เคยกินข้าวกับปธ.!เผยโปเช็ตติโน่เต็ง1คุมบาร์ซ่า

อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นเต็งจ๋าที่จะได้คุม บาร์เซโลน่า โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปกินข้าวเย็นกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บิ๊กบอส "อาซูลกราน่า" แถมทั้งคู่ยังติดต่อกันบ่อยๆ ด้วย

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือว่างงานคนดัง เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน โดยเขาเคยกินมื้อเย็นกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ไปหมาดๆ ด้วย ตามรายงานของ อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    อนาคตของ กีเก้ เซเตียน กุนซือคนปัจจุบันของ บาร์เซโลน่า เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวังจนอดได้แชมป์ลีก และล่าสุดสถานการณ์ของ เซเตียน ก็ย่ำแย่ลงไปอีก จากการที่ทีมของเขาแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    แม้ว่า โปเช็ตติโน่ จะเคยให้สัมภาษณ์ในเชิงว่าขอยอมไปทำนาดีกว่าจะไปคุม บาร์เซโลน่า หรือ อาร์เซน่อล ที่เป็นคู่ปรับของ เอสปันญ่อล กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเป็นทีมที่เขาเคยรับงานให้ แต่ไม่นานมานี้เจ้าตัวชี้แจงว่าตอนนั้นให้สัมภาษณ์แบบนั้นเพราะอยากยุติข่าวลือเท่านั้น ไม่ได้ทำไปเพื่อที่จะดูหมิ่นทีมไหนแต่อย่างใด จนทำให้ดูเหมือนเป็นการปูทางที่จะไปรับงานกับ บาร์เซโลน่า หลังจากเจ้าตัวมีข่าวกับการเป็นกุนซือของทีมดังแห่งถิ่น คัมป์ นู อย่างต่อเนื่อง

    อาร์เอซี 1 เสริมว่าที่จริง โปเช็ตติโน่ กับ บาร์โตเมว มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากๆ โดยพวกเขาติดต่อกันบ่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม บาร์โตเมว ก็จะได้อยู่ในตำแหน่งตามวาระอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น ทำให้ถ้าเกิด โปเช็ตติโน่ มารับงานกับ บาร์เซโลน่า จริงๆ มันก็อาจจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะได้คุมทีมในระยะยาว

ใจไปแล้ว!ซาร์รับสนใจย้ายเล่นให้ลิเวอร์พูล

อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด เปิดอก สนใจไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล เหมือนกัน แต่เสริมว่าไม่มีปัญหาที่จะเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ถ้าหากต้นสังกัดไม่ขายตน
    อิสไมล่า ซาร์ ปีกตัวเก่งของ วัตฟอร์ด สโมสรที่เพิ่งตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เปิดเผยว่าตนสนใจที่จะย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล โดยบอกว่านักเตะทุกคนต่างก็อยากไปเล่นให้ "หงส์แดง" กันทั้งนั้น

    แม้ว่าในฤดูกาล 2019-20 วัตฟอร์ด จะทำผลงานได้น่าผิดหวังจนต้องตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก แต่ฟอร์มส่วนตัวของ ซาร์ อยู่ในระดับที่น่าพอใจจนทำให้ลือกันว่ามีหลายทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่อยากได้เขาไปร่วมทัพ และว่ากันว่า ลิเวอร์พูล เป็นเต็ง 1 ในเรื่องดังกล่าว โดย ซาร์ สนิทกับ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล มากๆ ด้วย หลังจากทั้งคู่เป็นคนเซเนกัลเหมือนกัน และ ซาร์ ยังเคยพูดเองว่า มาเน่ เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเขา

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ ซาร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ ซานส์ ลิมิเตส สื่อของเซเนกัล โดยเขาโดนถามเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจในตัวเขาอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ทุกคนต่างก็อยากไปเล่นที่นั่นกันทั้งนั้น ฤดูกาลนี้พวกเขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ส่วนซีซั่นก่อนก็ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ในลีกอังกฤษก็มีทีมที่ยอดเยี่ยมอีกหลายทีมน่ะนะ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเกิดผมจะย้ายออกจากทีมแล้วล่ะก็ ผมก็หวังว่ามันจะเป็นการไปอยู่กับทีมที่ดีล่ะนะ ตอนนี้มันยังเป็นแค่การคาดเดากันไปเองเท่านั้น"

