รุมเมนิกเก้แจงลิเวอร์พูลยังไม่ทาบซื้อติอาโก้

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ บิ๊กบอส บาเยิร์น ระบุ ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยติดต่อขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เลย หลังจากที่ดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปนตกเป็นข่าวกับ "หงส์แดง" อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ลิเวอร์พูล เกี่ยวกับการขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของทีมเลย

ติอาโก้ ต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ หลังจากอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่ง ลิเวอร์พูล ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เขาไปร่วมทีมมาโดยตลอด หลังจากลือกันว่าอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า อยากย้ายไปอยู่กับ "หงส์แดง" เอง ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของ ติอาโก้ มากๆ

รุมเมนิกเก้ ให้สัมภาษณ์กับ บิลด์ สื่อชื่อดังของเมืองเบียร์ว่า "เราอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล อยู่ตลอด แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยติดต่อมาหาเราเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้เราได้ประชุมกับพนักงานของเรา (รวมถึงนักเตะด้วย) ซึ่งครอบครัวของเขา (ติอาโก้) ก็มาที่สนามเหมือนกัน และพวกเขาก็เดินไปรอบๆ สนามเหมือนกับการรำลึกความหลัง มันดูเหมือนกับการบอกลาเลย มันเหมือนกับว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว"

 

ดอร์ทมุนด์ถล่มดุ๊ยส์บวร์ก-ก่อนพลาดท่าพ่ายเฟเยนูร์ด ศึกอุ่นเครื่องรายการพิเศษ

โบุรสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงอุ่นเครื่องฟุตบอลรายการพิเศษด้วยการถล่ม ดุ๊ยส์บวร์ก ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 5-1 ก่อนในเกมถัดมาจะพลาดท่าแพ้ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่จากฮอลแลนด์ 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษสองนัด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษ "Cup of Traditions : BVB against Feyenoord and Duisburg" ที่่เมืองดุ๊ยส์บวร์ก ประเทศเยอรมัน โดยแบ่งเป็น 2 เกมแข่งขันกันต่อเนื่อง แบ่งเป็นเกมละ 1 ชั่วโมง เริ่มที่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา เยอรมัน พบ ดุ๊ยส์บวร์ก ทีมจากลีกา 3 เยอรมัน โดย "เสือเหลือง" แบ่งผู้เล่นเป็นสองชุด ซึ่งชุดแรกนำมาโดย เจดอน ซานโช่, ธอร์กาน อาซาร์, จิโอวานนี่ เรย์น่า และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ปรากฏว่าเป็น "เสือเหลือง" ที่เหนือกว่าชัดเจนถล่มไปขาดลอย 5-1 จากการทำประตูของ จิโวานนี่ เรย์น่า นาที 12, ธอร์กาน อาซาร์ นาที 14, เจดอน ซานโช่ นาที 26, อังส์การ์ คนอฟ นาที 49, 60 ส่วน ดุ๊ยส์บวร์ก ได้จาก อาห์เมต เอนกิ้น นาที 28

ส่วนอีกหนึ่งเกม ดอร์ทมุนด์ พบ เฟเยนูร์ด ทีมจากเอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ โดยทีมชุดนี้ของ "เสือเหลือง" ตัวหลักนำมาโดย เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์, ยูเลี่ยน บรันทด์, อั๊กเซล วิตเซล และ ราฟาเอล เกร์เรยโร่

ปรากฏว่าเกมนี้เป็น เฟเยนูร์ด ที่เหนือกว่านำก่อน 3 ประตูจาก นิโคไล ยอร์เกนเซ่น นาที 17, นาที 35, เอริค บอตเทกิน นาที 20 ส่วนทีม "เสือเหลือง" ได้ประตูตีไข่แตกจาก อั๊กเซล วิตเซล ในนาที 52 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

ได้ทีมใหม่รึยัง?ฟลิคเผยเองเรื่องย้ายสโมสรของติอาโก้

หลังจาก ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมก็บอกเองว่า ติอาโก้ ยังไม่ได้เลือกเลยว่าจะไปซบทีมไหน แต่แย้มว่าในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้อาจจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางคนดังของทีมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน

ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง โดยช่วงแรกๆ ลิเวอร์พูล เป็นทีมเดียวที่มีข่าวกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า แต่หลังจากนั้นก็มีทีมที่ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 29 ปีมากขึ้น อย่างเช่น เชลซี และ อาร์เซน่อล เป็นต้น

