ชอตไหน?โซลชาเผยความประทับใจแรกกับฟานเดอเบ็ค

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ชอตแรกที่ทำให้ตนถูกใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค คือตอนที่แข้งวัย 23 ปีกล้าขึ้นโขกเพื่อทำประตูให้ อาแจ็กซ์ ในตอนที่ตนนำ โมลด์ ไปเยือนทีมดังกล่าว เมื่อปี 2015 โดยชอตนั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นได้เลือดเลย พร้อมบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะช่วยทีมได้หลายอย่าง โดยเฉพาะการทำประตูจากแดนกลางที่ "ปีศาจแดง" กำลังต้องการอยู่พอดี

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าความประทับใจในตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ครั้งแรกของตนนั้น เกิดขึ้นในตอนที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์กล้าเล่นชอตเสี่ยงๆ เพื่อทำประตู ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2015-16 ที่ โมลด์ ทีมของตนในตอนนั้นบุกไปเสมอกับ อาแจ็กซ์ 1-1 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2015

เกมดังกล่าวเป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ โดยที่ อาแจ็กซ์ นำก่อนจากลูกโขกของ ฟาน เดอ เบ็ค ในนาทีที่ 14 ซึ่งจังหวะนั้นมิดฟิลด์ชาวดัตช์ถึงขั้นหัวชนกับผู้เล่นของ โมลด์ จนทำให้เลือดไหลออกมาด้วย โดยมันเป็นประตูแรกของ ฟาน เดอ เบ็ค กับทีมชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ เช่นกัน

โซลชา เผยว่า "ผมตามดู ดอนนี่ มาโดยตลอด เขาทำประตูแรกของเขาได้ในเกมที่เจอกับ โมลด์ ในเกม ยูโรปา ลีก เมื่อปี 2015 วันนั้นเราบุกไปเสมอที่ อัมสเตอร์ดัม อารีน่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อมาเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า) 1-1 และเขาก็ทำประตูจากลูกโขกที่ยอดเยี่ยมได้ ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการโขกกับเซนเตอร์แบ็กของผมด้วยน่ะนะ ดังนั้นก็ต้องบอกเลยว่าเขาเล่นด้วยความกล้าหาญสุดๆ เช่นกัน"

 "จังหวะนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นเกมอยู่เลย ดังนั้นผมเลยชอบทัศนคติที่ยอดเยี่ยมจนถึงขั้นมีผลต่อผู้อื่นด้วยแบบเขา ตอนนั้นเขายิ้มอย่างเริงร่า (ทั้งที่มีเลือดไหลออกมา) และเมื่อคุณเห็นนักเตะที่มีแรงผลักดันกับความมุ่งมั่นแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้สายตาของคุณต้องจับจ้องไปยงเขาเป็นธรรมดา ผมยังได้คุยกับ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยเล่นร่วมกับเขาด้วย คุณต้องใช้ประโยชน์จากคนที่คุณรู้จักและคนที่คุณเชื่อใจในการจับตาดูทัศนคติของนักเตะ"

"เขาเป็นนักเตะที่มีประโยชน์หลากหลาย, เป็นคนที่ฉลาด, มีเรี่ยวแรงล้นเหลือ และมีความกระตือรือร้นอย่างมากด้วย เขาพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลย เขาสามารถทำประตูได้ และเราก็ต้องการให้แผงกลางของเราทำประตูให้มากกว่านี้พอดี จริงอยู่ว่าบรรดากองหน้าของเราพอจะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน ส่วน บรูโน่ (แฟร์นันด์ส) ที่ย้ายมาอยู่กับทีมก็ทำประตูได้หลายลูกเช่นกัน แต่เราต้องการให้ทุกคนในทีมทำประตูให้ได้ เพราะที่ผ่านมาเราทำประตูได้ไม่มากพอสำหรับการที่จะไปลุ้นแชมป์แข่งกับทีมอื่นๆ เขาจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์ในการเล่นให้เรา เขาอ่านเกมได้ดีและเข้าใจเกมอย่างถ่องแท้ เขาสามารถมองเห็นช่องว่างและเข้าไปยังพื้นที่นั้นแบบถูกที่ถูกเวลาได้ การกะจังหวะของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ"

