โมเมนต์นี้มีไม่บ่อย! รักแหละดูออก “ศุภชัย” & “น้องเปีย” หวานออกสื่อ

ถือเป็นอีกหนึ่งคู่รักในวงการลูกหนังบ้านเราที่ไม่ค่อยมีภาพ หรือเรื่องราวหวือหวาเท่าไรนักสำหรับ "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด ศูนย์หน้าทีมชาติไทยของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับ "น้องเปีย" บุษกร เอกพันธ์ ผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ

ซึ่งตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันน้อยครั้งมากๆ ที่เราจะได้เห็นรูปคู่ของทั้งสองคนถูกอัพโหลดให้แฟนๆ ได้เห็นกันในโลกโซเชียล อย่างไรก็ตามล่าสุดทั้งคู่ได้โพสต์ภาพคู่กัน โดยฝ่ายหญิง เขียนข้อความว่า "เป็นทุกอย่างให้กัน ทั้งเพื่อน, พี่, น้อง, คนรัก, คู่ซ้อมบอล อันหลังนี่หยอก 1 Y 10 M"

ขณะที่ฝ่ายชายก็โพสต์ภาพคู่เช่นกันแต่ด้วยความที่เป็นคนนิ่งๆ เลยพิมพ์แค่ข้อความว่า "Happy Anniversary 1year 10months" ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะมาแซวที่เจ้าอาร์มโพสต์ช้าว่า "รอนานล่ะนะ" งานนี้กลิ่นความรักลอยมาแต่ไกล

สำหรับสาวน้อยวัย 24 ปี จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะนิเทศศาสตร์ สาขาการภาพยนตร์ และกำกับการแสดง ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งด้วยหน้าที่การงานทำให้ทั้งคู่ได้มาเจอกันบ่อยๆ ก่อนเริ่มทำความรู้จักกัน และตัดสินใจคบกันเป็นแฟนมาเกือบจะ 2 ปี

 

เมืองทองซ้อมเข้มที่กิเลนวัลเลย์ ‘กามา’ เคี่ยวหนักเร่งฟิตเช้า-เย็น

ภายหลังจากที่พลพรรค ‘กิเลนผยอง’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เดินทางไปเก็บตัวที่ แคมป์กิเลนวัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยจะทำการเก็บตัวไปจนถึงสิ้นเดือน ส.ค.63 นี้

อเล็กซานเดร กามา กุนซือใหญ่ของทีม ได้นำลูกทีมฝึกซ้อมแบบเคี่ยวหนักแบ่งซ้อมเป็น 2 เวลาเช้า-เย็น โดยช่วงเช้าจะเป็นการเข้าฟิตเนสเวทเทรนนิ่ง ส่วนในช่วงเย็นจะลงฝึกซ้อมในสนาม นอกจากนี้ยังมีการให้แข้งกิเลนผยอง ลงว่ายน้ำเพื่อคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย

ในส่วนของ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางดีกรีทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ปี ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกหลังได้เดินทางมาเก็บตัวที่กิเลนวัลเลย์ เป็นครั้งแรกของตัวเองว่า "หลังจากเดินทางมาเก็บตัวที่นี่ก็รู้สึกสบาย บรรยากาศโดยรวมร่มรื่นด้วย แม้จะมีล้านิดหน่อยจากการเดินทางมาเก็บตัว แต่พอมาแล้วได้พัก กินข้าวนิดหน่อยก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนที่โค้ชกามาจะให้โปรแกรมซ้อมเรียกว่าหนักอยู่ครับ (หัวเราะ)"

"อย่างไรก็ตามการมาเข้าแคมป์ที่นี่ถึง 7 วันก็ถือว่าได้มาเหมือนอยู่กันแบบครอบครัว และก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่ด้วย ซึ่งผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเป้าหมายของทีม และหวังให้มีสภาพร่างกายที่พร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์ก่อนไทยลีกกลับมาแข่งในเดือนหน้า"

สำหรับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 6 คะแนน รั้งอันดับ 7 ของตาราง โดยโปรแกรมนัดที่ 5 ของศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 จะบุกไปเยือน สุโขทัย เอฟซี ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 ที่สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม จ.สุโขทัย เวลา 20.00 น.

