โปลิศยวบเกร็ก ฮูล่าส่อพลาดบู๊ไทยลีก 3 เกมแรก

"เกร็ก ฮูล่า" ส่อพลาดช่วยโปลิศ เทโร เอฟซี บู๊ 3 เกมแรก หลังได้คิวกลับไทย 14 ก.ย.นี้ แถมยังต้องกักตัวต่ออีก 14 วัน

ความเคลื่อนไหวของโปลิศ เทโร เอฟซี ที่มี 9 คะแนนจาก 4 เกมแรก ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงเตรียมทีมที่จะกลับมาแข่งขันไทยลีก 2020 ล่าสุดต้องพบกับข่าวร้ายเมื่อ เกร็ก ฮูล่า ริมเส้นความเร็วสูงยังไม่สามารถเดินทางจากประเทศฝรั่งเศสมายังประเทศไทยได้ โดยจะพลาด 3 เกมแรกของโปลิศ เทโร ในช่วงกลับมาแข่งขันเดือนกันยายนนี้

โดย เกร็ก ฮูล่า เดินทางกลับไปยังประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และยังไม่สามารถหาตั๋วเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้ ซึ่งล่าสุดมีการรายงานว่า แข้งผิวสีรายนี้จะเดินทางในวันที่ 14 กันยายน ถึงประเทศไทย 15 กันยายน และกักตัวอีก 14 วัน ทำให้จะพลาดช่วง 3 เกมแรกของไทยลีกที่จะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง ประกอบไปด้วย เยือนการท่าเรือ วันที่ 13 ก.ย. 63, เปิดบ้านพบราชบุรี มิตรผล 19 ก.ย. 63 และเปิดบ้านพบชลบุรี 26 ก.ย. 63

การท่าเรืออุ่นดุถล่มพีที ประจวบ 4-2

ความเคลื่อนไหวของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 1 ภายใต้การคุมทัพของ จเด็จ มีลาภ ได้นำลูกทีมไปเก็บตัวที่ สนามทรู อารีน่า หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยวันนี้ทัพ "สิงห์เจ้าท่า" มีคิวอุ่นเครื่องแบบปิดพบกับ พีที ประจวบ เอฟซี และเป็นทางด้านการท่าเรือ เอฟซี ถล่มเอาชนะพีที ประจวบ เอฟซี ไปด้วยสกอร์ 4-2

ในครึ่งแรก เป็นฝั่งการท่าเรือ เอฟซี ที่เดินหน้าบุก และเป็นฝ่ายออกนำ 1-0 ใน น.16 จากการยิงนอกกรอบเขตโทษของ ทศพล ลาเทศ ถัดมาใน น.20 พีที ประจวบ ตีเสมอ 1-1 จาก ดูโรซิมี่  จากนั้นใน น.23 ท่าเรือ ออกนำ 2-1 อีกครั้งจาก โก ซุล กิ และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

เข้าสู่ครึ่งหลัง น.54 เซร์คิโอ ซัวเรส ล็อกหนึ่งจังหวะหลบแนวรับ "ต่อพิฆาต" ก่อนแปเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม การท่าเรือ หนีห่าง พีที ประจวบ 3-1 จากนั้นใน น.63 พีที ประจวบ ได้ประตูไล่ตามมาเป็น 2-3 จาก ดูโรซิมมี่ คนเดิม เข้าสู่ น.81 เนลสัน โบนิญ่า โยกหนีแนวรับพีที ประจวบก่อนจะปาดบอลมาให้ เควิน ดีรมรัมย์ ยิงง่ายๆ เข้าไป การท่าเรือ หนีห่าง พีที ประจวบ 4-2 และจบด้วยสกอร์ดังกล่าว

ชลบุรีปล่อยตัว 2 แข้งเก๋าพ้นทีม

สโมสร ชลบุรี เอฟซี ประกาศปล่อยตัว อดุล หละโสะ และ มงคล นามนวด 2 นักเตะมากประสบการณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สำหรับ อดุล หละโสะ ย้ายมาค้าแข้ง ให้กับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ในช่วงต้นฤดูกาล 2020 ที่ผ่านมา โดยถือเป็นนักเตะ ที่เป็นผลผลิต จาก โรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ก่อนถูกผลักดันขึ้นสู่ ทีมชุดใหญ่ ของ ชลบุรี เอฟซี จนมีส่วนสำคัญ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไทยลีก ได้สำเร็จเมื่อปี 2550 ก่อนที่ในปี 2551 จะได้ย้ายไปค้าแข้ง ที่ประเทศ ญี่ปุ่นกับ สโมสร ต๊อตโตริ ทีมในระดับ ดิวิชั่น 3