สื่อเผยโซลชาบอกซานโช่แล้วได้ย้ายซัมเมอร์นี้หรือไม่

ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์ แฉว่าไม่นานมานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด บอกกับ เจดอน ซานโช่ เองเลยว่าดีลมันใกล้ที่จะจบลงด้วยดีแล้ว แม้ว่ามันจะยืดเยื้อสุดๆ ก็ตาม โดยทั้งคู่ติดต่อหากันอยู่บ่อยๆ มาตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกกับ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่า "ปีศาจแดง" ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ "เสือเหลือง" ได้แล้ว และการย้ายทีมจะเกิดขึ้นในตลาดการเสริมทัพรอบนี้แน่นอน ตามรายงานของ ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์

เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา กาหัว ซานโช่ เป็นเป้าหมายการเสริมทัพที่สำคัญที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะมองว่าเกมรุกตรงริมเส้นของทีมยังไม่ดีเท่าที่ควร และดาวเตะทีมชาติอังกฤษก็ตอบโจทย์เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี หลังจากทำไป 35 ประตูกับ 44 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ 100 นัดในทุกรายการ

ทั้งนี้ ลือกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ ซานโช่ และตกลงเรื่องต่างๆ กับเอเยนต์ของแข้งชาวอังกฤษได้แล้ว แต่ปัญหาหลักในตอนนี้คือเรื่องค่าตัวเพราะ ดอร์ทมุนด์ ประกาศจุดยืนว่าจะยอมขายก็ต่อเมื่อได้ค่าตัว 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ "ปีศาจแดง" ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินให้ถึงระดับนั้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนของ ดอร์ทมุนด์ ก็มักจะให้สัมภาษณ์ในเชิงที่บอกว่าแข้งวัย 20 ปี จะอยู่กับทีมต่อไปแน่นอนด้วย

อย่างไรก็ตาม ดั๊กบลาเด็ต แฉว่าไม่นานมานี้ โซลชา บอกกับ ซานโช่ เองว่าการเจรจายังคงดำเนินการอยู่ และเขาจะได้มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน แต่ก็ยอมรับด้วยว่าการเจรจามันยุ่งยากพอตัว โดยสื่อเจ้าเดิมเสริมว่าทั้ง 2 คนติดต่อหากันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย

 

ส่องไลน์อัพสเปอร์สถ้าได้เบล-เรกีลอนเสริมทัพ

คาด 11 ตัวจริง สเปอร์ส หากได้ แกเร็ธ เบล กับ เซร์คิโอ เรกีลอน มาร่วมทีม หลัง "ไก่เดือยทอง" ประเดิมซีซั่นไม่สวยแพ้ เอฟเวอร์ตัน คาบ้าน

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกเป็นข่าวว่าใกล้ที่จะได้ แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ และ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายสแปนิช สองนักเตะ เรอัล มาดริด เข้ามาเสริมทัพในเร็วๆ นี้ 

"ไก่เดือยทอง" เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้ไม่ดีหลังเปิดบ้านแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส ต้องการเสริมทัพอีกก่อนปิดตลาดนักเตะในวันที่ 5 ต.ค. นี้

 หาก สเปอร์ส ได้ทั้ง เบล และ  เรกีลอน มาร่วมทีมจะทำให้ มูรินโญ่ สามารถใช้ระบบ 4-3-3 โดยหน้าตา 11 ตัวจริงน่าจะเป็นดังนี้

ผู้รักษาประตู

อูโก้ โยริส นายทวารทีมชาติฝรั่งเศส จะเป็นมือ 1 ของทัพ "ไก่เดือยทอง" โดยมี โจ ฮาร์ท กับ เปาโล กาซซานิก้า รับบทสำรอง

กองหลัง
 
แนวรับ 4 คนให้ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมประจำการแบ็กขวา ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กใช้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กับ ดาวินซอน ซานเชซ ส่วน เรกีลอน ยืนเป็นแบ็กซ้าย

กองกลาง

แผงมิดฟิลด์ 3 คนให้ ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ ยืนฝั่งขวา ขณะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก รับหน้าที่ตัดเกมตรงเกม ขณะที่ฝั่งซ้ายใช้ โจวานนี่ โล เซลโซ่

กองหน้า
 
แนวรุก 3 คนอาจให้ เบล ขยับมายืนฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นหน้าที่ของ ซน ฮึง-มิน โดยมี แฮร์รี่ เคน รับบทหน้าเป้า

 

 

“ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ปฏิวัติครั้งใหญ่เพื่อกลับมาผงาด

อีกหนึ่งทีมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สำหรับ "ช้างศึกยุทธหัตถี" สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ก่อตั้งสโมสร มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 ไต่ระดับจากโปรวินเชียลลีก จนมาถึง ไทยลีกสูงสุด ซึ่งนับไปนับมา พวกเขาโลดแล่นอยู่บนไทยลีก เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว ในฤดูกาล 2020

แต่ปรากฏว่า ระยะ 4 ปีหลังผลงานของช้างศึกทัพพระนเรศฯ ไม่ได้หาญกล้าเท่าใดนัก จบอันดับ 10 หรือต่ำกว่านั้น มาตลอดพักหลัง แม้ว่าในแต่ละปีจะมีแข้งชื่อดังพาเหรดเข้ามาสู่ทีมมากมาย แต่สุดท้ายด้วยฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา ทำให้ ผลงานที่เปรี้ยงปร้างสมัยขึ้นชั้นมาไทยลีกแรก เมื่อปี 2013 ดร็อปไปพอสมควร อีกทั้งฤดูกาลล่าสุด แฟนๆ หายใจแทบไม่ทั่วท้อง รอดตกชั้นแบบโชคช่วย เพราะพีทีที ระยองประกาศยุบทีม ส่งผลให้สุพรรณบุรีที่จบอันดับ 14 ตามตาราง อยู่รอดไทยลีกต่อไปชนิดที่บุญหล่นทับ

ปีนี้ อเดบาโย่ กาเดโบ้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่เป็นคนคุ้นเคยของสโมสร รับหน้าที่กุนซือต่อไป หลังจากปีที่แล้ว เข้ามากู้วิกฤตช่วงท้าย ซึ่งการทำทีมของกุนซือที่พูดไทยชัดปร๋อ เขาได้ปฏิวัติทีมครั้งใหญ่ เทรดแข้งที่โรยรา ออกจากทีมทั้งหมด ซื้อเข้ามาเสริมทัพยกทีม เพื่อหวังว่าจะพาสุพรรณบุรีกลับไป ณ จุดเดิม นั่นก็คือการคว้าตั๋วฟุตบอลถ้วยเอเชีย

ซึ่ง 4 เกมแรกในไทยลีก ก่อนเบรคโควิด-19 พลพรรคช้างศึกยุทธหัตถี ทำผลงานเซอร์ไพร์สมากๆ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 7 คะแนน โดยผลงานที่เข้าตามากสุด คือ การยันเสมอ เชียงราย ยูไนเต็ด แชมป์เก่าได้ 2-2 ทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าหากรักษาฟอร์มดีๆ กับ 11 เกมที่เหลือโควต้า เอซีแอล พวกเขามีหวังจะสร้างความเซอร์ไพร์สก็เป็นได้
 
"เรามีบทเรียนจากปีที่แล้ว จาก 4 นัดที่ผ่านมา น่าจะทำให้ทุกทีมรู้สึกเซอร์ไพรส์กับผลงานที่เกิดขึ้น แต่ผมเชื่อว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้"  อเดบาโย่ กาเดโบ้ ให้สัมภาษณ์ถึงผลงาน ช่วงออกสตาร์ท ที่ลบคำสบประมาทได้อย่างมาก

ส่วนเป้าหมายแรกของสุพรรณบุรี ในการทวงศรัทธาแฟนบอล และความยิ่งใหญ่ให้เหมือนเมื่อในอดีต ตอนขึ้นมาไทยลีกแรกๆ ก็ อเดบาโย่ บอกว่า นั่นคือ การได้ตั๋วเอซีแอล ที่ครั้งหนึ่ง สมัยเป็นนักเตะค้าแข้งกับ บีอีซี เทโรศาสน ตัวเขาเคยเป็นถึงรองแชมป์ถ้วยสโมสรเอเชียมาแล้ว นั่นเอง

"เรามีนักเตะที่พร้อม ทุกคนแข็งแกร่งและพร้อมที่จะสู้ เป้าหมายของเราคือสู้ทุกนัด ทุกทีม ไม่ว่าเจอใคร ทุกคนต้องการพาสุพรรณบุรีกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง สมัยเป็นนักเตะ ผมได้ไปเล่นเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก มาตลอด วันนี้ในฐานะโค้ช ลึกๆ ก็อยากพาสุพรรณบุรีไปเล่นบอลเอเชียให้ได้เช่นกัน"

แม้ว่าจะกระแสในการไล่ล่าตั๋วเอซีแอล จะเทไปบรรดายักษ์ใหญ่ ซึ่งแน่นอน สุพรรณบุรี ถูกมองข้ามและเป็นม้านอกสายตา แต่อย่างไรแล้ว การที่พวกเขาไม่ได้ถูกคาดหวังเหมือนสมัยก่อน ก็ส่งผลดี ทำให้ความกดดันลดน้อยลงไป อีกทั้งไม่มีคู่แข่งมาคอยจับตามอง รวมถึงพยายามทำงานหนักของตัวเอง เพื่อเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ บวกกับความเชื่อมั่น มันจะส่งต่อเป็นพลังขับเคลื่อนให้พวกเขาเดินหน้าอย่างมั่นคง จุดหมายคือ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ อเดบาโย่ ก็ศรัทธาในขุมกำลังนักเตะมากๆ โดยเขาบอกทิ้งท้าย แบบมั่นใจว่า "ผมเชื่อในลูกทีมของผม เราพร้อมที่จะลุ้นโควต้าตรงนี้เช่นกัน"

ซานโช่จ่าย-ฮาแลนด์จัดสอง! ดอร์ทมุนด์เริ่มลีกหรูถลุงกลัดบัค

"เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ เก็บชัยชนะนัดเปิดลีกสวยหรู "ซานโช่-ฮาแลนด์" มีส่วนร่วมสร้างสกอร์ให้ทีมถล่ม "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค 3-0 ในการแข่งขันศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน นัดเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา

สนาม : ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค

     ศึกฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน นัดเปิดฤดูกาล 2020-21 คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์ลีกซีซั่นก่อน ผลงานล่าสุดศึกเดเอฟเบ โพคาล ถล่มคู่แข่งต่ำดิวิชั่นยับ ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์เจ้าบ้าน กำชับลูกทีมเล่นให้ดี ส่งผู้เล่นระดับพระกาฬครบทั้ง "ซานโช่-ฮาแลนด์" พร้อมใส่ "จู๊ด เบลลิงแฮม" สนับสนุนเกมรับมือ "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ที่โชว์ความโหดบอลถ้วยมาเหมือนกัน มาร์คุส โรเซ่ กุนซือทีมเยือน พักหัวหอกอย่าง "อเลสซาน เพลอา" เป็นสำรองมีจอมทัพ "ลาร์ส ชตินเดิล" สร้างสรรค์เกม

     เจ้าถิ่นบุกนาทีที่ 21 เจดอน ซานโช่ วางลูกฟรีคิกกลางสนามระยะเกือบ 30 หลาเยื้องมาทางขวา บอลโด่งมาในเขตโทษ ก่อนเป็น เออร์ลิง ฮาแลนด์ สปีดหนีแนวรับทีมเยือนโหม่งบอลแต่เบากระเด้งเข้ามือนายด่านกลัดบัค

     ถัดมานาทีที่ 22 เฟลิกซ์ พัสส์ลัค ดีดบอลขึ้นหน้าทิ้งให้ เออร์ลิง ฮาแลนด์ วิ่งเบียดกับ นิโค่ เอลเวดี้ และเป็นหัวหอกเสือเหลืองเอาชนะแย่งบอลไปซัดตรงเขตโทษด้านซ้าย ทว่ากองหลังทีมเยือนตามมาขวางบอลออกหลังไป

     ทีมเยือนเกือบนำนาทีที่ 32 โยนาส โฮฟมันน์ ลากบอลมาในเขตโทษ จ่ายย้อนมาให้ โฟลเรียน นอยเฮาส์ กระดกบอลทำชิ่งกัน ก่อนเป็น โยนาส โฮฟมันน์ หลุดไปจิ้มบอลลอดขา มานูเอล อคานจี กองหลังเจ้าบ้าน แต่ว่า โรมัน เบือร์กี้ วิ่งออกมาใช้เท้าบล็อกจังหวะแรก แล้วเอามือปัดซ้ำให้บอลพ้นวิถี ก่อนแนวรุกสิงห์หนุ่มจะตามมายิงซ้ำ

     เสือเหลืองเฮลั่นนาทีที่ 35 เอ็มเร่ ชาน เติมสูงมาทางขวาโยนบอลเข้าเขตโทษ นิโค่ เอลเวดี้ แนวรับทีมเยือน สกัดไม่ดีเข้าทาง จู๊ด เบลลิงแฮม ทิ่มบอลทันทีให้ โจวานนี่ เรย์น่า ซัดหักข้อจากเขตโทษฝั่งขวาเสียบตาข่ายที่เสาสอง

     ต่อมานาทีที่ 41 เอ็มเร่ ชาน ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา หยอดบอลมาที่ เจดอน ซานโช่ วิ่งสอดมาสะบัดโหม่ง บอลลอยหวิดเข้าประตูแต่โด่งไปเช็คเหลี่ยมคานด้านบน ออกหลังไปแทน

     สิงห์หนุ่มชวดเจ๊านาทีที่ 43 สเตฟาน ไลเนอร์ กระชากบอลจากสนามด้านขวา ตัดเข้ามาตรงวงกลมหน้ากรอบเขตโทษ ตัดสินใจซัดไกล บอลพุ่งหากรอบแต่มือกาวเสือเหลืองปฎิกิริยาดีอยู่ถูกที่ปัดทิ้งข้ามคานไปได้

     เจ้าถิ่นทิ้งห่างนาทีที่ 54 โจวานนี่ เรย์น่า เลี้ยงบอลจากกลางสนามเข้าเขตโทษด้านซ้าย ก่อนโดน รามี่ เบนเซไบนี่ ทิ้งตัวแหย่ขาสกัดล้มลง กรรมการขอดูวีเออาร์ ชี้ไปที่จุดโทษ และเป็น เออร์ลิง ฮาแลนด์ กระหน่ำลูกแรกซีซั่นนี้สำเร็จ

     เสือเหลืองเดินเครื่องนาทีที่ 55 เออร์ลิง ฮาแลนด์ ไหลบอลจากริมเส้นด้านขวา บอลมาที่หน้ากรอบเขตโทษ เจดอน ซานโช่ แทงบอลเร็วให้ โจวานนี่ เรย์น่า หลุดเข้าไปยิงแต่บอลไปถูก ยาน ซอมเมอร์ เซฟไว้แต่ยังกลิ้งมาเข้าทาง เฟลิกซ์ พัสส์ลัค หวดซ้ำทว่ามี โฟลเรียน นอยเฮาส์ ลงไปยืนคุมเส้นเตะทิ้งออกมาได้ทัน

     และแล้วนาทีที่ 78 เจดอน ซานโช่ เลี้ยงบอลจังหวะโต้กลับเร็วมาทางกลางสนาม ก่อนจ่ายตัดหลังแนวรับทีมเยือนไปที่ เออร์ลิง ฮาแลนด์ วิ่งฉีกมาซัดบอลตรงเขตโทษด้านซ้ายบอลผ่านมือ ยาน ซอมเมอร์ นายด่านกลัดบัคเข้าไปอีกเม็ด จบเกม ดอร์ทมุนด์ ถล่ม มึนเช่นกลัดบัค 3-0 เก็บชัยชนะนัดเปิดลีกสวยหรู

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ดอร์ทมุนด์ (3-4-1-2): โรมัน เบือร์กี้,เอ็มเร่ ชาน,มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์,มานูเอล อคานจี,โธมัส เมอนิเย่ร์,อักเซล วิตเซล,จู๊ด เบลลิงแฮม (โทมัส เดลานีย์ น.67),ธอร์กกาน อาซาร์ (เฟลิกซ์ พัสส์ลัค น.19),โจวานนี่ เรย์น่า (ยูเลี่ยน บรันด์ท น.79),เจดอน ซานโช่ (มาร์โก รอยส์ น.79),เออร์ลิง ฮาแลนด์

มึนเช่นกลัดบัค (3-4-1-2): ยาน ซอมเมอร์,นิโค่ เอลเวดี้,มัทธิอัส กินเทอร์,รามี่ เบนเซไบนี่,สเตฟาน ไลเนอร์,คริสโตฟ คราเมอร์,โฟลเรียน นอยเฮาส์,ออสการ์ เวนด์ท (พาทริค แฮร์มันน์ น.70),โยนาส โฮฟมันน์,ฮันเนส โวล์ฟ (มาร์คุส ตูราม น.57),ลาร์ส ชตินเดิล (อเลสซาน เพลอา น.57)

คล็อปป์ว่าอย่างไรเรื่องเกมรับรั่วเสีย 3 ประตู

เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูเหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรมากเกี่ยวกับเกมรับของ ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะเสียถึง 3 ประตูในเกมเปิดซีซั่น ที่ทีมเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

"แชมป์เก่า" ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีก โดยถึงแม้เกมรุกจะทำได้ถึง 4 ประตู แต่เรื่องเกมรับเป็นคำถามว่าพวกเขาหละหลวมเกินไปหรือเปล่าที่เสียประตูในเกมเดียวถึง 3 ลูก

โดยทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ‘หงส์แดง’ เองก็ได้ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นกังวลมากเท่าไหร่ พร้อมกระตุ้นให้ทีมพัฒนาต่อไป