มาดามแป้งย้ำเจตนารมณ์ขอส.บอลจัดสรรงบ16ล้านให้ไทยลีก3

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอบมจ. เมืองไทยประกันภัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้พระบรมราชูปถัมภ์ หลังได้รับหนังสือแจ้งผลพิจารณาการใช้เงินบริจาค 16 ล้าน โดยยืนยันฟุตบอลทีมชาติไทยไม่มีแข่ง ขอให้จัดสรรเงินบริจาคดังกล่าว ให้แก่สโมสรสมาชิกใน ไทยลีก3 เพื่อเยียวยาความเดือดร้อนจากโควิด-19 อันถือเป็นการช่วยรากฐานฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง โดยมีเนื้อความในหนังสือดังนี้

ตามที่บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบเช็คบริจาคของธนาคารกสิกรไทย ฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จำนวน 16,000,000 บาท แก่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตามหนังสือของสมาคมฯ ที่ ฟ.023/2563 ลงวันที่ 14 มกราคม 2563 เรื่องขอรับเงินบริจาคสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อนำไปใช้สำหรับ สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทยทุกชุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อวงการฟุตบอลทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ทำให้การแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามกำหนดการแข่งขันตลอดปี 2563 โดยเฉพาะฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการสนับสนุนจากบริษัทฯ ไม่มีการจัดการแข่งขัน ดังนั้น เพื่อให้การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อวงการฟุตบอลไทย

บริษัทฯ จึงได้ขอให้สมาคมฯ พิจารณานำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้สำหรับการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ตลอดฤดูกาล 2020 ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ตามที่บริษัท ไทยลีก จำกัดได้มีหนังสือแจ้งต่อสโมสรสมาชิกให้พิจารณารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองในการนำระบบ VAR มาใช้ในการแข่งขันอ้างอิงหนังสือเลขที่ TL-227/2563 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563  ในการนี้สมาคมฯ ได้รับเช็คบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท จากผู้แทนบริษัทฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีหนังสือเลขที่ ฟ.(ถข.) 1067/2563 เรื่อง การบริจาคเงินสนับสนุน ซึ่งระบุว่า ที่ผ่านมาสมาคมได้รับการอนุมัติให้ใช้ระบบ VAR สำหรับฤดูกาลแข่งขัน 2563 จากคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ที่ผ่านมา สมาคมได้รับคำแนะนำจาก IFAB ถึงนโยบายที่ให้องค์กร หรือผู้ที่ไม่ใช่หน่วยงานจัดการแข่งขัน เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายระบบ VAR ว่าอาจขัดต่อหลักการรณรงค์เรื่องของ Sport Integrity ที่ประเทศสมาชิกจำต้องปฏิบัติตาม และเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ขัดกับคำแนะนำดังกล่าว สมาคมจึงมีนโยบายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้กับการแข่งขันไทยลีก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของบริษัทฯนั้น 
 
อย่างไรก็ตาม บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะภาคเอกชนที่สนับสนุนวงการกีฬาของไทยและสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาอย่างต่อเนื่อง จึงขอย้ำเจตนาของการบริจาคเงินจำนวนดังกล่าวว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่วงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง และเพื่อร่วมพัฒนา ยกระดับการแข่งขันฟุตบอลไทย ในทุกระดับ หากสมาคม จักรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องระบบ VAR ในการแข่งขันไทยลีกเอง บริษัทฯ ก็ใคร่ขอเสนอแนะให้สมาคมฯ   นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาท มาใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาสโมสรฟุตบอลไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเฉพาะสโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ซึ่งเป็นทีมขนาดเล็ก และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก ส่งผลให้บางสโมสรต้องขอใช้สิทธิ์พักทีม กระทบต่อนักฟุตบอลและสต๊าฟโค้ช ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรในทุกภาคส่วน 
 
