กลับอังกฤษ!เผยทีมชปช.สนดึงเจอร์ราร์ดนั่งเก้าอี้กุนซือ

เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ตีข่าว สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือ เรนเจอร์ส กำลังตกเป็นเป้าหมายของ สตีฟ แลนส์ดาวน์ เจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ หลังจากที่ บริสตอล เพิ่งสั่งเด้ง ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
    สตีฟ แลนส์ดาวน์ มหาเศรษฐีและเจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ สโมสรในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังเล็งที่จะดึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส สโมสรในศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ตามรายงานของ เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    แลนส์ดาวน์ เพิ่งสั่งปลด ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังจนถึงขั้นไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกัน โดยพอ จอห์นสัน โดนเด้งออกจากตำแหน่ง บริสตอล ก็ชนะ 2 นัดติดต่อกันทันทีเลย

    นอกจาก เจอร์ราร์ด แล้วนั้น คริส ฮิวจ์ตัน อดีตกุนซือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, ลี โบว์เยอร์ อดีตแข้งคนดังที่ตอนนี้คุม ชาร์ลตัน แอธเลติก อยู่ และ ไรอัน โลว์ นายใหญ่ พลีมัธ อาร์ไกล์ ก็อยู่ในลิสต์ที่ แลนส์ดาวน์ เล็งเอาไว้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เดลี่ เอ็กซ์เพรส บอกว่าตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล คือคนที่ แลนส์ดาวน์ เชื่อว่าจะทำให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ตามที่ตนวาดฝันเอาไว้ได้

    สำหรับ เจอร์ราร์ด นั้น ทำผลงานได้น่าประทับใจพอตัวนับตั้งแต่ที่เข้าคุม เรนเจอร์ส ในช่วงกลางปี 2018 แม้ว่าจะยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้เลยก็ตาม โดยเขามีเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะราว 60 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะเป็นงานยากสำหรับ บริสตอล ที่จะดึง เจอร์ราร์ด มาเป็นกุนซือคนใหม่ได้ เพราะเขาเพิ่งต่อสัญญากับ เรนเจอร์ส จนถึงปี 2024 ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

แบนไอ้หนูฟาติ! บาร์ซ่าห้ามพลาด “เมสซี่-ซัวเรซ” นำทัพลุยถิ่นบายาโดลิด

แชมป์เก่า บาร์เซโลน่า เหลือเวลาให้ป้องกันแชมป์น้อยเต็มที โดย กีเก้ เซเตียน บอสใหญ่เจ้าบุญทุ่มแม้จะไร้ไอ้หนู อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบนหลังโดนใบแดงในเกมล่าสุด ทว่ายังพร้อมจัดชุดใหญ่นำโดยสามประสานอย่าง ลิโอเนล เมสซี่-หลุยส์ ซัวเรซ และอองตวน กริซมันน์ ในเกมบุกรัง เรอัล บายาโดลิด ศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 00.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน นัดที่ 36
เรอัล บายาโดลิด (14) – บาร์เซโลน่า (2)
วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา : 00.30 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า    

    เรอัล บายาโดลิด

    เซร์คิโอ กอนซาเลซ ได้ ออสการ์ ปลาโน่ ตัวรุกคนสำคัญพ้นติดโทษแบนกลับมา และจะลงปักหลักทำเกมรุกตรงกลาง โดยฝั่งขวาใช้ ปาโบล เอเบียส ,ฝั่งซ้ายใช้งาน โตนี่ บีย่า หน้าเป้ายังเป็น เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า ,มิดฟิลด์คู่กลางใช้ เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ ลงตัดเกมร่วมกับ รูเบน อัลการาซ  ส่วนแผงหลัง แบ็กขวาเป็น ฆาบี โมยาโน่  ใช้ ฆัวกิน เฟร์นานเดซ ยืนเซนเตอร์แบ็กกับ ฆาบี ซานเชซ โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลิซู ที่เพิ่งหายเจ็บรอโอกาสที่ข้างสนาม ส่วนแบ็ก ราอูล การ์เซีย พร้อมลงทำหน้าที่