จากนั้น ในปี 2552 อดุล หละโสะ กลับมาเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง และในปีต่อมา ก็ถือเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญในการพา สโมสร  ผงาดคว้า แชมป์ฟุตบอล เอฟเอ คัพ จนกระทั่งในปี 2558 จะย้ายไปค้าแข้งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่วน มงคล นามนวด ย้ายมาค้าแข้ง ให้กับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ในเลกที่ 2 ของฤดูกาล 2019 โดยถือเป็นนักเตะ ที่เป็นผลผลิต จาก โรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ผ่านการค้าแข้งมาแล้ว มากมาย กับ ศรีราชา เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด, เพื่อนตำรวจ, การท่าเรือ เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ปตท. ระยอง, ขอนแก่น ยูไนเต็ด บางกอกกล๊าส เอฟซี และ หนองบัว พิชญ เอฟซี

 

“โค้ชอ้น”ตั้งเป้าพา”โปลิศ เทโร” รักษาฟอร์มแกร่งเหมือนช่วงออกสตาร์ท

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี หวังว่าลูกทีมจะสามารถสานต่อฟอร์มแกร่งจาก 4 เกมแรกของศึกไทยลีก และสามารถรักษาฟอร์มเก่งของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง


"มังกรโล่เงิน" น้องใหม่ไทยลีก ทำผลงานได้อย่าสุดเซอร์ไพรส์ ใน 4 เกมแรก ด้วยการมี 9 คะแนน จาก ชัยชนะ 3 นัด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเปิดบ้านเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดไปแบบสุดมันส์ 1-0 พร้อมรั้งอันดับ 5 ของตารางคะแนน

"ตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงเตรียมทีม เราได้เห็นจุดบกพร่องจากแมตช์อุ่นเครื่องที่ผ่านๆ มา เรายังต้องปรับและพยายามแก้ไขก่อนที่เกมลีกจะกลับมาเริ่มอีกครั้ง" รังสรรค์ กล่าวเริ่ม

"แม้เราจะออกสตาร์ทได้ดี แต่เราพักไปค่อนข้างนานซึ่งมันทำให้เราต้องกลับมาปรับและแก้ไขกันใหม่ โดยเฉพาะแผนรองรับหากนักเตะต่างชาติที่อาจยังไม่พร้อมกลับมาในช่วงเริ่มต้น"

"ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราไม่ได้ตั้งไว้สูงเกินไป เราพยายามมองไปทีละเกม ทำแต่ละเกมให้ออกมาดีที่สุด และพยายามรักษาตัวเอง ให้เกาะกลุ่มตารางคะแนนให้ดี"

"ตลอดช่วงที่ผ่านมา หรือหลังจากนี้ ก็จะพยายามย้ำกับนักเตะเสมอ ว่าให้ดูแลตัวเองให้ดี เนื่องจากนักเตะเรามีจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด ตอนนี้มีหลายคนที่อาจจะล้าหรือเจ็บจากการซ้อมหนัก แต่คิดว่าพอถึงช่วงเวลาแข่งจริงในวันที่ 12 กันยายนนี้ทุกคนก็น่าจะพร้อมเต็มที่" หัวหน้าผู้ฝึกสอนโปลิศ เทโร เอฟซี กล่าว 

สำหรับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 บุกไปเยือน การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดียม ในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 18.00 น.

เข้มข้นมาก! สารัช เผยโฟกัสทีละนัด รับไทยลีกปีนี้งานหนักทุกทีม

สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทยของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เผยความสัมพันธ์ในทีมกำลังดีมากๆอีกทั้งยังมีการเตรียมรับมือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกที่จะกลับมาแข่งขันในวันที่ 12 กันยายน ไว้เป็นอย่างดี

สารัช อยู่เย็น เผยว่า "ตอนนี้ก็โอเค ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมส่วนสภาพความฟิตก็โอเค แต่การที่ห่างจากเกมไปนาน เราต้องพยายามปรับจังหวะให้มันใกล้เคียงกับที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด"

สารัช เผยต่อว่า "มันขึ้นอยู่กับแมตซ์การแข่งขันด้วย ที่ต้องค่อยๆ ปรับไปทีละสเต็ป และ ส่วนตัวยังเชื่อว่ายังอยู่ในระดับที่มาตรฐานดี เรื่องความสัมพันธ์ ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก็ปรับตัวได้ไม่ยาก"

สารัช ยังกล่าวถึงที่จะเจอกับ บุรีรัมย์ ในวันที่ 13 กันยายน ว่า "ทุกนัดในปีนี้ผมว่ามันหนักอยู่แล้วด้วยปีนี้ไทยลีกมี 16 ทีม ซึ่งทุกทีมเขาพัฒนาขึ้นเยอะมากๆ ซึ่งเราจะโฟกัสไปทีละนัดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ บียู หรือ ท่าเรือ ที่ต้องเจอ ส่วนการเจอกับ บุรีรัมย์  ตอนนี้ โค้ชโอ่ง มีวิธีการเล่นและรับมือเพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าทีมจะมีผลงานดีแน่นอน"

 

โพลระบุท่าเรือเต็งแชมป์ไทยลีก-อยากเห็นเกมใสสะอาด

KBU SPORT POLL เผยแฟนโหวต การท่าเรือ เต็งแชมป์ไทยลีก2020  1 ใน 4 ระบุเกมการแข่งขันไม่มีความยุติธรรมเป็นปัญหาที่ไม่อยากเห็น 


จากการที่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020 จะกลับมาจัดการแข่งขันต่อภายหลังปรากฎการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเพื่อเป็นการสะท้อนมุมมองของแฟนกีฬาลูกหนังและประชาชนที่ติดตามและสนใจกีฬาในมิติต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน KBU SPORT POLLโดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตจึงสำรวจคิดเห็นเรื่อง "สีสันไทยลีกกับปรากฎการณ์วิถีใหม่"

สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 24-26 สิงหาคมคม 2563โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่สนใจและติดตามข่าวสารทางการกีฬาซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,148 คนโดยแบ่งเป็นเพศชาย 614 คนคิดเป็นร้อยละ 53.49  เพศหญิง 534  คนคิดเป็นร้อยละ 46.51 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในประเด็นต่างๆโดยภาพรวมพบว่า

ความคาดหวังที่มีต่อสีสันของเกมและรูปแบบการจัดการแข่งขัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.51 คาดว่าจะเหมือนเดิม รองลงมาร้อยละ 37.69 ไม่แน่ใจ และร้อยละ 17.80 คาดว่าจะดีกว่าเดิม

สีสันของเกมการแข่งขันที่แฟนบอลอยากเห็น ส่วนใหญ่ร้อยละ 26.17 เกมการแข่งขันตื่นเต้นเร้าใจ รองลงมาร้อยละ 25.89 ผู้ตัดสินมีความยุติธรรมและทันเกม ร้อยละ 17.93 ฝ่ายจัดพัฒนาและยกระดับการแข่งขันสู่มาตรฐานสากล ร้อยละ 15.63 นักเตะโชว์ลีลาและฝีเท้าการเล่นที่โดดเด่น ร้อยละ11.92 แฟนคลับติดตามชมและเชียร์ทั้งในและนอกสนามเพิ่มขึ้น และอื่นๆร้อยละ 2.46

สโมสรที่คาดว่าจะคว้าแชมป์และมีคะแนนติด1ใน5 ส่วนใหญ่ร้อยละ 23.12 การท่าเรือ เอฟซี รองลงมาร้อยละ21.49 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ร้อยละ 19.37 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร้อยละ 16.95 ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ร้อยละ14.53  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และอื่นๆร้อยละ 4.54

ปัญหาที่แฟนบอลไม่อยากเห็น ส่วนใหญ่ร้อยละ 25.88 เกมการแข่งขันที่ไม่มีความยุติธรรม รองลงมาร้อยละ 20.41 นักกีฬาไม่เคารพและเชื่อฟังผู้ตัดสิน ร้อยละ 17.94 แฟนคลับก่อการทะเลาะวิวาท ร้อยละ 15.97 การพนันในสนาม ร้อยละ 11.62 ความไม่แน่นอนของการถ่ายทอดสด และอื่นๆร้อยละ 8.18

 

 

แบงค็อกฯตอบรับอุ่นแข้งศึก”บิ๊กไฟฟ์ ปรีซีซั่น”ก่อนหวดไทยลีก

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ตอบรับร่วมโม่แข่งเกมอุ่นเครื่องศึก "บิ๊กไฟฟ์ ปรีซีซั่น" ก่อนหวดไทยลีก ไทยรัฐยิงสดเริ่มวันที่ 3 ก.ย. 63 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี ต่อด้วย วันที่ 4 ก.ย. 63 การท่าเรือ เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และวันที่ 6 ก.ย. 63 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี

ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษที่ทางไทยรัฐจัดขึ้น ได้รับกระแสล้นหลาม ล่าสุด ได้ "ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด" ร่วมโม่แข้งอีกทีม ในรายการ "ไทยรัฐ บิ๊กไฟฟ์ ปรีซีซั่น" พร้อมแข่งขัน 3 วัน 3 สังเวียน จากกระแสอันล้นหลามของฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษที่ทางไทยรัฐ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 กันยายน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2020 จะกลับมารีสตาร์ต ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด ฝ่ายจัดการแข่งขันได้รับการตอบรับจาก "ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด" จ่าฝูงในศึกฟุตบอลไทยลีกขณะนี้ เข้าร่วมโม่แข้งอีกทีม ทำให้ฟุตบอลรายการนี้จะใช้ชื่อรายการที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมว่า "ไทยรัฐ บิ๊กไฟฟ์ ปรีซีซั่น"

โดยจะมี 5 ทีมระดับท็อป ร่วมฟาดแข้ง ได้แก่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี และทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แข่งขันกันในสังเวียนหลัก 3 สนาม ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันอัปเดตล่าสุด ในฟุตบอล "ไทยรัฐ บิ๊กไฟฟ์ ปรีซีซั่น คัพ" นับว่าเป็นคู่ที่สุดมันเช่นเดิม
วันที่ 3 กันยายน 2563  บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี  ที่สนามบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ,วันที่ 4 กันยายน 2563 การท่าเรือ เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่สนามแพท สเตเดี้ยม ,วันที่ 6 กันยายน 2563
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม

สำหรับการแข่งขัน ยังคงดำเนินการแข่งขันแบบปิด เพื่อเป็นไปตามนโยบายป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
ในเบื้องต้น ทุกคู่เริ่มแข่งขันเวลา 16.05 น. (เข้ารายการถ่ายทอดสด 15.50 น.) แฟนฟุตบอลสามารถติดตามชมได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ถ่ายทอดสดทุกคู่ รวมทั้งสามารถติดตามชมทางออนไลน์ได้ทุกช่องทาง ทั้ง Facebook Thairath Sport, YouTube Thairath และเว็บไซต์ https://www.thairath.co.th

 

“มาดามแป้ง​” ขึ้น! บอกเงิน​ 16​ ล้านที่เอามาหนุน​ ส.บอลฯ​ ขอเอามาจ่ายค่าVARไทยลีกทั้งหมดทุกคู่

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ​ ล่ำซำ​ ประธาน​การท่าเรือ​ เอฟซี​ เผยถึง​ 7​ ข้อเรียกร้องไปถึง​ พล.ต.อ.สมยศ​ พุ่ม​พันธ์​ม่วง​ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ​ ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และ ทรู แบงค็อกฯ เพื่อขอความชัดเจนเรื่องวีเออาร์

   โดยทาง "มาดามแป้ง"นวลพรรณ​ ล่ำซำ​ ประธาน​การท่าเรือ​ เอฟซี​ เผยถึง​ 7​ ข้อเรียกร้องไปถึง​ พล.ต.อ.สมยศ​ พุ่ม​พันธ์​ม่วง​ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ​

   1.หลายสโมสรยินยอมจ่ายเงินเพื่อตอบโจทย์​และซื้อความยุติธรรม​ หากทำไม่ได้​ จึงควรต้องมีเหตุผลมากกว่านี้

   2.วงการฟุตบอล​ คนอย่างแป้ง​ คำไหนคำนั้น​ ควรต้องจริงใจ​ ไม่กลับไปกลับมา​ เหมือนข่าวรายวัน​ ที่แต่ก่อนบอกจะใช้​ แต่มาเมื่อวานบอกไม่ใช้วีเออาร์​ มาเช้านี้บอกใช้บางนัด

   3.เรื่องเงินสนับสนุน​ เดิมไทยลีกได้​ 20+5​ ล้านบาท​ แล้วปัจจุบัน​จะได้เท่าไหร่​ ต้องชัดเจน

   4.ความชัดเจนเรื่องลิขสิทธิ์​ที่หายไปหลังวันที่​ 25​ ต.ค.63​ เรื่องนี้ต้องชัดเจน​ เพราะมีผลกระทบกับสปอนเซอร์​ผู้สนับสนุนทีม

   5.การประชุมเมื่อวันที่​ 14​ เม.ย.63​ ได้ให้สโมสรลงมติแข่งแบบข้ามปี แต่ไม่ได้ชี้แจงว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร

   6.รายรับรายจ่ายที่​ ส.บอลฯ​ อยากให้​ ส.บอลฯ​ อยากออกมาเปิดเผยเรื่องเงินรายจ่าย​ อยากให้มีหน่วยงานมาตรวจสอบเพื่อความสง่างาม

   7.​เปิดใจรับฟังทุกเสียง​ ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของผู้บริหารอย่างเดียว​ มันเป็นเรื่องของทุกคนในวงการ

   แป้งพูดตรงไปตรงมา​ ไม่ชกใต้เข็มขัด​ อย่าโกรธ​แป้งเลย​ เป็น​ 1​ เสียงที่พูดตรงไปตรงมา

   ทั้งนี้มาดามแป้งยังบอกอีกว่า​ แป้งสนับสนุน​ ส.บอลฯ​ ปีนี้​ 16​ ล้านบาท​ เอาเงิน​ 16​ ล้านบาท​ตรงนี้ไปจ่ายค่าวีเออาร์​ทั้งหมดได้เลย​ ไม่รู้พอไม่พอ​ แต่แป้งว่ามันน่าจะพอ

 

 

 

น้ำตาไหลไม่รู้ตัว วันที่ซื้อบ้านให้พ่อกับแม่อยู่

กลายเป็นนักเตะระดับคุณภาพแถวหน้าของวงการฟุตบอลไทยสำหรับ “ตั้ม”ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางตัวรับทีมชาติไทยและสโมสรฟุตบอล “สิงห์เจ้าท่า”การท่าเรือ เอฟซี ตลอดช่วงเวลาการค้าแข้งที่ผ่านมาเขาคือนักเตะที่สู้ชีวิตคนหนึ่งที่เดินตามความฝันด้านฟุตบอลอย่างจริงจังโดยมี “จิ๊บ”สมเจตน์ เกษารัตน์ อดีตแข้งเยาวชนทีมชาติไทย,สโมสรยาสูบ,กรุงไทย,การท่าเรือฯ ซึ่งเป็นพี่ชายเป็นต้นแบบบนถนนสายฟุตบอล การเดินหน้าคว้าแชมป์ครบทุกรายการของฟุตบอลเมืองไทยกับสโมสรต่างๆรวมไปถึงประสบความสำเร็จในการลงเล่นทีมชาตินำความภูมิใจมายังครอบครัว “เกษารัตน์” แต่ฟุตบอลกลับทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้ทำฝันบางอย่างเป็นจริง
    โดย “ตั้ม”ธนบูรณ์  เกษารัตน์  ออกมาเล่าความในใจว่า สิ่งที่ภูมิใจที่สุดจากหยาดเหงื่อแรงกายการเล่นฟุตบอลคือเรื่องของการได้ดูแลบุพการี ให้ดี ทุกวันนี้ “ตั้ม”ธนบูรณ์ เกษารัตน์ มีทั้งบ้านและรถรวมไปถึงสิ่งของจำเป็นอื่นๆ  หากย้อนกลับไปช่วงสมัยค้าแข้งเทโรฯ “ตั้ม”ใช้เงินส่วนหนึ่งนำมาซื้อบ้านเพื่อให้พ่อกับแม่รวมไปถึงคนในครอบครัวได้พักอาศัย  ชีวิตช่วงวัยเด็กเป็นช่วงชีวิตที่ไม่ได้สะดวกสบายมากนักความฝันตอนนั้นอยากมีห้องนอนส่วนตัวของตัวเองและวันที่ซื้อบ้านสิ่งที่ทำสิ่งแรกคือ “ตั้ม”ได้พาพ่อกับแม่เข้ามาอยู่ในบ้าน คืนนั้นทั้งคืนนอนจับมือพ่อกับแม่พร้อมกับน้ำตาแห่งความภูมิใจของลูกผู้ชายไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

    ปัจจุบัน “ตั้ม”ธนบูรณ์ เกษารัตน์  ซื้อบ้านไว้ 2 หลัง แถวสมุทรปราการและปทุมธานี เก็บไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ความตั้งใจจากเส้นทางฟุตบอลอาชีพ ติดตามเรื่องราวยอดนักเตะสู้ชีวิตฝันไกลไปจนถึงในแมกกาซีน “ฟุตบอลสยามรายเดือน” เล่มที่ 1669  วางแผงให้ท่านผู้อ่านได้ติดตามกันตั้งแต่วันที่ 18 ส.ค.63 เป็นต้นไป

ราชบุรี กับความเป็นไปได้ในถ้วยเอเชีย

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า ราชบุรี จะติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนน

เพราะสถานะ “ราชันมังกร” เป็นเพียงสโมสรระดับกลางกึ่งบน ห่างไกลคำว่า “แชมป์ลีก” เป้าหมายหลักถูกเบนเข็มไปหา “ฟุตบอลถ้วย” ซึ่งทำได้ดีสุดแค่ “พระรอง” อยู่ร่ำไป
จนช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดแรก ราชบุรี กลายเป็นทีมที่หักปากกากูรูอย่างเต็มปัง หลังออกสตาร์ทด้วยผลงานชนะรวด 4 นัด ดีสุดในรอบ 8 ปีสโมสร มีแต้มเทียบเท่า ทรู แบงค็อกฯ จ่าฝูงของตาราง เป็นรองเพียงลูกได้เสีย

แม้จากนั้นไม่นานไวรัสโควิดจะพรากฟุตบอลไทยให้แช่แข็งไปหลายเดือน แต่อีกมุมกลับกลายเป็น “ผลดี” สำหรับ ราชบุรี

เพราะทำให้ไทยลีกไม่สามารถแข่งขัน-จบฤดูกาล ตรงตามปฏิทินลูกหนังที่วางไว้ และในช่วงปลายปี สมาคมฟุตบอลไทยฯ ต้องส่งรายชื่อ 4 ทีม ไปเล่นในศึก AFC champions league 2021 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่สโมสรจากไทยได้โควตา 2+2  ทำให้สมาคมตัดสินใจใช้วิธีส่งชื่อ 4 ทีมไปเล่นถ้วยเอเชีย โดยวัดผลงานหลังจบ 15 นัดแรก

นั่นหมายถึงโปรแกรมหา 4 สโมสรไปโลดแล่นใน AFC champions league ถูกลดไปกว่าครึ่ง และ ราชบุรี ที่นั่งรองจ่าฝูงขณะนี้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ทว่าภารกิจที่เหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายของ ราชันมังกร คือ หลังไทยลีกกลับมาแข่งขัน เขาจะรักษา “มาตรฐาน” ทีมเหมือน 4 นัดแรกได้แค่ไหน

เพราะเอาเข้าจริงหากเทียบเคียงทรัพยากรนักเตะ 4 อันดับแรกเวลานี้ ราชบุรี ล้วนเป็นรองทีมอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ที่แข้งระดับทีมชาติคุณภาพคับแก้ววิ่งชนกันเต็มทีม การท่าเรือ หรือ บีจี ปทุมฯ ที่ช้อปแหลกไม่สนโควิด ผู้เล่นเกรดเอ-บี มีให้เลือกใช้แบบที่ส่งแข่ง 2 ทีมได้สบาย

ยังไม่นับรวมยักษ์ที่รอวัน “ตื่น” อย่างแชมป์เก่า สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

ทำให้เป็นงานหินพอควรสำหรับ ราชบุรี ในการรักษาสถานะอันดับ 1 ใน 4 ไปจนถึงอีก 11 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ดีในมุมผู้เขียน ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ทีมเมืองโอ่ง จะสร้างประวัติศาสตร์ ในการไปเล่นบนถนนสายเอเชีย

จุดแข็งที่ ราชันมังกร มีเหนือกว่าทุกทีมในไทยลีก ในช่วง 4 นัดแรกคือ “ระบบทีม” ที่ค่อนข้างปึก ผู้เล่นเก่า-ใหม่ ต่างเข้าใจแท็คติกของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ไม่ว่าจะถูกจับสลับเปลี่ยนเล่นในแบบแผนไหน

มีกองหลังปึก กองกลางที่สร้างสรรค์เกมได้หลากหลายรูปแบบ กองหน้าที่มีความเร็ว และความคม การเข้าทำน้อยจังหวะ แต่เฉียบขาดและรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ทีมเวิร์ค ราชบุรี กลายเป็นจุดแข็งกลบเรื่องศักยภาพนักเตะที่ด้อยกว่าบรรดา “บิ๊กทีม” ด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากคือ ราชบุรี เป็นสโมสร ที่ใช้โควตาแข้งต่างชาติได้ “คุ้มค่า” ที่สุดในไทยลีกจาก 4 นัดแรกที่แข่งขันกันไป

โย ซัง-แฮ เข้ามาเติมเต็มในแผงหลังจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้อย่างลงตัว
ลอสเซมี คาราบูเอ กองกลางที่บู๊ไม่มีถอย เปลี่ยนบอลตรงกลางเป็นเกมรุกได้เนียนตา และเติมขึ้นไปทำประตูได้
สตีเฟ่น ล็องจิล หมอนี่ไม่ได้มีแค่ความเร็วเป็นทีเด็ด แต่ยังมีลูกครอสที่แม่นยำสร้างอันตรายได้ตลอด
ยานนิก โบลี คือเครื่องจักรสังหารผู้ทำประตูได้ทุกรูปแบบในกรอบเขตโทษ

4 คนนี้คือแกนหลักในบรรดาตัวจริงโควตาต่างชาติที่ถูกส่งลงสนาม

ขณะที่ม้านั่งสำรองพวกเขามีโควตาอาเวียนชั้นดีอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ยังไม่นับรวมถึง ลุค วู๊ดแลนด์ และแข้งใหม่อย่าง จัสติน มิเกล บาส ที่เป็นอีกตัวเลือก

สิ่งที่พอหยิบมาตอบแทนข้อเขียนข้างบนได้ คงเป็นผลงาน 4 นัดแรกที่ทีมชนะรวด และถลุงคู่แข่งไปถึง 9 ประตู โดยทั้งหมดเกิดจากการมีส่วนร่วมของนักเตะต่างชาติทั้งสิ้น ขาดไปเพียงประตูเดียวที่เกิดจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง

ชนะ ตราด เอฟซี 2-0
สตีเฟ่น ล็องจิล ครอสให้ ยานนิก โบลี โขก
ฆาเบียร์ ปาตินโญ เรียกจุดโทษ ฟิลิป โรเลอร์ ยิง

ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1
จักรพันธ์ พรใส แอสซิสต์ให้ ยานนิก โบลี หลุดไปยิง
ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ชิ่งต่อให้ ยานนิก โบลี ยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ลอสเซมี คาราบูเอ เติมขึ้นมาซัด
เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ผ่านให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่แปะต่อให้ ฟิลิป โรเลอร์ หลุดไปยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเหน่ง ๆ

ชนะ นครราชสีมา 1-0
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ โหม่ง

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นต่างชาติ ราชบุรี เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับทีม โดยมีผู้เล่นไทยอย่าง จักรพันธ์ พรใส, จิตปัญญา ทิสุด หรือ ฟิลิป โรเลอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์เกมให้ไหลลื่น

มันคือ “ความลงตัว” ของแข้งต่างชาติ ที่เหนือกว่าสโมสรอื่น ณ เวลานี้

อย่างที่บอกไป จนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หากแข้งหลักที่ว่ามาไม่เจอตลกร้ายปัจจัยภายนอก หรืออาการบาดเจ็บเล่นงาน และรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ดัง 4 เกมแรก ถนนสู่ AFC champions league สำหรับ ราชบุรี

ก็มีความเป็นไปได้