ฟลิค เริ่มต้นด้วยการพูดแบบขำๆ ว่า "เขาบอกกับผมแล้วว่าเขาจะอยู่กับเราต่อ" ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์แบบจริงจังว่า "ผมเพิ่งขอบคุณเขาสำหรับผลงานที่ทำได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นยังไง เขาเองก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองเหมือนกัน เราต้องรอดูวันในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

 

ขัดคำสั่งแม่เพื่อสานต่อพรสวรรค์

มาเซโอ, ประเทศบราซิล ติดท็อป 10 ในแง่เมืองอันตรายมากสุดของโลก เหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นสูงถึง 135 ครั้งต่อประชากร 1 แสนคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกอะไรหากคนเป็นแม่ไม่อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาเจออะไรแบบนี้ แต่ด้วยสถานะครอบครัวยากลำบาก สิ่งแวดล้อมรอบกายบังคับให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เธอจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ที่เกิดมา ไม่เป็นเหมือนคนทั่วไปในเมืองนี้
    มาเรียน่า คุณแม่ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกชายไม่ออกไปเจอสังคมเลวร้ายรอบ ๆ บ้าน

    ทุกตารางนิ้วบนถนนในเมืองมาเซโอ เต็มไปด้วยความอันตราย เธอเกรงว่า ฟีร์มีโน่ จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม และสิ่งเดียวที่เธอคิดว่าจะเป็นเกราะป้องกันดีที่สุดคือการไม่ให้ ฟีร์มีโน่ ออกจากบ้าน

    "ฉันไม่อยากให้ โรแบร์โต้ ออกไปเล่นข้างนอกเลย บนถนนมันเต็มไปด้วยความอันตรายมาก ๆ" มาเรียน่า ระบุ

    โอกาสเดียวที่ ฟีร์มีโน่ จะได้ออกนอกบ้านคือการไปช่วยคุณพ่อที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ เก็บขวดบนท้องถนนมาขาย ซึ่งเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณพ่อหามาได้ ก็นำมาเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว

    อย่างไรก็ตาม เด็กชายฟีร์มีโน่ หลงใหลฟุตบอลเป็นพิเศษจากการที่ได้ซึบซับบรรยากาศลูกหนังตามสนามบอลที่ตัวเองติดสอยหอยตามคุณพ่อ แต่ปัญหาใหญ่ที่เขาต้องเจอคือกำแพงเหล็กของคุณแม่ที่ทำทุกวิถีทางไม่ให้ลูกชายออกไปไหน

    ถึงกระนั้นในความพยายามของคุณแม่ ก็ยังมีความพยายามของคุณลูกเช่นเดียวกัน

    เด็กน้อยฟีร์มีโน่ ใช้กุญแจพิเศษเพื่อไขประตูสู่โลกภายนอก โดยการแอบปีนออกจากบ้านในช่วงที่คุณแม่ยังไม่ตื่นนอน โดยใช้บันไดพาดกำแพงปีนข้ามไป

    "ขณะที่ฉันยังหลังอยู่น่ะ เขาตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปเตะฟุตบอล โดยทำการย่องเบา ๆ ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และก็กระโดดข้ามกำแพงมันไปเลย" คุณแม่ บ็อบบี้ เผย

    ว่ากันตรง ๆ ฟีร์มีโน่ เจอความยากลำบากตั้งแต่เกิด และพอเขาอายุได้แค่ราว ๆ 8 ขวบ ฟีร์มีโน่ ก็รู้ตัวเองแล้วว่าจะดิ้นรนอย่างไรเพื่อให้พ้นจากความยากจนนี้ไปให้ได้

    ซึ่งเหตุผลที่ว่าก็คือ เรื่องฟุตบอล

    …

    ครอบครัวของฟีร์มีโน่ เริ่มเปิดใจและเข้าใจแล้วว่าการจับลูกชายให้อยู่แต่กับบ้านมีแต่ตัดทอนโอกาสให้ ฟีร์มีโน่ ประสบความสำเร็จ   

    ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านหลายคนที่เข้ามาบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าลูกชายของทั้งคู่มีพรสวรรค์เรื่องการเล่นฟุตบอล

