แฟนมิลานเฮ!เหยี่ยวข่าวคนดังยัน “อิบรา” ตกลงต่อสัญญาเรียบร้อย

สาวก "รอสโซเนรี่" รอเฮได้เลย เพราะล่าสุดเหยี่ยวข่าวคนดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ คอนเฟิร์มเอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตกลงขยายสัญญากับ เอซี มิลาน ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเรียบร้อย

 

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวกีฬาคนดังแห่ง สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่า ซลาตัน อิบราอิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวสวีดิช ได้ตกลงต่อสัญญากับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกไปจนกระทั่งสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 เรียบร้อย

ถึงแม้เมื่อเร็วๆ นี้ มิโน่ ไรโอล่า เอเจนต์ของ อิบราฮิโมวิช ได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องตัวนักเตะต่อสัญญา ทว่าล่าสุด โรมาโน่ แจงว่า หัวหอกร่างใหญ่วัย 38 ปี ตอบตกลงแล้วที่จะขยายสัญญากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ออกไปจนจบฤดูกาล 2020/21 หลังจากที่เพิ่งย้ายกลับมาค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ เมื่อช่วงเดือนมกราคม

 "ยังไม่เลิกเล่นง่ายๆ สำหรับ ซลาตัน… คอนเฟิร์ม! อิบราอิโมวิช บรรลุข้อตกลงกับ เอซี มิลาน ได้เรียบร้อย โดยเขาจะขยายสัญญาออกไปจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2021 ดีลนี้ได้บทสรุปแล้ว ดังนั้นเขาจะอยู่ต่อ และเล่นใน เซเรีย อา อีกหนึ่งปี" โรมาโน่ แจ้งข่าวผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า อิบราฮิโมวิช จะได้รับค่าเหนื่อย 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา อิบราฮิโมวิช กระทุ้ง 10 ประตู จากการลงเล่น 18 นัด ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ มิลาน กระโดดขึ้นมาจบซีซั่นที่อันดับหก พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นในถ้วย ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2020/21

 

หักหลัง, ไร้ความเคารพ, อนาคตไม่มี ! 6 เหตุผลที่ เมสซี่ ตัดสินใจลา บาร์ซ่า

หลังจากที่อยู่รับใช้ บาร์เซโลน่า มานานกว่า 20 ปี และเป็นดั่งสัญลักษณ์ของสโมสร แต่ตอนนี้ ลิโอเนล เมสซี่ กำลังที่จะคิดอำลาถิ่น คัมป์ นู เนื่องจากมองไม่เห็นอนาคตของทีม และเลือกที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่มากกว่าที่จะอยู่กับ "เจ้าบุญทุ่ม" ที่มีสภาพย่ำแย่แบบนี้

    แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ เมสซี่ ปรารถนา เพราะเขามองว่า บาร์ซ่า เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง แต่การเปลี่ยนแปลงภายในทีมทำให้เจ้าตัวรับไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนอนาคตที่นักเตะมองแล้วว่าบอร์ดบริหารไม่มีความจริงใจในการพัฒนาทีม

    ที่สำคัญความขัดแย้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรเป็นหนึ่งในมูลเหตุที่ทำให้ เมสซี่ มองว่าการอยู่ร่วมกันคงเป็นไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ถือเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ พร้อมเก็บเสื้อผ้าอำลายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่า

1.  ไม่เหลือเยื่อใยกับบอร์ดบริหารสโมสรอีกต่อไป

 

    วันวานที่เคยหอมหวานสำหรับ เมสซี่ แทบจะไม่เหลืออยู่เลย เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับบอร์ดบริหารชุดนี้ไม่มีอีกแล้ว โดยเฉพาะกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร ที่ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนจะเป็นเส้นขนานกันมานาน

    แม้ว่าในวันที่ทั้งสองคนได้พบกันตอนที่ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาฉบับใหม่ พร้อมกับโพสท่าถ่ายรูปร่วมกันซึ่งดูเหมือนว่า เมสซี่ กับ บาร์โตเมว จะยิ้มแย้มให้กันและกัน แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่ฉากหน้าที่พวกเขาใส่หน้ากากเข้าหากันเท่านั้น

