ใครนะ!โดน”ดีทมาร์ ฮามันน์”ไล่ให้กลับไทยไปทำนา

อดีตนักเตะดังอย่าง ดีทมาร์ ฮามันน์ เคยบอกให้นักเตะไทย รายหนึ่งไปทำนาดีกว่าหากเล่นฟุตบอลได้แค่นี้ !
   
นักเตะคนนั้นไม่ใช่ใคร เขาคือ "เจ้าคาร์" เกียรติประวุฒิ สายแวว นั่นเอง อดีตกองกลาง ดีกรีทีมชาติ เยอรมัน ที่เคยค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค , นิวคาสเซิล , ลิเวอร์พูล , โบลตัน ฯ , มิลตัน คีนส์ ดอน  ไล่ให้"เจ้าคาร์" กลับมาทำนาที่เมืองไทยมาแล้ว เมื่อตอนที่ "เจ้าคาร์" ไปร่วมซ้อมกับทีม "เรือใบสีฟ้า " แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง

    ย้อนหลังกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา สมัยที่ ทีม "เรือใบสีฟ้า " มีเจ้าของทีมเป็นคนไทย อย่าง อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง

    ห้วงเวลานั้น อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ให้โอกาส 3 นักเตะไทยไปฝึกลูกหนังกับ ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้ง 3 คนคือ "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา อดีตแข้ง เอสซีจี เมืองทองฯที่ ค้าแข้งอยู่กับ ชิมิสึ เอสพัลส์ ในเจลีก ขณะนี้ , สุรีย์ สุขะ อดีตแข้งดัง ชลบุรีฯ ที่ตอนนี้เล่นกับ สิงห์ระฆังทอง และอีกรายก็คือ "เจ้าคาร์" เกียรติประวุฒิ สายแวว นักเตะจากเมืองดอกบัว จ.อุบลฯ ที่ตอนนั้นเล่นกับ "ฉลามชล" นั่นเอง

    ปัจจุบันในวัย 34 ปี "เจ้าคาร์" อำลา การเป็นนักเตะไปแล้ว ตั้งแต่ตอนอายุ 32 ปีด้วยซ้ำไป โดยกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด จ.อุบลราชธานี ทีมสุดท้ายที่ เขาเล่นคือ โปลิศ เทโรฯ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง บริเวณ หมอนรองกระดูกหัวเข่าขวา อักเสบ เลยทำให้เขาไม่สามารถไปต่อในฐานะพ่อค้าแข้งได้

    ปูมหลังของ "เจ้าคาร์" เขาเรียน มัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนศรีประทุมพิทยาคม บ้านเกิด แต่ สถาบันการศึกษาที่ทำให้"เจ้าคาร์"ได้เดินสู่การเป็นพ่อค้าแข้งจริงจังก็คือ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ที่เป็นแหล่งผลิตนักเตะให้"ฉลามชล" และหลายๆทีมในเครือเมืองชล ต่อจากอสช.ศรีราชา  นั่นเอง ที่เขามาเรียนระดับม.ปลายที่นี่และก้าวเป็นนักเตะอาชีพเต็มตัวในที่สุด ก่อนจบปริญญาตรี ม.กรุงเทพธนบุรี

    ด้านการรับใช้ชาตินั้น "เจ้าคาร์" เริ่มต้นติดธงหนแรกชุด ยช. 16 ปี ที่ มี"โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ทำทีม  ตอนเรียน ม.4 นักเตะชุดนั้นมี เจษฎากรณ์ เหมแดง , ภานุวัฒน์ จินตะ , อาทิตย์ สุนทรพิธ อดีตเพื่อนร่วมทีม"ฉลามชล"

    จากนั้นติดยช.19 ปี ที่มี"โค้ชหรั่ง"ชาญวิทย์ ผลชีวิน คุมทัพ ก่อนจะติดทีมชุดปรีโอลิมปิก และติดธงชุดใหญ่หนแรกในวัยแค่ 19 ปีเคยเล่นกับรุ่นพี่อย่าง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง , ธชตะวัน ศรีปาน ในศึกอช.คัพ เมื่อปี คศ. 2007 , คัดเลือกฟุตบอลโลก ก็เคยติดมาแล้ว

    "เจ้าคาร์"  เล่นซีเกมส์ 3 ครั้ง ได้แชมป์  2 สมัยที่ ฟิลิปปินส์ และไทย อีกครั้งก็คือ ที่ ลาว 

    เมื่อปี ค.ศ. 2008 หรือเมื่อราว 12 ปีที่แล้ว แม้จะไม่สามารถฝ่ากำแพงสู่การเป็นนักเตะอาชีพในลีกดังอย่างพรีเมียร์ลีก อังกฤษได้แต่ก็ทั้ง 3 รายได้รับการส่งต่อโดย "เจ้ามุ้ย" กับ สุรีย์ ถูกส่งไปซ้อมกับ กลาส ฮอปเปอร์ ซูริค ทีมดังลีกสวิตเซอร์แลนด์ ส่วน "เจ้าคาร์" ได้ไปซ้อมกับ คลับ บรูซ ของเบลเยียม โดย"เจ้าคาร์" หอบเงินกลับมาราว 4 ล้านบาท ในครั้งนั้น

    "เจ้าคาร์" เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ เขาโดน ดีทมาร์ ฮามันน์ ไล่ให้กลับไทยมาทำนา ประมาณ ว่า เล่นฟุตบอลเหมือนควาย นั้นเกิดตอนที่ผมซ้อมกับ แมนฯซิตี้ มีจังหวะหนึ่งที่ผมส่งบอลผิดจังหวะไปให้ ดีทมาร์ ฮาร์มันน์ แบบส่งบอลเสียเลยทำให้ นักเตะเยอรมัน รายนี้อารมณ์เสียของขึ้น 555 พี่แกเลยด่าใส่ผม แต่ผมไม่โกรธนะครับ เพราะเราส่งบอลให้เขาไม่ดีจริงๆ"

