์, ไทริค มิตเชลล์ – เอบิเรชี่ เอซี่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, วิลฟรีด ซาฮา – มิชี่ บาตซูอายี่, จอร์แดน อายิว
    ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

17/07/20    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/08/19    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 คริสตัล พาเลซ
28/02/19    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/11/18    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 คริสตัล พาเลซ
06/03/18    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
 
12/09/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน) กระชับมิตร 
17/08/20 แพ้ เซบีย่า 1-2 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
11/08/20 ชนะ โคเปนเฮเก้น 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
06/08/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก 
26/07/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 

คริสตัล พาเลซ
16/09/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) ลีก คัพ 
12/09/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ บรอนด์บี้ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร
01/09/20 ชนะ มิลล์วอลล์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร
29/08/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) กระชับมิตร

 

แมนยูช้ำแพ้คาบ้าน! ซาฮาแสบนำพาเลซบุกคว้าชัย-ฟาน เดอ เบ็คซัดเปิดซิง

"ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังประเดิมสนามซีซั่นใหม่ด้วยการพ่ายคาบ้านให้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เกมนี้แม้ว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะซัดประเดิมเกมแรกให้ต้นสังกัดแต่ทีมต้องปราชัย วิลฟรีด ซาฮา อดีตเด็กเก่าทำแสบเหมาสองเม็ดนำ "ดิ อีเกิ้ลส์" บุกซิวสามแต้ม คว้าชัยสองเกมติด มี 6 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมนัดแรกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังได้สิทธิพักไม่ต้องเล่นเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ที่เกมแรกเบียดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ก่อนที่เกมกลางสัปดาห์จะตกรอบ คาราบาว คัพ รอบแรก หลังพ่ายจุดโทษให้ บอร์นมัธ

    โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนจับคู่ปอล ป็อกบา ขณะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ห้องเครื่องตัวใหม่มีรายชื่อเป็นสำรอง เช่นเดียวกับ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะที่ แนวรุกวาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ปั้นเกมรุกร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ,แดเนียล เจมส์ และให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นหน้าเป้า 

    ขณะที่ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือพาเลซ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่งจากเกมที่แล้ว แต่แนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ วิลฟรีด ซาฮา และจอร์แดน อายิว
   
     ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 6 นาทีแรก ดาบิด เด เคอา ทำเหวอหลังจ่ายบอลหน้าบ้านตัวเองพลาด ก่อนที่แนวรับจะช่วยกันแก้สกัดออกไปพ้นอันตราย

    ทว่านาทีถัดมา "ดิ อีเกิ้ลส์" มาทำช็อกจนได้ เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเซ็ตบอลขึ้นทางซ้าย  ไทริค มิตเชลล์ เปิดบอลขนานเส้นให้ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ก่อนจะปาดเลียดไปเสาไกลให้ แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ เติมมาซัดด้วยขวาติดปลายมือ เด เคอา ก่อนเบียดเสาสองเข้าไป

    โอกาสแรกของ "ผีแดง" ต้องรอถึง นาที 13 หลังบรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลบอลให้ ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งไปติดบล็อค ชลุปป์ ออกหลัง

    เกมรับของปีศาจแดงค่อนข้างมีปัญหา ถัดมานาทีเดียว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เกือบทำพลาดหลังโขกคืนหลังสั้นไป วิลฟรีด ซาฮา พยายามวิ่งตามไปฉกบอลแต่ยังดีที่ไปติด เด เคอา ที่สกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด
   
     เกมรุกเจ้าบ้านเริ่มดีขึ้น นาที 20 ปอล ป็อกบา ซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งไปเสาแรก แต่ยังไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่ล้มตัวรับไว้ได้

    อีก 2 นาทีต่อมา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ปั่นด้วยขวานอกกรอบบอลไปแฉลบ ชีกู กูยาเต้ ถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

    นาที 26 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เก็บบอลได้หน้ากรอบก่อนจะซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปแฉลบ กูยาเต้ อีกครั้งก่อนพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    นาที 40 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบให้เจ้าบ้านได้ แม้ว่าจะมีการเช็ก VAR ถึงความเป็นไปได้ในการได้จุดโทษหลัง ปอล ป็อกบา โดนเบียดล้มในกรอบ ทว่า ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ยืนยันเป่าให้แค่ฟรีคิก ก่อนที่ บรูโน่ จะปั่นกว่า 23 หลาไปแฉลบกำแพงออกหลัง

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าบ้านเกือบมาเสียเม็ดที่สอง หลัง จอร์แดน อายิว ได้บอลทางซ้ายก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษหนี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนจะเอี่ยวตัวซัดด้วยขวาไปติดเซฟของ ดาบิด เด เคอา ออกหลังเป็นเตะมุม