    "ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเกิดมาพร้อมกับพรสรรค์ ความสำเร็จของเขาคือโอกาสที่จะพาให้เราพ้นจากความจนและความทุกข์ยาก" เพื่อนบ้าน ระบุ

    ซึ่งทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ก็ปล่อยเขาเป็นอิสระให้ออกไปเตะฟุตบอลตามท้องถนน และทุกครั้งหลังเหน็ดเหนื่อยจากการเล่นฟุตบอล คุณแม่เล่าว่า ฟีร์มีโน่ จะนอนหลับปุ๋ยพร้อมกอดลูกบอลไว้แนบแน่น

    ตอนอายุได้ 14 ปี คือช่วงที่ ฟีร์มีโน่ เริ่มได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง

    ฟีร์มีโน่ เรียนรู้เรื่องชีวิตด้วยวิธีที่ยากลำบาก ถึงขั้นต้องยืมเงินคนอื่นเพียงเพื่อจะออกไปซ้อม

    "ครอบครัวของ ฟีร์มีโน่ ยากจนมาก ๆ แต่ก็สมถะสุด ๆ ด้วย" ลุยซ์ โค้ชท้องถิ่นเล่าถึงลูกศิษย์คนโปรด

    "เขาพร้อมลงเล่นในสภาพไม่ใส่รองเท้า ตอนที่้เขามาอยู่กับทีมใหม่ ๆ ตอนนั้นคุณพ่อของเขาไม่มีงานทำด้วย คุณพ่อของเขาทำแค่ธุรกิจเล็ก ๆ เพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว ดังนั้นผมเลยช่วยออกค่าเดินทางกับค่าใช้จ่ายให้กับเขา, ช่วยเรื่องชุดแข่งของเขา และพาเขาไปชมการแข่งขัน"

    "ตอนนั้นเขาตัวผอม ๆ และสูงเก้งก้าง เป็นคนเงียบ ๆ แต่ก็เอาตัวรอดได้ด้วยวิธีที่ดี ผมเคยเห็นเยาวชนหลายคนที่หันไปค้ายาและปล้นรถ แต่ผมรู้ดีว่าเขาไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นเลย"


    …

    ฟีร์มีโน่ วัย 16 ปีเซ็นสัญญากับ ทอมเบนเซ่ ที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดถึง 1,600 ไมล์ แล้วจากนั้นก็ไปอยู่ ฟิกูเรนเซ่ ทีมระดับดิวิชั่น 2 ที่ตั้งอยู่ทางใต้ออกไปประมาณ 1,000 ไมล์

    การอยู่ห่างไกลบ้านขนาดนี้ ไม่แปลกที่เขาจะคิดถึงบ้าน และแน่นอนว่าเมื่อลูกชายไม่สบายใจมันก็ทำให้คนในครอบครัวต่างพาเป็นกังวัลกันสุด ๆ

    ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การที่พวกเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะเดินทางไปเยี่ยม ฟีร์มีโน่ ได้

     "มีหลายครั้งที่เขาโทรศัพท์หาฉันเพื่อบอกว่าเขาอยากกลับบ้านมาก เขาบอกว่า -แม่ครับ มารับผมที ผมทนไม่ไหวแล้ว- ทุกคนในครอบครัวร้องไห้กันอย่างหนัก เขาเองก็ร้องไห้เหมือนกัน แต่ปัญหาคือเราไม่มีเงินมากพอที่จะเอาเขากลับบ้านได้"

    "ฟีร์มีโน่ ทำได้เพียงต้องรอนานหลายเดือนกว่าจะเก็บเงินได้มากเพื่อกลับมาที่บ้าน เขาใช้เงินกับเรื่องที่พักและค่าอาหารไปน้อยมาก" คุณแม่เปิดใจ

    ขณะเดียวกัน ฟีร์มีโน่ ก็รู้ดีว่าคนที่เป็นห่วงเขามากที่สุดคือ มาเรีย ผู้เป็นแม่

    "มันยากจริง ๆ นะที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัว และผมก็รู้ดีเลยว่าคุณแม่ของผมร้องไห้ทุกวันตอนที่ผมจากมา"

    ตลอด 2 ปีที่ ฟิกูเรนเซ่ ฟีร์มีโน่ คือหัวใจสำคัญของทีม ซึ่งวาสนาก็พาให้เขาไปเข้าตาแมวมองคนเยอรมัน และถูกดึงไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่ บุนเดสลีกา ในอีก 3 ปีต่อมา

    การเดินทางครั้งนี้ของ ฟีร์มีโน่ วัย 20 ปีเขาให้คำมั่นไว้ว่าครอบครัวของเขาจะต้องสุขสบาย ไม่ต้องกลับไปทำงานหลังขดหลังแข็งอีกต่อไป

    "ครอบครัวของผมจะต้องไม่กลับไปทำงานอีก"

    …

    ฟีร์มีโน่ พูดเสมอว่าการติดทีมชาติบราซิล คือความฝันตั้งแต่วัยเด็ก และเขาก็ถูก ดุงก้า เฮดโค้ชในเรียกติดทัพเซเลเซา ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2014

    ความภูมิใจครั้งนี้ ไม่มีใครเกินไปกว่าคุณแม่ของ ฟีร์มีโน่..

    เธอบอกว่า ในวันอาทิตย์เธอจะตื่นมาตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ เพื่อไปโบสถ์ในสภาพสวมเสื้อที่ ฟีร์มีโน่ ใส่ในตอนที่ลูกชายตัวเองประเดิมสนามกับทีมชาติ

    "ตอนฉันไปโบสถ์ ทุกคนจ้องมาที่ฉันกันหมดจากการที่ฉันใส่เสื้อตัวนั้นไปโบสถ์"

    "ฉันสวดภาวนาให้เขาในช่วงก่อนที่เขาจะลงเล่นเกมทีมชาติทุกนัด พอจบพิธีกรรมที่โบสถ์ ฉันก็จะรีบกลับมาที่บ้านเพื่อดูเขาทางทีวี"

    "ตอนที่ลูกชายลงมาเล่นในช่วงครึ่งหลังแล้วทำประตูได้ ฉันดีใจจนแทบจะหัวใจวายตายเลยในตอนที่ได้เห็นประตูกับท่าดีใจของเขา หลังจบเกมกับ ฝรั่งเศส (เดือนมีนาคม ปี2015) ฉันได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์ เขาถามฉันว่า -เป็นอะไรครับ แม่ ?- ซึ่งฉันก็ตอบไปว่า -ลูกทำให้แม่ดีใจมากเลย-"

    …

    รอยสักบนแขนขวาของ ฟีร์มีโน่ มีชื่อคุณแม่กับคุณพ่ออยู่ตรงนั้น เช่นเดียวกับบนหน้าอกที่มีข้อความภาษาเยอรมันที่แปลว่า -ครอบครัวไม่เคยที่จะหมดรัก-

    "คุณพ่อคุณแม่ ท่านยอมเสียสละหลายอย่างเพื่อผมในตอนที่ผมโตมาเป็นผู้ใหญ่"

    "เราอาศัยอยู่ในย่านยากจน แถวนั้นมีพวกแก๊งอันธพาลเต็มไปหมด และแม้ว่าคุณแม่ของผมท่านจะทำให้มั่นใจว่าผมจะได้รับการศึกษาที่ดีที่โรงเรียน แต่พวกเขาก็ยังอนุญาตให้ผมได้เล่นฟุตบอลตามความฝันของผมเช่นกัน" ฟีร์มีโน่ เปิดใจตอนช่วงปีแรกที่ย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล

    และหนึ่งในวันที่สำคัญสุดในชีวิต ก็คือวันแต่งงาน

    ฟีร์มีโน่ เดินเข้าพิธีโดยมีคุณแม่เป็นคนส่งเขาไปยังแท่นบูชาในโบสถ์ศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นอันส่งต่อชีวิตของลูกชายให้ไปสร้างครอบครัวใหม่เต็มตัวกับ ลาลิสซ่า เปเรยร่า ภรรยาคู่ชีวิตที่ตอนนี้มีลูกสาวสองคนเป็นสักขีพยานรัก

    ทุกวันนี้ "โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่" ลูกชายของ มาเรียน่า โด่งดังสุด ๆ บนเวทีลูกหนังโลก ประสบความสำเร็จมากมายกับ ลิเวอร์พูล รวมถึงแชมป์ระดับทวีปในนามทีมชาติบราซิล

    ซึ่งหากย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน ครอบครัวนี้คงไม่เชื่อหรอกว่า โรแบร์โต้ จะมาได้ไกลถึงเพียงนี้..

    …

    ความหวังดีของพ่อ, แม่ บางอย่าง ก็เป็นเรื่องยากที่ลูก ๆ จะเข้าใจ

    บางคนพ่อ, แม่ไม่อยากให้ออกไปเที่ยวไหน

    บางคนถูกบังคับให้อยู่ในกรอบหรือให้ทำอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำ

    ถามว่ากำแพงเหล่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นเกิดจากอะไร? ถ้าไม่ใช่จากความหวังดี หรือไม่อยากให้ลูกตัวเองเจออะไรที่แย่ ๆ

    แต่หากใครอยากจะข้ามกำแพงนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ได้รักหรือไปอกกตัญญูต่อท่าน

    คนทุกคนมีความปรารถนาสิ่งที่อยากทำ ขอเพียงไม่ไปทำเรื่องผิดกฎหมายหรือทำอะไรให้ใครเดือดร้อน อาจจะขุ่นเคืองกับท่านเล็กน้อย ก็ต้องอาศัยการพูดคุยปรับความเข้าใจกัน

    และสุดท้าย ถึงคุณจะไปทำอะไรในแบบฉบับของตัวเอง คนที่จะคอยหนุนหลังและให้กำลังใจอยู่เสมอก็คือท่านทั้งสองนั่นแหละ…

ปล่อยของ!เบลลิงแฮมโชว์แจ่มประเดิมดอร์ทมุนด์

จู้ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมการเล่นเกมอุ่นเกือกกับทีมด้วยการทำได้ 1 แอสซิสต์ในเกมอุ่นเกือกที่ถล่ม ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช แถมยังช่วยให้ทีมได้ลูกแรกด้วย
    จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ทำได้ 1 แอสซิสต์ ตั้งแต่การลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกกับทีมในนัดที่ชนะ ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช ทีมจากออสเตรีย 6-0 เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ในฤดูกาล 2019-20 เบลลิงแฮม เพิ่งได้ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เป็นซีซั่นแรก แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนกลายเป็นกำลังหลักของทีมทันที และทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลายทีม โดยเฉพาะ ดอร์ทมุนด์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวกับเขามากที่สุด ก่อนจะเป็น "เสือเหลือง" ที่ได้แข้งวัย 17 ปีมาครอง

GOAL! 3-0!
@ErlingHaaland
@BellinghamJude / @ManuelPherai#ALTBVB pic.twitter.com/cEynVtGOXb

— Borussen (@BorussenEdits) August 12, 2020
    ทั้งนี้ เกมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการลงเล่นช่วงปรี-ซีซั่นนัดแรกของ ดอร์ทมุนด์ โดยที่ เบลลิงแฮม ได้เป็นตัวจริงทันที ซึ่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก อิมมานูเอล เฟราย ดาวเตะชาวดัตช์ของ ดอร์ทมุนด์ มีจังหวะเปิดยัดเข้ามาตรงกลาง และ เบลลิงแฮม ก็ตอกส้นบอลไปให้ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาวยิงชาวนอร์เวย์จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ ดอร์ทมุนด์ นำห่างเป็น 3-0

    ที่จริงก่อนหน้าจังหวะดังกล่าว เบลลิงแฮม ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูแรกในนาทีที่ 14 เช่นกัน หลังจากตัดบอลได้ในแดนของคู่แข่ง ก่อนที่จะผ่านบอลไปให้ ฮาแลนด์ แล้วจากนั้นดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ก็ส่งต่อไปให้ โจวานนี่ เรย์น่า ทำประตู

14 minutes into his Dortmund debut and Bellingham has already got a pre assist. Great interception
pic.twitter.com/XGHK5rceF1

— Tom (@T_Owen1875) August 12, 2020
    หลังจบเกมไปแล้วนั้น เบลลิงแฮม ก็ชมเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยทำให้ตนเล่นได้ง่าย "ผมรู้สึกสนุกกับทุกนาทีที่ได้อยู่ในสนาม มันเป็นเรื่องดีที่ได้ทำความคุ้นเคยกับคนในทีม และได้ลงเล่นในสีเสื้อดำ-เหลืองสักที ผมดีใจมากๆ เราทำประตูได้หลายลูก, ได้เล่นกันแบบสนุก ผมเพลิดเพลินกับมันมากๆ ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่คนในทีมก็ทำให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และโดยรวมแล้วเราก็เล่นได้ดีแม้ว่ามันจะเป็นการลงเล่นนัดแรกของเราก็ตาม ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้"

แมนยูอย่าช้า!ดอร์ทมุนด์พร้อมให้สัญญาใหม่ “ซานโช”

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอกดดันหนักในการพยายามปิดดีลคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวเด่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพราะล่าสุดมีข่าว "เสือเหลือง" จ้องที่จะจับนักเตะขยายสัญญา พร้อมอัพค่าเหนื่อยให้อย่างสุดงาม

     โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เตรียมที่จะยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่มูลค่าสูงให้กับ เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของทีม พิจารณา ถ้าหากไม่สามารถหาบทสรุปขาย ซานโช ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     การเจรจาเรื่องซื้อ-ขาย ซานโช ระหว่างสองสโมสรกินเวลายืดเยื้อมานาน เนื่องจาก "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวระดับ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ตามที่ ดอร์ทมุนด์ เรียกร้อง ขณะที่ "เสือเหลือง" ก็ไม่ยอมที่จะลดค่าตัวลง

     ล่าสุด บิลด์ ระบุว่า "เสือเหลือง" มีแผนที่จะจับ ซานโช ต่อสัญญา หากตกลงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ก่อนถึงวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยสัญญาฉบับใหม่ที่ ดอร์ทมุนด์ เตรียมยื่นให้นั้น จะทำให้ ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มจากปีละ 6 ล้านยูโร (ประมาณ 216 ล้านบาท) เป็น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 360 ล้านบาท) เลยทีเดียว 

     ปัจจุบัน ซานโช เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ถึงจบฤดูกาล 2021/22

แฟนผีเตรียมเฮ!ดอร์ทมุนด์ตกลงขาย “ซานโช” ให้แมนยูแล้ว

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขยิบใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว สำหรับการคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกจอมพลิ้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หลังล่าสุดมีข่าว "เสือเหลือง" ตกลงขายให้เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้นมากกว่า 2,000 ล้านบาท

     โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้ตกลงขาย เจดอน ซานโช ปีกตัวเก่งของทีม ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อย ที่ค่าตัวเบื้องต้น 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานจาก ดิ อินดีเพนเดนท์ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เป็นที่ทราบกันดีว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัว ซานโช ไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) และไม่มีทีท่าที่จะยอมหั่นราคาลง ทว่าล่าสุด ดิ อินดีเพนเดนท์ ระบุว่า "เสือเหลือง" เริ่มใจอ่อน โดยตกลงปล่อย ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ให้ "ปีศาจแดง" เรียบร้อย ที่ราคาขั้นต้น 60 ล้านปอนด์ ส่วนที่เหลือนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อยๆ ทยอยจ่ายจนครบในภายหลังตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ 

     ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ดอร์ทมุนด์ ต่างต้องการให้ได้บทสรุปดีลนี้โดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "เสือเหลือง" ที่มีคิวกลับมาซ้อมในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21 และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีข่าวว่า พวกเขาเริ่มมองหาแข้งใหม่ที่จะเข้ามาแทน ซานโช แล้ว โดยล็อกเป้าไปที่ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าชาวดัตช์ของ โอลิมปิก ลียง

หลุดปากเฉย!ซาเน่แย้ม “ฮาแวร์ตซ์” จ่อเซ็นเชลซี

สาวก "สิงห์บลูส์" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุด ลีรอย ซาเน่ ปีกป้ายแดง บาเยิร์น มิวนิค หลุดปากยืนยัน เชลซี เตรียมได้ตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ มิดฟิลด์ดาวดัง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ร่วมก๊วน

     ลีรอย ซาเน่ ปีกดาวดังคนใหม่ของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน หลุดปากพูดว่า เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประสบความสำเร็จเรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางเพื่อนร่วมทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

     เวลานี้ ฮาแวร์ตซ์ กำลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ เชลซี อย่างหนัก ซึ่งก็คาดกันว่า "สิงห์บลูส์" น่าจะปิดดีลได้ในเร็วๆ นี้ที่ราคา 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) หลังจากที่พวกเขาเพิ่งคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี มาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ได้สำเร็จเมื่อกลางเดือนก่อน และล่าสุด ซาเน่ ก็แย้มว่า ยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน กำลังจะได้ แข้งดาวดัง "ห้างขายยา" เข้าสังกัดอีกราย

