กลัวอาเดรียน!ลิเวอร์พูลเล็งสอยโกลสเปอร์สเสริมทัพ

อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในเมืองผู้ดี ตีข่าว ลิเวอร์พูล เริ่มขยับตัวเรื่องผู้รักษาประตูโดยตอนนี้ใช้เวลาช่วงวันสุดท้ายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ โดยทำการติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อหวังดึง เปาโล กาซซานิก้า โกลมือ 3 มาเป็นกำลังสำรองของ อลีสซง เบ็คเกอร์ หลังทีมไม่วางใจใช้งาน อาเดรียน ที่มักจะพลาดจนเป็นเหตุให้ทีมพังหลายครั้ง

ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พยายามติดต่อกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เพื่อเปิดการเจรจาเรื่องจากดึงตัว เปาโล กาซซานิก้า ผู้รักษาประตูสำรองทัพ "ไก่เดือยทอง" มาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ

สถานการณ์ของ "หงส์แดง" เกี่ยวกับตำแหน่งนายทวารไม่ค่อยสู้ดีนัก เมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ได้ออกมาเผยข่าวร้ายว่า อลีสซง ซึ่งได้รับบาดเจ็บช่วงฝึกซ้อมจนพลาดลงสนามเกมแพ้ยับ แอสตัน วิลล่า ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บที่ไหล่ราวๆ 4-6 สัปดาห์

ด้วยเหตุนี้ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" จำเป็นต้องหานายทวารสำรองเพื่อเป็นยางอะไหล่ หลังจากที่พวกเขาไม่กล้าฝากความหวังเอาไว้กับ อาเดรียน โกลชาวสแปนิช ที่เพิ่งโชว์ห่วยทำผิดพลาดมหันต์จนเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แชมป์เก่าออกไปโดน วิลล่า ถล่มยับไม่นับญาติสกอร์ 2-7

"อินดิเพนเดนท์" สื่อดังในอังกฤษ รายงายว่า ลิเวอร์พูล เล็งที่จะดึง กาซซานิก้า ซึ่งเป็นมือ 3 ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีม เพื่อหวังที่จะนำมาช่วยเฝ้าเสาให้กับ "หงส์แดง" ในช่วงที่ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล อยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ

แข้งลิเวอร์พูลโพสต์เหมือนจวกอาเดรียน

ไม่รู้ว่ารอบนี้จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับ ลิเวอร์พูล หรือไม่ หลังจาก มาร์โก กรูยิช มิดฟิลด์ที่โดนปล่อยไปเล่นกับ ปอร์โต้ แบบยืมตัว โพสต์ราวกับว่าจะเฉ่ง อาเดรียน หลังจากที่อีกฝ่ายเล่นพลาดในเกมที่พ่าย วิลล่า
    มาร์โก กรูยิช กองกลาง ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้โดนปล่อยไปเล่นกับ เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยสัญญายืมตัวนั้น เหมือนจะโพสต์ตำหนิ อาเดรียน ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชที่เล่นพลาดจนทำให้ทีมออกไปแพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 ถึงสนาม วิลล่า พาร์ค ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    อาเดรียน ได้ลงเล่นนัดดังกล่าวแบบคาดไม่ถึงหลังจากที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารมือ 1 ของทีมเจ็บไหล่กะทันหันตอนซ้อม แต่เขาก็เล่นพลาดจนทำให้ทีมเสียประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 4 หลังจากผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมได้ไม่ดีจนสุดท้าย วิลล่า ได้ประตูจาก โอลลี่ วัตกิ้นส์ โดยสุดท้ายวันนั้น วัตกิ้นส์ ทำแฮตทริกได้ด้วย

    ทั้งนี้ กรูยิช ได้โพสต์ตอบเรื่อง วัตกิ้นส์ ลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง โดยเขาพิมพ์ว่า "ช่วง 2 เกมแรกน่ะเขาเล่นแย่จนเข้าขั้นจืดจางจัดๆ สุดท้ายผมก็ตัดสินใจถอดเขาออกในเกม แฟนตาซี สุดท้ายทุกคนก็รู้กันดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น" แต่หลังจากนั้นเขาก็พิมพ์เพิ่มว่า "เขาอาจจะทำให้อาชีพการเล่นของ อาเดรียน กับ แอลเอฟซี จบลงไปด้วยก็ได้" แถมยังใส่อีโมจิรูปยิ้มแบบมุมปากด้วย

ฉลาดเกมส์โกง!มูแฉคู่แข่งลดคานให้เตี้ยลง5ซม.