ดังนั้นบริษัทฯ จึงขอให้สมาคมฯ นำเงินบริจาคจำนวน 16,000,000 บาทนี้ มอบให้แก่สโมสรฟุตบอลในไทยลีก 3 จำนวน 72 สโมสร ในจำนวนเท่าๆ กัน เป็นจำนวนเงินประมาณ 222,222 บาท โดยไม่เงื่อนไข เพื่อให้ทุกสโมสร ได้มีขวัญกำลังใจ และมีงบประมาณสนับสนุนเพียงพอที่จะพัฒนาทีมฟุตบอลของตนเอง อันจะเป็นการร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยไปด้วยกัน ตามวัตถุประสงค์และความตั้งใจจริงของบริษัทในฐานะผู้บริจาค ทั้งนี้บริษัทฯ ในฐานะภาคเอกชนที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หากสมาคมฯ พิจารณาไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในครั้งนี้ ขอให้แจ้งกลับต่อบริษัทฯ จักขอบคุณยิ่ง

 

เข้มข้นมาก! สารัช เผยโฟกัสทีละนัด รับไทยลีกปีนี้งานหนักทุกทีม

สารัช อยู่เย็น กองกลางทีมชาติไทยของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เผยความสัมพันธ์ในทีมกำลังดีมากๆอีกทั้งยังมีการเตรียมรับมือการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกที่จะกลับมาแข่งขันในวันที่ 12 กันยายน ไว้เป็นอย่างดี

สารัช อยู่เย็น เผยว่า "ตอนนี้ก็โอเค ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการปรับตัวกับเพื่อนร่วมทีมส่วนสภาพความฟิตก็โอเค แต่การที่ห่างจากเกมไปนาน เราต้องพยายามปรับจังหวะให้มันใกล้เคียงกับที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด"

สารัช เผยต่อว่า "มันขึ้นอยู่กับแมตซ์การแข่งขันด้วย ที่ต้องค่อยๆ ปรับไปทีละสเต็ป และ ส่วนตัวยังเชื่อว่ายังอยู่ในระดับที่มาตรฐานดี เรื่องความสัมพันธ์ ค่อนข้างดีอยู่แล้ว ก็ปรับตัวได้ไม่ยาก"

สารัช ยังกล่าวถึงที่จะเจอกับ บุรีรัมย์ ในวันที่ 13 กันยายน ว่า "ทุกนัดในปีนี้ผมว่ามันหนักอยู่แล้วด้วยปีนี้ไทยลีกมี 16 ทีม ซึ่งทุกทีมเขาพัฒนาขึ้นเยอะมากๆ ซึ่งเราจะโฟกัสไปทีละนัดมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น บุรีรัมย์ บียู หรือ ท่าเรือ ที่ต้องเจอ ส่วนการเจอกับ บุรีรัมย์  ตอนนี้ โค้ชโอ่ง มีวิธีการเล่นและรับมือเพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าทีมจะมีผลงานดีแน่นอน"

 

“จ่าเย็น”ลาสุโขทัยเปิดตัวร่วมทัพตราดทางการ

"ช้างขาวจ้าวเกาะ" ตราด เอฟซี เปิดตัว "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร ร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว ด้านเจ้าตัวขอบคุณตราด ที่ให้โอกาส จะขอมุ่งมั่นและทำผลงานออกมาให้ดีที่สุด

หลังจาก "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร แนวรุกอดีตทีมชาติไทยของทีม" ค้างคาวไฟ " สุโขทัย เอฟซี ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค ส่วนตัว แบบมีนัยยะ เมื่อช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา โดยแคปชั่น ระบุด้วยข้อความดังนี้ " ขอบคุณมิตรภาพที่มีให้เสมอมาแล้วฟุตบอลจะพาเรามาพบกันใหม่ พร้อม อิโมจิ  2 นิ้วสู้ ,มัดกล้าม "

จากการโพสต์ดังกล่าวก็มีรายงานมาว่า "จ่าเย็น" จะไปร่วมทัพกับ ตราด เอฟซี ในไทยลีก 1 ซึ่งจะมีการเปิดตัววันอังคารที่ 25 ส.ค. 63 นี้ โดยเป็นการย้ายแบบซื้อขาด ระหว่าง 2 ทีม

ล่าสุดทางสโมสรตราด เอฟซี โดยนายกวิเชียร ทรัพย์เจริญ ประธานที่ปรึกษาสโมสรได้มีการเปิดตัว "จ่าเย็น"  มงคล ทศไกร เข้ามาร่วมทัพเพื่อสู้ศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดเผยว่า "นับเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมเพราะว่า " จ่าเย็น" เป็นผู้เล่นที่ประสบการณ์สูง จะมาช่วยเติมเต็มทีมให้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น เพื่อเป้าหมายของสโมสรที่วางเอาไว้อย่างน้อยปีหน้ายังรักษามาตราฐานอยู่รอดในลีกเพื่อสร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวจังหวัดตราดต่อไป "

ด้าน" จ่าเย็น" เผยว่า" ต้องขอบคุณทางสโมสรตราด เอฟซี โดยเฉพาะบอร์ดบริหารและทีมงานที่ให้โอกาสเห็นว่าผมจะสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ทีมยกระดับได้ แน่นอนผมขอยืนยันกับทุกคนว่า ผมพร้อมที่จะทุ่มเทและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสร้างความสุขให้กับแฟนคลับและช่วยให้สโมสรทำตามเป้าหมายให้ได้ อย่างไรขอขอ ฝากตัวแฟนคลับตราด เอฟซี ช่วยเป็นกำลังใจด้วย"

ตราด เอาจริงเตรียมเปิดตัวอดีตกองกลางทีมชาติไทย

"ช้างขาวจ้าวเกาะ" ​ตราด เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 1 เตรียมสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเสริมทัพผู้เล่นดีกรีอดีตทีมชาติไทยที่มากประสบการณ์

​นายกวิเชียร ทรัพย์เจริญ ประธานที่ปรึกษาสโมสรตราด เอฟซี ให้สัมภาษณ์ว่า "​ในฤดูกาลนี้ยังคงเต็มที่ เพื่อสร้างความสุขให้กับแฟนบอลและเพื่อชื่อเสียงของจังหวัดตราด และเป้าหมายของสโมสรที่จะอยู่รอดให้ได้ ซึ่งตอนนี้ได้มีการเจรจาเพื่อคว้าตัวนักเตะอดีตทีมชาติไทยที่มากประสบการณ์ในแดนมิดฟิลด์มาเสริมทัพอีกราย เป็นนักเตะที่สังกัดอยู่กับทีมหัวตารางไทยลีกตอนนี้ด้วย เพื่อมาช่วยเติมเต็มให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากที่สุด ก่อนที่ฟุตบอลไทยลีกจะกลับมาแข่งขันอีกครั้งในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้"

"ตอนนี้ยังเหลือเพียงแต่รายละเอียดอีกเล็กน้อยเท่านั้น จึงยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยรายชื่อได้ว่าเป็นใคร แต่ยืนยันว่าเป็นแข้งที่จะมาช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันจันทร์​หรืออังคารที่จะถึงนี้แน่นอน"

สำหรับทีมตราด เอฟซี ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะคว้าตัว มงคล ทศไกร และ สุทธินันท์ พุกหอม สองดีกรีทีมชาติไทยรวมถึง ซวน ลัม แม็ง กองหน้าดีกรีทีมชาติเมียนมาร์ร่วมทัพ โดยจะมีโปรแกรมกลับมาลงสนามในศึกไทยลีกเกมที่ 5 ออกไปเยือนทีมชลบุรี เอฟซี วันที่ 13 ก.ย.63 เวลา 18.00 น.

ลูกคนงานก่อสร้าง เก็บผักกิน ขาย..โกอินเตอร์ เจลีก..ดาวยิงทีมใหญ่ไทยลีก

ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถใช้ความมานะพยายามลิขิตชีวิตตัวเองตอนโตได้ เฉกเช่น “เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ซึ่งชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่เด็กแต่วันนี้กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นคนงานก่อสร้าง กินค่าจ้างรายวัน ถ้าตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่ภาคเหนือจะไม่มีการก่อสร้างบ้าน รายได้ก็จะไม่มี พ่อแม่ต้องไปเก็บผักมากินและขาย โชคดีที่มีบ้านญาติอยู่ใกล้ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยกินข้าวกับญาติ เป็นการประทังชีวิต
 
    “ตอนเด็กก็ถือว่าลำบาก แต่โชคดีพ่อแม่เข้าใจไม่ห้ามเรื่องฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดไม่มี ก็ขอจากรุ่นพี่ โชคดีไปเล่นฟุตบอลรายการหนึ่งในจังหวัดตากบ้านเกิด ได้นักเตะยอดเยี่ยม มีสตั๊ดเป็นรางวัล ผมเอามาใส่จนขาด เพราะไม่มีเงินจะซื้อ”