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1

    ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวถอดเอา แดเนี่ยล เจมส์ ออกแล้วส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงไปเล่นแทน

    นาที 49 จอร์แดน อายิว ได้ซัดนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เด เคอา อีก 2 นาทีต่อมา เป็นโอกาสของ ปอล ป็อกบา บ้างแต่ยังยิงไม่ดีพอ บอลพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    เกมรุกแลกกันสนุก นาที 54 ซาฮา เกือบได้โอกาสยิงแต่ดันไปลื่น บอลมาเข้าทาง แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ซัดด้วยซ้ายเต็มเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปติดป็อกบาออกหลัง

    เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นตีเสมอ บอลขึ้นทางขวา ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ เปิดไปเสาไกลให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนโล่งโขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 67 โซลชา เปลี่ยนตัวคนที่สองส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน ปอล ป็อกบา

    นาที 70 "ปีศาจแดง" มาเสียลูกที่จุดโทษหลัง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบ ซึ่งผู้ตัดสินวิ่งไปเช็กจากภาพ VAR ข้างสนามแล้วยืนยันให้จุดโทษ ซึ่งแม้ว่า ดาบิด เด เคอา จะเซฟลูกยิงของ จอร์แดน อายิว ได้แล้วแต่ไม่ถึงนาที VAR จับภาพได้ว่า นายด่านของผีแดงขยับเท้าออกมานอกเส้นก่อน ทำให้ต้องยิงจุดโทษใหม่ ซึ่งคราวนี้ ทีมเยือนเปลี่ยนคนยิงเป็น วิลฟรีด ซาฮา ก่อนที่อดีตแข้งผีจะซัดเข้าไปไม่พลาดให้ "ดิ อีเกิ้ลส์" นำห่างเจ้าถิ่น 2-0

    กระนั้น นาที 80 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตามไปซ้ำด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูแรกประเดิมสนาม ช่วยให้ แมนยู ไล่พาเลซมาเป็น 1-2

    แต่แล้ว นาที 85 วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ทำพลาดอีกหลังโดน วิลฟรีด ซาฮา กระชากบอลหนีก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบเสาแรก ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมองอย่างสุดเซ็ง พาเลซ บุกมานำ ปีศาจแดง 3-1

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดหัวพ่ายให้ คริสตัล พาเลซ 1-3

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (โอเดียน อิกาโล่ น.81), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.67), สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – แดเนียล เจมส์ (เมสัน กรีนวู้ด น.46), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรซฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.88), เจฟฟรีย์ ชลุปป์ (เอเบเรชี่ เอเซ่ น.75) – วิลฟรีด ซาฮา, จอร์แดน อายิว (มิชี่ บาตชูอายี่ น.81)

เด็กมันมีของ!โซลชาปลื้มฟอร์ม “ฟานเดอเบ็ค” สุดๆ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม หลังเห็นผลงานของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ที่โดดเด่นเหลือเกิน แม้สุดท้ายผลการแข่งขันจะแพ้ แอสตัน วิลล่า ในเกมลับแข้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ตาม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวชื่นชมผลงานของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางใหม่แกะกล่อง ที่โชว์ฟอร์มสุดโดดเด่นในเกมอุ่นเครื่องแพ้ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงสนามในฐานะนักเตะ "ผีแดง" อย่างเป็นทางการเกมแรก และได้เล่นครบ 90 นาที แม้ว่าผลการแข่งขันจะน่าผิดหวังก็ตาม แต่ฟอร์มการเล่นของ ดาวเตะชาวดัตช์ โดดเด่นมากๆ ทำให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ประทับใจสุดๆ กับลีลาที่แสดงให้เห็นตลอดทั้งแมตช์

 โซลชา แสดงความเห็นถึงผลงานของ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาติฮอลแลนด์ ผ่าน "เอ็มยูทีวี" สื่อของสโมสรว่า "ดอนนี่ อาจจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดในสนามเกมนี้ เขาสามารถหาพื้นที่ได้ตลอด และยังสร้างโอกาสให้กับตัวเองด้วยเวลา และการเคลื่นที่หาตำแหน่งที่ดีเยี่ยม ผมมีความสุขกับฟอร์มของเขามากๆ"

ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากได้รับอนุญาตให้พักเพิ่ม เพราะพวกเขาต้องกรำศึกหนักจากการลงเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก

ไม่อยากแข่ง!พี่ชายเผยเหตุ “โอซิมเฮน” ปัดแมนยู

วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกฟอร์มฮอตเลือกซบ นาโปลี มากกว่าจะย้ายไปเล่นให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากมีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ โอเดียน อิกาโล่ ดาวยิงรุ่นพี่เพื่อนร่วมชาติ

