รำลึกถึงโบสแมน!ย้อนชมชอต”วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์”ของเหล่านักกีฬา

การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ แชดวิค โบสแมน นักแสดงผิวสีฝีมือดีสร้างความตกใจให้กับหลายคน เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเคยมีภาพหลุดที่เขามีสภาพร่างกายน่าเป็นห่วง แต่มันก็แทบไม่มีข่าวเลยว่าเขามีอาการป่วยอย่างหนักจนอาจจะพรากชีวิตของเขาไป
    ครอบครัวของ โบสแมน เพิ่งเปิดเผยหลังจากที่เจ้าตัวเสียชีวิตแล้วว่าที่จริง โบสแมน มีอาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ตั้งแต่เมื่อปี 2016 แต่ไม่เคยเปิดเผยในที่สาธารณะมาก่อน ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ยังถ่ายทำภาพยนตร์ไปตามปกติ ก่อนที่จะสิ้นใจลงด้วยวัยเพียง 43 ปีเท่านั้น

    บทบาทของ โบสแมน ที่หลายคนจำขึ้นใจมากที่สุดคือบท "ทีชาล่า" จากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ยอดฮิต "Black Panther" โดยในหนังเรื่องนั้นมีประโยคที่เขาพูดว่า "วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" พร้อมกับทำท่าไขว้แขนด้วย ซึ่งมันก็กลายเป็นท่าและบทพูดยอดฮิตที่คนทำกันอย่างกว้างขวาง

    ทั้งนี้ นักกีฬาหลายคนเองก็เคยพูดและทำท่าแบบนั้นเหมือนกัน โดยในวงการฟุตบอลที่เด่นที่สุดคงจะไม่พ้น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้า อาร์เซน่อล ที่เคยทำท่านั้นตอนฉลองประตู แถมยังถึงขั้นใส่หน้ากากของซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีด้วย เพราะเขาเป็นคนที่ชอบการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มากๆ ส่วน เจสซี่ ลินการ์ด กับ ปอล ป็อกบา 2 ดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เคยทำท่านี้ให้กันและกันในตอนที่ ลินการ์ด ทำประตูได้

    นอกจากนี้ นักกีฬาคนอื่นๆ ที่เคยทำท่านี้มีอย่างเช่น ซาเชีย วิคเกอรี่ นักเทนนิสหญิงผิวสี, คอลลินส์ อินเยร่า นักรักบี้ทีมชาติเคนยา, กาแอล มงฟิลส์ นักเทนนิสชาวฝรั่งเศส และ วิคเตอร์ โอลาดิโป นักบาสเกตบอลชาวอเมริกัน โดยรายของ โอลาดิโป เคยทำท่านั้นต่อหน้า โบสแมน ในตอนที่อีกฝ่ายมาดูช่วงการแข่งดั๊งค์ในสัปดาห์เกมออลสตาร์ของ เอ็นบีเอ เลย แถม โอลาดิโป ยังใส่หน้ากากตอนแข่งดั๊งค์ด้วย


 

    วันนี้เราจึงขอถือโอกาสนี้นำคลิปที่เหล่านักกีฬาเคยทำท่า "วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" มาให้ทุกท่านได้รับชม เพื่อเป็นการรำลึกและไว้อาลัยต่อ โบสแมน ยอดนักแสดงผิวสีผู้ที่ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควรกัน

 

เด็กผีลุ้นระทึก!ไรโอล่ายันเรื่องอนาคต “ป็อกบา”

