“วีบีพี” ใครหลุดโผ?ร็อบสันแนะแผงกลางตัวจริงแมนยู

ไบรอัน ร็อบสัน อดีตยอดมิดฟิลด์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ แผงกองกลางตัวจริงของ "ปีศาจแดง" ในตอนนี้ควรจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เนมานย่า มาติช และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค โดยสาเหตุที่มองว่า ปอล ป็อกบา ควรหลุดโผนั้น เป็นเพราะเขาออกสตาร์ตซีซั่นนี้ได้น่าผิดหวัง

ไบรอัน ร็อบสัน ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าแผงกลางตัวจริงในตอนนี้ของ "ปีศาจแดง" ควรจะประกอบไปด้วย บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เนมานย่า มาติช และ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

หลังจากได้ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทัพแล้วนั้น มันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะจัดแผงกลางยังไงดี เพราะทั้ง ฟาน เดอ เบ็ค, บรูโน่ และ ปอล ป็อกบา ต่างก็ไม่มีใครเป็นมิดฟิลด์ตัวรับตามธรรมชาติเลย โดยในนัดแรกของฤดูกาลนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้ ป็อกบา, บรูโน่ และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวจริง แต่พวกเขาก็พ่าย คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

ร้าวไหม !? เอเย่นต์ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค เดือดใส่ แมนยู

      ซยาค ซวาร์ต เอเย่นต์ของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความไม่พอใจที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ให้นักเตะในความดูแลของเขาเป็นแค่ตัวสำรองในเกมกับ ไบรท์ตัน แถมยังส่งลงสนามช้าอีกด้วย จากรายงานของ thesun.co.uk เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563

        ศึก พรีเมียร์ลีก ที่ แมนยู บุกเฉือนชนะ ไบรท์ตัน ด้วยผลบอล 3-2 โดยที่เจ้าถิ่นมีโอกาสมากกว่า แต่ดันยิงไป แม่นเสา แม่นคาน เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ ปีศาจแดง พกดวงมาเต็มเปี่ยมคว้า 3 คะแนนแรกในฤดูกาลนี้ไปได้สำเร็จ

  Learn more
        ซึ่งเกมนี้ ฟาน เดอ เบ็ค แข้งใหม่ของ แมนยู ยังคงเป็นตัวสำรอง หลังจากแมตช์แรกกับ คริสตัล พาเลซ เขาได้ลงในนาทีที่ 67 แต่ก็สามารถทำประตูได้ด้วย ทว่านัดนี้ ดาวเตะทีมชาติออลด์แลนด์ ถูกส่งลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บก่อนหมดเวลา

        งานนี้ทำให้ ซยาค ซวาร์ต เอเย่นต์ของ เดอ เบค ออกอาการไม่พอใจ และได้ออกมาต่อว่า แมนยู ว่า "เป็นตัวสำรอง ผมไม่ชอบเลย เป็นผมรับไม่ได้หรอก ให้ลงสนามโดยเหลือเวลาเล่นอีก 4 นาทีเนี่ยนะ ถ้าอย่างนั้นคุณควรปล่อยให้ผมนั่งอยู่ข้างสนามยังดีกว่า"

        "ผมต้องบอกว่าเขาทำได้ดีถึง 3 ข้อ และจุดโทษที่เป็นประตูชัยมันก็มาจากเขา จริง ๆ พวกเขาควรจะแพ้สัก 1-7 ด้วยซ้ำ ไบรท์ตัน ยิงไปชนเสาชนคาน 5 ครั้ง พวกเขามีทีมที่ดี แต่เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

ของปลอม! “คาร์ราเกอร์” เตือนหงส์อย่าพลาดซื้อ “2 สตาร์พรีเมียร์ลีก” เด็ดขาด

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนานกองหลังของลิเวอร์พูล ส่งคำเตือนไปถึงทีมเก่าว่าอย่าคิดที่จะคว้า 2 แข้งอย่าง แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษของแอสตัน วิลล่า และ วิลฟรีด ซาฮา แนวรุกตัวจี๊ดจากคริสตัล พาเลซ มาเสริมทัพ เนื่องจากมองว่ายังไม่ดีพอที่จะเล่นให้หงส์แดง

"ผมคิดว่าชื่อชั้นของกรีลิชนั้นอยู่ในระดับเดียวกับซาฮา ที่คุณจะต้องทุ่มเงินในระดับ 60 หรือ 70 ล้านปอนด์ในการคว้าตัวพวกเขา"

"แน่นอน ผมไม่คิดว่าพวกเขาดีพอที่จะเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ซิตี้ หรอกนะ และแม้กระทั่งทีมที่อยู่ต่ำกว่าท็อปโฟร์ ผมไม่เชื่อว่าทีมเหล่านี้จะยอมทุ่มเงินเพื่อให้ได้ตัวพวกเขามา" อดีตแข้งวัย 42 ปีกล่าว

ส่อย้าย?บรูว์สเตอร์ส่งสัญญาณเหมือนจะลาลิเวอร์พูล

ทุกวันนี้นักฟุตบอลชอบกด "ไลค์" ข่าวสารตามโลกโซเชียลเยอะพอตัว และล่าสุดก็มีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนั้นเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกอนาคตไกลของ ลิเวอร์พูล ดันกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาจ่อที่จะย้ายไปอยู่กับ เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้ว

ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่งสัญญาณเหมือนกับว่ากำลังจะย้ายไปอยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หลังจากไปกด "ถูกใจ" ข่าวที่บอกว่าเขาอาจจะไปซบที่นั่น

บรูว์สเตอร์ ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองรายหนึ่ง โดยเขาเคยทำประตูให้ทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ได้เยอะพอตัว ขณะที่ฤดูกาลก่อนตอนไปเล่นกับ สวอนซี ซิตี้ ด้วยสัญญายืมตัวเขาก็ทำได้ 10 ประตู จากการลงเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ 20 นัด แถมในซีซั่นนี้เขาก็ได้ลงเล่นเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ "หงส์แดง" แพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยังไม่คิดว่าเขาดีพอที่จะเป็นกำลังของทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 อยู่ดี จนทำให้แข้งวัย 20 ปี ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว โดยนอกจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้วนั้น คริสตัล พาเลซ ก็เป็นอีกทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขาเหมือนกัน และไม่นานมานี้ก็มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ตอบรับข้อเสนอจาก "ดาบคู่" แล้ว หลังจาก เชฟฯ ยูไนเต็ด เสนอจ่ายค่าตัวให้ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท)

ทั้งนี้ Risingballers เพจด้านข่าวสารวงการฟุตบอลบน อินสตาแกรม ก็เล่นข่าวนี้เช่นกัน ซึ่งมันก็มีคนเข้าไปกด "ถูกใจ" เยอะพอตัว แต่ประเด็นคือหนึ่งในคนที่กดถูกใจก็คือ บรูว์สเตอร์ เอง จนทำให้ดูเหมือนกับว่ามีโอกาสสูงที่มันจะเป็นเรื่องจริง

ดอนนี่ลงโชว์,แนวรุกฟูลทีม!คาดการณ์11ตัวจริงแมนยูเกมเปิดซีซั่นฉะพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมรูดม่านเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21 อย่างเป็นทางการในค่ำคืนวันเสาร์นี้ โดยจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่เปิดหัวซีซั่นได้แจ่มไม่น้อย ด้วยการสอย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะต้องเช็คความฟิตนักเตะหลายคน แต่ก็น่าจะจัดทีมที่แข็งแกร่งลงฟัดกับ "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้ เพื่อลุ้นเก็บ 3 คะแนนประเดิมซีซั่นใหม่ และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับเกมคืนวันนี้ ซึ่งคาดการณ์โดยเว็บไซต์ theunitedstand.com (ระบบ 4-2-3-1)

– ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
ยังไงตำแหน่งโกลตัวจริงก็หนีไม่พ้น เด เคอา ถึงแม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มได้สุดยอดระหว่างยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อซีซั่นก่อนก็ตาม

– แบ็กขวา : อารอน วาน-บิสซาก้า
หากไม่เดี้ยงหนัก หรือมีปัญหาอะไรกวนใจ แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงไปเลยสำหรับ วาน-บิสซาก้า

– เซนเตอร์แบ็ก : วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ
ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังๆ ดูไม่ค่อยดี แถมล้ามาจากการกลับไปเล่นให้ทีมชาติสวีเดน แต่ ลินเดอเลิฟ ก็น่าจะพร้อมลงเป็นตัวจริงในเกมเปิดซีซั่นคืนนี้

– เซนเตอร์แบ็ก : แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ยังคงเป็นกำลังสำคัญในแนวรับที่ทีมขาดไม่ได้ และคืนนี้ถึงเวลาที่กัปตัน แม็กไกวร์ ต้องเรียกศรัทธาจากแฟนบอล หลังไปก่อเรื่องฉาวที่ประเทศกรีซ
 – แบ็กซ้าย : ลุค ชอว์
ฟิตสมบูรณ์ พร้อมสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้ายแน่นอน

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : เนมานย่า มาติช
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต และน่าจะครองตำแหน่งตัวจริงในเกมนี้ หลังมีผลงานดีตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค
ด้วยการที่ ปอล ป็อกบา ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ทำให้มีโอกาสสูงมากๆ ที่แข้งใหม่อย่าง ฟาน เดอ เบ็ค จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงให้บรรดาสาวก "ปีศาจแดง" ได้ยลฝีเท้า
 
 – มิดฟิลด์ตัวรุก : บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ได้ลงปั้นเกมรุกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน สำหรับ "เดอะ แบก" ชาวโปรตุกีส 
 
 – ปีกขวา : เมสัน กรีนวู้ด
ถึงแม้ไม่ใช้ปีกขวาโดยธรรมชาติ แต่ กรีนวู้ด น่าจะยังคงถูกเลือกเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้มากกว่า แดเนี่ยล เจมส์ หลังทำผลงานได้ดีในซีซั่นก่อน

 – ปีกซ้าย : มาร์คัส แรชฟอร์ด
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงชัวร์ สำหรับ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี

 – กองหน้าตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
อาจจะต้องเช็คความฟิต แต่ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ดาวยิงเฟร้นช์แมนวัย 24 ปี ที่กระทุ้งไป 23 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 
   

ลิเวอร์พูลน้อยกว่าลีดส์!อันดับคนแทงแชมป์มากสุด

ร้านพูลเมืองผู้ดีเปิดอันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่เซียนพนันแทงว่าจะเป็นแชมป์มากสุดในซีซั่นใหม่ โดย ลีดส์ มีคนวางเดิมพันมากกว่า ลิเวอร์พูล เสียอีก
 
แล็ดโบร๊กส์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า เชลซี เป็นทีมที่มีแฟนบอลเข้ามาแทงพนันว่าจะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 มากสุด โดยอยู่ที่ 21.1 เปอร์เซ็นต์ หลังจาก "สิงห์บลูส์" เสริมทัพได้อย่างน่ากลัว

เชลซี คว้าทั้ง ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แถมยังกำลังจะได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นรายต่อไปอีกด้วย ทำให้แฟนบอลจำนวนมากมองว่าทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีโอกาสไปถึงแชมป์

ส่วน อาร์เซน่อล เป็นอันดับ 2 ของทีมที่คนแทงเป็นแชมป์โดยอยู่ที่ 18.9 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด 11.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า มีเซียนพนันแทงว่าจะเป็นแชมป์แค่ 9.8 เปอร์เซ็นต์ โดยน้อยกว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด ทีมน้องใหม่เสียอีก

อันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่คนแทงว่าจะเป็นแชมป์มากสุด

1. เชลซี – 21.1%
2. อาร์เซน่อล – 18.9%
3. แมนฯ ยูไนเต็ด – 11.9%
4. ลีดส์ – 10.7%
5. ลิเวอร์พูล – 9.8%
6. แมนฯ ซิตี้ – 5.8%
7. สเปอร์ส – 5.6%
8. วูล์ฟส์ – 3.2%
9. เลสเตอร์ – 2.7%
10. เชฟฯ ยูไนเต็ด – 1.9%
11. เอฟเวอร์ตัน – 1.7%
12. นิวคาสเซิ่ล – 1.5%
13. เวสต์บรอมวิช – 1.1%
14. เวสต์แฮม – 0.9%
15. แอสตัน วิลล่า – 0.8%
16. คริสตัล พาเลซ – 0.7%
17. เซาธ์แฮมป์ตัน – 0.6%
18. ไบรท์ตัน – 0.6%
19. เบิร์นลี่ย์ – 0.6%
20. ฟูแล่ม – 0.5%

ส่วนเต็ง 1 แชมป์ พรีเมียร์ลีก ยังเป็น แมนฯ ซิตี้ เหมือนเดิมที่ราคา 8/11 (แทง 11 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล ที่อัตรารอง 2/1 (แทง 1 จ่าย 2ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้        8/11
2. ลิเวอร์พูล       2/1
3. เชลซี            11/1
4. แมนฯ ยูไนเต็ด         12/1
5. อาร์เซน่อล        40/1
6. สเปอร์ส            66/1
7. เลสเตอร์        100/1
7. วูล์ฟส์            100/1
9. เอฟเวอร์ตัน        150/1
10. ลีดส์             200/1
11. เชฟฯ ยูไนเต็ด        500/1
11. เซาธ์แฮมป์ตัน        500/1
11. นิวคาสเซิ่ล        500/1
11. เวสต์แฮม        500/1
11. คริสตัล พาเลซ        500/1
11. ไบรท์ตัน        500/1
11. เบิร์นลี่ย์        500/1
18. แอสตัน วิลล่า        1,000/1
18. ฟูแล่ม            1,000/1
18. เวสต์บรอมวิช        1,000/1

“แรชฟอร์ด” โชว์เหนือ, “เดเคอา” หนึบ!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมบุกสอยพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ หลังบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ช่วยกดคนละตุง แต่อีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ดาบิด เด เคอา ที่เกมนี้โชว์เซฟสวยๆ ได้หลายครั้ง และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่ลงเล่นในเกมนี้ 

11 ผู้เล่นตัวจริง

  – ดาบิด เด เคอา : 8
  ได้ออกแรงเซฟตั้งแต่ต้นเกม และเซฟได้เยี่ยมอีกครั้งในช่วงท้ายครึ่งแรก โดยเฉพาะจังหวะบินปัดลูกยิงฟรีคิกของ ลูก้า มิลิโวเยวิช แถมช่วงท้ายเกมมีชอตเซฟลูกยิงของ ซาฮา ด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งพระเอกของทีมในแมตช์นี้

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  มีอาการล้าอย่างเห็นได้ชัด เจอปัญหาหลายครั้งยามที่ต้องดวลกับ ซาฮา 

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6
  แม้เป็นเกมที่ทีมเก็บคลีนชีตได้ แต่ไม่ใช่วันที่ดีนักสำหรับ ลินเดอเลิฟ เพราะหลายครั้งดูเชื่องช้า และเกือบทำเสียจุดโทษในจังหวะปะทะกับ ซาฮา

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 7.5
  มีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น แถมขึ้นมาลุ้นทำประตูจากลูกเตะมุมได้เสียวหลายครั้ง แต่ช่วงท้ายเกมมีจังหวะเสียท่าให้ ซาฮา กระนั้นโดยรวมถือว่าคุมแนวรับได้เยี่ยม

– ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ : 7
  ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงแบบเหนือความคาดหมาย แต่โดยรวมทำผลงานได้โอเค อาจไม่ได้มีส่วนช่วยเกมรุกมากนัก นั่นก็เป็นเพราะเจ้าตัวเน้นเล่นเกมรับเป็นหลัก 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6 
  ไม่ใช่วันที่ดีสำหรับหนุ่มเลือดวิสกี้ เพราะช่วยเบรกเกมแดนกลางของเจ้าถิ่นไม่ค่อยได้ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง 

 – ปอล ป็อกบา :  6.5
  ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก เน้นไปในทางช่วยผ่านบอลและขึ้นเกมเป็นหลัก
 
 – เมสัน กรีนวู้ด : 6.5
  อาจจะค่อนข้างเงียบ และมีโอกาสได้ลองยิงแค่หนเดียว แต่ทำได้ดีในการพาบอล ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง ซึ่งดูแล้วสภาพร่างกายยังไม่เต็มร้อย แม้ผ่านเช็คความฟิตลงเล่นเกมนี้ได้

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7.5
  แม้ไม่ได้เป็นแอสซิสต์ แต่ก็มีส่วนสำคัญกับทั้งสองประตูที่ทีมทำได้ แถมเกือบยิงเองได้ด้วย ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว ถึงแม้ไม่ใช่วันที่เล่นได้ท็อปฟอร์มก็ตาม