"ผมไม่ได้มองว่าเราเจอความยุ่งยากอะไรเรื่องเกมรับเลยนะ ในแนวทางการเล่นของพวกเขาน่ะ เราไม่มีทางป้องกันได้ 100% ตลอดเวลาหรอก" นายใหญ่เลือดด๊อช์ท เผย

"ประตูแรก ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งอยู่ลึกกว่าคู่ เซนเตอร์แบ็ก ซึ่งมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ประตูที่สองผมคิดว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่าง เฟอร์กิล (ฟาน ไดค์) และ อลีสซง ซึ่งมันเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ผมไม่คิดว่าเราจะเจอแบบนี้บ่อยๆ หรอก ส่วนประตูที่สาม​ เราเพิ่งเปลี่ยนตัว​ก่อนหน้านั้นไม่นาน​ แล้ว​จากจังหวะทุ่ม​ เราไม่ขยับตาม,​ เสียสมาธิ, เปิดช่องว่างให้พวกเขาฝ่าแนวรับเข้ามา​" "

"ดังนั้น ในเรื่องเกมรับ มันต้องมีการอธิบาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแก้ตัวอะไรหรอกนะ เมื่อ 4 วันก่อน แนวรับทั้ง 4 คนไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติฮอลแลนด์ และทีมชาติสกอตแลนด์"

"ทีมชั้นนำทั้งหมด มีการเล่นเกมรับที่แตกต่างกันออกไป ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ และมันก็ไม่ควรจะมาตัดสินในช่วงต้นฤดูกาล"

"หลายคนพูดกันว่าพวกเขาเล่นกันมากว่า 500 นัด แต่เรื่องของเกมรับไม่ได้ง่ายเหมือนการขี่จักรยาน คุณต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ยังมีช่องว่างเพื่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น"

สาหัส!แลมพาร์ดรับ4แข้งชวดฉะลิเวอร์พูล

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ก้มหน้ารับ เบน ชิลเวลล์, คริสเตียน พูลิซิช, ฮาคิม ซิเย็ค และ ติอาโก้ ซิลวา จะไม่พร้อมลงเล่นในเกมกับ ลิเวอร์พูล แต่ ติโม แวร์เนอร์ มีความฟิตที่น่าพอใจจนพร้อมช่วยทีม

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เปิดเผยว่า เบน ชิลเวลล์, คริสเตียน พูลิซิช, ฮาคิม ซิเย็ค และ ติอาโก้ ซิลวา จะอดช่วยทีมในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ทีมของตนมีคิวเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เจอกับ ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้

4 คนดังกล่าวต่างก็ไม่มีชื่อในเกมแรกของฤดูกาลนี้ที่ เชลซี บุกไปชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาไปแล้วหลังจากที่พวกเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ซึ่งตอนแรกบางฝ่ายมองว่าพวกเขาอาจจะหายทันช่วยทีมในนัดสำคัญกับ ลิเวอร์พูล

แลมพาร์ด เผยว่า "เบน ชิลเวลล์ ไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ คริสเตียน พูลิซิช ก็ไม่พร้อมเหมือนกัน เราหวังว่าพวกเขาจะซ้อมได้และมีอาการดีขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ ฮาคิม ซิเย็ค เองก็ยังไม่พร้อมเหมือนกัน ส่วน ติโม แวร์เนอร์ มีความฟิตที่ดี"

พอโดนถามเพิ่มว่า ซิลวา พร้อมลงเล่นหรือไม่ แลมพาร์ด ก็ตอลบว่า "เขา (ซิลวา) ซ้อมกับเรามา 3 หรือ 4 วันแล้ว เรากำลังทำงานเรื่องสภาพความฟิตของเขาอย่างเต็มที่ แต่เกมกับ ลิเวอร์พูล ยังถือว่าเร็วเกินไปสำหรับเขา"

กุนซือเชียงรายฯปลื้มผลงาน”โชติภัทร”เผยยืนตัวจริงยาวๆ

มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ชื่นชม "โชติภัทร พุ่มแก้ว" บอกตัวจริงยาวๆ ส่วนเรื่อง "ชาช่า" จะลงเมื่อไหร่ ขอเก็บไว้เป็นความลับ!

ภายหลังจากที่ "กว่างโซ้ง" สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชัยเหนือ พีที ประจวบ 1-0 ในศึกไทยลีก2020-21 นัดที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.63 โดยได้ประตูชัยจากลูกโขกของ โชติภัทร พุ่มแก้ว น.31 นั้น

ล่าสุด มาซามิ ทากิ กุนซือใหญ่ สิงห์ เชียงราย เปิดเผยหลังเกมว่า "เกมนี้เป็นเกมที่เรารวมตัวกันมา 2 เดือน ในการเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับมาเล่น ซึ่งทุกคนตั้งใจเล่น ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ตามเป้า
พร้อมกันนั้น มาซามิ ทากิ ยังได้พูดถึงผลงานของ โชติภัทร พุ่มแก้ว ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในเกมนี้ว่า

"เขาพัฒนาขึ้นในทุกๆวันในการมาซ้อม และเกมกับพีที ประจวบ ทำให้เรามั่นใจว่า เขาจะสามารถขยับมาเป็นผู้เล่นตัวจริงได้เรื่อยๆ และเชื่อว่าเขาจะทำผลงานได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ"

"โดยเกมต่อไปที่จะบุกไปเยือน นครราชสีมา มาสด้า  คงไม่ใช่งานง่าย เขาเป็นทีมที่มีผู้เล่นที่ดีทีมหนึ่ง  ต้องมาดูว่าจะวางแผนอย่างไร ส่วนเรื่องที่ว่า จาจ้า กองหน้าตัวใหม่ของเราจะลงสนามเมื่อไหร่ เรื่องนี้ขอเก็บไว้เป็นความลับสุดยอดของเรา จริงๆถ้ารูปเกมกับ พีที ประจวบ เป็นอย่างที่หวังไว้ เราอาจจะได้เห็น ชาช่า แน่นอน"

ดอนนี่ลงโชว์,แนวรุกฟูลทีม!คาดการณ์11ตัวจริงแมนยูเกมเปิดซีซั่นฉะพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมรูดม่านเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21 อย่างเป็นทางการในค่ำคืนวันเสาร์นี้ โดยจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่เปิดหัวซีซั่นได้แจ่มไม่น้อย ด้วยการสอย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะต้องเช็คความฟิตนักเตะหลายคน แต่ก็น่าจะจัดทีมที่แข็งแกร่งลงฟัดกับ "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้ เพื่อลุ้นเก็บ 3 คะแนนประเดิมซีซั่นใหม่ และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับเกมคืนวันนี้ ซึ่งคาดการณ์โดยเว็บไซต์ theunitedstand.com (ระบบ 4-2-3-1)

– ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
ยังไงตำแหน่งโกลตัวจริงก็หนีไม่พ้น เด เคอา ถึงแม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มได้สุดยอดระหว่างยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อซีซั่นก่อนก็ตาม

– แบ็กขวา : อารอน วาน-บิสซาก้า
หากไม่เดี้ยงหนัก หรือมีปัญหาอะไรกวนใจ แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงไปเลยสำหรับ วาน-บิสซาก้า

– เซนเตอร์แบ็ก : วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ
ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังๆ ดูไม่ค่อยดี แถมล้ามาจากการกลับไปเล่นให้ทีมชาติสวีเดน แต่ ลินเดอเลิฟ ก็น่าจะพร้อมลงเป็นตัวจริงในเกมเปิดซีซั่นคืนนี้

– เซนเตอร์แบ็ก : แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ยังคงเป็นกำลังสำคัญในแนวรับที่ทีมขาดไม่ได้ และคืนนี้ถึงเวลาที่กัปตัน แม็กไกวร์ ต้องเรียกศรัทธาจากแฟนบอล หลังไปก่อเรื่องฉาวที่ประเทศกรีซ
 – แบ็กซ้าย : ลุค ชอว์
ฟิตสมบูรณ์ พร้อมสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้ายแน่นอน

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : เนมานย่า มาติช
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต และน่าจะครองตำแหน่งตัวจริงในเกมนี้ หลังมีผลงานดีตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค
ด้วยการที่ ปอล ป็อกบา ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ทำให้มีโอกาสสูงมากๆ ที่แข้งใหม่อย่าง ฟาน เดอ เบ็ค จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงให้บรรดาสาวก "ปีศาจแดง" ได้ยลฝีเท้า
 
 – มิดฟิลด์ตัวรุก : บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ได้ลงปั้นเกมรุกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน สำหรับ "เดอะ แบก" ชาวโปรตุกีส 
 
 – ปีกขวา : เมสัน กรีนวู้ด
ถึงแม้ไม่ใช้ปีกขวาโดยธรรมชาติ แต่ กรีนวู้ด น่าจะยังคงถูกเลือกเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้มากกว่า แดเนี่ยล เจมส์ หลังทำผลงานได้ดีในซีซั่นก่อน

 – ปีกซ้าย : มาร์คัส แรชฟอร์ด
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงชัวร์ สำหรับ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี

 – กองหน้าตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
อาจจะต้องเช็คความฟิต แต่ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ดาวยิงเฟร้นช์แมนวัย 24 ปี ที่กระทุ้งไป 23 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 
   

คล็อปป์เลือดออกซิบๆ ! เปิดมูลค่า 11 ตัวจริง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล เกมเปิดซีซั่น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพิ่งจะออกมาพูดแซะเรื่องการใช้เงินมหาศาลในการลงทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพของ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคำกล่าวของ กุนซือชาวเยอรมัน จะกลายเป็นดาบสองคมที่ฟาดฟันใส่ตัวเองจนเป็น

"สิงโตน้ำเงินคราม" กลายเป็นทีมพ่อมหาบุญทุ่มที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยพวกเขาทุ่มเงินเต็มที่ในการสร้างทีมใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ด้วยการคว้านักเตะชั้นดีมาร่วมทัพได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา

จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลทำให้ คล็อปป์ อดใจไม่ไหวต้องออกมาพูดพาดพิงเรื่องการใช้เงินสร้างทีม ในขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บูลส์" ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมสตาฟฟ์ "หงส์แดง" หลังเคยใช้ผรุสวาจาในเกมลีกช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ออกมาตอบโต้ว่า "เดอะ เร้ดส์" ก็เคยทำแบบนี้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าคำพูดของ "แลมพ์ส" จะเป็นความจริง เพราะเมื่อมองจาก 11 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในเกมเปิดซีซั่น 2020/2021 เห็นได้ชัดว่าตัวเลขค่าตัวนักเตะทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีมูลค่าน้อยกว่าเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัยถึง 46 ล้านปอนด์ (ราว 1,748 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ลองเช็คจากรายชื่อ 11 นักเตะของ เชลซี ในเกมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ที่สนามเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้นทุกของพวกเขาอยู่ที่ 307 ล้านปอนด์ (ราว 11,666 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ปลุกปั้นขึ้นมามีศักยภาพที่จะยึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ

ขณะที่ 11 ผู้เล่นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เฉือน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวรุ่งเลือดผู้ดีเท่านั้นที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าตัว เพราะเป็นนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน ส่วนที่เหลือมีมูลค่ารวมถึง 353 ล้านปอนด์ (ราว 13,414 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามหากมองเพียงแค่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ลงทุนควักกระเป๋าเพียงแค่ 11.75 ล้านปอนด์ (ราว 446.5 ล้านบาท) คว้าตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาร่วมทีมเท่านั้น สวนทางกับ เชลซี ที่ทุ่มเงินไปกว่า 230 ล้านปอนด์ (ราว 8,740 ล้านบาท) รวมไปถึงนักเตะที่ได้มาแบบฟรีๆ อย่าง ซิลวา และ มาล็อง ซาร์  (ส่งเล่นยืมตัว)

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนไปหาก เชลซี สามารถส่ง ซิเย็ค กับ ชิลเวลล์ ลงสนามเป็นตัวจริงได้ และนั่นคงมีความเป็นไปได้ที่ 11 ผู้เล่นชุดใหญ่ของพวกเขาจะมีต้นทุนที่แพงกว่าลิเวอร์พูล

11 ตัวจริง เชลซี เกมพบ ไบรท์ตัน

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 70 ล้านปอนด์ (ราว 2,660 ล้านบาท)

กองหลัง : มาร์กอส อลอนโซ่ 23 ล้านปอนด์ (ราว 874 ล้านบาท), รีซ เจมส์(ฟรี) , คูร์ท ซูม่า  12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) , อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ฟรี)

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท), จอร์จินโญ่ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ,ไค ฮาแวร์ทซ์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), รูเบน ลอฟตัน-ชีค (ฟรี) , เมสัน เมาน์ท (ฟรี)

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ 48 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท)

11 ตัวจริงเกม ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์ 67 ล้านปอนด์ (ราว 2,546 ล้านบาท)

กองหลัง : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 8 ล้านปอนด์ (ราว  304 ล้านบาท), โจ โกเมซ 6 ล้านปอนด์ (ราว 228 ล้านบาท), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ฟรี)

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) , นาบี เกอิต้า 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท)

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 29 ล้านปอนด์ (ราว 1,102 ล้านบาท), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท)