เลวานดอฟสกี้ 44 ตุง! 6 ประเด็นหลังเกมบาเยิร์นบุกอัดเลเวอร์คูเซ่น

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะได้อย่างเมามันส์ หลังล่าสุดบุกไปพิชิต ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ถึงสังเวียนแข้ง ไบอารีน่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้ไปทุกทีแล้วกับตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 และนี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้

 – บาเยิร์น จ่อแชมป์เต็มที
          หากไม่ดูผลการแข่งขันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีคิวเตะคู่ดึกกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เท่ากับว่า 4 เกมที่เหลือ บาเยิร์น ขอแค่ชนะอีก 2 เกมเท่านั้น ก็จะการันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 30 ของพวกเขา และเป็นแชมป์ 8 ซีซั่นติดต่อกันด้วย และถ้าหาก "เสือเหลือง" กล้าๆ แพ้ "หญิงชรา" คาบ้าน เท่ากับว่า "เสือใต้" จะเป็นแชมป์ทันที หากคว้าชัยเกมหน้าที่มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน

 – ฟลิค เจ๋งจริง
          บาเยิร์น ตัดสินใจได้ถูกต้องในการแต่งตั้ง ฮันซี่ ฟลิค คุมทัพแบบถาวร เพราะ 26 เกมรวมทุกรายการภายใต้การนำทีมของ กุนซือวัย 55 ปี นั้น บาเยิร์น ชนะถึง 23 นัด (เสมอ 1 แพ้ 2) และถ้านับเฉพาะ 20 เกมหลังสุด พวกเขาชนะถึง 19 นัด!!! (เสมอ 1) นอกจากนี้ 26 เกมที่ ฟลิค คุมทัพ บาเยิร์น ทำได้ถึง 84 ประตู (เฉลี่ยเกมละ 3.2 ประตู) เรียกได้ว่า "เสือใต้" ชั่วโมงนี้ นอกจากชนะได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

 – บาเยิร์น สร้างสถิติสุดโหด
          ผ่านพ้นเกมลีกไปแล้ว 30 นัด ตอนนี้ บาเยิร์น กดไปแล้วถึง 90 ประตู ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ไม่เคยมีทีมไหนทำได้ระดับนี้มาก่อน หลังผ่านพ้น 30 นัด ส่วนสถิติที่ทำประตูมากสุดภายในฤดูกาลเดียว เกิดขึ้นเมื่อซีซั่น 1971/72 ที่ บาเยิร์น ทำได้ถึง 101 ลูก ดังนั้นกับ 4 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ "เสือใต้" แอบมีลุ้นเหมือนกันที่จะทุบสถิติของตัวเอง แต่ก็เหนื่อยทีเดียว เพราะต้องยิงให้ได้นัดละ 3 ลูก 

 – ซีซั่นที่ยอดเยี่ยมสุดของ เลวานดอฟสกี้
          1 ตุงที่ทำได้ในเกมนี้ ทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงเลือดโปลของ บาเยิร์น มิวนิค กระทุ้งไปแล้ว 30 ประตูในลีก โดยถือเป็นหนที่สามแล้ว ที่เจ้าตัวทำได้ระดับ 30 ลูก (ต่อจากซีซั่น 2015/16 และ 2016/17) ซึ่งในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา มีแค่ แกร์ด มุลเลอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ทำได้มากกว่า (5 ครั้ง) นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังกดไปแล้วรวมทุกรายการ 44 ลูก ซึ่งนั่นเท่ากับว่า นี่คือฤดูกาลที่เจ้าตัวทำประตูได้มากสุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล ทุบสถิติเดิม 43 ลูก เมื่อซีซั่น 2016/17

 – มุลเลอร์ "คิง ออฟ แอสซิสต์"
          ภายใต้การนำทีมของ ฟลิค ทำให้ โธมัส มุลเลอร์ เล่นได้อย่างอิสระในแนวรุก และนั่นก็ช่วยให้เขาสามารถเค้นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะการเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์ และ 2 แอสซิสต์จากเกมนี้ ทำให้ มุลเลอร์ กดไปแล้ว 20 แอสซิสต์ในลีก นำโด่งที่หนึ่งในเรื่องแอสซิสต์  (เจดอน ซานโช อยู่ที่สอง 16 แอสซิสต์) นอกจากนี้ มุลเลอร์ ยังกลายเป็นนักเตะคนแรกใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ที่ทำอย่างน้อย 20 แอสซิสต์ในลีก นับตั้งแต่ที่ เควิน เดอ บรอยน์ (สมัยอยู่กับ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก) ทำได้ 21 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2014/15

 – เด็ก 17 ปี แย่งซีน!
          แม้เป็นชัยชนะที่สวยงามสำหรับ บาเยิร์น แต่กลับเป็นฝั่ง เลเวอร์คูเซ่น ที่มีเรื่องให้พูดถึง เพราะเจ้าหนู ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ วัย 17 ปี ที่ลงสนามแทน คาริม เบลลาราบี้ ช่วงครึ่งหลัง ทำประตูสุดสวย ช่วย "ห้างขายยา" ไล่ บาเยิร์น ขึ้นมาเป็น 2-4  นาทีที่ 89 ทำให้ เวิร์ตซ์ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่ทำประตูได้ ด้วยอายุเพียง 17 ปี, 1 เดือน กับ 3 วัน โดยทุบสถิติเดิม 17 ปี, 2 เดือน กับ 21 วัน ของ นูริ ซาฮิน ที่ทำได้เมื่อปี 2005

บาเยิร์นอาจแชมป์ทันที!2แข้งหลักโดนแบนใช้ “เปริซิช” ยิงกลัดบัค PPTV ยิงสด

PPTV จัดให้…"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จะคว้าแชมป์ลีกทันทีหากเก็บสามแต้มได้และ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ที่แข่งก่อนหน้าพลาดท่าปราชัย โดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ โธมัส มุลเลอร์ ติดโทษแบนทั้งคู่ต้องใช้งาน อิวาน เปริซิช นำปิดสกอร์เกมรับแข้ง "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563
บาเยิร์น มิวนิค   –   มึนเช่นกลัดบัค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 23.30 น.)