    บาร์เซโลน่า

    กีเก้ เซเตียน ยังไม่มี ซามูแอล อุมตีตี้,จูเนียร์ ฟีร์โป้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วน แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  ก็ยังไม่น่าจะพร้อม ส่วน อันซู ฟาติ ติดโทษแบน 1 นัด ในแผงแบ็กโฟร์เลือกใช้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ยืนเเบ็กขวา, เกลม็อง ล็องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ยอร์ดี้ อัลบา เล่นแบ็กซ้าย แดนกลาง  ริกิ ปุช ดาวรุ่งจะได้ลงเล่นต่อร่วมกับ อาร์ตูโร่ วีดัล และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ส่วนแนวรุก วาง ลิโอเนล เมสซี่ เป็นหน้าต่ำ และดัน อองตวน กริซมันน์ ขึ้นไปยืนคู่หน้ากับ หลุยส์ ซัวเรซ

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล บายาโดลิด (4-2-3-1) ยอร์ดี้ มาซิป-ฆาบี โมยาโน่,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ,โฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย-รูเบน อัลการาซ,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ-ปาโบล เอเบียส,ออสการ์ ปลาโน่,โตนี่ บีย่า-เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า

    บาร์เซโลน่า (4-3-1-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เซร์จี้ โรเบร์โต้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้,ยอร์ดี้ อัลบา- เอาร์ตูโร่ วีดัล,ริกิ ปุช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์-ลิโอเนล เมสซี่-หลุยส์ ซัวเรซ,อองตวน กริซมันน์
 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
30/10/19    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    5-1    เรอัล บายาโดลิด   
17/02/19    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    1-0    เรอัล บายาโดลิด
26/08/18    ลา ลีกา    เรอัล บายาโดลิด    0-1    บาร์เซโลน่า
08/03/14    ลา ลีกา    เรอัล บายาโดลิด    1-0    บาร์เซโลน่า
06/10/13    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    4-1    เรอัล บายาโดลิด
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล บายาโดลิด
08/067/20    แพ้ บาเลนเซีย 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20    ชนะ อลาเบส 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20    เสมอ เลบันเต้ 0-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
26/06/20    เสมอ เซบีย่า 1-1 (เยือน)    ลา ลีกา
24/06/20    เสมอ เคตาเฟ่ 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
           
บาร์เซโลน่า
09/07/20     ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
06/07/20     ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน) ลา ลีกา
01/07/20     เสมอ แอต.มาดริด 2-2 (เหย้า) ลา ลีกา
27/06/20     เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน) ลา ลีกา
23/06/20     ชนะ บิลเบา 1-0  (เหย้า) ลา ลีกา

สูสี!สเปอร์สเปิดรังฟัดอาร์เซน่อลจัด “เคน-โอบาเมย็อง” วัดคมเกือก

คู่เดือดที่ผลงานการพบกันสุดสูสี…"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล โดยสองดาวยิงของทั้งสองทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะถูกจับตามองและมีสิทธิ์ปิดสกอร์พาทีมคว้าชัย ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
สเปอร์ส (10)   –   อาร์เซน่อล (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

    โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมไก่เดือยทองมีสถิติ 2-2-1 ในช่วงรีสตาร์ตโดยรวมยังไม่น่าประทับใจนัก ล่าสุดทำได้แค่ไปเสมอกับบอร์นมัธ 0-0

    เอริก ดายเออร์ จะติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จาก 4 เกม โดย ทรอย แพร์รอตต์ และ จาเฟต แทนกันก้า 2 ดาวรุ่งยังคงบาดเจ็บเช่นเคย

    เดเล่ อัลลี่ เดี้ยงเอ็นหลังหัวเข่าไม่พร้อมสำหรับนัดนี้ และ โจวานี่ โล เซลโซ่ ก็ต้องลุ้นความฟิตก่อนลงสนามด้วย

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซือไอ้ปืนใหญ่ พาทีมเก็บ 10 แต้มจาก 4 เกมล่าสุด โดยเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขาเสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1

    อาร์เซน่อลมีปัญหานักเตะบาดเจ็บอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (เข่า), คัลลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า) และ แบร์นด์ เลโน่ (เข่า) ลงสนามไม่ได้ทั้งหมด

    ขณะที่ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ กองหน้าดาวรุ่งยังคงติดโทษแบน ส่วน เมซุต โอซิล มีปัญหาที่หลัง ไม่น่าจะลงเล่นได้

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส – ลูกัส มูร่า, สตีเฟ่น เบิร์กไวน์, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน
    ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

    อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช -เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – บูกาโย่ ซาก้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/09/19    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 2 – 2 สเปอร์ส     
02/03/19    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 1 อาร์เซน่อล    
20/12/18    ลีก คัพ    อาร์เซน่อล 0 – 2 สเปอร์ส     
02/12/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 4 – 2 สเปอร์ส     
10/02/18    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 0 อาร์เซน่อล    

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
สเปอร์ส
09/06/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/07/20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/07/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/06/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
07/06/20 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

บิ๊กทีมมาฟัง!คูลิบาลี่พูดเรื่องอนาคตตัวเองแล้ว

คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังของ นาโปลี เผยถึงกระแสย้ายทีมที่มีออกมาตามหน้าสื่ออย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสโมสรแต่อย่างใด และพร้อมที่จะแขวนสตั๊ดกับต้นสังกัดหากได้รับการต่อสัญญาออกไป
    คาลิดู คูลิบาลี่ แนวรับวัย 29 ปีตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักกับหลายสโมสรชื่อดังทั่วยุโรป ไม่ว่าจะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สองทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ต้องการเสริมทัพกองหลังฝีเท้าดี รวมถึง ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลน่า และปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ที่ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน

    โดยทาง กาเซตโต้ เดลโล่ สปอร์ต สื่อชั้นนำจากประเทศอิตาลี รายงานว่า คูลิบาลี่ อยากที่จะจบอาชีพค้าแข้งที่ นาโปลี และล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้กับทางหนังสือพิมพ์แดนมักกะโรนีแล้วว่ายังไม่เคยเอ่ยปากย้ายทีมกับต้นสังกัดแต่อย่างใด "ผมไม่เคยพูดกับ นาโปลี เกี่ยวกับการย้ายทีมเลย หากเราหาทางออกกันได้ เราก็จะทำ แต่ผมน่ะไม่เคยพูดเรื่องที่เกี่ยวกับตลาดซื้อขายเลยนะ"

    "ผมเจอข่าวเรื่องอนาคตของตัวเองตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ เหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมอยากคิดเกี่ยวกับการลงเล่นเท่านั้น ผมเต็มที่กับ นาโปลี 100 เปอร์เซ็นต์ และมันก็น่าหงุดหงิดมากๆ ที่ผมต้องมาตกเป็นข่าวกับทีมต่างๆ ในทวีปยุโรปทุกวัน"

    "เราจะได้เห็นสิ่งที่ท่านประธาน(ออเรลิโอ เด ลอเรนทิส) ตัดสินใจ และหากเขาประสงค์ที่จะขยายสัญญาของผมแล้วล่ะก็ มันก็จะทำให้ผมยุติอาชีพที่นี่ได้"

มูรินโญ่หงุดหงิดเดินออกจากการแถลงข่าว

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของ สเปอร์ส แสดงอาการหงุดหงิดพร้อมกับเดินออกจากการแถลงข่าวหลังจบเกมที่ทีมทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสหัวเสียกับการที่ทีมควรจะได้จุดโทษในจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ไปโดน โยชัว คิง ชนจากด้านหลังในกรอบแต่ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ให้สัญญาณเล่นต่อ ในขณะที่สัญญาณจากห้องวีเออาร์ก็ไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นจุดโทษ

 หลังจบเกมต้องมีการแถลง แต่ มูรินโญ่ ที่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักหลังจากที่นักข่าวถามว่า "สวัสดี โชเซ่, คุณได้ยินรึเปล่า?" เจ้าตัวกลับตอบออกมาว่า "ไม่" แล้วกับถอดหูฟังแล้วเดินออกไปเลย 

 สำหรับ สเปอร์ส กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบในการเจอกับ บอร์นมัธ นับตั้งแต่ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในเกมแชมเปี้ยนชิพ

สุดอัปยศ! มูรินโญ่จวกยับหลังแมนซิตี้รอดแบนเกมยุโรป

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ดูจะไม่พอใจอย่างหนักกับผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยถึงขั้นออกมาตำหนิว่าเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ
    ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุ่มเสี่ยงที่จะชวดลงเล่นในเกมยุโรปถึง 2 ฤดูกาล หลังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสิทธิ์ดังกล่าวโทษฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีระหว่างปี 2012-2016 รวมถึงสั่งปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่ยอมแพ้จนยื่นอุทธรณ์กับเรื่องนี้ต่อ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส

    ก่อนที่การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนั้นจะเป็นผลทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้ไปลุยเกมยุโรปฤดูกาลหน้าตามปกติ โดยสโมสรได้รับโทษเพียงการโดนปรับเงินเหลือ10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น

    อย่างไรก็ตามหลังจากมีผลการตัดสินจากซีเอสออกนั้นก็สร้างมีหลายฝ่ายที่เห็นด้วย และหลาฝ่ายที่รู้สึกว่าคำตัดสินดังกล่าวนั้นดูไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ที่ล่าสุดออกมาตำหนิการตัดสินในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า แมนซิตี้ ควรจะถูกลงโทษแบนจากเกมยุโรปตามเดิมถ้าทำผิดจริงๆ และกังวลว่ากฏ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จะใช้ไมได้อีกต่อไปเนื่องจากหลายๆสโมสรจะใช้ช่องโหว่ในการหาผลประโยชน์

    "ไม่ว่ากรณีใดมันเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ เพราะถ้า แมนซิตี้ ไม่ได้ทำผิดจริงแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องถูกปรับเงินถึง 10 ล้านยูโร, แน่นอนถ้าคุณไม่มีความผิดคุณก็ไม่ควรที่จะถูกลงโทษ และไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ในขณะเดียวกันถ้าคุณทำผิดก็ควรที่จะถูกแบนจากการแข่งขันสถานเดียว เพราะฉะนั้นคำตัดสินในครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง "

    นอกจากนี้เมื่อถูกถามเมื่อถามเรื่องกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ กับผลกระทบที่มีต่อ สเปอร์ส มูรินโญ่ กล่าวว่า "ผมรู้สึกโอเคกับการบริหารของสโมสร แต่เชื่อว่าคำตัดสินนี้กลายเป็นจุดจบของกฏแฟร์เพลย์การเงิน" มูรินโญ่ กล่าว

รู้จักไอ้หนูหน้าใส อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ ว่าที่แข้งใหม่แมนยู

ทำความรู้จักเจ้าหนู อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ ว่าที่แบ็กซ้ายอนาคตไกลคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    อาส สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ แบ็กซ้ายดาวรุ่งมาจาก เรอัล มาดริด แชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาล 2019/20 เป็นที่เรียบร้อย

    เฟร์นานเดซ หมดสัญญากับ เรอัล มาดริด เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา และ "ราชันชุดขาว" ต้องการที่จะเก็บนักเตะไว้กับทีมต่อ แต่ฟูลแบ็กวัย 17 ปี เลือกที่จะย้ายไปร่วมทัพ "ปีศาจแดง" และทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกันได้แล้ว โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญากันเป็นเวลา 4 ปี

 

    คาดว่า เฟร์นานเดซ จะเริ่มต้นด้วยการอยู่ในทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่น่าจะได้รับโอกาสฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ และอาจจะได้ลงเล่นบ้าง ถ้าหากตัวหลักในตำแหน่งแบ็กซ้ายอย่าง ลุค ชอว์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ มีปัญหาบาดเจ็บ

    วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเจ้าหนู เฟร์นานเดซ กันให้มากขึ้นว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

    ประวัติส่วนตัว

    ชื่อเต็ม: อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ การ์เรราส
    อายุ: 17 (เกิดวันที่ 3 มีนาคม 2003)
    สถานที่เกิด: มายอร์ก้า, สเปน
    ตำแหน่ง: แบ็กซ้าย
    น้ำหนัก: 70.4 กิโลกรัม
    ส่วนสูง: 1.86 เมตร

 

    เส้นทางอาชีพนักเตะ
 

       เจ้าหนู เฟร์นานเดซ เริ่มต้นด้วยการไปอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร ราซิ่ง เด เฟร์โรล ระหว่างปี 2007-2012 จากนั้นก็ไปอยู่กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า (2012-17) ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะไปดึงมาอยู่ด้วยตั้งแต่ปี 2017 และได้เล่นในรุ่นอายุต่ำกว่า 15, 16 และ 17 ปี

    สไตล์การเล่น
 

     เฟร์นานเดซ เป็นแบ็กซ้ายที่เด่นทั้งรับและรุกเหมือนกับ มาร์เซโล่ ไอดอลของเขา โดยสามารถพาบอลจากแดนหลังขึ้นสู่แดนหน้าได้อย่างน่ากลัว รวมทั้งมีเทคนิคและไหวพริบดี แถมยังยากที่คู่แข่งจะเอาชนะเขาเมื่อดวลกันตัวต่อตัวด้วย

 

    คำพูดเปิดใจหลังตัดสินใจอำลา เรอัล มาดริด

        เฟร์นานเดซ เปิดใจผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัวว่า "ผมตัดสินใจเรียบร้อยที่จะย้ายออกจากสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผมอยากจะขอบคุณเพื่อนร่วมทีม และโค้ชทุกคนที่ เรอัล มาดริด ที่ช่วยให้ผมเติบโตทั้งในฐานะนักฟุตบอลและผู้ชายคนหนึ่ง ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้สวมเสื้อตัวนี้ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะต้องกล่าวอำลา และก้าวไปอีกขึ้นในอาชีพนักฟุตบอลของผม ขอบคุณ เรอัล มาดริด"

สุขจนล้น!ซีดานพูดไม่ออกพาเรอัลมาดริดซิวแชมป์ลาลีกา

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด สุขล้นจนพูดไม่ออก หลังพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ซีซั่นนี้ได้สำเร็จ พร้อมระบุแชมป์ลีกทำให้ตนแฮปปี้ยิ่งกว่าได้แชมป์ยุโรปเสียอีก

     ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชเลือดน้ำหอมของ เรอัล มาดริด เผยว่า ตนมีความสุขจนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังพาทีมเปิดบ้านพิชิต บียาร์เรอัล 2-1 พร้อมการันตีตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา สเปน ประจำฤดูกาล 2019/20 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เกมนี้ เรอัล มาดริด จำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อการันตีแชมป์ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยนับเป็นแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 34 ของ "ราชันชุดขาว" และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 นอกจากนี้ยังเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สองของ "ซิซู" ในฐานะกุนซือ เรอัล มาดริด ด้วย

     "มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ เพราะสิ่งที่บรรดานักเตะได้ทำลงไป มันเป็นอะไรที่น่าประทับใจสุดๆ" กุนซือคนดังวัย 48 ปี เปิดใจ "ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับความรู้สึกของผมตอนนี้ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันก็คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แชมป์ลีกมันทำให้ผมแฮปปี้มากกว่า เพราะ ลา ลีกา มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์"  

     สำหรับชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เรอัล มาดริด มีคะแนนเพิ่้มเป็น 86 แต้ม จากการลงแข่ง 37 นัด พร้อมทิ้งห่าง บาร์เซโลน่า ที่พลาดท่าแพ้ โอซาซูน่า คาบ้าน 1-2 ถึง 7 แต้ม โดยเกมปิดซีซั่นของพวกเขาคือการบุกไปเยือน เลกาเนส วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้
 

สือผู้ดีเผย! สตาร์พรีเมียร์ลีกร่อนจม.รับเป็น “เกย์”

เดอะ ซัน สื่อดังในอังกฤษ เปิดเผยจดหมายของสตาร์ลูกหนังระดับพรีเมียร์ลีกที่ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนในเวลานี้เนื่องจากหวั่นใจว่าจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุมีเพียงครอบครัว และเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รับรู้ พร้อมยืนยันเมื่อถึงเวลาจะบอกผู้จัดการทีมและเพื่อนนักเตะร่วมสังกัดด้วยกันได้ทราบ

    นักฟุตบอลระดับสตาร์ที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเขียนจดหมายเปิดผนึกยอมรับว่าตนกลัวที่จะเปิดเผยว่าตัวเองเป็น "เกย์" เนื่องจากหวั่นใจว่าอาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุทุกวันนี้สุดแสนทรมานใจที่ต้องปกปิดรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายกับเพื่อนร่วมทีม และทุกๆ คนในวงการลูกหนัง

 

    สำหรับนักเตะรายนี้ซึ่งยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อ เผยว่ามีแค่สมาชิกของครอบครัวบางคน และกลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าตนเป็นพวกรัก "ไม้ป่าเดียวกัน" นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเพื่อนร่วมสังกัด และผู้จัดการทีมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นเกย์ แต่กระนั้นเจ้าตัวคาดหวังว่าจะบอกพวกเขาซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้

    ขณะเดียวกันมูลนิธิ จัสติน ฟาชานู ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย อามาล หลานสาวของ จัสติน ฟาชานู นักฟุตบอลอาชีพรายแรกที่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ ที่มีวัตถุประสงค์ในการต่อสู้เพื่อคนรักร่วมเพศ และการเหยียดผิว ได้ให้การสนับสนุนดาวเตะปริศนารายนี้อย่างเต็มที่

 

         จดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า "ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล ผมไม่เคยสนใจเรื่องการเรียนที่โรงเรียนเลย แทนที่จะทำการบ้าน ทุกๆ นาทีผมจะใช้ไปกับการเล่นบอล สุดท้ายมันก็ตอบแทนสิ่งที่ผมตั้งใจ แต่ตอนนี้ผมยังต้องหยิกเนื้อตัวเองเวลาที่วิ่งอยู่ในสนามว่าไม่ได้ฝันไป และต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ต่อหน้าแฟนบอลหลายหมื่นคน"

        "อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่ทำให้ผมแตกต่างจากนักฟุตบอลคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก ผมเป็นเกย์ การเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นก้าวย่างสำคัญสำหรับผม แต่มีแค่ครอบครัวของผม และเพื่อนๆ บางคนในกลุ่มที่รู้ว่าผมเป็นพวกรักร่วมเพศ ผมยังไม่พร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมทีม หรือผู้จัดการทีม นั่นเป็นเรื่องที่ลำบากใจมากๆ"

 

        "ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตอยู่กับผู้คนเหล่านี้ และเมื่อผมก้าวลงไปในสนามเราคืนทีมเดียวกัน แต่มันมีบางสิ่งภายในตัวผมที่ทำให้เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะเปิดเผยกับพวกเขาเกี่ยวกับความรู้สึกของผมว่าเป็นยังไง ผมหวังว่าซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ผมจะสามารถทำได้"

        "ผมรู้ตัวเองตั้งแต่ตอนอายุ 19 ปีว่าผมเป็นเกย์ ความรู้สึกมันเป็นยังไงกับการใช้ชีวิตแบบนี้นะเหรอ ? ก็ต้องใช้มันแบบวันต่อวัน มันอาจจะเป็นฝันร้ายก็ได้ และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผมอย่างมาก ผมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในบ่วง และหวาดกลัวที่จะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเป็นซึ่งมันคงมีหลายๆ อย่างที่เลวร้ายทันที"

        "ดังนั้นแม้หัวใจของผมจะบอกผมว่าผมจำเป็นต้องทำ แต่สิ่งที่อยู่ในหัวของผมมักจะบอกว่า -ทำไมต้องเสี่ยงกับเรื่องนี้ด้วยละ ?- ผมโชคดีที่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล ผมมีรถสวยๆ ขับ, มีเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ชั้นนำมากมาย และยังสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่ผมต้องการเพื่อครอบครัวของผม และเพื่อนๆ แต่สิ่งเดียวที่ผมโหยหาก็คือมิตรภาพ"

 

        "ผมอยู่ในช่วงวัยที่ตัวเองก็อยากมีคนรักเหมือนกัน แต่ด้วยการที่ตอนนี้ผมต้องทำงานแบบนี้ทำให้ผมต้องการความเชื่อใจสูงมากๆ  หากจะรักกับใครในระยะยาว ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผมจึงหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทั้งหมด ผมหวังว่าผมจะได้พบกับใครสักคนในเร็วๆ นี้ซึ่งผมคิดว่าผมจะไว้วางใจได้มากพอ"

        "บอกตามตรงผมไม่คิดว่าวงการฟุตบอลจะพร้อมยอมรับนักเตะที่ออกมาเปิดเผยตัวเอง เรื่องนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับตัวผม สมาคมฟุตบอลอาชีพบอกว่าพวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือนักเตะที่ออกมาเปิดเผยรสนิยมของตัวเอง และพวกเขาบอกว่าพวกเขาจะให้คำปรึกษา และสนับสนุนสำหรับทุกๆ คนที่ต้องการสิ่งนี้"

        "สิ่งนี้มันไม่ตรงประเด็น ถ้าผมต้องการที่ปรึกษาผมสามารถหาเองได้ และลงชื่อเพื่อเข้ารับการปรึกษากับใครซักคนเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการ สำหรับในกรณีนี้มันจำเป็นต้องให้ความรู้กับแฟนบอล, นักเตะ, ผู้จัดการทีม, เอเจนต์, เจ้าของสโมสร รวมทั้งทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอล"

        "ถ้าผมต้องเปิดเผยเรื่องนี้ผมต้องรู้ว่าผมจะได้รับการสนับสนุนในทุกด้านๆ ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมจะได้รับการสนับสนุนแบบนั้นเลย ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบนี้ แต่เมื่อมองจากความเป็นจริงมันยังมีเรื่องของความอคติเยอะมากในวงการฟุตบอล มีหลายครั้งที่ผมได้ยินคำพูดเย้ยหยันคนรักร่วมเพศ และเสียงวิจารณ์จากแฟนบบอลที่พูดลอยๆ ออกมา"

 

        "ผมไม่ได้รู้สึกเดือดดาลในช่วงระหว่างที่ลงแข่ง ผมมีสมาธิอยู่กับการเล่น แต่เมื่อผมกลับไปขึ้นเครื่องบิน หรือขึ้นรถบัส ผมมีเวลาทบทวนสิ่งที่ผมได้ยิน ในขณะเดียวกันผมยังคงมุ่งมั่นที่จะเล่นต่อไปตราบเท่าที่ผมยังรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมประกาศเรื่องนี้ ผมจะเลิกเล่นทันที"

        "เมื่อเดือนที่แล้วมันยอดเยี่ยมมากๆ ที่ได้เห็น  โทมัส บีทตี้ ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ความจริงแล้วเขาต้องรอจนกระทั่งแขวนสตั๊ดจึงค่อยบอกทุกๆ อย่างที่คุณต้องการรู้ทั้งหมด นักฟุตบอลยังคงรู้สึกหวาดกลัวที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ในขณะที่พวกเขายังค้าแข้งอยู่ สำหรับปีที่ผ่านผมได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจัสติน ฟาชานู ซึ่งมันไม่ใช่แค่การรับมือกับเรื่องปัญหาสภาพจิตใจเท่านั้น"

        "มันยากที่จะพูดออกมาได้ว่ามูลนิธิช่วยเหลือผมมากขนาดไหน มันทำให้ผมรู้สึกถึงการสนับสนุน และเข้าใจซึ่งทำให้ผมมั่นใจที่จะกล้าออกมาเปิดเผย และซื่อสัตย์กับตัวเอง หากไม่มีการสนับสนุนผมยังไม่รู้ว่าผมจะอยู่ตรงจุดไหนในเวลานี้ แผนของผมก็คือแขวนสตั๊ดก่อนกำหนด และออกมาเปิดเผย ผมอาจจะทิ้งอาชีพที่ทำรายได้มหาศาล แต่คุณไม่สามารถตีคุณค่าสันติสุขของจิตใจคุณได้ และผมไม่อยากที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป" ข้อความจดหมายฉบับเดิม ระบุ

มาร์กซิยาลเจ๋ง,กรีนวู้ดหาย(เงียบ)!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเจ๊าเซาแฮมป์ตัน

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดขึ้นที่ 3 แบบน่าเจ็บใจ หลังทำได้แค่เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา แถมเป็นการเสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่า ไม่ใช่เกมที่ดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเกมรุกไม่ดุดันเหมือนหลายเกมที่ผ่านมา แถมเกมรับก็มาพลาดในช่วงเวลาที่สำคัญ และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนที่้ลงเล่นในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
 
  – ดาบิด เด เคอา : 6
  โชว์ซูเปอร์เซฟลูกยิงของ นาธาน เร้ดมอนด์ ช่วงท้ายเกมได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายทีมก็โดนส่องประตูตีเสมอช่วงทดเจ็บ

 – อารอน วาน-บิสซาก้า : 6
  ไม่ใช่เกมที่ดีนักสำหรับเจ้าตัว ดูล้าๆ และมีปัญหาในการรับมือกับ นาธาน เร้ดมอนด์ อย่างชัดเจน

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 6.5
  จริงๆ แล้วเกือบมีเกมที่ดี มีจังหวะสกัดสวยๆ หลายครั้งทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง ทว่าสุดท้ายก็มาเสียท่า เพราะจัดการกับ ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ ไม่ดีในจังหวะเสียประตูตีเสมอ 2-2  
 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (กัปตันทีม) : 6
  จังหวะเสียประตูแรกถือว่าปิด สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ไม่ดี และโดยรวมถือว่าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ถึงแม้ไม่มีชอตผิดพลาดแบบชัดเจนก็ตาม

 – ลุค ชอว์ : 7
  เป็นเกมที่น่าประทับใจทีเดียว ช่วยเติมเกมรุกได้ดี เกมรับก็โอเค แต่โชคร้ายมีปัญหาบาดเจ็บ จนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง
 

 – ปอล ป็อกบา : 6.5
  พลาดเองเต็มๆ กับจังหวะเสียบอลแดนตัวเอง จนนำไปสู่การเสียประตู จากนั้นก็มีชอตเสียบอลง่ายๆ อีกหนึ่งดอก ทว่าหลังจากนั้นกลับมีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูที่ทีมได้ ถือเป็นการแก้ตัวที่ดี แต่รวมๆ แล้วไม่ใช่เกมที่น่าพอใจมาก ก่อนถูกถอดออกช่วงครึ่งหลัง

 – เนมานย่า มาติช : 7
  อาจดูไม่โดดเด่น แต่ช่วยแดนกลางได้เยอะทีเดียว เพราะชนะในการแท็กเกิ้ลถึง 5 หน  
 

 – เมสัน กรีนวู้ด : 6
  เป็นเกมที่เงียบมากสำหรับเจ้าหนูวัย 18 ปี มีส่วนร่วมกับเกมน้อย และไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว  

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 6.5
  แม้เป็นคนแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล ยิงประตูพลิกนำ 2-1 แต่โดยรวมไม่ใช่เกมที่ดีของ บรูโน่ สักเท่าไร

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 7
   จบสกอร์ประตูตีเสมอ 1-1 ได้เฉียบขาด พาบอลเล่นงานแนวรับทีมเยือนได้บ่อยๆ ในช่วงครึ่งแรก ทว่าช่วงครึ่งหลังกลับมีจังหวะยิงออกจ่อๆ อย่างน่าเสียดาย
 
 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 8
  ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือนายประตูทีมเยือนได้ ก่อนที่จะแก้ตัวด้วยการแอสซิสต์ให้ แรชฟอร์ด ยิงตีเสมอ 1-1 และหลังจากนั้นก็ยิงเองอย่างสุดสวยเป็นประตูพลิกนำ 2-1 แถมมีจังหวะสร้างโอกาสสวยๆ ให้ แรชฟอร์ด ลุ้นจบสกอร์ช่วงครึ่งหลัง ถือเป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับเจ้าตัว แม้ช่วงท้ายเกมมีจังหวะยิงหลุดกรอบแบบน่าผิดหวังก็ตาม
 

สำรองที่ได้ลงเล่น
 

 – เฟร็ด (แทน ป็อกบา น. 63) : 6
  ไม่ได้ช่วยสร้างความแตกต่างอะไรมาก

 – เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ชอว์ น. 75) : 6
  ช่วยเกมรับได้แข็งแกร่ง แต่โชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก

 – แดเนี่ยล เจมส์ (แทน กรีนวู้ด น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้
 
 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ (แทน แฟร์นันด์ส น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้