 

    ฉะนั้นตลอดช่วงเวลากว่า 5 ปีที่ บาร์โตเมว ครองอำนาจในการบริหารยอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนย่านั้น ไม่ได้สร้างความประทับใจให้กับ เมสซี่ เลย แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนักเตะเลือกที่จะอยู่กับสโมสรต่อไปเนื่องจากหัวใจที่รัก "เจ้าบุญทุ่ม" แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในเกมปะทะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค (แพ้ 2-8 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลง

2.  ไม่รักษาสัจจะในการเซ็นสัญญากับนักเตะ-การแต่งตั้งกุนซือที่ไม่เหมาะสม

 

    บาร์เซโลน่า แทบจะไม่ลงทุนคว้านักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยพวกเขาทุ่มเงินในการคว้าตัว อองตวน กรีซมันน์, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ แฟรงกี้ เดอ ยอง ซึ่งถือเป็นสตาร์ลูกหนังระดับโลก แน่นอนว่าเพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" หวนคือสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    ตลอดช่วงที่ บาร์โตเมว และบอร์ดบริหารชุดนี้บริหารสโมสร พวกเขาตระบัดสัตย์ไม่ทำตามที่เคยลั่นวาจาเอาไว้กับ เมสซี่ เพราะหากมองนักเตะที่พวกเขาดึงมาร่วมทีม ยังถือว่าไม่ถูกต้องโดนใจสำหรับ สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ ฉะนั้นนี่จึงทำให้เขารู้สึกว่าอนาคตของทีมช่างหมองหม่นเหลือเกิน

 

    นอกจากนี้แนวคิดในการแต่งตั้งเทรนเนอร์ก็ย่ำแย่สุดๆ เพราะหากจำกันได้ เมสซี่ ทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับโค้ชชั้นยอดตั้งแต่เมื่อปี 2004 ทั้ง แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, ตาต้า มาร์ติโน่, ตีโต้ บีลาโนบา, หลุยส์ เอ็นริเก้ (แม้จะมีปัญหาทะเลาะกันบ้างก็ตาม) แม้แต่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ก็เช่นกัน

    ที่สำคัญการที่ บาร์โตเบว สั่งปลด บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่ง สร้างความไม่พอใจให้กับ เมสซี่ มากๆ แถมยิ่งโกรธจัดเป็นทวีคูณเมื่อพวกเขาเลือกแต่งตั้ง กีเก้ เซเตียน เข้ามากุมบังเหียน ซึ่งผลงานไม่มีอะไรน่าสนใจเลย งานนี้ทำเอานักเตะได้แต่กระอักกระอ่วมใจ แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้แฟนบอลคงได้เห็นมาแล้วจากพฤติกรรมของ เมสซี่ ที่มีต่อ เซเตียน ในช่วงที่ผ่านมา
 
3. ไม่เห็นด้วยกับแผนของสโมสร-ไร้โปรเจกต์คว้าแชมป์

 

    เมสซี่ ไม่ประทับใจกับแผนด้านกีฬาของสโมสรมานานแล้ว เพราะในแต่ละซีซั่นทีมยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งเรื่องการเซ็นสัญญากับนักเตะที่น่าผิดหวัง และยังรวมถึงการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ที่สำคัญเม็ดเงินจากการขาย เนย์มาร์ จำนวนกว่า 222 ล้านยูโร (ประมาณ 7,770 ล้านบาท) ไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม

    ขณะเดียวกัน ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับ เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬาในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ รู้สึกว่าสโมสรกำลังค่อยๆ เสื่อมถอยลงเรื่อยๆ และการลงทุนในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะในแต่ละครั้งก็ย่ำแย่เกินทน

 

    การตัดสินใจเรื่องย้ายทีมเกิดขึ้นในหัวของ เมสซี่ มาได้สักพักใหญ่ แต่เขาพยายามใจเย็นด้วยการรอคอยที่จะพูดคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมแทน เซเตียน อย่างไรก็ตาม นักเตะไม่เชื่อมั่นในแผนงานของ กุนซือร่างบึ้กชาวดัตช์ ซักเท่าไหร่

     ที่สำคัญ เมสซี่ ไม่เคยคิดเลยว่า คูมัน จะสามารถนำ บาร์เซโลน่า ผงาดคว้าแชมป์ได้ และหากเจ้าตัวยังฝืนอยู่กับสโมสรต่อไปก็มีแต่จะยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ ฉะนั้นด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป 33 ปีแล้ว เขาคงมีเวลาที่อยู่เป็นยอดแข้งระดับท็อปอีกไม่กี่ปี ด้วยเหตุนี้จึงเลือกที่จะไปหาประสบการณ์ใหม่กับสโมสรอื่นดีกว่า

4. บาร์ซ่า ปล่อยข่าวที่เข้าพบ คูมัน และพยายามป้ายความผิดให้เขา

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็คือการที่เรื่องที่เขาพูดคุยกับ คูมัน ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน โดยเป็นที่เข้าใจกันว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับนายใหญ่ชาวดัตช์เขาต้องการไปเล่นให้กับสโมสรอื่น มากกว่าที่จะอยู่เล่นให้ บาร์ซ่า อีกต่อไป และกำลังพิจารณาอนาคตของตัวเอง

    สำหรับรายละเอียดในการพูดคุยในตอนนั้นได้ถูกนำมาเปิดเผยกับสื่อ โดยเรื่องนี้ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจมากๆ เนื่องจากมีการบิดเบือนความจริงในสิ่งที่เขาได้พูดกับ คูมัน แต่สำหรับเรื่องจริงที่ชัดเจนก็คือ นักเตะไม่ปลื้มกับการบริหารงานของ บาร์โตเมว

 

    นอกจากนี้ เมสซี่ ยังเชื่อว่าการกระทำของบอร์ดบริหารบาร์เซโลน่าชุดนี้ พยายามที่จะกดดันให้เขาออกจากสโมสรด้วยการใส่ร้ายป้ายสีให้กลายเป็นคนเลวในสายตาทุกๆ คน ด้วยการมองว่าเขาจ้องที่จะทิ้งทีม โดยไม่คิดที่จะอยู่สู้หรือช่วยเหลือต้นสังกัดในช่วงเวลาที่ตกต่ำ
   
5. การปฏิบัติกับซัวเรซที่ไร้ซึ่งความเคารพ

 

    หนึ่งในเรื่องที่ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจอย่างแรงก็คือวิธีการที่ บาร์ซ่า คิดกำจัด หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาออกจากสโมสร ด้วยการออกว่าเขาไม่มีอนาคตกับทีมอีกต่อไป โดยการกระทำแบบนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรตินักเตะที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา ( 4 สมัย) และ แชมเปี้ยนส์ ลีก (1 สมัย)

    เป็นที่ทราบกันดีว่า เมสซี่ กับ ซัวเรซ เป็นคู่หูทั้งในและนอกสนาม และยังเป็นหนึ่งในเพื่อนซี้ย้ำปึ้กของ "ลีโอ" แต่การที่เขาได้เห็นเพื่อนเลิฟโดนปฏิบัติอย่างคนไร้ค่าถือเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ เพราะ เมสซี่ มองว่า หัวหอกเลือดอุรุกวัย สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้

 

    จากรายงานของสื่อในสเปน อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ ซัวเรซ เพียงแค่นาทีเดียว โดยระบุเหตุผลอย่างชัดเจนว่านักเตะไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมในฤดูกาลหน้าอีกต่อไป แม้ว่าจะมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์หน้า แต่การยกเลิกสัญญาจะมีผลทันทีในซัมเมอร์นี้

    ฉะนั้นการที่ เมสซี่ เห็นเพื่อนรักโดนปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติแบบนี้ทำให้เขาหมดความอดทนกับสโมสร และเลือกที่จะเดินออกจากทีมที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน เพื่อเป็นการตอบโต้การกระทำของบอร์ดบริหาบาร์เซโลน่า และ คูมัน

6. สิทธิพิเศษไม่มีอีกต่อไปแล้ว

 

    สำหรับฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ เมสซี่ พอกันทีกับชีวิตในถิ่นคัมป์ นู ก็คือคำพูดที่ทิ่มแทงใจดำของ คูมัน ในช่วงที่ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างลูกผู้ชาย โดย ตำนานกองหลังเท้าดินระเบิด ได้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนจนทำให้ ดาวยิงเลือดอาร์เจนไตน์ ของขึ้นทันที

    เรื่องนี้ถูกตีแผ่จาก โอเล่  หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา ที่อ้างว่า คูมัน ได้โทรศัพท์ไปแจ้ง  เมสซี่ ว่าสิทธิพิเศษในทีมของเขาสิ้นสุดลงแล้ว ฉะนั้นสิ่งเดียวที่ต้องทำก็คือเน้นเรื่องของทีมเท่านั้น แน่นอนว่าการพูดแบบนี้เป็นการจี้ใจดำนักเตะมากๆ

 

    ลองคิดดูก็แล้วกันว่านักเตะที่สร้างความสำเร็จให้กับสโมสรมากมาย และเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีม แต่กับมาเจอคำพูดของกุนซือใหม่ที่แม้ว่าจะเป็นตำนานของทีมก็ตาม แต่หากเทียบความยิ่งใหญ่แล้ว เมสซี่ มีภาษีดีกว่าเยอะ ฉะนั้นเมื่อพูดแบบไม่ให้เกียรติกันก็คงอยู่ร่วมงานกันไม่ได้อีกต่อไป

ผอ.กีฬาบาร์ซ่าตั้งเป้ากล่อมเมสซี่เปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อ

ราม่อน ปลาเนส ผอ.กีฬา บาร์เซโลน่า ระบุ พวกตนจะพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอมอยู่กับทีมต่อให้ได้ พร้อมบอกว่า บาร์เซโลน่า กับ เมสซี่ คือของคู่กันที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกันตลอดช่วงที่ผ่านมา

    ราม่อน ปลาเนส ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวว่า "อาซูลกราน่า" จะยังพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญเปลี่ยนใจให้ได้

    เมื่อไม่กี่วันก่อน เมสซี่ ส่งเอกสารชี้แจงกับต้นสังกัดว่าต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ผ่านทางเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาในทุกๆ ซัมเมอร์ที่เจ้าตัวทำเอาไว้กับสโมสร ซึ่งมันสร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า บาร์เซโลน่า คัดค้านกับเรื่องดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าถ้าอ้างอิงตามลายลักษณ์อักษรแล้วนั้นเงื่อนไขมันหมดอายุลงในทุกๆ เดือนมิถุนายน

    ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปลาเนส มาทำการเปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเซา กองกลางดาวรุ่งอย่างเป็นทางการ หลังจากปิดดีลกับแข้งรายนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่นักข่าวก็เน้นถามเรื่อง เมสซี่ มากกว่า ซึ่ง ปลาเนส ก็ตอบว่า "แน่นอนว่านี่เป็นข่าวที่สำคัญมากๆ เราขอยืนยันตามที่เคยพูดหลายครั้งก่อนหน้านี้, ตามที่ คูมัน และท่านประธานเคยพูดไปก่อนหน้านี้ รวมถึงตามที่ผมเคยพูดในตอนที่เป็นเลขาธิการด้านเทคนิคว่าเราตั้งใจที่จะพึ่งพา เมสซี่ สำหรับอนาคตอันใกล้ เหมือนที่เราตั้งใจจะพึ่งพา ตรินเชา จากการที่เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เราได้ยินกันแล้วว่าเขาจะลงเล่นร่วมกับนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (หมายถึง เมสซี่)"

    "เรื่องเหล่านี้มันสามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา และเราหวังว่าเราจะกลับมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลังจากที่ต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปในช่วงปลายฤดูกาลก่อน อะไรที่มันเกิดขึ้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไอเดียของเราคือการสร้างทีมโดยที่ให้นักเตะที่สำคัญที่สุดในโลกเป็นแกนกลางของทีม ตอนนี้เราไม่ได้คิดเกี่ยวกับการย้ายออกไป (ของ เมสซี่) ไม่ว่าจะในแบบไหนก็ตาม เพราะสิ่งที่เราต้องการคือให้ เมสซี่ อยู่กับทีมต่อไป"

    "สิ่งที่เรามีให้ เลโอ เมสซี่ มีเพียงความเคารพอย่างมากเท่านั้น บาร์ซ่า กับ เลโอ เป็นคู่กันเหมือนคู่รัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกัน รวมถึงต่างก็ทำให้แฟนๆ รู้สึกสนุกมากๆ ผมคิดว่าอนาคตมันอยู่ในทิศทางที่ดี ผมมองโลกในแง่ดี เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่าง บาร์ซ่า กับ เมสซี่ จะยังคงดำเนินต่อไป เรากำลังทำงานเป็นการภายในเพื่อที่จะโน้มน้าว เลโอ ให้อยู่กับทีมต่อ"

ขึ้นเลย!สื่อดังเผยจุดแตกหักทำ “เมสซี่” เลือกทิ้งบาร์เซโลน่า

พูดกันแบบนี้เลยหรือ? สื่อดังแฉเบื้องลึกสำคัญที่ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพเลือด "ฟ้า-ขาว" หมดความอดทน และตัดสินใจที่จะทิ้ง บาร์เซโลน่า แบบทันทีในซัมเมอร์นี้

     โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า ได้มีการโทรศัพท์ไปแจ้ง ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีมว่า จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษภายในสโมสรอีกต่อไป ซึ่งถือเป็นจุดแตกหักสำคัญที่ทำให้ เมสซี่ ตัดสินใจที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก โอเล่ (Olé) หนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังของอาร์เจนตินา เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ก่อนหน้านี้สื่อดังหลายสำนักต่างรายงานข่าวตรงกันว่า เมสซี่ ได้แจ้งกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า แล้วว่า ตัวเขาต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้เลย และได้ส่งแฟกซ์ขอยกเลิกสัญญาเรียบร้อย เพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และล่าสุด โอเล่ ได้มีการแฉเบื้องหลังที่ทำให้ เมสซี่ ตัดสินใจทิ้ง บาร์เซโลน่า

         "สิทธิพิเศษในทีมของนายได้สิ้นสุดลงแล้ว ผมจะไม่มีการยืดหยุ่นให้ นายต้องคิดถึงทีมเป็นหลัก" คำพูดส่วนหนึ่งของ คูมัน ที่ส่งถึง เมสซี่ ผ่านหูโทรศัพท์ 

     ทั้งนี้ เมสซี่ มีเงื่อนไขในสัญญาที่จะขอย้ายทีมได้หลังจบแต่ละฤดูกาล ทว่า บาร์เซโลน่า ได้มีการสวนกลับทันที ด้วยการระบุว่า เงื่อนไขดังกล่าวมีอายุแค่จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน ของแต่ละปีเท่านั้น ซึ่งสำหรับปีนี้ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้ว

เอเยนต์เชื่ออนาคตเมสซี่ส่งผลถึงซัวเรซด้วย

อเลฮานโดริ บัลบี้ เอเยนต์ของ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์เซโลน่า มั่นใจ อนาคตของ ลิโอเนล เมสซี่ จะส่งผลถึงอนาคตของ ซัวเรซ เช่นกัน พร้อมบอกว่าตอนนี้แข้งชาวอุรุกวัยได้รับข้อเสนอเยอะมาก

    อเลฮานโดริ บัลบี้ เอเยนต์ของ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน แสดงความเชื่อว่าการตัดสินใจของ ลิโอเนล เมสซี่ จะมีผลกระทบต่ออนาคตของนักเตะในความดูแลของตนด้วย

    ไม่กี่วันก่อนมีการเปิดเผยว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า แจ้งกับ ซัวเรซ แล้วว่าดาวเตะชาวอุรุกวัยจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเขาอีกต่อไป และบอกให้เจ้าตัวหาทีมใหม่ได้เลยหลังจากที่เจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้นกลับมีข่าวใหญ่กว่าเมื่อ เมสซี่ ยื่นเอกสารทางแฟ็กซ์ให้สโมสรรู้ว่าเขาต้องการบอกลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และอยากใช้เงื่อนไขยกเลิกสัญญาเพื่อทำให้ได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย

    บัลบี้ เผยว่า "อนาคตของ เมสซี่ จะมีอิทธิพลต่ออนาคตของ ซัวเรซ เหมือนกัน เพราะพวกเขาเป็นเพื่อนซี้กัน พวกเขาเข้ากันได้ดีมากๆ ทั้งในและนอกสนาม เมสซี่ กับ ซัวเรซ เป็นเหมือนพี่น้องร่วมสาบานกัน พวกเขาสนิทกันสุดๆ จนแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้ พวกเขาอยู่ด้วยกันอยู่เสมอ"

    "มันมีข้อเสนอหลั่งไหลเข้ามาจากหลายทีม เพราะเขาเป็นจอมทำประตูชั้นยอดในโลกฟุตบอล ผมบอกก็ได้ว่ามัน (การตัดสินใจปล่อย ซัวเรซ ของ บาร์เซโลน่า) ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเรื่องกีฬาซะทั้งหมด ที่ผ่านมาครอบครัวของเขาใช้ชีวิตอยู่ในนครบาร์เซโลน่า และกรณีนี้มันก็ไม่เหมือนกับกรณีการย้ายทีมของนักเตะส่วนใหญ่ที่จู่ๆ ก็จะย้ายทีมได้ง่ายๆ เขาจะหารือเรื่องนี้ร่วมกับครอบครัวของเขา"

ใครจ่ายไหวบ้าง?เจาะเงินที่เมสซี่ได้จากบาร์เซโลน่า

หากอ้างอิงจากตัวเลขของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์เปิดเผยข้อมูลในโลกฟุตบอลแล้วนั้น ลิโอเนล เมสซี่ ได้เงินจาก บาร์เซโลน่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาเยอะสุดๆ อย่างเช่นเรื่องค่าเหนื่อยเบื้องต้นที่ 988,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ที่แตะหลัก 9.1 ล้านปอนด์ต่อปี

    ตลอดช่วงที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ต้องจ่ายเงินให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังเป็นจำนวนมากในสัญญาฉบับปัจจุบันของเขา ตามการเปิดเผยของ ฟุตบอล ลีคส์ เว็บไซต์แนวแฉเรื่องลับของวงการฟุตบอล

    ช่วงไม่นานมานี้มีข่าวใหญ่ในวงการลูกหนังว่า เมสซี่ ส่งแฟ็กซ์ไปบอกกับต้นสังกัดว่าตนต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ทันที และต้องการยกเลิกสัญญาเพื่อที่จะได้ย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวด้วย หลังจากตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ตกเป็นข่าวว่ามีปัญหากับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันอย่างมาก ซึ่งมันก็ส่งผลให้หลายทีมทั่วโลกมีข่าวกับ เมสซี่ ตามไปด้วย อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อินเตอร์ มิลาน เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ทีมที่จะได้ เมสซี่ ไปร่วมทัพก็ยังต้องยอมจ่ายค่าเงินก้อนโตให้ เมสซี่ อยู่ดี ถ้าหากหวังที่จะได้แข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่าจะมีทีมไหนที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อเขาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่กฎควบคุมการเงิน (ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์) ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีมอย่างมาก

    This is Messi’s wage package at Barcelona according to Football Leaks: 60.395.769 euro basic yearly wages (£988.000 a week), £9.100.000 per year on image rights, £13.000.000 a year on possible bonuses plus signing on & loyalty fee (£120.000.000 over 5 years).

    Quite a load. pic.twitter.com/LOaUoogZuq
    — Kristof Terreur (@HLNinEngeland) August 25, 2020

    ทั้งนี้ สัญญาฉบับปัจจุบันของ เมสซี่ กับ บาร์เซโลน่า เซ็นกันเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 และจะหมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ซึ่งหากอ้างอิงตาม ฟุตบอล ลีคส์ แล้วนั้น เมสซี่ ได้รับค่าเหนื่อยแบบไม่รวมโบนัสต่างๆ สูงถึงปีละราว 54.32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,172.8 ล้านบาท) หรือคิดเป็น 988,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.95 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยที่ เมสซี่ ยังได้ค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์จากทีมอีกปีละ 9.1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 364 ล้านบาท) ด้วย

    นอกจากนี้ มันยังมีเงื่อนไขค่าโบนัสที่ เมสซี่ จะได้รับหากทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างเช่นการทำประตูถึงหลักจำนวนหนึ่ง หรือการพาทีมได้แชมป์ เป็นต้น ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็อยู่ที่รวมแล้ว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) ต่อปี แถมยังมีค่าเงินกินเปล่าในตอนที่เซ็นสัญญา และค่าความภักดีที่ บาร์เซโลน่า ต้องจ่ายรวม 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) ตลอดช่วงระยะเวลาของสัญญาด้วย นั่นหมายความว่ามันน่าจะมีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นที่พอจะจ่ายเงินทั้งหมดนี้ให้กับ เมสซี่ ไหว จนทำให้เขาอาจจะต้องยอมลดเงินด้านต่างๆ หากหวังที่จะได้ย้ายทีม

ได้กลิ่นอะไรมา? 2บ่อนชูแมนยูเต็งจ๋าคว้าก็องเต้

สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งเป็น 2 บ่อนถูกกฎหมายของอังกฤษ ต่างก็ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเต็งจ๋าที่จะได้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไปร่วมก๊วน หลังจากมีกระแสข่าวว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ต้องการขายเขา
   สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 บ่อนรับพนันถูกกฎหมายสัญชาติอังกฤษ ต่างก็เปิดราคาให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลาง เชลซี ไปร่วมทัพ

    ช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวลือว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี พร้อมปล่อย ก็องเต้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากมองว่าจำเป็นต้องผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และตัดสินใจว่า ก็องเต้ ไม่ได้สำคัญกับทีมมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว โดยในฤดูกาล 2019-20 ดาวเตะวัย 29 ปี ก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายครั้ง อย่างเช่นตรงข้อเท้าและเอ็นหลังหัวเข่า จนทำให้เขาได้ลงเล่นเพียง 28 นัดในทุกรายการ

    ทั้งนี้ มีหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับ ก็องเต้ อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ ยูเวนตุส เป็นต้น ซึ่งทั้ง สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ต่างก็ชูให้ "ปีศาจแดง" เป็นเต็งจ๋าที่จะได้เขาไปร่วมทีมด้วยราคา 1/2 (แทง 2 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) กับ 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน) ตามลำดับ ทั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี เป็นคู่แข่งร่วมลีก

    ขณะเดียวกัน สกาย เบ็ท ชูให้ บาร์เซโลน่า เป็นเต็ง 2 ที่ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) โดยที่ ปารีสฯ เป็นเต็ง 3 ด้วยราคา 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน) ในทางกลับกัน เบ็ท 365 ยกให้ "เปแอสเช" เป็นเต็ง 2 ในราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) ขณะที่ "อาซูลกราน่า" คือเต็ง 3 ที่ราคา 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองการย้ายทีม 5 ลำดับแรกของ ก็องเต้ จาก สกาย เบ็ท
1. แมนฯ ยูไนเต็ด 1/2 (แทง 2 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)
2. บาร์เซโลน่า 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
3. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)
4. เรอัล มาดริด 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)
5. แมนฯ ซิตี้ 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองการย้ายทีม 5 ลำดับแรกของ ก็องเต้ จาก เบ็ท 365
1. แมนฯ ยูไนเต็ด 2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)
2. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
3. บาร์เซโลน่า 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน)
4. เรอัล มาดริด 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน)
5. ยูเวนตุส 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)

เซอร์ไพรส์! สเปอร์สจ่อคว้าโจ ฮาร์ท-เหลือแค่ตรวจร่างกาย

 

บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท อดีตนายด่านทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ก่อนจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษมาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อย โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ตามรายงานจาก บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ฮาร์ท วัย 33 ปี เพิ่งจะหมดสัญญากับ เบิร์นลีย์ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมาทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ ก่อนที่ล่าสุด "ไก่เดือยทอง" จะตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงตัวมาร่วมทีมเพื่อมาเป็นตัวสำรองของ อูโก้ โยริส นายประตูมือหนึ่ง แต่ต้องมาแย่งชิงมือสองกับ เปาโล กาซซานิก้า หลังจากทีมเพิ่งปล่อยตัว มิเชล ฟอร์ม นายด่านตัวสำรองที่หมดสัญญาออกไป

    สำหรับ ฮาร์ท จะกลายเป็นการเสริมทัพรายที่สองของ สเปอร์ส ในช่วงซัมเมอร์นี้ต่อจาก ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กองกลางทีมชาติเดนมาร์กที่ดึงมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน

เรื่องเงินไม่ลงตัว!แมนยูพร้อมเลิกล่าซานโช่ซัมเมอร์นี้



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมเลิกภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากยังคุยเรื่องค่าใช้จ่ายกับทุกฝ่ายไม่ได้ เพราะสุดท้ายแล้วยังไม่อยากเสียเงินก้อนโตไปกับการล่าปีกทีมชาติอังกฤษ
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะระงับแผนการล่าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ถ้าหากสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถต่อรองเรื่องค่าใช้จ่ายได้ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผุ้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งเคยมีข่าวว่าพวกเขาใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แล้วด้วย แต่ติดปัญหาที่ ดอร์ทมุนด์ ประกาศว่าต้องการค่าตัวในระดับ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) สถานเดียว

    กระทั่งล่าสุด เดอะ มิร์เรอร์ ก็แฉว่า แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมถอนตัวจากดีลนี้เป็นการชั่วคราวจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ถ้าหากทุกฝ่ายยังคุยเรื่องเงินกันไม่ลงตัว เพราะจนถึงตอนนี้พวกเขายังคิดว่าค่าตัว 108 ล้านปอนด์มันไม่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ การจะให้ค่าเหนื่อย ซานโช่ ในระดับเกือบสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12 ล้านบาท) ตามที่เจ้าตัวต้องการก็อาจจะทำให้โครงสร้างเรื่องค่าเหนื่อยของสโมสรในตอนนี้มีปัญหาด้วย

แทนชิลเวลล์!เลสเตอร์เล็งสอยสตาร์อาแจ็กซ์



เริ่มหาตัวแทน เบน ชิลเวลล์ แล้ว…"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ ซิตี้ เล็งสอย นิโกลัส ตายาฟิโก้ แบ็กซ้ายดาวดัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมก๊วน แถมเริ่มมีการพูดคุยกับเอเจนต์นักเตะแล้วด้วย
     เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว นิโกลัส ตายาฟิโก้ แบ็กซ้ายชาวอาร์เจนไตน์ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดสโมสรแดนกังหันลม มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่น่าเชื่อถือแห่ง สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     ด้วยการที่ เลสเตอร์ กำลังจะขาย เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ให้ เชลซี ที่ราคา 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องหาตัวแทน และล่าสุด โรมาโน่ ระบุว่า "จิ้งจอกสยาม" ได้ล็อกเป้าไปที่ ตายาฟิโก้ และได้มีการติดต่อพูดคุยกับเอเจนต์ของ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 27 ปี แล้วด้วย

     "นิโกลัส ตายาฟิโก้ คือหนึ่งในออปชั่นที่ เลสเตอร์ กำลังพิจารณา สำหรับผู้เล่นแบ็กซ้ายคนใหม่ เอเจนต์ของเขาได้รับการติดต่อจาก เลสเตอร์ แล้ว หลังจากที่ เชลซี กำลังจะปิดดีล ชิลเวลล์ ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็รอดูกันต่อไปเกี่ยวกับเรื่องค่าตัว ตอนนี้ เลสเตอร์ ยังไม่ได้ตกลงอะไรทั้งนั้น แต่แน่นอนว่า เขาคือหนึ่งในออปชั่น" โรมาโน่ โพสต์ข้อความลง ทวิตเตอร์ ส่วนตัว