         "ผมคิดว่า เยอรมนี มักจะมีนักเตะเก่งๆ อายุน้อยๆ เสมอ" ซาเน่ กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของ บาเยิร์น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "นักเตะหนุ่มๆ หลายคนได้รับโอกาสพัฒนาฝีเท้าที่ดีในเวที บุนเดสลีกา ซึ่งผมคิดว่า เชลซี ทำได้เยี่ยมมากๆ กับการได้ทั้ง แวร์เนอร์ และ ฮาแวร์ตซ์ ภายในปีเดียว"

เอาแล้ว! “ซานโช” พูดถึงข่าวเตรียมซบแมนยู

 

ทำเอาแฟนบอล "ปีศาจแดง" แอบมีลุ้นเลยทีเดียว เพราะล่าสุด เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาพูดแล้ว หลังมีข่าวจ่อโยกซบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะตอบเรื่องอนาคตการค้าแข้งของตัวเองตอนนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าใกล้ปิดดีลย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

     ซานโช มีข่าวเกี่ยวโยงกับหลายสโมสรในอังกฤษทั้ง ลิเวอร์พูล, เชลซี , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่า "ปีศาจแดง" จ่อที่จะได้ตัวแล้ว ถึงแม้ "เสือเหลือง" ยืนยันที่จะขายในราคาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) ก็ตาม และล่าสุด สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ได้พูดถึงประเด็นนี้เรียบร้อย

         "ผมก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร มันตอบยาก มันเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งผมไม่มีทางรู้หรอก ดังนั้นเราก็คงจะต้องรอดูต่อไป" ซานโช กล่าวกับนิตยสาร World Soccer ฉบับเตรียมขายในเดือนสิงหาคม
    
         สำหรับฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา ซานโช ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นสุดๆ โดยกดไป 20 ประตู กับ 18 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ รวมทุกรายการ 44 นัด

ซานโช่เผยเรื่องอนาคต-แย้มมีตำนานหงส์เป็นไอดอล

ท่ามกลางกระแสข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา เจดอน ซานโช่ ยอมรับว่ายังไม่รู้ว่าอนาคตัวเองจะเป็นยังไงต่อ พร้อมระบุมีตำนานแข้ง ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เอาเป็นแบบอย่าง

    เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษของ โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ ตกเป็นข่าวย้ายทีมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล สองยักษ์ใหญ่จากศึก พรีเมียร์ลีก โดยสัญญาฉบับปัจจุบันกับ "เสือเหลือง" มีถึงปี 2022 พร้อมค่าเหนื่อย 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 7.5 ล้านบาท

    ล่าสุด ซานโช่ ที่ทำไป 17 ประตูกับ 17 แอสซิสต์ ในศึกบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2019/20 กล่าวกับ นิตยสาร เวิลด์ แม็กกาซีน ถึงเรื่องแผนการอนาคตในช่วงซัมเมอร์นี้ "ผมไม่รู้ที่จะพูดอะไรเลย"

    "มันยากที่จะเอ่ย เป็นเรื่องของอนาคต คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น ดังนั้นเราก็ต้องรอดูกันต่อไป"

    นอกจานี้ ปีกวัย 20 ปี ยังเผยถึงนักฟุตบอลที่เป็นแรงบันดาลใจของตัวเอง พร้อมเสริมว่าตนเติบโตมาโดยดูวิดีโอของ จอห์น บาร์นส์ ตำนานของ ลิเวอร์พูล รวมถึง โรนัลดินโญ่ อดีตซูปเปอร์สตาร์ของ บาร์เซโลน่า

    "พ่อของผมเป็นแฟนตัวยงของ จอห์น บาร์นส์ เขามีม้วนวิดีโอของเขา 2-3 อันที่บ้าน และผมก็เคยดูหลายครั้ง"

    "ผมยังเคยดู โรนัลดินโญ่ ทาง ยูทูบ มันเป็นเรื่องสำคัญต่อผมมาก เขาพยายามที่จะทำอะไรที่ไม่มีใครเขาทำกัน ซึ่งทำให้ผมชอบเขามาก"

    "ผมไม่ได้มีทีมที่เชียร์หรอกนะ แต่ผมน่ะมีผู้เล่นหลายคนที่เป็นไอดอล"