หอกไบรท์ตันเผยเทคนิคคล็อปป์ทำคู่แข่งปั่นป่วนก่อนแข่ง

เกล็นน์ มาร์รี่ย์ หัวหอก ไบรท์ตันฯ ระบุ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้บรรดาแข้งของคู่แข่งปั่นป่วนได้ตั้งแต่ก่อนลงเล่น จากการที่เขาชอบยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนาม โดย ดาร์เรน เบนท์ อดีตกองหน้าคนดังก็ยืนยันว่า คล็อปป์ ชอบทำแบบนั้นจริงๆ

    เกล็นน์ มาร์รี่ย์ กองหน้า ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มักจะยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนามในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันแต่ละนัดอยู่บ่อยๆ นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้บรรดานักเตะของทีมคู่แข่งรู้สึกปั่นป่วนพอตัว

    ในแต่ละนัดนั้นนักเตะของทั้ง 2 ทีมจะต้องอบอุ่นร่างกายกันสักพักในช่วงก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น ซึ่งปกติแล้วกุนซือของทีมนั้นๆ ก็จะคอยดูการอบอุ่นร่างกายของลูกทีมเป็นหลักเผื่อว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างเช่นการที่นักเตะได้รับบาดเจ็บในช่วงอบอุ่นร่างกาย เป็นต้น

    มาร์รี่ย์ กล่าวในรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาของอังกฤษว่า "คล็อปป์ ชอบทำเรื่องหนึ่งในช่วงก่อนลงเล่น ผมไม่รู้ว่ามีใครสังเกตเห็นถึงมันรึเปล่า เรื่องของเรื่องก็คือเขาจะเดินมาที่กลางสนาม, ยืนนิ่งตรงจุดกลางสนาม แล้วจ้องมองคู่แข่งที่อยู่อีกฝั่งแบบใจจดใจจ่อ มันทำให้คุณรู้สึกกระสับกระส่ายมากๆ"

    “Klopp does this thing before the game … he’ll walk right up to the halfway line and … just stare into the opposition half … Everyone’s like, ‘what’s he looking at? What’s going on?’ He sort of gets in your head before the game starts!” — Glenn Murray

    "เขายืนนิ่งๆ อยู่ตรงเส้นกลางสนาม แล้วดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกาย ครั้งแรกที่คุณเจอเรื่องแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้คุณรู้สึกปั่นป่วนมากๆ เพราะคุณจะคิดประมาณว่า -เขาทำอะไรฟะ ? เขาไม่ได้ดูทีมตัวเองอบอุ่นร่างกายด้วยซ้ำ เขามาดูเราเนี่ยนะ- เขาไม่ละสายตาเลย เขายืนดูอยู่อย่างนั้นไปจนจบ (ช่วงอบอุ่นร่างกาย)"

    ด้าน ดาร์เรน เบนท์ อดีตหัวหอกชาวอังกฤษที่เคยดวลกับ ลิเวอร์พูล ในยุคของ คล็อปป์ เผยว่าตนก็เคยรู้สึกแบบเดียวกับ มาร์รี่ย์ เหมือนกัน "มันตลกดีนะที่ เกล็นน์ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะตอนที่ผมอยู่กับ ดาร์บี้ น่ะ เราก็เคยเจอกับ ลิเวอร์พูล ในเกมฟุตบอลถ้วย ตอนนั้นเราอบอุ่นร่างกายกันอยู่และเขา (คล็อปป์) ก็ทำแบบเดียวกันนี้เลย เขายืนอยู่ตรงกลางสนามแล้วดูเราอบอุ่นร่างกาย มันทำให้ ไนเจล เพียร์สัน กุนซือของเราในตอนนั้นถามขึ้นมาเลยว่า -นี่เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ ?- เขาเดินไปหา เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้วถามว่า -ทุกอย่างโอเคไหม ?- ซึ่ง คล็อปป์ ก็ตอบกลับมาว่า -โอเคดี โอเค โอเคเลย- แล้วจากนั้นก็วิ่งเหยาะๆ กลับไป"

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

ดาวรุ่งอีกแล้ว! ดอร์ทมุนด์ประกาศยืมนิวกาก้าจากเรอัล มาดริด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จัดการเสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอีกหนึ่งราย หลังประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ชาวบราซิลของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวอย่างเป็นทางการ

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ดาวเตะวัย 18 ปี ถูก "ราชันชุดขาว" ดึงตัวจาก ฟลาเม็งโก้ มาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,020 ล้านบาท) แต่ได้ลงเล่นให้กับทีมกาสตีย่าเท่านั้น โดยได้ลงเล่น 3 นัดยิงได้ 2 ประตู

    ก่อนที่ล่าสุดทีมของ ซีเนดีน ซีดาน จะตัดสินใจปล่อยนักเตะออกไปหาประสบการณ์กับ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นทีมที่ให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาดาวรุ่งที่ย้ายมาแจ้งเกิดได้กับ "เสือเหลือง" มาแล้ว ก่อนจะถูกขายให้กับ อินเตอร์ มิลาน

 

        ด้าน มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า "เรเนียร์ ถือเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างมาก และสามารถที่จะเปลี่ยนสไตล์ให้เข้ากับการโจมตีที่หลากหลายได้, เราได้เฝ้าติดตามเจ้าหนูรายนี้มานานกว่าสองปีที่นอกจากจะมีเทคนิคที่โดดเด่นแล้ว เขายังมีร่างกายที่แข็งแกร่ง"

    สำหรับ เรเนียร์ เพิ่งจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ ฟลาเม็งโก้ เมื่อปี 2019 โดยมีสถิติยิง 6 ประตูจาก 15 เกม โดยเป็นมิดฟิลด์จอมทักษะมีเทคนิคที่แพรวพราวจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ริคาร์โด้ กาก้า ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน

ชัดเจน! “เมสซี่” ลดวันพักผ่อนนัดเปิดอกคุยคูมัน

สื่อดังสเปน ตีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมลดวันหยุดพักผ่อนกับครอบครัว เพื่อเดินทางมาพบกับ โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่หุ่นบึ้ก เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนงานในอนาคตของ บาร์เซโลน่า และแนวทางในการกอบกู้ความตกต่ำของทัพ "เจ้าบุญทุ่ม"

               ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจที่จะยอมหั่นโปรแกรมวันหยุดพักผ่อน เพื่อที่จะเข้าพบกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ใหม่แกะกล่อง พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับแผนในอนาคตของทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" จากการรายงานของ มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อดังในสเปน

              ยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นกาตาลุนย่า ทำผลงานได้สุดสยองเมื่อพ่ายยับไม่นับญาติต่อ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นส่งผลทำให้ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ถูกจารึกว่าไร้แชมป์เป็นฤดูกาลแรกในรอบ 12 ปี

              ช่วงที่ผ่านมามีรายงานหนาหูว่า เมสซี่ กำลังพิจารณาเกี่ยวกับอนาคตของเขาในถิ่นคัมป์ นู เนื่องจากไม่พอใจที่สโมสรไร้แผนที่เหมาะสมสำหรับอนาคต จนกระทั่ง บาร์ซ่า ตัดสินใจสั่งปลด กีเก้ เซเตียน กุนซือ และ  เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬาออกจากตำแหน่ง

              ขณะเดียวกันสโมสรได้ทำการแต่งตั้ง คูมัน เข้ามากุมบังเหียน ทำให้ เมสซี่ ที่พักผ่อนอยู่กับครอบครัวในบ้านพักหรูแถบเทือกเขาไพรีนิส ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือนครบาร์เซโลน่า พร้อมที่จะลดวันหยุดพักผ่อนเพื่อที่จะเดินทางมาจับเข่าคุยกับ นายใหญ่ชาวดัตช์ วัย 57 ปีเกี่ยวกับแผนงานต่างๆ ของสโมสร

               ทั้งนี้ ตำนานกองหลังเท้าดินระเบิด สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาคุม บาร์ซ่า ด้วยระยะเวลา 2 ปี เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคมที่ผานมา และยอมรับว่างานแรกของเขาก็คือการพยายามกล่อมให้ สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ อยู่ร่วมหัวจมท้ายกับสโมสรต่อไป

ไร้แผนอนาคต!แฉ “เมสซี่” ร้องขอย้ายหนีบาร์เซโลน่า

สื่อดังแฉสนั่น ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกอาร์เจนไตน์ ร้องขอย้ายหนี บาร์เซโลน่า หลังไม่พอใจที่ทีมไม่มีการวางแผนในอนาคต โดยงานนี้นักเตะไม่รีรอให้หมดสัญญาในปี 2021 สอดคล้องกับ มาร์เซโล่ เบชเลอร์ เหยี่ยวข่าวจอมขุดคุ้ย ที่ยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน งานนี้ อินเตอร์ มิลาน และ แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นได้ตัว
               ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู ทันที หลังจากที่สุดผิดหวังที่ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" ร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ จากการเปิดเผยของ เอสปอร์เต้ อินเตอเรติโบ สื่อชื่อดังในบราซิล

              ดาวเตะเลือดอาร์เจนไตน์ มีภาพที่แสดงให้เห็นถึงความผิดหวังอย่างรุนแรงหลังจบเกมที่โดน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถลุงยับไม่นับญาติ 2-8 ในเกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรป เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวเริ่มคิดถึงอนาคตกับต้นสังกัด

               จากรายงานของ เอสปอร์เต้ อินเตอเรติโบ ระบุว่า เมสซี่ ต้องการที่จะย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ทันที เนื่องจากผิดหวังที่สโมสรไม่มีการวางแผนสำหรับอนาคต แม้ว่าเขาจะมีสัญญาเหลืออยู่กับต้นสังกัด 12 เดือน และสามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวล่วงหน้ากับสโมสรไหนก็ได้ในเดือนมกราคมปี 2021 ก็ตาม

               ขณะที่  มาร์เซโล่ เบชเลอร์ นักข่าวจอมขุดคุ้ย ซึ่งเป็นคนแรกที่ปูดข่าวเรื่อง เนย์มาร์ จะย้ายจาก บาร์ซ่า ไปเล่นให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้อ้างแหล่งข่าวรายหนึ่งที่อยู่ในสโมสรว่า เมสซี่ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการย้ายทีมในทันที โดยไม่รอให้หมดสัญญาในปี 2021