แอนดรูว์ พี่ชายของ วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าชาวไนจีเรีย เปิดใจเหตุผลที่น้องชายของเขาปัดโอกาสย้ายไปเล่นกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อนที่จะเลือกเซ็นสัญญาเป็นนักเตะนาโปลี ทีมในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

ดาวยิงวัย 21 ปีย้ายจาก ลีลล์ มาเล่นกับ "อัซซูร่า" ด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) เมื่อช่วงต้นซัมเมอร์นี้ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังก่อนนักเตะจะไปเป็นสมาชิกใหม่ของ นาโปลี นั้น เขามีโอกาสที่จะเลือกไปเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ตัดสินใจปัดโอกาสเนื่องจากที่นั่นมี โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกรุ่นนี้ที่แสนเคารพ ค้าแข้งอยู่

แอนดรูว์ กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องจริงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ วิคเตอร์ แต่เขาบอกผมว่าเขาให้ความเคารพนับถือ โอเดียน อิกาโล่ มากเกินกว่าที่จะไปแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งกับรุ่นพี่ร่วมอาชีพของเขา น้องชายของผมให้ความนับถือ อิกาโก่ สูงมาก และเขามองไม่เห็นตัวเองย้ายไปโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อแย่งตำแหน่งกองหน้ากับดาวยิงสูงสุดในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์คัพ 2019 ที่อียิปต์"

ทั้งนี้ อิกาโล่ ย้ายจาก เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว สโมสรในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก แบบยืมตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และขยายสัญญายืมตัวไปจนกระทั่งถึงเดือนม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ตามนักเตะไม่ใช่ตัวเลือกหลักในแดนหน้าของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซ์อ "ผีแดง"

 

สื่อเผย!แมนยูเตรียมจ่ายอีก1ล้านป.ให้หงส์ขาว

สื่อผู้ดี เผย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเขียนเช็คจำนวน 1 ล้านปอนด์ให้กับ สวอนซี ซิตี้ หาก แดเนี่ยล เจมส์ ปีกตัวจี๊ด ลงสนามให้ "ผีแดง" 20 นาทีหรือมากกว่านั้นอีกแค่ 1 แมตช์ในซีซั่นใหม่ ก็จะเข้าเงื่อนไขพิเศษทันที

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมที่จะต้องจ่ายเงินให้กับ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ อีก 1 ล้านปอนด์ (ราว 38 ล้านบาท) หาก แดเนี่ยล เจมส์ ปีกความเร็วสูงทีมชาติเวลส์ ลงสนามอีก 20 นาทีหรือมากกว่านั้น

จากรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อชั้นนำในอังกฤษ ระบุว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าตัวจำนวน 15 ล้านปอนด์ (ราว 570 ล้านบาท) ที่ทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใช้ในการกระชากตัว เจมส์ มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร์ฟฟอร์ด เมื่อปี 2019

สำหรับเงื่อนไขพิเศษนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ เจมส์ ลงเล่นในสีเสื้อ "เร้ด เดวิลส์" ครบ 40 เกม แต่จะนับเฉพาะในกรณีที่เขาลงสนามไม่น้อยกว่า 20 นาที ไม่ว่าจะในฐานะตัวจริงหรือตัวสำรอง โดยเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 22 ปี ลงเล่นตัวจริงในเกมลีกเพียงแค่ 1 แมตช์เท่านั้นนับตั้งแต่ที่มีการกลับมาแข่งใหม่ตามโปรเจกต์ รีสตาร์ท

แม้ว่า เจมส์ จะลงสนามให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 46 เกมจากทุกรายการ แต่กระนั้นมีอยู่ 7 เกมที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะผู้เล่นสำรองที่ลงเล่นน้อยกว่า 20 นาที ฉะนั้นหากดูตามเงื่อนไขแล้วนั่นหมายความว่า ดาวเตะเลือดเวลส์ ลงเล่นเกิน 20 นาทีไป 39 แมตช์เท่านั้น และขอแค่อีก 1 เกมที่ลงเล่นเกิน 20 นาทีในซีซั่นใหม่  ก็จะเข้าเงื่อนไขที่ "ผีแดง" ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้ สวอนซี

ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ส่วน เจมส์ เป็นเพียงอะไหล่สำรองเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ สวอนซี จะได้เงินก้อนโตในเร็วๆ นี้ หลัง "เร้ด เดวิลส์" มีคิวต้องปะทะ เรดดิ้ง หรือ ลูตัน ทาวน์ ในศึกคาราบาว คัพ วันที่ 22 กันยายนนี้