    เส้นทางลูกหนังของ"เจ้าคาร์" นั้นเขาเล่นกับ ชลบุรีฯ ตั้งแต่อายุ 15-27 ปี จากนั้น ไปอยู่กับ "กว่างโซ้ง" สิงห์เชียงรายฯ 3 ฤดูกาลครึ่ง และกลับมาอยู่กับชลบุรีฯ 6 เดือนในเลกสองฤดูกาล พ.ศ. 2560  และ โปลิศเทโรฯ ที่ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียว กระทั่ง ล่าสุดอยู่กับ โปลิศ เทโรฯ แต่ไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว

    วันนี้ชีวิตของ"เจ้าคาร์ "มีความสุขดี มีทรัพย์สินเป็นที่ดิน 30 ไร่ ซึ่ง 25 ไร่เป็นที่นา อีก 5 ไร่ เป็นที่ติดถนน คิดมูลค่าทั้งหมดก็น่าจะตัวเลขหลายล้านบาท

    "เจ้าคาร์" ร่วมกับ พี่ชาย ประวุฒินันท์ สายแวว นักเตะรุ่นเดียวกับธีรศิลป์ แดงดา ที่จบการศึกษาจากม.มหิดล และเป็นโค้ชดีกรี ซีไลน์เซนส์ เอเอฟซี โดยอะคาเดมี่ที่ใช้ชื่อเขาเอง ว่า เกียรติประวุฒิ อะคาเดมี่ ตั้งอยู่อ.เมือง จ.อุบลฯที่สนาม ทูเดย์ สเตเดี้ยม อยู่ข้างๆ แมคโคร อุบลฯ ใครสนใจติดต่อไปได้ที่ เบอร์ 082-2026168 หรือเฟสบุ๊ค เกียรติประวุฒิ อคาเดมี่

 

คิวเตะซีซั่นใหม่มาแล้ว! ลิเวอร์พูลอ่วม จั่วลีดส์ต่อด้วยเชลซี-อาร์เซน่อล

โปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020-21 ออกมาแล้ว โดยหนึ่งในคู่ที่น่าสนใจของนัดเปิดสนามคือเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าของ พรีเมียร์ลีก จะเปิดบ้านเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด แชมป์จาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ

   โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21

    เตะวันที่ 12 กันยายน 2020

    เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด*
    คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    ฟูแล่ม พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า*
    ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบ เลสเตอร์ ซิตี้
    เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

    เตะวันที่ 14 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน พบ เชลซี
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ เวสต์แฮม
    แอสตัน วิลล่า พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    เชลซี พบ ลิเวอร์พูล
    เอฟเวอร์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ ฟูแล่ม
    เลสเตอร์ พบ เบิร์นลีย์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
    นิวคาสเซิล พบ ไบรท์ตัน
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้

    วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2020

    ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เบิร์นลีย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน
    ฟูแล่ม พบ แอสตัน วิลล่า
    ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล
    แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
    สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิล
    เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี
    เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แอสตัน วิลล่า พบ ลิเวอร์พูล
    เชลซี พบ คริสตัล พาเลซ
    เอฟเวอร์ตัน พบ ไบรท์ตัน
    ลีดส์ พบ แมนฯ ซิตี้
    เลสเตอร์ พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
    นิวคาสเซิล พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2020

    เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    คริสตัล พาเลซ พบ ไบรท์ตัน
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
    ลีดส์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    เลสเตอร์ พบ แอสตัน วิลล่า
    แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
    สเปอร์ส พบ เวสต์แฮม
    เวสต์บรอมวิช พบ เบิร์นลีย์

    วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2020

    อาร์เซน่อล พบ เลสเตอร์
    แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์
    ไบรท์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
    เบิร์นลีย์ พบ สเปอร์ส
    ฟูแล่ม พบ คริสตัล พาเลซ
    ลิเวอร์พูล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เอฟเวอร์ตัน
    เวสต์แฮม พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิล

    วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ เชลซี
    ฟูแล่ม พบ เวสต์บรอมวิช
    ลีดส์ พบ เลสเตอร์
    ลิเวอร์พูล พบ เวสต์แฮม
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
    นิวคาสเซิล พบ เอฟเวอร์ตัน
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
    สเปอร์ส พบ ไบรท์ตัน
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ

    วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ แอสตัน วิลล่า
    ไบรท์ตัน พบ เบิร์นลีย์
    เชลซี พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
    คริสตัล พาเลซ พบ ลีดส์
    เอฟเวอร์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เลสเตอร์ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    แมนฯ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พุล
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
    เวสต์บรอมวิช พบ สเปอร์ส
    เวสต์แฮม พบ ฟูแล่ม

    วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2020

    แอสตัน วิลล่า พบ ไบรท์ตัน
    เบิร์นลีย์ พบ คริสตัล พาเลซ
    ฟูแล่ม พบ เอฟเวอร์ตัน
    ลีดส์ พบ อาร์เซน่อล
    ลิเวอร์พุล พบ เลสเตอร์
    แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
    นิวคาสเซิ่ล พบ เชลซี
    เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
    สเปอร์ส พบ แมนฯ ซิตี้
    วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

    วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2020

    อาร์เซน่อล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
    ไบรท์ตัน พบ ลิเวอร์พุล
    เชลซี พบ สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ พบ นิวคาสเซิ่ล
    เอฟเวอร์ตัน พบ ลีดส์
    เลสเตอร์ พบ ฟูแล่ม
    แมนฯ ซิตี้ พบ เบิร์นลีย์
    เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
    เวสต์บรอมวิช พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  5 ธันวาคม 2020

แอสตัน วิลล่า พบ นิวคาสเซิ่ล
ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชลซี พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ฟูแล่ม
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ อาร์เซน่อล
เวสต์บรอมวิช พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  12 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ ลิเวอร์พูล
ลีดส์ พบ เวสต์แฮม
เลสเตอร์ พบ ไบรท์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ซิตี้
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า

วันอังคารที่  15 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ ไบรท์ตัน
ลีดส์ พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชลซี

วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2020

ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์บรอมวิช

วันเสาร์ที่  19 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชลซี พบ เวสต์แฮม
คริสตัล พาเลซ พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลีดส์
นิวคาสเซิ่ล พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
สเปอร์ส พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  26 ธันวาคม 2020

อาร์เซน่อล พบ เชลซี
แอสตัน วิลล่า พบ คริสตัล พาเลซ
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิ่ล
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส

วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม 2020

ไบรท์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เชลซี พบ แอสตัน วิลล่า
คริสตัล พาเลซ พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลิเวอร์พูล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
สเปอร์ส พบ ฟูแล่ม
เวสต์บรอมวิช พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  2 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ แมนฯ ซิตี้
คริสตัล พาเลซ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
นิวคาสเซิ่ล พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ ลีดส์
เวสต์บรอมวิช พบ อาร์เซน่อล

วันอังคารที่  12 มกราคม 2021*

อาร์เซน่อล พบ คริสตัล พาเลซ
แอสตัน วิลล่า พบ สเปอร์ส
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เลสเตอร์ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 13 มกราคม 2021 *

ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ ไบรท์ตัน

*แมตช์ที่ 18 ที่จะแข่งในวันที่ 12-13 มกราคม อาจปรับเป็นแข่ง 12-13 มกราคม และ 20 มกราคม  2021ตามโปรแกรมถ่ายทอดสดของเดือนมกราคม

วันเสาร์ที่  16 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ นิวคาสเซิ่ล
แอสตัน วิลล่า พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ เชลซี
ลีดส์ พบ ไบรท์ตัน
เลสเตอร์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ซิตี้ พบ คริสตัล พาเลซ
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ สเปอร์ส
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช

วันอังคารที่  26 มกราคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ซิตี้

วันพุธที่ 27 มกราคม 2021

เชลซี พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ ลิเวอร์พูล
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  30 มกราคม 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ไบรท์ตัน พบ สเปอร์ส
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เลสเตอร์ พบ ลีดส์
แมนฯ ซิตี้ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ ฟูแล่ม
เวสต์แฮม พบ ลิเวอร์พูล

วันอังคารที่  2 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
ฟูแล่ม พบ เลสเตอร์
ลีดส์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021

นิวคาสเซิ่ล พบ คริสตัล พาเลซ
สเปอร์ส พบ เชลซี
ลิเวอร์พูล พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 กุมภาพันธ์ 2021

แอสตัน วิลล่า พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
ฟูแล่ม พบ เวสต์แฮม
ลีดส์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เชลซี
สเปอร์ส พบ เวสต์บรอมวิช
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  13 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ ลีดส์
ไบรท์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
เชลซี พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
เลสเตอร์ พบ ลิเวอร์พูล
แมนฯ ซิตี้ พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  20 กุมภาพันธ์ 2021

อาร์เซน่อล พบ แมนฯ ซิตี้
แอสตัน วิลล่า พบ เลสเตอร์
ไบรท์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชลซี
เวสต์แฮม พบ สเปอร์ส
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  27 กุมภาพันธ์ 2021

เชลซี พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
คริสตัล พาเลซ พบ ฟูแล่ม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ แอสตัน วิลล่า
เลสเตอร์ พบ อาร์เซน่อล
แมนฯ ซิตี้ พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ ไบรท์ตัน

วันเสาร์ที่  6 มีนาคม 2021

แอสตัน วิลล่า พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ไบรท์ตัน พบ เลสเตอร์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ อาร์เซน่อล
เชลซี พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ ฟูแล่ม
แมนฯ ซิตี้ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
สเปอร์ส พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์บรอมวิช พบ นิวคาสเซิ่ล
เวสต์แฮม พบ ลีดส์

วันเสาร์ที่  13 มีนาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ สเปอร์ส
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ฟูแล่ม พบ แมนฯ ซิตี้
ลีดส์ พบ เชลซี
เลสเตอร์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เวสต์แฮม
นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล

วันเสาร์ที่  20 มีนาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ ลีดส์
ลิเวอร์พูล พบ เชลซี
แมนฯ ซิตี้ พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ แอสตัน วิลล่า
สเปอร์ส พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล

วันเสาร์ที่  3 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ลิเวอร์พูล
แอสตัน วิลล่า พบ ฟูแล่ม
เชลซี พบ เวสต์บรอมวิช
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
ลีดส์ พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ แมนฯ ซิตี้
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ สเปอร์ส
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม

วันเสาร์ที่  10 เมษายน 2021

ไบรท์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ นิวคาสเซิ่ล
คริสตัล พาเลซ พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
ลิเวอร์พูล พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ซิตี้ พบ ลีดส์
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ อาร์เซน่อล
สเปอร์ส พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เลสเตอร์

