“แม็กไกวร์” เจ๋งทั้งรับ-รุก”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเชือดนอริชลิ่ว4ทีมเอฟเอคัพ

 ลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อเวลาพิเศษ บุกไปเชือด นอริช ซิตี้ 2-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 118 จาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม และนี่คือผลสอบของบรรดาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นในแมตช์นี้

 

 11 ผู้เล่นตัวจริง
 
 – เซร์คิโอ โรเมโร่ : 6
  ตลอดทั้งเกมไม่มีเซฟเลย ส่วนประตูที่เสียก็ต้องยกเครดิตให้กับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่ยิงได้สุดยอดด้วย 

 – ดีโอโก้ ดาโลต์ : 5
  ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากเกมรุกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากแล้ว เกมรับยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดหลายครั้ง

 – เอริค ไบยี่ : 6
  เกมนี้เล่นไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม 

 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 8.5
  สมกับเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะนอกจากช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้งแล้ว ยังสวมบทเป็นฮีโร่ ด้วยการขึ้นมาทำประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย

 – ลุค ชอว์ : 7
  มีผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเกมรับได้ดี แถมมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆ ให้เห็น 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6.5
  บู๊แดนกลางได้ดุดัน แต่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

 – เฟร็ด : 6.5
  แม้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ทำให้คู่แข่งผ่านบอลยาก

 – ฆวน มาต้า : 5
  ชัดเจนว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปเรียบร้อย ช้าลงไปเยอะ แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อย

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7
  แม้เป็นเกมที่เล่นด้วยความยากลำบาก จูนกับเพื่อนไม่ค่อยติด แต่โดยรวมถือว่าโอเค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับเกม

 

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 5
  อาจจะไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะลุ้นทำประตู

 – โอเดียน อิกาโล่ : 7
  เป็นเกมที่เล่นยาก ทว่าเจ้าตัวก็ยิงได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะทำประตูขึ้นนำ 1-0 แต่นั่นก็มาจากความผิดพลาดเองของแนวรับ นอริช ด้วย 

 
 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ดาโลต์ น. 62) : 6.5
  ลงไปประจำการทางฝั่งขวาได้ไม่เลว

 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน มาต้า น. 63) : 6
  มีลุ้นทำประตูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ลงไปเล่น แต่หลังจากนั้นทำอะไรไม่ได้มาก

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน ลินการ์ด น. 63) : 6
  ยังคงติดๆ ขัดๆ แต่มีความพยายามดี ได้ลุ้นยิงถึง 5 ครั้ง ทว่าตรงกรอบหนเดียว

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 78) : 6.5
  ลงไปช่วยประคองเกมใช้ได้

 – ปอล ป็อกบา (แทน เฟร็ด น. 78) : 7
  ลงไปช่วยยกระดับเกมได้แบบทันตาเห็น และลูกเปิดอันยอดเยี่ยมของเขาก็นำไปสู่การได้ประตูชัย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แทน ไบยี่ น. 96) : 6
  ไม่เฉียบขาดเหมือนเกมก่อนที่ทำแฮตทริกได้

มีลุ้นทำลาย!อิกาโล่ทาบสถิติ95ปีแมนยู

โอเดียน อิกาโล่ ทาบสถิติการที่ทำประตูได้ครบทุกนัดใน 4 เกมแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้แบบเขา

    โอเดียน อิกาโล่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทาบสถิติของ "ปีศาจแดง" ในด้านที่สามารถทำประตูได้ครบทั้ง 4 นัดแรกที่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับทีมในเกมที่มีความหมาย (ไม่นับรวมเกมอุ่นเครื่อง) หลังจากที่ล่าสุดทำประตูได้ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    หลังย้ายมาจกา เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ของฤดูกาลนี้ อิกาโล่ ก็ได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 11 นัด แต่มีเพียงแค่ 4 นัดที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง นั่นคือ เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ถล่ม คลับ บรูช 5-0 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา, เกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 นัดชนะ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 3-0 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา, เกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา และเกมกับ นอริช

    ถึงกระนั้น อิกาโล่ ก็มีชื่อทำประตูในทั้ง 4 นัดดังกล่าว และมันก็เป็นเพียง 4 เกมที่เขาทำประตูได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ทำให้ตอนนี้เขาทำประตูไปแล้ว 5 ลูก จากการลงเล่นในทุกรายการ ซึ่งในประวัติศาสตร์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น ก่อนหน้าเขามันมีแค่คนเดียวที่ทำประตูได้จากการลงเล่นตัวจริงทั้ง 4 นัดแรก นั่นคือ จิมมี่ แฮนสัน ที่ทำเอาไว้เมื่อปี 1925 หลังจาก แฮนสัน ทำประตูได้ในเกมที่เจอกับ ฮัลล์ ซิตี้, แบล็คพูล, ดาร์บี้ และ แอสตัน วิลล่า โดย แฮนสัน เซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูนเต็ด เมื่อปี 1924 แต่ในอีก 5 ปีหลังจากนั้นก็ได้รับบาดเจ็บแบบร้ายแรงจนจำเป็นต้องแขวนสตั๊ด

    ทั้งนี้ อิกาโล่ มีโอกาสที่จะทำได้เหนือกว่า แฮนสัน ด้วย ซึ่งเกมต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือเกมลีกที่ต้องไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยที่จริงเมื่อปี 2016 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เคยเกือบจะทาบสถิตินี้ได้เช่นกัน หลังจากทำประตูได้ทั้ง 3 นัดแรกที่ลงเป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายก็ไปเท้าบอดในเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้

สถิติใหม่! โอบาเมยองขึ้นแท่นแข้งอาร์เซนอลยิง 50 ประตูเร็วสุด

กองหน้าชาวกาบองกลายเป็นนักเตะที่ยิงได้ถึง 50 ประตู โดยใช้เวลาเพียง 79 นัด และมีนักเตะอีกเพียง 5 รายในพรีเมียร์ลีกที่ยิงได้ถึงจำนวนนี้เร็วกว่าเขา

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง กลายเป็นนักเตะอาร์เซนอลที่ยิงได้ถึง 50 ประตูในพรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลาเพียง 79 นัดเท่านั้น

ดาวยิงวัย 31 ปี ใช้เวลาเพียง 33 นาทีทำสกอร์เบิกร่อง ในเกมเอาชนะนอริช ซิตี้ 4-0 ด้วยการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของทิม ครูล ที่พยายามเปิดบอล แต่โดนโอบาเมยองวิ่งมาดักทาง และฉกเข้าไปยิงง่ายๆ

ประตูดังกล่าวถือเป็นประตูที่ 50 ของตัวเองในลีกสูงสุดของอังกฤษ ซึ่งแซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่างเธียร์รี อองรี ซึ่งใช้เวลา 87 นัด และเอียน ไรท์ ซึ่งใช้เวลา 101 นัดได้สำเร็จ

ก่อนหน้านี้มีนักเตะเพียง 5 รายเท่านั้นที่ยิงได้ถึง 50 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้เร็วกว่าเขา คือ แอนดี้ โคล ที่ทำได้ใน 65 นัด, อลัน เชียร์เนอร์ 66 นัด, รุด ฟาน นิสเตลรอย 68 นัด, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และเฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งใช้เวลา 72 นัดเท่ากัน

หลังจากนั้น โอบาเมยองยังฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของกองหลัง ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้ทีมปืนใหญ่เก็บเพิ่มเป็น 46 คะแนน พร้อมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเวลานี้

เผยสถิติสุดโหดลิเวอร์พูลเกมทุบพาเลซ

อ็อปต้า สื่อด้านสถิติชื่อก้อง เปิดเผยว่าในเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ พาเลซ 4-0 "หงส์แดง" ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับบอลในกรอบเขตโทษแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ พาเลซ ถือเป็นทีมแรกใน พรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้จับบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งเลยนับตั้งแต่ที่ อ็อปต้า บันทึกสถิติด้านนี้
    ลิเวอร์พูล ไม่ปล่อยให้ คริสตัล พาเลซ มีโอกาสได้จับบอลในกรอบเขตโทษของพวกเขาแม้แต่ครั้งเดียว ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่มอีกฝ่าย 4-0 เมื่อยวันพุธที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของ อ็อปต้า สื่อด้านสถิติชื่อดัง

    เรื่องดังกล่าวทำให้ พาเลซ ถือเป็นทีมแรกในยุค พรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้จับบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งแม้แต่หนเดียว นับตั้งแต่ที่ อ็อปต้า ทำการบันทึกสถิติด้านนี้ตั้งแต่ฤดูกาล 2008-09 เป็นต้นมาด้วย และทำให้พวกเขายังเป็นทีมที่ทำประตูได้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ ร่วมกับ วัตฟอร์ด ที่จำนวน 28 ประตูเหมือนเดิม โดยทีมเดียวที่ยิงได้น้อยกว่าทั้งคู่คือ นอริช ซิตี้ ที่ทำไป 25 ประตู

    ทั้งนี้ เกมที่ แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังมีสถิติที่น่าสนใจอีกหลายอย่างด้วย อาทิเช่นการที่ ลิเวอร์พูล สามารถทำประตูรวมในทุกรายการได้ 100 ลูกขึ้นไปได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นหนแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1986-87 ที่พวกเขาทำอย่างนั้นได้ (ตอนนั้น ลิเวอร์พูล ยิงได้ 100 ลูกขึ้นไป 8 ซีซั่นติด) และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ทำประตูจากลูกฟรีคิกโดยตรง (หมายถึงยิงฟรีคิกเข้าประตูเลย) ในการเล่นที่ แอนฟิลด์ ได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยทำได้เมื่อปี 1995 โดยที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำได้ด้วยวัย 21 ปี กับ 261 วัน ส่วนของ ฟาวเลอร์ เคยทำเอาไว้ตอนอายุ 20 ปี กับ 252 วัน เป็นต้น

แมนยูจัดทัพสำรอง! “อิกาโล่-เจมส์” ผนึกสอยนอริชศึกเอฟเอคัพรอบ8ทีม

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาดจะจัดทีมสำรองลงสนามโดยมี โอเดียน อิกาโล่ กับ แดเนี่ยล เจมส์ ลงประสานคมแข้งล่าตาข่าย เกมบุกรัง "นกขมิ้นเหลือง" นอริช ซิตี้ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ (รอบก่อนรองชนะเลิศ) วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ (รอบก่อนรองชนะเลิศ)
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2563
นอริช ซิตี้    –   แมนฯ ยูไนเต็ด 
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 23.30 น.)

สนาม : วิคาเรจ โร้ด

    ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ 3 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่ยังไม่มีทั้งราล์ฟ แฟห์รมันน์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, แซม บายแรม และ แกรนท์ แฮนลี่ย์ ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่การจัดทัพอาจมีการปรับบ้างพอสมควร พวกที่เป็นสำรองในเกมล่าสุดอย่างเอมิเลียโน่ บวนเดีย, มาริโอ วรานซิช, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ และ ตีมู ปุ๊กกี้ อาจได้สลับมาออกสตาร์ตบ้าง

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมชนะเชฟฯ ยูไนเต็ด 3-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว
 
    สภาพทีมเกมนี้ โซลชายังไม่มี อั๊กเซล ตวนเซเบ้ และ ฟิล โจนส์ ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ส่วนการจัดทัพก็เป็นไปได้ที่จะมีการปรับพอสมควรเหมือนในรอบก่อน

    เพื่อเปิดโอกาสให้พวกแข้งสำรองหลายรายอย่าง เซร์คิโอ โรเมโร่, ดิโอโก้ ดาโล่ต์, เอริค ไบยี่, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, ฆวน มาต้า, อันเดรียส เปเรยร่า และ โอเดียน อิกาโล่ ได้สลับมาลงสนามบ้าง  

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    นอริช ซิตี้ (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดฟรีย์, ทิม โคลเซ่, เจมาล ลูอิส – ทอม ทรายบูลล์, มาริโอ วรานซิช – เอมิเลียโน่ บวนเดีย, ลูคัส รุปป์, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊กกี้

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – ดิโอโก้ ดาโล่ต์, เอริค ไบยี่, วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, อันเดรียส เปเรยร่า, แดเนี่ยล เจมส์ – โอเดียน อิกาโล่

แฟนแมนยูชี้เป้าเอาใครดีหากพลาดซานโช่

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้เป้าให้ทีมรักไปเอาใครดี ถ้าวืด จาดอน ซานโช่ ดาวเตะ ดอร์ทมุนด์ ที่ค่าตัวแพงระยับไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์แน่นอน

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ เปิดเผยว่า แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หลายรายต้องการให้ทีมรักคว้าตัว เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ของ นอริช ซิตี้ มาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า หากพลาดได้ตัว จาดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