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ระบุ ชเคนดิย่า พยายามโกงทีมของตนด้วยการลดคานให้เตี้ยลง 5 เซนติเมตร โดยบอกว่าเหล่านายทวารเป็นคนเอะใจถึงเรื่องนี้ก่อน
    โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดเผยว่า ชเคนดิย่า ทีมจากมาซิโดเนียเหนือ พยายามโกงทีมของตนด้วยการลดคานประตูลงมา 5 เซนติเมตร ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 นัดที่ "ไก่เดือยทอง" บุกไปชนะอีกฝ่าย 3-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

    นัดดังกล่าว สเปอร์ส ขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 จาก เอริค ลาเมล่า และถึงแม้เจ้าถิ่นจะตีเสมอได้จาก วัลเมียร์ นาฟิอู ในนาทีที่ 55 แต่อาคันตุกะก็มาได้อีก 2 ประตูจาก ซน ฮึง-มิน ในนาทีที่ 70 และ แฮร์รี่ เคน ในนาทีที่ 79 จนทำให้พวกเขาเข้ารอบเพลย์ออฟไปเจอกับ มัคคาบี้ ไฮฟา ทีมจากอิสราเอลต่อไป

    มูรินโญ่ โพสต์ภาพตอนที่ตัวเองพยายามเอื้อมมือแตะคานประตูลงบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต พร้อมกับพิมพ์ข้อความว่า "ผมนึกว่าผมตัวสูงขึ้นซะอีก แต่แล้วผมก็มารู้ว่าที่จริงประตูมันเตี้ยลง 5 เซนติเมตร – สเคนดิย่า 1-3 สเปอร์ส"

    ขณะที่ในงานแถลงข่าวหลังจบเกมนั้น มูรินโญ่ กล่าวว่า อูโก้ โยริส กับ โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูของทีมเป็นคนเอะใจถึงเรื่องนี้ก่อน แล้วมาบอกให้ตนฟัง "ก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้นมันน่าตลกมากเพราะบรรดาผู้รักษาประตูของผมบอกกับผมว่าประตูมันมีขนาดเล็ก ผมเลยลองไปตรวจดูด้วยตัวเองและก็ได้รู้ว่าประตูมันเล็กกว่าปกติจริงๆ พวกผู้รักษาประตูน่ะใช้เวลาอยู่กับกรอบปรตูหลายต่อหลายชั่วโมงอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาเลยจะรู้สึกตัวเมื่อขนาดของประตูมันผิดปกติ"

    "ผมเองไม่เคยเป็นผู้รักษาประตูมาก่อน แต่ผมรู้จักฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ผมลงไปยืนแล้วชูแขนขึ้น ผมรู้เรื่องระยะห่างดี ดังนั้นผมเลยสัมผัสได้ทันทีว่ามันมีบางอย่างไม่ถูกต้อง เราไปพูดกับตัวแทนของ ยูฟ่า เพื่อยืนยันถึงเรื่องนั้น ขนาดประตูมันเล็กลง 5 เซนติเมตรจริงๆ และก็แน่นอนว่าเราขอให้มีการเปลี่ยนกรอบประตูเพื่อที่ขนาดจะได้ถูกต้อง"
รายละเอียด

ทางการ!ลิเวอร์พูลปล่อยคาริอุสให้อูนิโอน เบอร์ลินยืมตัว 1 ซีซั่น

ลอริส คาริอุส นายทวารสุดหล่อแห่ง ลิเวอร์พูล อำลาถิ่น แอนฟิลด์ แบบชั่วคราวอีกครั้ง โดยย้ายกลับไปเฝ้าเสาในศึก บุนเดสลีกา ด้วยสัญญายืมตัว กับ อูนิโอน เบอร์ลิน อย่างเป็นทางการเรียบร้อย

ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูเลือดเบียร์ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปิดดีลย้ายไปเล่นให้ อูนิโอน เบอร์ลิน สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน แบบสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เรียบร้อย ตามรายงานของเว็บไซด์ทางการสโมสร เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา

คาริอุส เพิ่งยกเลิกสัญญายืมตัวกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกตุรกี เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวต้องกลับมาร่วมทัพ "หงส์แดง" แต่ด้วยการที่โอกาสที่จะได้ลงเล่นมีน้อยมาก ทำให้ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก จัดการปล่อย นายประตูหน้าหล่อวัย 27 ปี แบบชั่วคราวอีก โดยย้ายไปเฝ้าเสาให้ อูนิโอน เบอร์ลิน ที่จบอันดับ 11 ในศึก บุนเดสลีกา ฤดูกาลที่แล้ว

ทั้งนี้ คาริอุส ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล ถึงปี 2022 ย้ายมาจาก ไมนซ์ 05 เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 แต่เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" อีกเลย นับตั้งแต่เล่นผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2017/18 

