เสร็จแมนยู!เวนเกอร์เผยแห้วใครทำเสียดายสุด

อาร์แซน เวนเกอร์ เปิดอก คนที่ตนเสียดายมากที่สุดที่ดึงมาร่วมทัพไม่สำเร็จตอนคุม อาร์เซน่อล ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยบอกว่าตอนนั้น โรนัลโด้ ถึงขั้นได้เสื้อ "ไอ้ปืนใหญ่" ไปแล้วด้วย
    อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมของ อาร์เซน่อล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทัพในตอนที่ โรนัลโด้ ยังอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน คือการชวดแข้งเป้าหมายที่ทำให้ตนรู้สึกเสียดายมากที่สุดจนถึงตอนนี้

    โรนัลโด้ เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองตอนอยู่กับ สปอร์ติ้ง ก่อนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพในปี 2003 ซึ่งหลังจากใช้เวลาปรับตัวอยู่พักหนึ่งแข้งวัย 35 ปีก็ระเบิดฟอร์มอันสุดยอดกับ "ปีศาจแดง" ได้ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ตามลำดับ แถมตอนนี้ถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลกด้วย โดยก่อนหน้านี้เคยมีการเปิดเผยว่าก่อนที่ โรนัลโด้ จะไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เวนเกอร์ ก็เคยคิดที่จะเอาแข้งชาวโปรตุกีสไปร่วมงานด้วยกันที่ อาร์เซน่อล เหมือนกัน

    ทั้งนี้ ล่าสุด เวนเกอร์ ได้ให้สัมภาษณ์เรื่องต่างๆ กับ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชื่อดังของอังกฤษ โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่านักเตะคนไหนที่เขารู้สึกเสียดายมากที่สุดที่คว้ามาร่วมทัพไม่สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "อุ๊ฟ! ผมคงไม่บอกว่ามันมีคนที่เข้าข่ายนั้นแค่คนเดียวหรอกนะ เพราะมันมีตั้ง 50 คนที่ผมรู้สึกเสียดาย! แต่อีกมุมหนึ่งนั้นคนที่อาจจะใกล้เคียงกับคำว่าเสียดายมากที่สุดก็คงจะเป็นการอดได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในตอนที่เขาเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด"

    "ตอนนั้นเราทำข้อตกลงกับ สปอร์ติ้ง ได้แล้ว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอา คาร์ลอส เคยรอซ ไปเป็นผู้ช่วยโค้ชของพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะให้ข้อเสนอสูงกว่าเราแล้วได้ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพ ที่จริงเราบรรลุข้อตกลงเรื่องหลักๆ กับเขาได้แล้ว เขาได้เสื้อของ อาร์เซน่อล ไปรอใส่แล้วด้วยซ้ำ แถมเรายังเคยกินมื้อเที่ยงกับเขาและคุณแม่ของเขาที่สนามซ้อมอีกต่างหาก! นั่นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง แต่ที่จริงมีหลายคนที่ผมเสียดาย สโมสรใหญ่ๆ น่ะจะพลาดนักเตะชั้นยอดไปหลายคนได้เป็นธรรมดา!"

ตามรอยตำนาน!แมนยูประกาศเบอร์เสื้อคาวานี่เรียบร้อย

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คอนเฟิร์มเรียบร้อย สำหรับหมายเลขเสื้อของ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงคนใหม่ ซึ่งถือเป็นเบอร์เดียวกับตำนานผู้ยิ่งใหญ่หลายรายในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังคนใหม่ของทีม จะได้สวมเสื้อหมายเลข 7
 
     หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยวัย 33 ปี ซึ่งหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน เพิ่งปิดดีลย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไร้ค่าตัว ในวันปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     ล่าสุด "ปีศาจแดง" คอนเฟิร์มแล้วว่า คาวานี่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามรอยตำนานของสโมสรอย่าง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริก คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

     ทั้งนี้ เบอร์ 7 ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ คาวานี่ เพราะเจ้าตัวเคยใช้เบอร์นี้มาแล้วสมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี ส่วนตอนอยู่กับ เปแอสเช สวมเบอร์ 9