วันเสาร์ที่  17 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ ฟูแล่ม
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ซิตี้
เชลซี พบ ไบรท์ตัน
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ ลิเวอร์พูล
เลสเตอร์ พบ เวสต์บรอมวิช
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
นิวคาสเซิ่ล พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ คริสตัล พาเลซ
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด

วันเสาร์ที่  24 เมษายน 2021

อาร์เซน่อล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เวสต์บรอมวิช
ฟูแล่ม พบ สเปอร์ส
ลีดส์ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
เลสเตอร์ พบ คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล พบ นิวคาสเซิ่ล
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ ไบรท์ตัน
เวสต์แฮม พบ เชลซี
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซาธ์แฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  1 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เวสต์แฮม
เชลซี พบ ฟูแล่ม
คริสตัล พาเลซ พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ แอสตัน วิลล่า
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ลิเวอร์พูล
นิวคาสเซิ่ล พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เลสเตอร์
สเปอร์ส พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เวสต์บรอมวิช พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน

วันเสาร์ที่  8 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ เวสต์บรอมวิช
แอสตัน วิลล่า พบ แมนฯ ยูไนเต็ด
ฟูแล่ม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
ลีดส์ พบ สเปอร์ส
เลสเตอร์ พบ นิวคาสเซิ่ล
ลิเวอร์พูล พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ คริสตัล พาเลซ
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ไบรท์ตัน

วันอังคารที่  11 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ เวสต์แฮม
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ เลสเตอร์
เวสต์บรอมวิช พบ ลิเวอร์พูล

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2021

เชลซี พบ อาร์เซน่อล
นิวคาสเซิ่ล พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ฟูแล่ม
สเปอร์ส พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ พบ แอสตัน วิลล่า

วันเสาร์ที่  15 พฤษภาคม 2021

ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ซิตี้
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
เชลซี พบ เลสเตอร์
คริสตัล พาเลซ พบ อาร์เซน่อล
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน
แมนฯ ยูไนเต็ด พบ ฟูแล่ม
นิวคาสเซิ่ล พบ เชฟฯ ยูไนเต็ด
เซาธ์แฮมป์ตัน พบ ลีดส์
สเปอร์ส พบ แอสตัน วิลล่า
เวสต์บรอมวิช พบ เวสต์แฮม

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2021

อาร์เซน่อล พบ ไบรท์ตัน
แอสตัน วิลล่า พบ เชลซี
ฟูแล่ม พบ นิวคาสเซิ่ล
ลีดส์ พบ เวสต์บรอมวิช
เลสเตอร์ พบ สเปอร์ส
ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ
แมนฯ ซิตี้ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เชฟฯ ยูไนเต็ด พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
เวสต์แฮม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

หมายเหตุ : ทีมที่อยู่ข้างหน้าคือทีมที่จะได้เป็นเจ้าบ้าน

หมายเหตุ 2 : คู่ระหว่าง เบิร์นลี่ย์ พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ แอสตัน วิลล่า โดนเลื่อนเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ เพิ่งผ่านเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปมา

ยิงไม่หยุด! ลูกากูทุบสถิติเชียร์เรอร์เกมยูโรป้าลีก

กองหน้าชาวเบลเยียมกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในเกมยูฟ่า คัพ หรือยูโรป้าลีกได้ 9 นัดติดต่อกัน แซงหน้าเข้าของสถิติเดิมอย่างอลัน เชียร์เรอร์ ได้สำเร็จ

โรเมลู ลูกากู กองหน้าอินเตอร์ มิลาน กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในเกมยูฟ่า คัพ หรือยูโรป้าลีก ได้ถึง 9 นัดติดต่อกัน

ก่อนหน้านี้ ดาวยิงชาวเบลเยียมถือครองสถิติดังกล่าวเทียบเท่าอลัน เชียร์เรอร์ สมัยอยู่กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ยิงประตูในรายการนี้ได้ 8 นัดติดต่อกัน แต่หลังจากที่เขาทำประตูได้ในเกมชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 2-1 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เขาแซงหน้าเชียร์เรอร์ขึ้นไปถือครองสถิติดังกล่าวเพียงคนเดียวในเวลานี้

ประตูดังกล่าวถือเป็นประตูที่ 31 ของลูกากูรวมทุกรายการ ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา มากกว่าสถิติเดิมสมัยอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงไป 27 ประตูในฤดูกาล 2017-18 อยู่ 4 ประตู

นอกจากนี้ เขายังยิงประตูในเกมเยือนไปแล้ว 15 ประตู ซึ่งเป็นนักเตะอินเตอร์ มิลาน คนแรกในรอบ 70 ปีที่ทำผลงานได้ถึงตัวเลขดังกล่าว เทียบเท่าเจ้าของสถิตเดิมอย่าง Stefano Nyers ที่เคยทำไว้เมื่อฤดูกาล 1949-50

ทั้งนี้ ทีมเนรัซซูรีจะพบผู้ชนะระหว่างชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และ บาเซิล ในรอบรองชนะเลิศ

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย

เดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 ความมันส์ยังมีให้ลุ้นคือตั๋วอีก 2 ใบสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงทีมตกชั้นที่ยังต้องหาอีก 2 ทีมร่วงลงไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ

    สำหรับประเด็นก่อนเกมจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราคัดมาให้ดูกัน 6 แมตช์ แบบเต็มๆ เน้นๆ

    – อาร์เซน่อล – วัตฟอร์ด
    ในกรณีที่ทีมอันดับ 9 อย่าง เบิร์นลี่ย์ ไม่ชนะ ไบรท์ตัน แล้ว อาร์เซน่อล เก็บชัยได้เหนือ วัตฟอร์ด ก็จะทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" แซงขึ้นไปจบอันดับ 9 ทันที

    อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด ที่อยู่อันดับ 18 ซึ่งเป็นพื้นที่ตกชั้น ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บชัยชนะหรือต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีผลการแข่งขันที่ดีกว่า แอสตัน วิลล่า ที่ตอนนี้ทั้งคู่มีแต้มเท่ากัน แต่ผลต่างประตูของ "แตนอาละวาด" เป็นรอง

 

    อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครเกมลีกในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาแล้ว 8 เกมติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 2) โดยสอยตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 18 ลูก และเสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น

    ส่วนการเจอกับ วัตฟอร์ด ในเกมลีกที่บ้านตัวเอง 6 นัดหลัง "ไอ้ปืนใหญ่" คว้าชัยได้ 5 นัด(แพ้ 1) ซึ่งทุกนัดที่คว้าชัยเป็นการเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด

    วัตฟอร์ด เสียประตูอย่างน้อย 1 ลูกตลอด 9 เกมในลีกหลังสุด และตลอดการเจอกับ อาร์เซน่อล 13 ในเกมลีก พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกิดขึ้นจากประตูของ ยูเนส กาบูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 เกมที่ วัตฟอร์ด บุกไปชนะ 2-1

    – เชลซี – วูล์ฟส์
    เชลซี ต้องการแค่แต้มเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ส่วน วูล์ฟส์ หมายมั่นที่จะยึดท็อป 6 และไปเล่น ยูโรปา ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ในการเจอกับ วูล์ฟส์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่แพ้เลยโดยแบ่งเป็นเก็บชัยได้ 4 และเสมออีก 1

 

    แทมมี่ อับราฮัม ทำสกอร์ได้ตลอด 3 เกมยามที่ เชลซี เจอกับ วูล์ฟส์ โดยซัดได้ถึง 6 ลูก รวมถึง แฮตทริกใส่ได้ในเกมนัดแรกที่ "สิงห์บลูส์" เอาชนะไป 5-2

    นับตั้งแต่ขึ้นชั้นกลับมาเมื่อปี 2018 วูล์ฟส์ ยิงใส่ เชลซี ได้ 5 ลูกจาก 3 เกมที่เจอกันบนลีกสูงสุด ซึ่งมันต่างกกันสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ 8 นัดที่พวกเขายิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นในการเจอกับ "สิงห์บลูส์"

    ราอูล ฮิเมเนซ ยิงได้ 17 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งประตูเหล่านั้นมีค่าทำให้ วูล์ฟส์ เก็บแต้มเข้ากระเป๋าถึง 19 คะแนน โดยมีถึง 8 เกมที่เขาเป็นผู้ซัดประตูชัยให้กับทีม

    -คริสตัล พาเลซ – สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ เล่นแบบไม่มีลุ้นอะไรเลยหลังแพ้รวดมา 7 เกม ด้าน สเปอร์ส ยังคงมีลุ้นแซง วูล์ฟส์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 เพื่อพื้นที่ ยูโรปา ลีก

    ในการเล่นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านตัวเอง พาเลซ คว้าชัยชนะได้ตลอด 4 เกมหลังสุด(รวมนัดเพลย์ออฟเลื่อนชั้น)

 

    พาเลซ ของ รอย ฮ็อดจ์สัน กำลังมีโอกาสที่จะกลายเป็นทีมที่ 8 ในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่ตลอดทั้งฤดูกาลไม่มีเกมไหนเลยที่ทำได้มากกว่า 2 ประตู และถ้านัดสุดท้ายพวกเขายังยิงได้ไม่เกิน 2 ประตูอีก พวกเขาก็จะเป็นทีมแรกที่มีสถิติแบบนั้นแต่รอดจากการตกชั้น

    สเปอร์ส เอาชนะ พาเลซ ได้ตลอด 9 เกมหลังสุดและไม่เสียประตูถึง 7 เกมด้วยกัน

    – เลสเตอร์ – แมนยู
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแค่ 1 คะแนนในเกมนี้เพื่อคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ขณะที่ เลสเตอร์ มองหาชัยชนะเหนือ "ปีศาจแดง" ในบ้านเกมแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2014 เพื่อโอกาสไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรป

    เลสเตอร์ เอาชนะ แมนยู ได้แค่ 1 นัดตลอดการเล่นในบ้านตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีก(เสมอ4 แพ้8)

 

    เจมี่ วาร์ดี้ ยิงให้ เลสเตอร์ ไป 23 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยขอแค่อีกประเดียวเดียวก็จะทำสถิติดีที่สุดเทียบเท่าเมื่อฤดูกาล 2015/16

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะจบท็อปโฟร์ เมื่อมองจากสถิติที่พวกเขาไม่แพ้ "เดอะ ฟ๊อกซ์" เลยตลอด 10 หลังสุดที่เจอกัน (ชนะ 7 เสมอ 3)

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เตรียมเป็นผู้เล่นตำแหน่งเอาท์ฟิลด์คนแรกของ "ปีศาจแดง" ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมในศึกพรีเมียร์ลีก ต่อจาก แกรี่ พัลลิสเตอร์ เมื่อซีซั่น 1994/95

    – แมนฯ ซิตี้ – นอริช
    แมนฯ ซิตี้ เล่นในบ้านชนะ นอริช ได้ 3 จาก 4 เกมหลัง(แพ้ 1) โดยสอยตาข่ายไป 16 ลูก

    หาก ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตูได้ จะทำให้เขาเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษคนแรกของ ซิตี้ ที่ทำประตูบนเวที พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 20 ลูก

    นอริช แพ้ทุกครั้งที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายตามหลัง (26 เกม) ซึ่งพวกเขาจะเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่สามารถเอาแต้มคืนมาได้เลยยามที่โดนยิงนำไปก่อน

