ดิมาร์ซิโอแฉเมสซี่เกือบซบเชลซีค่าตัวสถิติโลก

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชื่อก้องแฉผ่านหนังสือของตัวเองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 โดยตอนนั้น "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวเท่ากับค่าฉีกสัญญาซึ่งสูงถึง 225 ล้านปอนด์เลย
  
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เกือบที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในปี 2014 ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อก้องชาวอิตาเลียน

ดิ มาร์ซิโอ เพิ่งออกหนังสือของตัวเองชื่อ "แกรนด์ โฮเตล กัลโช่แมร์คาโต้" (Grand Hotel Calciomercato) ซึ่งเป็นการบอกเล่าบรรดาเรื่องลับสุดยอดในตลาดการเสริมทัพ โดยเรื่องราวของ เชลซี กับ เมสซี่ นั้น เหยี่ยวข่าวเลือดมะกะโรนีบอกว่าการเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มข้นเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2014 โดยตอนนั้นดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์กำลังโดนรัฐบาลสเปนกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษีอยู่พอดี และเรื่องดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ไม่พอใจกับรัฐบาลของแดนกระทิงดุมากๆ จนต้องการไปใช้ชีวิตในกรุงลอนดอน แถมเขายังสนใจที่จะไปเล่นให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ในตอนนั้นด้วย

หลังจากได้หารือกับคนกลางหลายราย รวมถึงกับ เดโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นเอเยนต์แล้วนั้น เมสซี่ ก็ได้พูดคุยกับ มูรินโญ่ แบบตัวต่อตัวผ่านทางแอพพลิเคชั่น เฟซไทม์ ซึ่งการสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เป็นไปได้ด้วยดีจนถึงขั้นที่แข้งวัย 33 ปีบอกกับทีมงานของเขาเลยว่า มูรินโญ่ จะช่วยให้ตนได้แชมป์ทุกรายการมาครอง "เขาเพิ่งคุยกับฉัน การได้ร่วมงานกับ มูรินโญ่ จะทำให้ฉันได้แชมป์ทุกรายการตามที่ฉันต้องการ เขาเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ไปปิดดีลนี้ได้เลย"

ทั้งนี้ การย้ายทีมก็ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้ด้วยดี โดยตอนนั้น เชลซี จะจ่ายค่าตัวให้กับ บาร์เซโลน่า 225 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,000 ล้านบาท) ซึ่งตรงกับค่าฉีกสัญญาของ เมสซี่ พร้อมกับจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก ขณะเดียวกัน เมสซี่ ก็จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) ต่อซีซั่น แถมจะได้ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ทางภาพลักษณ์ตั้ง 70 เปอร์เซ็นต์เลย โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กับ มูรินโญ่ มุ่งมั่นกับการทำดีลนี้ให้ได้มากๆ แต่การเจรจาทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่ ฮอร์เก้ คุณพ่อกับเอเยนต์ของ เมสซี่ ไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว

อย่างไรก็ตาม มันเกิดจุดเปลี่ยนในช่วงซัมเมอร์ของปี 2014 เมื่อ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ที่ตอนนั้นเพิ่งย้ายจาก บาร์เซโลน่า ไปอยู่กับ เชลซี นั้น เข้าไปพูดกับ มูรินโญ่ ในเชิงดีใจว่า เมสซี่ กำลังจะตามมาร่วมงานกับเขาที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมบอกว่า เดโก้ ฝากมาบอกถึงเรื่องนี้กับ มูรินโญ่ เพราะกุนซือชาวโปรตุกีสไม่ได้รับสายของ เดโก้ เลย แต่ มูรินโญ่ ตอบไปว่า "ใช่ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว วันก่อนฉันถึงขั้นได้คุยกับ เมสซี่ ด้วยซ้ำ"

คำตอบดังกล่าวทำให้ เชส รู้ว่ามันหมายความว่า มูรินโญ่ กำลังเจรจากับ เมสซี่ โดยตรง โดยที่มองข้าม เดโก้ ทั้งที่ เดโก้ เป็นคนช่วยทำงานในตอนแรกๆ เพื่อให้ดีลนี้มีโอกาสเกิดขึ้น ซึ่ง เชส กับ เดโก้ ก็สนิทกันมากๆ จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสแปนิชไปเตือนเรื่องดังกล่าวกับอดีตเพื่อนร่วมทีม และพอ เดโก้ รู้เรื่องนี้เขาก็ล้างแค้นด้วยการไปฟ้อง ฮอร์เก้ ว่าลูกชายของเขากำลังแอบเจรจากับ เชลซี อยู่

พอได้ยินอย่างนั้น ฮอร์เก้ ก็โมโหมากๆ จนโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อขอคำอธิบาย โดยที่ เมสซี่ พยายามแก้ตัวไปว่า "ผมไม่เห็นรู้เรื่องที่พ่อพูดเลยครับ ผมสาบานได้เลย" และสุดท้ายดีลดังกล่าวก็ล่มลง ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่แย่เท่าไหร่ของ เมสซี่ เพราะในฤดูกาล 2014-15 เขาก็ได้ทริปเปิ้ลแชมป์กับ บาร์เซโลน่า แล้วหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์มาครองกับทีมได้อีกหลายรายการ

ดิ มาร์ซิโอ เผยว่าในปี 2013 เรอัล มาดริด เคยพยายามจะดึง เมสซี่ ไปร่วมทัพเหมือนกัน แต่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ปฏิเสธทันควันเพราะไม่อยากหักหลัง บาร์เซโลน่า

 

ก็ได้อยู่! “คล็อปป์” โอเคลิเวอร์พูลเล่นดีพอคว้าชัย

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ชี้ลูกทีมเล่นได้ดีพอกับการเป็นฝ่ายชนะ หลังบุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 พร้อมตำหนิสภาพสนามที่ทำทั้งสองทีมเล่นกันยาก
               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เชื่อว่า ทีมตนสามารถทำผลงานได้ดีกว่านี้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีพอกับการเป็นฝ่ายชนะ หลัง "หงส์แดง" บุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา

               เป็นเกมที่ทั้งสองทีมต่างเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และสุดท้ายเป็น ลิเวอร์พูล ที่เก็บ 3 แต้มกลับบ้าน จากประตูชัยในนาทีที่ 35 ซึ่งมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่นแนวรับเจ้าถิ่นอย่าง นิโกลัส ตายาฟิโก้

             "ถือเป็นฟอร์มที่ดีพอในการคว้าชัยชนะ นั่นแหละคือสิ่งที่คุณต้องการ แน่นอน ผมคิดว่า ทั้งสองทีมสามารถเล่นได้ดีกว่านี้ แต่สภาพพื้นสนามมันก็ดูแปลกๆ นะ ทั้งลึกและเต็มไปด้วยโคลน มันทำให้นักเตะเหนื่อยกันเร็ว" คล็อปป์ เปิดใจหลังเกม

คนละเรื่อง! “ปิร์โล” รับเป็นโค้ชเครียดกว่าตอนเป็นนักเตะ

 

อันเดรีย ปิร์โล ผู้จัดการทีมรุ่นใหม่ไฟแรงของยูเวนตุส ออกมายอมรับว่าการเป็นกุนซือเครียดกว่าตอนที่เขาเป็นนักฟุตบอล

ยูเวนตุส ตัดสินใจปลด เมาริซิโอ ซาร์รี ออกจากตำแหน่งกุนซือหลังคุมทีมได้เพียงฤดูกาลเดียว และแต่งตั้งปิร์โลเข้ามาทำหน้าที่แทน

กุนซือวัย 41 ปีไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมมาก่อนเลย แต่ก็พาม้าลายออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้น่าพอใจ จากการชนะ 1 นัดและเสมอ 1 นัด

ล่าสุด ปิร์โล เผยว่า "การเป็นโค้ชที่ข้างสนามเครียดกว่าตอนเล่นเอง เพราะในสนามผมสามารถตัดสินใจได้ว่าผมจะทำอะไรกับลูกฟุตบอล"

"แต่ตอนนี้ผมทำได้แค่สั่งการข้างสนาม นักเตะต้องตีความบทบาทของตัวเอง จากนั้นก็ลงไปเล่น งานโค้ชจึงยากกว่า"

"ตอนที่ผมเล่น ผมมีสไตล์ที่ชัดเจน ซึ่งทำให้ผมมีส่วนร่วมกับจังหวะสำคัญๆ และจังหวะตัดสินเกมในสนาม"

