อิกาโล่เชื่อบรูโน่ผนึกป็อกบาพาแมนยูบินคืนความยิ่งใหญ่

โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าตัวยืมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยว่า หาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้จับคู่กับ ปอล ป็อกบา บนแผงมิดฟิลด์ จะทำให้ "ปีศาจแดง" กลับมาทวงความยิ่งใหญ่คืนเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน
    ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดทั้งซีซั่น 2019/20 ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าเจ้าตัวยังยืนกรานที่จะย้ายออกจากทีมเพื่อไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด

    และช่วงระหว่างการขาดหายไปของ ป็อกบา "ปีศาจแดง" จัดการคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส เข้ามาในช่วงตลาดเดือนมกราคม และ อดีตแข้งสปอร์ติง ลิสบอน ก็สร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆ เร้ด เดวิลส์ ได้ทันที

    ซึ่งจากฟอร์มที่ดีของสตาร์โปรตุกีส จึงมีกระแสข่าวว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ พร้อมที่จะปล่อยตัว ป็อกบา ออกไป อย่างไรก็ตาม โอเดียน อิกาโล่ เห็นว่าหากทั้ง ป็อกบา และ บรูโน่ ได้ลงเล่นร่วมกันก็จะทำให้ "ปีศาจแดง" ที่ตอนนี้ไร้พ่ายมา 11 เกมบินสูงขึ้นไปอีก

    "เขา(ป็อกบา) ทำงานหนักมากเพื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลองนึกภาพสิว่า หากเรามี ป็อกบา และ บรูโน่ บนแผงมิดฟิลด์ คุณจะต้องเห็นความแตกต่างแน่นอน – ส่วน แรชฟอร์ด ก็เช่นเดียวกัน" อิกาโล่ ให้สัมภาษณ์ ผ่านวิดีโอ สตีม ทางทวิตเตอร์

    "แมนฯ ยูไนเต็ด จะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง ชนะทุกนัดในทุกๆ สัปดาห์"

    "เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและมันจะเป็นเรื่องที่วิเศษมากที่จะได้เล่นกับเขา"

ป็อกบาเผยตอนนี้สุดคิดถึงเกมลูกหนัง



ปอล ป็อกบา กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองคิดถึงการกลับมาลงสนามอีกครั้ง

 มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเจอกับอาการบาดเจ็บตลอดฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะกลับมาลงสนามได้แต่ก็เจ็บพักยาวมาตั้งแต่เดือนธันวาคมก่อนที่ฟุตบอลจะหยุดการแข่งขันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าจะได้กลับมาลงสนามโดยเร็วพร้อมโชว์ฟอร์มเยี่ยมอีกครั้ง

 "ผมคิดถึงฟุตบอลเหลือเกิน" ป็อกบา กล่าวกับ สเตลล่า แม็คคาร์ทนี่ย์ ในการให้สัมภาษณ์ในส่วนหนึ่งของซีรี่ย์ "เดอะ ฮัดเดิ้ล" ของ อาดิดาส

 "ผมได้รับบาดเจ็บ, ดังนั้นผมต้องซ้อมด้วยตัวเองราว 7 เดือนแล้ว – เมื่อผมกลับลงสู่สนาม, สถานการณ์โคโรน่าไวรัสเกิดขึ้น, เราต้องหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง"

 "ผมต้องการกลับมาลงสนามและทำผลงานให้ดี, ผมพลาดเกมไปมากมาย, และผมต้องการที่จะทำอย่างดีที่สุด, ดังนั้นเมื่อผมกลับมา ผมต้องการที่จะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุด"

ลาปอร์ต้ามั่นใจเมสซี่ไม่มีปัญหาสัญญาใหม่



โจน ลาปอร์ต้า อดีตประธานสโมสรคนดังของ บาร์เซโลน่า มั่นใจว่า ลิโอเนล เมสซี่ ไม่มีปัญหาในการต่อสัญญาใหม่กับทีมแน่นอน

 อนาคตของสตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสกลายเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงต่อเนื่องในช่วงหลังหลังมีสัญญาจนถึงปี 2021 เท่านั้น จนมีการคาดกันไปต่างๆรวมถึงเรื่องการย้ายทีมด้วย

 อย่างไรก็ตามทางอดีตประธานสโมสรเจ้าบุญทุ่มอย่าง ลาปอร์ต้า ที่มีข่าวว่าพร้อมกลับมาลงสมัครชิงตำแหน่งอีกครั้งเชื่อว่าไม่ใช่ปัญหากับการที่ เมสซี่ จะต่อสัญญาใหม่กับทีม

 "(เมสซี่) จะไม่มีปัญหากับการต่อสัญญาใหม่" ลาปอร์ต้า กล่าวกับ เดปอร์เตส กูอาโตร

 นอกจากนี้ ลาปอร์ต้า ยังพูดเรื่องเคสของ เนย์มาร์ ว่าเขาจะดึงสตาร์ทีมชาติบราซิลกลับมาค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นูอีกครั้งด้วย

 "พวกเขาไม่มีความชัดเจนมากพอ" ลาปอร์ต้า เสริม "ผมจะดึงเขากลับมาแน่นอน"

ระดับพระกาฬ! เอ็มบัปเป้เผยชื่อสามแข้งจุดประกายลูกหนัง



แนวรุกฟอร์มฮ็ฮตของเปแอสเช เผยชื่อ 3 ยอดนักเตะที่เป็นต้นแบบจุดประกายให้เขายกระดับการเล่นสู่นักเตะระดับท็อป

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุกตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เผยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์​ คือไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับการเล่นของเขา

กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่หลังหมดยุคของ โรนัลโด้-เมสซี ที่แข่งกันโกยความสำเร็จมายาวนานร่วม 15 ปี

โดย เอ็มบัปเป้ ที่กดไปแล้ว 90 ประตูจากการลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 111 นัด เผยชื่อสามแข้งไอดอลในวัยเด็กของเขาที่เป็นต้นแบบในการยกระดับการเล่นสู่ระดับท็อป

"ผมมีไอดอลหลายคนเลยล่ะ มี คริสเตียโน คนที่ผมรักมาก และในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามี คริสเตียโน และ เมสซี" เอ็มบับเป้ ตอบคำถามในช่วง Q&A กับ beIN Sports

"ผมมีโอกาสเล่นกับเนย์มาร์ ซึ่งผมเคารพเขามากตอนผมเป็นเด็กพวกเขาคือนักเตะที่ผมให้ความนับถืออย่างมาก"

"ตอนที่คุณมีโอกาสลงเล่นในระดับท็อป คุณต้องการแรงบัลดาลใจจากยอดนักเตะ  แต่ละคนมีสไตล์และความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง แต่พวกเขาก้าวไปถึงระดับท็อปได้ นั่นคือสิ่งที่จุดประกายให้กับทุกคน"

"ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่มันจะไม่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม และเราเองก็ต้องเดินในเส้นทางของเราในการก้าวไปสู่ระดับท็อป"

ทั้งนี้ เอ็มบัปเป้ หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมลีกเอิงฤดูกาลนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว หลังรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศห้ามจัดการแข่งขันกีฬานานจนถึงเดือนกันยายน

จำไม่ลืม! ปงโกลล์เล่าย้อนเหตุการณ์’ดิยุฟ-เจอร์ราร์ด’หวิดฟาดปาก



อดีตหัวหอกชัยนาทเผยยังจำไม่ลืมถึงเหตุการณ์ปะทะคารมอย่างดุเดือดของ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ แะ สตีเฟน เจอร์ราร์ด สมัยที่อยู่กับหงส์แดง

ฟลอร็องต์ ซินามา ปงโกลล์ อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เล่าย้อนถึงความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่าง เอล ฮัดจิ ดิยุฟ กับ สตีเฟน เจอร์ราร์ด สมัยที่ทั้งสองคนยังค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล

อดีตดาวยิงเซเนกัล เพิ่งออกมาเผยว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ไม่ลงรอยนักกับ’สตีวีจี’ พร้อมทั้งเหน็บอดีตกับปตันหงส์แดงว่ากลัวที่จะสบตาเขา ซึ่งปงโกลส์ที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนเผยว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่ปะทะคารมอย่างรุนแรงจนหวิดที่จะฟาดปากกัน

"ช่วงพักครึ่งของเกมปรีซีซั่นนัดหนึ่ง การปะทะกันระหว่าง ดิยุฟ กับ เจอร์ราร์ด ทำให้ผมตกใจมาก" ปงโกลด์ ไลฟ์สดทาง อินสตราแกรม

"คุณลองนึกภาพดูนะ นักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งที่เห็นภาพแบบนั้นและคิดว่า พวกมืออาชีพระดับนี้เขาเป็นขนาดนี้กันเลยเหรอ? ช่วงพักครึ่งในห้องแต่งตัว สตีวี เข้ามาพูดประมาณว่า แกต้องจ่ายบอล แกต้องจ่ายบอล แล้วดิยุฟก็หัวเสียขึ้นมาเลย"

"ดิยุฟ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ภาษาอังกฤษของเขาแย่มาก คุณรู้ไหมเขาทำอย่างไร พวกเขาเกลียดกันมาก"

"เจอร์ราร์ด เข้ามาถึงแล้วตะคอกใส่ดิยุฟว่า เฮ้ย ไอ้เวร ดิยุฟตอบกลับไปไม่ได้ดังนั้นเขาจึงดึง เชราร์ด อุลลิเยร์ (ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ตอนนั้น) เข้าไปแล้วบอกว่า บอกมันด้วยว่า ผมจะปล้ำแม่มัน ผมไม่ใช่เพื่อนมัน ผมจะสวนมันกลับทันที"

ดิยุฟ ลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ไปทั้งสิ้น 80 นัด ทำไป 6 ประตู 

สปีดเร็วกว่านรก! เปิดโผ 10 ผู้เล่นวิ่งเร็วสุดในโลก



นี่คือ 10 ผู้เล่นที่มีสปีดจัดจ้านที่สุดในวงการลูกหนังโลก จากการเปิดเผยของสื่อแดนน้ำหอม

Le Figaro หนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส เปิดเผยสถิติ 10 ผู้เล่นที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ปรากฎว่า คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เข้าวินมาในอันดับ 1

กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสทำความเร็วในสนามได้สูงถึง 36 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอันดับสองตกเป็นของ อินากิ วิลเลียมส์ หัวหอกของแอธ.บิลเบา ที่ทำสถิติไว้ 35.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตามมาด้วย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยิง ศูนย์หน้าจากอาร์เซนอล 35.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง

10 นักเตะที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก ตามรายงานจาก Le Figaro
1. คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (เปแอสเช) 36 กิโลเมตร/ชั่วโมง

2. อินากิ วิลเลียมส์ (บิลเบา) 35.7 กิโลเมตร/ชั่วโมง

3. ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง (อาร์เซนอล) 35.5 กิโลเมตร/ชั่วโมง

4. คาริม เบลลาราบี (เลเวอร์คูเซน) 35.27 กิโลเมตร/ชั่วโมง

5. ไคล์ วอล์คเกอร์ (แมนฯซิตี้) 35.21 กิโลเมตร/ชั่วโมง

6. เลรอย ซาเน (แมนฯซิตี้) 35.04 กิโลเมตร/ชั่วโมง

7. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง

7. คิงสลีย์ โกม็อง (บาเยิร์น) 35 กิโลเมตร/ชั่วโมง

9. อัลบาโร โอดริโอโซลา (เรอัล มาดริด) 34.99 กิโลเมตร/ชั่วโมง

10. นาโช เฟร์นันเดซ (เรอัล มาดริด) 34.62 กิโลเมตร/ชั่วโมง

กรีซมันน์ป้องชิรูด์หลังโดน’เบนซ์’เหน็บ



อองตวน กรีซมันน์ ตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศส ออกมาปกป้อง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าเพื่อนร่วมชาติหลังโดน คาริม เบนเซม่า เหน็บแนม

 หัวหอกจาก เรอัล มาดริด พูดในการเปรียบเทียบกับกองหน้าเพื่อนร่วมชาติว่า "อย่าเอาฟอร์มูล่า 1 ไปเทียบกับ โกคาร์ท" ระหว่างไลฟ์ทางอินสตราแกรมเมื่อวันอังคาร

 งานนี้ทาง กรีซมันน์ ที่เคยเล่นกับทั้ง เบนเซม่า และ ชิรูด์ แม้ว่าจะไม่ได้พูดถึงเรื่องการวิจาณ์โดยตรงของหัวหอกราชันชุดขาว แต่พูดชื่นชมแข้ง เชลซี แทน

 "ผมคงไม่อาจจะตอบอะไรได้ทั้งหมด, มันอาจจะทำให้ผมมีปัญหาได้" กรีซมันน์ กล่าวผ่านทางทวิตช์

 "ผมรัก โอลิวิเยร์ ชิรูด์, เขาเป็นนักเตะที่ดีและเขาช่วยให้เราได้แชมป์โลก, นั่นคือสิ่งที่สำคัญในชีวิต"

มาเตรัซซี่เฉลยเองพูดอะไรเกี่ยวกับพี่สาวจนซีดานตบะแตก

หลังจากเป็นปริศนามาอยู่พักหนึ่ง ล่าสุด มาร์โก มาเตรัซซี่ ก็เฉลยเองว่าก่อนหน้าที่ ซีเนดีน ซีดาน จะเอาหัวโขกตนในนัดชิงดำของศึก ฟุตบอลโลก 2006 นั้น ตนไปพูดว่าอยากได้พี่สาวของเขามาครองมากกว่าชุดแข่งของ ซีดาน แต่บอกว่าก่อนหน้านั้น ซีดาน ทำไม่ดีใส่ตนก่อน
    มาร์โก มาเตรัซซี่ อดีตกองหลังชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตนเคยพูดกับ ซีเนดีน ซีดาน ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสว่าอยากได้พี่สาวของอีกฝ่ายมาครองมากกว่าชุดแข่งของ ซีดาน ระหว่างเกม ฟุตบอลโลก 2006 นัดชิงชนะเลิศ

    นัดดังกล่าว อิตาลี เป็นฝ่ายที่ได้แชมป์ไปครอง จากการชนะในช่วงดวลจุดโทษ 5-3 ภายหลังจบ 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดคือการที่ ซีดาน เคยเอาหัวโขกใส่บริเวณหน้าอกของ มาเตรัซซี่ ในนาทีที่ 110 จนทำให้เขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    ตอนแรกมีข่าวลือว่า ซีดาน โมโหจากการที่ มาเตรัซซี่ พูดเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับคุณแม่ของเขา ซึ่งในปี 2017 อดีตปราการหลังทีมชาติอิตาลีก็ออกมาชี้แจงว่าตนไม่ได้พูดเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับคุณแม่ของอีกฝ่ายเลย และที่จริงพูดเกี่ยวกับพี่ของ ซีดาน แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าพูดอะไรไป

    ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อน มาเตรัซซี่ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อเจ้าหนึ่ง โดยเขาโดนถามถึงเรื่องจังหวะฉาวโฉ่จังหวะดังกล่าวด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ชอตเฮดบัตต์ของ ซีดาน งั้นเหรอ ? ตอนนั้นผมไม่ได้คาดคิดเลยนะว่าเขาจะทำอย่างนั้น แต่ผมว่ามันก็โชคดีที่มันเกิดขึ้นแบบน่าเซอร์ไพรส์แม้แต่กับผมเอง เพราะถ้าเกิดผมคาดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น และเตรียมตัวรอรับมันน่ะ ผมก็มั่นใจเลยว่าสุดท้ายแล้วผมก็ต้องโดนไล่ออกด้วยจนกลายเป็นว่าเราทั้งคู่โดนไล่ออกแหงๆ"

    "เราปะทะกันนิดหน่อยตอนอยู่ในกรอบเขตโทษ ในครึ่งแรกเขาทำประตูให้ ฝรั่งเศส ได้ และโค้ชของเรา (มาร์เชลโล่ ลิปปี้) ก็บอกให้ผมตามประกบเขา หลังจากที่เราปะทะกันครั้งแรกแล้วน่ะผมก็ขอโทษเขาไป แต่เขาตอบโต้กลับมาในแบบที่แย่มากๆ และพอเราปะทะกันครั้งที่ 3 ผมก็พูดแบบอารมณ์เสียสุดๆ ตอนนั้นเขาพูดตอบโต้ใส่ผมว่า -เดี๋ยวฉันจะให้เสื้อของฉันกับแกในภายหลังแล้วกัน- พอได้ยินแบบนั้นผมก็สวนไปเลยว่าผมอยากได้พี่สาวของเขามากกว่าเสื้อของเขา"