ขาดลอยเหลือเชื่อ!เปิดผลโหวตใครควรเป็นมือ1แมนยู

เปิดผลโหวตแฟนบอลอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ส่งใครเฝ้าเสาในซีซั่นหน้า โดยคะแนนที่ออกมาชนะกันอย่างถล่มทลายเกินคาด
    สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดังของอังกฤษ จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลว่า ระหว่าง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูทีมชาติสเปน กับ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารชาวเมืองผู้ดี ใครควรเป็นมือ 1 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/21

    "ปีศาจแดง" เพิ่งจับ เฮนเดอร์สัน วัย 23 ปี เซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี ทำให้จะได้อยู่เฝ้าเสาในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยาวถึงเดือนมิถุนายน ปี 2025 หลังฤดูกาลที่ผ่านมาไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวใช้งาน

    อย่างไรก็ตาม ดูเหมือน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ จะยังคงไว้วางใจให้ เด เคอา ได้เป็นมือ 1 ต่อไป แต่ เฮนเดอร์สัน ไม่หวาดหวั่นและเจ้าตัวพร้อมที่จะรับความท้าทายในครั้งนี้ ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะกลับสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    จากผลโหวตที่มีแฟนบอล 116,833 เข้ามาแสดงความเห็นออกมาว่า เฮนเดอร์สัน ควรได้เป็นมือ 1 มากถึง 71.3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ เด เคอา ได้ไปแค่ 28.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @chineduanaz ให้ความเห็นว่า "เด เคอา ทำพลาดมาหลายครั้ง ลองดูคนอื่นบ้างดีกว่า เราสามารถกลับมาใช้ เด เคอา หาก ดีน เกิดทำผิดพลาดเหมือนกัน"

    ส่วนแฟนบอลที่มอง เด เคอา เหนือกว่าอย่าง @infamousmofo เผยว่า "คุณจะเลือกนายทวารระดับโลกมานับ 10 ปี หรือคนที่เพิ่งมาทำผลงานดีแค่ฤดูกาลเดียวล่ะ?"

พิคฟอร์ดระวัง!อันเช่เล็ง “โรเมโร่” ร่วมทัพเอฟเวอร์ตัน

 

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน สนใจดึง เซร์คิโอ โรเมโร่ โกลสำรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยหวังจะนำนายด่านชาวอาร์เจนไตน์มากดดัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ให้รักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ เพราะหากทำพลาดมีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งมือ 1 เอาได้ง่ายๆ 
   
คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน แสดงความสนใจอยากได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเฝ้าเสาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค จากการปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ

   
"คาร์เล็ตโต้" พยายามที่จะพัฒนาผู้เล่นในทุกตำแหน่งด้วยการหานักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะในตำแหน่งนายทวารที่ปัจจุบัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ครองมือ 1 สบายๆ ฉะนั้นการเล็งกระชากตัว โรเมโร่ มาร่วมทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็เพื่อหวังที่จะกดดัน นายด่านทีมชาติอังกฤษ ให้รักษาฟอร์มการเล่นที่เหนียวหนึบต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมา พิคฟอร์ด มักจะทำผิดพลาดอย่างหนักหลายครั้ง และ อันเชลอตติ รู้สึกว่าหากมีการแข่งขันในการแย่งชิงมือ 1 ภายในทีม จะช่วยกระตุ้นให้ โกลเลือดผู้ดีวัย 26 ปี พยายามโชว์ฟอร์มให้คงเส้นคงวา เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะหลุดจากตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

ขณะที่ โรเมโร่ ซึ่งเป็นมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนตินา และเฝ้าเสาให้ทัพ "ฟ้าขาว" ไปแล้ว 96 เกม ที่ต้องพบกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวังกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี เมื่อเขาได้รับโอกาสเฝ้าเสาในฐานะตัวจริง แค่เฉพาะเกมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น แถมการที่ "ผีแดง" ได้ ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาร่วมทีมหลังถูกส่งไปเล่นยืมตัว 2 ซีซั่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เขาอาจกระเด็นไปเป็นมือ 3

เวมบลีย์พี่ปืนถนัด! 7 ประเด็นเด็ดหลังอาร์เซน่อลดวลเป้าชนะลิเวอร์พูลเกมชิงโล่

อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ "หงส์แดง" คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน
1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

    ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

    ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

    ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

    ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

    ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

    นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

    ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

    มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

    การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

    เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

    เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

    ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

    ช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

    ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม

ยังมีไฟ!ลาซิโอประกาศคว้า “เรน่า” เฝ้าเสา

เปเป้ เรน่า อดีตนายทวาร ลิเวอร์พูล ยังคงอยู่โลดแล่นในเวที เซเรีย อา โดยล่าสุดเซ็นสัญญาร่วมก๊วน ลาซิโอ เรียบร้อย หลังแยกทางกับ เอซี มิลาน

