คูตี้กลับบาร์ซ่าช่วยลิเวอร์พูลได้เงิน184ล้าน

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงเชียร์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้ลงสนามให้กับ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นใหม่ เพราะจะช่วยทำให้ "หงส์แดง" ได้โบนัสอีกราว 184 ล้านบาท

ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสจะได้เงินโบนัสอีก 4.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 184.5 ล้านบาท) หลัง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค กลับไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2020/21 ตามรายงานจาก สปอร์ต สื่อกีฬาของสเปน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

อนาคตของ คูตินโญ่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังไม่สามารถแจ้งเกิดกับ บาร์เซโลน่า  จนทำให้ซีซั่น 2019/20 โดนปล่อยมาเล่นแบบยืมตัวกับ บาเยิร์น แต่ "เสือใต้" ตัดสินใจไม่ซื้อขาดหรือยืดสัญญายืมตัว จนทำให้เจ้าตัวต้องกลับถิ่น คัมป์ นู

คูตี้ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวรวมโบนัส 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,822 ล้านบาท) และ "บาร์ซ่า" มีข้อตกลงว่า จะต้องจ่ายเงินให้ "หงส์แดง" 4.5 ล้านปอนด์ ต่อการลงเล่นให้ทีมทุกๆ 15 นัดไปจนครบ 90 เกม และจนถึงเวลานี้ คูตินโญ่ ลงสนามไปแล้ว 76 เกม

ขณะที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะให้โอกาส คูตินโญ่ ได้พิสูจน์ตัวเองกับทีมในยุคของเขา หลังจาก อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลหน้า

 

โอบาเมยองต่อสัญญาอาร์เซน่อล-ค่าเหนื่อยเยอะสุด

"เดอะ กันเนอร์ส" ได้เฮดังๆ หลัง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล เรียบร้อย พร้อมรับค่าเหนื่อยในระดับสูงสุดของสโมสร

อาร์เซน่อล ประกาศยืนยันเมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมยอง กองหน้ากัปตันทีม จรดปากกาต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ออกไปจนถึงปี 2023 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่สื่อเมืองผู้ดีทั้ง มิร์เรอร์, เดลี่ เมล และ เดอะ ซัน รายงานว่า โอบาเมยอง จะได้ค่าเหนื่อยในสัญญาใหม่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.3 ล้านบาท) สูงสุดในทีมเท่ากับ เมซุต โอซิล อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมัน

ทั้งนี้ โอบาเมยอง ซึ่งย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล ไปแล้วทั้งสิ้น 111 นัด ทำได้ 72 ประตู

10 อันดับนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของ อาร์เซน่อล

1.  ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมยอง         350,000 ปอนด์
2. เมซุต โอซิล            350,000 ปอนด์
3. วิลเลี่ยน            220,000 ปอนด์
4.  อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์         182,000 ปอนด์
5. นิโกล่าส์ เปเป้            140,000 ปอนด์
6. ดาวิด ลุยซ์            125,000 ปอนด์
7. เอคตอร์ เบเยริน            110,000 ปอนด์
8.  เซอัด โคลาซินัช             100,000 ปอนด์
9. แบรนด์ เลโน่            100,000 ปอนด์
10. กรานิต ชาคา            100,000 ปอนด์

 

 

“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

แข้งไทยผลงานเยี่ยมติดมา 7 นำทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่5

หลังจากพักเบรคโควิดไปหลายเดือนในที่สุดฟุตบอลไทยลีกก็ได้กลับมาแข่งขันกันต่อในแมตช์ที่ 5 และนี่คือรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์
ผู้รักษาประตู : พีระพงษ์ เรืองนินท์ (สุโขทัย เอฟซี)

หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ สุโขทัย เอฟซี คว้าชัยชนะในแมตช์รีสตาร์ทต้องยกให้ พีระพงษ์ ที่สามารถป้องกันลูกยิงของ เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้หลายครั้ง และนอกจากนี้ประตูชัยที่ทีมได้ก็มาจากจังหวะที่เจ้าตัวออกบอลเร็วให้ อิ๊บสัน เมโล่ หลุดไปดวลกับเกมรับ กิเลนผยอง ก่อนพังประตูชัยในที่สุด

กองหลัง : นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (สุโขทัย เอฟซี)

ในเกมกับที่พบกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถือได้ว่า นุกูลกิจ คือหัวใจสำคัญในแนวรับของ ค้างคาวไฟ ด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งการตามประกบศูนย์หน้าอย่าง แดร์เลย์ ก็ทำได้ดี นอกจากนี้การยืนตำแหน่งก็ยอดเยี่ยมบล็อกลูกยิงของแนวรับ กิเลนผยองไว้หลายครั้ง และที่จะเห็นได้ชัดคือการเคลียร์บอลจากเส้นประตูจนทำให้ทีมเก็บคลีนชีตไปในที่สุด

กองหลัง : เอเลฟ วิเอรา ซานโตส (สุพรรณบุรี เอฟซี)

สำหรับ ซานโตส ถือว่ามีการยืนปักหลักคุมแผงหลังของสุพรรณบุรีได้อย่างแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยทีมเก็บคลีนชีตในเกมกับ สวาทแคท ได้สำเร็จ แม้ว่าทีมจะเสียปราการหลังกัปตันทีมอย่าง เจ้าเชน จากอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่งก็ตาม

กองหลัง : ทัตซูยะ ซาไก (สมุทรปราการ ซิตี้)

ทัตซูยะ ปราการหลังเลือดซามูไรช่วยทีมให้รอดพ้นจากการเสียประตูเอาไว้ได้หลายครั้ง อีกทั้งยังมีจังหวะเข้าสกัดบอล และทำลายเกมของทีมเยือนอย่าง ระยอง เอฟซี จนสามารถช่วย เขี้ยวสมุทร เก็บคลีนชีต และเป็นชัยชนะนัดแรกในซีซั่นนี้ของ สมุทรปราการ อีกด้วย

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มการเล่นได้โดดเด่นมากๆ สำหรับ โชติภัทร พุ่มแก้ว โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางฝั่งขวา สามารถป่วนแนวรับ ต่อพิฆาต ได้อย่างน่ากลัว แถมเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นผู้โขกประตูชัยช่วย สิงห์ เชียงราย เอาชนะ พีที ประจวบ 1-0 อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ในเกมกับ การท่าเรือ แม้จะมีปัญหาเรื่องไฟสนามดับช่วงท้ายเกม แต่หากพูดถึงภาพรวมตลอดทั้งเกมแล้วนั้นต้องยกให้ เจ้ามิกกี้ คือหนึ่งแข้งที่โดดเด่นมาก แม้จะไม่ได้ทำประตู แต่ก็มีโอกาสสร้างสรรประตูได้หลายครั้ง และเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ ปฐมพล มีพื้นเล่นเจ้าตัวก็จะโชว์ทักษะการเลี้ยงบอลป่วนแนวรับ สิงห์ เจ้าท่า ได้อย่างดุดันสุดๆ

กองกลาง : ปานเดชา เงินประเสริฐ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

โดดเด่นไม่น้อยสำหรับ ปานเดชา เงินประเสริฐ ในเกมกับ นครราชสีมา มาสด้าฯ กับการคุมแดนกลางของ สุพรรณบุรี เล่นทั้งเกมรุกและรับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นคนที่ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำก่อน 1-0 ด้านเกมรับก็โดดเด่นไม่แพ้กันสามารถตัดเกม และทำลายจังหวะเกมรุกของ โคราช ไว้ได้ตลอดทั้งเกมด้วยเช่นกัน

กองกลาง : สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ผลงานเกมนี้ สุริยา ถือว่าเป็นอีกแข้งที่โดดเด่นของ สิงห์ เชียงราย การเติมเกมรุกทางด้านซ้ายถือว่าทำได้ดี มีโอกาสคลอสบอลสวยๆ ให้เพื่อนลุ้นพังประตูอยู่หลายจังหวะ เรื่องเกมรับเมื่อต้องมาเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ก็ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดการขึ้นเกมของ วิลเลี่ยม ไว้อยู่หมัดเลยทีเดียว

กองหน้า : อิ๊บสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)

นอกจากจะเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ สุโขทัย คว้าชัยชนะเหนือ เอสซีจี เมืองทองฯ แล้วนั้น ตลอดทั้งเกม อิ๊บสัน เมโล่ ก็มีจังหวะยิงอยู่หลายครั้ง แถมยังปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนอยู่ตลอดทั้งเกมอีกด้วย

กองหน้า : กษิเดช เวทยาวงศ์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ฟอร์มเด่นเข้าตาไม่น้อยสำหรับ กษิเดช เวทยาวงศ์ กับการมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตูที่สุพรรณบุรีเอาชนะโคราช 2-0 โดยหนึ่งในนั้นคือการแหวกสามแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงประตูปิดเกมสุดสวย และนอกจากนี้ตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อน พร้อมกับมีการหาจังหวะบวกสกอร์เพิ่มให้กับตัวเองอีกหลายจังหวะด้วยกัน

กองหน้า : แฮร์ลิสัน ไคออน (ชลบุรี เอฟซี)

ไคออน สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อมีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่ ฉลามชล ได้ในเกมที่เฉือนเอาชชนะ ตราด เอฟซี 3-2 โดยดาวยิงบราซิลเลี่ยนทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ

คอนเฟิร์ม!บาร์เซโลน่ายันกรีซมันน์โยกสวมเสื้อเบอร์7

อ็องตวน กรีซมันน์ หัวหอกจอมลีลา บาร์เซโลน่า ได้ย้ายไปสวมเสื้อเบอร์ 7 อย่างเป็นทาการแล้ว ส่วนเจ้าของคนเก่าอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังไม่มีการเปิดเผย

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมาว่า อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าดาวดังชาวฝรั่งเศส ได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 17 ไปเป็นเบอร์ 7 เรียบร้อย สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

กรีซมันน์ เพิ่งย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวสวมเสื้อ บาร์เซโลน่า เบอร์ 17 เนื่องจากเบอร์ 7 ตกเป็นของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ที่ฤดูกาลดังกล่าวไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์ซ่า คอนเฟิร์มว่า สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 28 ปี ได้ย้ายมาใช้ 7 แทน คูตินโญ่ เรียบร้อย ขณะที่ "คูตี้" ยังไม่มีการการันตีว่าย้ายไปใช้เบอร์อะไร

"ผมชอบที่จะมีเบอร์ 7 อยู่ข้างหลังเสื้ออยู่แล้ว" กรีซมันน์ กล่าว โดยก่อนหน้านี้เสื้อเบอร์ 7 ของ บาร์เซโลน่า เคยเป็นของนักเตะชื่อดังอย่าง ดาบิด บีย่า, เปโดร โรดริเกซ, เฮนริค ลาร์สสัน และ ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

วัดผลงานติอาโก้กับแผงกองกลางลิเวอร์พูลก่อนเปิดตัวทางการ

เปรียบเทียบผลงานของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับกองกลาง ลิเวอร์พูล ทั้งหมด หลังกำลังจะได้เห็นดาวเตะสแปนิช ย้ายจาก บาเยิร์น มาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์
    ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิช มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท)

    มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติสเปน วัย 29 ปี จะหมดสัญญากับ "เสือใต้" ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ทำให้ บาเยิร์น ยอมขายดีกว่าเสียไปแบบฟรีๆ ถ้าปล่อยให้หมดสัญญา ขณะที่ตัวนักเตะเองก็อยากไปหาความท้าทายใหม่ๆ ดูบ้าง

    วันนี้เราจะไปเปรียบเทียบผลงานของ ติอาโก้ กับบรรดากองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ในเวลานี้ทั้ง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (วัดเฉพาะฤดูกาล 2019/20)

ประตูและแอสซิสต์
    ติอาโก้ ไม่ได้เป็นนักเตะที่มีจุดเด่นมากนักในเรื่องการทำประตู โดยฤดูกาลที่ผ่านมาทำไปแค่ 3 ลูก และไม่มีแอสซิสต์ ในการลงเล่น บุนเดสลีกา 24 นัด หรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 590.6 นาที

    ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีส่วนร่วมกับประตูมากสุดคือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่ทำไป 3 ประตู และ 5 แอสซิสต์ หรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 270.5 นาที

    ขณะที่ ไวจ์นัลดุม ทำไป 3 ประตูหรือค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับการได้ประตูทุกๆ 846 นาที ด้าน เกอิต้า ทำ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 184 นาที), มิลเนอร์ 2 ประตู 2 แอสซิสต์  (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 200.7 นาที), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 3 ประตู (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 429 นาที) และ ฟาบินโญ่ 2 ประตู 2 แอสซิสต์ (ค่าเฉลี่ยทุกๆ 444 นาที)

ผ่านบอล และสร้างโอกาส
    ติอาโก้ มีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสสำคัญ 1.0 ครั้งต่อเกม มากกว่า ไวจ์นัลดุม (0.5), มิลเนอร์ (0.9) และ ฟาบินโญ่ (0.9)

    ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่ผลงานด้านนี้ดีสุดคือ เกอิต้า 1.8 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย เฮนเดอร์สัน 1.1 ครั้งต่อเกม และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 1.0 ครั้งต่อเกม

    ส่วนการผ่านบอล ติอาโก้ มีความแม่นยำ 90.5 เปอร์เซ็นต์ เหนือกว่า ไวจ์นัลดุม กับ เกอิต้า (88.6%), ฟาบินโญ่ (87%), มิลเนอร์(86.3%), เฮนเดอร์สัน (84.5%) และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (83.5%).

    นอกจากนั้น ติอาโก้ ยังเลี้ยงผ่านคู่แข่งเฉลี่ย 3.6 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็นสำเร็จ 85.7% ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ดีสุดคือ เกอิต้า 2.3 ครั้งต่อเกม หรือคิดเป็นสำเร็จ 82.1%

    ส่วน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.9 ครั้ง 59.3%), ไวจ์นัลดุม (1.2 ครั้ง 54.5%), มิลเนอร์ (0.9 ครั้ง 100%), เฮนเดอร์สัน
(0.7 ครั้ง 58.3%) และ ฟาบินโญ่ (0.4 ครั้ง 66.6%).

เกมรับ
    กองกลางของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องลงมาช่วยเกมรับด้วย และ ติอาโก้ ก็มีค่าเฉลี่ยเข้าสกัด 2.3 ครั้งต่อเกม มากกว่า มิลเนอร์ (1.5), ไวจ์นัลดุม (1.1) และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.0) อย่างไรก็ตาม ติอาโก้ ทำได้น้อยกว่า เกอิต้า (3.1), ฟาบินโญ่ (2.6) และ เฮนเดอร์สัน (2.6)

    ส่วนการตัดบอลได้เฉลี่ยต่อเกมนั้น ติอาโก้ มาเป็นอันดับหนึ่งที่ 2.3 มากกว่ากองกลาง ลิเวอร์พูล ทั้ง ฟาบินโญ่ (1.5), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.4), เกอิต้า (1.3), เฮนเดอร์สัน (1.2), มิลเนอร์ (0.7) และ ไวจ์นัลดุม (0.6)

ทางการ!ลิเวอร์พูลเปิดตัวติอาโก้-ใส่เบอร์6

เดอะ ค็อป จุดพลุฉลองได้แล้ว หลัง ลิเวอร์พูล ยันได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพเป็นรายที่สองต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส เรียบร้อย

ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิช มาจาก บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024

อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" ไม่ได้เปิดเผยเรื่องจำนวนเงินค่าตัว แต่สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า อยู่ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

นอกจากนั้น มิดฟิลด์วัย 29 ปี จะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย และได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ ติอาโก้ เป็นนักเตะใหม่คนที่ 2 ของ "หงส์แดง" ในซัมเมอร์นี้ ต่อจาก คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายทีมชาติกรีซ

ธงไตรรงค์สะบัดเอฟวัน “อัลบอน” คว้าโพเดียมประวัติศาสตร์เอฟวัน ทัสคานี่ กรังด์ปรีซ์

ธงไตรรงค์สะบัดเอฟวัน "อัลบอน" คว้าโพเดียมประวัติศาสตร์เอฟวัน ทัสคานี่ กรังด์ปรีซ์อดีตปธ. บาเยิร์น เชื่อ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามเล่นแผนตุกติกเพื่อทำให้ได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ไปเสริมทัพแบบถูกๆ

อูลี่ เฮอเนส อดีตประธานสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ออกโรงจวก ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นไม่ซื้อในการพยายามดึงตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง "เสือใต้" ไปร่วมทีม จนทำให้นักเตะปฎิเสธที่จะต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า

มิดฟิลด์สแปนิช จะหมดสัญญากับ บาเยิร์น หลังจบฤดูกาล 2020/21 และ "เสือใต้" ก็ต้องการค่าตัวในซัมเมอร์นี้ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) ดีกว่าที่จะเสียไปแบบฟรีๆ ในปีหน้า แต่ทั้ง "หงส์แดง" และ "ปีศาจแดง" ไม่ยอมยื่นข้อเสนอเข้ามา โดย เฮอเนส เชื่อว่า ทั้งสองทีมต้องการได้ค่าตัวถูกๆ ก่อนปิดตลาดนักเตะในวันที่ 5 ต.ค. นี้

เฮอเนส เผยผ่าน สปอร์ต1 สื่อกีฬาของเยอรมัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า "พวกเราเสนอสัญญาที่ยอดเยี่ยม 4 ปี ให้กับเขา แต่ในนาทีสุดท้ายเขาเปลี่ยนใจ และบอกพวกเราว่า ตัวเขาต้องการความท้าทายใหม่ บางทีเขาอาจตกลงสัญญาส่วนตัวกับ ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือทั้งสองทีมไปแล้ว"

"ขณะที่ทั้งสองสโมสรไม่เคยเข้ามาหาเราพร้อมกับข้อเสนอเลย พวกเขากำลังเล่นตุกติก และต้องการหักหลังเราด้วยการรอจนถึงสัปดาห์สุดท้ายของตลาดนักเตะแล้วค่อยยื่นข้อเสนอถูกๆ บาเยิร์น ต้องตัดสินใจว่า พวกเขาต้องการเล่นเกมนี้ หรือปฎิเสธเพื่อรั้ง ติอาโก้ ให้อยู่กับทีมต่อไป" เฮอเนส ทิ้งท้าย

รอมานาน!บาร์ซ่าเปิดตัวปานิช-พร้อมเบอร์เสื้อ

มิราเล็ม ปานิช เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ บาร์ซ่า พร้อมได้หมายเลขเสื้อเรียบร้อย หลังต้องล่าช้าไปนานเพราะเจ้าตัวโชคร้ายติดไวรัสโควิด-19

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดตัว มิราเล็ม ปานิช กองกลางประสบการณ์สูงชาวบอสเนีย เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น คัมป์ นู อย่างเป็นทางการ เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา หลังตกลงย้ายมาจาก ยูเวนตุส ตั้งแต่ 2 เดือนก่อน

ปานิช วัย 30 ปี ซึ่งจะได้สวมเสื้อเบอร์ 8 ให้กับ บาร์ซ่า นั้น เพิ่งเดินทางมาถึงแดนกระทิงดุ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และร่วมลงซ้อมกับทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ครั้งแรกไปเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้จำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวอยู่ที่บ้าน

ดาวเตะบอสเนีย เซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า เป็นเวลา 4 ปีหรือจนถึงปี 2024 โดยค่าตัวอยู่ที่ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,220 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) พร้อมกับมีการตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 400 ล้านยูโร (ประมาณ 14,800 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ทั้งนี้ ลา ลีกา เปิดฤดูกาล 2020/21 ไปเป็นที่เรียบร้อย แต่บรรดาทีมใหญ่ทั้ง บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เซบีย่า และแอตเลติโก มาดริด ไม่ได้ลงเล่นในสัปดาห์แรก เนื่องจากลงเล่นรอบน็อกเอาต์ในเกมฟุตบอลยุโรป เมื่อเดือนส.ค. ที่ผ่านมา โดย "ราชันชุดขาว" จะกลับมาเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ส่วนอีก 3 ทีมจะเล่นนัดแรกวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.นี้