โอบาฮีโร่-เลโน่มีเหวอ! อาร์เซน่อลรัว4นาทีสอยราปิดเปิดยูโรปาลีก

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หวิดสิ้นชื่อเกมนี้ เมื่อ แบรนด์ เลโน่ ทำพลาด ก่อนเป็น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ลงตัวสำรองมากระหน่ำประตูชัยบุกเชือด ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มประเดิมบอลยุโรปใบนี้ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ สตาดิโอน

ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ฟอร์มในลีกล่าสุดแพ้ แมนซิตี้ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใส่ชื่อ "ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง" เป็นสำรอง แดนกลางใช้ "โธมัส ปาร์เตย์" ประเดิมบอลยุโรปนัดแรกกับทีม บุกบ้าน ราปิด เวียนนา รองจ่าฝูงลีกออสเตรีย ของเทรนเนอร์ ดีทมาร์ คูห์เบาเออร์ จัดผู้เล่นฟูลทัพนำโดยดาวยิงตัวทีเด็ดอย่าง "ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส" พร้อมซัดตาข่ายนำชัย

ปืนใหญ่เกือบนำนาทีที่ 15 เซดริก โซอาเรส เปิดลูกฟรีคิกทางขวาของสนามระยะเกือบ 25 หลา บอลลอยมาในเขตโทษเยื้องมาทางซ้าย ดาวิด ลุยซ์ โถมหัวโขกบอลกระดอนพื้นถูกนายทวารเจ้าบ้านทุบทิ้งออกมาได้

เจ้าบ้านหวิดทำได้นาทีที่ 19 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส โยกมาทางริมสนามด้านขวาตามดีดคืนให้ เคลวิน อราเซ่ รับบอลจ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ หัวหอกปรี่มายิงไขว้หลังไปแฉลบตัว กาเบรียล มากัลเญส ลอยเกือบข้ามตัว แบรนด์ เลโน่ ยังดีที่นายด่านทีมเยือนปัดไว้ทัน

ผ่านมานาทีที่ 31 นิโคลัส เปเป้ ลากบอลลุยมาคนเดียวทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนโชว์ลีลาสับขาโยกหลอกผู้เล่นเจ้าถิ่นตัดเข้าเหลี่ยมปั่นด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งไม่พอออกข้างเสาสองไปไกลพอควร

ราปิดสร้างโอกาสนาทีที่ 36 ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ลงต่ำมารับบอล เลี้ยงกินระยะมาถึงกลางสนาม 25 หลา ตัดสินใจส่องไกล บอลทิศทางติดไซต์โป้งเล็กน้อย แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ แบรนด์ เลโน่ มือกาวปืนโตรับสบาย

เจ้าบ้านบุกอีกนาทีที่ 43 มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ ครอสบอลจากริมเส้นทางซ้าย บอลโค้งมาที่ เออร์คาน คาร่า หันหลังแตะบอลหนี ดาวิด ลุยซ์ พลิกมายิงบอลแต่เลี้ยวมากไปผ่านหน้าปากประตูออกไป จบ 45 นาทีแรกเสมอกันอยู่ 0-0

ราปิดได้เฮนาทีที่ 51 ดาวิด ลุยซ์ จ่ายบอลเล่นสั้นหน้าเขตโทษ ส่งคืนไปที่ แบรนด์ เลโน่ แปะบอลเบาไปติดตัว เออร์คาน คาร่า ที่ปรี่มาดักบอลเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส ยิงสวนเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

ปืนใหญ่เกือบแย่หนักนาทีที่ 59 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ไหลคืนหลังมาที่ แบรนด์ เลโน่ ถูก เออร์คาน คาร่า ตามมากดดัน จนนายทวารปืนใหญ่เตะออกมาไม่ดีเข้าทาง ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส เก็บบอลกระชากมาตรงเส้นเขตโทษ ก่อนซัดบอลติดเซฟมือกาวชาวเยอรมันแก้ตัวได้ดี

ทีมเยือนตีเจ๊านาทีที่ 70 นิโคลัส เปเป้ ทิ้งลูกฟรีคิกทางสนามฝั่งขวาระยะเกือบ 30 หลา บอลโด่งมากลางเขตโทษ ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาโหม่งสวนตัว ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์ มือกาวเจ้าบ้านที่ออกมาไม่เจอบอลตุงตาข่ายไป

และแล้วนาทีที่ 74 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ แทงบอลกลางสนามทะลุช่องมาให้ เอ็คตอร์ เบเยริน สอดหลุดมาในเขตโทษทางขวาปาดมาหน้าปากประตูไปที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แปเข้าตุงประตูง่ายดาย จบเกม อาร์เซน่อล บุกไล่แซง ราปิด เวียนนา 2-1 คว้าสามแต้มเปิดหัวยูโรปาลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ราปิด เวียนนา (3-4-3): ริชาร์ด สเตรบิงเกอร์,ฟิลิป สตอยโควิช,มักซิมิเลียน โฮฟมันน์,มาเตโอ บารัช,เคลวิน อราเซ่ (ธอร์สเท่น ชิค น.79),เดยัน ลูบิซิช,เซอร์ดาน กราโฮวัช,มักซิมิเลียน อูลล์มันน์,เออร์คาน คาร่า (โคยะ คิตางาวะ น.76),มาร์เชล ริตซ์ไมเออร์ (คริสโตเฟอร์ คลัสมุนเนอร์ น.88),ทาเซียร์ชิส โฟอุนตาส

อาร์เซน่อล (4-4-2): แบรนด์ เลโน่,เซดริก โซอาเรส (เอ็คตอร์ เบเยริน น.61),ดาวิด ลุยซ์,กาเบรียล มากัลเญส,เซอัด โคลาซินัช,นิโคลัส เปเป้,โธมัส ปาร์เตย์,โมฮาเหม็ด เอลเนนี่,บูกาโย ซาก้า (คีแรน เทียร์นี่ย์ น.84),เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.61),อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.84)

3 กุนซือได้ดวล มูรินโญ่ เยอะแต่ไม่เคยชนะ

"คุณคงไม่คิดจะทำบทใดบทหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเจอกับคู่แข่งบางคนประมาณ 12 หรือ 14 เกม แต่ไม่เคยชนะได้อยู่แล้ว เพราะงั้นทำไมเขาถึงควรจะพูดถึงผมในหนังสือของเขาด้วยล่ะ ? หนังสือน่ะมันควรจะต้องเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข, ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจ ดังนั้นก็ทำให้ผมเข้าใจได้ดีว่าทำไมเขาถึงเลือกทำอย่างนั้น"

นั่นคือคำพูดของ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจากที่โดนถามว่าเขาคิดยังไงกับการที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่พูดถึงชื่อของเขาเลยแม้แต่นิดเดียวในหนังสืออัตชีวประวัติของ เวนเกอร์ โดยคำพูดของ มูรินโญ่ มันเหมือนกับเป็นการเหน็บ เวนเกอร์ ไปในตัวว่าไม่เคยเอาชนะเขาได้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้ว เวนเกอร์ เคยเอาชนะ มูรินโญ่ ได้ 2 หน จากการเจอกันทั้งหมด 19 นัด จนทำให้หลายคนมองว่ากุนซือชาวโปรตุกีสพูดผิดที่ให้ข้อมูลไปแบบนั้น ในทางกลับกัน มันก็มีกุนซือหลายคนจริงๆ ที่ไม่เคยคว่ำ มูรินโญ่ ได้แม้แต่นิดเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมานำเสนอ 3 คนที่มีโอกาสดวลกึ๋นกับ มูรินโญ่ มากที่สุดหากนับเป็นจำนวนนัด แต่ไม่เคยเอาชนะเขาได้เลย ลองไปดูดีกว่าว่ามีใครบ้าง

– แซม อัลลาร์ไดซ์
มูรินโญ่ ได้ดวลกึ๋นกับ อัลลาร์ไดซ์ ครั้งแรกในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2004 โดยตอนนั้นต่างฝ่ายต่างก็คุม เชลซี กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ตามลำดับ ซึ่งผลจบลงที่การเสมอกัน 2-2 โดยที่ เชลซี นำไปก่อน 2 ลูก แต่โดน โบลตัน ไล่ตามตีเสมอได้

หลังจากนั้นเป็นต้นมา มูรินโญ่ ก็ทำผลงานได้เหนือกว่า อัลลาร์ไดซ์ มาโดยตลอด จนทำให้จากการเจอกันทั้งหมด 12 ครั้งนั้น มูรินโญ่ เป็นฝ่ายชนะไปถึง 9 เกม และที่เหลือเป็นการเสมอกัน 3 นัด โดยครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ดวลกันคือตอนที่ มูรินโญ่ นำ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 เมื่อวันที่ 1 มกราคม ปี 2018

คูมันรับไม่ได้โดนแข้งเคตาเฟ่เหยียด

โรนัลด์ คูมัน กล่าวโจมตี อัลลัน นียอม หลังโดนกล่าวด้วยคำพูดน่าเกลียดใส่ในเกมที่ บาร์เซโลน่า บุกพ่ายต่อ เคตาเฟ่ 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งหลังถูก อัลลัน นียอม ผู้เล่นของ เคตาเฟ่ กล่าวคำพูดเชิงเหยียดหยามใส่ในเกมที่ ‘เจ้าบุญทุ่ม’ แพ้ 0-1 ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้เกมแรกในศึก ลา ลีกา ในฤดูกาลนี้

กุนซือชาวดัตช์วัย 57 ปี รู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก และได้เข้าไปพูดคุยกับ โฆเซ่ บอร์ดาลาส นายใหญ่ของ เคตาเฟ่ หลังจบเกม ซึ่งทาง คูมัน เผยภายหลังว่า ฟูลแบ็กของเจ้าถิ่นตั้งใจที่จะพูดจาเชิงลบใส่ตน

"ผมบอกเขา(บอร์ดาลาส) ไปว่า นียอม แสดงไม่เคารพต่อผม ผมไม่อยากจะรื้อฟื้นกับสิ่งที่เขาพูด แต่นั่นคือสิ่งที่ผมบอกกับ บอร์ดาลาส"

"นียอม พูดจาดูถูกใส่ผม เขาทำให้เห็นถึงความไม่เคารพต่อกัน ซึ่งผมรับไม่ได้ เราไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นใส่เกมฟุตบอลสมัยใหม่ มันเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมากๆ ผมจะไม่พูดซ้ำอีก ไม่เลย"

ทั้งนี้ นียอม ซึ่งเป็นอดีตแข้ง วัตฟอร์ด และ เวสต์บรอมวิช ได้เล่นลูกหนักตลอดทั้งเกม และทำฟาวล์หลายต่อหลายครั้ง รวมถึงจังหวะที่ไปศอกเข้าใส่ ลิโอเนล เมสซี่ ทว่าเจ้าตัวกลับได้รับเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น

มาริโอเปิดใจแข้งเมืองทองฯปรับตัวซ้อมได้ดีเยี่ยม

มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือป้ายแดง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เผยพอใจลูกทีมที่สามารถปรับตัวเข้าระบบได้เป็นอย่างดีในการฝึกซ้อม เชื่อแน่ว่าเกมเยือนโลิศ เทโร เอฟซีในวันอาทิตย์นี้ จะเป็นอีกเกมที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือป้ายแดงของทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการคุมทัพนัดแรกที่จะต้องนำลูกทีมออกไปเยือนโปลิศ เทโร เอฟซี หลังจากที่เข้ามารับงานคุมลูกทีมลงฝึกซ้อมตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ต.ค.63 ผ่านมา ว่า "พอใจกับการซ้อมของลูกทีม เพราะว่านักเตะเข้าใจ และปรับตัวกับระบบและวิธีการเล่นที่ตนเองต้องการได้อย่างรวดเร็ว มั่นใจว่าทีมจะพร้อมและดีที่สุดในเกมดังกล่าวแน่นอน

"ณ ตอนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการเล่น นักเตะมีความเข้าในเรื่องของระบบและแทคติกการเล่นที่ผม และดานโญ่ เซียก้า พยายามจะถ่ายทอดให้กับทุกคน ซึ่งพวกเขามีความกระหายที่จะเล่นอย่างมาก มันเป็นเรื่องที่ดีที่พวกเราสามารถปรับตัวเข้ากันได้อย่างรวดเร็วกับสิ่งที่ผมและทีมงานมอบให้ มันจะทำให้ทีมของเราพรอ้มที่สุดก่อนเกมไปเยือนโปลิศเทโร เอฟซี  แต่ผมบอกไม่ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่าเราจะทำให้เต็มที่และดีที่สุด หวังว่าจะเป็นผลงานที่น่าพอใจ "  

สำหรับทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ล่าสุดนั้นรั้งอยู่อันดับ 11 ของตาราง 8 นัดมีอยู่ 10 คะแนน จะต้องออกไปเยือนโปลิศ เทโร เอฟซี ทีมอันดับ 8 ของตาราง 9 นัดมี 15 แต้ม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น.

5 ข้อดีที่เมืองทองใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี้

หลังจากที่ กาม่า ทำทีม เมืองทอง แพ้ตราด ในเกมไทยลีกนัดล่าสุด กุนซือชาวบราซิล ก็ได้แยกทางจากทีมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานอย่างเดียวที่เขาตองรับผิดชอบ แต่ด้วยเรื่องของ สัญญาที่กำลังจะหมดลง ทำให้การลงจากตำแหน่งน่าจะดีกว่า 

ทันทีที่ กาม่า แยกทาง เมืองทอง ก็ได้ตั้ง มาราโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีมแทนทันที แน่นอนว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่า มาริโอ เหมาะสมไหม เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างที่เป็นขอดีของ การเลือก "อดีตเพลย์เมกเกอร์เลือดกิเลนของทีม" รายนี้คุมทัพ

1. มาริโอ มีความเป็นเมืองทอง

นับตั้งแต่เขาย้ายจาก เมทาลุช โดเนกส์ ในลีก ยูเครน มาสวมเสื้อกิเลนผยอง ตั้งแต่ปี 2012ยูรอฟสกี้ ก็แสดงให้เห้นถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม พาทีม เมืองทอง เป็นแชมป์มากมาย ทำให้ภาพจำของเขาที่มีกับแฟนบอลคือตอนที่ สวมเสื้อกิเลน แม้ว่าในช่วงปลายกาารค้าแข้ง จะโยกไปอยู่กับ ทรู แบงค๊อก แต่"ภาพจำ" ของเขาก็คือเมืองทอง อยู่ดี การตัดสินใจรับหน้าที่คุมทีมชุด ยู19 กิเลน จูเนียร์ หลังจาก แขวนสตั๊ด ร่วมกับ อดีตเพื่อนร่วมทีมหลายๆคน ที่เคยค้าแข้งกับเมืองทอง  ยิ่งทำให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ เมืองทองไปแล้ว

2. มาริโอ มีความทุ่มเท และรู้จักฟุตบอลไทย

ยามที่เป็นนักเตะเขาเล่นอย่างเต็มร้อยทุกนัด ทุ่มเทเพื่อสโมสร จนเป็นแบบอย่างของผู้เล่นไทย และต่างชาติภายในทีม ซึ่งคุณสมบัตินี้ ถูกนำมาชดเชยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิดในการคุมทีมในระดับสูง แต่ในเมื่อเมืองทอง เลือกที่จะใช้เลือดใหม่ในการสู้ศึกไทยลีก โค้ชรุ่นใหม่ที่ทุ่มเท ก็จำเป็นเหมือนกัน  และแฟนบอลเคยเห็นเขาทุ่มเทในสนามยังไง การคุมทีมก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เขาอยู่เมืองไทย มาประมาน 8 ปีแล้ว ซึ่งประสบการณ์ตอนเล่นไทยลีกสมัยค้าแข้ง น่าจะช่วยให้เขาไม่ต้องปรับตัวเยอะกับการคุมทีมในไทยลีก

3. มาริโอ รู้เรื่องราวของ เมืองทอง

การจะเลือกโค้ชสักคนเข้ามาคุมทีม หากไม่รู้แนวทางบิรหารของ สโมสร ต่อให้มีฝีมือก็ยากที่จะได้รับแรงซัพพอร์ต หนำซ้ำยังก่อให้เกิดความบาดหมางเกิดขึ้นได้ แต่ มาริโอ "ไม่ใช่" ในตอนที่เขาเป็นนักเตะ ก็ถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีม การทำงานกับผู้บริหารผ่านมาหลายคน โค้ชหลายคน และเพื่อนร่วมทีมอีกหลายกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องราวภายในสโมสรแห่งนี้ เขาเข้าใจไม่น้อยหน้าคนไหน และทำให้เป็นการดีที่จะเลือกใช้งาน นักเตะ วางแทกติค ให้เข้ากับขุมกำลังที่มี น่าจะทำให้เมืองทอง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้

4. มาริโอ ค่าเหนื่อยไม่สูงเกินไป

ในยุคที่ฟุตบอลไม่สามารถทำรายได้จากการเข้าสสนามได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ สโมสรจึงจำเป็นที่จะต้องเซฟรายจ่ายบางอย่าง ซึ่งหากเมืองทอง เลือกกุนซือใหม่เป็นชาวต่างชาติตามนโยบายของทีม น่าจะต้องเสี่ยงกับผลงานที่ไม่รู้จะดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงค่าเหนื่อยที่อาจจะแพงมากเกินไป ซึ่งการเลือกกุนซือหน้าใหม่ อย่าง ยูรอฟสกี้ ไม่ใช่เพียงแค่ค่าเหนื่อยไม่แพง แต่เขาทำงานในชุดเยาวชนของเมืองทอง อยู่แล้วถ้าผลงานในปีนี้ออกมาน่าพอใจ ติดท๊อปโฟร์ในเลกแรก เท่ากับว่า ทีมได้กุนซือเก่ง ที่ไม่ต้องจ่ายแพง นับเป็น "โชคสองชั้น"

5. มาริโอ จะทำให้ดาวรุ่งในทีมพัฒนา

ในการทำงานกับทีมชุดเล็กของเมืองทอง มาริโอ นำประสบการณ์ที่มีในสมัยเป็นนักเตะถ่ายทอดสู่รุ่นน้อง ซึ่งตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของทีมก็มีดาวรุ่งเล่นอยุ่หลายคน น่าจะทำให้เขาสามารถถ่ายทอดและเกิดการรับฟังได้ง่ายขึ้น โดยจะส่งผลดีกับเมืองทอง เองที่นักเตะพร้อมจะเรียนรู้ และโค้ชเองก็เพิ่มประสบการณ์ไปในตัว นับได้ว่าเป็น "เมืองทองนิวเจนเนอร์เรชั่น"ของจริง

นั่นเป็นข้อดีที่พอจะประเมินได้ว่า การที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีม มีข้อดีพอสมควร แม้ว่าประสการณ์จะยังไม่มี แต่ได้รับแรงซัพพอร์ตจากบอร์ดบริหาร ทีนี้ก็เหลือแค่ผลงานที่จะทำออกมาในตอนแข่งขันจริงเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

คล็อปป์เผยทำอะไรกับลูกทีมหลังพ่ายวิลล่า

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ หลังจากพ่าย วิลล่า ยับเยินแล้วนั้น ตนก็ส่งข้อความที่ยาวสุดๆ หาลูกทีม พร้อมบอกว่าพอได้ทำอย่างนั้นแล้วมันทำให้รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ
   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าตนพิมพ์ข้อความยาวเยื้อยและส่งหาบรรดาลูกทีมหลังจากที่ "หงส์แดง" แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ถึงแม้ฤดูกาลนี้ วิลล่า จะทำผลงานได้โดดเด่น แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะถึงขั้นชนะ ลิเวอร์พูล ที่เป็นแชมป์เก่าได้ แถม "สิงห์ผยอง" ยังชนะด้วยสกอร์ที่ขาดลอยอีกจนทำให้ ลิเวอร์พูล เสียประตูในลีกเป็น 11 ลูก ทั้งที่เพิ่งลงเล่นไปเพียง 4 นัด

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษว่า "คืนหลังจากจบเกมการแข่งขันมันไม่ใช่คืนที่ดีที่สุดในชีวิตของผม แต่พอถึงตอนเช้าผมก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ และรู้ดีว่าจำเป็นต้องพูดกับลูกทีมของผม แต่พวกเขาหลายคนไม่ได้อยู่กับทีม (หมายถึงไปรับใช้ทีมชาติ) ดังนั้นผมเลยส่งข้อความที่ยาวสุดๆ ไปให้พวกเขา มันเป็นข้อความที่ยาวมากๆ และเป็นการพูดถึงความคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น"

"หลังจากทำอย่างนั้นไปแล้วผมก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ เพราะมันถือเป็นการระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกไป พอทำแบบนั้นไปแล้วเราก็สามารถลืมอดีตพร้อมเดินหน้ากันต่อได้ และเราก็ทำอย่างนั้นได้จริงๆ ตอนนี้เรามาถึงจุดนี้กันแล้ว และเราก็มีเวลาเพียงพอในการรับมือกับมัน แน่นอนว่าคูณไม่อยากแพ้ และการแพ้ 2-7 มันก็ถือว่าเลวร้ายกว่าเดิมอีก แต่บางครั้งเราก็ต้องแสดงให้เห็นว่ามันสามารถเป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน"
 

คาร์ร่าแนะลิเวอร์พูลเลื่อนแผนปิดดีล1แข้งเร็วขึ้น

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ระบุ "หงส์แดง" ควรจะเลื่อนแผนมาปิดดีลกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เป็นภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ หลังจากเดิมทีเชื่อกันว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจในตัวเขาและคิดที่จะดึงเจ้าตัวมาร่วมทัพเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า
   
เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าอดีตต้นสังกัดของตนควรจะดึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมให้ได้เร็วขึ้น โดยควรจะทำให้อีกฝ่ายย้ายมายู่กับทีมตั้งแต่วันแรกของตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้เลย

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเจอกับปัญหาในตำแหน่งแผงหลังจากการที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กคนเก่งมีอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจนต้องพักเป็นเวลานาน และอาจจะถึงขั้นหมดสิทธิ์ลงเล่นไปตลอดทั้งซีซั่นนี้ ทำให้ตอนนี้เซนเตอร์แบ็กตามธรรมชาติที่พอมีประสบการณ์สูงกับการเล่นในระดับทีมชุดใหญ่ของพวกเขาเหลือเพียง โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป เท่านั้น

สำหรับ อูปาเมกาโน่ นั้น ทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ กับที่ ไลป์ซิก จนทำให้หลายทีมสนใจที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2023 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ไลป์ซิก จะยอมขายเขาเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าอยู่ดี

คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเดิมที ลิเวอร์พูล ต้องทุ่มเทเต็มที่กับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์หน้า แต่ตอนนี้ไม่ว่าเดิมทีเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าของพวกเขาจะเป็นใครน่ะ พวกเขาก็ต้องเลื่อนมาเป็นทำให้เสร็จภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ พวกเขาห้ามรอไปปิดดีลตอนจบเดือนมกราคมด้วย พวกเขาไม่ควรจะเสียเวลามากเกินไปในการเจรจากับสโมสรอื่น"

"ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งเป็นกองหลังวัยหนุ่มของ ไลป์ซิก ผมไม่รู้ว่าเขามีประวัติที่ดูดีเหมือน ฟาน ไดค์ รึเปล่า และที่จริงเขาก็อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศเท่าไหร่ด้วยจากการที่สูงเพียง 6 ฟุต 1 นิ้ว หรือ 6 ฟุต 2 นิ้ว แต่ถ้าเกิดเขาเป็นคนที่พวกเขาอยากได้มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ควรจะต้องเลื่อนแผนการซื้อเขาให้เร็วขึ้น"

"พวกเขาควรจะต้องยอมเสียเงินเพิ่มแล้วปิดดีลให้ได้ในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ลิเวอร์พูล ต้องลงเล่นเกมลีก 11 นัดโดยที่ไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คอยช่วยไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ควรพูดถึงเกี่ยวกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็คือใน 23 เกมหลังสุดของ ลิเวอร์พูล พวกเขาเก็บคลีนชีทได้เพียง 5 นัด และ ฟาน ไดค์ ก็ลงเล่นในทั้ง 23 นัดที่ว่า ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าต่อให้ ฟาน ไดค์ ลงเล่นได้แล้วทุกอย่างมันจะสมบูรณ์แบบ เราเห็นกันแล้วว่าพวกเขาเคยเสีย 7 ลูกในเกมกับ แอสตัน วิลล่า และยังมีเกมกับ ลีดส์ อีก (ลิเวอร์พูล ชนะ 4-3) แต่ผมก็คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่อยู่ดี"