    “เจ้าเบียว”เล่าว่า ช่วงที่เรียนม.4 ที่ร.ร.สามเงาพิทยาคม มีพี่ที่เป็นทหารแนะนำให้ไปคัดกับร.ร.สุรศักดิ์มนตรีที่เปิดคัด ผมไม่รีรอที่จะไป คือเราเห็นพ่อกับแม่จะชอบดื่มและทะเลาะกัน ก็อยากจะไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ ไปแสวงหาอนาคตด้านฟุตบอลเพื่อจะมาช่วยเขาตอนหลังดีกว่าจะทนอยู่แบบนี้ ก็เลยมาคัดก็ติด ได้เรียนฟรี อยู่ฟรีและกินฟรี โดยมื้อเช้า อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จะเอาข้าวที่เหลือจากวัดมาให้กิน ตอนเย็นก็ได้กินฟรี มากทม.ผมเอาเงินมา 800 บาท เป็นค่ารถ ค่ากิน โชคดีที่คัดติดที่นี่”
 
    โชคดีของ “เจ้าเบียว”ที่ ร.ร.สุรศักดิ์ฯ เป็นพันธมิตรกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าตัวจึงมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของ แบงค็อกฯ และได้โชว์ฟอร์มในยูธลีก ก่อนที่จะเล่นทีมสำรองของ แบงค็อก ในฟุตบอลไทยลีก 4 จนได้เป็นดาวซัลโวของโซนกทม.และปริมณฑล จำนวน 21 ประตู ถูกดันขึ้นชุดใหญ่แต่แทบไม่ได้เล่น จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงเมื่อทางสโมสรตัดสินใจจะส่งเจ้าตัวไปฝึกฟุตบอลกันพันธมิตรอย่าง เอฟซี โตเกียว ที่ญี่ปุ่น

 
    “ตอนแรกผมปฏิเสธไปทางโทรศัพท์ เพราะไทยลีกยังไม่ได้เล่น เลยไม่อยากข้ามขั้นเร็วไป แต่พอวางสาย แม่ที่มาเยี่ยมก็บอกทำไมไม่ลองก่อนล่ะ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีกันทุกคน ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปว่า ตกลงไปญี่ปุ่น”
 
    จากเด็กบ้านนอกที่เรียนไม่เก่ง ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ไม่มีเพื่อน ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกจึงลำบาก ขณะเดียวกันก็เล่นให้กับ เอฟซี โตเกียวชุดยู 23 ในเจลีก 3 ช่วงแรก ๆ ก็โดนเพื่อนร่วมทีมด่า แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษากายมันบอก เจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่สนใจอะไร ลงไป 17 นัดยิงไป 3 ประตู เพื่อนเริ่มยอมรับในช่วงปลาย ๆ ซีซั่น สุดท้ายเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น 11 เดือน

 
    ณัฐวุฒิ ได้กลับมาไทยและมีโอกาสซ้อมช่วงปรี-ซีซั่น กับทีมชุดใหญ่ของทรู แบงค็อก ซึ่งก็มีโอกาสได้ติดทีมไปอุ่นเครื่องที่มาเลเซีย เป็นฟุตบอล 4 เส้า เจ้าตัวได้โอกาสจากมาโน โพลกิ้ง ให้ลงเล่นแทน โบนิลญ่า ที่เจ็บ เพราะมาโน่เห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยิงทุกนัด และเมื่อได้เล่นที่มาเลย์ ก็ยิงไป 1 ลูก ทีมได้แชมป์ เจ้าตัวได้นักเตะยอดเยี่ยม นั่นจึงเป็นที่มาของการได้โอกาสลงเล่นในเกมไทยลีก แถมยึดตัวจริงของทีมได้ 4 นัดติดต่อกันก่อนหยุดไปเพราะโควิด โดยยิงไป 1 ประตู
 
    เมื่อฟอร์มดี เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดยู 21 และยู 23 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ได้โทรไปบอกพี่สาวให้บอกแม่ แต่แม่อยากฟังจากปากของเจ้าตัวเอง พอบอกไป แม่ถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