ปีร์โล่เฮคุมนัดแรก-โด้ยิงปิด! ยูเวนตุสถล่มซามพ์โดเรียรับชัยเปิดกัลโช่

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่มีนายใหญ่คนใหม่อย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ประเดิมนัดลีกทางการสวยหรู สตาร์ดัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดสกอร์เม็ดแรกซีซั่นนี้ปิดท้าย ก่อนทีมถล่ม ซามพ์โดเรีย 3-0 คว้าชัยชนะเปิดลีก ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นักเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นักเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของกุนซือใหม่ อันเดรีย ปีร์โล่ จัดผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายทั้ง "คูลูเซฟสกี้-แม็คเคนนี่" แถมมีสตาร์อย่าง "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ลงตะบันทีมเยือน ซามพ์โดเรีย ของโค้ชคนเก๋า เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่ผลงานอุ่นเครื่องสองนัดหลัง เก็บชัยมาได้ วางตัวทีเด็ด "ยาคุบ ยังก์โต้" สู้แมตช์นี้ โดยก่อนเริ่มเกมมีการมอบรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกอิตาลี

   เจ้าบ้านลุยอีกนาทีที่ 11 อารอน แรมซี่ย์ วิ่งบีบไล่บอลจนฉกมาได้ก่อนดีดจ่ายทะลุช่องให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลเข้าเขตโทษด้านซ้าย หลุดไปซัดเต็มเท้าแต่ว่านายทวารลาซามพ์ออกมาเร็วบล็อกออกหลังทันเวลา

     เบียงโคเนรี่กระทุ้งนำนาทีที่ 13 อารอน แรมซี่ย์ โหม่งบอลชงคืนมาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระชากบอลหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่ถูกแนวรับทีมเยือนช่วยกันสกัดบอลกลิ้งเข้าทาง เดยัน คูลูเซฟสกี้ วางเท้าปั่นบอลโค้งในเขตโทษเลี้ยวหนีมือ เอมิล ออเดโร่ นายด่านซามพ์โดเรีย เข้าไปที่เสาด้านซ้ายอย่างสวยงาม

     ยูเว่เกือบทำได้นาทีที่ 24 อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลบริเวณกลางสนาม ไหลออกทางซ้ายไปที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดเต็มพิกัด บอลไปเสยเต็มคานอย่างจังกระดอนออกมา หัวหอกฝอยทองชวดทำสกอร์แรกซีซั่นนี้ไป

     ทีมเยือนได้จังหวะลุ้นนาทีที่ 45 เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ ถอยต่ำไปขโมยบอลจาก ดานิโล่ ตรงกลางสนามผ่านบอลออกด้านขวาไปที่ ฟาบิโอ เดเปาลี ลากบอลมาซัดนอกเขตโทษ บอลเรียดออกข้างเสาแบบพอมีเสียวเล็กน้อย จบ 45 นาทีแรก ยูเวนตุส นำ 1-0

     ม้าลายหวิดทิ้งไกลนาทีที่ 48 อารอน แรมซี่ย์ จ่ายบอลจากวงกลมกลางสนามทิ้งมาให้ จานลูก้า ฟราบอตตา แข้งดาวรุ่งของทีมสบจังหวะเข้าไปซัดติดเซฟ เอมิล ออเดโร่ มือกาวทีมเยือนทุบทิ้งออกมาได้

     เจ้าถิ่นหวังนำห่างนาทีที่ 59 จานลูก้า ฟราบอตตา หยอดบอลเขตโทษด้านซ้ายเกือบถึงดส้นหลัง ข้ามฟากมาที่ ฮวน กวาดราโด้ แปะบอลเข้ากลาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกี่ยวบอลแล้วม้วนตัวซัดแต่บอลเหินข้ามคานออกไปพอสมควร

     ยูเวนตุสพยายามอีกนาทีที่ 71 มัตเตีย เด ชีโย่ รับบอลโยนยาวข้ามฝั่งในเขตโทษด้านซ้าย เลี้ยงตัดเข้ากลางก่อนหวดไปแฉลบผู้เล่นทีมเยือน บอลเลี้ยววิถีเกือบเข้ากรอบออกข้างเสาด้านขวาไปเพียงนิดเดียว

     เบียงโคเนรี่พลาดอีกนาทีที่ 75 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลองส่องฟรีคิกกลางสนามประมาณ 30 หลา บอลพุ่งข้ามกำแพงโค้งหากรอบ ทว่า เอมิล ออเดโร่ นายทวารลาซามพ์ยืนถูกที่ทุบทิ้งออกมาได้

     ม้าลายทำสำเร็จนาทีที่ 78 เวสตัน แม็คเคนนี่ กระโดดแย่งลูกเตะมุมทางขวากับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก่อน บาร์โตสซ์ เบเรสซินสกี้ เตะเคลียร์วืดบอลเข้าเท้า เวสตัน แม็คเคนนี่ ยิงทันทีติดมือนายทวารคู่แข่ง และเป็นกองหลังตัวเก๋าม้าลายแหย่เท้าจิ้มตุงตาข่ายระยะเผาขน

     ต่อมานาทีที่ 87 เวสตัน แม็คเคนนี่ สบจังหวะยิงคนเดียวแบบไร้ตัวประกบในเขตโทษ บอลถูก เอมิล ออเดโร่ นายด่านทีมเยือนปัดแต่บอลไม่ไปไหน เกือบจะเข้าประตู เจ้าตัวเลยใช้เท้าเขี่ยพ้นเส้นประตูออกมาได้ทันเวลา ก่อนนาทีที่ 88 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เบิกสกอร์แรกเจ้าตัวซีซั่นนี้ได้ จากการซัดในเขตโทษด้านขวาซุกก้นตาข่าย จบเกม ยูเวนตุส ถล่ม ซามพ์โดเรีย 3-0 คว้าสามแต้มประเดิมกัลโช่เปิดซีซั่น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ยูเวนตุส (5-4-1): วอยเซียค เชสนี่,ฮวน กวาดราโด้ (โรดริโก้ เบนตันกูร์ น.78),เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (เมริห์ เดมิรัล น.83),ดานิโล่,จานลูก้า ฟราบอตตา (มัตเตีย เด ชีโย่ น.67),เดยัน คูลูเซฟสกี้ (ดั๊กลาส คอสตา น.82),อาเดรียง ราบิโอต์,เวสตัน แม็คเคนนี่,อารอน แรมซี่ย์,คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ซามพ์โดเรีย (4-5-1): เอมิล ออเดโร่,บาร์โตสซ์ เบเรสซินสกี้,โอมาร์ คอลลี่ย์,ลอเรนโซ่ โตเนลลี่ (มายะ โยชิดะ น.46),ตอมมาโซ่ ออเจลโล่,ฟาบิโอ เดเปาลี (กัลตอน รามิเรซ น.46),มอร์เท่น ทอร์สบี้ (มิคเคล ดัมสการ์ด น.71),อัลบิน เอ็คดาล,เมห์ดี้ เลริส (ฟาบิโอ กวายาเรลล่า น.46),ยาคุบ ยังก์โต้,เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ (วาเลรีโอ วาร์เร่ น.70)

เผยเหตุผล “คล็อปป์” ตวาดแข้งสำรองลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ไม่ปลื้มนักเตะสำรองบางคนที่แสดงอาการดีใจที่เห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น แนวรับเชลซี โดนไล่ออกก่อนหมดครึ่งแรกในเกมที่ "หงส์แดง" กำราบ "สิงห์บลูส์" 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมตวาดใส่ลูกทีมอย่าหาทำพฤติกรรมซ้ำเติมเพื่อนร่วมอาชีพอีกเด็ดขาด

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ตำหนิลูกทีมของตนในซุ้มม้านั่งสำรองที่แสดงอาการดีใจหลังเห็น อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กชาวเดนมาร์ก โดนไล่ออก ในเกมที่ "หงส์แดง" บุกทุบ เชลซี 2-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ค่อนข้างสูสีกันมากๆ แม้แชมป์เก่าจะครองเกมได้เหนือกว่า อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อ คริสเตนเซ่น เจตนาดึง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะหลุดเข้าไปดวลกับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าบ้าน ทำให้ พอล เทียร์นี่ย์ กรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ โดยตอนแรกนักเตะโดนใบเหลืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเช็ควีเออาร์อย่างละเอียดแล้ว เทียร์นี่ย์ ตัดสินใจเปลี่ยนคำตัดสินโดยแจกใบแดงแทน ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องมีผู้เล่นเหลือแค่ 10 คนก่อนพักครึ่ง ที่สำคัญในจังหวะนั้นเองมีนักเตะ "เดอะ เร้ดส์" บางคนที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แสดงอาการดีใจออกนอกหน้าทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮ

สำหรับพฤติกรรมดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับ คล็อปป์ อย่างมาก โดย จูเลี่ยน ลอเรนส์ ผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสนามรายงานว่าในช่วงเวลานั้น กุนซือเลือดด๊อยท์ช ที่ยืนอยู่บริเวณเส้นข้างสนามหันกลับไปมองรอบๆ และตะโกนว่า "พวกนายเป็นบ้าอะไรกัน ? เราไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้น โอเคไหม ?"

ทั้งนี้จากการที่ คริสเตนเซ่น โดนไล่ออกทำให้รูปเกมของ เชลซี ที่เป็นรองอยู่แล้วยิ่งอาการหนักเข้าไปใหญ่ และในครึ่งหลังพลพรรค "เครื่องจักรสีแดง" จัดการซัด 2 ประตูจาก มาเน่ ทำให้พวกเขาบุกมาเก็บ 3 คะแนนสำคัญถึงสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์

ก่อนหน้าซุ้มม้านั่งสำรองของ ลิเวอร์พูล เคยมีปัญหากับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มาแล้วในเกมที่ เชลซี แพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา โดย "แลมพ์ส" ไม่พอใจการแสดงพฤติกรรมที่ดีใจออกนอกหน้าของสตาฟฟ์ "หงส์แดง" จนเปิดสงครามน้ำลายกับ เปปิน ลินเดอร์ส ผู้ช่วยโค้ช จนทำให้ คล็อปป์ ต้องเข้ามาห้ามทำ ก่อนจะโดนลูกหลงไปด้วย

 

คูตี้เด่น-ฟาติกดหนึ่ง! บาร์ซ่า10คนบุกถล่มเซลต้าซิวชัยสองเกมรวด

บาร์เซโลน่า ยังคงความเก่งกาจภายใต้การคุมทัพของ โรนัลด์ คูมัน หลัง อันซู ฟาติ กระหน่ำหนึ่งเม็ด แม้ทีมเหลือ 10 คนแต่ยังบุกสอย เซลต้า บีโก้ ที่เปิดลีกมายังไม่แพ้ใคร 3-0 คว้าสามคะแนนสองเกมรวด ขยับรั้งที่ 5 ก่อนนัดหน้าเจองานหนัก ดวล เซบีย่า ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : อาบานก้า-ไบไลโดส

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า เกมนัดแรกคว้าสามแต้มเต็มภายใต้การคุมทัพของ โรนัลด์ คูมัน เกมนี้ใส่ผู้เล่นแบบไม่มีกั๊กแนวรุกยังมี "ฟาติ-เมสซี่" พร้อมใช้ความเร็วปั่นป่วนเจ้าบ้าน เซลตา บีโก้ ที่ออกสตาร์ทซีซั่นนี้สามเกมยังไม่แพ้ใครแต่หนักเสมอไปถึงสองเกม ออสการ์ การ์เซีย เทรนเนอร์ของทีม จำเป็นต้องขนดาวเตะครบมือ นำโดย "ยาโก้ อัสปาส" ดาวยิงคนสำคัญรอกระซวกนำชัย

     บาร์ซ่าออกนำนาทีที่ 11 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ยกบอลหน้ากรอบเขตโทษ ถูกแนวรับเจ้าถิ่นสกัดออกมา บอลมาที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ จิ้มบอลจังหวะเดียวย้อนให้ อันซู ฟาติ แตะบอลหนีผู้เล่นเซลตา เข้าไปซัดกลางเขตโทษหนีมือนายทวารคู่แข่งตุงตาข่าย

     เจ้าบ้านเกือบทำได้นาทีที่ 15 เดนนิส ซัวเรซ วางบอลฟรีคิกริมเส้นทางซ้าย บอลโด่งมาบริเวณด้านขวาเกือบออกหลังแต่ว่า จอร์ดี้ อัลบา โหม่งเคลียร์ไม่ดีมาเข้าทางผู้เล่นเจ้าถิ่น ก่อนกลายเป็น กาเบรียล เวก้า สอดมารับบอลแล้วยิงมุมแคบทางขวาของเขตโทษ แต่ยังดี  เนโต้ นายทวารบาร์ซ่ายืนปิดมุมดีทุบทิ้งออกมาได้

     ถัดมานาทีที่ 31 ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายบอลไม่ดีมาเข้าทาง ยาโก้ อัสปาส กระชากบอลจากกลางสนามออกมาทางขวาหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่าน ายทวารทีมเยือนยื่นมือครองบอลได้แบบไม่ยากนัก

     บาร์ซ่าหวิดแย่นาทีที่ 35 เอ็มเร่ มอร์ ส่งบอลสั้นให้ ยาโก้ อัสปาส แทงบอลทะลุช่องกลางสนามไปที่ เดนนิส ซัวเรซ สปีดมารับบอลแต่ถูก เคราร์ด ปีเก้ ไล่กวดเป็นคนสุดท้ายขวางล้มไป กรรมการชูใบแดงจังหวะแรก ทว่าโชคดีกลายเป็นลุกล้ำหน้าของมิดฟิลด์เจ้าถิ่นก่อนแล้ว ใบแดงจึงยกเลิกไป

     แต่แล้วนาทีที่ 43 เกลมงต์ ล็องเล่ต์ วิ่งตามประกบ เดนนิส ซัวเรซ ทว่าแนวรับบาร์ซ่ากางแขนเหมือนฟาดไปที่หน้าคู่แข่ง เชิ้ตดำปรี่มาชูใบเหลืองสองของเจ้าตัว เปลี่ยนเป็นใบแดง ตะเพิดพ้นสนามไป จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าทิ้งห่างนาทีที่ 51 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ตบบอลหน้ากรอบเขตโทษทางขวาคืนไปที่ ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายบอลทำชิ่งกับเพื่อนชาวบราซิล ลากบอลฝ่าผู้เล่นเซลตา เข้าเขตโทษ ตัดสินใจยิงทันทีบอลไปแฉลบเท้า ลูกัส โอลาซ่า กองหลังเจ้าถิ่นเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

     ทีมเยือนพลาดฉีกหนีนาทีที่ 59 อันซู ฟาติ เลี้ยงบอลริมเส้นทางซ้ายมาในเขตโทษ ไหลบอลให้ ลิโอเนล เมสซี่ จิ้มบอลมาหน้ากรอบเขตโทษให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลองส่องบอลเรียดพุ่งชนเสาซ้ายอย่างจังกระดอนออกมาเข้าทางปืน ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งมาซ้ำเข้าไป ทว่ากรรมการเป่าเป็นลูกล้ำหน้าซะก่อน 

     ต่อมานาทีที่ 61 ลิโอเนล เมสซี่ ได้บอลตรงกรอบเขตโทษด้านขวา จ่ายปาดเข้ากลางไปที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ สปีดเข้ามาหวดตามน้ำแต่บอลไม่หนีตัว อีบัน บียาร์ มือกาวเจ้าบ้านใช้มือปัดออกหลังได้ทัน

     เจ้าบ้านอดตีตื้นนาทีที่ 73 มิเกล บาเอซ่า แทงบอลหน้ากรอบเขตโทษไปให้ ยาโก้ อัสปาส หลุดเข้าไปซัดคนเดียวโล่งโจ้งเขตโทษทางซ้าย บอลไปถูกนายทวารบาร์ซ่าทุบทิ้งมาเข้าทาง มิเกล บาเอซ่า ปรี่มาซัดซ้ำแต่ว่ามีทั้ง เซร์จี้ โรเบร์โต้ และ จอร์ดี้ อัลบา ช่วยกันสไลด์ขวางบอลแฉลบลอยโด่งเช็คคานออกหลัง

     ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5 ทีมเยือนมาได้สกอร์เพิ่มจากลูกยิงซ้ำของ เซร์จี้ โรเบร์โต้ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ เซลตา บีโก้ 3-0 คว้าสามคะแนนสองเกมรวด ขยับรั้งที่ 5 ก่อนนัดหน้าเจองานหนัก ดวล เซบีย่า

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เซลต้า บีโก้ (5-3-2): อีบัน บียาร์,ฮูโก้ มาลโล,โจเซป ไอดู (มิเกล บาเอซ่า น.46),เฮซอน มูรีโย่,โฆเซ่ ฟอนตาล (เนสตอร์ อาเราโฮ น.32),ลูกัส โอลาซ่า,กาเบรียล เวก้า (โนลิโต้ น.60),เรนาโต้ ตาเปีย (ฟราน เบลทราน น.74),เดนนิส ซัวเรซ,เอ็มเร่ มอร์ (ซานติ มิน่า น.61),ยาโก้ อัสปาส

บาร์เซโลน่า (4-2-3-1): เนโต้,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เคราร์ด ปีเก้,เกลมงต์ ล็องเล่ต์,จอร์ดี้ อัลบา,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,แฟร็งกี้ เดอ ยอง,อองตวน กรีซมันน์ (โรนัลด์ อาเราโฮ น.45+2),ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (เปดรี้ น.72),อันซู ฟาติ (ตริงเกา น.72),ลิโอเนล เมสซี่

โชต้า-กรูยิชแจ่ม,ซาลาห์ดับ!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลพ่ายจุดโทษอาร์เซน่อลร่วงคาราบาวคัพ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จอดป้ายในศึก คาราบาว คัพ แค่รอบสี่ เท่านั้น หลังแพ้ดวลจุดโทษ อาร์เซน่อล 4-5 (เสมอกัน 0-0 ใน 90 นาที) คารัง แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ครองเกมได้เหนือกว่า และมีโอกาสทำประตูมากกว่า แต่ไร้ความเฉียบขาด ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับนายทวารทีมคู่แข่งด้วย กระนั้นก็มีผู้เล่นหลายคนที่ทำผลงานได้น่าประทับใจ แต่ก็มีบางคนที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อาเดรียน : 7
  ทำได้ดีมากกับการป้องกันจังหวะที่ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ กำลังจะได้ยิงโล่งๆ ช่วงต้นเกม จากนั้นช่วงครึ่งหลังก็โชว์เซฟลูกโขกของ ร็อบ โฮลดิ้ง ก่อนที่จะเซฟได้หนึ่งหนในช่วงดวลจุดโทษ

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 7
  หลังโดนวิจารณ์หนักในเกมกับ ลินคอล์น มาเกมนี้ยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้ดี มีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น

 – รีส วิลเลี่ยมส์ : 7.5
  อาจจะมีหลุดๆ ไปบ้าง แต่โดยรวมดูมีความเยือกเย็นในการเล่น แถมจัดการกับลูกโด่งได้ดีเยี่ยม ด้วยสถิติชนะดวลลูกกลางอากาศ 5 หน ซึ่งมากกว่าทุกคนในสนาม 

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
  อาจคุมแนวรับหลวมๆ ไปหน่อยในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นก็ทำหน้าที่ได้ดี แถมเกือบทำประตูได้ด้วยในช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก

 – เจมส์ มิลเนอร์ (C) : 7.5
  ทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว กับการยืนเป็นแบ็กซ้ายเกมนี้ โดยเฉพาะเกมรับที่เล่นได้แข็งแกร่ง ไม่แปลกใจที่มีสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 5 ครั้ง

 – มาร์โค กรูยิช : 8
  ทรงบอลดูดีเลย โดดเด่นมากในแดนกลาง มีอิทธิพลต่อเกมสูงทั้งรับและรุก แท็กเกิ้ลชนะถึง 5 หน (สูงสุดในทีมร่วมกับ มิลเนอร์ และ เนโก วิลเลี่ยมส์) แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูได้เสียวหลายครั้ง

 – เคอร์ติส โจนส์ : 6.5
  ทำได้ไม่ดีเหมือนเกมในรอบก่อนที่เจอกับ ลินคอล์น แม้ยกระดับฟอร์มขึ้นมาได้ในช่วงครึ่งหลัง

 – แฮร์รี่ วิลสัน : 5
  ทำผลงานได้น่าผิดหวัง ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมยิงจุดโทษพลาดลูกสำคัญในการดวลเป้า ดูแล้วไม่น่าจะมีอนาคตในถิ่น แอนฟิลด์ หลงเหลือ 

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 5.5
  อาจจะสร้างอันตรายได้บ้างในช่วงครึ่งแรก แต่โดยรวมถือเป็นเกมที่ ซาลาห์ ค่อนข้างเงียบ แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม และไม่มีโอกาสได้ลุ้นทำประตูแม้แต่หนเดียว

– ดิโอโก้ โชต้า : 7.5
  เล่นได้อันตรายเลยทีเดียวทางฝั่งซ้าย หาโอกาสลุ้นทำประตูได้ดี แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายครึ่งหลัง

 – ทาคุมิ มินามิโนะ : 7
  โดยรวมถือว่าน่าพอใจ มีความขยันทุ่มเท และเกือบทำประตูได้ด้วยในช่วงท้ายครึ่งแรก (ยิงชนคานจากจังหวะตามซ้ำลูกโขกของ โชต้า)

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ซาลาห์ น. 61) : 5
  นอกจากสร้างความแตกต่างในเกมไม่ได้แล้ว ยังซัดจุดโทษไม่เข้าด้วย

 – โจ โกเมซ (แทน ฟาน ไดค์ น. 61) : 7
  ลงไปทำหน้าที่แทน ฟาน ไดค์ ได้ดีเลยทีเดียว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (แทน โชต้า น. 76) : 6
  อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากในเกม แต่ทำได้ดีในช่วงดวลจุดโทษ

เปลี่ยน10จุด!คาดไลน์อัพลิเวอร์พูลดวลอาร์เซน่อล

คาด 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ในเกมพบ อาร์เซน่อล รอบ 4 คาราบาว คัพ เชื่อคงเปลี่ยนแทบยกทีมโดยเหลือตัวหลักแค่รายเดียวเท่านั้น

ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ในศึก คาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้ (01.45 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

ทั้งสองทีมเพิ่งดวลกันมาใน พรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเป็น "หงส์แดง" ที่เอาชนะไปได้ 3-1 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า เกมนี้ทั้ง 2 ฝั่งจะเปลี่ยนตัวกันหลายรายเพื่อให้โอกาสตัวสำรองไปลงโชว์ฝีเท้าบ้าง

 สำหรับ 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ที่คาดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะส่งลงเล่นในนัดนี้คาดว่า จะเปลี่ยนถึง 10 ตำแหน่งจากเกมล่าสุด โดยที่ โจ โกเมซ คงเป็นคนเดียวที่ยึดตัวจริงต่อ

 

ผู้รักษาประตู: อาเดรียน

อาเดรียน นายทวารชาวสแปนิช คงจะได้โอกาสลงมาเฝ้าเสาแทน อลีสซง เบ็คเกอร์ อีกครั้ง หลังเป็นตัวจริงเกมบุกไปยำ ลินคอล์น ซิตี้ ถึงบ้าน 7-2 ในรอบสามรายการนี้

กองหลัง: เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก, คอสตาส ชิมิกาส
 

ในเกมชนะ ลินคอล์น นั้น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นแผงหลักตัวหลักคนเดียวที่ลงสนาม แต่เกมนี้ดาวเตะดัตช์คงได้พักบ้าง ทำให้ โกเมซ จะยืนคู่เซนเตอร์แบ็กกับ  เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก

ส่วนแบ็กขวา ให้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงทำหน้าที่แทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เช่นเดียวกับฝั่งซ้ายที่ ชิมิกาส จะได้เล่นแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า ชิมิกาส จะลงเล่นในนัดนี้ไม่ได้ทำให้ โรเบิร์ตสัน หรือ เจมส์ มิลเนอร์ มีโอกาสเสียบแทน
   

กองกลาง: เคอร์ติส โจนส์, มาร์โก กรูยิช, เซอร์ดาน ชากิรี่

3 กองกลางคงจะยึดชุดเดิมที่ชนะ ลินคอล์น ทั้ง โจนส์  ที่ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ และทำสองประตูได้อย่างสุดสวย, กรูยิช ที่คุมแดนกลางได้ดี แถมมีชื่อเป็นคนทำประตูด้วย และ ชากิรี่ ที่ซัดฟรีคิกเป็นประตู

กองหน้า: ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์, ทาคุมิ มินามิโนะ, ดิว็อค โอริกี้

3 ประสานแดนหน้ายังคงยึดชุดชนะ ลินคอล์น โดยที่ เอลเลียตต์ จะเล่นฝั่งขวา ส่วน โอริกี้ ยืนด้านซ้าย ขณะที่ มินามิโนะ ยืนหน้าเป้า หลังเกมชนะ ลินคอล์น ยิงสองตุงแล้วยังทุ่มเทสุดๆ ขยันวิ่งไล่บอล และแอสซิสต์ได้ด้วย

ใครเอ่ย?คล็อปป์เผยกรณีตำหนิสมาชิกในซุ้มสำรอง

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีที่ตนมีภาพกำลังตำหนิใครบางคนในซุ้มม้านั่งสำรอง หลังเหตุที่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น โดนไล่ออกในช่วงท้ายครึ่งแรก ยืนยันได้เคลียร์เรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว และคนที่กระทำเรื่องไม่เหมาะสมก็เข้าใจ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ออกโรงเคลียร์ชัดทุกประเด็นเกี่ยวกับกรณีที่ตนตำหนิสมาชิกที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง หลังมีการแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในแมตช์ที่ "หงส์แดง" บุกชนะ เชลซี 2-0 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

แมตช์นี้ค่อนข้างสูสีกันมากๆ แม้แชมป์เก่าจะครองเกมได้เหนือกว่า อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่นาทีจะหมดเวลาครึ่งแรก เมื่อ อันเดรียส คริสเตนเซ่น เซนเตอร์แบ็กชาวเดนมาร์ก เจตนาดึง ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังจะหลุดเข้าไปดวลกับ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าบ้าน ทำให้ พอล เทียร์นี่ย์ กรรมการเป่าเป็นลูกฟาวล์ โดยตอนแรกนักเตะโดนใบเหลืองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการเช็ควีเออาร์อย่างละเอียดแล้ว เทียร์นี่ย์ ตัดสินใจเปลี่ยนคำตัดสินโดยแจกใบแดงแทน ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องมีผู้เล่นเหลือแค่ 10 คนก่อนพักครึ่ง ที่สำคัญในจังหวะนั้นเองมีสมาชิกในทัพ "เดอะ เร้ดส์" บางคนที่นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง แสดงอาการดีใจออกนอกหน้าทั้งปรบมือและส่งเสียงเฮ

หลังจากนั้น คล็อปป์ ที่ยืนอยู่บริเวณเส้นข้างสนามหันกลับไปพร้อมกับแสดงอาการไม่พอใจที่เห็นสมาชิกในทีมมีพฤติกรรมในเชิงสะใจที่เห็นคู่แข่งโดนลงโทษ และได้พูดว่ากล่าวตักเตือนไปว่า "นายเป็นบ้าอะไรกัน ? เราไม่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้น โอเคไหม ?"

สำหรับในกรณีนี้ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ได้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าตนไม่ได้ตำหนิลูกทีม แต่เป็นทีมสตาฟฟ์บางคนที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าว กระนั้นก็ไม่พอให้รายละเอียดไปมากกว่านี้ "กรณีนั้นไม่ใช่หนึ่งในนักเตะตัวสำรองของผม แต่เป็นสมาชิกในทีมสตาฟฟ์คนนึง ผมได้บอกเขาไปแล้วว่าผมคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเขาก็เข้าใจ แต่ในช่วงเวลาแบบนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากเห็น"