แฉโด้,รามอสไม่คุยกันตั้งแต่โมดริชได้บอลทองคำ

สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช ได้บอลทองคำเมื่อปี 2018 โดยเหตุผลสำคัญเพราะ กัปตันเรอัล มาดริด ไม่พอใจปฏิกิริยาของ "เฮียโด้" ตอนที่ สตาร์ชาวโครแอต ได้บัลลง ดอร์ ไปครอบครอง
               คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ กับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังจอมแกร่ง ซึ่งคว้าแชมป์ร่วมกับ 15 รายการในช่วงที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดคุยกันมานาน  2 ปีนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในประเทศสเปน
              อดีตเพื่อนร่วมสังกัด "โลส บลังโกส" มีโอกาสจะได้พบกันอีกครั้งในแมตช์ที่ โปรตุเกส ปะทะ กับ สเปน ในเกมอุ่นเครื่องวันพุธที่ 7 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานนับตั้งแต่ที่ โมดริช คว้ารางวัลบอลทองคำเมื่อปี 2018

              "มาร์ก้า" รายงานว่า รามอส และเพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ไม่สนใจ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกเลยหลังจากที่ "ซีอาร์ 7" แสดงปฏิกิริยาเย็นชาจากการที่ตนเองต้องพลาดได้รางวัลทรงเกียรติซึ่งตกเป็นของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย

              ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดที่พลาดได้บัลลง ดอร์ ในปีนั้นว่า "แน่นอน ผมผิดหวัง…เวลาอยู่ในสนามผมทำทุกอย่างเพื่อคว้าบัลลง ดอร์ แต่ผมไม่ค่อยแฮปปี้ถ้าผมไม่ได้รางวัล ผมมีเพื่อนและครอบครัวที่แสนดี ผมเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ (เรอัล มาดริด)"

              "ขอแสดงความยินดีกับ โมดริช ซึ่งได้รับรางวัลนี้ แต่ในปีหน้าเราจะต้องเจอกันอีกครั้ง และผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อที่จะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านแล้วร้องไห้ไหมละ ?" อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ

คนที่ใช่?คันโตน่าว่ายังไงหลังคาวานี่รับสืบทอดเบอร์7

หลังจาก เอดินสัน คาวานี่ ได้เป็นเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 คนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ล่าสุด เอริก คันโตน่า ก็โพสต์เชิงเห็นดีเห็นงามด้วย โดยถึงขั้นบอกเลยว่าเป็นเบอร์ที่เหมาะกับจอมทำประตูระดับ 5 ดาว
   
เอริก คันโตน่า ตำนานดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นเชิงเห็นด้วยที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าคนใหม่ของ "ปีศาจแดง" ได้สวมเสื้อเบอร์ 7

แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศเซ็นสัญญากับ คาวานี่ แบบไร้ค่าตัวในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพ ซึ่งพวกเขาก็ตัดสินใจมอบเบอร์ 7 ใหเกับดาวเตะชาวอุรุกวัยทันที โดยเบอร์ดังกล่าวถือเป็นเบอร์ที่มีความสำคัญอย่างมากของยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะเคยมีคนดังๆ สวมเบอร์ยนั้นหลายคน อย่างเช่น คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นต้น

  "เป็นเบอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับจอมทำประตูชั้นยอด! ขอให้โชคดีนะสหาย!" คันโตน่า โพสต์บน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยที่จริง คาวานี่ เคยสวมเบอร์ 7 สมัยที่อยู่กับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี มาแล้วเหมือนกัน

 

ยุติดราม่า! “รามอส” ชักภาพร่วมโด้หลังเกมอุ่นเกือก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ แมตช์อุ่นเกือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันว่าความบาดหมางที่ไม่คุยกันมานาน 2 ปีไม่มีอีกต่อไปแล้ว
               เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เรอัล มาดริด โพสต์ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการยุติประเด็นดราม่ากรณีที่มีการแฉว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้พูดคุยกันมานาน 2 ปี หลังจบแมตช์ที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส 0-0 เกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