 
    “ผมมีวันนี้ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดจริง ๆ แต่ผมบอกเลยว่า ตัวเองทำงานหนักมาก หลังการฝึกซ้อมทีม ผมจะให้โค้ชช่วยเปิดบอลให้ผมยิงประตูในทุกรูปแบบอีกเกือบครึ่งช.ม.ทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมดีขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวก็ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ตลอด และจะหาเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สบายขึ้นในอนาคตอันใกล้ และเป้าหมายสูงสุดของผมคือ การได้ติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ผมต้องโชว์ฟอร์มกับทรู แบงค็อก ให้ดีเสียก่อน”

“จ่าเย็น” จ่อลาสุโขทัยโยกซบตราด

 

"จ่าเย็น" มงคล ทศไกร แนวรุกอดีตทีมชาติไทย ลูกอีสาน จาก ขอนแก่น โพสต์ เฟสบุ๊ค ส่วนตัว แบบมีนัยยะ เมื่อช่วงเย็นของวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา

โดยแคปชั่น ระบุด้วยข้อความดังนี้ "ขอบคุณมิตรภาพที่มีให้เสมอมาแล้วฟุตบอลจะพาเรามาพบกันใหม่ พร้อม อิโมจิ  2 นิ้วสู้ , มัดกล้าม"

มีรายงานมาว่า "จ่าเย็น" มงคล ทศไกร เตรียมที่จะอำลา สุโขทัย เอฟซี เพื่อไปร่วมทัพ ตราด เอฟซี ในไทยลีก 1 ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันอังคารที่ 25 ส.ค. 63 นี้ โดยเป็นการย้ายแบบซื้อขาด ระหว่าง 2 ทีม

นิชิโนะ ถึงไทยวันนี้ พร้อมไปดูไทยลีก 12 ก.ย.

อากิระ นิชิโนะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักเตะทีมชาติไทย เตรียมเดินทางกลับจากญี่ปุ่นถึงไทยวันนี้  ซึ่งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้จัดเตรียมสถานที่กักตัว 14 วันให้กับกุนซือใหญ่ทัพช้างศึกแล้ว

    โดยหลังจากการกักตัว "นิชิโนะ" จะเริ่มทำงานทันที และมีแผนว่าจะเดินทางไปชมเกม "ไทยลีก 1" ซึ่งจะกลับมาเตะนัดที่ 5 ในวันที่ 12 กันยายนนี้

    ส่วนการเรียกสต๊าฟโค้ชของทีมชาติไทยกลับมาทำงานเลยหรือไม่ "พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง" นายกสมาคมฯ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของ "โค้ชนิชิโนะ" หากกุนซือญี่ปุ่นต้องการให้ใครมาช่วยงาน ทางสมาคมฯ ก็จะเรียกมา ยินดีให้การสนับสนุนอยู่แล้ว คาดว่า นิชิโนะ คงหารือกับสตาฟฟ์โค้ชไว้แล้ว

    ขณะที่เรื่องการฝึกซ้อมทีมชาตินั้น อากิระ นิชิโนะ ต้องการใช้ฟีฟ่าเดย์ช่วยเดือนตุลาคม เรียกนักเตะเข้าแคมป์ฝึกซ้อม เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม แต่จะสามารถเก็บตัวได้กี่วันนั้นต้องปรึกษากับสโมสรอีกที

ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย เสียชีวิต

ข่าวเศร้าวงการลูกหนังไทย เมื่อต้องศูนย์เสียอดีตนักเตะทีมชาติไทยและอดีตศูนย์หน้าไทยลีก อย่าง "เจ้าโทน"ประวิทย์ วสุนทรา อดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดคิงส์คัพ ปี 2546 และอดีตศูนย์หน้าไทยลีกที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนตร์เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

   สำหรับ "เจ้าโทน"ประวิทย์ วสุนทรา ถือเป็นอีกหนึ่งศูนย์หน้ามากประสบการณ์ โดยติดทีมชาติไทยชุดสู้ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ปี 2546 โดยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรทหารอากาศ , ราชวิถี , นครปฐม เอฟซี , โอสถสภา เอ็ม150 , เชียงใหม่ เอฟซี , หนองคาย เอฟที , แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด ซึ่งสโมสรล่าสุดเจ้าตัวได้เซ็นสัญญากับ สโมสรไอดิน เอฟซี ในศึกไทยลีกอเมเจอร์เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา