ซลาตัน: มิลานไม่เคยมีพระราชา ที่นี่มีแต่พระเจ้า

ดาวยิงสวีดิช คุยโวอีกครั้งหลังทวีตข้อความว่าเมืองมิลานไม่เคยมีพระราชา เนื่องจากมีเขาที่เป็นพระเจ้านั่นเอง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าของ เอซี มิลาน ทวีตข้อความสำแดงเดชอีกครั้ง โดยบอกว่าเมืองมิลานไม่เคยมีพระราชา เนื่องจากมีเขาที่เป็นพระเจ้า

ดาวยิงในวัย 38 ปีคัมแบ็คจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ลงมายิงคนเดียวสองประตูพาปีศาจแดงดำเอาชนะอินเตอร์ มิลาน ในศึกมิลาน ดาร์บี้ไปได้ 2-1 พาทีมเก็บ 12 คะแนนเต็มนำเป็นจ่าฝูง และทำให้เขายิงไปแล้ว 4 ประตูในเซเรีย อาฤดูกาลนี้

โดยหลังกลับมาโชว์ฟอร์มเยี่ยมพาทีมรั้งจ่าฝูง ซลาตัน โชว์ความเป็น ซลาตัน อีกครั้งด้วยการทวีตข้อความ "มิลานไม่เคยมีพระราชา ที่นี่มีแต่พระเจ้า" พร้อมภาพเพื่อนร่วมทีมเข้ามาดีใจกับตัวเขา ที่เจ้าตัวมักสื่อว่าตัวเองเป็นพระเจ้านั่นเอง

นั่งสำรองทั้งเกม! ดีบาลากดไลค์ข้อความตั้งคำถามปิร์โล

 

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์กดไลค์ข้อความตั้งคำถามกุนซือเจ้าม้าลาย หลังเขาทำได้เพียงนั่งดูเพื่อนเล่นในเกมบุกเสมอโครโตเน 1-1

เปาโล ดีบาลา ดาวยิงยูเวนตุส กดไลค์ข้อความในทวิตเตอร์ที่ตั้งคำถามต่อ อันเดรีย ปิร์โล ก่อนจะลบออกในเวลาต่อมา

กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินานั่งอยู่ข้างสนามในเกมบุกเสมอโครโตเน 1-1 และไม่ถูกเลือกลงสนามในฐานะตัวสำรองด้วย

 

บาเยิร์นก็ไม่เว้น! เลวานดอฟสกี้ยิงครบ 18 ทีมบุนเดสลีกา

 

กองหน้าชาวโปแลนด์ทำสถิติยิงประตูครบทั้ง 18 ทีมในบุนเดสลีกา หลังซัดเบิ้ลใส่ อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ ทีมน้องใหม่

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าของ บาเยิร์น มิวนิค ทำสถิติยิงครบ 18 ทีมในบุนเดสลีกา หลังซัดสองประตูใส่ อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์

ดาวยิงทีมชาติโปแลนด์ทำ 2 ประตู ช่วยเสือใต้บุกพิชิตแชมป์จากลีก้าสอง 4-1 ทำให้เขายิงใส่ครบทุกทีมในลีกแล้ว ซึ่งรวมถึงการยิงใส่บาเยิร์นด้วย (สมัยค้าแข้งกับดอร์ทมุนด์)

หัวหอกวัย 32 ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซันนี้ เมื่อทำไปแล้ว 7 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จาก 4 เกมในลีก

 

ปืนสะดุ้ง!เป๊ปแย้มอเกวโร่ฟิตทันฉะอาร์เซน่อล

แนวรับ อาร์เซน่อล มีหนาว… ล่าสุด เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แย้มเอง เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอดดาวยิงเลือด "ฟ้า-ขาว" มีแววฟิตทันช่วยทีมในเกมดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่" คืนวันนี้ หลังพักแข้งมานานหลายเดือน
 
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยว่า ตนจะรอเช็คความฟิตของ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนสำคัญ อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจว่า จะใส่ชื่อ "เอล กุน" อยู่ในทีมหรือไม่ สำหรับเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ ที่ทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ดวลกับ อาร์เซน่อล คืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ 

อเกวโร่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าและพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน ทว่าเจ้าตัวกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้เป็นสัปดาห์แล้ว และล่าสุด กวาร์ดิโอล่า แย้มว่า มีโอกาสทีเดียวที่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์วัย 32 ปี จะฟิตทันเกมเจอกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

"วันพรุ่งนี้ เราจะมีการซ้อมช่วงเช้า และหลังจากนั้นก็จะตัดสินใจได้ว่า เขาฟิตหรือไม่ เขาซ้อมได้ดีมากๆ ตลอดช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่ได้เล่นมานาน 3 หรือ 4 เดือนแล้ว ยังไงก็รอดูกันอีกทีแล้วกัน" กุนซือเลือดกระทิงดุวัย 49 ปี กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพคนเก่ง จะไม่ได้ช่วยทีมแน่นอน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างลงเล่นให้ทีมชาติเบลเยียม เกมเจอกับ อังกฤษ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซาลาห์ขึ้นแท่นกระทุ้งครบ 100 เร็วสุดลำดับ 3

แม้ทีมจะไม่ชนะ แต่ประตูจากปลายเท้าของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ส่งให้เขาซัดครบ 100 ประตูในนามสโมสร ลิเวอร์พูล เป็นคนที่ 17 อีกทั้งยังเป็นอันดับ 3 ในเรื่องการยิงแตะเลขสามหลักเร็วที่สุดของสโมสร

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำหนึ่งประตูในเกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 โดยทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 17 ของสโมสร ที่ยิงประตูในสีเสื้อ ‘หงส์แดง’ ครบ 100 ประตู

นอกจากนี้ ดาวยิงชาวอียิปต์ยังเป็นผู้เล่นลำดับที่ 3 ที่ทำประตูครบ 100 ลูกเร็วที่สุดโดยใช้จำนวน 159 นัด ต่อจาก โรเจอร์ ฮันท์ (144 นัด) และ แจ็ค พาร์กินสัน (153 นัด)

สำหรับจำนวนประตูของ ซาลาห์ แบ่งเป็นยิงในศึก พรีเมียร์ลีก 79 ลูก บนเวทียุโรป 20 ลูก และเกมเอฟเอ คัพ อีก 1 ลูก

ยูเว่ปวดหัว! “แม็คเคนนี่ ติดโควิดเพิ่มอีกราย

 

ม้าลาย” ยูเวนตุส ทีมดังแห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางวัย 22 ปีของทีม ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยยูเวนตุส ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “สโมสรยูเวนตุส ขอประกาศว่าในช่วงระหว่างที่มีการตรวจหาเชื้อตามมาตรการเฝ้าระวัง นักเตะของเรา เวสตัน แม็คเคนนี่ มีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับการปฏิบัติตามกฎข้อบังครับ และมาตรการเฝ้าระวัง ทีมจะเข้าสู่การกักตัวทันที”

“สำหรับในกระบวนการนี้จะอนุญาตให้ทุกๆ คนที่มีผลการตรวจเป็นลบสามารถที่จะลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ และทำกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแข่งขันได้ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการติดต่อกับบุคคลภายนอกกลุ่ม โดยสโมสรจะทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ เวสตัน แม็คเคนนี่ เป็นนักเตะรายที่ 2 ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของทีมที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงฟีฟ่าเดย์ในรอบนี้

มีคนพูดโกหก!โรนัลโด้ยันชัดทำตามกฎเดินทางเข้าอิตาลี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส ประกาศชัด ไม่ได้ทำผิดกฎของอิตาลีแม้แต่นิดเดียวในการเดินทางกลับมาที่ประเทศอิตาลี พร้อมบอกว่าตอนนี้ต้องอยู่ห่างกับครอบครัว และมันก็ทำให้ตนเจ็บปวดสุดๆ

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กล่าวว่าตนไม่ได้ละเมิดกฎของประเทศอิตาลีในกรณีที่เดินทางกลับมายังแดนมะกะโรนีแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ โรนัลโด้ ตกเป็นข่าวดังจากการที่เขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตอนไปอยู่กับทีมชาติโปรตุเกส โดยเมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งเดินทางกลับไปที่ อิตาลี เพื่อรอช่วยต้นสังกัดในตอนที่หายแล้ว แต่ วินเชนโซ่ สปาดาโฟร่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของอิตาลีตั้งประเด็นว่าแข้งวัย 35 ปี อาจจะละเมิดกฎถ้าหากเดินทางเข้าประเทศโดยที่ไม่ได้รับการรับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรณีพิเศษ

"ผมไม่ได้ละเมิดกฎใดๆ ทั้งนั้น พวกเขาบอกว่าผมละเมิดกฎของอิตาลี แต่มันเป็นการโกหกทั้งเพ ผมได้คุยกับทีมของผม และเราก็มีความรับผิดชอบที่จะทำเรื่องต่างๆ ในทางที่ถูกต้อง ทุกอย่างถูกปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือคนอิตาลีคนหนึ่งพูดโกหก แต่ผมก็ไม่ขอบอกหรอกนะว่าเขาชื่อว่าอะไร ผมทำตามมาตรการทุกขั้นตอน" โรนัลโด้ ระบุ

อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เสริมว่าตอนนี้ต้องอยู่คนละห้องกับครอบครัว และมันก็ทำให้ตนปวดใจสุดๆ "ผมอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนลูกๆ ของผมก็อยูกอีกชั้น ผมจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีก 10 วันต่อจากนี้ มันทำใจยอมรับได้ยากมากๆ ที่จะไม่สามารถติดต่อกับพวกเขาได้ แต่เราก็ต้องทำตามกฎ"

รวยแต่ต้องปิด แข้งขอนแก่นขับเบ๊นซ์แต่ไม่กล้าให้ใครเห็น

อาชีพนักฟุตบอลสำหรับใครหลายคน สามารถทำให้ฐานะลืมตาอ้าปากได้ แต่สำหรับนักเตะรายนี้ มาเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เนื่องจากที่บ้านมีฐานะที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตามล่าความฝันกับกีฬาที่เขาหลงใหล

    “เบส”ธนพล ศรีทอง ดาวยิงขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างมั่นคง โดยครอบครัวทำธุรกิจสัมปทานรถบัสประจำทางระหว่างอำเภอเมือง ขอนแก่น ไปยังอ.กระนวน มีรถวิ่งในเส้นทางนี้กว่า 20 คัน ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในวัยเด็ก แต่เจ้าตัวก็ยังมีความฝันอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ เมื่อทีมขอนแก่น เอฟซี บ้านเกิดเคยขึ้นไปเล่นอยู่ในไทยลีกและเจ้าตัวตามเชียร์ถึงขอบสนาม

    เส้นทางฟุตบอลของ “เบส”ไม่มีอะไรหวือหวา เจ้าตัวเรียนอยู่ร.ร.สาธิตขอนแก่น ตั้งแต่ประถมจนมัธยมปลาย แต่โอกาสเรื่องฟุตบอลค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากเด็กในโรงเรียนเล่นฟุตบอลเป็นไม่กี่คน เจ้าตัวต้องดิ้นรนไปคัดฟุตบอลระดับเยาวชนของจังหวัดขอนแก่นจนได้ติดทีมไปเล่นกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 
    เมื่อขึ้นม.ปลาย “เบส”ธนพล ตัดสินใจไปคัดกับทีมขอนแก่น เอฟซี ด้วยพาหนะรถเบ๊นซ์ของครอบครัว แต่ด้วยความกลัวว่าถ้าหากไปแบบนี้อาจโดนมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงเอารถเบ๊นซ์ไปจอดห่างไกลจากสนามซ้อมแล้วเดินเข้าไปคัดตัว

 
    “ปีแล้วปีเล่าผมไปคัดก็ไม่เคยติด แต่ผมก็ไม่ลดละพยายาม ใช้เวลาในการคัดถึง 4 ปี มาติดตอนเรียนอยู่ม.ขอนแก่น ปี 3 แล้ว ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียนและการเล่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องบินไปเตะกับกระบี่ เอฟซี แต่อีกวันต้องพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ที่ขอนแก่น ก็นั่งเครื่องบินหลังแข่งจบมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ก็ขับรถมารับที่สุวรรณภูมิ กลับขอนแก่น(หัวเราะ) ก็ถือว่าเหนื่อยเพราะบอลอาชีพก็อยากเล่น เรียนก็อยากจบ แต่ก็จบมาได้ในที่สุด”

 
    หลังจากเรียนจบก็มุ่งสมาธิเล่นฟุตบอลให้กับขอนแก่น เอฟซี โดยเล่นอยู่ 6 ปี ย้ายไปทีโอที ไม่ทันไรทีมก็ยุบ เลยกลับมาเล่นให้ขอนแก่น มอดินแดง ซึ่งเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิงไป 14 ประตูในไทยลีก 4 จนฟอร์มเตะตาผู้บริหารทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด และดึงไปร่วมทีมในที่สุด

 
    ความจริงแล้ว นอกจากการเรียนกับการเล่นฟุตบอล เจ้าตัวยังต้องเลือกเส้นทางเมื่อครอบครัวจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากไปลองใช้ชีวิตอยู่ 1 ปี เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อตามล่าความฝันฟุตบอลอาชีพแทน ส่วนพี่ชายตอนนี้ไปปักหลักเป็นทหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

 
    ถึงตอนนี้ “เบส”ธนพล ยิงให้ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไป 1 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า ตำแหน่งของตนเป็นกองหน้าก็จริง แต่บทบาทไม่ใช่หน้าเป้า เป็นตัวซัพพอร์ตให้กองหน้าต่างชาติมากกว่า อย่างไรก็ดีแม้ตอนนี้อายุจะย่าง 29 ปีแล้ว แต่ความฝันที่อยากเล่นบอลไทยลีก 1 ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอโชว์ฟอร์มให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้เต็มที่ และถ้าเล่นได้ดี โอกาสก็จะมาถึงเอง

 

ดาร์บี้เดือด! ลิเวอร์พูลชวดชัยโดนVARริบทดเจ็บบุกเจ๊าเอฟเวอร์ตัน10ตัวสุดมันส์

ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" จบลงด้วยการแบ่งแต้มไปอย่างสุดมันส์ หลังจาก โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน โขกประตูช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-2 โดยเกมนี้มามีดราม่าช่วงท้ายเกมเมื่อ ริชาร์ลิซอน มาโดนใบแดง แถม "หงส์แดง" ชวดได้ลูกสามเมื่อประตูของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกวีเออาร์ริบไป ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังรักษาสถิติไร้พ่ายยังรั้งจ่าฝูง ส่วน "หงส์แดง" ขยับขึ้นมารั้งรองฝูง

    การแข่งขันตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" เป็นการพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล

    เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ เกมนี้ไม่มีปัฯหาการจัดทัพส่งชุดดีที่สุดลงเล่นครบครับได้ อัลลัน และ อันเดร โกเมส กลับมาประจำการแดนกลาง ขณะที่ 3 แนวรุกยังนำมาโดย ฮาเมส โรดริเกซ, ริชาร์ลิซอน และ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน

          ด้าน ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ขาด อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่มีอาการเจ็บแล้วเป็น อาเดรียน เฝ้าเสาแทนอีกครั้ง ขณะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรก ส่วนสามแนวรุกลงสนามครบครันทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูล ที่บุกเข้าใส่ก่อนมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรบิร์ตสัน เติมขึ้นมาแล้วเปิดเข้าเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งเข้ามาซัดตามน้ำบอลเสยคานบนเข้าประตูไป

    อยางไรก็ตาม นาทีที่ 7 ลิเวอร์พูล โชคร้ายเมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จากจังหวะที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ใช้เท้าสกัดจนล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแนวรับชาวดัตช์อยู่ในจังหวะล้ำหน้าไปก่อนชวดได้จุดโทษไป ก่อนจะเป็น โจ โกเมซ ที่ได้ลงเล่นแทน ในนาที 11

    จากนั้น นาที 12 เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นตามตีเสมอจากจังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ เปิดจากกราบซ้ายไปเข้าหัวของ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน พุ่งมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

    ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสบุกใส่ต่อเนื่อง นาที 19 เชมุส โคลแมน จ่ายบอลจากแดนตัวเองทะลุช่องให้ คัลเวิร์ท-เลวิน หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบแต่ อาเดรียน ปิดมุมได้ดีปัดออกหลัง

    หลังจากนั้นลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง ฮาเมส โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัวของ ไมเคิ่ล คีน เติมขึ้นมาโขกเหน่งๆบอลไปตรงตัว อาเดรียน แต่ปัดไม่ออกบอลเข้าประตูไปให้ เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ 1-1 ในนาที 19

    ถัดมา นาที 25 เกือบขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บรรจงปั่นไปเสาแรก แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกหลังไปหวุดหวิด

    นาที 31 เอฟเวอร์ตัน ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกเช่นกัน หลังจาก เชมุส โคลแมน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนเล่นต่อไม่ไหว แล้วเป็น บน ก็อดฟรีย์ แข้งดาวรุ่งรายใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก นอริช ลงเล่นแทน

    หงส์แดง ได้ลุ้นอีกครั้ง ใน นาที 33 จากจังหวะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รับบอลจาก ซาดิโอ มาเน่ หน้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ช่วงที่เหลือไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

    เปิดฉากครึ่งหลังมา ลิเวอร์พูล ขึงบุกใส่ทันที และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาที 48 จอร์ดน เฮนเดอร์สัน เก็บตกได้หน้าเขตโทษแล้วยิงฉีดยาด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 59 เอฟเวอร์ตัน พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำ ฮาเมส เปิดไปเสาไหลให้ ริชาร์ลิซอน ได้โขกเน้นๆ แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

    จนกระทั่งนาที 72 หลังจาก ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกใส่อยู่พักใหญ่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดเข้าเขตโทษ เยอร์รี่ มิน่า สกัดไม่ดีไปเข้าทางปืนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กดสวนตูมเดียวด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    อย่างไรก็ตาม นาที 81 เอฟเวอร์ตัน ไล่ตามตีเสมอ 2-2 ลูก้าส์ ดีญ เติมขึ้นมาครอสเข้าเขตโทษให้ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน เทคตัวขึ้นโหม่งสูงกว่าแนวรับทีมเยือนส่งบอลตุงตาข่ายไปอยางสวยงาม

    ท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ริชาร์ลิซอน ไปเสียบสกัดใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างรุนแรง ผู้ตัดสินแจกใบแดงให้ดาวยิงชาวบราซิลทันที ในนาที 90

    จนกระทั่งทดเจ็บ นาที 90+3 ลิเวอร์พูล ต้องเฮเก้อเมื่อ มาเน่ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังแล้วตบเข้ากลางให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาซัดเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแขนของ มาเน่ ล้ำหน้าชวดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย 

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2
    
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เชมัส โคลแมน, เยร์รี่ มีน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้าส์ ดีญ – อันเดร โกเมส, อับดูลาย ดูกูเร่, อัลลัน – ฮาเมส โรดริเกซ, โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบบินโญ่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ศูนย์หน้าต่างชาติยิงกระจาย-ทีมยอดเยี่ยมไทยลีกนัดที่9

โฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมไทยลีกประจำสัปดาห์ที่ 9 มีแข้งคนไหนโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเข้าตากันบ้าง มาดูกัน

 ผู้รักษาประตู : ธณชัย หนูราช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ธณชัย มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม โชว์ช็อตเซฟยากๆ ไว้หลายครั้ง ช่วยสวาดแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในการเล่นไทยลีก

กองหลัง :  อมานี่ อากีนัลโด้ (ตราด เอฟซี)
เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากสำหรับปราการหลังทีมชาติฟิลิปปินส์ เก็บกวาดหน้าประตูให้ทีมได้ตลอดทั้งเกม ก่อนพาทีมเก็บคลีนชีตในเกมที่ ตราด บุกเอาชนะ เมืองทองฯ 1-0

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่โชว์ผลงานได้เข้าตามากๆ จังหวะสู้กับ แฮร์ลิสัน ไคออน ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี ก็ทำได้ดี พร้อมช่วย ช้างศึกยุทธหัตถี เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ปราการหลังกัปตันทีมสวาดแคทสู้กับเกมรุกของบุรีรัมย์ได้อย่างสนุกไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศหรือทางพื้นดินงานนี้ เฉลิมพงษ์ เก็บกวาดได้หมด

กองกลาง : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ผลงาน 2 แอสซิสต์ของเจ้าเต้ช่วยเขี้ยวสมุทรบุกมาแบ่งแต้มทีมฟอร์มแรงอย่างจ่าฝูงบีจีปทุมได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งจังหวะพาบอลไปกับตัวก็ยังทำได้ดีผลงานไม่มีตก

กองกลาง : โก ซุล กิ (การท่าเรือ เอฟซี)
เกมรุกดีไม่มีตก โก ซุล กิ มีส่วนร่วมช่วยการท่าเรือได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียกจุดโทษ ในเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เอาชนะ ระยอง เอฟซี 7-2

 กองกลาง : จุง เมียง โอ (สุโขทัย เอฟซี)
ในรูปเกมที่สุโขทัยเล่นเกมสวนกลับสู้กับแบงค็อก จุง เมียง โอ กองกลางชาวเกาหลีใต้ถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้โดดเด่นมาก ทั้งจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูก็มีให้เห็นหลายครั้ง แถมนัดนี้ยังมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกด้วย

กองกลาง : จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
ป่วนแนวรับแข้งเทพชนิดที่เรียกว่าไปไม่เป็น โดยเฉพาะการโต้กลับที่เล่นร่วมกับ อิบสัน เมโล่ ทำให้ทุกอย่างลงตัวมากๆ แถมเกมนี้ บาจโจ้ ยังทำได้ 1 สกอร์ พร้อมกับ 2 แอสซิสต์อีกด้วย

กองหน้า : อิบสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)
การเล่นเกมรุกของ อิบสัน เมโล่ สามารถโจมตีแนวรับ แข้งเทพ ได้ทุกจังหวะ รวมไปถึงการประสานงานกับบาจโจ้ที่ช่วยเพิ่มความอันตรายให้คู่แข่งขึ้นเป็นหลายเท่า ก่อนที่เกมนี้จบด้วยการที่ อิบสัน เมโล่ ทำ 2 ประตูช่วยให้ค้างคาวไฟยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 6

กองหน้า : เซร์คิโอ ซัวเรส (การท่าเรือ เอฟซี)
ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เซร์คิโอ ซัวเรส มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ก่อนที่เกมนี้สามารถทำประตูได้ 2 ลูก พาพสิงห์เจ้าท่าบุกถล่ม ระยอง เอฟซี 7-2

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิง 1 และจ่าย 1 ของ อัสซัมเซา ช่วยทัพสวาดแคทบุกกำชัยเหนือบุรีรัมย์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้โคราชบุกมาเก็บชัยชนะถึงถิ่นปราสาทสายฟ้าเป็นครั้งแรกในการเล่นไทยลีกอีกด้วย