               ด้าน อินเตอร์ มิลาน มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่อยากจะได้ เมสซี่ มาร่วมทีม เช่นเดียวกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้ที่นักเตะจะย้ายไปเล่นด้วย เนื่องจากมี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำหน้าที่กุมบังเหียนในเวลานี้

               ในส่วนของ บาร์เซโลน่า ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมนัดประชุดในวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยคาดว่าเรื่องสำคัญคงหนีไม่พ้นการสั่งปลด กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์คนปัจจุบัน และ เอริก อบิดัล ผู้อำนวยการกีฬา

               ช่วงที่ผ่านมาชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ มักจะถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องว่าจะเข้ามาคุมทัพ "เลือดหมูน้ำเงิน" แต่ล่าสุดจากแห่งข่าวหลายสำนักในสเปน แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ จะได้เป็นโค้ชคนใหม่ของทีม

บาเยิร์นขอโหดต่อ! “เลวาน” พร้อมซัด,ลียงลุ้น “เดอปาย” โป้งรอบรองฯ ชปล.

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค หวังโชว์ฟอร์มโหดต่อเนื่องโดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำปิดสกอร์เกมพบ "โอแอล" โอลิมปิก ลียง ที่มี เมมฟิส เดอปาย พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ  วันพุธที่ 19 ส.ค. ศกนี้  เวลา : 02.00 น.

ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันพุธที่ 19 สิงหาคม 2563, เวลา : 02.00 น.
โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)   –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรนมัน)

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (สนามกลาง)

    ทีมโอแอลของ รูดี้ การ์เซีย มาไกลเกินคาดถึงรอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ หลังจากที่ไล่เขี่ยตัวเต็งมาทั้งยูเวนตุส ด้วยกฎประตูทีมเยือน และแมนฯ ซิตี้ 3-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

    การจัดทัพไม่มีปัญหาเจ็บ-แบนให้กังวล ในแดนหน้าที่มีกัปตัน เมมฟิส เดอปาย ยืนพื้น คู่หูต้องเลือกระหว่าง คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี ที่ออกสตาร์ตทั้ง 2 แมตช์ล่าสุด หรือ มุสซ่า เดมเบเล่ ที่ถูกเปลี่ยนตัวมายิงรัว 2 ลูกใส่ทีมเรือใบสีฟ้า

    นอกนั้นยึดชุดเดิม เท่ากับว่า มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์ ดาวรุ่งวัย 20 จะได้ลงตัวจริงกลางสนามต่อไป ประสานงานกับอีก 2 แข้งพลังหนุ่มทั้ง บรูโน่ กิมาไรช์ และ อูสเซ็ม อาอูอาร์ วัย 22 เท่ากัน

    วิงแบ็ก 2 ฟากวาง เลโอ ดูบัวส์ กับ มักซ์เวล กอร์เน่ต์ โดยหลังปรับตำแหน่งจากแนวรุกแล้วกลายเป็นเล่นดี แนวรับนำโดย เจสัน เดนาเยอร์ อดีตแข้งแมนฯ ซิตี้ และ แอนโธนี่ โลเปส ที่โชว์เซฟอุตลุดในรอบก่อน

    ด้านทีมเสือใต้ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงเป็นทีมเดียวในท็อป 5 ลีกยุโรปที่ชนะรวดทุกรายการนับจากรีสตาร์ต อีกทั้งรายการนี้ก็เฮทุกนัดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงแมตช์ล่าสุดที่ระเบิดฟอร์มโหด ถล่มบาร์เซโลน่าไปถึง 8-2

    ความพร้อมล่าสุดได้ข่าวดีเมื่อ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกกลับมาซ้อมได้แล้ว กระนั้นเชื่อว่าฟลิคคงไม่คิดเยอะเกิน ยึด 11 ตัวจริงที่กำลังลงตัวต่อไป

    นั่นเท่ากับว่า โยชัว คิมมิช จะได้เล่นแบ็กขวาต่อไป แล้วให้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมกลางสนามคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แม้ว่าดาวเตะทีมชาติสเปนกำลังตกเป็นข่าวย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลก็ตาม

    คิงส์เล่ย์ โกมัน อีกหนึ่งแข้งฝรั่งเศสกลับมาฟิตเช่นกัน แต่ อิวาน เปริชิช ลากเลื้อยทดแทนได้เยี่ยม น่าจะยึดตำแหน่งใน 3 แนวรุกเคียงข้าง แซร์ช นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปลที่กดไปแล้ว 54 ลูกทุกรายการฤดูกาลนี้

    ในราย ลีรอย ซาเน่ ปีกสมาชิกใหม่ที่คว้ามาจากแมนฯ ซิตี้ นั้นยังไม่สามารถลงเล่นได้จนกว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    โอลิมปิก ลียง (3-5-2) : แอนโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล – เลโอ ดูบัวส์, มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาไรช์, อูสเซ็ม อาอูอาร์, มักซ์เวล กอร์เน่ต์ – คาร์ล โตโก้ เอก็อมบี, เมมฟิส เดอปาย
    เทรนเนอร์ : รูดี้ การ์เซีย

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริชิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ (สเปน)

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี      รายการ    ผลการแข่งขัน
28/04/10        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 0-3
22/04/10        ชปล.    บาเยิร์น ชนะ ลียง 1-0
11/12/08        ชปล.    ลียง แพ้ บาเยิร์น 2-3
01/10/08        ชปล.    บาเยิร์น เสมอ  ลียง 1-1 
05/11/03        ชปล.    บาเยิร์น แพ้ ลียง 1-2
21/10/03        ชปล.    ลียง เสมอ  บาเยิร์น 1-1
06/03/01        ชปล.    ลียง ชนะ  บาเยิร์น 3-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลียง
16/08/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้  3-1 (สนามกลาง)     ชปล.
07/08/20 แพ้ ยูเวนตุส 1-2 (เยือน)         ชปล.
01/08/20 เสมอ เปแอสเช 0-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ ลีก คัพ 
23/07/20 ชนะ เกนท์ 3-2 (เยือน)         อุ่นเครื่อง   
19/07/20 ชนะ เซลติก 2-1 (เหย้า)         อุ่นเครื่อง

บาเยิร์น
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล
27/06/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 (เยือน)     บุนเดสลีกา

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

18 ส.ค. 2563-19:11 น.
แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ แย้มสถานะไฮโซณัย เคลียร์ดราม่าเหตุเลิกต้น

แต้ว เปิดใจครั้งแรก กับรักครั้งใหม่ / วันที่ 18 ส.ค. แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ มาร่วมงาน เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์แฟร์ 2020 ที่ เซ็นทรัลชิดลม พร้อมให้สัมภาษณ์อัพเดตชีวิตหลังสูญเสียคุณพ่อ และเรื่องความรักกับ ไฮโซประณัย

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?
"ค่อยๆ รับรู้ความเป็นจริงขึ้นเรื่อยๆ แต้วได้คำสอนจากคุณพ่อมาเยอะ เรื่องการมองโลกในความเป็นจริง ถือว่าคำสอนนี้ทำให้เรามีสติ ยิ่งเวลาที่เราเศร้าเรานึกถึงคำสอน นึกถึงคุณพ่อมันช่วยได้จริงๆ กับคุณแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ก็ตระเวนทำบุญกันเยอะมาก เพราะว่าพรุ่งนี้ก็จะครบ 50 วันพ่อเสีย"

ตั้งใจจะทำอะไรในวันครบรอบ 50 วัน การจากไปของคุณพ่อ ?
"ในวันครบรอบก็ทำบุญค่ะมีถวายผ้าไตร ถวายสังฆทาน"

หลายคนชื่นชมว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เราเข้มแข็งมาก ?
"ก็อย่างที่บอกคุณพ่อสอนมาเยอะ สอนไม่ให้เราประมาทกับการใช้ชีวิต ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเราสามารถ ยอมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตเราเองที่มันไม่แน่นอน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่ามันช่วยได้มากจริงๆ"

ลุกขึ้นมาทำงานได้เร็วมาก ?
"กองให้ไปถ่าย (หัวเราะ) จริงๆก็ช่วยได้มาก ให้เรามาโฟกัสอยู่กับงาน ไม่ไปจมอยู่กับความเศร้า แต่ก็ยังเศร้าอยู่"

เราต้องเป็นหลักให้กับครอบครัวมาขึ้นไหม เพราะว่าดูพี่สาวเราก็สภาพจิตใจแย่มากเช่นกัน ?
"ไม่ค่ะ เป็นทั้งแต้วและพี่เต๋า คือคิดว่าถ้าขาดพี่เต๋าไป แต่วคงเซเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราก็จับมือกันทั้งคุณแม่ พี่เต๋า แต้ว ก็มีพี่โน้ตสามีพี่เต๋าอีกคน มาช่วยพยุงกันให้กลับมาใช้ชีวิต ไม่ปกติแหละ แต่ก็พยุงกันไปได้ในช่วงชีวิตที่เรารู้สึกว่าเรายังอ่อนแอ"

คุณพ่อมาเข้าฝันบ้างไหม ?
"ไม่มีเลย ตอนแรกยังบอกว่า มาเลยนะ จริงๆเป็นคนที่กลัวเรื่องนี้มาก แต่ก็อยากเจอเนอะ คิดถึง"

แต่พี่เต๋าบอกว่าคุณพ่อมาหา ?
"ใช่ค่ะ คือเขาคิดถึงมากจริงๆ เพราะฉะนั้นเขาก็จะนั่งสมาธิ เชื่อว่าน่าจะเป็นผลบุญให้คุณพ่อด้วย ก็จะชวนกันนั่งสมาธิสวดมนต์ทุกคืน"

ช่วงนี้ก็จะแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้านอยู่บ่อยๆ ?
"มีคุณแม่มอบหมายหน้าที่ให้ โดยการให้ดูแลหลาน แม่ก็กลายเป็นคุณยายที่ทำหน้าที่คุณยายเต็มตัว ปกติพี่สาวก็จะดูแลลูกเอง"

ล่าสุดเห็นพากันไปทานอาหารญี่ปุ่น ?
"ใช่ค่ะ คุณแม่ไม่ค่อยออกข้างนอกเท่าไหร่ ก็ชวนกันไปทานข้าว จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง"

ว้าวเลย

มีประณัยไปด้วย ?
"ใช่ค่ะ ได้มาเจอกันหลายๆคน"

หลายคนมองว่าเป็นการเปิดตัวแบบเป็นทางการหรือเปล่า ?
"ไม่นะคะ ถ้าเป็นวันนั้น เป็นการผ่านไอจีสตอรี่ของคนอื่น ถ้าเป็นทางการไม่น่าจะเผลอขนาดนั้น"

ตัวเราเองยังไม่พร้อมด้วยใช่ไหม ที่จะเปิดตัวแบบเป็นทางการ ?
"อุ้ย แต้วว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องค่อยๆ เรียนรู้ค่ะ มันไม่ใช่อีเวนต์ที่จะต้องเปิดตัวหรือแกรนด์โอเพนนิ่งอะไร"

คนแซวมากๆ เขินไหม ?
"ไม่เรียกว่าเขินอ่ะ แต่แค่แบบว่าทำไมต้องเหมือนหาวาระอะไรให้กับเรื่องนี้ด้วย"

เวลาไปทานข้าวกับเขา แล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายติดเขาไปด้วย มีแอบพะวงไหมว่าจะลงหรือไม่ลงไอจีดีไหม ?
"เอ่อ ไม่นะคะ แต้วรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เข้ามาในชีวิตเรา เราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องพะวงว่าจะติดไม่ติด เพราะเรารู้สึกโอเคค่ะ"

ผลัดกันถ่าย

ช่วงที่แต้วเศร้ามากๆ เรื่องงานคุณพ่อ เขาก็อยู่ข้างกายเราตลอด ?
"มีหลายคนค่ะที่อยู่รอบๆ มีทั้งพี่ๆ ในวงการ ช่างแต่งหน้า มาช่วยกัน มาเป็นกำลังใจให้เราทุกคน รวมถึงพี่ต้นด้วย เจมส์ด้วย หลายคนเพื่อนๆ นักแสดงมาเป็นกำลังใจให้ เราก็รู้สึกซาบซึ้งมากๆ ที่เขาช่วยเราตั้งแต่วันแรก"

การพาไปทานข้าวกับคุณแม่วันนั้น เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เจอไฮโซประณัยด้วยไหม ?
"ไม่ค่ะ เคยไปทานกันหลายรอบค่ะ"

หลายคนก็ชื่นชมต้น ที่ในวันงานดูแลแต้วและครอบครัวดีมาก ?
"ค่ะ คือเราก็มองเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวอยู่แล้วค่ะ อย่างพี่เต๋าเองเวลามีงานอะไรก็จะชวนพี่ต้นมาด้วย เราก็รู้สึกว่าอยากให้เขามา อีกอย่างเขาเองก็ผูกพันกับคุณพ่อมาก คุณพ่อเห็นเขามาตั้งแต่เด็กๆ ด้วยกัน และเขาก็มาด้วยความเต็มใจ ตั้งใจจริงๆ เขาอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนคุณพ่อด้วย"

แสดงว่าพี่ต้นก็เปรียบเสมือนอีกคนในครอบครัวไปแล้ว ?
"มันรู้สึกแบบนั้นนะ เพราะเราเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่หวังดีกับเราคนหนึ่ง และเราก็หวังดีกับเขา"

เหมือนเป็นพี่ชายคอยช่วยดูแลทุกคนในงานเลย ?
"ใช่ค่ะ"

ฟนเก่า

ความสัมพันธ์กับประณัยเป็นอย่างไรบ้าง ?
"ก็ดีค่ะ เหมือนเราค่อยๆ รู้จักกันไปนะคะ ทุกอย่างมันก็ต้องใช้เวลาเนอะ ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปค่ะ"

ตัวประณัยเขินไหม ที่ถูกจับตามองแบบนี้ ?
"เอ่อ… คงไม่เป็นเชิงเขินมั้งคะ ไม่รู้เหมือนกันต้องไปถามเขาดู (หัวเราะ) เวลามีภาพตามโซเชียลถามว่าเขาซีเรียสไหม ไม่นะคะ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรค่ะ"

ถ้าให้สถานะตอนนี้ เราจะเรียกว่าอะไร ?
"เรียกว่าเป็นเพื่อนที่เราพยายามรู้จักกันให้มากขึ้น เรียนรู้กันอะไรแบบนี้ค่ะ"

เหมือนทางครอบครัว คุณแม่ รวมไปถึงแก๊งเฟอร์บี้ก็ไฟเขียวแล้ว ?
"ก็เป็นคนที่เรารู้สึกหวังดีด้วย และเราก็เชื่อว่าเขาหวังดีกับเรา เพราะฉะนั้นเราเลยอยากจะพาไปรู้จักกับคนที่เราอยากให้รู้จัก คำว่าไฟเขียวถ้าจะบอกว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้ หรือจะใช่ก็ไม่ได้ แต้วรู้สึกว่าอย่างตอนที่เราเป็นแฟนกับพี่ต้น เราก็ยังอยู่ในสายตาคุณพ่อคุณแม่มาตลอด ยังโดนว่า ยังโดนติ เราเลยคิดว่ามันไม่ได้มีคำว่าไฟเขียวขนาดนั้น เพราะทุกๆ อย่างในชีวิตเรา เราจะปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ตลอด คงไม่ได้มีไฟแดงไฟเขียวอะไร"

แก๊งเฟอร์บี้มีคอมเมนต์ไหม ?
"ไม่ได้มีนะคะ เราก็เจอกันคุยกันปกติ ไม่ได้มีนอกรอบ"

เหมือนก่อนหน้านี้ก็เจอกระแสเยอะเหมือนกัน อย่างดราม่าเรามูฟออน เป็นช่วงโควิดพอดี ไม่มีโอกาสได้พูด เราอยากพูดอะไรไหม ?
"ใช่ค่ะ คือแต้วก็เห็นนะคะ แต่ไม่ได้เอามาคิดอะไรมาก แต้วเข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ์ในการพูด แต่แต้วคิดว่าเป็นการตัดสินใจของเราในทุกๆ เรื่อง กว่าจะมาถึงวันนี้มันก็ใช้เวลา ทั้งตอนที่มีปัญหา ใช้เวลาในการแก้ไขมาประมาณหนึ่ง จนถึงวันนี้ ถามว่าเสียใจมั้ย เราก็เสียใจอยู่แล้ว แต่ทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความทุกข์ หรือความสุข เราก็เรียนรู้ที่จะก้าวออกมาให้ได้ ทุกข์ก็อย่าไปทุกข์นาน เรื่องที่ทุกข์ที่สุดในชีวิต ที่เรากลัวมากๆ คือการเสียคุณพ่อ เราก็ต้องมูฟออนออกมาให้เร็ว เพราะต้องกลับใช้ชีวิตเหมือนเดิม หรือเวลาเรามีความสุขมากๆ ก็อย่าไปยึดติดกับมันมาก พยายามอยู่กับตรงนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้แล้วมันก็เกิดขึ้นเร็วมากๆ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติ ไม่ว่าคนจะพูดอะไรแต้วก็ไม่ตัดสิน ไม่ไปพูดกับเขาว่ามันไม่ควรพูด แต้วก็ฟรีๆ เพราะไม่สามารถห้ามใครได้ และก็ไม่มีใครสามารถห้ามแต้วได้เหมือนกัน เพราะมันคือการตัดสินใจของเราที่เราจะรับผลกระทบเอง"

เรามูฟออนแต่เขาไม่ยอมมูฟออน ยังเมนต์แต่เรื่องเดิม ๆ หงุดหงิดใจไหม ?
"ไม่เลยค่ะ เรารู้สึกว่าพูดได้เต็มที่ไม่เป็นไร เราก็ใช้ชีวิตของเรา สิ่งที่เราทำวันนี้ ก็มีผลในอนาคตของเรา คำพูดของใครไม่ได้จะมาทำให้มีผลกระทบอะไรกับชีวิต เราแคร์คนรอบๆ ข้าง ไม่ทำให้ใครเสียใจกับการตัดสินใจของเราก็พอแล้วค่ะ"

คนเม้าธ์สุดท้ายเราก็คบไฮโซตามเพื่อน ?
"ก็เป็นเหมือนคำสรุปสั้นๆ แต่แต้วว่าจริงๆ มองตื้นไป กว่าจะมาถึงวันนี้เราผ่านมาเป็น 10 ปี กว่าจะพิสูจน์ว่าเราไปกันไม่ได้ ผ่านการแก้ไข และไม่แก้ไขมาเยอะมาก การที่ไปตัดสินใจแบบนั้นก็ตื้นไป เรื่องคำว่าไฮโซแต้วก็ไม่รู้ เพราะแต้วก็ไม่รู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง หรือว่าคนที่ถูกเรียกเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คนที่เขาไม่ชอบก็ไม่ค่อยแฟร์เหมือนกัน ที่จะต้องถูกจำกัดความแค่คำนี้ เขาอาจจะอยากถูกมองเป็นอย่างอื่นหรือเปล่าในสิ่งที่เขาทำ แต่ถ้าคนชอบแต้วก็ไม่แตะอะไร"

ประณัยทำใจแล้วใช่ไหมถ้าเป็นแฟนกับแต้ว ต้องถูกจับตามอง ?
"ไม่รู้ค่ะ(ยิ้มเขิน) แต้วก็ใช้ชีวิตของแต้วค่ะ แต้วก็บาลานซ์ให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะแต้วรู้สึกว่าไม่อยากทำให้ใครไม่แฮปปี้ค่ะ"

 

 

เรียกแขก!ซิลวาโพสต์เหน็บเดอะค็อปหลังโดนเย้ยร่วงชปล.

แบร์นาร์โด้ ซิลวา มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ โพสต์ข้อความเหน็บสาวก ลิเวอร์พูล หลังจากมีแฟนบอล "หงส์แดง" บางส่วนที่เยาะเย้ยกับการที่ "เรือใบสีฟ้า" ร่วงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยดาวเตะชาวโปรตุกีสบอกว่า "เดอะ ค็อป" กลุ่มนั้นควรจะไปหาอย่างอื่นทำดีกว่ามาโพสต์เยาะเย้ยนักเตะของ แมนฯ ซิตี้
    แบร์นาร์โด้ ซิลวา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โพสต์ข้อความเชิงเหน็บแนมแฟนบอล ลิเวอร์พูล หลังจากที่ "เดอะ ค็อป" บางส่วนไปเยาะเย้ยที่ "เรือใบสีฟ้า" ตกรอบก่อนรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ช่วงที่ผ่านมาแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล เริ่มเปิดศึกใส่กันบ่อยกว่าสมัยก่อน หลังจากที่ทีมรักของพวกเขาถูกมองว่าเป็น 2 ทีมที่เก่งที่สุดของเกาะอังกฤษจนกลายเป็นเหมือนคู่แข่งลุ้นแชมป์กันโดยตรง ซึ่งทันทีที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองเชียร์ ลิเวอร์พูล บางส่วนก็โพสต์ข้อความเยาะเย้ย แมนฯ ซิตี้ กันอย่างสนุกสนาน

    ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซิลวา เริ่มต้นด้วยการโพสต์ย้อนถึงผลงานของทีม โดยบอกว่า "ฤดูกาล 2019-20 จบลงแบบน่าผิดหวังสำหรับเรา สำหรับแฟนๆ แล้วนั้น เราเห็นใจพวกเขาที่ต้องเจอกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังแบบนี้ สิ่งเดียวที่เราสามารถให้คำมั่นสัญญาได้ก็คือในฤดูกาล 2020-21 เราจะสู้อย่างหนักเพื่อที่จะทำผลงานให้ออกมาดีกว่านี้ และกลับไปคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ มาครองเพื่อพวกคุณให้ได้!"

    อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวได้ไม่นาน ดาวเตะชาวโปรตุกีสก็โพสต์เหน็บแฟนบอล ลิเวอร์พูล ต่อทันที ด้วยการบอกว่า "และสำหรับแฟนบอล ลิเวอร์พูล ทุกคนที่ไม่มีอะไรจะทำนอกจากแวะมาที่แอคเคาท์ของนักเตะ แมนฯ ซิตี้ แล้วน่ะ ฉันก็รู้สึกเห็นใจพวกแกเหมือนกัน แต่ในเหตุผลที่แย่ๆ อ่ะนะ พวกแกนี่มันน่าสมเพชชะมัด ไปฉลองแชมป์ของพวกแกสิวะ หรือไม่ก็พยายามหาคนรัก, ไปดื่มเบียร์กับเพื่อน, อ่านหนังสือแทนสิ มีทางเลือกให้ทำตั้งหลายอย่างนะ!"

And to all Liverpool fans that have nothing else to do than to come to a Man City player account, I’m also sorry for you but for the wrong reasons… pathetic… go celebrate your titles, or try to find a partner, drink a beer with a friend, read a book… so many options!

— Bernardo Silva (@BernardoCSilva) August 16, 2020
    สำหรับ ซิลวา นั้น เคยจุดประเด็นร้อนมาแล้วในเกมลีกที่ แมนฯ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ ลิเวอร์พูล 4-0 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะเกมนั้นทีมของกุนซือ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ตั้งแถวเกียรติยศปรบมือให้ ลิเวอร์พูล เพื่อให้เกียรติที่อีกฝ่ายคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ แต่ ซิลวา ไม่ยอมปรบมือแม้แต่นิดเดียว แถมยังเดินออกจากแถวก่อนที่นักเตะ ลิเวอร์พูล จะเดินผ่านไปครบทุกคนด้วย

 

ดราม่า!ผอ.ลาซิโอจวก “ซิลบา”,พ่อโดดป้องลูกชาย

อิกลี่ ทาเร่ ผอ.กีฬาลาซิโอ ไม่ปลื้มพฤติกรรมของ ดาบิด ซิลชา มิดฟิลด์จอมเก๋าเลือดกระทิงดุ ที่ไม่รักษาคำพูดย้ายมาสวมชุด "อินทรีฟ้าขาว" แต่กลับไปเซ็นสัญญากับ เรอัล โซเซียดาด ขณะที่พ่อของนักเตะสวนกลับ ลูกชายของเขาไม่ได้ตกลงอะไรกับ ลาซิโอ เลย ฉะนั้นมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจยังไงก็ได้

    อิกลี่ ทาเร่ ผู้อำนวยการกีฬาลาซิโอ สโมสรในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดใจตนไม่ให้ความเคารพ ดาบิด ซิลบา จอมทัพชาวสแปนิช ในฐานะลูกผู้ชาย หลังจากที่นักเตะกลืนน้ำลายไม่ยอมรักษาคำพูดในการมาเล่นให้กับ "อินทรีฟ้าขาว" และเลือกเซ็นสัญญากับ เรอัล โซเซียดาด

    ซิลบา ตัดสินใจยุติชีวิต 10 ปีกับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเตรียมที่จะเดินทางไปยังกรุงโรม เพื่อที่จะเข้ารับการตรวจร่างกายกับ "เบียงโคเชเลสเต้" หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้มีการตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ และนักเตะจะเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี

        สุดท้ายเรื่องกลับตาลปัตรเมื่อ ดาวเตะวัย 34 ปี เปลี่ยนใจกลางอากาศย้ายไปเซ็นสัญญา 2 ปีกับ เรอัล โซเซียดาด ทำให้บอร์ดบริหาร ลาซิโอ ไม่พอใจอย่างมาก โดย ทาเร่ ตัดสินใจใช้เว็บไซต์สโมสรแสดงความเห็นอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการผิดคำพูดของ ซิลบา ว่า "ผมได้รับทราบเรื่อง ดาบิด ซิลบา ย้ายไปอยู่กับ เรอัล โซเซียดาด แล้ว ผมให้ความเคารพเขาในฐานะนักฟุตบอล แต่ไม่ใช่ในฐานะลูกผู้ชาย"

        จากประเด็นดราม่าในครั้งนี้ทำให้ เฟร์นานโด ฆิมิเนซ ซึ่งเป็นบิดาของ ซิลบา ออกมาตอบโต้ทันทีโดยระบุว่า "ตอนที่พวกเขา (เอเจนต์) บอกกับลาซิโอเรื่องการเจรจากับ เรอัล โซเซียดาด พวกเขา (ลาซิโอ) ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาแย่ๆ ออกมาเลย สุดท้ายมันไม่มีอะไรที่แน่นอนกับเบียงโคเชเลสเต้ แน่นอนว่ามีการติดต่อกับ ลาซิโอ จริงๆ แต่ เรอัล โซเซียดาด และอีกหลายๆ ทีมด้วยเช่นกัน"

        "อย่างไรก็ตาม ลูกชายของผมตัดสินใจที่จะกลับสเปน และเซ็นสัญญากับ เรอัล (โซเซียดาด) ดาบิด ตัดสินใจไปแล้ว และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากๆ จากปฏิกิริยาของสโมสรในอิตาลี ทุกๆ คนมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการอะไร  ลาซิโอ เจรจากับเอเจนต์ของเขา ไม่ได้คุยกับ ดาบิด ดังนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงพูดกับเขาแบบนี้ เขายังไม่ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับ ลาซิโอ เลย ที่สำคัญยังมีทีมอื่น ๆที่พูดคุยกับเขาด้วยเช่นกัน" บิดาตำนานทีมชาติสเปน ระบุ

สถิติ UCL! ‘เลวานดอฟสกี้-กนาบรี้’ยิงแซง’โรนัลโด้-เบล’

สองแนวรุกเสือใต้ซัดประตูแซงอดีตดูโอของราชันชุดขาว และเป็นสถิติใหม่ของถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ แซร์จ กนาบรี้ กลายเป็นคู่หูที่ยิงประตูมากที่สุดในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาล

ทีมเสือใต้โชว์ฟอร์มแกร่งไล่ยิง โอลิมปิค ลียง ในรอบรองชนะเลิศ 3-0 จากผลงานของกนาบรี้ 2 ประตู และเลวานดอฟสกี้ 1 ประตู

นั่นทำให้ทั้งคู่ยิงรวมกันในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ไปแล้ว 24 ประตู (เลวานดอฟสกี้ 15, กนาบรี้ 9) กลายเป็นสถิติใหม่ของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกทันที แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้ และ แกเร็ธ เบล ที่เคยยิงช่วย เรอัล มาดริด รวมกัน 23 ประตู ในฤดูกาล 2013/14

Editor Picks
-ส่องผลงาน 14 แข้งบราซิลของ เชลซี ใครรุ่ง ใครร่วง?
-แข้งแมนฯซิตี้ ฤดูกาล 2007/08 ก่อนถูกเทคโอเวอร์ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?
-รุ่นพี่ปิร์โล : ส่องผลงาน 16 กุนซือ จากนักเตะดังสู่โค้ช
-Rank It Up : 8 ดาวรุ่งอาเซียนค่าตัวแพงที่สุด

ขณะเดียวกัน ดาวยิงชาวโปแลนด์ยังมีลุ้นทาบสถิติยิงประตูสูงสุดในถ้วยยุโรป 1 ฤดูกาล หลังตอนนี้ตามหลังเจ้าของสถิติอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 17 ประตู ในฤดูกาล 2013/14 เพียง 2 ประตู ในขณะที่ยังมีโปรแกรมลงเล่นนัดชิงชนะเลิศกับ ปา่รีส แซงต์ แชร์กแมง 

ด้านบาเยิร์นก็มีลุ้นทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาลเช่นกัน ซึ่งบาร์เซโลนาทำไว้ 45 ประตู ในฤดูกาล 1999-2000 หลังตอนนี้พวกเขายิงไปแล้ว 41 ประตู