รอซบเชลซี?ฮาแวร์ทซ์ไม่โผล่เช็กฟิตกับเลเวอร์ฯ

บิลด์ สื่อของเยอรมนี ตีข่าว ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ เลเวอร์คูเซ่น ไม่ได้ทดสอบความฟิตกับทีมเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวลือระหว่างเขากับ เชลซี ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรแกร่งแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ไม่ได้เข้ารับการทดสอบสภาพความฟิตกับต้นสังกัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนทำให้เหมือนกับว่าเขาใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ บิลด์ สื่อชั้นนำของเมืองเบียร์

หลังจากตกเป็นข่าวกับหลายทีมเป็นเวลานาน เชลซี ก็กลายเป็นทีมที่มีโอกาสได้ ฮาแวร์ทซ์ มากที่สุด แต่ที่ผ่านมา "สิงโตน้ำเงินคราม" ก็ยังไม่สามารถปิดดีลนี้อย่างเป็นทางการได้สักที ขณะที่พวกเขาก็จะต้องลงเล่นเกมลีกนัดแรกกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันที่ 14 กันยายนนี้แล้ว

กระทั่งล่าสุด บิลด์ ก็แฉว่า ฮาแวร์ทซ์ ไม่ได้ทำการทดสอบสภาพความฟิตกับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนที่เขาเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของสโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา กับวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา มันเป็นการเข้าไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งมันเป็นขั้นตอนสำหรับการเตรียมเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนกันยายนนี้

 

เหตุใดราคิติชลาบาร์ซ่าจะช่วยลิเวอร์พูลได้สตาร์

"เดอะ ค็อป" มองการอำลา บาร์ซ่า ของ อิวาน ราคิติช จะกระทบชิ่งมาถึง ลิเวอร์พูล แน่นอน หลัง "หงส์แดง" เพิ่งได้ คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ มาเสริมทัพคนเดียว
    แฟนบอล ลิเวอร์พูล จำนวนหนึ่งเชื่อว่า "หงส์แดง" จะได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางประสบการณ์สูงของ บาเยิร์น มิวนิค แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมัน มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ หลัง อิวาน ราคิติช กองกลางโครแอต ตกลงอำลา บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เซบีย่า

    ราคิติช เข้ารับการตรวจร่างกายกับ เซบีย่า แล้ว ขณะที่ อาร์ตูโร่ วิดาล มิดฟิลด์ชิลี กำลังจะเป็นรายต่อไปที่ลา บาร์ซ่า ส่งผลให้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือใหม่ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องมองหากองกลางคนใหม่ และเป้าหมายเบอร์ 1 ที่อยากได้คือ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ที่เหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น

    หาก "หงส์แดง" เสีย ไวจ์นัลดุม ไปก็จะทำให้ต้องเร่งเดินหน้าคว้า ติอาโก้ วัย 29 ปี มาเสริมทัพโดยไว หลัง บาเยิร์น พร้อมปล่อยอยู่แล้ว และตั้งค่าตัวไว้ที่ราว 29 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,189 ล้านบาท)

    แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @MinaminoAcid ทวีตข้อความว่า "ด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่า มันจะเป็นแบบนี้ ไวจ์นัลดุม ไปแทน ราคิติช และ อาร์ตูร์ ที่ บาร์ซ่า แล้วเราจะได้ ติอาโก้ มาแทน หวังว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นโดยเร็ว"

    ขณะที่ @SambaRole แสดงความเห็นว่า "ราคิติช ย้ายไป เซบีย่า และ วิดาล ใกล้ซบ อินเตอร์ มิลาน ทำให้ดูเหมือนว่า เพิ่มโอกาสสูงที่ บาร์ซ่า จะมาเอา ไวจ์นัลดุม"  

    ส่วน @NikkiMc11 ทวีตข้อความว่า "ราคิติช ไป เซบีย่า, จินี่ ไป บาร์ซ่า, ติอาโก้…."

สถิติใหม่สโมสร!เชลซีตกลงซิว “ฮาแวร์ตซ์” เรียบร้อย

 

แฟนๆ "สิงห์บลูส์" ได้เฮลั่นกันอีกครั้ง เพราะล่าสุดมีข่าว เชลซี ตกลงกระชากตัว  ไค ฮาแวร์ตซ์ แข้งสตาร์ดัง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมก๊วนเรียบร้อย ด้วยค่าตัวเป็นสถิติใหม่ของสโมสร เผยค่าเหนื่อยสุดมหาศาล
    
เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เรียบร้อย ที่ค่าตัวเบื้องต้น 72 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,952 ล้านบาท) ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ค่าตัวของ สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี จะมีโบนัสบวกเพิ่มอีก 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท) ซึ่งขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นด้วย โดยการมาของ ฮาแวร์ตซ์ ทำให้ช่วงซัมเมอร์นี้ "สิงห์บลูส์" ใช้เงินเสริมทัพไปแล้วมากกว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท)

สำหรับค่าตัวของ ฮาแวร์ตซ์ ถือเป็นสถิติใหม่ของสโมสร ซึ่งทุบสถิติเดิม 71.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,935.6 ล้านบาท) ของ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018

ทั้งนี้ คาดว่า ฮาแวร์ตซ์ จะเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นเวลา 5 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12.3 ล้านบาท)

รุมเมนิกเก้แจงลิเวอร์พูลยังไม่ทาบซื้อติอาโก้

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ บิ๊กบอส บาเยิร์น ระบุ ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยติดต่อขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เลย หลังจากที่ดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปนตกเป็นข่าวกับ "หงส์แดง" อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา

คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ลิเวอร์พูล เกี่ยวกับการขอซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของทีมเลย

ติอาโก้ ต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น เพื่อหาความท้าทายใหม่ๆ หลังจากอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่ง ลิเวอร์พูล ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เขาไปร่วมทีมมาโดยตลอด หลังจากลือกันว่าอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า อยากย้ายไปอยู่กับ "หงส์แดง" เอง ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของ ติอาโก้ มากๆ

รุมเมนิกเก้ ให้สัมภาษณ์กับ บิลด์ สื่อชื่อดังของเมืองเบียร์ว่า "เราอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับ ลิเวอร์พูล อยู่ตลอด แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยติดต่อมาหาเราเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้เราได้ประชุมกับพนักงานของเรา (รวมถึงนักเตะด้วย) ซึ่งครอบครัวของเขา (ติอาโก้) ก็มาที่สนามเหมือนกัน และพวกเขาก็เดินไปรอบๆ สนามเหมือนกับการรำลึกความหลัง มันดูเหมือนกับการบอกลาเลย มันเหมือนกับว่าเขาตัดสินใจไปแล้ว"

 

ได้ครบแล้ว! เช็คผลงาน4สโมสรลุยรอบตัดเชือกชปล.2019/20

หลังจากที่ โอลิมปิก ลียง พลิกล็อกโค่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เราได้ครบทั้ง 4 สโมสรเรียบร้อย สำหรับศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1995/96 เลยทีเดียว ที่ไม่มีสโมสรจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ลา ลีกา สเปน หลงเหลือในรอบตัดเชือก เพราะ 4 สโมสรที่หลุดเข้ามาเที่ยวนี้เป็นสองตัวแทนจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ แอร์เบ ไลป์ซิก และสองตัวแทนจากเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กับ โอลิมปิก ลียง ว่าแล้วเรามาเช็คฟอร์มของทั้งสี่สโมสรกันเลยดีกว่าว่า ตลอดเส้นทาง 9 นัดที่ผ่านมานั้น พวกเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง และทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน

* ปารีส แซงต์-แชร์กแมง *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 7
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 1 ยิงได้ 22 เสีย 5
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม เอ, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สกอร์รวมสองนัด 3-2 (แพ้ 1-2 เกมเยือน, ชนะ 2-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ อตาลันต้า 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมาโร อีการ์ดี้ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (5 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 1994/95 และ 2019/20)   

ทีมของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ที่ซีซั่นนี้กวาดเรียบทั้งสามแชมป์ในประเทศ มุ่งมั่นอย่างมากที่จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกให้ได้ ซึ่งพวกเขาก็มาดีเลยทีเดียว หลังผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่มี เรอัล มาดริด เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาก็ฝ่าด่าน ดอร์ทมุนด์ ได้แบบสนุก หลังพ่ายก่อนในเลกแรก ขณะที่รอบที่แล้ว เปแอสเช ทำท่าว่าจะโดน อตาลันต้า เขี่ยตกรอบ ทว่ากลับมาเป็นฝ่ายคว้าชัยได้แบบสุดดราม่า จากสองประตูช่วงท้ายเกมของ มาร์กินญอส และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง
        
* แอร์เบ ไลป์ซิก *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 32
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 17 เสีย 9
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สกอร์รวมสองนัด 4-0 (ชนะ 1-0 เกมเยือน, ชนะ 3-0 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : ติโม แวร์เนอร์ (ย้ายไป เชลซี แล้ว) และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (4 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบแบ่งกลุ่ม (ยูฟ่า ยูโรปา ลีก)
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2019/20) 

เซอร์ไพรส์มากๆ สำหรับ ไลป์ซิก ที่มาไกลจนถึงรอบตัดเชือก โดยนอกจากจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการซิวแชมป์กลุ่ม จี แล้ว พวกเขายังผ่านคู่แข่งในรอบ 16 ทีมอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่มีกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทัพ ได้อย่างง่ายดายด้วย และรอบก่อนรองฯ ถือเป็นไฮไลต์เลย เพราะสามารถโค่นทีมแกร่งอย่าง แอต. มาดริด ทั้งที่ไม่มีดาวยิงตัวเก่งอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งถือว่าน่าจับตามองเหลือเกินว่า ทีมของกุนซือหนุ่มไฟแรงอย่าง ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ จะไปไกลจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขันได้หรือไม่

* บาเยิร์น มิวนิค *

 – ยูฟ่า แรงกิ้ง : 2
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 9 เสมอ 0 แพ้ 0 ยิงได้ 39 เสีย 8
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์กลุ่ม บี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ชนะ เชลซี สกอร์รวมสองนัด 7-1 (ชนะ 3-0 เกมเยือน, ชนะ 4-1 เกมเหย้า), รอบก่อนรองฯ ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2
        – ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (14 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบก่อนรองฯ
        – ผลงานดีสุดในชปล. : แชมป์ 5 สมัย (ได้ครั้งล่าสุดในซีซั่น 2012/13)   

เดินหน้าลุ้นคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ด้วยความมุ่งมั่นและมั่นใจสำหรับทัพ "เสือใต้" โดยผลงานในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นนี้ของพวกเขา ถือว่าโหดมากๆ เพราะคว้าชัยรวดมาตลอดเส้นทาง แถมกระซวกประตูคู่แข่งถึง 39 ลูก!!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรอบก่อนรองฯ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่ประวัติศาสตร์วงการลูกหนังต้องจารึกเลยทีเดียว หลังจากที่พวกเขารวมพลังกันไล่ขยี้ บาร์เซโลน่า แบบไม่มียั้งด้วยสกอร์ 8-2 ดูแล้วฟอร์มแบบนี้ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค คงเริ่มฝันถึงแชมป์สมัยที่ 6 กันแล้ว  

* โอลิมปิก ลียง *

– ยูฟ่า แรงกิ้ง : 17
        – ผลงานซีซั่นนี้ : แข่ง 9 นัด, ชนะ 4 เสมอ 2 แพ้ 3 ยิงได้ 14 เสีย 11
        – ผ่านมาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : รองแชมป์กลุ่ม จี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่าน ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 (ชนะ 1-0 เกมเหย้า, แพ้ 1-2 เกมเยือน), รอบก่อนรองฯ ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1
        – ดาวซัลโวสูงสุด : เมมฟิส เดอปาย (6 ประตู)
        – ผลงานซีซั่นก่อน : รอบ 16 ทีมสุดท้าย
        – ผลงานดีสุดในชปล. : รอบรองฯ (ซีซั่น 2009/10 และ 2019/20)   

นอกจาก ไลป์ซิก แล้ว ลียง ถือเป็นอีกทีมที่ทะลุเข้ามาถึงรอบตัดเชือกได้แบบเหนือความคาดหมาย โดยเริ่มตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ที่พวกเขาเบียดคว้าตั๋วเข้ารอบน็อกเอาต์ได้แบบฉิวเฉียดในฐานะรองแชมป์กลุ่ม (แชมป์กลุ่มคือ ไลป์ซิก) พอมาถึงรอบ 16 ทีม ก็ไม่มีใครคาดคิดว่า ลียง จะผ่าน ยูเวนตุส ได้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ แถมล่าสุดหักปากกาเซียน ฝ่าด่าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งในรอบก่อนรองฯ ได้อีก มาถึงจุดนี้แล้ว ทีมของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย คงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ถึงแม้รอบตัดเชือกต้องเจอกับ บาเยิร์น ก็ตาม

     * โปรแกรมการแข่งขันเกมรอบตัดเชือก *

– วันอังคารที่ 18 สิงหาคม : แอร์เบ ไลป์ซิก VS ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ 
– วันพุธที่ 19 สิงหาคม : โอลิมปิก ลียง VS บาเยิร์น มิวนิค, สนาม เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด

ซิมิคาสทรงดี! 6 ข้อเชิงบวกหลัง “ลิเวอร์พูล” อุ่นเกือกสอย “สตุ๊ตการ์ท”



"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด เปิดหัวได้สวยหรูทีเดียวในการลงเตะเกมอุ่นเครื่องนัดแรก เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21 หลังไล่อัด เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท สโมสรดังจากเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน 3-0 ที่ประเทศออสเตรีย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ นาทีที่ 15, นาบี เกอิต้า นาทีที่ 40 และ ริอาน บรูว์สเตอร์ กดปิดท้ายนาทีที่ 68 ซึ่งเกมนี้มีประเด็นที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องเชิงบวก และนี่คือ 6 สิ่งดีๆ ที่ได้เห็นจากแมตช์นี้
 – เน้นตั้งแต่นัดแรก
  ด้วยการที่ซัมเมอร์นี้มีเวลาเตรียมตัวเพียงน้อยนิด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเข้มข้นทันทีตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องนัดแรกของช่วงปรี-ซีซั่น ด้วยการส่งผู้เล่นตัวจริงแบบ (แทบจะ) ยกชุดลงเล่นตลอดช่วง 45 นาทีแรก ยกเว้นเพียงแค่ในรายของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (อยู่รักษาอาการบาดเจ็บที่ ลิเวอร์พูล), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (เล่น 45 นาทีหลัง) และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เจ็บ) เท่านั้น ซึ่งการเข้าทำก็ดูดีทีเดียว เน้นการผ่านบอลทางภาคพื้นดินตามถนัด ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทั้งสามประตูที่ได้มาจากการเข้าทำที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น และแต่ละคนก็ดูจริงจังไม่น้อยกับการเล่นนัดนี้

  รายชื่อนักเตะชุดครึ่งแรก : อลิสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
  รายชื่อนักเตะชุดครึ่งหลัง : อาเดรียน – คี-ยาน่า ฮูแฟร์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เซป ฟาน เดน เบิร์ก, คอสตาส ซิมิคาส – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์, มาร์โก กรูยิช – ทาคุมิ มินามิโนะ, ริอาน บรูว์สเตอร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

 – เปิดซิงชุดแข่งใหม่สุดไฉไล… สวยดีนะ 
  เชื่อเหลือเกินว่า ตอนเปิดตัวช่วงแรกๆ "เดอะ ค็อป" หลายคนคงไม่ค่อยถูกใจกับชุดแข่งใหม่ของสโมสร แต่บอกได้เลยว่า พอดูไปเรื่อยๆ… ก็สวยนะ!!!  และนี่คือครั้งแรกที่เราได้เห็นทัพนักเตะ ลิเวอร์พูล ลงเล่นภายใต้ชุดแข่งใหม่ของแบรนด์ Nike ซึ่งเพิ่งเข้ามาแทน New Balance ที่อยู่ช่วยสร้างความสำเร็จด้วยกันมาหลายปี และการเปิดหัวด้วยชัยชนะแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียว สำหรับการร่วมมือกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ ไนกี้

 – เล่นกันยาก แต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
  แม้จะเล่นกันแบบค่อนข้างจริงจัง แถมสภาพสนามก็ย่ำแย่จากการที่ฝนตกหนัก ทำให้เล่นกันไม่ง่าย โดยเฉพาะการต่อบอล แต่บรรดานักเตะ "หงส์แดง" ก็เล่นกันอย่างมีความสุข และเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขนาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่มาในทรงผมใหม่แปลกตา ก็ยังยิ้มฟันขาว แม้เกมนี้ไม่มีสกอร์ก็ตาม ถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่า บรรยากาศภายในทีมยังคงยอดเยี่ยม 

 – ซิมิคาส ทรงดี
  แบ็กซ้ายคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก โอลิมเปียกอส อย่าง คอสตาส ซิมิคาส ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรกในช่วง 45 นาทีหลัง ซึ่งก็โชว์ฟอร์มได้โอเคเลย แบบว่าเล่นกับบอลง่ายๆ เติมเกมรุกเมื่อมีโอกาส และไม่ทิ้งเกมรับ ซึ่ง คล็อปป์ ก็ชื่นชมเป็นพิเศษในเรื่องของความเร็ว ขณะที่เจ้าตัวก็ยอมรับหลังเกมว่า ตนจำเป็นต้องเน้นเรื่องความฟิตเป็นพิเศษ

  "ผมรู้สึกดีมาก และแฮปปี้มากๆ ที่ได้ลงเล่นให้ทีมเป็นครั้งแรก" ฟูลแบ็กทีมชาติกรีซวัย 24 ปี กล่าว "ตอนนี้ผมต้องทำงานให้หนักขึ้นไปอีก เพราะผมต้องการให้ตัวเองพร้อมสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง เกมอุ่นเครื่องมันไม่ง่ายอยู่แล้ว เพราะอันดับแรกเลยคือ เราจำเป็นต้องฟิต นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงพยายามวิ่งให้เยอะเข้าไว้"

 

 – บรูว์สเตอร์ มีสกอร์
  แฟนๆ หลายคนอาจจะเชียร์ให้ ลิเวอร์พูล ดึงผู้เล่นที่เป็นกองหน้าธรรมชาติเข้ามาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ด้วยการที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเที่ยวนี้ ที่ไม่สามารถหาซื้อใครได้ง่ายๆ หลังจากเจอพิษ "โควิด-19" ดังนั้นการหวังพึ่งทรัพยากรที่มีอยู่ถือเป็นเรื่องสำคัญ และครั้งนี้หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี อย่าง ริอาน บรูว์สเตอร์ ก็น่าจะหวังพึ่งได้มากกว่าเดิม หลังซีซั่นที่แล้ว (ครึ่งฤดูกาลหลัง) ถูกปล่อยตัวให้ สวอนซี ซิตี้ ยืมใช้งาน และทำผลงานได้น่าประทับใจด้วย แถมเกมนี้ก็เป็นคนทำประตูปิดท้าย เชื่อเหลือเกินว่า ฤดูกาล 2020/21 คล็อปป์ น่าจะผลักดันให้ บรูว์สเตอร์ ขึ้นมามีบทบาทกับทีมมากขึ้น 

 – โจนส์ ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ
  นอกจาก บรูว์สเตอร์ ที่ทำประตูได้แล้ว ดาวรุ่งอย่าง เคอร์ติส โจนส์ และ เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ลงเล่นช่วง 45 นาทีแรก ต่างก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ และดูเล่นเข้าขากับพวกพี่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในรายของ โจนส์ ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ และทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ กับจังหวะโยกหลอกคู่แข่งก่อนแอสซิสต์ให้ ฟีร์มีโน่ ยิงประตูนำ 1-0 ส่วนพวกแนวรับดาวรุ่งที่ลงเล่นครึ่งหลังอย่าง คี-ยาน่า ฮูแฟร์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์ และ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก ก็เล่นได้นิ่ง และดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แม้มีผิดพลาดบ้างก็ตาม

ดอร์ทมุนด์ถล่มดุ๊ยส์บวร์ก-ก่อนพลาดท่าพ่ายเฟเยนูร์ด ศึกอุ่นเครื่องรายการพิเศษ

โบุรสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงอุ่นเครื่องฟุตบอลรายการพิเศษด้วยการถล่ม ดุ๊ยส์บวร์ก ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 5-1 ก่อนในเกมถัดมาจะพลาดท่าแพ้ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่จากฮอลแลนด์ 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษสองนัด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษ "Cup of Traditions : BVB against Feyenoord and Duisburg" ที่่เมืองดุ๊ยส์บวร์ก ประเทศเยอรมัน โดยแบ่งเป็น 2 เกมแข่งขันกันต่อเนื่อง แบ่งเป็นเกมละ 1 ชั่วโมง เริ่มที่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา เยอรมัน พบ ดุ๊ยส์บวร์ก ทีมจากลีกา 3 เยอรมัน โดย "เสือเหลือง" แบ่งผู้เล่นเป็นสองชุด ซึ่งชุดแรกนำมาโดย เจดอน ซานโช่, ธอร์กาน อาซาร์, จิโอวานนี่ เรย์น่า และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ปรากฏว่าเป็น "เสือเหลือง" ที่เหนือกว่าชัดเจนถล่มไปขาดลอย 5-1 จากการทำประตูของ จิโวานนี่ เรย์น่า นาที 12, ธอร์กาน อาซาร์ นาที 14, เจดอน ซานโช่ นาที 26, อังส์การ์ คนอฟ นาที 49, 60 ส่วน ดุ๊ยส์บวร์ก ได้จาก อาห์เมต เอนกิ้น นาที 28

ส่วนอีกหนึ่งเกม ดอร์ทมุนด์ พบ เฟเยนูร์ด ทีมจากเอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ โดยทีมชุดนี้ของ "เสือเหลือง" ตัวหลักนำมาโดย เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์, ยูเลี่ยน บรันทด์, อั๊กเซล วิตเซล และ ราฟาเอล เกร์เรยโร่

ปรากฏว่าเกมนี้เป็น เฟเยนูร์ด ที่เหนือกว่านำก่อน 3 ประตูจาก นิโคไล ยอร์เกนเซ่น นาที 17, นาที 35, เอริค บอตเทกิน นาที 20 ส่วนทีม "เสือเหลือง" ได้ประตูตีไข่แตกจาก อั๊กเซล วิตเซล ในนาที 52 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

ได้ทีมใหม่รึยัง?ฟลิคเผยเองเรื่องย้ายสโมสรของติอาโก้

หลังจาก ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมก็บอกเองว่า ติอาโก้ ยังไม่ได้เลือกเลยว่าจะไปซบทีมไหน แต่แย้มว่าในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้อาจจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางคนดังของทีมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน

ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง โดยช่วงแรกๆ ลิเวอร์พูล เป็นทีมเดียวที่มีข่าวกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า แต่หลังจากนั้นก็มีทีมที่ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 29 ปีมากขึ้น อย่างเช่น เชลซี และ อาร์เซน่อล เป็นต้น

ฟลิค เริ่มต้นด้วยการพูดแบบขำๆ ว่า "เขาบอกกับผมแล้วว่าเขาจะอยู่กับเราต่อ" ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์แบบจริงจังว่า "ผมเพิ่งขอบคุณเขาสำหรับผลงานที่ทำได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นยังไง เขาเองก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองเหมือนกัน เราต้องรอดูวันในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

 

พี่เสือกลับถ้ำ!ทัพแข้งบาเยิร์นถึงรังฉลองแชมป์ยุโรป (ภาพ+คลิป)

กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่… ก๊วนนักเตะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เดินทางถึงเมืองมิวนิค พร้อมกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" เรียบร้อย หลังผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ประเทศโปรตุเกส เมื่อคืนวันอาทิตย์

บรรดานักเตะ บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค และสต๊าฟฟ์โค้ช ได้เดินทางกลับถึงเมืองมิวนิค พร้อมมุ่งหน้าไปฉลอง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เรียบร้อย หลังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ตลอดเส้นทางมีบรรดาแฟนบอล "เสือใต้" ให้การต้อนรับเป็นระยะ และเมื่อถึงสังเวียนแข้ง อัลลิอันซ์ อารีน่า ก็ได้มีการนำโทรฟี่แชมป์ยุโรป มาตั้งบนแท่นร่วมกับถาดแชมป์บุนเดสลีกา และถ้วยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ที่พวกเขาได้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนการฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบริหารสโมสร และ มานูเอล นอยเออร์ กัปตันทีม ก็ได้มีการกล่าวสุนทรพจน์เล็กๆ น้อยๆ 