 มิโน่ ไรโอล่า ตัวแทน ปอล ป็อกบา ประกาศชัดเจนลูกค้าของเขาจะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งงานเป็นการจบข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับอนาคตของนักเตะกับทัพ "ปีศาจแดง" แถมยังเปรยกำลังเตรียมเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ด้วย
    มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์คู่ใจ ปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลก ออกโรงยืนยันนักเตะในความดูแลของเขาจะอยู่ค้าแข้งกับทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อไปแน่นอน หลังจากที่มีข่าวออกมาตลอดว่า สตาร์ดังเลือดเฟร้นช์ จะย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องอนาคตในการเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ที่เขาอาจจะเลือกเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ในช่วงเวลานั้นมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด และ "ม้าลาย" ยูเวนตุส แสดงความสนใจอย่างชัดเจนว่าอยากได้ ป็อกบา ซึ่งเหลือสัญญาไม่ถึงปีกับทัพ "ปีศาจแดง" ไปร่วมทีม ก่อนที่ทุกอย่างจะต้องหยุดชะงักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ล่าสุด ไรโอล่า จัดการเคลียร์ประเด็นนี้เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าตัวได้ยืนยันผ่าน สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อดังในอิตาลี ว่า ดาวเตะวัย 27 ปี จะไม่อำลา "โรงละครแห่งความฝัน" ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเตรียมที่จะขยายสัญญาฉบับใหม่ด้วย "ปอล ป็อกบา จะอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่อไป"

    "ป็อกบา เป็นนักเตะสำคัญของ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขามีโปรเจกต์ที่สำคัญมากๆ และมีเขารวมอยู่ด้วย 100 เปอร์เซนต์  แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมรับข้อเสนอใดๆ ในการขาย ป็อกบา ซัมเมอร์นี้ ที่สำคัญเราจะมีการพูดคุยเรื่องสัญญาใหม่ในเร็วๆ นี้ ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน" ไรโอล่า ระบุ

เบอร์บาตอฟแปลกใจ1แข้งแมนยูโดนมองข้าม

 

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตหัวหอกชาวบัลแกเรีย เปิดอก ส่วนตัวแล้วตนแปลกใจมากๆ ที่พักหลัง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ไม่ได้ลงเล่นมากเท่าไหร่ ทั้งที่เจ้าตัวเคยเล่นได้ดีจนได้ต่อสัญญายาวกับทีม

  ในช่วงหนึ่งของฤดูกาล 2019-20 แม็คโทมิเนย์ เคยทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้ได้รับคำชมอย่างมาก และได้ต่อสัญญากับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2025 แต่การที่ เนมานย่า มาติช กับ เฟร็ด เล่นได้ดีพอๆ กันก็ทำให้ แม็คโทมิเนย์ ได้ลงเล่นน้อยลงตามไปด้วย

    เบอร์บาตอฟ เผยว่า "ความพ่ายแพ้ในนัดนั้น (แพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก) แสดงให้เห็นว่า ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องการเซนเตอร์แบ็กมาร่วมทีม ส่วนแผงกลางกับแดนหน้าดูโอเคดี ตอนนี้ดูแล้วมีโอกาสสูงที่ ปอล ป็อกบา จะได้อยู่กับทีม และผมก็อยากเห็น สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กลับมาติดทีม"

    "ยูไนเต็ด ต้องมีขุมกำลังที่ใหญ่กว่านี้ โอเล่ รอจนถึงช่วงท้ายเกมกว่าที่จะทำการเปลี่ยนตัวครั้งแรก มันแสดงให้เห็นว่าเขาเชื่อใจใน 11 ตัวจริงมากๆ แต่มันก็อาจจะสื่อได้เหมือนกันว่าเขาไม่เชื่อใจตัวสำรองของเขาเท่าไหร่ ฤดูกาลหน้ามันจะมีเกมให้เล่นหลายนัด และพวกเขาก็ต้องทำให้ขุมกำลังพร้อมสำหรับเรื่องนั้น"

    "ผมมองว่าสถานการณ์ของ แม็คโทมิเนย์ มันแปลกมากๆ เขาฟิตและพร้อมช่วยทีมแท้ๆ เขาได้ต่อสัญญากับทีมไปแล้วด้วย แต่เขากลับไม่ได้ลงเล่นซะอย่างนั้น มันเป็นเพราะ มาติช กับ เฟร็ด เล่นได้ดีมากๆ รึเปล่า ? ผมเองก็ไม่มั่นใจในเรื่องนั้นเหมือนกัน แต่ผมชอบเขามากๆ นะ ดังนั้นผมก็หวังว่าในฤดูกาลหน้าเขาจะยกระดับตัวเองได้และกลับมาติดทีมได้"

ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ

เฮนเดอร์สันรอรับทรัพย์, เด เคอา ยืน 1 ! เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช คงจะต้องหวาดหวั่นกับการรักษาตำแหน่งมือ 1 ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นสังกัดเตรียมจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ขยายสัญญาออกไปถึง 4 ปี ซึ่งงานนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้นสังกัดเชื่อมั่นว่า โกลชาวอังกฤษ จะเป็นอนาคตของทีม

    นายด่านปราการสุดท้าย วัย 23 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงระหว่างที่ถูกส่งไปเฝ้าเสากับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเรียกร้องสโมสรให้โอกาสกับ เฮนเดอร์สัน ในการเฝ้าเสาตัวจริง "ผีแดง" แทน เด เคอา ที่เล่นผิดพลาดบ่อยครั้งจนสร้างความเสียหายให้กับทีม

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เล็งเห็นว่า เฮนเดอร์สัน มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้อีกครั้ง จึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ยื่นสัญญาใหม่กับนักเตะพร้อมเพิ่มจำนวนค่าเหนื่อยจากเดิม 60,000 ปอนด์ (ราว 2.28 ล้านบาท) เป็น 100,000 ปอนด์ (ราว 3.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

    นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ยังมีออปชั่นสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี ที่การยื่นค่าเหนื่อยล่อใจในครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ราว 21.85 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

     เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ราว 1.14 ล้านบาท)

 

    ในขณะเดียวกันค่าเหนื่อยที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับอยู่ในระดับเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ในส่วนของ โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกตัวยืมชาวไนจีเรีย ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึง 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

     สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ได้มีการอัพเกรดค่าเหนื่อยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระหว่างที่นักเตะสามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ จำนวน 40,000 ปอนด์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในส่วนของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีกอินสตราแกรมแม้ผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล "ผีแดง" แต่ยังได้รับค่าเหนื่อยถึง 75,000 ปอนด์ (ราว 2.85 ล้านบาท)

 

     แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะประมาณ 352 ล้านปอนด์ (ราว  13,376 ล้านบาท) ซึ่งรวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2018/2019 ขณะที่ในปีนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 56 เปอร์เซนต์ ประมาณ 627 ล้านปอนด์ (ราว 23,826 ล้านบาท)

    ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้เล่น 11 รายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้มากกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
 
    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                            ค่าเหนื่อยต่อปี (ปอนด์)                               ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                 19.5 ล้าน  (ราว 741 ล้านบาท)                350,000 (ราว 13.3 ล้านบาท)
2. . ปอล ป็อกบา                  15 ล้าน (ราว  570 ล้านบาท)                   290,000 (ราว 11.02 ล้านบาท)
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล          13 ล้าน (ราว 494 ล้านบาท)                    250,000  (ราว 9.5 ล้านบาท)
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด              10.4 ล้าน   (ราว 395.2 ล้านบาท)           200,000 (ราว 7.6 ล้านบาท)
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                   9.8 ล้าน   (ราว 372.4 ล้านบาท)            189,000 (ราว 7.18 ล้านบาท)
6.  ฆวน มาต้า                        8.3 ล้าน  (ราว 315.4 ล้านบาท)             160,000 (ราว 6  ล้านบาท)
7. ลุค ชอว์                            7.8 ล้าน  (ราว 296.4 ล้านบาท)             150,000 (ราว 5.7 ล้านบาท)
8. โอเดียน อิกาโล่                  6.5 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เฟร็ด                                6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ               6.2 ล้าน  (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เนมานย่า มาติช                    6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
12. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                5.1 ล้าน  (ราว 193.8 ล้านบาท)             100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
12. ดีน เฮนเดอร์สัน                 5.1 ล้าน (ราว 193.8 ล้านบาท)              100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          4.6 ล้าน (ราว 174.8 ล้านบาท)               90,000 (ราว 3.42 ล้านบาท)
15. เอริก ไบยี่                        4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
15. มาร์กอส โรโฮ                    4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
17. ฟิล โจนส์                        3.9 ล้าน  (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85 ล้านบาท)
17. เจสซี่ ลินการ์ด                    3.9 ล้าน (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85  ล้านบาท)
19. คริส สมอลลิ่ง                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท)              70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท             70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์            3.1 ล้าน (ราว 117.8 ล้านบาท)               60,000 (ราว 2.28 ล้านบาท)
22. แดเนียล เจมส์                    2.3 ล้าน  (ราว 87.4 ล้านบาท)              45,000 (ราว 1.71 ล้านบาท)
23. เมสัน กรีนวู้ด                      2 ล้าน (ราว 76 ล้านบาท)                     40,000 (ราว 1.52 ล้านบาท)
24. ลี แกรนท์                          1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                   30,000 (ราว 1.14 ล้านบาท)
24. อันเดรส เปเรยร่า                 1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                30,000 (ราว 1.14  ล้านบาท)
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                    1.3 ล้าน  (ราว 49.4 ล้านบาท)               25,000 (ราว 950,000 บาท)
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์                780,000  (ราว 29.6 ล้านบาท)         15,000 (ราว 570,000 บาท)
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    780,000 (ราว 29.6 ล้านบาท)           15,000 (ราว 570,000 บาท)

อาถรรพ์ตัดเชือก! แมนยูร่วง-เซบีย่าแซงคว้าชัย ลิ่วชิงยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" เจออาถรรพ์รอบตัดเชือกอีกแล้ว หลังต้องฝันสลายชวดโอกาสเข้าไปชิงฯอีกสมัย หลังเจอทีเด็ดของ ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยให้ เซบีย่า แซงเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมพาทีมเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่แล้วต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าจะบดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 จากประตูชัยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ เซบีย่า ที่ทุบ วูล์ฟแฮมป์ตัน มาหวุดหวิด 1-0 ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็น 2 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วโดยส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ และส่ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงแทนเอริค ไบยี่ แนวรุกยังเหมือนเดิม  อองโตนี่ มาร์กซิยาล หน้าเป้า ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ เซบีย่า ใช้ เอเวร์ บาเนก้า เพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที  "ปีศาจแดง" ได้ทักทายทันทีหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ไหลบอลสุดเนียนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดติดมือ ยาสซีน บูนู แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะตามซ้ำช้า แต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินชาววเยอรมัน เป่ามาให้จุดโทษแก่แมนฯยูไนเต็ด หลัง ดีเอโก้ การ์ลอส ไปเข้าช้าเสียบข้อเท้าแรชฟอร์ด ก่อน นาทีที่ 9 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงไม่พลาดซัดเข้ามุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    นาที 14 ลูกสวนกลับของผีแดงเกือบได้ลุ้นเม็ดสองทันที หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ เฟร็ด หลุดเข้าไปก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ การ์ลอส แล้วซัดด้วยขวาเสียบข้างตาข่ายเสาแรกแบบได้เสียว

    อีกสองนาทีถัดมา เซบีย่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ลูกัส โอกัมโปส กระชากเข้าไปซัดมุมแคบ บอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดมือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 26 เซบีย่า มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ บอลเซ็ตจากหลังขึ้นมาถึง ลูกัส โอกัมโปส แทงตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะครอสเลียดมาเสาไกลให้ ซูโซ่ ที่ไร้ตัวประกบวิ่งมาอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปจนปัญหาที่ เด เคอา จะเซฟช่วยไว้ได้

    นาที 33 ลูกทีมของ โซลชา เกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้ง ปอล ป็อกบา ได้บอลในกรอบก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 39 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากระยะกว่า 35 หลา หลังปอล ป็อกบาโดน บาเนก้า อัดด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะวิ่งมาอัดฟรีคิกด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลพุ่งจน ยาสซีน บูนู ต้องผวาทุบออกไป