              ก่อนหน้าแมตช์นี้มีการแฉกันสนั่นโลกว่า รามอส กับ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นร่วมกันที่ เรอัล มาดริด ไม่คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ชาวโครเอเชีย คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ เมื่อปี 2018 เนื่องจากไม่พอใจปฏิกิริยาที่แสนเย็นชาของ "ซีอาร์ 7" หลังจากที่เจ้าตัวพลาดได้รางวัลทรงเกียรติ

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยุติข้อพิพากต่างๆ รามอส ได้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งทั้งคู่ได้โชว์เสื้อแข่งหมายเลข 7 ทีมชาติโปรตุเกสของ "เฮียโด้" โดยงานนี้ เปเป้ กองหลังฝอยทองที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนในทัพ "ราชันชุดขาว" ก็อยู่ในเฟรมเพื่อเป็นสักขีพยานด้วย

             กัปตันทีม "โลส บลังโกส" โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่าน "เฟซบุ๊ค" สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า "เรายังอยู่ที่นี่…และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนๆ ของคุณ เรายังอยู่ใกล้ๆ กัน….และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามา ! มันช่างมีความสุขที่ได้พบกับพวกนาย, เหล่าเพื่อนผองของผม @Cristiano Ronaldo @Pepe."

 

ปีร์โล่เฮคุมนัดแรก-โด้ยิงปิด! ยูเวนตุสถล่มซามพ์โดเรียรับชัยเปิดกัลโช่

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่มีนายใหญ่คนใหม่อย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ประเดิมนัดลีกทางการสวยหรู สตาร์ดัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดสกอร์เม็ดแรกซีซั่นนี้ปิดท้าย ก่อนทีมถล่ม ซามพ์โดเรีย 3-0 คว้าชัยชนะเปิดลีก ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นักเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นักเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ภายใต้การคุมทีมนัดแรกของกุนซือใหม่ อันเดรีย ปีร์โล่ จัดผู้เล่นหน้าใหม่หลายรายทั้ง "คูลูเซฟสกี้-แม็คเคนนี่" แถมมีสตาร์อย่าง "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ลงตะบันทีมเยือน ซามพ์โดเรีย ของโค้ชคนเก๋า เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่ผลงานอุ่นเครื่องสองนัดหลัง เก็บชัยมาได้ วางตัวทีเด็ด "ยาคุบ ยังก์โต้" สู้แมตช์นี้ โดยก่อนเริ่มเกมมีการมอบรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของลีกอิตาลี

   เจ้าบ้านลุยอีกนาทีที่ 11 อารอน แรมซี่ย์ วิ่งบีบไล่บอลจนฉกมาได้ก่อนดีดจ่ายทะลุช่องให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลเข้าเขตโทษด้านซ้าย หลุดไปซัดเต็มเท้าแต่ว่านายทวารลาซามพ์ออกมาเร็วบล็อกออกหลังทันเวลา

     เบียงโคเนรี่กระทุ้งนำนาทีที่ 13 อารอน แรมซี่ย์ โหม่งบอลชงคืนมาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระชากบอลหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา แต่ถูกแนวรับทีมเยือนช่วยกันสกัดบอลกลิ้งเข้าทาง เดยัน คูลูเซฟสกี้ วางเท้าปั่นบอลโค้งในเขตโทษเลี้ยวหนีมือ เอมิล ออเดโร่ นายด่านซามพ์โดเรีย เข้าไปที่เสาด้านซ้ายอย่างสวยงาม

     ยูเว่เกือบทำได้นาทีที่ 24 อารอน แรมซี่ย์ ได้บอลบริเวณกลางสนาม ไหลออกทางซ้ายไปที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลากบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดเต็มพิกัด บอลไปเสยเต็มคานอย่างจังกระดอนออกมา หัวหอกฝอยทองชวดทำสกอร์แรกซีซั่นนี้ไป

     ทีมเยือนได้จังหวะลุ้นนาทีที่ 45 เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ ถอยต่ำไปขโมยบอลจาก ดานิโล่ ตรงกลางสนามผ่านบอลออกด้านขวาไปที่ ฟาบิโอ เดเปาลี ลากบอลมาซัดนอกเขตโทษ บอลเรียดออกข้างเสาแบบพอมีเสียวเล็กน้อย จบ 45 นาทีแรก ยูเวนตุส นำ 1-0

     ม้าลายหวิดทิ้งไกลนาทีที่ 48 อารอน แรมซี่ย์ จ่ายบอลจากวงกลมกลางสนามทิ้งมาให้ จานลูก้า ฟราบอตตา แข้งดาวรุ่งของทีมสบจังหวะเข้าไปซัดติดเซฟ เอมิล ออเดโร่ มือกาวทีมเยือนทุบทิ้งออกมาได้

     เจ้าถิ่นหวังนำห่างนาทีที่ 59 จานลูก้า ฟราบอตตา หยอดบอลเขตโทษด้านซ้ายเกือบถึงดส้นหลัง ข้ามฟากมาที่ ฮวน กวาดราโด้ แปะบอลเข้ากลาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกี่ยวบอลแล้วม้วนตัวซัดแต่บอลเหินข้ามคานออกไปพอสมควร

     ยูเวนตุสพยายามอีกนาทีที่ 71 มัตเตีย เด ชีโย่ รับบอลโยนยาวข้ามฝั่งในเขตโทษด้านซ้าย เลี้ยงตัดเข้ากลางก่อนหวดไปแฉลบผู้เล่นทีมเยือน บอลเลี้ยววิถีเกือบเข้ากรอบออกข้างเสาด้านขวาไปเพียงนิดเดียว

     เบียงโคเนรี่พลาดอีกนาทีที่ 75 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลองส่องฟรีคิกกลางสนามประมาณ 30 หลา บอลพุ่งข้ามกำแพงโค้งหากรอบ ทว่า เอมิล ออเดโร่ นายทวารลาซามพ์ยืนถูกที่ทุบทิ้งออกมาได้

     ม้าลายทำสำเร็จนาทีที่ 78 เวสตัน แม็คเคนนี่ กระโดดแย่งลูกเตะมุมทางขวากับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ก่อน บาร์โตสซ์ เบเรสซินสกี้ เตะเคลียร์วืดบอลเข้าเท้า เวสตัน แม็คเคนนี่ ยิงทันทีติดมือนายทวารคู่แข่ง และเป็นกองหลังตัวเก๋าม้าลายแหย่เท้าจิ้มตุงตาข่ายระยะเผาขน

     ต่อมานาทีที่ 87 เวสตัน แม็คเคนนี่ สบจังหวะยิงคนเดียวแบบไร้ตัวประกบในเขตโทษ บอลถูก เอมิล ออเดโร่ นายด่านทีมเยือนปัดแต่บอลไม่ไปไหน เกือบจะเข้าประตู เจ้าตัวเลยใช้เท้าเขี่ยพ้นเส้นประตูออกมาได้ทันเวลา ก่อนนาทีที่ 88 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เบิกสกอร์แรกเจ้าตัวซีซั่นนี้ได้ จากการซัดในเขตโทษด้านขวาซุกก้นตาข่าย จบเกม ยูเวนตุส ถล่ม ซามพ์โดเรีย 3-0 คว้าสามแต้มประเดิมกัลโช่เปิดซีซั่น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ยูเวนตุส (5-4-1): วอยเซียค เชสนี่,ฮวน กวาดราโด้ (โรดริโก้ เบนตันกูร์ น.78),เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (เมริห์ เดมิรัล น.83),ดานิโล่,จานลูก้า ฟราบอตตา (มัตเตีย เด ชีโย่ น.67),เดยัน คูลูเซฟสกี้ (ดั๊กลาส คอสตา น.82),อาเดรียง ราบิโอต์,เวสตัน แม็คเคนนี่,อารอน แรมซี่ย์,คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ซามพ์โดเรีย (4-5-1): เอมิล ออเดโร่,บาร์โตสซ์ เบเรสซินสกี้,โอมาร์ คอลลี่ย์,ลอเรนโซ่ โตเนลลี่ (มายะ โยชิดะ น.46),ตอมมาโซ่ ออเจลโล่,ฟาบิโอ เดเปาลี (กัลตอน รามิเรซ น.46),มอร์เท่น ทอร์สบี้ (มิคเคล ดัมสการ์ด น.71),อัลบิน เอ็คดาล,เมห์ดี้ เลริส (ฟาบิโอ กวายาเรลล่า น.46),ยาคุบ ยังก์โต้,เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ (วาเลรีโอ วาร์เร่ น.70)

ปีร์โล่คุมลีกนัดแรก! โด้นำยูเวนตุสทุบซามพ์โดเรียระเบิดศึกกัลโช่

"ม้าลาย" ยูเวนตุส เริ่มภารกิจป้องกันแชมป์ลีก ภายใต้นายใหม่อย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ที่คาดว่าเกมนี้จับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงตัวจริงรอยิง ซามพ์โดเรีย ลุกทีมของเทรนเนอร์สุดเก๋า เคลาดิโอ รานิเอรี่ ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อีตาลี คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563

ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อีตาลี 
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
ยูเวนตุส – ซามพ์โดเรีย
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

    ยูเวนตุส แชมป์เก่า มีการเปลี่ยนแปลงในทีมเยอะเลยทีเดียวนับตั้งแต่ตำแหน่งกุนซือที่เปลี่ยนมาเป็นทาง อันเดรีย ปีร์โล่ ตำนานของสโมสรมาคุมทัพ โดยเกมล่าสุดอุ่นเครื่องถล่มทางโนวาร่า 5-0 ในส่วนการเสริมทัพพวกเขาได้นักเตะใหม่อย่าง อาร์ตูร์ มาจากบาร์เซโลน่า, เวสตัน แม็คเคนนี่ จากชาลเก้ และ เดยัน คูลูเซฟสกี้ จากปาร์ม่า เข้ามาร่วมทีม แต่ก็เสียทาง มิราเล็ม ปานิช ย้ายไปบาร์เซโลน่า และ กอนซาโล่ อิกวาอิน ไปอินเตอร์ ไมอามี่ ที่ย้ายออกไป

สภาพความพร้อมของทีมในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ยูเวนตุส จะยังไม่มี มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, อเล็กซ์ ซานโดร, เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ และ เปาโล ดีบาล่า ที่เจ็บทั้งหมด ทั้งนี้คาดว่าเจ้าถิ่นจะมาในระบบ 3-5-2 แนวรับสามคนจะใช้ ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ขยับมาแดนกลาง อาเดรียง ราบิโอต์ ประสานงานกับอาร์ตูร์ และ อารอน แรมซี่ย์ โดยแนวรุกให้ เดยัน คูลูเซฟสกี้ ดาวรุ่งชาวสวีดิช จับคู่กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยิงไป 31 ลูกในลีกซีซั่นที่แล้ว

    ในส่วนทีม ”ลาซามพ์” ฤดูกาลที่แล้วจบอันดับ 15 การเสริมทัพไม่มีอะไรน่าสนใจน่าจะยึดชุดเดิมจากซีซั่นที่แล้วล่าสุดอุ่นเครื่องถล่มปิอาเชนซ่า 3-0

    สภาพความพร้อมของทีมในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ นายใหญ่ซามพ์โดเรีย จะไม่มี มาโนโล่ กับเบียดินี่ ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง คริสตอฟเฟอร์ อัสคิลด์เซ่น ที่ติดโทษแบนแต่จะได้ บาร์ตอส เบเรสซินสกี้ พ้นโทษพักแข้งสวนทางกลับมาแทน

    การจัดทัพจะมาเล่น 4-4-2 โดย มายะ โยชิดะ ยืนปราการหลังตัวกลางกับ โอมาร์ คอลลี่ย์ แบ็กสองข้างเป็น ลอเรนโซ่ โตเนลลี่ และ ตอมมาโซ่ ออเจลโล่

    มอร์เท่น ทอร์สบี้ เดินเกมตรงกลางกับ โรนัลโด้ วิเอร่า ริมเส้นเลือก ฟาบิโอ เดเปาลี และ ยาคุบ ยังก์โต้ กองหน้า เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ จับคู่ล่าตาข่ายกับ ฟาบิโอ กวายาเรลล่า หอกตัวเก๋า

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ยูเวนตุส (3-5-2) : วอยเซียค เชสนี่ – ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ – ฮวน กวาดราโด้, อาเดรียง ราบิโอต์, อาร์ตูร์, อารอน แรมซี่ย์, ลูก้า เปลเลกรินี่ – เดยัน คูลูเซฟสกี้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    ผู้จัดการทีม : อันเดรีย ปีร์โล่

    ซามพ์โดเรีย (4-4-2) : เอมิล ออเดโร่ – ลอเรนโซ่ โตเนลลี่, มายะ โยชิดะ, โอมาร์ คอลลี่ย์, ตอมมาโซ่ ออเจลโล่ – ฟาบิโอ เดเปาลี, มอร์เท่น ทอร์สบี้, โรนัลโด้ วิเอร่า, ยาคุบ ยังก์โต้ – เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่, ฟาบิโอ กวายาเรลล่า

    ผู้จัดการทีม : เคลาดิโอ รานิเอรี่

 

 

เบนจามิน ซลาตัน! 3 เกร็ดผลงานน่าสนใจของยอดแข้งยิ่งแก่ยิ่งแกร่ง “อิบราฮิโมวิช”

"ผมน่ะก็เหมือน เบนจามิน บัตตัน นั่นแหละ ผมแก่มาตั้งแต่เกิดและตายในสภาพที่เป็นคนอายุน้อย" คือสิ่งที่พักหลังมานี้ อิบราฮิโมวิช จะพูดถึงอยู่บ่อยๆ โดยมันเป็นการสื่อว่าถึงแม้เขาจะอายุ 38 ปีเข้าไปแล้ว แต่เขาก็ยังมีฝีเท้าที่เก่งกาจเหมือนเดิม โดยเฉพาะด้านการทำประตู อย่างเช่นล่าสุดที่เหมา 2 ลูกจนช่วยให้ต้นสังกัดเปิดรัง ซาน ซิโร่ เอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 ในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา
    สำหรับ เบนจามิน บัตตัน นั้น เป็นตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ กล่าวคือตัวเอกนั้นเกิดมามีสภาพเหมือนคนแก่ และพอผ่านไปเรื่อยๆ เขากลับดูเหมือนคนที่มีอายุน้อยลง ซึ่งมันก็ต้องยอมรับว่า อิบราฮิโมวิช เป็นนักเตะที่ยังมีฝีเท้าดีแม้ว่าจะมีอายุเยอะแล้วจริงๆ โดยตลอดอาชีพของเขานั้นเจ้าตัวสามารถทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้หลายอย่าง และ 3 กรณีนี้ก็เป็นตัวอย่างของเรื่องนั้น

    – ประตูเป็นกอบเป็นกำตลอดอาชีพการเล่น
    อิบราฮิโมวิช สามารถทำประตูในลีกสูงสุเได้แล้ว 23 ซีซั่นติดต่อกัน หลังจากที่ประเดิมสนามในเกมระดับทีมชุดใหญากับ มัลโม่ เมื่อปี 1999 ซึ่งบางคนอาจจะมองว่ามันไม่ใช่ผลงานที่น่าทึ่งอะไรนัก เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเจ้าตัวเป็นกองหน้าอยู่แล้ว และนักเตะในตำแหน่งนี้ก็ควรจะต้องทำประตูได้เป็นธรรมดา

    อย่างไรก็ตาม ถ้านับเป็นค่าเฉลี่ยแล้วนั้นมันก็ต้องบอกเลยว่าผลงานการทำประตูของเขาน่าทึ่งสุดๆ เพราะตลอดอาชีพการเล่นของเขานั้นดาวเตะชาวสวีดิชจะทำได้ 1 ประตูในทุกๆ 127.7 นาที หลังจากเขาทำไปแล้วถึง 470 ลูก จากการลงเล่น 763 นัดในทุกรายการ ส่วนถ้านับเฉพาะผลงานกับสโมสรใดสโมสรหนึ่งนั้น ตอนที่อยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถือเป็นตอนที่เขามีค่าเฉลี่ยการใช้เวลาต่อการทำ 1 ประตูดีที่สุด เพราะอยู่ที่ 1 ลูกต่อทุกๆ 91 นาที

    นอกจากนี้ ถ้านับระหว่างปี 2006-2017 เขาก็มีค่าเฉลี่ยการทำประตูในลีกได้ 10 ลูกต่อ 1 ฤดูกาลเลยทีเดียว ส่วนถ้าไม่นับแบบค่าเฉลี่ยแล้วนั้น ช่วงที่เขาจบสกอร์ได้เฉียบคมที่สุดคือตอนอยู่กับ ลอสแองเจลิส แกแล็กซี่ เพราะทำได้ถึง 52 ประตู จากการลงเล่น 56 นัด

    – ยอดกองหน้าแห่ง เซเรีย อา
    ปกติแล้วลีกอิตาลีจะขึ้นชื่อลือชาเรื่องเกมรับจนทำให้กองหน้าของคู่แข่งทำประตูได้ยาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ อิบราฮิโมวิช ที่ในอิตาลีผ่านการเล่นให้ทั้ง เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน โดย 2 ประตูที่ทำได้ในนัดล่าสุดทำให้ตอนนี้เขายิงใน เซเรีย อา ไปแล้ว 132 ประตู สูงเป็นอันดับ 39 ของชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ เซเรีย อา


 

    ถึงกระนั้น แม้ว่าถ้านับจำนวนระตูแล้วเขาจะเป็นอันดับ 39 แต่ในด้านค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดนั้น อิบราฮิโมวิช อยู่ในอันดับที่ 11 หากนับเฉพาะพวกที่ทำประตูใน เซเรีย อา อย่างน้อย 100 ลูก หลังมีค่าเฉลี่ยการทำประตูต่อ 1 นัดหากนับเฉพาะใน เซเรีย อา อยู่ที่ 0.56 ลูกต่อ 1 เกม


 

    นอกจากนี้ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นอันดับ 16 ร่วม ในชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ มิลาน แล้วด้วย หลังจากทำไป 70 ประตู จากการลงเล่น 107 นัดในทุกรายการ โดยเขาตามหลัง มาร์โก ซิโมเน่ ที่อยู่อันดับ 15 อยู่เพียง 5 ประตูเท่านั้น และถ้ายิงได้อีก 20 ลูกเขาก็จะเป็นอันดับ 10 ร่วมกับ อัลแบร์โต้ บิกอน ได้ทันที

    – ยิงได้ทุกเมื่อ
    ในบรรดานักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในปัจจุบัน มีเพียงแค่ 2 คนที่สามารถทำประตูได้ "ทุกนาที" หรือก็คือตั้งแต่นาทีที่ 1 จนถึงนาทีที่ 90 และ อิบราฮิโมวิช ก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนอีกคนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส

    ทั้งนี้ ถ้าเกิดไม่นับช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่เขาทำได้ 17 ประตูแล้วนั้น ช่วงเวลาในแต่ละนาทีที่ อิบราฮิโมวิช ทำประตูได้มากที่สุดคือนาทีที่ 90 เพราะเขาทำได้ถึง 13 ประตูด้วยกัน ส่วนถ้านับแบบแบ่งช่วงละ 15 นาทีแล้วล่ะก็ ช่วงนาทีที่ 61-75 ก็คือช่วงที่เขาผลิตสกอร์โดยรวมได้เยอะที่สุด ที่จำนวน 96 ประตู

เกมแรกก็ฮอต! “ปีร์โล่” แรงนำยูเว่เปิดหัวทุบลาซามพ์

อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือใหม่หน้าเก่า ยูเวนตุส ประเดิมผลงานการกุมบังเหียนอย่างสวยหรูด้วยการนำทัพ "ม้าลาย" เปิดบ้านไล่ต้อน ซามพ์โดเรียสบายเกือก เกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนของ ยูเวนตุส แสดงความเห็นหลังนำทัพ "ม้าลาย" ไล่ต้อน "ลา ซามพ์" ซามพ์โดเรีย 3-0 ที่สนามยูเวนตุส สเตเดี้ยม ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา แมตช์เปิดฤดูกาล 2020/2021 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

ทัพ "เบียงโคเนรี่" ได้สามประตูจาก เดยัน คูลูเซฟสกี้ , เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จบเกม ยูเว่ คว้า 3 คะแนนสำคัญในแมตช์เปิดฤดูกาลใหม่ และยังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงสำหรับเกมแรกในฐานะกุนซือของ     ตำนานกองกลางทีมชาติอิตาลี ด้วย

  ปีร์โล่ แสดงความเห็นว่า "มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ที่จะต้องมีการสนทนากับลูกทีม เพราะผมเคยเป็นนักเตะมาก่อนจนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และผมอยากที่จะพูดคุยกับพวกเขาเสมอ มันเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกๆ คนจะได้รู้ว่าพวกเขาต้องการ หรือคิดอะไรอยู่"

ขณะเดียวกับ ปิร์โล่ ยังได้กล่าวถึง โรนัลโด้ ซึ่งไม่ค่อยชื่นชอบในการถูกเปลี่ยนตัวเพื่อพักร่างกาย และต้องการเล่นจนกระทั่งจบเกมตลอด "เรากำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ และการพูดคุยมันจบไปแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้า เพราะเราเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่เมื่อเราต้องลงเล่นในเกมไม่สำคัญมากนัก เราจะพยายามขอให้เขาพักร่างกาย เขาเป็นคนฉลาดซึ่งรู้จักร่างกายของเขาดีที่สุด ดังนั้นเขารู้ว่าเมื่อไหร่ที่ถึงเวลาพัก หรือเมื่อไหร่ที่ควรลงเล่น"

รอไม่ไหวแล้ว!เนดเวดสุดตื่นเต้นโด้ดวลเมสซี่ในชปล.

พาเวล เนดเวด รองปธ. ยูเวนตุส ออกอาการเนื้อเต้นกับการที่จะได้เห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง "ม้าลาย" วัดคมกับ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม พร้อมเตือน ยูเว่ ห้ามประมาท ดินาโม เคียฟ และ เฟเรนซ์วารอส

พาเวล เนดเวด รองประธาน ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เชื่อว่า จะเป็นเกมที่น่าสนใจอย่างมากกับการที่จะได้เห็น "ม้าลาย" ดวลกับ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งถือเป็นการพบกันของสองนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกยุคนี้อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ด้วย

"การเจอกับ บาร์เซโลน่า ถือเป็นการเจอกันที่น่าสนใจ และแน่นอนว่า มันคือเกมใหญ่ เพราะสำหรับผมแล้ว เราจะได้เห็นสองนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกอย่าง โรนัลโด้ และ เมสซี่ เจอกัน นอกจากนี้เรายังจะได้เห็น มิราเล็ม ปานิช และ อาร์ตูร์ เจอกันด้วย ซึ่งถือเป็นอีกคู่ที่น่าสนใจในแมตช์นี้" รองประธาน ยูเวนตุส กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

ยูเวนตุส และ บาร์เซโลน่า ถูกจับสลากอยู่ร่วมกลุ่ม จี เช่นเดียวกับ ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) และ เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี) ซึ่งถึงแม้หลายๆ ฝ่ายมองว่า ยูเว่ และ บาร์ซ่า น่าจะควงแขนเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้ไม่ยาก แต่ เนดเวด มองว่า อีกสองสโมสรต่างก็เป็นคู่แข่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้

"ดินาโม เคียฟ เป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก แถมมีโค้ชประสบการณ์สูงอย่าง มีร์เชีย ลูเชสคู ผู้ที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ไว้กับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และถ้าเราต้องไปเตะที่ ยูเครน ช่วงหน้าหนาว มันก็ยิ่งเป็นงานที่ยากขึ้นไปอีกสำหรับเรา" 

"ส่วนสโมสรจากฮังการี ถือเป็นบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่รู้จักมาก่อน เป็นคู่แข่งที่เราไม่ได้เห็นบ่อยๆ ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่าที่รู้มาเกี่ยวกับฟุตบอลฮังกาเรียน ผมไม่สงสัยเลยว่า พวกเขาจะเป็นทีมที่มีความสามารถสูง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีสมาธิในทุกๆ เกม เพราะนี่คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมันหมายความว่า ทุกทีมสามารถสร้างปัญหาให้กันและกันได้" ตำนานแข้ง ยูเวนตุส วัย 48 ปี ระบุ