    ซานโช่ เป็นเป้าหมายหลักของ "ปีศาจแดง" หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ "เสือเหลือง" โดยทำไปแล้ว 31 ประตู จากการลงสนาม 90 เกม แต่ปัญหาคือเรื่องค่าตัวที่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @utdarena แสดงความเห็นว่า "หาก นอริช ตกชั้นในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรมองไปที่ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย เพราะเป็นนักเตะที่ดี, เล่นฝั่งขวาโดยธรรมชาติ และราคาจะถูกไปอีกถ้าทีมตกชั้น"

    ขณะที่ @OlawaleMorrett ทวีตข้อความว่า "ผมอยากได้เขามากกว่า แจ็ค กรีลิช และ เจมส์ แมดดิสัน เสียอีก"

    ส่วน @richdstew แสดงความเห็นว่า "ชอบนักเตะคนนี้ เขามีศักยภาพสูง"

5แข้งทีมท้ายตารางพรีเมียร์ลุ้นซบทีมใหญ่ซีซั่นหน้า

ฤดูกาลนี้ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ การขับเคี่ยวลุ้นแชมป์จะไม่ได้เข้มข้นเหมือนกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลังจาก ลิเวอร์พูล เข้าใกล้กับการเป็นแชมป์เต็มทีจากการมีแต้มฉีกหนีรองจ่าฝูงอย่าง แมนฯ ซิตี้ ขาดลอยถึง 25 แต้ม ส่วนทีมลุ้นหนีตกชั้นปีนี้ยังต้องขับเคี่ยวกันอย่างสนุกไม่ว่าจะเป็น นอริช ซิตี้, แอสตัน วิลล่า, บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด และ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ที่ล้วนมีโอกาสตกลงไปเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ฤดูกาลหน้า
    อย่างไรก็ตามหากดูบรรดาทีมที่สุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นเหล่านี้มีนักเตะหลายคนที่โชว์ผลงานส่วนตัวได้น่าประทับใจ และเหมาะสมที่จะย้ายไปเล่นกับสโมสรระดับท็อปในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า ส่วนจะมีใครบ้างนั้นไปดูกัน

5.ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)
        เพียงฤดูกาลแรกกับการเล่นบนลีกสูงสุดของอังกฤษมิดฟิลด์ดาวรุ่งเลือดผู้ดีก็สามารถแจ้งเกิดได้ทันที หลังโชว์ฟอร์มเด่นยิงไปแล้ว 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์จากการลงเล่น 29 เกมในลีก

    ด้วยสไตล์การเล่นที่หวือหวามีทักษะในการเลี้ยงบอลที่ดี และการจ่ายบอลที่เฉียบคม ทำให้มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวให้ความสนใจมาแล้ว โดยคาดว่าทีม "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ต้องการค่าตัวไม่ต่ำกว่า 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,140 ล้านบาท) เพื่อปล่อยตัวนักเตะออกจากทีม และหากต้นสังกัดต้องตกชั้นไปจริงๆ ก็น่าจะมีอีกหลายๆสโมสรที่จ้องกระชากตัวดาวเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี มาร่วมทีม

ทีมที่ตกเป็นข่าว : ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์

4.ไทโรน มิงส์ (แอสตัน วิลล่า)
    ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษย้ายจาก บอร์นมัธ มาอยู่กับ วิลล่า แบบสัญญายืมตัวในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 และก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนช่วยทัพ "สิงห์ผงาด" คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ จากการคว้าแชมป์ในการเตะเพลย์ออฟ ก่อนที่ วิลล่า จะเซ็นสัญญาถาวรมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสถิติสโมสร

    อย่างไรก็ดีดาวเตะวัย 27 ปี ก็เล่นได้สมราคาทำผลงานได้โดดเด่นสุดๆ แม้ต้นสังกัดจะกำลังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นก็ตาม โดยเจ้าตัวเคยถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกติดทีมชาติอังกฤษมาแล้วด้วย และด้วยผลงานของเขา แอสตัน วิลล่า อาจเล็กสำหรับเขาไปแล้วก็ได้

ทีมที่ตกเป็นข่าว : –

3.มักซ์ แอรอนส์ (นอริช ซิตี้)
    แบ็กขวาเลือดผู้ดีเป็นหนึ่งในแข้งดาวรุ่งจากรั้วนอริชที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นให้กับทัพ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ซีซั่นนี้ โดยมีทีเด็ดอยู่ที่การมีความเร็วสูงและการเติมเกมรุกที่ยอดเยี่ยม

    ดาวเตะวัยเพียง 20 ปี ได้รับการคาดมายว่าจะเป็นแข้งอนาคตของทีมชาติอังกฤษที่พร้อมก้าวขึ้นไปเบียดแย่งตำแหน่งกับบรรดารุ่นพี่อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, อาร์รอน วาน-บิสซาก้า, คีรน ทริปเปียร์, รีช เจมส์ และ ไคลน์ วอล์คเกอร์

 ทีมที่ตกเป็นข่าว : ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล

2.นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ)
        ปราการหลังชาวดัตช์พัฒนาฝีเท้าขึ้นมากนับตั้งแต่ย้ายออกจาก เชลซี ก่อนจะมาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับ บอร์นมัธ กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมมาอย่างต่อเนื่อง โดยฤดูกาลนี้ดาวเตะ 25 ปี มีอาการเจ็บไปพลาดลงเล่นหลายเกมจนทำให้ บอร์นมัธ มีแนวรับที่ยวบลงไป

    นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดเรื่องลูกกลางอากาศโดยฤดูกาลนี้ทำไปแล้ว 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ จาก 23 เกมในลีกและหากสุดท้ายไม่สามารถพาทีมรอดตกชั้นได้ด้วยฝีเท้าระดับนี้คงหาทีมในพรีเมียร์เล่นต่ไปได้ไม่ยาก

ทีมที่ตกเป็นข่าว : เชลซี, อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้

1.แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า)

    มิดฟิลด์กัปตันทีม "สิงห์ผงาด" กลายเป็นหนึ่งในแข้งที่ตกเป็นข่าวมากที่สุดบนหน้าสื่อต่างๆ ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำไปแล้ว 9 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 31 นัดในทุกรายการ และถ้าหาก วิลล่า ตกชั้นแล้วนั้น มันก็มีโอกาสสูงที่แข้งวัย 24 ปีจะบอกลาทีมสูเงลยทีเดียว หลังเจ้าตัวได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล 

ทีมที่ตกเป็นข่าว : แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์, เอฟเวอร์ตัน  

บิ๊ก6ไม่ยอม!แฉมีกดดันพรีเมียร์ลีกให้คงกฎตกชั้นตามเดิม

ดูท่าปัญหาพรีเมียร์จะยังคงวุ่นไม่เลิก หลังเตรียมดำเนินการแข่งขันต่อในโปรเจกต์รีสตาร์ท ท่ามกลางความเห็นที่ไปคนละขั้วของทีมท้ายตาราง กับทีมบิ๊กซิกซ์ เรื่องการยกเลิกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้น ออกไป ท่ามกลางการระบาดหนักของไวรัส โคโรน่า ในอังกฤษ
    โดยก่อนหน้านี้โครงการรีสตาร์ท ของพรีเมียร์ลีก ถูกบรรดาทีมท้ายตาราง พากันมาต่อต้าน พร้อมกับเรียกร้องไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันว่า พวกเขายินดีที่จะกลับมาแข่งต่อในสนามกลาง 8-10 สนามที่ลีกเตรียมเอาไว้ หากยกเลิกการเลื่อน-ตกชั้นสโมสรระดับลีกสูงสุด

    ซึ่งเรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาทีมใหญ่6ทีมในอังกฤษ หรือ ทีมบิ๊กซิกซ์ เนื่องจากมองว่า หากลีกกับมาเตะกันใหม่อีกครั้ง ก็ควรที่จะยึดตามกฎการเลื่อน-ตกชั้นสโมสรไว้คงเดิม

    ในสัปดาห์นี้ 20พรีเมียร์ลีกจะมีการนัดประชุมกันอีกครั้ง เพื่อตัดสินใจว่าพวกเขาจะไปเดินหน้าด้วย ‘โครงการรีสตาร์ท’ กลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งใน 8-10 สนามกลางที่ได้รับเลือกหรือไม่

    โดยแนวคิดการเตะสนามกลาง ถูกบรรดาทีมท้ายตารางอย่าง ไบรท์ตัน,เวสต์แฮม,วัตฟอร์ด,บอร์นมัธ,แอสตัน วิลล่า และ นอริช ออกมาต่อต้านกันอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

    เรื่องดังกล่าว พอล บาร์เบอร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารของไบรท์ตัน ออกมาแสดงความเห็น โดยเน้นย้ำว่าทีมนกนางนวล ควรได้รับอนุญาตให้เตะในสนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามกลาง ในเกมที่ตัวเองเป็นเจ้าบ้าน

    ตามกฎของพรีเมียร์ลีก จะมีการลงคะแนนโหวตจาก 20 สโมสร เพื่อกลับมาเตะกันใหม่ โดยมติจะผ่านก็ต่อเมื่อมีเสียงมากกว่า14เสียง แต่มีรายงานว่า นอกจากทีมบิ๊ก6แล้ว มีเพียงอีกสองสโมสรเท่านั้น แต่อยากกลับมาแข่งต่อ ซึ่งนั่นก็หมายว่า เสียงจะมีไม่ถึง14เสียง

    แหล่งข่าวของมีร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ กล่าวว่า ทั้ง นิวคาสเซิ่ล,เซาธ์แฮมตัน,เบิร์นลี่ย์,คริสตัล พาเลซ,เลสเตอร์ และ เชฟฯยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่อยากให้ยกเลิก มากกว่ากลับมาเตะใหม่

    ส่วนทีมท้ายตาราง6ทีม ก็เสนอเงื่อนไขเดียว หากอยากกลับมาเตะใหม่ จะต้องยกเลิกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้น

    ซึ่งเรื่องดังกล่าว รายงานจากเดลี่เมล สื่อยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี ระบุว่า บรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ กำลังวิ่งเต้นอย่างหนัก เพื่อล็อบบี้ให้พรีเมียร์ลีก ยังคงกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้นไว้ตามเดิม แม้ว่าการแข่งขันจะสามารถแข่งต่อ หรือถูกยกเลิกไปก็ตาม

    รายงานระบุทีมใหญ่ค่อนข้างไม่พอใจในเรื่องนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าบรรดาทีมท้ายตาราง เอาแต่รักษาผลประโยชน์ของตัวเอง มากกว่าจะมองภาพรวมของฟุตบอลอังกฤษ

    โดยผู้บริหารที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขากำลังขู่ว่าจะทำลายวงการฟุตบอล เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการตกชั้น มันเป็นความคิดที่บ้องตื้นมาก”

    พรีเมียร์ลีกหวังที่จะรักษาหลักการสำหรับข้อตกลงที่จะกลับมาเตะในสัปดาห์นี้ ซึ่งดูแล้วคงจะเป็นงานที่ยากที่สุดของหัวหน้าผู้บริหารอย่าง ริชาร์ด มาสเตอร์ ที่จะให้เหล่าบรรดาทีมบน-ท้ายตาราง เห็นพ้องต้องกันใน "โครงการรีสตาร์ท" นี้

ชัดเจน! “แมดดิสัน” ตอบแล้วเรื่องอนาคตกับเลสเตอร์

อนาคตเริ่มเห็นภาพชัดเจน…เจมส์ แมดดิสัน มิดฟิลด์ดาวเด่น เลสเตอร์ ซิตี้ ตอบแบบเคลียร์ๆ แล้ว เกี่ยวกับเรื่องอนาคตของตัวเอง หลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
           เจมส์ แมดดิสัน กองกลางตัวรุกคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า หลังจบฤดูกาลนี้ ตนจะยังอยู่กับต้นสังกัดต่อไปอย่างแน่นอน

          มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่า แมดดิสัน คือหนึ่งในแข้งเป้าหมายหลักที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ตัวมาร่วมก๊วนหลังจบฤดูกาลนี้ และล่าสุดเจ้าตัวได้คอนเฟิร์มเรื่องอนาคตของตัวเองในถิ่น คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เรียบร้อย

          "แน่นอนสิ อยู่ต่อ การย้ายมาที่นี่ คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผมเลยล่ะ ผมชอบมากๆ" ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปี ตอบคำถามจากแฟนบอลผ่าน ทวิตเตอร์ ของ BT Sport

          ปัจจุบัน แมดดิสัน เหลือสัญญากับ เลสเตอร์ ถึงปี 2023 โดยเจ้าตัวลงเล่นให้ทัพ "จิ้งจอกสยาม" ไปแล้วทั้งสิ้น 73 นัด ทำได้ 19 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก นอริช ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018