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 แรชฟอร์ด ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยขวาหน้ากรอบ บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไป จากนั้น ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์กลางประตูบอลพุ่งแรงจน ยาสซีน บูนู ต้องพุ่งทุบออกไป

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง และแค่นาที 46 แมนฯยูไนเต็ด เกือบแซงขึ้นนำอีก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    "ผีแดง" ยังโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 50 บรูโน่ จ่ายไปเสาไกลบอลหลุดมาถึง มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาเน้นๆแต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู เซฟอีกหน แม้แรชฟอร์ดจะตามซ้ำแต่ยังไปติดบล็อค แฟร์นันโด

    อีกนาทีต่อมา มาร์กซิยาล โชว์สเต็ปลากเลื้อยถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางมาถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อคแนวรับ เซบีย่า อีก

    นาที 53 เอเวร์ บาเนก้า เล่นยากโดน มาร์กซิยาล ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะชิ่งกับ แรชฟอร์ด ถึง มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู อีก เป็นเซฟที่ 7 ของนายด่านวัย 29 ปีวันนี้

    นาที 72 เซบีย่า มาได้ฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลาทางมุมธงซ้าย ซูโซ่ วิ่งมาอัดบอลพุ่งไปโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แม้ว่าแข้งเซบีย่าจะพยายามประท้วงผู้ตัดสินว่าบอลพุ่งไปโดนแขน บรูโน่ แต่เชิ้ตดำชาวเยอรมันไม่ว่าอะไร

    นาที 78 กลายเป็น เซบีย่า มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยกหลบวิลเลี่ยมส์ก่อนครอสบอลโค้งหนี ลินเดอเลฟ ให้ ลุค เดอ ยอง ตัวสำรองที่ยืนโล่งๆคนเดียวแปด้วยซ้ายเข้าไปชนิดไม่ล้ำหน้า

    ท้ายเกม โซลชา เพิ่งเปลี่ยนตัวสำรองลงมาในสนามโดยส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงมาเล่นแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และส่ง ดาเนี่ยล เจมส์ ลงมาเล่นแทน แรชฟอร์ด

    กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เซบีย่า แซงคว้าชัยเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศสมัยที่ 6 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

    สำรอง : ฆาเบียร์ ดิอาซ, ฟรังโก้ บาซเกซ, เซร์จี้ โกเมซ, ลุค เดอ ยอง, เซร์จิโอ้ เอสกูเดโร่, เนมานย่า กูเดลจ์, โทมัส วาซลิก, โอลิเบร์ ตอร์เรส, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้, โฆเซ่ อลอนโซ่ ,เจนาโร่ โรดริเกซ, ปาโบล รีโก้

    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

    สำรอง : เซร์คิโอ โรเมโร่, ฆวน มาต้า, โอเดียน อิกาโล่, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ลี แกรนท์, ดาเนี่ยล เจมส์, อันเดรียส เปเรยร่า, เอริค ไบยี่, ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เทเดน เมงจี้

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

“โรโฮ” รับเกือบโดน “อิบรา” ฆ่าหลังด่าเรื่องต้องห้าม

มาร์กอส โรโฮ แนวรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนความหลังที่ไม่เคยลืมตอนทะเลาะกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และดันใช้คำพูด "บูลลี่" ดาวเตะชาวสวีดิช จนทำให้เขาของขึ้นถึงขั้นจะมาเอาเรื่องชนิดที่หากไม่มีเพื่อนร่วมทัพ "ปีศาจแดง" กับ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาช่วย มีหวังได้ไปคุยกับรากมะม่วงแหงๆ

    มาร์กอส โรโฮ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจตนเกือบไม่มีลมหายใจ หลังจากที่ดันไปล้อเลียนเรื่อง "ต้องห้าม" ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ามากประสบการณ์ ตอนที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมงานกันในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เรื่องเด็ดประเด็นร้อนเกิดขึ้นภายในสนามเมื่อ โรโฮ ไม่ยอมผ่านบอลให้ อิบราฮิโมวิช จนเป็นเหตุให้ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัว จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ต้องเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน

    โรโฮ ซึ่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอสตูเดียนเตส สโมสรในลีกบ้านเกิด ในซีซั่นล่าสุด เปิดใจเกี่ยวกับเหตุที่ทำให้เขาเกือบโดน "อิบรา" ทำร้ายร่างกายว่า "เขาอยากได้บอลตลอดเวลา คุณคงเห็นกันอยู่แล้ว เรากำลังจะชนะ 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เราครองบอลตลอด ผมเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ผมพยายามผ่านบอลบริเวณครึ่งสนาม"

        "ตอนนั้นเขาวิ่งลงมา ขณะที่เรากำลังผ่านบอลบริเวณแดนหลัง โดยมี ป็อกบา ยืนอยู่คนเดียวทางฝั่งซ้าย ผมก็เลยส่งบอลให้เขา และ ปอล ก็เริ่มทำตัวอวดเก่ง ซลาตัส ตะโกนด่าใส่ผม ผมก็เลยสวนกลับไปว่า -หุบปากไปเลย ไอ้จมูกโต แกอยากได้บอลตลอดเวลาเลยหรือไง-"

        "จากนั้นเราก็โต้เถียงกันเสียงดังลั่น พอจบครึ่งแรก และต้องเข้าไปในห้องแต่งตัว ผมอยู่ในที่ของผม กำลังถอดรองเท้า และเขาก็เดินเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธ เขาเตะทุกอย่าง เขาหยุดที่ผมแล้วก็จ้องหน้าผม จากนั้นก็ตะโกนว่า -เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร ?- ผมหันไปมองแล้วก็ตอบไปว่า -แล้วแกคิดว่าฉันพูดว่าอะไรละ ?-"

        "จริงๆ แล้วในใจลึกๆ ผมหวังว่าจะมีใครซักคนเข้ามาแยกเราออกไป เพราะเขาพยายามที่จะฆ่าผม พวกนักเตะชาวอังกฤษที่ตัวใหญ่ๆ แยกเราออกจากกัน มูรินโญ่เข้ามาตะโกนใส่พร้อมกับเข้ามาแยก ในห้องแต่งตัววุ่นวายไปหมด จากนั้นทุกอย่างก็จบ เราชนะ และก็ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป"

        "ในวันถัดมา ช่วงเช้าๆ ผมเข้าไปกินอาหารเช้า ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาจับที่คอผม ผมไม่สามารถหันกลับไปมองได้ และเขาก็พูดว่า -แกพูดกับฉันว่าอะไรนะ ?- และเขาก็เริ่มหัวเราะ ขอบคุณพระเจ้าที่เขาโชว์ลีลาคาราเต้แบบหยอกๆ ซึ่งผมคงตายแหงๆ ถ้าเขาเอาจริง ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้เลย" โรโฮ ระบุ

ลินการ์ดซัดต่อ! ตัดเกรดแข้งแมนยูขนสำรองเฉือนลินซ์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูโปา ลีกเป็นที่เรียบร้อย โดยการพบ ลินซ์ เกมนัดที่สอง "ผีแดง" พักตัวหลักเกือบยกชุดและส่งผู้เล่นสำรองลงสนาม ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดคือแข้งเหล่านี้ยังห่างชั้นตัวจริงอยู่มาก สุดท้ายต้องพึ่งนักเตะตัวหลักอย่าง มาร์กซิยาล ลงมาเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูชัย เช็คผลสอบนักเตะ "ปีศาจแดง" ได้ที่นี่
เซร์คิโอ โรเมโร่ 7

    ประตูที่เสียคงโทษเขาไม่ได้จริงๆ แต่มีเซฟสวยอีก 3 ครั้งโดยเฉพาะลูกยิงจ่อๆท้ายเกม

ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ 5

    เรื่องเกมรับทำได้ดีแต่เกมรุกมีปัญหาอยู่มาก จังหวะเติมขึ้นมาสวยๆแต่พอเข้าพื้นที่สุดท้ายตัดสินใจน่าผิดหวังหลายครั้ง

    เกมรับไม่ได้มีอะไรผิดพลาดมากนัก แม้จะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่แต่จังหวะสำคัญยังสกัดได้

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 6

    มีโอกาสโหม่งประตูสองครั้งแต่ไม่เข้ากรอบ มีจังหวะดวลลูกกลางอากาศพลาดครั้งหนึ่ง แต่โดยรวมยังทำได้ดี

แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ 6

    ลงเล่นตัวจริงฉลองสัญญาใหม่กับสโมสร ในเรื่องเกมรับนัดนี้ค่อนข้างชัวร์ ส่วนจังหวะเติมเกมรุกทำได้ดีบ้าง ทว่าการครอสบอลยังต้องปรับปรุงอีกมาก

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 5

    เข้าบอลพรวดและเสียฟาวล์ง่ายเช่นเดิมจนโดนใบเหลือง ไม่ได้ทำให้ทีมได้เปรียบในแดนกลางมากนัก เรื่องความนิ่งยังเป็นรอง มาติช อยู่มาก

เฟร็ด 6

    พยายามเล่นง่ายๆ มีจังหวะจับบอลแรกดีและจ่ายบอลสวยๆโดยเฉพาะในครึ่งแรก ดูดีกว่าคู่หู แม็คโทมิเนย์ ทว่าฟอร์มโดยรวมยังห่างไกลที่จะเบียดตัวจริง

ฆวน มาต้า 6

    ครึ่งแรกฟอร์มไม่น่าประทับใจอย่างยิ่ง มีโอกาสทองช่วงต้นเกมที่จะเปิดให้เพื่อนร่วมทีมยิงโล่งๆ แต่ผ่านบอลเสียเปล่า ทำเกมรุกขาดๆเกินๆมาตลอด จนกระทั่งครึ่งหลังมาทำ 2 แอสซิสต์

เจสซี่ ลินการ์ด 7

    ดูมีความมั่นใจขึ้นมากหลังยิงประตูนัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ครึ่งแรกมีจังหวะจ่ายบอลสวยๆหลายครั้งและพาบอลขึ้นหน้าได้ดี ครึ่งหลังมายิงประตูให้ทีมตีเสมอ น่าเสียดายที่เล่นแค่ 1 ชั่วโมงแล้วถูกเปลี่ยนออก

แดเนียล เจมส์ 4

    ยังคงหาฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลไม่เจอสักที จังหวะเปิดบอลน่าผิดหวัง ไม่ติดบล็อคก็ขาดๆเกินๆ โอกาสทองที่หลุดมาทางฝั่งซ้ายก็พยายามเลี้ยงตะบี้ตะบันเลี้ยงจนทำเสียบอล

โอเดียน อิกาโล่ 5.5

    จังหวะได้บอลและตะลุยในเขตโทษยังทำได้ดี แต่การจบสกอร์น่าทำได้ดีกว่านี้

 

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ปอล ป็อกบา 6 (ลงสนามแทน เจสซี่ ลินการ์ด น.63)

    จ่ายบอลง่ายๆแต่ทำให้แดนกลางดูดีขึ้น

อันเดรียส เปเรยร่า 5 (ลงสนามแทน เฟร็ด น.63)

    มีจังหวะฝืนเลี้ยงบอลแบบไม่จำเป็น ไม่ได้ช่วยเกมรุกมากนัก

ทาฮิธ ชอง 6 (ลงสนามแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ น.72)

    ถูกจับเล่นเป็นแบ็กซ้ายแต่ดูมีความกระตือรือร้นดี

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 6.5 (ลงสนามแทน แดเนี่ยล เจมส์ น.84)

    สร้างความแตกต่างในแนวรุกให้เห็นแบบชัดเจน ยิงประตูชัยแถมเกือบยิงอีกหนึ่งตุงท้ายเกม

เทเด้น เมนจี้ – (ลงสนามแทน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ น.84) เดบิวต์นัดแรกให้ทีมชุดใหญ่

สิงห์ยังมีงบให้เสริมทัพอีก200ล้านปอนด์

แดนนี่ ฮิ๊กกิ้นบ็อทแธม อดีตเด็กเก่าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ว่าทีมจะต้องเก็บตัวเก่งอย่าง ปอล ป็อกบา กับ ดาบิด เด เคอา เอาไว้กับทีมต่อไปให้ได้เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเจ้าดังของอังกฤษเผยว่า เชลซี ยังมีงบให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เสริมทีมอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

 "สิงห์บลูส์" เสริมทัพอย่างน่าสนใจด้วยการคว้า ฮาคิม ซิเย็ค กับ ทิโม แวร์เนอร์ มาเสริมทัพตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่ปิดด้วยค่าตัวรวมกันร่วม 90 ล้านปอนด์ แต่ยังมีนักเตะที่ยังต้องเสริมทีมอีกหลายตำแหน่ง

 เชลซี ยังมีนักเตะอีกอย่างน้อย 3 คนที่ต้องการตัวมาร่วมทีมและเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ของ เลเวอร์คูเซ่น, เบน ชิลเวลล์ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ซึ่งอาจจะรวมถึงผู้รักษาประตูอีกตำแน่งด้วย

 ล่าสุดสื่อแดนผู้ดีเผยว่าบอร์ดบริหารพร้อมที่จะทุ่มเงินอีก 200 ล้านปอนด์เพื่อดึงเป้าหมายของกุนซือมาร่วมทีม ซึ่งโดยรวมแล้วสามเป้าหมายค่าตัวรวมถึงก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านปอนด์อยู่แล้ว

มโนพัง! “ป็อกบา” เฉลยปริศนาข้อความในทวิตเตอร์แล้ว

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์แชมป์โลกของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉลยปริศนาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องที่โพสต์เอาไว้ในทวิตเตอร์ว่าตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่กับทีมใหม่แล้ว แต่เป็นทีมที่อยู่ในเกมออนไลน์ยอดฮิตเท่านั้น
               ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโพสต์ปริศนาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว เมื่อเจ้าตัวประกาศเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นให้กับทีมแวร์ด็องส์ เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่อยู่ในเกม "คอล ออฟ ดิวตี้ : วอร์โซน" (Call of Duty: Warzone) เกมออนไลน์ยอดฮิต 

               เมื่อประมาณ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ป็อกบา สร้างความฮือฮาด้วยการโพสต์ข้อความสั้นๆ ใน "ทวิตเตอร์" เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต ว่า "วันพรุ่งนี้" (Tomorrow) ซึ่งทำเอาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ทั่วโลก เนื้อเต้นสุดๆ โดยส่วนใหญ่มองว่าอาจจะเป็นการบอกเป็นนัยๆ เกี่ยวกับเรื่องการขยายสัญญาใหม่กับทัพ "ปีศาจแดง"

              สำหรับตอนนี้เรื่องทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว เมื่อ กองกลางแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ได้เฉลยเกี่ยวกับปริศนาดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมาว่าตอนนี้เขาได้ย้ายไปร่วมทีมแวร์ด็องส์ เอฟซี ซึ่งอยู่ในเกมออนไลน์ยอดฮิตที่มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า 75 ล้านคน 

               สตาร์ดัง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้โพสต์ภาพที่สวมชุดแข่งของแวร์ด็องส์ เอฟซี พร้อมกับข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ซึ่งมีผู้คนกดติดตาม 7.5 ล้านฟอลโลว์ ว่า "ได้เวลาเริ่มต้นบทบาทใหม่กับ #แวร์ด็องส์เอฟซี ทีมนี้จะเต็มไปด้วยความร้อนแรง"