    หลังจากที่เอาชนะได้ในเกมแรกที่เจอกันเมื่อเดือนกันยายน นอริช ก็หวังที่จะเก็บชัยเหนือ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือนให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 1964/65

    – นิวคาสเซิล – ลิเวอร์พูล
    ลิเวอร์พูล วางเป้าเก็บให้ได้ถึง 99 คะแนน ส่วน นิวคาสเซิล ฟอร์มไม่สู้ดี ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 เกมติดต่อกัน

    นิวคาสเซิล เป็นทีมที่เล่นเกมสุดท้ายได้ดีเหลือเชื่อ เมื่อตลอด 5 เกมหลังเอาชนะได้ทั้งหมด โดยมีผลต่างประตูถึง 17-1 อย่างไรก็ตามครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้วันปิดฤดูกาลก็คือแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 1-2 เมื่อซีซั่น 2013/14

 

    จอนโจ้ เชลวี่ย์ เป็นผู้เล่นสาลิกาดงที่ยิงประตูมากสุดในลีกฤดูกาลนี้ที่ 6 ประตู ซึ่งในจุดนี้นับเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่ คาร์ล คอร์ต และโนลแบร์โต้ โซลาโน่ ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2000/01

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตู 5 ครั้งในการเจอกับ นิวคาสเซิล 4 นัด (4 ประตู 1 แอสซิสต์) ซึ่งแต่ละนัด ดาวยิงอียิปต์ จะทำประตูได้ตลอด

เอเย่นต์ พร้อมดัน คูตินโญ่ เข้าซุ้มมือปืน อาร์เซนอล

 

    อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวว่าพวกเขากำลังทำการเจรจากับ เคีย ชูรับเชียน เอเย่นต์ส่วนตัวของ คูตินโญ่ เพื่อที่จะทำการดึงตัวแข้งบราซิเลียนมาร่วมทีมในฤดูกาลหน้า จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 26 พฤษภาคม 2563

        สำหรับ คูตินโญ่ แน่นอนว่าหมดอนาคตกับทาง บาร์เซโลนา ไปแล้วเรียบร้อย แถม บาเยิร์น มิวนิค เองก็ไม่เลือกที่จะเซ็นสัญญาถาวรตามที่มีในออปชั่นยืมตัวอีกด้วย ส่งผลให้เจ้าตัวยังเคว้งกับอนาคตในฤดูกาลหน้า ทว่ากลายเป็น อาร์เซนอล ที่กำลังแอบไปเจรจากับเอเย่นต์ของเขาอยู่

        โดยก่อนหน้านี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เองก็เคยตกเป็นข่าวกับหลาย ๆ ทีมใน พรีเมียร์ลีก มาแล้วมากมายทั้ง สเปอร์ส, เอฟเวอร์ตัน, เชลซี หรือว่า นิวคาสเซิล แต่ล่าสุดกลายเป็น อาร์เซนอล เป็นม้ามืด และมีความเป็นไปได้มาก ๆ ที่จะได้อดีตแข้งลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม

        ทั้งนี้ เคีย ชูรับเชียน เอเย่นต์ ของทาง คูตินโญ่ เคยออกมายอมรับว่าเป็นแฟนตัวยงของ อาร์เซนอล และหากนักเตะของเขาจะมีความสุขที่ได้กลับมาอังกฤษก็จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เนื้อหอมไม่เบา!4 ทีมพรีเมียร์ลีกรุมทึ้งแย่งตัวลินการ์ด

เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเป็นที่ต้องการของ 4 ทีมในเวทีพรีเมียร์ลีก โดย 90min สื่อกีฬาจากต่างประเทศรายงานว่าทีมเหล่านั้นพร้อมลงมือชิงตัวในช่วงซัมเมอร์นี้

    เจสซี่ ลินการ์ด ทำผลงานไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่ หลังไม่สามารถประตูและแอสซิสต์ได้เลยใน พรีเมียร์ลีก และยิ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาเสริมทัพ ทำให้โอกาสการลงสนามของ แข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ลดน้อยลงไปอีก

    ล่าสุด 90min ระบุว่า มี 4 ทีมระดับพรีเมียร์ลีกต่างจ้องดึงตัว ลินการ์ด ไปร่วมทีมประกอบไปด้วย เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และ นิวคาสเซิล  ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาฉบับปัจจุบันของ ลินการ์ด จะหมดลงในปี 2021 แต่ทาง "ปีศาจแดง" เล็งที่จะขยายต่อสัญญาไปอีกหนึ่งปีเช่นกัน

    ทั้งนี้ ลินการ์ด และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่ที่แข้งวัย 27 ปีเป็นนักเตะเยาวชน ซึ่งจากรายงานฉบับก่อนเผยว่า ลินการ์ด ตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อไป แต่ "ปีศาจแดง" เองก็พร้อมปล่อยตัวออกไปเพื่อระดมเงินดึงตัว เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งจาก โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ เข้ามา

มีเซอร์ไพรส์หนึ่งคน!รวมทีมเพื่อนแมนยูลงเล่นเคียงบ่ากัปตันรอย คีน

จัดทีม 11 เพื่อนนักเตะที่มีโอกาสเล่นร่วมกับ รอย คีน มากสุดในสโมสร ในสมัที่ยังค้าแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงทศวรรษ90
    รอย คีน กองกลางขาบู๊ เป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลแมนฯยูฯ ทั่วโลกยกย่อง หลังได้แชมป์กับทีมมาแล้วมากมาย โดยกองกลางไอริชผู้นี้ ตลอดระยะเวลา12ปี ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจ้าตัวไร้ข้อกังขา ในการพิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นหนึ่งในแข้ง
สำคัญยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทัพ

    นี่คือทีมรวม 11 นักเตะที่ลงสนามเคียงข้างกับเขามากสุดในแต่ละตำแหน่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู: ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  197

 

ตำนานนายทวาร เดนมาร์ก ผู้นี้ คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุด ที่ "ปีศาจแดง" เคยมี โดยเขาเป็นหนึ่งในปราการเหล็กสำคัญ ช่วยแมนฯยูไนเต็ดทำทริปเปิ้ลแชมป์ในปี1999ด้วย

แบ็กขวา: แกรี่ เนวิลส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  319

ในช่วงยังหนุ่มๆ อยู่นั้น แกรี่ เนวิลส์ แทบจะจองตำแหน่งแบ็คขวาภายในทีม จนสามารถร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับสโมสรถึง8ครั้ง และ กับ รอย คีน ถึง6ครั้ง ซึ่งแน่นอน คงไม่มีใครเล่นตำแหน่งนี้กับ รอย คีน มากเท่าเขาคนนี้แล้ว

เซนเตอร์แบ็ก: แกรี่ พัลลิสเตอร์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  138

 

อดีตปราการหลังร่างยักษ์ผู้นี้ ลงเล่นกับ รอย คีน เป็นเวลา5ปี หลังจากแข้งไอริชย้ายมาร่วมทีมในปี1993 โดยพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกรวมกัน3ครั้ง และแชมป์เอฟเอคัพ2ครั้ง

เซนเตอร์แบ็ก: มิกาเอล ซิลแวสต์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน: 208

 

บางคนอาจจะตกใจสักหน่อย ที่ว่ามีชื่อของดาวเตะฝรั่งเศสผู้นี้ สอดแทรกขึ้นมาได้อย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่า ซิลแวสต์ อยู่กับ แมนฯยูไนเต็ด มา9ปี ตั้งแต่ 1999 ถึง 2008 โดยลงเล่นเฉลี่ย30นัดต่อหนึ่งฤดูกาลในช่วง7ปีแรกอีกต่างหาก

แบ็กซ้าย: เดนิส เออร์วิน
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน: 282

 

แบ็กซ้ายที่ลงเล่นกับรอย คีน มากที่สุดคงไม่มีใครเกินเขาคนนี้ 9ปีใน แมนฯยูไนเต็ด และ 8ปีในทีมชาติไอร์แลนด์ เคยร่วมหัวจมท้ายพากันลุยฟุตบอลโลก1994 มาแล้วด้วย

กองกลางฝั่งขวา : เดวิด เบ็คแฮม
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 257

 

ใน่วงระยะเวลาที่แจ้งเกิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของ เดวิด เบ็คแฮม คงเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่เขาไม่ได้เล่นเคียงบ่าเคียงไหล่ กับมิดฟิลด์ตัวกลางที่แข็งแกร่ง อย่าง รอย คีน

กองกลาง: นิกกี้ บัตต์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 235

 

มีไม่กี่คนหรอก ที่จะสามารถยืนเคียงข้างกับมิดฟิลด์ตัวกลางโหดแบบรอย คีน ได้แบบไม่โดนด่าเพราะความผิดพลาด แต่เชื่อเถอะเขาคนนี้คือคนที่ไว้ใจได้ และลงสนามกับกัปตันไอริชมากกว่าใคร

กองกลาง: พอล สโคลส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 318

 

ใครบางคน ที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะต้องติดอยู่ในหนึ่งทีมเพื่อนร่วมทีมที่ดีที่สุดของเขา สโคลส์ ลงสนามกับกองกลางไอริชอย่างน่าประทับใจ จนทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตัวหลักในทีมของยูไนเต็ดไปแบบไร้ข้อกังขา

กองกลางฝั่งซ้าย : ไรอัน กิ๊กส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 372

 

กิ๊กส์ ประสานงานกับ รอย คีน ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาตั้งแต่ปี1993 ได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก  และสร้างตำนานบทใหม่ร่วมกับให้ทีมแบบไม่รู้ลืม

กองหน้า : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 200

 

ไม่มีศูนย์หน้าคนไหนจะเล่นเคียงข้างคีน บ่อยกว่าหัวหอกชาวนอร์เวย์ผู้นี้แล้ว ซึ่งนำพาทีมยูไนเต็ดที่ประสบความสำเร็จในยุคของเฟอร์กูสันมานานกว่า 11 ปี

กองหน้า : แอนดี้ โคล
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 183

 

นับตั้งแต่มีการพาดหัวข่าวการย้ายมาจากนิวคาสเซิลในปี 1995 โคล ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในแนวรุกของยูไนเต็กต่อหน้ารอย คีน โดยไม่ต้องสงสัย

ตัวสำรอง: ฟาเบียง บาร์กเตซ  (94), ฟิล เนวิลส์ (238), เวสต์ บราวด์ (131), เอริก คันโตน่า (114), เทดดี้ เชอริงแฮม (110), ดไวท์ ยอร์ค (121), รุด ฟาน นิสเตลรอย (132)

แดงเดือดนอกรอบ! TAA โชว์เทพถล่มตัวแทนผี 5-1 ศึกอี-พรีเมียร์ลีก



ฟูลแบ็คหงส์แดงโว์ความเทพด้านเกม FIFA20 เมื่อไล่ถล่มตัวแทนจากปีศาจแดงขาดลอย 5-1 ในศึกอี-พรีเมียร์ลีก "ฟีฟ่า 20"

เทรนต์ อเลกซานเดอร์ อาร์โนลต์ ฟูลแบ็คตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ยังโชวฟอร์มแรงในศึก อี-พรีเมียร์ ลีก "ฟีฟ่า 20" เมื่อไล่ถล่ม ทอม กรีนแนน นักร้องดังตัวแทนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปขาดลอย 5-1

ศึกอี-พรีเมียร์ลีก เป็นการนำตัวแทนจากสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกมาแข่งขันเกมฟุตบอลชื่อดังอย่างฟีฟ่า 20 โดยเงินรางวัลและเงินบริจาคจะมอบให้สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ เพื่อใช้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในตอนนี้

โดยการแข่งขันเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การพบกันระหว่าง "TAA" ตัวแทนจากหงส์แดง และ กรีนแนน นักร้องหนุ่มตัวแทนจากปีศาจแดง ซึ่งปรากฏว่าเป็นฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายพบกับ คริสเตียน อัตซู ตัวแทนจากนิวคาสเซิล

ขณะที่ผลการแข่งขันคู่อื่นที่แข่งในวันเดียวกันมีดังนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้) ชนะ วิลฟรีด ซาฮา (คริสตัล พาเลซ) 5-4, รีซ เจมส์ (เชลซี) แพ้ อังเดร โกเมส (เอฟเวอร์ตัน) 0-8

เจมี่ คาราเกอร์ สุดทึ่ง ลิเวอร์พูล ย้อมแมวขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ได้ 50 ล้านปอนด์



เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ออกมาเผยว่า เมื่อตอนที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกจากทีมไปให้ เชลซี ด้วยเงินจำนวนมหาศาล 50 ล้านปอนด์ มันทำให้เขางงมาก ๆ เพราะว่าตอนนั้นดาวยิงแก้มแดงฟอร์์มฝืดสุด ๆ จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 24 เมษายน 2563

        ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ลิเวอร์พูล ตัดใจขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปให้กับ เชลซี ด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติสโมสรที่ 50 ล้านปอนด์ ซึ่งกว่าเรื่องจะเรียบร้อยก็ปาเข้าไปวันสุดท้ายของตลาดพอดี ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวนั้น คาร์ร่า เผยว่าเป็นตัวเลขที่แข้งหงส์แดงงุนงงกันไปหมด

        เจมี่ คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ผมพูดตรง ๆ เลยในตอนที่รู้ว่า ลิเวอร์พูล ขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกไปได้ 50 ล้านปอนด์ ผมแทบไม่อยากเชื่อ แต่ก็คิดว่าเราได้ลวงเชลซีไปเต็ม ๆ"

        "เพราะอะไรนะเหรอ มันเป็นเพราะว่าในช่วง 18 เดือนแรกของเขากับ ลิเวอร์พูล คือฟอร์มดีจริง ๆ แต่ในช่วงปีสุดท้ายผมคิดว่าเขาดรอปลงไปเยอะนะ อาจจะเป็นเพราะว่าเขามัวแต่คิดเรื่องของตัวเองมากไป"

        "โอเค ผมเข้าใจได้ว่าเจ้าของเชลซี เขาชอบซื้อนักเตะที่ตัวเขาชื่นชอบก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งเราก็ได้เห็นจากเคส เชฟเชนโก้ ส่วน ตอร์เรส มันเป็นช่วงที่เขายิงประตูไม่ค่อยได้เลยด้วยซ้ำ แถม ลิเวอร์พูล เองก้ฟอร์มตกมาก ๆ แต่ในเกมที่เจอกับเชลซีเราดันเล่นได้ดี และตอร์เรสก็ยิงได้อีก 2 ลูก ผมคิดว่าเราถูกโฉลกกับการทำประตูเชลซีจริง ๆ"

        "แน่นอนว่า 50 ล้านปอนด์ มันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก ๆ ผม และนักเตะทุกคนในทีมอึ้งกันไปหมดว่าเราขายเขาไปได้ราคานี้เลยเหรอ แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายเราก็เอาเงินไปให้นิวคาสเซิลต่อจากดีล แอนดี้ แคร์โรล แต่ยังโชคดีที่เราได้ หลุยส์ ซัวเรซ เข้ามา"

        ทั้งนี้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ถือว่าล้มเหลวกับ เชลซี อย่างสิ้นชิง โดยลงสนามทั้งหมด 172 นัด ยิงได้ 45 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยยืมต่อไป เอซี มิลาน และแอต.มาดริด จนหมดสัญญา

ส่องฟอร์มโอซิมเฮน แข้งตัวรุกที่สื่อฝรั่งเศสระบุลิเวอร์พูลเปิดฉากเจรจาแล้ว

Le10Sport สื่อจากเมืองน้ำหอม รายงานว่า ลิเวอร์พูล ได้เปิดฉากเจรจาคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน ปีกความเร็วสูงของ ลีลล์ แล้ว โดยมีคู่แข่งที่จ้องตาเป็นมันอย่าง เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล รวมอยู่ด้วย
    โอซิมเฮน วัย 21 ปี จัดว่าโชว์ฟอร์มได้เปรี้ยงปร้างมาก แค่ซีซั่นแรกในลีกเอิง หลังย้ายจาก ชาร์เลอรัว ก็ซัดไปถึง 13 ประตูจาก 27 นัด โดยดาวเตะทีมชาติไนจีเรีย มีสัญญาอยู่กับ ลีลล์ จนถึงปี 2024

    สื่อดังกล่าวคาดว่า ลีลล์ ต้องการค่าตัว โอซิมเฮน สูงถึง 70 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท ไฮไลท์ด้านล่างนี่ ไปดูกันเลยว่าเจ้าตัวเจ๋งแค่ไหน แล้วจะรู้ว่าทำไม ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ถึงจ้องคว้าตัว