    แข้งวัย 22 ปี เสริมว่าตนไม่มีปัญหาแต่อย่างใดที่จะอยู่ช่วย วัตฟอร์ด ต่อไป หากสุดท้ายแล้ว "แตนอาละวาด" ตัดสินใจที่จะไม่ขายตน "ผมยังเหลือสัญญากับ วัตฟอร์ด อยู่อีกหลายปี หรือถ้าจะพูดให้ถูกเลยก็คือเหลืออีก 4 ปีน่ะนะ ถ้าเกิด วัตฟอร์ด อยากให้ผมอยู่กับทีมต่อแล้วล่ะก็ ผมก็ยินดีที่จะเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เรื่องที่ผมจะได้ย้ายทีมรึเปล่าน่ะนอกจากจะขึ้นอยู่กับผมเองแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องปกติที่เป็นอย่างนั้น"

เชลซีพร้อมให้ค่าเหนื่อยก้อนโตล่อเฮนเดอร์สัน

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เชลซี ยินดีที่จะประเคนค่าเหนื่อยให้ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวาร แมนฯ ยูไนเต็ด มากถึง 170,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้เขาเป็นคนที่ได้ค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของทีมทันที
    เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมให้ค่าเหนื่อย ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สัปดาห์ละ 170,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.8 ล้านบาท) เพื่อโน้มน้าวให้เขาย้ายมาอยู่กับทีม ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    "สิงโตน้ำเงินคราม" ตกเป็นข่าวกับนายทวารหลายคนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านชาวสแปนิชทำผลงานได้น่าผิดหวังจนลือกันว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษตัดสินใจแล้วว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนตำแหน่งคนเฝ้าเสา ซึ่ง เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในคนที่มีข่าวกับ เชลซี มากที่สุด หลังจากเขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในตอนไปเล่นให้ทีมดังกล่าวด้วยสัญญายืมตัว แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะได้เป็นมือ 1 ของ "ปีศาจแดง" ในซีซั่นหน้ารึเปล่า จนทำให้อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

    ถึงแม้ว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้ เฮนเดอร์สัน ต่อสัญญากับทีม หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันจะหมดลงในอีกราว 2 ปี แต่ว่ากันว่านายด่านวัย 23 ปีจะไม่ยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่นอกจาก โซลชา รับปากว่าเขาจะได้เป็นมือ 1 ของทีมในซีซั่นหน้า ซึ่งจนถึงตอนนี้นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ก็ยังไม่ได้ให้สัญญาในเรื่องนั้น เพราะเขายังมองว่า ดาบิด เด เคอา ควรได้เป็นตัวจริงต่อไป

    ถ้าหาก เชลซี ยอมทุ่มค่าเหนื่อยให้ เฮนเดอร์สัน 170,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์จริงๆ มันก็จะทำให้เขากลายเป็นคนที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของทีมทันที เพราะเชื่อกันว่าคนที่ฟันค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของ เชลซี ในตอนนี้คือ เกปา กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ได้เงินคนละ 150,000 ปอนด์ (ประมาณ 6 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดย เดอะ มิร์เรอร์ เสริมว่าค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) อาจจะเพียงพอต่อการทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อย เฮนเดอร์สัน ด้วย

เชลซีมั่นใจได้ฮาแวร์ทซ์แม้ปิ๋วตั๋วชปล.-เล็งเสริมหลังบ้านอีกเพียบ

เดลี่ เมล์ สื่อจากประเทศอังกฤษ เผยว่า เชลซี มั่นใจว่าต่อให้ทีมพลาดโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ยังจะได้ตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ สตาร์ดังจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แน่นอน รวมถึงเล็งเสริมผู้เล่นเกมรับอีกหลายราย

    เชลซี ตกเป็นข่าวกับ ไค ฮาแวร์ทซ์ อย่างหนักในระยะหลัง โดยทางสโมสรเองก็มั่นใจว่าจะคว้าดาวเตะวัย 21 ปีเข้ามาร่วมทัพเพื่อประสานงานกับ ติโม แวร์เนอร์ กับ ฮาคิม ซิเย็ค สองแข้งใหม่ในซีซั่นหน้าได้แน่นอน ถึงต่อให้ไม่ได้โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ตาม โดยคาดว่าค่าตัวของ ฮาแวร์ตซ์ อยู่ที่ระดับ 90 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท

    อย่างไรก็ตาม เรื่องเกมรับเป็นอีกหนึ่งปัญหาของเชลซี โดยทางเดลี่เมล์ ระบุว่า เชลซี วางตัว เดแคลน ไรซ์ เป็นทางเลือกแรก โดยจะปรับตำแหน่งจากมิดฟิลด์ตัวรับเป็นปราการหลังตัวเลาง นอกจากนี้ยังมีชื่อของ นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ วิงแบ็กอาร์เจนไตน์ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่คาดว่าเป็นทางเลือกรองจาก เบน ชิลเวลล์ ที่มีค่าตัวสูงถึง 70 ล้านปอนด์

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของตำแหน่งผู้รักษาประตู "สิงห์บลูส์" ยังให้ความสนใจ ยาน โอบลัค นายด่านจาก แอต.มาดริด ที่มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 109 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,400 ล้านบาท เพื่อเข้ามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลากา มือหนึ่งคนปัจจุบันที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง

โหดจริงไม่ติงนัง ! บีจีเผยสถิติสุดทึ่ง ‘โค้ชโอ่ง’ ตั้งแต่เข้ามาคุมทีม

สโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดเผยสถิติกุนซือคนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรที่อยู่คุมทีมครบ 1 ฤดูกาล สำหรับ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน หลังเฮดโค้ชวัย 50 ปี เข้ามารับงานในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม เมื่อฤดูกาล 2019 กับภารกิจพาทัพ "เดอะ แรบบิท" กลับคืนสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง

    โดย "โค้ชโอ่ง" ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการพาต้นสังกัดเดินหน้าเก็บแต้มพร้อมกับคว้าแชมป์ไทยลีก 2 ได้แบบไร้คู่แข่ง พร้อมกับสร้างสถิติไว้อย่างมากมายในฤดูกาลดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น เก็บคะแนนได้มากที่สุด (78 คะแนน) ยิงประตูได้มากที่สุด (76 ประตู) เสียประตูน้อยที่สุด (27 ประตู)

    นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจคือผลงานการคุมทีมของ "โค้ชโอ่ง" ดุสิต เฉลิมแสน ที่ทำไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยนับตั้งแต่ฤดูกาล 2019 จนถึง 4 นัดที่ผ่านมาของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด "โค้ชโอ่ง" คุมทีมไปทั้งสิ้น 45 นัด โดยเป็นผลงานในซีซั่น 2019 ทั้งหมด 41 นัดรวมทุกรายการ และปี 2020 อีก 4 นัด

    สำหรับตลอดทั้ง 45 นัด ในการคุมทัพ "เดอะ แรบบิท" ของ "โค้ชโอ่ง" ชนะ 32 นัด เสมอ 7 และแพ้ไปเพียง 6 นัด เท่านั้น หรือคิดเป็น 71.1 % ยิงประตูได้ 112 ประตู และเสีย 33 ประตู อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือช่วงเวลาที่ทีมมักจะทำประตูได้มากที่สุดหรือเรียกว่า "ดุสิตไทม์" คือช่วงเวลาระหว่างนาทีที่ 76-90 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวขุนพล "เดอะ แรบบิท" ทำได้ถึง 26 ประตูเลยทีเดียว

แนวรุกจัดเต็ม!คาดการณ์11ตัวจริงอาร์เซน่อลฉะเชลซีเกมชิงดำเอฟเอคัพ

 "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล จ้าวแห่งถ้วย เอฟเอ คัพ มุ่งมั่นอย่างมากที่จะคว้าแชมป์สมัยที่ 14 ให้ได้ หลังจากที่ฤดูกาลนี้มีผลงานน่าผิดหวังในศึก พรีเมียร์ลีก โดยค่ำคืนนี้พวกเขามีคิวลงเตะเกมรอบชิงชนะเลิศกับคู่ปรับร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เชลซี ซึ่งนอกจากมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพันแล้ว เรื่องของศักดิ์ศรีก็สำคัญเช่นกัน คงไม่มีฝ่ายใดยอมกันง่ายๆ แน่นอน และนี่คือการคาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทางฝั่ง "เดอะ กันเนอร์ส" สำหรับแมตช์นี้ โดยอ้างอิงจาก Evening Standard สื่อดังของอังกฤษ (ระบบ 3-4-3)

 – ผู้รักษาประตู : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
  ถึงแม้ แบร์นด์ เลโน่ นายทวารมือหนึ่ง กลับมาลงซ้อมได้เรียบร้อย แต่เกมนี้ มาร์ติเนซ น่าจะได้รับโอกาสจากกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ให้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงต่อ หลังจากที่ทำผลงานได้ดี 

 – แนวรับ : ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์
  ด้วยการที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จำเป็นต้องพักแข้งยาว เพราะมีปัญหาบาดเจ็บที่ต้นขาขวา ทำให้ โฮลดิ้ง น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในแผงแนวรับสามตัว ร่วมกับ ลุยซ์ และ เทียร์นี่ย์ ที่ต่างทำผลงานได้อย่างสุดยอดในเกมรอบรองฯ ที่ปราบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0

 – แดนกลาง : เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส
  เซบายอส กับ ชาคา น่าจะจับคู่ตรงกลาง โดยฝั่งขวาเป็นหน้าที่ของ เบเยริน ส่วนทางซ้ายมี เมตแลนด์-ไนล์ส กับ บูกาโย่ ซาก้า เป็นสองทางเลือก แต่รายแรกน่าจะได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริง หลังทำผลงานได้ดีในเกมรอบตัดเชือก

 

 – แนวรุก : นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองดร์ ลากาแซ็ตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง
  สามประสานแนวรุกคงหนีไม่พ้นจากสามคนนี้ โดย เปเป้ กับ โอบาเมยอง เล่นเป็นตัวริมเส้น ส่วน ลากาแซ็ตต์ ยืนเป็นหน้าเป้า

กลับอังกฤษ!เผยทีมชปช.สนดึงเจอร์ราร์ดนั่งเก้าอี้กุนซือ

เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ตีข่าว สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือ เรนเจอร์ส กำลังตกเป็นเป้าหมายของ สตีฟ แลนส์ดาวน์ เจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ หลังจากที่ บริสตอล เพิ่งสั่งเด้ง ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
    สตีฟ แลนส์ดาวน์ มหาเศรษฐีและเจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ สโมสรในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังเล็งที่จะดึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส สโมสรในศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ตามรายงานของ เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    แลนส์ดาวน์ เพิ่งสั่งปลด ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังจนถึงขั้นไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกัน โดยพอ จอห์นสัน โดนเด้งออกจากตำแหน่ง บริสตอล ก็ชนะ 2 นัดติดต่อกันทันทีเลย

    นอกจาก เจอร์ราร์ด แล้วนั้น คริส ฮิวจ์ตัน อดีตกุนซือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, ลี โบว์เยอร์ อดีตแข้งคนดังที่ตอนนี้คุม ชาร์ลตัน แอธเลติก อยู่ และ ไรอัน โลว์ นายใหญ่ พลีมัธ อาร์ไกล์ ก็อยู่ในลิสต์ที่ แลนส์ดาวน์ เล็งเอาไว้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เดลี่ เอ็กซ์เพรส บอกว่าตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล คือคนที่ แลนส์ดาวน์ เชื่อว่าจะทำให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ตามที่ตนวาดฝันเอาไว้ได้

    สำหรับ เจอร์ราร์ด นั้น ทำผลงานได้น่าประทับใจพอตัวนับตั้งแต่ที่เข้าคุม เรนเจอร์ส ในช่วงกลางปี 2018 แม้ว่าจะยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้เลยก็ตาม โดยเขามีเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะราว 60 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะเป็นงานยากสำหรับ บริสตอล ที่จะดึง เจอร์ราร์ด มาเป็นกุนซือคนใหม่ได้ เพราะเขาเพิ่งต่อสัญญากับ เรนเจอร์ส จนถึงปี 2024 ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

มาร์กซิยาลเจ๋ง,กรีนวู้ดหาย(เงียบ)!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเจ๊าเซาแฮมป์ตัน

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดขึ้นที่ 3 แบบน่าเจ็บใจ หลังทำได้แค่เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แถมเป็นการเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เกมที่ดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเกมรุกไม่ดุดันเหมือนหลายเกมที่ผ่านมา แถมเกมรับก็มาพลาดในช่วงเวลาที่สำคัญ และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่้ลงเล่นในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
 
  – ดาบิด เด เคอา : 6
  โชว์ซูเปอร์เซฟลูกยิงของ นาธาน เร้ดมอนด์ ช่วงท้ายเกมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายทีมก็โดนส่องประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  ไม่ใช่เกมที่ดีนักสำหรับเจ้าตัว ดูล้าๆ และมีปัญหาในการรับมือกับ นาธาน เร้ดมอนด์ อย่างชัดเจน

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6.5
  จริงๆ แล้วเกือบมีเกมที่ดี มีจังหวะสกัดสวยๆ หลายครั้งทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ทว่าสุดท้ายก็มาเสียท่า เพราะจัดการกับ ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ ไม่ดีในจังหวะเสียประตูตีเสมอ 2-2  
 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (กัปตันทีม) : 6
  จังหวะเสียประตูแรกถือว่าปิด สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ไม่ดี และโดยรวมถือว่าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ถึงแม้ไม่มีชอตผิดพลาดแบบชัดเจนก็ตาม

 – ลุค ชอว์ : 7
  เป็นเกมที่น่าประทับใจทีเดียว ช่วยเติมเกมรุกได้ดี เกมรับก็โอเค แต่โชคร้ายมีปัญหาบาดเจ็บ จนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง
 

 – ปอล ป็อกบา : 6.5
  พลาดเองเต็มๆ กับจังหวะเสียบอลแดนตัวเอง จนนำไปสู่การเสียประตู จากนั้นก็มีชอตเสียบอลง่ายๆ อีกหนึ่งดอก ทว่าหลังจากนั้นกลับมีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูที่ทีมได้ ถือเป็นการแก้ตัวที่ดี แต่รวมๆ แล้วไม่ใช่เกมที่น่าพอใจมาก ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง

 – เนมานย่า มาติช : 7
  อาจดูไม่โดดเด่น แต่ช่วยแดนกลางได้เยอะทีเดียว เพราะชนะในการแท็กเกิ้ลถึง 5 หน  
 

 – เมสัน กรีนวู้ด : 6
  เป็นเกมที่เงียบมากสำหรับเจ้าหนูวัย 18 ปี มีส่วนร่วมกับเกมน้อย และไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว  

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 6.5
  แม้เป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล ยิงประตูพลิกนำ 2-1 แต่โดยรวมไม่ใช่เกมที่ดีของ บรูโน่ สักเท่าไร

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 7
   จบสกอร์ประตูตีเสมอ 1-1 ได้เฉียบขาด พาบอลเล่นงานแนวรับทีมเยือนได้บ่อยๆ ในช่วงครึ่งแรก ทว่าช่วงครึ่งหลังกลับมีจังหวะยิงออกจ่อๆ อย่างน่าเสียดาย
 
 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 8
  ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือนายประตูทีมเยือนได้ ก่อนที่จะแก้ตัวด้วยการแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด ยิงตีเสมอ 1-1 และหลังจากนั้นก็ยิงเองอย่างสุดสวยเป็นประตูพลิกนำ 2-1 แถมมีจังหวะสร้างโอกาสสวยๆ ให้ แรชฟอร์ด ลุ้นจบสกอร์ช่วงครึ่งหลัง ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว แม้ช่วงท้ายเกมมีจังหวะยิงหลุดกรอบแบบน่าผิดหวังก็ตาม
 

สำรองที่ได้ลงเล่น
 

 – เฟร็ด (แทน ป็อกบา น. 63) : 6
  ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรมาก

 – เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ชอว์ น. 75) : 6
  ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง แต่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

 – แดเนี่ยล เจมส์ (แทน กรีนวู้ด น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้
 
 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ (แทน แฟร์นันด์ส น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

เกือบได้เฮแล้ว! “โซลชา” สุดผิดหวังแมนยูโดนเจ๊าทดเจ็บ

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดผิดหวังที่ทีมโดน เซาธ์แฮมป์ตัน ตีเจ๊า 2-2 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ชี้เกมนี้ "ปีศาจแดง" เล่นไม่ดีพอด้วย
     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า ตนรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่ทีมทำสองคะแนนหลุดมือช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" ทำได้แค่เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เซาธ์แฮมป์ตัน สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 12 จากการยิงของ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ทว่านาทีที่ 20 แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้จากการยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และหลังจากนั้นแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นพลิกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 จากการยิงสุดคมของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซึ่งสามแต้มกำลังจะตกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว แต่นาทีที่ 90+5 "นักบุญ" มาได้ประตูตีเจ๊า 2-2 จากการยิงระยะเผาขนของ ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่

     ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ "ปีศาจแดง" พลาดขึ้นอันดับสามอย่างน่าเสียดาย โดยยังคงรั้งอันดับห้าเหมือนเดิม โดยมี 59 แต้ม จากการลงแข่ง 35 นัด ซึ่งเท่ากับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับสี่ แต่ "จิ้งจอกสยาม" มีผลต่างประตูได้-เสียดีกว่า

     "เรามาเสียประตูในช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งเป็นอะไรที่เลวร้ายมาก แต่ฟุตบอลมันสามารถเกิดอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้ว คุณก็แค่พยายามกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง และยอมรับมันให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็คว้าชัยชนะได้หลายเกม แน่นอน มันน่าผิดหวัง เพราะเรามีสามคะแนนเก็บอยู่ในกระเป๋าอยู่แล้ว แต่บางทีวันนี้เราอาจไม่ดีพอที่จะเป็นผู้ชนะก็ได้" โซลชา กล่าวหลังเกม

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้