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 8
  เหนือชั้นและเยือกเย็นมากๆ ในจังหวะยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล จบสกอร์ 2-0 ด้วย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 7.5
  เป็นอีกเกมที่เล่นได้ดี มีความดุดันแถมมั่นใจ และจบสกอร์ลูก 2-0 ได้เฉียบขาด 

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – เจสซี่ ลินการ์ด (แทน กรีนวู้ด น. 63) : 6
  ดูมีความมุ่งมั่นกับการเล่นดี แต่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 63) : 6.5
  อาจจะมีกั๊กจังหวะกับ แม็กไกวร์ ช่วงท้ายเกม แต่โดยรวมลงไปช่วยให้แดนกลางดูแน่นขึ้น

 

โซลชา : เชลซีได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมงคือข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง

กุนซือปีศาจแดง ชี้ว่าทัพสิงห์บลูส์มีความได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในเกมการแข่งขัน
โอเล กุนนาร์​ โซลชา กุนซือของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด ชี้ว่าเชลซีนั้นได้เปรียบทีมของเขาในการได้พักมากกว่า 48 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของข้ออ้าง

ทัพปีศาจแดงหยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 19 นัดหลังพลาดท่าแพ้ทัพสิงห์บลูส์ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด 1-3 กระเด็นตกรอบเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศ โดยเชลซีจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล

อย่างไรก็ตาม โซลชา ชี้ว่าทีมของเขาเสียเปรีบเรื่องตารางการแข่งขัน หลังเชลซีลงสนามกับนอริชตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ส่วนทีมของเขาเล่นกับคริสตัล พาเลซคืนพฤหัสบดี แต่ถึงอย่างนั้น โซลชา ไม่คิดจะยกเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างที่ทำให้ทีมของเขาอดเข้าชิงฯแต่อย่างใด

"แน่นอนการจบครึ่งแรกด้วยการเสียประตูหลังเกมพักไปนานมันเป็นหายนะสำหรับเรา เราเสียสมาธิและมันน่าผิดหวัง" โซลชา เผย

"เชลซีมีเวลามากกว่า 48 ชั่วโมง มันเป็นแค่ข้อเท็จจริงแต่มันไม่ใช้ข้ออ้าง ผมไม่สามารถใช้ข้ออ้างใด ๆ ได้ มันก็เป็นแบบนั้นแหละ เราเลือกที่จะเล่นรอบรองชนะเลิศดีกว่าไม่เล่น และผมไม่สามารถบ่นอะไรได้เลย"

 

VARพาเซ็ง!ปธ.พาเลซเดือดไม่ได้จุดโทษเกมพ่ายแมนยู

สตีฟ พาริช บิ๊กบอส พาเลซ เดือดดาลสุดขีดที่ทีมงาน วีเออาร์ ไม่ให้ทีมของตนได้ลูกจุดโทษในเกมที่พ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด จากจังหวะที่ วิลฟรีด ซาฮา โดน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เล่นงาน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษชัดเจน

    สตีฟ พาริช ประธาน คริสตัล พาเลซ แสดงความไม่พอใจกับการทำหน้าที่ของทีมงานวีเออาร์ เพราะมองว่าทีมของตนควรจะได้ลูกจุดโทษ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "ดิ อีเกิ้ลส์" แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 คารัง เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ในช่วงปลายครึ่งแรก วิลฟรีด ซาฮา ดาวเตะเจ้าถิ่นได้กระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นจากจังหวะที่ปะทะกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งกรรมการ เกรแฮม สกอตต์ ไม่เป่าให้มันเป็นการทำฟาวล์ ขณะที่ทีมงาน วีเออาร์ มองเห็นจังหวะนี้ แต่ตัดสินใจว่ามันไม่ใช่จังหวะที่ชัดเจนมากพอจะเป็นการฟาวล์ได้เช่นกัน

    นี่ถือเป็นจังหวะเปลี่ยนเกมก็ว่าได้ เพราะในเวลาต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนที่ทีมเยือนจะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในนาทีที่ 78 ทำให้ พาเลซ แพ้เป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน

    "วีเออาร์ มันพังรึไงกัน ? นี่ผมถามแบบจริงจังเลยนะ พวกเขาดูชอต ซาโก้ (สื่อถึงนัดก่อนที่ พาเลซ แพ้ วิลล่า หลังจาก มามาดู ซาโก้ โดนริบประตูเพราะ วีเออาร์ มองว่าเขาทำแฮนด์บอล ทั้งที่บอลมันไปโดนตรงหัวไหล่) อยู่หลายนาทีก่อนที่จะตัดสินว่าเขาทำแฮนด์บอล แต่กลับไม่คิดที่จะพิจารณาจังหวะนี้แม้แต่นิดเดียวได้ยังไงกัน! จังหวะนี้เป็นลูกจุดโทษแบบชัดเจน ขนาดแฟน แมนฯ ยู ที่มีตาข้างเดียวยังรู้ดีเลยว่ามันเป็นจุดโทษชัดๆ" พาริช กล่าวผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต

    ด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เป็นกูรูให้ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีก็ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษจริงๆ "ผมคิดว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษ วิลฟรีด เป็นคนที่อันตรายมากๆ ในพื้นที่นั้น เขาเป็นหนึ่งในคนที่โดนทำฟาวล์มากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ในลีก แน่นอนว่าเท้าของเขา (ลินเดอเลิฟ) โดนบอล มันไปโดนบอลนิดๆ และ วีเออาร์ อาจจะมองตรงจุดนั้น แต่ถ้าผมเป็นนักเตะ พาเลซ แล้วล่ะก็ ผมก็คงตั้งคำถามว่าทำไมทีมของผมถึงไม่ได้ลูกจุดโทษ ? ผมมองว่ามันเป็นลูกจุดโทษ ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ"

โซลชาสวนกลับ2กุนซือ-ยันแมนยูไม่ได้รับโชคจากวีเออาร์

ใครว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประโยชน์จาก วีเออาร์ มากสุด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ขอสวนกลับทันควัน ยัน "ปีศาจแดง" ไม่มีสิทธิพิเศษแน่นอน พร้อมอัพเดตความพร้อมของทีมก่อนเจอ เชลซี วันอาทิตย์นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสวนกลับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี และ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่กล่าวหาว่า "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่ได้ผลประโยชน์อย่างมากจากเทคโนโลยีช่วยตัดสินหรือ วีเออาร์ โดยยืนยันไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด

    ฤดูกาลนี้เป็นซีซั่นแรกที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ วีเออาร์ แต่ก็ตกเป็นประเด็นร้อนหลายครั้ง ซึ่งถ้านับเฉพาะช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกมองว่าได้ประโยชน์มากสุด อย่างเกมกับ คริสตัล พาเลซ ที่ไม่เสียจุดโทษ และจังหวะที่ จอร์แดน อายิว ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแล้ว แต่ไม่ใด้ประตูหลังถูกตัดสินว่าล้ำหน้านิดหน่อย

        อย่างไรก็ตาม โซลชา เผยในการแถลงข่าวก่อนเกมพบ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. นี้ ว่า "ผมสามารถนั่งที่นี่ได้หลายชั่วโมงเพื่อพูดถึงเรื่องนี้ มันดูเหมือนมีการสร้างเรื่อง มันเหมือนว่าผู้คนต้องการมีอิทธิพลต่อคนที่ทำหน้าที่ตัดสิน"

        "ผมได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องโชคว่า พวกเราโชคดีมากกว่าโชคร้าย หากคุณมองความเป็นจริงของการตัดสิน ผมไม่ต้องการดูเหมือนผู้จัดการทีมที่กำลังเอาแต่พูดเรื่องข้อเท็จจริง แต่ถ้าคุณล้ำหน้าจริง คุณก็ต้องล้ำหน้า มันชัดเจนอยู่แล้ว" กุนซือชาวนอร์เวย์ กล่าว

    พร้อมกันนี้ โซลชา ยังเผยว่า ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง จะพลาดลงเจอ เชลซี หลังบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต หลังบาดเจ็บศีรษะจากเกมเดียวกัน

        "ลุค หมดสิทธิ์ลงเล่น ผมมองไม่เห็นทางที่เขาจะหายทัน ส่วน แบรนดอน หวังว่า จะโอเค เขาจะพยายามลงซ้อมในวันนี้ เราต้องรอดูกันต่อไป แต่เขาน่าจะหายทัน" โซลชา ทิ้งท้าย