เพชฌฆาตวัยเก๋า! 3 สิ่งที่แมนยูจะได้ประโยชน์จากการเซ็นคาวานี่

 

ข่าวแทบทุกสำนักรายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกวัยเก๋าที่หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในซัมเมอร์นี้เตรียมตบเท้าเข้ามาเป็นนักเตะ “ปีศาจแดง” ช่วงไม่กี่วันก่อนปิดตลาด ถือเป็นดีลที่แฟนผีหลายคนคาดไม่ถึงเหมือนกันและบรรดา “เร้ด อาร์มี่” ค่อนข้างเสียงแตกกับการคว้าตัวกองหน้ารายนี้ เราลองหยิบแง่บวกดีลนี้มาให้อ่านกัน

1.ยังเป็นเพชฌฆาต

สำหรับ เอดินสัน คาวานี่ ในลีกเอิง ฤดูกาล 2019/20 อาจจะห่างไกลจากคำว่า “ประสบความสำเร็จ” แต่เจ้าตัวยังคงมีความเพชฌฆาตหลงเหลืออยู่ การยิง 4 ประตูจาก 14 นัดที่ลงเล่นถือว่าใช้ได้ทีเดียวสำหรับกองหน้าวัย 33 ปีที่เล่นเต็มเกมแค่ 6 นัด ส่วนอีก 8 นัดที่เหลือคือลงเล่นในช่วงเวลาสั้นๆเมื่อเปแอสเชนำคู่แข่งแบบสบายๆ

นอกจากนี้เขายังมีค่าเฉลี่ยโอกาสยิงประตูใน 90 นาที 4.17 ครั้ง เป็นอันดับ 14 ของลีกเอิงซึ่งมากกว่า เมมฟิส เดอปาย และดิมิทรี ปาเย็ด เสียอีก เชื่อว่า คาวานี่ ยังพอมีของอยู่และคุณภาพการจบสกอร์ของเขาจะเข้ามาเติมเต็มแดนหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขาดหายไป

2.อิกาโล่เวอร์ชั่นอัพเกรด

ความจริงมันไม่ใช่ความผิดของ โอเดียน อิกาโล่ เท่าไหร่นักเนื่องจากเขาถูกเซ็นสัญญามาในชั่วโมงสุดท้ายของตลาดนักเตะเดือนมกราคม เขาชื่นชอบ แมนฯ ยูไนเต็ดและทำผลงานน่าประทับใจเมื่อฤดูกาลที่แล้วซึ่งเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมามันค่อนข้างแน่ชัดว่า อิกาโล่ ยังไม่ตอบโจทย์กองหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด

คาวานี่ อาจจะไม่ได้เติบโตมาพร้อมเป็นแฟน “ผีแดง” เหมือนกับ อิกาโล่ แต่นั่นไม่ได้สำคัญเท่ากับการส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายซึ่ง คาวานี่ พิสูจน์ให้เห็นกับการยิง 200 ประตูใน 301 เกมกลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของ เปแอสเช เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018

ช่วงตอนแรกที่ อิกาโล่ ย้ายมาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” มันกลายเป็นเหมือนปลุกฟอร์มของ มาร์กซิยาล เพื่อให้ยึดตำแหน่งตัวจริง ทว่าต่อมาฟอร์มการเล่นของ อิกาโล่ ดร็อปลงไปพอสมควรและยังขาดความสม่ำเสมอ ดังนั้น คาวานี่ น่าจะเข้ามาช่วยเป็นแรงผลักดันของ มาร์กซิยาล กลับมาเข้าที่อีกครั้ง แน่นอนว่า คาวานี่ จะเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งตำแหน่งนี้รวมถึง มาร์กซิยาล ยังสามารถเรียนรู้เทคนิคการจบสกอร์จากกองหน้าวัยเก๋ารายนี้ได้อีกด้วย

3.ประสบการณ์ลุ้นแชมป์,ชปล.

แชมป์ลีก 6 สมัย, แชมป์ เฟร้นช์ คัพ 4 สมัยและแชมป์เฟร้นช์ ลีก คัพ 5 สมัย รวมถึงแชมป์โคปา อเมริกา กับอุรุกวัยในปี 2011 น่าจะการันตีความสำเร็จของอาชีพค้าแข้งหัวหอกรายนี้ และด้วยการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จอดรอบรองชนะเลิศถึง 3 รายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว คาวานี่ จึงอาจเป็นคำตอบของปัญหานี้

มีนักเตะในทีมไม่มากนักที่มีความเป็นผู้ชนะ ดังนั้นประสบการณ์ของเขาจะช่วยเข้ามาเติมเต็มในจุดนี้ ในวินาทีสำคัญเขาอาจเป็นตัวชี้ขาดรวมถึงอาจสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ด้วย นอกจากนี้ประสบการณ์ในศึกฟุตบอลยุโรป 11 ฤดูกาลที่ผ่านมาของเขาน่าจะมีประโยชน์กับการกลับมาลุย ชปล. ของ “ผีแดง” ฤดูกาลนี้ซึ่งอยู่ในกลุ่ม “กรุ๊ป ออฟ เดธ” รวมถึงต้องเจอกับทีมเก่าของเขาอย่าง เปแอสเช ด้วย

 

เด็กผีพอยิ้มได้ ! คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนยู หลังได้ คาวานี่, เตลเลส

สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงพอใจในระดับหนึ่งที่เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ ก็เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่เพื่อเติมเต็มเกมรุกให้ดุดันมากยิ่งขึ้น โดยงานนี้ "ปีศาจแดง" น่าจะระเบิดฟอร์เก่งเรียกศรัทธากลับคืนมาจากแฟนบอล
    ฤดูกาล 2020/2021 ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่ "ผีแดง" เปิดบ้านโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ถลุงยับไม่นับญาติด้วยสกอร์ 1-6 ทำให้แฟนบอลเริ่มหมดศรัทธาในการคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และการบริหารงานของบอร์ด

    สิ่งสำคัญก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด แทบไม่มีการลงทุนซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ นอกจากคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างไรก็ตามในช่วงเส้นตายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้  "ผีแดง" เดินเครื่องเต็มสูบในการคว้านักเตะใหม่มาเสริมทัพ

    หนึ่งในจุดสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเสริมก็คือกองหลัง เพราะทีมโดนวิจารณ์อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเสียถึง 6 ประตูในเกมเดียว ส่งผลให้ตอนนี้ทีมเสียประตูรวมไปแล้วถึง 11 ลูกทั้งๆ ที่เพิ่มจะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้ไม่กี่เกมเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาคว้าตัว เตลเลส เพื่อเข้ามาเติมเต็มเกมบุกทางตำแหน่งฟูลแบ็กซ้าย เพราะช่วงที่ผ่านมา ลุค ชอว์ กับแบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ผลงานไม่เข้าตา ในขณะที่แนวรุกพวกเขาใร คาวานี่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าฝีเกือกคมในวงการฟุตบอล มาไล่ล่าตาข่ายคู่แข่งด้วยเช่นกัน รวมทั้ง อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง จาก อตาลันต้า (ซึ่งจะย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เดือนมกราคม ปีหน้า)

    ฉะนั้นเมื่อทีมได้นักเตะทั้งสองคนมาเสริมทัพในช่วงเวลานี้ทำให้พวกเขามีโอกาสได้ที่จะส่ง เตลเลส และ คาวานี่ ลงสนามในเกมเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งจะลงดวลกันในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เนื่องจากสองสัปดาห์จากนี้เป็นช่วงพักเบรกทีมชาติพอดิบพอดี

    โซลชา เตรียมที่จะจัดทีมแบบเต็มสูบเพื่อเรียกศรัทธาคืนมาจาก "เด็กผี" ทั่วโลก โดยพร้อมที่จะส่งแข้งใหม่ทั้งสองคนลงสนามทันที สำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา เหมือนเดิม เพราะ "น้าลูกอม" ยังไว้วางใจ โกลทีมชาติสเปน ต่อไปแม้ล่าสุดจะถูกกระซวกไปครึ่งโหลก็ตาม

    ขณะที่แบ็กขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ยังคงยึดตำแหน่งของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับ โดย วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งโดน เอริก ไบยี่ แย่งตำแหน่งในเกมพบ สเปอร์ส จะได้รับความไว้วางใจจาก โซลชา ให้กลับมายื่นคู่กับ แม็กไกวร์ อีกครั้ง

    ส่วน ชอว์ ตอนนี้เจ้าตัวคงรู้สถานภาพของตัวเองว่าไม่น่าจะได้เล่นตัวจริงแล้ว เพราะ เตลเลส ซึ่งย้ายจาก ปอร์โต้ จะได้ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม ขณะที่แผนกองกลางงานนี้ โซลชา ยังไม่เลือก ฟาน เดอ เบ็ค ลงเป็น 11 ตัวจริง และตัดสินใจใช้งาน ปอล ป็อกบา ยืนคู่กับ เนมานย่า มาติช

    ด้าน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะได้ทำหน้าที่ในฐานะเพลย์เมกเกอร์ ส่วน เมสัน กรีนวู้ด หัวหอกลูกรักของ โซลชา กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะถูกจับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้น ด้านหน้าเป้างานนี้ทีมต้องเสีย อองโตนี่ มาร์กซิยาล เนื่องจากติดโทษใบแดง ฉะนั้น คาวานี่ คงจะได้ลงไปทำหน้าที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นเกมแรกของเขานับตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม

    ทั้งนี้ กองหน้าชาวอุรุวัย วัย 33 ปี ไม่ได้ลงสนามอีกเลยนับตั้งแต่ที่ลงเล่นตัวจริงให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เกมชนะ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แฟน "ปีศาจแดง" ไม่ต้องกังวลเพราะนักเตะพยายามฝึกซ้อมส่วนตัวเพื่อรักษาความฟิตอยู่ตลอด

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา

กองหลัง : อเล็กซ์ เตลเลส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า

กองกลาง : เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส

กองหน้า :  มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, เอดินสัน คาวานี่

แมนยูปาดเหงื่อ!หงส์,เสือเล็งปาดหน้าสอย “ซานโช่”

สองยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรป เตรียมเร่งเครื่องเต็มสปีดเพื่อหวังปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า หลังแผนการซบตัก "ผีแดง" ล้มเหลวไม่เป็นท่าในตลาดพ่อค้าแข้งรอบแรกปี 2020
              บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล สองสโมสรยักษ์ใหญ่ในวงการฟุตบอลยุโรป เตรียมปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระชากตัว เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 จากการเปิดเผยของ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังระดับโลก

            "ปีศาจแดง" ไม่เคยปกปิดว่าพวกเขาอยากได้ ซานโช่ จากทัพ "เสือเหลือง" อย่างมาก แต่ติดอยู่แค่ต้นสังกัดของนักเตะต้องการค่าตัวสูงถึง 108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเยอะมากเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานะการเงินแมนฯ ยูไนเต็ด

             อย่างไรก็ตาม "เร้ด เดวิลส์" ยังคาดหวังที่จะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เนื่องจากมีรายงานว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ซึ่งประทับใจในผลงานของ ซานโช่ มานานแล้ว พร้อมที่จะกระชากนักเตะมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

            ส่วนรายละเอียดในรายงานระบุว่า ลิเวอร์พูล เป็นตัวเลือกที่นักเตะชื่นชอบมาตลอด แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ซานโช่ ซึ่งเคยเป็นอดีตเด็กปั้น "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เต็มใจที่จะย้ายไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หากการเจรจาสามารถตกลงกันได้

            ขณะที่ บาเยิร์น เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เนื่องจากมีสตาร์ดังหลายคนของทัพ "เสือเหลือง" มักจะย้ายข้ามฝากไปเล่นให้กับ "เสือใต้" มาแล้วหลายคน โดยเจ้าของทริปเบิลแชมป์ฤดูกาล 2019/2020 เพิ่งจะคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ และ ดั๊กลาส คอสต้า จาก ยูเวนตุส แต่ ซานโช่ เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งของเขาแถมอายุแค่ 20 ปีเท่านั้น

ไล่หมาก-แมนยูแพ้เละคาบ้าน! ซน-เคน ซัดเบิ้ลพาสเปอร์สบุกถล่มไม่ไว้หน้า

"ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มได้สุดห่วยอีกนัดหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร หลังโดน สเปอร์ส บุกมาถล่มเละแพ้คาบ้านด้วยสกอร์ 1-6 เกมนี้ "ผีแดง" ต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 28 ก่อนจะโดนทัพไก่ที่ตัวมากกว่าไล่ถล่มไม่ไว้หน้า ซน ฮึง-มิน ควงแฮร์รี่ เคน เหมาคนละสองเม็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ทัพปีศาจแดงของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนัดล่าสุด บุกไปชนะไบร์ทตันในศึก คาราบาว คัพ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

    โดยเกมในวันนี้จะไม่มี  ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ นำมาโดยกัปตันทีม  แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ได้พักในเกมกับไบร์ทตัน จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งคู่กับ เอริก ไบยี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด

    แผงกองกลางยังคงเป็นชุดประจำนำมาโดย ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช คุมเกมโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำเกมรุก ซึ่งดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องรอโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงต่อไป ริมเส้นเป็น เมสัน กรีนวู้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่วนกองหน้าตัวเป้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เช่นเคย

    ทางฝั่งผู้มาเยือน สเปอร์ส ที่คุมทัพโดย โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าของผีแดง นัดล่าสุดลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ เอาชนะ มัคคาบี้ ไฮฟา ไปแบบถล่มทลาย 7-2

    ทัพไก่เดือยทองไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม จะมีเพียง แกเร็ธ เบล ที่ยังต้องเรียกความฟิต กองกลางใช้  ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, มุสซ่า ซิสโซโก้ และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ โดยแดนหน้าเป็น เอริก ลาเมล่า, แฮร์รี่ เคน  และซน ฮึง-มิน ที่ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ทัน

    เริ่มเกมมาเพียง 30 วินาที แฟนปีศาจแดง ได้เฮกันอย่างรวดเร็ว เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไปโดน ดาวินซอน ซานเชซ เข้าบอลจากด้านหลังในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชี้เป็นลูกจุดโทษให้กับเจ้าถิ่นทันที

    ก่อน บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เปิดสกอร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่เริ่มเกมเพียง 2 นาที

    แต่เพียงแค่นาทีที่ 4 เท่านั้น สเปอร์ส มาทวงประตูคืนอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์บอลกันไม่ขาดเอง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งไม่พ้นเขตอันตราย ก่อนไปกั๊กจังหวะกับ ลุค ชอว์ ที่เบียดกับ เอริก ลาเมล่า ตรงกรอบ 6 หลา ก่อนบอลทะลักมาให้ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ เติมขึ้นมายิงเปรี้ยงเดียวไม่เหลือ ไก่เดือยทอง บุกไล่เจ๊า 1-1

    จากนั้นนาทีที่ 7 แฟนทีมเยือนได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปฟาวส์ แฮร์รี่ เคน ก่อน แฮร์รี่ เคน จากอาศัยจังหวะเล่นเร็ว จ่ายทะลุช่องให้ ซน ฮึง-มิน ใช้ความเร็ววิ่งแซงเอาชนะ เอริก ไบยี่ กับ ลุค ชอว์ ก่อนยกบอลข้ามตัว ดาบิด เด เคอา ไปอย่างเหนือชั้น ให้ สเปอร์ส แซงนำ 2-1 ทำให้เกมนี้ยิงกัน 3 ประตู ตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาทีแรกของเกม
 
     นาทีที่ 19 แฟนผี มีลุ้นได้เสียว เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อย่างสวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดึงจังหวะหลอก แซร์จ ออริเยร์ หนึ่งจังหวะก่อนยิงเต็มข้อ แต่บอลไปชนเสาเต็มๆ อย่างไรก็ตามลูกนี้ แม้จะยิงเข้าแต่ แรชฟอร์ด ก็โดนตีธงล้ำหน้าอยู่ดี

     นาทีที่ 27 ทีมเยือนทำเจ้าถิ่นเสียวไส้อีกครั้ง เมื่อ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู ติดเซฟ ดาบิด เด เคอา จังหวะแรก ก่อนมาเข้าทางปืนของ  เอริก ลาเมล่า กดยิงเต็มๆ ยังดีที่ เอริก ไบยี่ ตามไปบล็อกได้ทัน ทำให้บอลแฉลบออกหลังไป

     จากนั้นนาทีที่ 29 สถานการณ์ของ ปีศาจแดง ยิ่งเลวร้ายกว่าเก่า เมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล  ไปออกมือตบใส่หน้า เอริก ลาเมล่า หลังโดน เอริก ลาเมล่า ชักศอกใส่หน้า ผู้ตัดสิน  แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชูใบแดงให้ มาร์กซิยาล โดยตรงไล่ออกจากสนามทันทีแบบไม่ต้องเช็กวีเออาร์ ส่วน เอริก ลาเมล่า รับแค่ใบเหลือง

     ก่อนนาทีที่ 31 สเปอร์ส มาได้ประตูนำห่าง เมื่อ  เอริก ไบยี่ จ่ายบอลกน้าประตูถูก แฮร์รี่ เคน ตามมาสไลด์ ก่อนบอลจะหลุดมาถึง ซน ฮึง-มิน ปั้นคืนเพื่อนบ้าน จ่ายให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งตามมาแปจ่อๆไม่เหลือ ทีมตราไก่ บุกนำห่าง 3-1

     นาทีที่ 37 ทีมเยือน ยังมาโหด มุสซ่า ซิสโซโก้ จ่ายบอลยาวให้ แซร์จ ออริเยร์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนาม ก่อนเปิดลอดขา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาที่เสาแรกให้ ซน ฮึง-มิน ตามชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ทำให้ สเปอร์ส บุกนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4-1 เป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงวัย 28 ปี พร้อมขึ้นนำดาวซัลโวร่วมกับ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ที่ 6 ประตูเท่ากัน
 
     ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรกจึงเป็น สเปอร์ส บุกนำ  แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ด้วยสกอร์สุดเหลือเชื่อ 4-1
 
    ครึ่งหลัง "ผีแดง" เปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และเฟร็ด ลงไปเล่นแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส และเนมานย่า มาติช ขณะที่ สเปอร์ส ถอดเอา เอริก ลาเมล่า ออกแล้วส่ง ลูคัส มูร่า เล่นแทน

    เกมรับเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้น นาที 51 ต้องมาสังเวยประตูที่ห้า จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก แทงบอลยาวตัดหลังแนวรับมาถึง แซร์จ ออริเยร์ หลุดเข้าไปล่อเป้าซัดบอลผ่าน เด เคอา เสียบมุมเสาไกล ให้ "ไก่เดือยทอง" นำโด่ง 5-1

    เกมรุกของ แมนฯยูฯ ปั้นเกมกันไม่ขึ้นเลย นาที 67 โซลชา เปลี่ยนคนสุดท้าย ส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน เมสัน กรีนวู้ด

    นาที 72 ลูกทีมของ "มูรินโญ่" เกือบได้เม็ดที่หก คราวนี้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนซัดเลียดเสาแรก แต่ยังไม่พ้นมือ ดาบิด เด เคอา ที่ปัดออกหลังไปได้

    นาที 79 ปอล ป็อกบา ไปพลาดท่าทำเสียจุดโทษหลังพุ่งไปสไลด์แต่ด้วยแรงเฉื่อยทำให้ไปเสียบ เบน เดวิส ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะสังหารเข้าไปไม่พลาด และเป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงทีมชาติอังกฤษ พาสเปอร์
สนำโด่งๆถึง 6-1

    จบเกม "ปีศาจแดง" พ่ายเละคาบ้านให้กับ สเปอร์ส 1-6 ทำให้เล่นไป 3 นัดแพ้คาบ้านไป 2 เกม มี 3 คะแนน อยู่อันดับ 16 ส่วน "ไก่เดือยทอง" ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 มี 7 คะแนน

      รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.46) – เมสัน กรีนวู้ด (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.68), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.46), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    
        สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส -แซร์จ ออริเยร์, ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์,เซร์คิโอ เรกีลอน – มุสซ่า ซิสโซโก้, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ (เดเล่ อัลลี่ น.69) – เอริก ลาเมล่า (ลูคัส มูร่า น.46), แฮร์รี่ เคน ,ซน ฮึง-มิน (เบน เดวิส น.73)
 
        ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

แมนยู สโมสรลงทุนนักเตะดาวรุ่งมากที่สุด

เด็กวันนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า !  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ทุ่มเงินในการซื้อนักเตะดาวรุ่งมาร่วมทีมแบบไม่อั้น โดยพวกเขาเชื่อมั่นว่าผู้เล่นเหล่านี้จะเป็นอนาคต และเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด  

เป็นที่รู้กันดีว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในสโมสรที่ผลิตนักเตะเยาวชนขึ้นมาประดับวงการลูกหนังมากมาย และที่โดดเด่นดังคับโลกคงหนีไม่พ้นเหล่าแก๊ง "คลาส ออฟ 92" ได้แก่ เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์, แกรี่-ฟิล เนวิลส์", นิคกี้ บัตต์ และ พอล สโคลส์ ภายใต้การอบรมบ่มนิสัยจากเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

หลังจากหมดยุค "คลาส ออฟ 92" แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงผลิตนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาประดับทีมอย่างต่อเนื่องอย่างเช่น แดนนี่ เวลเบ็ค, อัดนาน ยานาไซ, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และอีกหลายๆ คน รวมทั้ง ปอล ป็อกบา (ย้ายไปดังกับ ยูเวนตุส) แม้ว่าจะไม่ดังไม่ปังเท่ากับรุ่นพี่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่า "ผีแดง" ยังคงให้ความสำคัญกับดาวรุ่งอยู่เสมอ

สำหรับเรื่องการวางรากฐานให้กับสโมสรเป็นสิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามทำมาตลอด ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาจึงพร้อมที่จะทุ่มเงินคว้านักเตะดาวรุ่งมาร่วมทีม นั่นจึงทำให้ "เร้ด เดวิลส์" เป็นทีมที่ลงทุนกับนักเตะวัยละอ่อนมากที่สุดในปัจจุบัน
    
แมนฯ ยูฯ ตัดสินใจทุ่มเงินซื้อ อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง วัย 18 ปีจาก อตาลันต้า มาร่วมทัพด้วยค่าตัวเบื้องต้น 18 ล้านปอนด์ (ราว 684 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามค่าตัวของนักเตะจะพุ่งไปถึง 37 ล้านปอนด์ (ราว 1,406 ล้านบาท) เลยทีเดียว นอกจากพวกเขายังคว้าตัว ฟากุนโด้ เปยิสตรี ปีกดาวรุ่งจาก คลับ แอตเลติโก เปนารอล มาเสริมทัพด้วย โดย ดาวเตะวัย 18 ปี มีศักยภาพที่พร้อมที่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ได้เลย

ลาผีแดงถาวร!โรม่าปิดดีลคว้าสมอลลิ่งจากแมนยู

อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการแล้ว… คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังร่างใหญ่ โยกซบ อาแอส โรม่า เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 15 ล้านยูโร

อาแอส โรม่า สโมสรชั้นนำแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ทำการคว้าตัว คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี

ถือเป็นการกลับมาค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก อีกครั้งสำหรับ สมอลลิ่ง แต่หนนี้เป็นการย้ายแบบถาวร หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วย้ายมาเล่นให้ โรม่า แบบสัญญายืมตัว และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยลงเล่นรวมทุกรายการ 37 นัด ทำได้ 3 ประตู

สำหรับค่าตัวของ ปราการหลังร่างใหญ่วัย 30 ปี ตามรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) บวกออปชั่นตามเงื่อนไขต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

 

 

แมนยูส่ง “มาร์กซิยาล-แรชฟอร์ด” ผนึกหลอนรับสเปอร์สที่มี “เคน” พร้อมปิดสกอร์

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังคว้าชัยต่อเนื่องโดย อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมลงประสานคมล่าตาข่าย เกมรับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่ แฮร์รี่ เคน ยังคงเป็นแม่ทัพแดนหน้าพังประตู ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 22.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   สเปอร์ส
ถ่ายทอดสด
 :  True Premier HD1 (เวลา : 22.30 น.)

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ทัพปีศาจแดงของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนัดล่าสุด บุกไปชนะไบร์ทตันในศึก คาราบาว คัพ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ 

    โดยเกมในวันนี้จะไม่มี  ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ นำมาโดยกัปตันทีม  แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ได้พักในเกมกับไบร์ทตัน จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งคู่กับ เอริก ไบยี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด แผงกองกลางยังคงเป็นชุดประจำนำมาโดย ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช คุมเกมโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำเกมรุก ซึ่งดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องรอโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงต่อไป ริมเส้นเป็น เมสัน กรีนวู้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่วนกองหน้าตัวเป้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เช่นเคย

    ทางฝั่งผู้มาเยือนสเปอร์ส ที่คุมทัพโดย โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าของผีแดง นัดล่าสุดลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ เอาชนะ มัคคาบี้ ไฮฟา ไปแบบถล่มทลาย 7-2 

    โดยทัพไก่เดือยทองไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม จะมีเพียง ซน ฮึง-มิน และ แกเร็ธ เบล ที่ยังต้องเรียกความฟิตและทั้งคู่จะกลับมาได้หลังเบรคทีมชาติในกลางเดือนนี้ ส่วนแกนหลักคนอื่นๆพร้อมลงสนามนัดนี้ทั้งหมด

    อูโก้ โยริส ที่ได้พักในเกมยูโรป้า จะได้กลับมาลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยมี  ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์ และ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ยืนคุมแผงหลัง กองกลางใช้  ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจวานี่ โล เซลโซ่ และ แฮร์รี่ วิงค์ส โดยมีหน้าคู่เป็น ลูกัส มูร่า และแฮร์รี่ เคน


รายชื่อผู่เล่นที่คาดว่าจะสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา-อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์-ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช-เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด-อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    สเปอร์ส (3-5-2) : อูโก้ โยริส-ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์- เซร์คิโอ เรกีลอน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจวานี่ โล เซลโซ่, แฮร์รี่ วิงค์ส, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ – ลูกัส มูร่า, แฮร์รี่ เคน
    ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

    ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

20/06/20    พรีเมียร์ลีกสเปอร์ส 1 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 
05/12/19    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ยูไนเต็ด 2 – 1 สเปอร์ส 
25/07/19    กระชับมิตรสเปอร์ส 1 – 2 แมนฯ ยูไนเต็ด 
13/01/19    พรีเมียร์ลีกสเปอร์ส 0 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด 
28/08/18    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ยูไนเต็ด 0 – 3 สเปอร์ส 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด 

30/09/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 (เยือน) ลีก คัพ
26/09/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
23/09/20 ชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 (เยือน) ลีก คัพ 
19/09/20 แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน) กระชับมิตร 

สเปอร์ส 
01/10/20 ชนะ มัคคาบี้ ไฮฟา 7-2 (เหย้า) ยูโรปา ลีก 
29/09/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ
27/09/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ สเคนดิย่า 3-1 (เยือน) ยูโรปา ลีก 
20/09/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

 

อยู่หรือไปเดี๋ยวได้รู้ ! 7 เกมสำคัญที่อาจชี้ชะตาอนาคต โซลชา

อนาคตของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในการนั่งกุมบังเหียนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มสั่นคลอนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงต้นฤดูกาล 2020/2021 โดยพวกเขาแพ้ไปแล้ว 2 เกมจาก 3 แมตช์ที่ลงสนาม ที่สำคัญยังเป็นการพ่ายยับคาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมกับฟอร์มที่ไม่ดีเอาซะเลย
    "น้าลูกอม" เหมือนโดนฟ้ากลั่นแกล้งเพราะผลงานที่ว่าย่ำแย่ในเวลานี้ แถมยังมาโดนโปรแกรมที่แสนโหดเหลือเกิน เพราะหลังจากที่หมดช่วงพักเบรกทีมชาติ ทัพ "ปีศาจแดง" มีคิวต้องลงเล่นในแมตช์ที่ต้องบอกว่าสุดหิน เนื่องจากแต่ละทีมที่จะเจอออกไปทางแกร่งเลยทีเดียว

    จากผลงานในเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 ตามด้วยการโดน "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไล่ต้อนยับ 1-6 ทำให้ขาเก้าอี้ของ โซลชา เริ่มออกอาการโคลงเคลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ "เร้ด เดวิลส์" เริ่มมีกระแสข่าวลือเรื่องการทาบทาม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กับ มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เข้ามารับเผือกร้อนแทน

    การที่มีรายงานว่าบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามติดต่อ 2 กุนซือชั้นยอดที่ยังว่างงานในเวลานี้ เพราะพวกเขาดูเหมือนจะพยายามเตรียมแผนสำรอง เนื่องจาก "ปีศาจแดง" กำลังมีโปรแกรมที่น่าเป็นห่วงมาก 7 แมตช์ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตของ โซลชา ก็ว่าได้

    สำหรับโปรแกรม 7 พิฆาตผ่าอนาคต "น้าลูกอม" ว่าจะอยู่หรือไป โดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสัปดาห์นี้เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปเยือน "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์ เจมส์ พารค์ ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ โดยการที่แมตช์นี้ยังคงต้องเล่นแบบไม่มีกองเชียร์ อาจจะทำให้นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ขาดแรงกระตุ้น และความมั่นใจไปบ้าง

     หลังจากจากนั้นก็ต้องเดินทางไปยังกรุงปารีส เพื่อปะทะกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งตอนนี้ต้องยอมรับว่า "เปแอสเช" เป็นทีมที่แข็งแกร่ง แมนฯ ยูฯ และคงทำให้ ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้องเจอกับงานสุดหินในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม  เอช

     แม้ว่าหลังจากไปเยือนเมืองหลวงดินแดนน้ำหอมแล้ว พวกเขาจะกลับมาเฝ้า "โรงละครแห่งความฝัน" ในเกมพรีเมียร์ลีก แมตช์ต่อไปก็ตาม แต่คู่แข่งดันเป็น "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่อุดมไปด้วยนักเตะฝีเท้าระดับพระกาฬแถมฟอร์มกำลังดีวันดีคืน งานนี้คงทำให้ โซลชา ต้องเตรียมทีมให้ดี ไม่งั้นอาจจะเกิดโศกนาฎกรรมคาบ้านแบบย่อยยับเหมือนตอนที่รับมือ สเปอร์ส

    โปรแกรมต่อไปคือการไปพบกับ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรที่ฟอร์มแรงมากๆ และได้เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องวางแผนมาให้รัดกุม แต่อย่างน้อยๆ การเล่นในบ้านน่าจะทำให้พวกเขาพอจะอุ่นใจได้บ้าง

    หลังจากรับมือกับ ไลป์ซิก แล้ว โซลชา ยังต้องเจอกับงานสุดหินอีกแมตช์เมื่อต้องดวลกับ อาร์เซน่อล ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แน่นอนว่าตอนนี้ "เดอะ กันเนอร์ส" ภายใต้การกุมบังเหียนของ มิเกล อาร์เตต้า กำลังฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆ แถมยังได้แชมป์มาแล้ว 2 รายการ (เอฟเอ คัพ กับ คอมมิวนิตี้ ชิลด์) ทำให้พวกเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ที่สำคัญผลงานในลีกช่วงต้นซีซั่นก็ดูดีมีอนาคต

     ฟอร์มของ อาร์เซน่อล ในเกมลีกค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมื่อพวกเขาเก็บชัยชนะได้ 3 เกมจาก 4 แมตช์ โดยเกมที่แพ้ก็เกิดขึ้นในการปะทะกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า ที่สนามแอนฟิลด์ ที่สำคัญฟอร์มในแมตช์นั้น "เดอะ กันเนอร์ส" เล่นได้ดีเยี่ยม แต่สู้ความเฉียบของเจ้าบ้านไม่ได้เท่านั้นเอง

    หลังจากจบเกมรับมือ "ไอ้ปืนใหญ่" แล้ว โซลชา แทบไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอะไรมากนัก เนื่องจากเขาจะต้องนำลูกทีมบินทะยานฟ้าไปยังประเทศตุรกี เพื่อพบกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ซึ่งเป็นสโมสรที่คว้าแชมป์ลีกดินแดนไก่งวง ซีซั่นที่ผ่านมา ฉะนั้นนี่ไม่ใช่งานง่ายๆ สำหรับ แมนฯ ยูฯ ที่สำคัญตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตุรกีเป็นดินแดนที่สร้างปัญหาให้กับทัพ "ผีแดง" อยู่บ่อยๆ ซะด้วย

     นอกจากนี้ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ยังมีนักเตะหลายคนที่ผ่านการเล่นในพรีเมียร์ลีก อย่างเช่น เดมบา บา, นาเซอร์ ชาดลี่, มาร์ติน สเคอร์เทล และ ราฟาเอล ดา ซิลวา ซึ่งแน่นอนว่านักเตะเหล่านี้ย่อมมีประสบการณ์ในการเจอกับ แมนฯ ยูฯ มาแล้ว และน่าจะมีประโยชน์เมื่อต้องสู้กับพวกเขาอีกครั้ง

     ตบท้ายแมตช์ที่สำคัญมากๆ ซึ่งไม่รู้ว่า โซลชา จะยังได้นั่งอยู่ในเก้าอี้กุนซือ "ปีศาจแดง" หรือไม่ แต่หากยังอยู่เกมนี้ถือว่าสุดหินจริงๆ เพราะทีมจะต้องไปเยือน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ที่กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงเก็บชัยชนะ 4 เกมรวดในลีก รั้งตำแหน่งจ่าฝูงในเวลานี้

    เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ เล่นได้อย่างดุดันในเกมรุก และรัดกุมในเกมรับ ฉะนั้นนี่ถือเป็นงานที่เปรียบเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขาสำหรับ โซลชา จริงๆ และเขาต้องพยายามวางแผนให้ดีที่สุดในการสู้กับกึ๋นของ "คาร์เล็ตโต้"


 

    แน่นอนว่า หลังเกมพักเบรกทีมชาติ หาก โซลชา สามารถนำทีมทำผลงานได้ดีพร้อมกับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น ก็ถือว่าเหมาะสมที่จะได้อยู่ยื้ออนาคตกับต้นสังกัดต่อไป

    แต่หากเจ้าตัวทำไม่ได้ คงต้องมาลุ้นกันว่าบอร์ดบริหารจะยอมอดทนและให้โอกาสเขาอีกต่อไปไหน เพราะการที่จะปลุกปีศาจต้องใช้ปีศาจ อาจจะไม่ใช่คำตอบ (อีกต่อไป) !!!??!! ว่าซั่น……

ห่วยทุกตำแหน่ง! ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมสปอร์สยำใหญ่คาบ้าน

ถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่ายแพ้คาบ้านต่อ สเปอร์ส ถึง 6-1 เกมนี้แข้ง "ผีแดง" ครบสูตรคำว่า "ย่ำแย่" โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่ปล่อยให้คู่แข่งถลุงตาข่ายง่ายอีกแล้ว นอกจากนี้แนวรุกยังมาโดนใบแดงตอกย้ำอีกด้วย และนี่คือผลสอบของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนี้

ดาบิด เด เคอา 4

ไม่ได้แย่เหมือนแผงหลังที่อยู่หน้าเขาแต่ก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการเสีย 6 ประตูจากการยิงตรงกรอบ 8 ครั้งในเกมนี้ โดยเฉพาะลูกที่โดน ซน ฮึง-มิน ยิงลอดขา

อารอน วาน-บิสซาก้า 4

อาจจะเป็นคนที่ผิดพลาดน้อยที่สุดในแผงหลัง มีการทำถึง 4 แท็กเกิ้ล แต่ก็เจองานหนักในการประกบ ซน ที่มีความเร็วในลูกสวนกลับ ไม่ได้ทำประโยชน์มากนักเมื่อมีบอลอยู่กับตัว

เอริก ไบยี่ 2

มีโอกาสได้ลงเล่นตัวจริงแทนที่ ลินเดอเลิฟ แล้วแต่คว้าโอกาสไม่ได้ ลูกที่ 2 เขามัวแต่เหม่อจนตาม ซน ฮึง-มิน ไม่ทัน ขณะที่ลูกที่สามรับไปเต็มเนื่องจากจ่ายพลาดหน้าปากประตู

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 3

ความผิดพลาดของเขาทำให้ทีมเสียประตูตีเสมอเร็วจนโมเมนตัมเปลี่ยน ยังเป็นคนที่เข้าบอลโฉ่งฉ่างจนเสียฟรีคิกและเสียประตูที่สองด้วย

ลุค ชอว์ 2

กลายเป็นบ่อน้ำมันรูเบ้อเร่อของเกมนี้ ทั้งการยืนตำแหน่งที่ผิดพลาดไปหมดจน สเปอร์ส ขึ้นเกมรุกแบบขวาผ่านตลอด รวมถึงมีส่วนกับการเสียประตูทั้งหลายลูก

ปอล ป็อกบา 4

ไม่ได้สร้างอิมแพ็คกับเกมรุกเลยแถมยังทำเสียบอลถึง 13 ครั้งเลยทีเดียว เข้าแท็กเกิ้ลพลาดจนทำเสียจุดโทษแบบง่ายๆ

เนมานย่า มาติช 3

แทบจะตามเกมรุกของสเปอร์สไม่ทัน ไม่ได้ทำแท็กเกิ้ลหรือตัดบอลแม้แต่ครั้งเดียวในครึ่งแรก

เมสัน กรีนวู้ด 4

ทำสุดความสามารถของเขา แต่ช่วยเกมรุกได้น้อย โอกาสง้างเท้านับครั้งได้

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 5.5

    อุตส่าห์ยิงจุดโทษให้ทีมขึ้นนำเร็วแท้ๆ แต่พอทีมเสียประตูตีเสมอและเสียโมเมนตัมบทบาทก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด 4

มีโอกาสหลุดไปยิงชนเสาแต่เป็นจังหวะล้ำหน้าและก็แทบไม่มีบทบาทกับเกมเนื่องจากบอลไปไม่ถึงเขามากนักโดยเฉพาะครึ่งหลังที่โดนจับโยกไปเล่นกองหน้า

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 3

เรียกจุดโทษให้กับทีมได้สำเร็จแต่เรื่องดีของเขาทั้งเกมมีแค่นั้น อาจจะไม่แฟร์นักที่โดนใบแดงอยู่คนเดียว แต่ต้องยอมรับว่าเป็นบทเรียนสำคัญของเจ้าตัวไม่ให้ใช้อารมณ์มากเกินไป

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เฟร็ด 4 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.46)

ถูกส่งมาเพื่อให้แดนกลางเข้าที่มากขึ้นแต่สุดท้ายไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่นัก แถมจ่ายขึ้นหน้าพลาดหลายครั้ง

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 4 (ลงมาแทน เนมานย่า มาติช น.46)

ไม่ต่างจาก เฟร็ด เนื่องจากไม่ได้ช่วยแดนกลางให้ดีขึ้น

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค 5 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.68)

ลงมาเล่นทางฝั่งขวาแต่ได้บอลค่อนข้างน้อย

 

แมนยูจัดสำรองย้ำแค้น! “ฟาน เดอ เบ็ค” ตัวจริงลุ้นยิงถิ่นไบรท์ตันศึกคาราบาวคัพ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมส่งแข้งสำรองลงยกทีมโดย ฟาน เดอ เบ็ค พร้อมลงลุ้นปิดสกอร์เกมเยือนถิ่น ไบรท์ตัน ทั้งคู่พบกันก่อนหน้าในเกมลีกมาแล้วเป็นฝั่งผีแดงที่เฉือนชัยไปได้ ลุ้นระทึก ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 4 วันพุธที่ 30 ก.ย. ศกนี้ (เวลา : 01.45 น.)
ปรีวิวฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 4
วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 (เวลา : 01.45 น.)
ไบร์ทตัน (พรีเมียร์ลีก)   –   แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

    ไบร์ทตัน เพิ่งเปิดบ้านพ่ายให้กับ แมนฯยูไนเต็ด 2-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ส่วนในรายการนี้พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการบุกไปเอาชนะ เปรสตัน 2-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว

    ความพร้อมในเกมนี้ของเจ้าบ้านยังคงไม่มี อีฟส์ บิสซูม่า ที่ติดโทษแบน รวมทั้ง โฮเซ่ อิซเกียร์โด้ และ ฟลอริน อันโดเน่ ยังคงโดนอาการบาดเจ็บนบกวนไม่พร้อมลงสนาม

    คาดว่า เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือชาวอังกฤษ จะมีการปรับทัพเช่นเดียวกันกับรอบที่แล้ว ถึงแม้ว่าเกมนี้จะเจอกับคู่แข่งอย่าง ปีศาจแดง ก็ตาม นำทัพโดย นีล โมเปย์ ที่ทำให้ทีมเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกมหลังจากที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งบอลไปโดนมือของดาวยิงชาวฝรั่งเศส ซึ่งนำมาสู่ประตูชัยของ เร้ด เดวิลส์ ในที่สุด รวมทั้งในแผงหลังก็ยังมี ลูอิส ดังค์ ปราการหลังตัวเก่ง ที่ยืนเป็นหัวใจในเกมรับ

    ทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นฝ่ายพลิกคว้าชัยเหนือนกนางนวลแบบดราม่าสุด ๆ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบนี้หลังบุกไปถล่ม ลูตัน ทาวน์ 3-0

    สภาพทีมในเกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ จะหมุนเวียนให้ผู้เล่นบางคนได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, เอริก ไบยี่, โอเดี่ยน อิกาโล่ รวมถึง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ยังไม่ได้ลงเล่นในเกมลีกครบ 90 นาที แต่ได้ออกสตาร์ตในเกมบอลถ้วยรอบก่อน

    ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตู อดีตผู้จัดการทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ จะส่ง ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสาแทนที่ของ ดาบิด เด เคอา ขณะที่ อักเซล ตวนเซเบ้ และ ฟิล โจนส์ ยังคงพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่ในเวลานี้

   
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ไบรท์ตัน (4-2-3-1) : เจสัน สตีล – โยเอล เฟลท์มัน, แดน เบิร์น, ลูอิส ดังค์, แบร์นาร์โด้ – ดาวี่ พร็อปเปอร์, แม็กซ์ แซนเดอร์ส – อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์, ปาสกาล กรอสส์, อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ – นีล โมเปย์
    ผู้จัดการทีม : เกรแฮม พ็อตเตอร์

    แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดีน เฮนเดอร์สัน – ดีโอโก้ ดาโลต์,  เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – เฟร็ด, เนมานย่า มาติช – แดเนียล เจมส์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, เจสซี่ ลินการ์ด – โอเดียน อิกาโล่
    ผู้จัดการทีม :  โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : เกรแฮม สกอตต์