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่้เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานสุดยอดและจ่อคว้าถาดแชมป์เต็มที ซึ่งสภาพทีมนอกจากยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด  จะขาด โธมัส มุลเลอร์ กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ติดโทษแบนพร้อมกันเพราะสะสมใบเหลืองครบโควตา
 
    นอกจากนี้่ต้องรอเช็กความฟิตของ แซร์จ นาบรี้ หากไม่ไหวจะส่ง โยชัว ซีร์กเซ่ ลงยืนหน้าเป้าแทน โดยมี คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ อิวาน เปริซิช ขึ่นเกมริมเส้นขนาบข้าง ส่วนตัวปั้นเกมส่ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงแทน มุลเลอร์ แผงหลังวางใจยึดชุดเดิมทั้งหมด
 
    ฟากทัพ ”สิงห์หนุ่ม” ของเทรนเนอร์ มาร์คุส โรเซ่ ทำผลงานโอเครั้งอันดับ 4 ของตารางลุ้นไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ซึ่งสภาพทีมนอกจากยังชวดใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บ โทเบียส ชโตรเบิ้ล (กล้ามเนื้อ), ฟาเบียน จอห์นสัน (กล้ามเนื้อ) กับ เดนิส ซากาเรีย (เข่า) ทั้งหมด จะขาด อเลสซาน เพลอา ที่ติดโทษแบนเพราะถูกใบเหลือง-แดงนัดล่าสุด

    การจัดทัพปรับใช้ 3-4-2-1 แผงหลังส่ง โทนี่ ยันท์ชเค่ ลงดูแลร่วมกับ นิโค่ เอลเวดี้ และ  มัทธิอัส กินเทอร์ สามประสานแนวรุกปรับ มาร์คุส ตูราม เข้ามายืนหน้าเป้า และให้ โยนาส โฮฟหมันน์ กับ ลาร์ส ชตินเดิล คอยปั้นเกมสนับสนุน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-1-3) :  มานูเอล นอยเออร์-เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส-โยชัว คิมมิช, เลออน โกเรทซ์ค่า- ติอาโก้ อัลกันตาร่า-   คิงส์เล่ย์ โกมัน, แซร์จ นาบรี้ (โยชัว ซีร์กเซ่), อิวาน เปริซิช
    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

    มึนเช่นกลัดบัค (3-4-2-1) : ยาน ซอมเมอร์-นิโค่ เอลเวดี้, มัทธิอัส กินเทอร์, โทนี่ ยันท์ชเค่-สเตฟาน ไลเนอร์,โฟลเรียน นอยเฮาส์, คริสโตฟ คราเมอร์, รามี เบนเซไบนี่ -โยนาส โฮฟหมันน์, ลาร์ส ชตินเดิล-มาร์คุส ตูราม
    เทรนเนอร์ : มาร์คุส โรเซ่

เทียบผลงานฮาแวร์ทซ์กับบรรดากองกลางลิเวอร์พูล

ส่องผลงาน ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ฟอร์มฮอต เลเวอร์คูเซ่น กับบรรดากองกลาง ลิเวอร์พูล หลังมีหลายสโมสรอยากได้ตัวไปร่วมทีมรวมถึง "หงส์แดง" ด้วย
   
ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นนักเตะอีกรายที่มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล อยากได้มาเสริมทัพ เพราะเป็นแข้งฝีเท้าเยี่ยม และเป็นอนาคตของวงการลูกหนังเยอรมัน โดยล่าสุดก็เพิ่งทำ 2 ประตูช่วยให้ "ห้างขายยา" บุกชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา

    นอกจากนั้น มิดฟิลด์วัย 20 ปี ยังเป็นเป้าหมายของ บาเยิร์น มิวนิค, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดทำไปแล้ว 14 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 36 เกมในทุกรายการ

    วันนี้เราจะเปรียบเทียบสถิติของ ฮาแวร์ทซ์ ในบุนเดสลีกา ซีซั่นนี้ กับบรรดามิดฟิลด์ตัวกลางของ ลิเวอร์พูล ทั้ง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า, เจมส์ มิลเนอร์, ฟาบินโญ่, อดัม ลัลลาน่า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ประตูและแอสซิสต์

    ฮาแวร์ทซ์ ทำไป 10 ประตู และ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น บุนเดสลีกา 24 นัดในซีซั่นนี้ หรือมีค่าเฉลี่ยมีส่วนร่วมกับประตูที่ เลเวอร์คูเซ่น ทำได้ 1 ลูกต่อทุกๆ 144 นาที

    ขณะที่ เฮนเดอร์สัน ทำไป 3 ประตู และ 5 แอสซิสต์ เป็นกองกลาง "หงส์แดง" ที่มีค่าเฉลี่ยดีสุดในการมีส่วนร่วมกับประตูที่ทีมทำได้ 1 ลูกต่อทุกๆ 236.3 นาที

เกมรุกและผ่านบอล

    ฮาแวร์ทซ์ จ่ายให้เพื่อนยิงในลีกไป 5 ลูก และมีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสได้ 2.4 ครั้งต่อเกม ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่มีค่าเฉลี่ยสร้างโอกาสมากสุดคือ เกอิต้า ที่ 2.0 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย เฮนเดอร์สัน (1.2), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.1), ลัลลาน่า (1.0), มิลเนอร์ (0.9) และ ไวจ์นัลดุม (0.4)

    กองกลางดาวรุ่งทีมชาติเยอรมัน ผ่านบอลสำเร็จ 86.8% ส่วนนักเตะมิดฟิลด์ "หงส์แดง" ที่ผ่านบอลเข้าเป้ามากสุดคือ ไวจ์นัลดุม 90.9% ตามมาด้วย เกอิต้า 88.9%, มิลเนอร์ 86.7%, ลัลลาน่า 85.7%, เฮนเดอร์สัน 84.5% และอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 83.1%

เลี้ยงบอล

    เกอิต้า เป็นกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่เลี้ยงบอลสำเร็จต่อเกมมากสุดที่ 2.7 ครั้ง หรือมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่ที่ 79.4% ตามมาด้วย อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 1.9 ครั้งต่อเกม หรือสำเร็จ 57.5%

    ส่วน ฮาแวร์ทซ์ เลี้ยงบอลสำเร็จเฉลี่ยต่อเกมอยู่ที่ 2.4 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จอยู่เพียงแค่ 50% เท่านั้น

เกมรับ

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" ใช้แท็กติกที่กองกลางทุกคนต้องไล่บอลและช่วยเกมรับด้วย ทำให้ ฮาแวร์ทซ์ ต้องทำงานเรื่องนี้ด้วยถ้าย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์

    ฮาแวร์ทซ์ เป็นสายรุกทำให้มีสถิติเข้าสกัด 0.6 ครั้งต่อเกม และตัดบอล 0.1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ส่วนกองกลาง ลิเวอร์พูล ที่เข้าสกัดต่อเกมมากสุดคือ ลัลลาน่า (4.6), เกอิต้า (3.9) และ เฮนเดอร์สัน (2.6)

    ด้านการตัดบอลมิดฟิลด์"หงส์แดง" ที่มีค่าเฉลี่ยทำได้ต่อเกมเยอะสุดคือ เกอิต้า (1.5), อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (1.4), ลัลลาน่า (1.2) และ เฮนเดอร์สัน (1.1)

ลิเวอร์พูลต้องสอยแล้ว!แวร์เนอร์ทำสถิติน่าสนใจหลังกดแฮตทริกใส่ไมนซ์

 นี่มันระเบิดฟอร์มโหดยั่ว ลิเวอร์พูล ชัดๆ… ติโม่ แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก ได้ทำสถิติน่าสนใจในศึก บุนเดสลีกา หลังกดแฮตทริกช่วยทีมบุกกระซวก ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 21 ปีของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งหน้าเดิมภายในฤดูกาลเดียว หลังล่าสุดกระทุ้ง 3 ประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปถล่ม ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    เกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แวร์เนอร์ ซึ่งกำลังมีข่าวได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล กด 3 ตุง ช่วย ไลป์ซิก เปิดบ้านยำใหญ่ ไมนซ์ 05 8-0 และล่าสุดเมื่อคืนวันอาทิตย์ เจ้าตัวก็ทำแฮตทริกได้อีกครั้งในการเจอกับ ไมนซ์ ซึ่งถือเป็นคนแรกที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งทีมเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน นับตั้งแต่ที่ อูล์ฟ เคียร์สเท่น ตำนานดาวยิง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำใส่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อฤดูกาล 1998/99

    สำหรับฤดูกาลนี้ แวร์เนอร์ ทำประตูในเกมลีกไปแล้ว 24 ลูก จากการลงแข่ง 27 นัด และถ้านับรวมทุกรายการ เจ้าตัวกดไปแล้ว 30 ลูก จาก 38 นัด

จ่อแชมป์8สมัยติด! 5 ประเด็นร้อนหลังบาเยิร์นเฉียบขาดบุกเชือดดอร์ทมุนด์

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค คว้าสามแต้มสุดล้ำค่าเมื่อพวกเขาบุกคว้าชัยเหนือคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ในศึก "แดร์ คลาสซิเคอร์" ครั้งที่ 126 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้บทสรุปของแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลนี้เริ่มมองเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆแล้ว เรามีประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้มาให้อ่านกัน
1.เหมือนสูสีแต่ห่างชั้น!

    แม้เกมนี้จะมีแค่ประตูเดียวเท่านั้นแต่ต้องบอกว่ารูปเกมสนุกและต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้เร็วโดยสถิติหลังเกมทั้งสองฝ่ายถือว่าสูสีกันมากโดยทั้งสองครองบอลเท่ากันที่ 50% มีโอกาสยิงประตูเท่ากันที่ 13 ครั้ง แถมบาเยิร์นยิงตรงกรอบ (6 ครั้ง) ได้มากกว่าดอร์ทมุนด์แค่ลูกเดียว (5 ครั้ง)

    อย่างไรก็ตามเมื่อดูในเกมจะเห็นว่าโอกาสที่สมน้ำสมเนื้อกว่าจะเป็นทางฝั่งบาเยิร์น ขณะที่ดอร์ทมุนด์นั้นแม้จะทำเกมได้รวดเร็วแต่เสียบอลในแดนกลางค่อนข้างง่ายและบอลไปตายที่จังหวะสุดท้ายหลายครั้ง ถึงแม้ “เสือใต้” จะถอยไปเล่นเกมรับแต่พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้คู่แข่งได้โจมตีง่ายๆ ต้องชมตั้งแต่แผงกองกลางไปยันเกมรับและนายด่าน นอยเออร์ ที่เกมนี้ช่วยกันได้ดีจนเก็บคลีนชีท

2.เดวิสมีแววก้าวสู่ระดับโลก

    เป็นอีกนัดที่แบ็กซ้ายดาวรุ่งคนนี้โชว์ฟอร์มเข้าตาสุดๆ แถมนัดนี้เป็นบิ๊กแมตช์เสียด้วย เขายังใช้ความเร็วได้เป็นประโยชน์ทั้งช่วยเกมรับและการเติมเกมรุกแบบสุดพริ้ว เกมนี้เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 35.27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งสปริ้นทั้งหมด 42 ครั้ง มีจังหวะเด่นๆเช่นจังหวะที่วิ่งลงมาแย่งบอลจากเท้าของฮาแลนด์ หรือจังหวะแหวกแนวรับ 4 คนของดอร์ทมุนด์ 

    สำหรับสถิติในเกมนี้ของเขา เขาสัมผัสบอลทั้งหมด 95 ครั้ง แย่งบอลคืน 7 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่แข่ง 5 ครั้ง แท็กเกิ้ลชนะ 2 ครั้ง เคลียร์บอล 2 ครั้ง

3.คิมมิชผู้สร้างความแตกต่าง

    หลังจาก โยชัว คิมมิช เปลี่ยนบทบาทจากแบ็กขวามาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับก็เรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ฤดูกาลนี้เขาพลาดลงเล่นแค่นัดเดียวซึ่งเป็นนัดที่เขาโดนโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองและเกมนี้เขาถูกหลายสื่อยกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วย

    ไม่ใช่แค่การชิพเข้าประตูแบบสุดเหนือของเขาเท่านั้นแต่กองกลางวัย 25 ปีโชวย์ฟอร์มโดดเด่นมากโดยเกมนี้เขาวิ่งรวมทั้งหมด 13.73 กิลโกเมตรซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้เล่นบาเยิร์น

    เขายังจ่ายบอลแม่นยำ 89% แย่งบอลคืน 8 ครั้ง จ่ายขึ้นหน้า 28 ครั้ง และนี่ถือเป็นประตูที่ส 3 ของเขาในฤดูกาลนี้โดยทั้งสามประตูมาจากนอกกรอบเขตโทษทั้งหมดด้วย เป็นนักเตะที่ยิงนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในทีมฤดูกาลนี้

4.ไม่ใช่วันของฮาแลนด์และผองเพื่อน

    ถือเป็นเกมที่อะไรๆก็ไม่เข้าทาง ดอร์ทมุนด์ เสียไปหมด โดยเกมนี้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าฟอร์มฮอตมีโอกาสยิงทั้งหมด 5 ครั้งซึ่งเท่ากับโอกาสยิงของนักเตะดอร์ทมนุด์คนอื่นรวมกันในช่วงที่เขาอยู่ในสนาม แต่ทว่า 5 ครั้งของ ฮาแลนด์ ติดบล็อคไปถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว และยิงตรงกรอบเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนโชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออก

    ดอร์ทมุนด์ ยังโชคร้ายที่ไม่ได้จุดโทษในเกมนี้ โดยเป็นจังหวะที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 58 เมื่อ ฮาแลนด์ ซัดบอลในกรอบเขตโทษไปโดนข้อศอกของ เยโรม บัวเต็ง ที่พยายามล้มตัวบล็อคลูกยิงจนบอลออกหลังไป แต่ไม่มีสัญญาณใดๆจากผู้ตัดสินและวีเออาร์

5.ใกล้แชมป์แล้ว

    ดอร์ทมนุด์ ของเจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2011-12 แต่หลังจากนั้น บาเยิร์น ก็กลับมาทวงตำแหน่งและคว้าแชมป์มา 7 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และมีแววว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ 8 สมัยติดต่อกันหลังจากคว้าชัยในเกมนี้พร้อมทำแต้มทิ้งห่างถึง 7 แต้มแล้วและเหลืออีกเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น

    ผลการแข่งขันนี้ก็ทำให้พวกเขายังคงไร้พ่ายในทุกรายการ 18 นัดติดต่อกันนบตั้งแต่พ่าย กลัดบัค เมื่อ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตอนนี้ “เสือใต้” คว้าชัย 21 จาด 24 นัดภายใต้กุนซือฮันซี่ ฟลิค และพวกเขายังมีลุ้นถึง “ทริปเปิ้ล แชมป์” เนื่องจากกำลังอยู่ในรอบรองชนะเลิศของ เดเอฟเบ โพคาล และจ่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังบุกชนะ เชลซี 3-0 ในนัดแรก

เลวานลงหวดต่อ! บาเยิร์นขอซัดแฟร้งค์เฟิร์ตเล็งแต้มหนีดอร์ทมุนด์

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงตัวจริงนำ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เกมเปิดถ้ำหวังพิชิต "อินทรีแดงดำ" แฟร้งค์เฟิร์ต ที่ปราชัยแมตช์ล่าสุดในการคัมแบ็กลีก ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563
ปรีวิวบุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563
บาเยิร์น มิวนิค (1) – แฟร้งค์เฟิร์ต (13)
เวลา : 23.30 น. ถ่ายทอดสด : ฟ็อกซ์ สปอร์ต

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานรั้งจ่าฝูงเหนียวแน่น ซึ่งสภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า),  ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด
 
  ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 เกมรุก คิงส์เล่ย์ โกมัน จะได้คืนตัวจริงลงประสานงานกับ แซร์ช นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ หน้าเป้าจัด  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คอยจบสกอร์ แผงหลังยึดชุดเดิมต่อไปใช้ เยโรม บัวเต็ง จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ ดาวิด อลาบา

  ข้ามมาดู  แฟร้งค์เฟิร์ต ภายใต้การคุมทีมของ อาดี้ ฮึทเทอร์ ผลงานภาพรวมยังไม่ฟื้นดีขึ้น เกมล่าสุดแพ้คารังต่อ มึนเช่นกลัดบัค 1-3 แบบสู้ไม่ได้ โดยสภาพทีมหมดสิทธิ์ใช้งาน กอนคาโล่ ปาซิเอนเซีย (กล้ามเนื้อ) กับ โดมินิค คอห์ร ที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลืองครบโควตา

  การจัดทัพ ฮึทเทอร์ ปรับใช้ 4-1-2-3 วาง มาโกโตะ ฮาเซเบะ คุมเกมหน้าแผงหลัง โดยมี เซบาสเตียน โรเด้ คอยปั้นเกมร่วมกับ มิยาต กาชิโนวิช  แผงหลังมี ดาวิด อบราอัม จับคู่เซนเตอร์แบ็ก มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ แบ็กขวาเป็น ดานนี่ ดา คอสต้า  อีกฟากใช้ เอวาน เอ็นดิคก้า แนวรุกส่ง ไดอิจิ คามาดะ ยืนริมเส้นฝั่งขวา อีกฟากเป็น ฟิลิป คอสติช หน้าเป้าจัด อันเดร ซิลวา คอยจบสกอร์

 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

 บาเยิร์น มิวนิค (4-1-2-3):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์ โกมัน – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

  เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค
 
  แฟร้งค์เฟิร์ต (4-1-2-3) : เควิน ทรัปป์  – ดานนี่ ดา คอสต้า, ดาวิด อบราอัม, มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์,  เอวาน เอ็นดิคก้า – มาโกโตะ ฮาเซเบะ – เซบาสเตียน โรเด้, มิยาต กาชิโนวิช – ไดอิจิ คามาดะ, อันเดร ซิลวา, ฟิลิป คอสติช

  เทรนเนอร์ : อาดี้ ฮึทเทอร์

ปูด 3 ทีมดังพรีเมียร์สนใช้แฟนบอลกระดาษแข็งเพิ่มบรรยากาศลูกหนัง

สื่อผู้ดีระบุ 3 ทีมดังในลีกสุงสุดเมืองผู้ดี สนใจแนวคิดที่จะใช้กระดาษแข็งตัดเป็นรูปคนเพื่อนำไปวางเอาไว้บนอัฒจันทร์ซึ่งเป็นการเพิ่มบรรยากาศในเกมลูกหนัง หลังฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จะหวนกลับมาฟาดแข้งใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนี้แบบปิดสนาม

            สามสโมสรชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนใจแนวคิดที่จะใช้กระดาษแข็งตัดเป็นรูปคนเพื่อนำไปวางเอาไว้บนอัฒจันทร์ภายในสนามเหย้าของพวกเขา หากเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีกลับมาแข่งขันกันต่อ จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อยอดฮิต

             จากการเปิดเผยของสื่อดังเมืองผู้ดี ระบุว่าเหล่าบุคคลที่อยู่เบื้องหลังแนวคิด "Stay at Home – Be at the Game" วางแผนที่จะมีการพูดคุย และส่งเอกสารไปยังผู้บริหารสโมสร ซึ่งเป็นทีมที่อยู่ครึ่งบนตารางลีก เกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าว

             ถ้าหากว่าการเจรจาประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นแฟนบอลกระดาษซึ่งมีราคา 20 ปอนด์ (ราว 760 บาท) ต่ออัน และสามารถนำไปรีไซเคิ่ลได้ รวมทั้งยังกันน้ำ จะถูกนำไปวางเอาไว้บนอัฒจันทร์เพื่อไม่ให้สนามว่างเปล่า หากเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีหวนกลับมาแข่งกันต่อในเดือนมิถุนายนนี้

 

             ขณะเดียวกันวงการกีฬาชั้นนำในสหรัฐอเมริกาอย่างเช่น บาสเกตบอล เอ็นบีเอ, เบสบอล และฟุตบอลเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) ก็แสดงความสนใจอยากที่จะนำแนวคิดนี้ไปใช้เช่นกัน หากกีฬาหวนกลับมาแข่งกันใหม่โดยที่ไม่มีกองเชียร์เข้าชม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

             ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวมาจาก อิงโก มุลเลอร์ แฟนบอลชาวเยอรมัน ที่ลงทุนตัดกระดาษแข็งเป็นรูปคนเกือบ 14,000 ราย และมอบให้กับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค สโมสรอันเป็นที่รักของเขานำไปวางเอาไว้ในสนามโบรุสเซีย พาร์ค โดยทุกๆ คนจะได้เห็นบรรยากาศนี้ในเกมที่รับมือ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เกมลีกวันเสาร์ที่ 23 พ.ค.นี้

มุลเลอร์ฮอต-เลวานยิงอีก! บาเยิร์นถลุงแฟร้งค์เฟิร์ตมันส์หยด หนีดอร์ทฯ4แต้ม

"เสือใต้" แม้ครึ่งหลังจะเสียสองประตูแบบง่ายๆ แต่ยังเดินหน้าคว้าสามแต้มได้ตามเป้าหลังเปิด ลลิอันซ์ อารีน่า อัด "อินทรีแดงดำ" 5-2 เกมนี้ โธมัส มุลเลอร์ ฟอร์มฮอตทั้งยิงทั้งจ่าย ขณะที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยิงอีกหนึ่งนำดาวซัลโวเป็น 27 ประตู พร้อมหนี โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็น 4 คะแนนรั้งจ่าฝูงต่อไป ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    "จ่าฝูง" บาเยิร์น มิวนิค ก่อนแข่งแมตช์ที่ 27 โดน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไล่จี้มาเหลือแค่แต้มเดียวหลัง "เสือเหลือง" บุกไปคว้าสามแต้มเหนือ โวล์ฟสบวร์ก มาได้ สำหรับผลงานล่าสุดของทัพ "เสือใต้" ยังยอดเยี่ยมต่อเนื่องหลังวีกก่อนในแมตช์รีสตาร์ทบุกไปอัด อูนิโอน เบอร์ลิน 2-0 เกมนี้กลับมาเฝ้าบ้านรับการมาเยือนของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ที่เกมล่าสุดพ่ายคาถิ่นให้ มึนเช่นกลัดบัค 1-3

    เกมนี้ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค เทรนเนอร์เสือใต้เปลี่ยนสองตำแหน่งจากเกมที่แล้วส่ง คิงส์เล่ย์ โกมัน และอีวาน เปริซิช ลงเล่นแทน แซร์ช นาบรี้ ที่หลุดเป็นสำรอง ส่วนติอาโก้ อัลกันตาร่า มีอาการบาดเจ็บ แนวรุก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำทัพล่าตาข่ายเหมือนเดิม ส่วนทีมเยือนเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง โดยหน้าเป้าฝากความหวังล่าตาข่ายไว้ที่ อันเดร ซิลวา ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส

    ครึ่งแรก เจ้าถิ่น "เสือใต้" เป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า และนาทีที่ 11 เกือบชิงขึ้นนำไปก่อนหลัง โยชัว คิมมิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านซ้ายเข้ามาในกรอบบอลไปโดนแข้งทีมเยือนมาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อัดด้วยซ้ายไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    ถัดมาอีกนาทีเดียว คิมมิช แทงบอลทะลุให้ อีวาน เปริซิช ตะบันด้วยขวากลางประตูแต่บอลยังไปติดเซฟ เควิน ทรัปป์

    จนแล้วจนรอด นาที 17 บาเยิร์น มิวนิค เป็นฝ่ายได้ประตูออกนำแฟร้งค์เฟิร์ต 1-0 จนได้ บอลขึ้นทางซ้าย เปริซิช ข้ามหลอกให้ โธมัส มุลเลอร์ ครอสบอลเข้ามาให้ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า วิ่งมาซัดด้วยขวากลางประตูอย่างเด็ดขาด

    นาที 21 เสือใต้ ใช้จังหวะขึ้นเกมรุกอย่างรวดเร็ว คราวนี้ คิงส์เล่ย์ โกมัน ชิ่งบอลเร็วให้ อีวาน เปริซิช หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังเบาก่อนเลียดไปเข้าซอง เควิน ทรัปป์

    "อินทรีแดงดำ" โอกาสเข้าไปยิงจะแจ้งส่องเข้ากรอบยังไม่มีให้เห็น แม้ นาที 33 มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ จะได้โอกาสซัดนอกกรอบแต่บอลก็เหินโด่งเลยคานหมดลุ้นไปอีก

    นาที 37 ดาวิด อลาบา ตะบันไกลนอกกรอบบอลพุ่งแรงจน เควิน ทรัปป์ รับไม่อยู่ออกหลังเป็นเตะมุม และจากจังหวะลูกคอนเนอร์ต่อเนื่อง โยชัว คิมมิช เปิดโค้งมาเข้าหัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เทกตัวโขกบอลลงพื้นถากเสาออกไปแบบได้เสียว

    นาที 41 สกอร์ของเจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 หลัง อัลฟอนโซ่ เดวิส ครอสบอลไปหน้าประตูให้ โธมัส มุลเลอร์ โฉบมาตัดบอลก่อนแนวรับแฟร้งค์เฟิร์ตก่อนจะแต่งบอลด้วยเข่าแล้ววอลเลย์ด้วยซ้ายเข้าไป ผู้ตัดสินเช็ก VAR ก่อนจะยืนยันให้ประตู

    จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านขึ้นนำ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 2-0

    ครึ่งหลัง เริ่มมาได้ไม่ถึงนาที "เสือใต้" มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 อย่างรวดเร็ว หลัง มุลเลอร์ ดีดบอลให้ คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดถึงเส้นหลังก่อนจะกระดกบอลเข้ากลางให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พุ่งโขกเน้นๆจมตาข่าย เป็นประตูที่ 27 ในลีกนำดาวซัลโว

    นาที 52 แฟร้งค์เฟิร์ต มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 บอลจากลูกเตะมุมทางด้านขวา เซบาสเตียน โรเด้ เปิดมาให้ มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ ขึ้นโขกจังหวะแรกบอลกลายเป็นตั้งให้ในกรอบ ก่อนเจ้าตัวจะล้มตัววอลเลย์หนีมือ นอยเออร์ เข้าไป

    แนวรับ "เสือใต้" รวนไปหมดเมื่อมาเสียประตูที่สองอย่างรวดเร็วในอีกสามนาทีต่อมา หลัง นาที 55 เซบาสเตียน โรเด้ คนเดิมเปิดลูกเตะมุมทางด้านขวามาเสาแรกให้ มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ คนเดิมขึ้นโขกสะบัดบอลเสียบเสาไกล เป็นประตูที่สองของแนวรับวัย 27 ปีรายนี้ ช่วยให้ "อินทรีแดงดำ" ไล่ตามมาเป็น 2-3
   
    กระนั้น นาที 61 เจ้าบ้านมาพังประตูนำเป็น 4-2 จากจังหวะที่ อัลฟอนโซ่ เดวิส เล่นชิ่งกับเปริซิชก่อนจะลากเดี่ยวเข้าไปในกรอบ แม้บอลจะเสียจังหวะแต่แนวรับทีมเยือนสกัดพลาดให้ เดวิส วิ่งตามไปซัดด้วยขวาผ่าน เควิน ทรัปป์ เข้าไป

    เสือใต้ยังเดินหน้าเอาประตูต่อเนื่อง และมาพังประตูตีห้าจนได้ นาที 74 แซร์ช นาบรี้ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาหลุดเข้าไปจิ้มบอลผ่าน เควิน ทรัปป์ บอลไปชน มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ ก่อนแนวรับที่วันนี้ยิงคนเดียวสองประตูให้ทีมเยือนจะทำเข้าประตูตัวเองไป

    นาที 84 ทีมเยือนเกือบได้เม็ดที่สามไล่คืนมา หลัง ฟิลิป คอสติช ตะลุยเดี่ยวเข้ามาซัดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านมือ นอยเออร์ ไปแล้วแต่ไปติดโคนเสาอย่างน่าเสียดาย

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถลุงแฟร้งค์เฟิร์ต แบบสนุก 5-2 ซิวสามแต้มพร้อมมีเพิ่มเป็น 61 คะแนนนำห่างอันดับ 2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็น 4 แต้มเหมือนเดิม โดยเกมหน้า "เสือใต้" จะทำศึกบิ๊กแมตช์ด้วยการบุกไปเยือน "เสือเหลือง" ในคืนวันอังคารที่ 26 พฤษภาคมนี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

     บาเยิร์น มิวนิค (4-1-4-1):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง (ลูคัส แอร์กน็องเดซ น.73) , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช (มิกกาแอล กุยซ็องช์ น.85) – คิงส์เล่ย์ โกมัน (โยชัว เซิร์กคซี น.85), ลีออน โกเร็ตซ์ก้า, โธมัส มุลเลอร์, อีวาน เปริซิช (แซร์ช นาบรี้ น.64) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

      เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค
 
      แฟร้งค์เฟิร์ต (4-5-1) : เควิน ทรัปป์  – ดานนี่ ดา คอสต้า (เอริก ดวร์ม น.76), อัลมามี่ ตูเร่, มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์,  เอวาน เอ็นดิคก้า (ทิมาธี่ ชานด์เลอร์ น.46) – มิยัต กาซิโนวิช (ฌิบริล โซว์ น.71)  , เซบาสเตียน โรเด้ (ไดจิ คามาดะ น.71), สเตฟาน อัลซานเกอร์, เกลสัน เฟร์นานเดส, ฟิลิป คอสติช – อันเดร ซิลวา (บาสต์ ดอสต์ น.76)

      เทรนเนอร์ : อาดี้ ฮึทเทอร์

เสือใต้ออกโรง! 5 ประเด็นฮอตก่อนจ่าฝูงบาเยิร์นบุกฟัดอูนิโอน

หลังทีมลุ้นแชมป์บุนเดสลีกาอย่าง ดอร์ทมุนด์, ไลป์ซิก และกลัดบัค ลงสนามกันไปแล้ว มาถึงคิวของจ่าฝูงอย่าง "เสือใต้" คัมแบ็กกลับมาลงสนามกันบ้างโดยคืนนี้พวกเขาจะต้องบุกไปเยือนทีม อูนิโอน เบอร์ลิน ซึ่งมีผลงานในบ้านไม่ธรรมดาทีเดียว บาเยิร์น มิวนิค จะทำแต้มหนีห่างผู้ตามได้หรือไม่ต้องติดตาม แต่ก่อนแมตช์จะเริ่มเรามาดูประเด็นร้อนที่น่าสนใจกันเลย

1.แข้งบาดเจ็บเตรียมคัมแบ็ก

 

        สิ่งเดียวที่เป็นข้อดีของการหยุดการแข่งขันคือบาเยิร์นจะได้นักเตะที่บาดเจ็บก่อนหน้านี้กลับมาฟิตอีกครั้ง พวกเขามีนักเตะบาดเจ็บอยู่บางส่วนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่นักเตะสำคัญบางคนพ้อมสำหรับเกมคืนนี้

        ตอนแรก “เสือใต้” คงปวดหัวทีเดียวหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวซัลโวของทีมมีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้ายในนัดที่บุกไปถล่ม เชลซี 3-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เขาต้องพักนาน 4 สัปดาห์ ขณะที่ เปริซิช ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสัญญายืมตัวจาก อินเตอร์ มิลาน พักแข้งมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.พ. เพราะเจ็บข้อเท้า อย่างไรก็ตามทั้งสองมีโอกาสจะลงเล่นในคืนนี้

    อย่างไรก็ตามยังมีนักเตะที่ยังกลับมาไม่ได้เช่น นิคลาส ซือเล่ และลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ ที่ต้องเรียกความฟิตหลังจากบาดเจ็บ ขณะที่ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังคงบาดเจ็บอยู่

2.เสือใต้รักษาฟอร์ม?

 

        ก่อนเบรคการแข่งขัน บาเยิร์น มิวนิค  ถือว่าฟอร์มฮอตมากทีเดียวเนื่องจากพวกเขาชนะ 10 ขาก 11 หลังสุดในบุนเดสลีกา พูดง่ายๆว่า “เสือใต้” ยังไม่แพ้ใครเลยมาตั้งแต่เปิดปี 2020 ขณะที่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ทำผลงานสวยหรูด้วยการบุกยำ เชลซี 3-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

        แต่อย่างที่เรารู้กันว่าบุนเดสฯหยุดการแข่งขันมานาน จึงเป็นคำถามว่าพวกเขาจะรักษาฟอร์มต่อเนื่องได้หรือไม่ซึ่งมันรวมถึงสภาพความฟิตของนักเตะหลังจากไม่ได้ลงแข่งขันอย่างสม่ำเสมอด้วย หากวันนี้เขาคว้าชันชนะได้จะถือเป็นการเรียกขวัญกำลังใจกลับมาและมันจะเป็นประโยชน์กับ 8 ในนัดที่เหลือของฤดูกาล

3.นัดแรกเฉือนหืด

 

        คืนนี้จะเป็นการเจอกันเพียงครั้งที่สองในลีกของทั้งสองทีมเนื่องจากอูนิโอน เบอร์ลินเลื่อนชั้นมาลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก สำหรับนัดแรกที่เจอกันที่ อลิอันซ์ อารีน่า เมื่อเดือนตุลาคมปรากฎว่า บาเยิร์น เฉือนชนะ 2-1

        โดยประตูแรก เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ซัดวอลเลย์สุดสวยให้ทีมขึ้นนำก่อน เลวานดอฟสกี้ จะกดประตูที่สอง พร้อมทำสถิติเป็นผู้เล่นบุนเดสลีกาคนแรกที่ยิงประตูได้ทุกนัดใน 9 เกมแรกของฤดูกาล

        ความจริงทีมเยือนเกือบตีไข่แตกหลังได้จุดโทษแต่ เซบาสเตียน อันเดอร์สสัน ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ มานูเอล นอยเออร์ อย่างไรก็ตามท้ายเกม อูนิโอน เบอร์ลิน มายิงอีกหนึ่งจุดโทษและคราวนี้ เซบาสเตียน โพลเตอร์ สังหารไม่พลาด แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันทำให้พ่ายแพ้ไปและชัยชนะครั้งนั้นช่วยให้ “เสือใต้” ขยับขึ้นจ่าฝูง ซึ่งตอนนั้นกุนซือ นิโก้ โควัช ยังคุมทีมอยู่

4.บทพิสูจน์ของฟลิค

 

        คืนนี้จะเป็นนัดแรกที่ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค คุม บาเยิร์น มิวนิค หลังเซ็นสัญญาถาวร ในตอนที่เจ้าตัวมากุนซือขัดตาทัพแทนที่ของ นิโก้ โควัช เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขาช่วยให้ทีมทำผลงานได้ดีขึ้นผิดหูผิดตาโดยมีสถิติที่สุดยอดด้วยการคว้าชัย 18 จาก 21 เกม(เสมอ 1 แพ้ 2) แถม กระหน่ำคู่แข่งไปถึง 67 ลูก เฉลี่ยตกเกมละ 3.19 ลูกเลยทีเดียว

        แมตช์เปิดตัวของเขาคือศึก "แดร์ คลาสซิเคอร์" กับคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง ดอร์ทมุนด์ ซึ่งสุดท้าย “เสือใต้” ถล่มเละเทะถึง 4-0 นอกจากนี้เขายังสร้างบารมีด้วยการพาทีมบุกชนะ สเปอร์ส และ เชลซี ใน ชปล. อีกด้วย ไม่แปลกใจที่บอดร์ดบริหารจะแต่งตั้งเขาคุมทัพถาวร แต่ต้องมาดูกันว่าเขาจะยืนระยะและคว้าแชมป์ในซีซั่นนี้ได้หรือไม่

5.เยือนถิ่นนี้ต้องระวัง!

 

        มาพูดถึงฝั่งน้องใหม่ อูนิโอน เบอร์ลิน กันบ้าง พวกเขาทำผลงานเซรอ์ไพรส์ในฤดูกาลนี้พอสมควร โดยอยู่ในอันดับที่ 12 ของตาราง หลังโดน แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้าชัยชนะเหนือ ฮอฟเฟ่นไฮม์ เมื่อวานนี้แซงขึ้นมาที่ 11 ของตาราง พวกเขามีแต้มห่างจากโซนเพลย์ออฟตกชั้นถึง 8 แต้มกับ 9 เกมที่เหลือซึ่งหากเก็บแต้มได้เรื่อยๆก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการอยู่รอดในฤดูกาลนี้

        แม้ว่า 5 นัดหลังสุดในลีกพวกเขาทำผลงานไม่คงเส้นคงวาเท่าไหร่หลังชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2 แต่ลูกทีมของ อูร์ส ฟิชเชอร์ มีผลงานในบ้านไม่ธรรมดาทีเดียวโดยคว้าชัยในลีก 5 จาก 8 เกมหลังสุดที่เล่นในถิ่นตัวเองแถมใน 5 นัดนั้นเก็บคลีนชีททั้งหมดด้วย แสดงให้เห็นว่าคืนนี้ไม่ใช่งานง่ายของ “เสือใต้” แน่นอน มารอดูกันว่าเจ้าบ้านจะทำเซอร์ไพรส์ทีมเยือนได้หรือไม่

พูดได้น่าสนใจ! “ฮาแวร์ทซ์” ตอบแล้วเรื่องข่าวย้ายทีม

ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์เนื้อหอม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พูดได้น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องโยกย้ายทีม พร้อมโว "ห้างขายยา" คู่ควรกับชัยชนะแล้ว หลังบุกไปปราบ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์

           ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เผยว่า ตนไม่ชอบพูดถึงเรื่องข่าวย้ายทีม หลังจากที่ทำคนเดียวสองประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

           ฮาแวร์ทซ์ ถือเป็นนักเตะที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้ โดยมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ บาเยิร์น มิวนิค ทว่าล่าสุด สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 20 ปี ขอข้ามผ่านกับการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะต้องการมีสมาธิอยู่กับการเล่นให้ต้นสังกัด

               "แน่นอน มันมีข่าวเกิดขึ้นมากมาย แต่ผมไม่อยากพูดถึง" ฮาแวร์ทซ์ กล่าวกับ สกาย สปอร์ต ด๊อยท์ชลันด์ "ผมกำลังมีสมาธิอยู่กับฤดูกาลนี้ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันใหม่ ผมไม่อยากทำให้มันวุ่นวายไปมากกว่านี้ สำหรับเกมนี้เราทุกคนต่างแฮปปี้ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ เราทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ และผมก็คิดว่า เราคู่ควรกับชัยชนะแล้ว"

           สำหรับฤดูกาลนี้ ฮาแวร์ทซ์ ลงเล่นให้ "ห้างขายยา" ไปแล้วรวมทุกรายการ 36 นัด ทำได้ 14 ประตู โดยเฉพาะเกมลีก 2 นัดล่าสุด เจ้าตัวทำไปถึง 4 ลูก