ลาซิโอ สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการคว้าตัว เปเป้ เรน่า ผู้รักษาประตูประสบการณ์สูงชาวสแปนิช มาร่วมทีมด้วยสัญญา 2 ปี เรียบร้อย

อดีตนายทวาร ลิเวอร์พูล และ นาโปลี ที่กำลังจะอายุครบ 38 ปี ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ย้ายมายังถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิก แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับ เอซี มิลาน ที่เหลืออีก 1 ปี โดยก่อนหน้านี้ เรน่า ได้รับความสนใจจาก บาเลนเซีย สโมสรดังในลีกบ้านเกิด ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เล่นที่อิตาลีต่อไป 

ทั้งนี้ เรน่า ลงเฝ้าเสาให้ เอซี มิลาน ไปทั้งสิ้น 13 นัด โดยช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวย้ายไปเล่นให้ แอสตัน วิลล่า ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบบสัญญายืมตัว และสามารถช่วยทัพ "สิงห์ผงาด" รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ 

นาบรี้จัดเบิ้ล! บาเยิร์นมาตามนัดอัดลียงชิงชปล.ลุ้นแชมป์สมัยที่6

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ได้สองประตูของ แซร์ช นาบรี้ นำทีมอัด โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศส อย่างสบาย 2-0 ตีตั๋วเข้าชิงถ้วยบิ๊กเอียร์ลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ของสโมสร โดยจะปะทะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

     ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดเดียวรู้ผล คืนวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค รอบก่อนโชว์ฟอร์มโหดถล่ม บาร์เซโลน่า 8 เม็ดฉลุยเข้ารอบมา ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์แชมป์ลีกเยอรมัน จัดผู้เล่นแบบไม่มีกั๊กใส่แนวรุกทั้ง "มุลเลอร์-เลวานดอฟสกี้" ทะลวงเกมรับ โอลิมปิก ลียง สโมสรดังฝรั่งเศสที่พลิกล็อกช็อกโลกเขี่ยเต็งแชมป์อย่าง แมนซิตี้ รูดี้ การ์เซีย โค้ชคนเก่งขอสร้างผลงานโบว์แดงทะลุชิงดำให้ได้ ใส่ดาวเตะ "เมมฟิส เดอปาย" เป็นตัวเดินเกม ใครชนะจะดวล เปแอสเช นัดชิงในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมศกนี้

     ลียงทักทายนาทีที่ 4 มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดักบอลได้กลางสนามแดนตนเองจ่ายเรียดพื้นขึ้นหน้าให้ เมมฟิส เดอปาย รับบอลกระชากหนีทั้ง มานูเอล นอยเออร์ นายด่านและสองแนวรับเสือใต้เข้าเขตโทษด้านขวาแต่ทว่ายิงไม่ตรงกรอบชนข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

     เสือใต้บุกนาทีที่ 11 เลออน โกเร็ทซ์ก้า แปะบอลหน้ากรอบเขตโทษทำชิ่งกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เข้าในเขตโทษก่อนเป็นมิดฟิลด์เสือใต้หลุดไปยิงคนเดียวแต่ไม่เต็มเท้าบอลกระดอนมาหากรอบประตูจะกลิ้งเข้าไปแต่ว่า แอนโธนี่ โลเปส นายทวารลียงตามมาปัดพ้นออกหลังทันเวลา

     ทีมดังฝรั่งเศสเกือบนำนาทีที่ 17 เลโอ ดูบัวส์ ทิ่มบอลขนานเส้นให้ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี วิ่งมารับบอลเลี้ยงมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาแตะบอลไปติดตัว อัลฟอนโซ่ เดวิส กนะเด้งกลับมาหาศูนย์หน้าลียงแตะเข้าเหลี่ยมยิงไปถูกเสาแรกกระดอนกลับมาที่ คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี อีกครั้งแต่ซัดซ้ำอีกจังหวะบอลไม่ตรงกรอบก่อนถูกเคลียร์ออกมา

     กลายเป็นบาเยิร์นนำนาทีที่ 18 โยชัว คิมมิช หยอดบอลโด่งทิ้งมาที่ แซร์ช นาบรี้ เกี่ยวบอลลงลากจากริมสนามทางขวามาตรงเส้นหน้ากรอบเขตโทษแล้วบรรจงปั่นบอลลอยผ่านมือนายทวารลียงเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม

     แชมป์บุนเดสชวดทิ้งห่างนาทีที่ 25 อิวาน เปริชิช วางบอลยาวข้ามฟากเข้ากลางเขตโทษ แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังลียงโหม่งสกัดไม่ขาดบอลมาเข้าทาง แซร์ช นาบรี้ ที่ยืนโล่งไร้ตัวประกอบจับบอลแต่งหนึ่งครั้งแล้วหวดทันทีบอลพุ่งถูกนายด่านคู่แข่งล้มตัวทุบออกไปได้

     พี่เสือออกนำอีกนาทีที่ 33 แซร์ช นาบรี้ ฉกบอลจากความผิดพลาดของผู้เล่นลียงเลี้ยงบอลก่อนแทงต่อให้ อิวาน เปริชิช เขตโทษทางซ้ายจ่ายปาดมาหน้าปากประตู โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สไลด์ยิงจังหวะแรกบอลยังไม่เข้าถูกนายทวารลียงหยุดไว้ได้แต่กลายเป็น แซร์ช นาบรี้ ตามมาซ้ำบอลระยะเผาขนเข้าไปเป็นลูกที่สองของเจ้าตัวเกมนี้

     เสือใต้เล่นดุดันนาทีที่ 38 โยชัว คิมมิช ส่งบอลออกข้างไปที่ แซร์ช นาบรี้ เปิดบอลกึ่งยิงทางเขตโทษด้านขวา บอลโค้งผ่าน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่พยายามแหย่ขาชาร์จออกข้างเสาสองไปแบบได้ลุ้นเม็ดที่สามอย่างมาก จบ 45 นาทีแรก บาเยิร์น นำอยู่ 2-0

     ยังเป็นบาเยิร์นเกือบได้อีกนาทีที่ 51 อิวาน เปริชิช สปีดมารับบอลจากเพื่อน ก่อนกระชากหลุดมาทางเขตโทษด้านซ้าย ก่อนซัดบอลเรียดพื้นเข้ามือ แอนโธนี่ โลเปส ผู้รักษาประตูลียงล้มตัวรับอยู่มือ

     ลียงสร้างโอกาสนาทีที่ 56 เมมฟิส เดอปาย เปิดลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลโด่งมาตกบริเวณกลางเขตโทษ มาร์เซโล่ กองหลังเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาโขกเต็มศีรษะแต่บอลไม่ห่างตัวนายทวารเสือใต้รับไว้ได้สบาย

     ต่อมานาทีที่ 58 แฟร์นานโด มาร์ซาล โยนบอลโด่งจากแดนหลังมาถูก นิคลาส ซูเล่ ครองบอลได้ทว่าแนวรับสำรองเสือใต้ไปเตะติดตัว มุสซ่า เดมเบเล่ จ่ายสั้นให้ อูสเซ็ม อาอูอาร์ ลากบอลมาทางเขตโทษด้านซ้ายไหลบอลมาที่อีกฝั่งก่อนเป็น คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ได้โอกาสซัดคนเดียวแต่ยังติดขา มานูเอล นอยเออร์ ที่ออกมาบล็อกทันช่วยทีมไว้

     เสือใต้ชวดได้อีกลูกนาทีที่ 80 โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอลจากนอกกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลเข้ามาถูกเท้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยื่นมาสะกิดบอลเล็กน้อยก่อนเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สปีดมาเกี่ยวบอลแล้วจิ้มเข้าประตูไป แต่ว่ากรรมการเป่าเป็นลุกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

     ยังไม่พอนาทีที่ 88 โยชัว คิมมิช หยอดลูกฟรีคิกเกือบถึงเส้นหลังด้านขวามาให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดโถมตัวโหม่งเต็มแรงไร้ตัวประกบบอลเสียบเข้าประตุเข้าไปอย่างแม่นยำ จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 ผ่านเข้าไปชิงดำชปล.กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล (มาติส ไรอัน แชร์กี น.73),เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.67),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาไรช์ (ติอาโก้ เมนเดส น.46),อูสเซ็ม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์เน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซ่า เดมเบเล่ น.58),คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67)

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,โยชัว คิมมิช,เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.46),ดาวิด อลาบา,อัลฟอนโซ่ เดวิส,ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.82),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ น.82),อิวาน เปริชิช (คิงสเล่ย์ โกมัน น.63),โธมัส มุลเลอร์,แซร์ช นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.75),โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

เฮนเดอร์สันรอรับทรัพย์, เด เคอา ยืน 1 ! เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช คงจะต้องหวาดหวั่นกับการรักษาตำแหน่งมือ 1 ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นสังกัดเตรียมจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ขยายสัญญาออกไปถึง 4 ปี ซึ่งงานนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้นสังกัดเชื่อมั่นว่า โกลชาวอังกฤษ จะเป็นอนาคตของทีม

    นายด่านปราการสุดท้าย วัย 23 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงระหว่างที่ถูกส่งไปเฝ้าเสากับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเรียกร้องสโมสรให้โอกาสกับ เฮนเดอร์สัน ในการเฝ้าเสาตัวจริง "ผีแดง" แทน เด เคอา ที่เล่นผิดพลาดบ่อยครั้งจนสร้างความเสียหายให้กับทีม

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เล็งเห็นว่า เฮนเดอร์สัน มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้อีกครั้ง จึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ยื่นสัญญาใหม่กับนักเตะพร้อมเพิ่มจำนวนค่าเหนื่อยจากเดิม 60,000 ปอนด์ (ราว 2.28 ล้านบาท) เป็น 100,000 ปอนด์ (ราว 3.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

    นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ยังมีออปชั่นสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี ที่การยื่นค่าเหนื่อยล่อใจในครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ราว 21.85 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

     เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ราว 1.14 ล้านบาท)

 

    ในขณะเดียวกันค่าเหนื่อยที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับอยู่ในระดับเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ในส่วนของ โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกตัวยืมชาวไนจีเรีย ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึง 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

     สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ได้มีการอัพเกรดค่าเหนื่อยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระหว่างที่นักเตะสามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ จำนวน 40,000 ปอนด์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในส่วนของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีกอินสตราแกรมแม้ผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล "ผีแดง" แต่ยังได้รับค่าเหนื่อยถึง 75,000 ปอนด์ (ราว 2.85 ล้านบาท)

 

     แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะประมาณ 352 ล้านปอนด์ (ราว  13,376 ล้านบาท) ซึ่งรวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2018/2019 ขณะที่ในปีนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 56 เปอร์เซนต์ ประมาณ 627 ล้านปอนด์ (ราว 23,826 ล้านบาท)

    ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้เล่น 11 รายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้มากกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
 
    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                            ค่าเหนื่อยต่อปี (ปอนด์)                               ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                 19.5 ล้าน  (ราว 741 ล้านบาท)                350,000 (ราว 13.3 ล้านบาท)
2. . ปอล ป็อกบา                  15 ล้าน (ราว  570 ล้านบาท)                   290,000 (ราว 11.02 ล้านบาท)
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล          13 ล้าน (ราว 494 ล้านบาท)                    250,000  (ราว 9.5 ล้านบาท)
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด              10.4 ล้าน   (ราว 395.2 ล้านบาท)           200,000 (ราว 7.6 ล้านบาท)
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                   9.8 ล้าน   (ราว 372.4 ล้านบาท)            189,000 (ราว 7.18 ล้านบาท)
6.  ฆวน มาต้า                        8.3 ล้าน  (ราว 315.4 ล้านบาท)             160,000 (ราว 6  ล้านบาท)
7. ลุค ชอว์                            7.8 ล้าน  (ราว 296.4 ล้านบาท)             150,000 (ราว 5.7 ล้านบาท)
8. โอเดียน อิกาโล่                  6.5 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เฟร็ด                                6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ               6.2 ล้าน  (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เนมานย่า มาติช                    6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
12. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                5.1 ล้าน  (ราว 193.8 ล้านบาท)             100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
12. ดีน เฮนเดอร์สัน                 5.1 ล้าน (ราว 193.8 ล้านบาท)              100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          4.6 ล้าน (ราว 174.8 ล้านบาท)               90,000 (ราว 3.42 ล้านบาท)
15. เอริก ไบยี่                        4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
15. มาร์กอส โรโฮ                    4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
17. ฟิล โจนส์                        3.9 ล้าน  (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85 ล้านบาท)
17. เจสซี่ ลินการ์ด                    3.9 ล้าน (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85  ล้านบาท)
19. คริส สมอลลิ่ง                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท)              70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท             70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์            3.1 ล้าน (ราว 117.8 ล้านบาท)               60,000 (ราว 2.28 ล้านบาท)
22. แดเนียล เจมส์                    2.3 ล้าน  (ราว 87.4 ล้านบาท)              45,000 (ราว 1.71 ล้านบาท)
23. เมสัน กรีนวู้ด                      2 ล้าน (ราว 76 ล้านบาท)                     40,000 (ราว 1.52 ล้านบาท)
24. ลี แกรนท์                          1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                   30,000 (ราว 1.14 ล้านบาท)
24. อันเดรส เปเรยร่า                 1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                30,000 (ราว 1.14  ล้านบาท)
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                    1.3 ล้าน  (ราว 49.4 ล้านบาท)               25,000 (ราว 950,000 บาท)
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์                780,000  (ราว 29.6 ล้านบาท)         15,000 (ราว 570,000 บาท)
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    780,000 (ราว 29.6 ล้านบาท)           15,000 (ราว 570,000 บาท)

ค่าตัวไม่ธรรมดา! เชฟยูไนเต็ดซิว แรมส์เดล เฝ้าเสา

"ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ปิดดีลกระชากตัวนายประตูเด็กเก่าอย่าง อารอน แรมส์เดล กลับมาจาก บอร์นมัธ เรียบร้อย ด้านตัวนักเตะรับแฮปปี้สุดๆ ที่ได้กลับมาอยู่กับสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้าน

     เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สโมสรแกร่งในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดี กลับมาจาก บอร์นมัธ เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 4 ปี

     ถึงแม้ "ดาบคู่" ไม่เปิดเผยเรื่องค่าตัว แต่ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ค่าตัวของ แรมส์เดล อยู่ที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท) โดยถือเป็นการคัมแบ็กสู่ถิ่น บรามอลล์ เลน ของ นายประตูวัย 22 ปี หลังย้ายจากสโมสรไปร่วมก๊วน "เดอะ เชอร์รี่ส์" เมื่อปี 2017

      ทั้งนี้ แรมส์เดล จะเข้ามาเป็นนายทวารมือหนึ่ง เชฟฯ ยูไนเต็ด แทน ดีน เฮนเดอร์สัน ที่หมดสัญญายืมตัว และต้องกลับไปร่วมทีมต้นสังกัดอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวลงเฝ้าเสาในเกม พรีเมียร์ลีก ให้ บอร์นมัธ 37 นัด

     "ผมรู้สึกโชคดีมากๆ ที่ได้กลับมาอยู่กับสโมสรที่ผมเรียกว่า บ้าน" แรมส์เดล เปิดใจ "ผมตื่นเต้นและดีใจ แต่มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลยในการย้ายออกจาก บอร์นมัธ แต่ในเมื่อสโมสรติดต่อเข้ามา, แสดงความเชื่อมั่นในตัวคุณ และพร้อมจ่ายเงินขนาดนี้เพื่อคุณ ผมก็พร้อมที่จะตอบแทน ผมยิ้มตลอดเลยนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินผ่านประตู"

สื่อเผยเฮนเดอร์สันตัดสินใจอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็เตรียมที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว โดยมันจะมีระยะเวลาถึง 4 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    อนาคตของ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ขณะที่ ดาบิด เด เคอา มือ 1 คนปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มตกด้วย แต่ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่รับประกันว่า เฮนเดอร์สัน จะได้เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในซีซั่นหน้าหรือไม่

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงราว 2 ปีเท่านั้นด้วย ซึ่งมันก็มีข่าวลือด้วยว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและหาทางย้ายออกจากทีมถ้าหากไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กำลังอยากได้เขาไปเฝ้าเสาให้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่า เฮนเดอร์สัน จ่อต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังจากที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยื่นสัญญาที่มีระยะเวลา 4 ปีให้กับเขา พร้อมกับจะให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.40 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาอีก 1 ปีด้วย

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน หารือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้กำลังจะได้บทสรุปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน จะได้อยู่เป็นมือ 1 ให้ทีมหรือไม่ โดยที่จริง เฮนเดอร์สัน เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อปีก่อน

    ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์จริงๆ มันก็หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสียค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพราะ เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท)

โด้เซ็ง! ยิงสองแต่ยูเวนตุสรวมผลแพ้อเวย์โกลร่วง16ทีมชปล.

"ม้าลาย" ยูเวนตุส แม้ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมาสองลูกพาทีมพลิกแซงชนะ โอลิมปิก ลียง ไปได้ 2-1 ทว่าสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 แต่เป็นทีมเยือนจากฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน โดยจะดวลกับ แมน ซิตี้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง "ม้าลาย" ยูเวนตุส เจ้าของแชมป์กัลโช่ 9 สมัย มีภารกิจสำคัญในการไล่ล่าบอลยุโรปถ้วยใหญ่ หลังสกอร์นัดแรกปราชัยไปก่อน เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์เจ้าบ้าน พัก "เปาโล ดีบาล่า" เป็นสำรอง คู่หน้าจัด "อิกวาอิน-โรนัลโด้" ยืนซัดทีมเยือน โอลิมปิก ลียง ที่ผลงานในลีกไม่ดีเท่าไหร่พลาดตั๋วลุยบอลยุโรป รูดี้ การ์เซีย กุนซือผู้มาเยือน สั่งลูกทีมมุ่งมั่นแมตช์นี้ ใส่ชื่อ "เมมฟิส เดอปาย" กัปตันทีมรักษาสกอร์ผ่านเข้ารอบให้ได้

     ทีมเยือนใกล้เคียงนาทีที่ 9 คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ตวัดบอลคืนย้อนให้ เมมฟิส เดอปาย หยอดบอลจากริมเขตโทษด้านซ้ายเข้าเขตโทษ อเล็กซ์ ซานโดร โหม่งสกัดออกมาเข้าทาง อุสเซม อาอูอาร์ วางเท้ายิงแต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ นายทวารม้าลายยื่นมือปัดออกหลังได้ทัน

     ลียงออกนำนาทีที่ 12 โรดริโก้ เบนตันกูร์ วิ่งไล่ตามประกบ อุสเซม อาอูอาร์ ไปถึงในเขตโทษก่อนมิดฟิลด์ยูเว่สไลด์ถูกบอลแต่กองกลางลียงกลิ้งล้มไปด้วย กรรมการดูวีเออาร์ แล้วเป่าให้จุดโทษ เมมฟิส เดอปาย รับหน้าที่ชิพบอลเข้าตาข่ายอย่างง่ายดาย

     ผ่านมานาทีที่ 17 อเล็กซ์ ซานโดร วางบอลยาวจากแดนหลังขึ้นนห้ามาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาเกี่ยวบอลลงพื้นแล้วหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านหน้าปากประตูออกหลังไป ทว่าเชิ้ตดำให้เป็นลูกล้ำหน้าจังหวะวิ่งมารับบอลของสตาร์ม้าลาย

     เจ้าบ้านบุกนาทีที่ 20 อเล็กซ์ ซานโดร เติมทิ้งบอลกลางสนามระยะ 25 หลาทางซ้าย บอลมาตกในเขตโทษเกือบ 8 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โถมตัวตัดหน้าแนวรับลียงแต่กดไม่ลงเหินข้ามคานออกไป

     ม้าลายเร่งเครื่องนาทีที่ 37 ฮวน กวาดราโด้ เปิดบอลริมสนามฝั่งขวา บอลโด่งมาที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน ถอยมาสะบัดหัวโหม่งบอลกระดอนพื้น แอนโธนี่ โลเปส นายทวารลียงตะปบบอลหลุดมือจังหวะแรกแต่ยังตามมาเก็บได้อยู่มือ

     ยูเว่ชวดสกอร์นาทีที่ 39 โรดริโก้ เบนตันกูร์ ลากบอลก่อนถูก เลโอ ดูบัวส์ หวดล้มตรงเส้นวงกลมเขตโทษเยื่องมาด้สนซ้าย กรรมการให้ฟรีคิก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาสาปั่นแต่ว่ามือกาวทีมเยือนพุ่งเซฟได้อย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นตีเสมอนาทีที่ 43 มิราเล็ม ปานิช ซัดฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษบอลไปโดนแขน เมมฟิส เดอปาย แม้เจ้าตัวจะแนบแขนกับตัวแล้วก็ตาม เชิ้ตดำใช้วีเออาร์แล้วชี้ไปที่จุดโทษ และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดเรียดหนีตัวนายทวารทีมเยือนเข้าไป จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

     ทีมเยือนทักทายนาทีที่ 57 คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ลงต่ำมารับบอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายคินกลับให้ บรูโน่ กิมาเรส กองกลางทีมเยือนจับบอลส่องไกลแต่บอลสูงเกินไปข้ามคานพอสมควร

     ม้าลายแซงนำนาทีที่ 60 เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ได้บอลไหลสั้นให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วซัดทันทีจากกลางสนามระยะ 25 หลาเยื้องมาทางขวา บอลพุ่งเลี้ยวเข้าหา แอนโธนี่ โลเปส นายด่านลียงเหินตัวปัดแต่ไม่พ้นบอลชิ่งเสาแรกเข้าไปสุดงดงาม

     เจ้าถิ่นโหมหนักนาทีที่ 76 เปาโล ดีบาล่า โยนลุกเตะมุมฝั่งซ้าย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เทคตัวคนเดียวแบบโล่งโขกบอลตรงเขตโทษระยะ 8 หลา แต่บอลสูงเกินไปไม่เข้ากรอบออกหลังแทน ก่อนจบเกม ยูเวนตุส ชนะ โอลิมปิก ลียง 2-1 แต่ว่าสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 แต่เป็นทีมเยือนจากฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน โดยจะดวลกับ แมน ซิตี้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ฮวน กวาดราโด้ (ดานิโล่ น.70),มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อารอน แรมซี่ย์ น.60),อาเดรียง ราบิโอต์,เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (เปาโล ดีบาล่า น.70 (มาร์โก โอลีวีเอรี น.84),กอนซาโล่ อิกวาอิน,คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์ (โยอาคิม แอนเดอร์เซน น.61),มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล,เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.90+1),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาเรส,อุสเซม อาอูอาร์ (ติอาโก้ เมนเดส น.90+1),มักซ์เวล กอร์กเน่ต์,คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67),เมมฟิส เดอปาย (มูซ่า เดมเบเล่ น.67)

เป๊ปซึม-แมนซิตี้ฝันสลาย! พ่ายช็อกโลกส่งลียงเข้าตัดเชือกศึกชปล.

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ "เรือใบ" แมนซิตี้ ยังคงต้องผิดหวังในการพาทีมเป็นจ้าวยุโรปอีกซีซั่น หลังแพ้ช็อกโลกถูก มุสซา เด็มเบเล่ หัวหอกสำรอง ลียง ซัดสองเม็ด นำต้นสังกัดทะลุตัดเชือกเป็นหนที่สองถ้วยใบนี้กับ บาเยิร์น ต่อไป ในการแข่งขัน ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบนัดเดียวรู้ผล คืนวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (ลิสบอน, โปรตุเกส)

     ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย แบบนัดเดียวรู้ผล "เรือใบ" แมนซิตี้ ผ่านยักษ์อย่าง เรอัล มาดริด มาได้สบายแบบชนะทั้งสองนัด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของทีม ขนผู้เล่นเต็มพิกัด แนวรุกลงครบทั้ง "เดอ บรอยน์,เชซุส,สเตอร์ลิง" แต่ยังไม่มี "อเกวโร่" ที่บาดเจ็บอยู่ ฟากคู่แข่ง โอลิมปิก ลียง ที่สร้างความประหลาดใจเขี่ย ยูเวนตุส ตกรอบไป รูดี้ การ์เซีย เทรนเนอร์จอมเก๋า กระตุ้นลูกทีมทำฟอร์มสุดยอดให้ได้อีกหน จัด "เมมฟิส เดอปาย" หัวหอกกัปตันทีมพังสกอร์สำคัญเข้าดวล บาเยิร์น ในรอบถัดไปให้จงได้

     เพียงนาทีที่ 3 อายเมริค ลาปอร์กต์ ดันขึ้นสูงมาถึงกลางสนามไหลออกริมเส้นให้ ชูเอา กานเซโล่ รับบอลแล้วแทงขึ้นหน้าไปที่ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งหนีผู้เล่นลียงเข้าไปปาดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายเข้ากลางแต่ยังมี แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังคู่แข่งสไลด์ดักไว้ได้ก่อนเพื่อนร่วมทีมเตะเคลียร์ออกหลังไป

     ถัดมานาทีที่ 10 แฟร์นานโด มาร์ซาล ปราการหลังลียงเก็บตกบอลจากลูกเตะมุมทางด้านซ้าย เจ้าตัววางเท้าซัดไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลเรียดขนานพื้นแต่ยังถูก เอแดร์ซอน นายด่านเรือใบย่อตัวรับเอาไว้

     ลียงออกนำนาทีที่ 24 แฟร์นานโด มาร์ซาล โยนบอลโด่งจากแดนหลังมาให้ คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ สปีดมารับบอลก่อนโดน เอริค การ์เซีย สไลด์ดักก่อนเข้ากรอบเขตโทษทางซ้าย แต่ว่าบอลกลับกลิ้งเข้าทาง มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ ตามมาปั่นบอลโค้งหนีตัวนายทวารแมนซิตี้เสียบทางเสาแรก กรรมการดูวีเออาร์สักพักว่ามีการล้ำหน้าหรือไม่แล้วยืนยันให้เป็นสกอร์

     เรือใบเร่งนาทีที่ 31 ชูเอา กานเซโล่ ลากบอลลุยมาทางริมสนามด้านซ้าย ก่อนเปิดเข้ามากลางเขตโทษ แอนโธนี่ โลเปส มือกาวลียง เหินตัวปัดแต่บอลไม่ขาดกระดอนมาหา อิลคาย กุนโดกัน ที่ยืนรออยู่บริเวณตรงนั้นยิงซ้ำหนึ่งครั้ง ทว่านายทวารทีมฝรั่งเศสแก้ตัวบล็อกไว้ได้

     ยักษ์ลีกผู้ดีพลาดจังหวะนาทีที่ 39 เควิน เดอ บรอยน์ สบโอกาสยิงฟรีคิกทางด้านซ้ายของกรอบเขตโทษ บอลพุ่งข้ามกำแพงฮุบลงเข้าหากรอบประตูแต่ว่า แอนโธนี่ โลเปส ยืนถูกตำแหน่งทุบทิ้งออกไปพ้นอันตรายได้เช่นเดิม

     แมนซิตี้ชวดเจ๊านาทีที่ 43 ไคล์ วอล์คเกอร์ จ่ายบอลสั้นให้ กาเบรียล เชซุส รับบอลหน้ากรอบเขตโทษส่งเข้าเขตโทษด้านขวาไปที่ ราฮีม สเตอร์ลิง จับบอลล็อกหลอกแนวรับลียงหนึ่งครั้งแล้วตบหักย้อนกลับมา โรดรี วิ่งมาบรรจงซัดแต่บอลไม่ผ่านมือนายทวารคู่แข่งเซฟแล้วตามมาตะปบบอลกระฉอกเอาไว้ได้

     ช่วงนาทีที่ 45+1 เควิน เดอ บรอยน์ โชว์การจ่ายด้วยไซต์ก้อยจากกลางสนามเอนมาทางซ้ายระยะเกือบ 30 หลา บอลลอยโด่งเลี้ยวข้ามฟากมาเลยเท้า แฟร์นานโด มาร์ซาล กองหลังลียงที่พยายามจะสกัดมาเข้าทาง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปซัดติดตัวนายทวารสโมสรลีกเอิง ก่อนจบ 45 นาทีแรก โอลิมปิก ลียง ขึ้นนำ 1-0

     แมนซิตี้พลาดตีเสมอนาทีที่ 60 เควิน เดอ บรอยน์ ซัดฟรีคิกกลางสนามระยะ 25 หลา บอลเหินข้ามกำแพงผู้เล่นลียงแต่ยังเป็น แอนโธนี่ โลเปส พุ่งตัวทุบบอลทิ้งออกมาได้เช่นเคยอีกครั้ง

     ทีมดังลีกเอิงบุกบ้างนาทีที่ 63 แฟร์นานโด มาร์ซาล ดันขึ้นมาถึงกลางสนาม ก่อนลองส่องไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นแต่ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้ เอแดร์ซอน นายทวารเรือใบสักเท่าไหร่ล้มตัวรับอยู่มือ

     เรือใบตามตีทันนาทีที่ 69 ริยาด มาห์เรซ ตวัดบอลทิ้งจากสนามทางซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง สปีดมารับบอลในเขตโทษด้านเดียวกันปาดย้อนมากลางให้ เควิน เดอ บรอยน์ ปรี่มาเอียงตัวแปบอลเข้าซุกก้นตาข่ายสำเร็จ

     ต่อมานาทีที่ 73 กาเบรียล เชซุส ได้บอลสนามด้านซ้าย จ่ายสั้นให้ ริยาด มาห์เรซ ทำชิ่งจนดาวยิงวแซมบ้าหลุดเข้าเขตโทษด้านซ้ายตัดเข้ามายิงบอลยัดเสาแรกแต่ว่านายทวารลียงยังเหนียวพุ่งปัดบอลพ้นออกหลังไปได้

     ลียงนำอีกครั้งนาทีที่ 79 อายเมริค ลาปอร์กต์ ส่งบอลพลาดไปถูกผู้เล่นลียงดักได้กลางสนาม ก่อนเป็น อุสเซม อาอูอาร์ แทงทะลุช่องบอลผ่านตัว คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ที่ยืนล้ำหน้าปล่อยบอลต่อให้ มุสซา เด็มเบเล่ ที่วิ่งไปสะกิดโดน อายเมริค ลาปอร์กต์ ล้มลงหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงบอลติดเท้า เอแดร์ซอน แต่บอลแรงพอกระเด้งเข้าประตูไป เชิ้ตดำเช็ควีเออาร์จังหวะล้ำหน้า แล้วให้เป็นประตูนำของทีมลีกเอิง

     เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 86 กาเบรียล เชซุส  ลากบอลจากนห้ากรอบเขตโทษแล้วยิงกึ่งผ่านมาที่เสาสอง ก่อนเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง ปรี่มาคนเดียวแต่กลับซัดเหินข้ามคาน ก่อนจังหวะต่อเนื่อง ลียงได้ลูกที่สาม อุสเซม อาอูอาร์ เก็บบอลได้นอกเขตโทษ ปั่นบอลถูก เอแดร์ซอน นายด่านเรือใบปัดออกมาแต่มี มุสซา เด็มเบเล่ หัวหอกตัวสำรองหวดลูกที่สองของเจ้าตัวเกมนี้เข้าไปอีกในนาทีที่ 87 จบเกม โอลิมปิก ลียง เอาชนะ แมนซิตี้ 3-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นหนที่สองของสโมสร รอดวล บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนซิตี้ (4-3-3): เอแดร์ซอน,ไคล์ วอล์คเกอร์,เอริค การ์เซีย,อายเมริค ลาปอร์กต์,ชูเอา กานเซโล่,แฟร์นันดินโญ่ (ริยาด มาห์เรซ น.56),อิลคาย กุนโดกัน,โรดรี (ดาบิด ซิลบา น.84),เควิน เดอ บรอยน์,กาเบรียล เชซุส,ราฮีม สเตอร์ลิง

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์,มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล,เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.75),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาเรส (ติอาโก้ เมนเดส น.70),อุสเซม อาอูอาร์,มักซ์เวล กอร์กเน่ต์,เมมฟิส เดอปาย (มุสซา เด็มเบเล่ น.75),คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.87)