ทั้งนี้ ทัพนักเตะ "เสือใต้" จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน (ยกเว้นในรายของ นิคลาส ซือเล่ และ ลีรอย ซาเน่ ที่ต้องไปเก็บตัวกับทีมชาติเยอรมนี ซึ่งเตรียมลงเตะศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับ สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 3 และ 6 กันยายน ตามลำดับ) ก่อนกลับมาซ้อมในวันที่ 7 กันยายน โดยศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาล 2020/21 มีกำหนดรูดม่านเปิดฉากในวันที่ 18 กันยายน

 

ปล่อยของ!เบลลิงแฮมโชว์แจ่มประเดิมดอร์ทมุนด์

จู้ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมการเล่นเกมอุ่นเกือกกับทีมด้วยการทำได้ 1 แอสซิสต์ในเกมอุ่นเกือกที่ถล่ม ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช แถมยังช่วยให้ทีมได้ลูกแรกด้วย
    จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ทำได้ 1 แอสซิสต์ ตั้งแต่การลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกกับทีมในนัดที่ชนะ ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช ทีมจากออสเตรีย 6-0 เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ในฤดูกาล 2019-20 เบลลิงแฮม เพิ่งได้ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เป็นซีซั่นแรก แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนกลายเป็นกำลังหลักของทีมทันที และทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลายทีม โดยเฉพาะ ดอร์ทมุนด์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวกับเขามากที่สุด ก่อนจะเป็น "เสือเหลือง" ที่ได้แข้งวัย 17 ปีมาครอง

GOAL! 3-0!
@ErlingHaaland
@BellinghamJude / @ManuelPherai#ALTBVB pic.twitter.com/cEynVtGOXb

— Borussen (@BorussenEdits) August 12, 2020
    ทั้งนี้ เกมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการลงเล่นช่วงปรี-ซีซั่นนัดแรกของ ดอร์ทมุนด์ โดยที่ เบลลิงแฮม ได้เป็นตัวจริงทันที ซึ่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก อิมมานูเอล เฟราย ดาวเตะชาวดัตช์ของ ดอร์ทมุนด์ มีจังหวะเปิดยัดเข้ามาตรงกลาง และ เบลลิงแฮม ก็ตอกส้นบอลไปให้ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาวยิงชาวนอร์เวย์จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ ดอร์ทมุนด์ นำห่างเป็น 3-0

    ที่จริงก่อนหน้าจังหวะดังกล่าว เบลลิงแฮม ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูแรกในนาทีที่ 14 เช่นกัน หลังจากตัดบอลได้ในแดนของคู่แข่ง ก่อนที่จะผ่านบอลไปให้ ฮาแลนด์ แล้วจากนั้นดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ก็ส่งต่อไปให้ โจวานนี่ เรย์น่า ทำประตู

14 minutes into his Dortmund debut and Bellingham has already got a pre assist. Great interception
pic.twitter.com/XGHK5rceF1

— Tom (@T_Owen1875) August 12, 2020
    หลังจบเกมไปแล้วนั้น เบลลิงแฮม ก็ชมเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยทำให้ตนเล่นได้ง่าย "ผมรู้สึกสนุกกับทุกนาทีที่ได้อยู่ในสนาม มันเป็นเรื่องดีที่ได้ทำความคุ้นเคยกับคนในทีม และได้ลงเล่นในสีเสื้อดำ-เหลืองสักที ผมดีใจมากๆ เราทำประตูได้หลายลูก, ได้เล่นกันแบบสนุก ผมเพลิดเพลินกับมันมากๆ ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่คนในทีมก็ทำให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และโดยรวมแล้วเราก็เล่นได้ดีแม้ว่ามันจะเป็นการลงเล่นนัดแรกของเราก็ตาม ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้"