“ดิมาเรีย” สุดแฮปปี้เปแอสเชชิงชปล.หนแรก

อังเคล ดิ มาเรีย ปีกจอมพลิ้ว ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รับแฮปปี้สุดๆ หลังช่วยสโมสรลิ่วเข้าสู่รอบชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรก ลั่นทุกคนในทีมพร้อมทำความฝันให้เป็นจริง

    อังเคล ดิ มาเรีย ปีกคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอมรับว่า ตนและบรรดาเพื่อนร่วมทีมต่างมีความสุขเป็นอย่างมาก ที่ช่วยสโมสรทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังเอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เกมนี้ ดิ มาเรีย คว้ารางวัล "แมน ออฟ เดอะ แมตช์" หลังทำ 1 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ ซึ่ง เปแอสเช มีคิวลงเตะเกมรอบชิงฯ วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ โดยรอพบกับผู้ชนะของคู่ระหว่าง โอลิมปิก ลียง กับ บาเยิร์น มิวนิค ที่จะเตะกันในค่ำคืนวันนี้

       
        "เรามีความสุขมากๆ เพราะนี่คือครั้งแรกของสโมสรเลยที่เข้าชิง เราทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งเกม และก็เล่นกันได้ดี เราต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสร เราทำได้สำเร็จในคืนนี้ ซึ่งเราก็ต้องทำให้ได้แบบนี้อีก เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง"

        "หลังจากนี้ไปจนกว่าจะถึงรอบชิงฯ เราคงนอนไม่หลับ เราแสดงให้เห็นแล้วว่า เราคู่ควรจริงๆ กับการมาถึงจุดนี้ มันไม่สำคัญหรอกว่า เราจะเจอกับ บาเยิร์น หรือ ลียง เพราะยังไงเราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด" อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด เปิดใจหลังเกม

ริโอชูเอ็มบั๊ปเป้พัฒนาการโดดเด่นเหมือน1ตำนาน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนคล้ายกับตอนที่ โรนัลโด้ แจ้งเกิดได้ไม่มีผิด พร้อมบอกว่า เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ทันเตะบอลด้วย

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังชาวอังกฤษ กล่าวยกย่อง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยทำได้ในสมัยที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อใหม่ๆ

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับคำชมมาโดยตลอดว่าเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนทำให้ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ลงเล่นเป็นเพียงตัวสำรอง และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ทีมชนะไป 3-0 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

    "ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่เราเคยได้เห็นจากนักเตะระดับ โรนัลโด้ แล้วนั้น เขา (เอ็มบั๊ปเป้) ก็คือคนที่ใกล้เคียงกับการทำเรื่องแบบเดียวกันได้มากที่สุด ถ้ามองเฉพาะผลกระทบที่มีต่อโลกฟุตบอลในฐานะดาวรุ่งแล้วน่ะเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น เลย เวลาดูเขาเล่นมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่นั่งดูฟุตบอลอีกครั้ง เขาทำให้คุณตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เตะบอลด้วยซ้ำไป" เฟอร์ดินานด์ ระบุ

ลียงพิสูจน์แล้ว! เอ็มบัปเป้ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ “ลีกชาวนา”

กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกลีกเอิงว่าเป็นลีกชาวนา หลังโอลิมปิก ลียง เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกว่าลีกเอิงเป็นลีกชาวนา ซึ่งด้อยกว่าลีกใหญ่ในยุโรปลีกอื่นๆ

โอลิมปิก ลียง หนึ่งในตัวแทนสโมสรจากฝรั่งเศสในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่งหักปากกาเซียน เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 3-1 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเป็นเรือใบสีฟ้าที่ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศต่อไป

จากผลการแข่งขันดังกล่าว ไม่เพียงสร้างความดีใจให้แฟนบอลลียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอ็มบัปเป้ สตาร์ของเปแอสเช ที่รู้สึกยินดีกับสโมสรร่วมลีกเอิงที่ช่วยพิสูจน์ความแข็งแกร่งของฟุตบอลฝรั่งเศสให้โลกได้เห็น

ดาวยิงวัย 21 ปี โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์หลังเกมเพียงสั้นๆ ว่า "ลีกชาวนา" พร้อมรูปอิโมจิเป็นตัวตลก และรูปปรบมือ เพื่อตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มีคนเคยดูถูกลีกเอิงมาก่อน

หลังจากที่เอ็มบัปเป้ทวิตข้อความดังกล่าวออกไป ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของทางลียงก็เข้าร่วมสนุกด้วยการโพสต์ข้อความว่า "ไม่มีชาวนาที่นี่" พร้อมแสดงความยินดีกับชัยชนะที่ได้มา

ทั้งนี้ โอลิมปิก ลียง มีโปรแกรมต้องเข้าไปพบกับบาเยิร์น มิวนิค ในรอบรองชนะเลิศต่อไป หลังจากที่เคยเขี่ยยูเวนตุส และแมนฯ ซิตี้ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้วก่อนหน้านี้ตามลำดับ

เผยค่าจ้างเนย์มาร์จ่ายอตาลันต้าได้ทั้งทีม

เนย์มาร์ สตาร์ดัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รับค่าเหนื่อยก้อนโตที่สามารถจ่ายให้ผู้เล่น อตาลันต้า ได้ทั้งทีมก่อนพบกับในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ

 ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ จะเริ่มหวดกันในวันพุธที่ 12 สิงหาคม เริ่มด้วยเกมระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีของฝรั่งเศสพบกับ อตาลันต้า ทีมฟอร์มแรงจากอิตาลีซึ่งจะแข่งขันกันที่สนามกลางในโปรตุเกส

 ลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อในอิตาลีเปิดเผยความแตกต่างในเรื่องการเงินของทั้งสองทีมก่อนพบตัวเลขน่าตกใจ ค่าเหนื่อยของ เนย์มาร์ คนเดียวสามารถจ่ายให้ผู้เล่นอตาลันต้าได้ทั้งทีม

 ปัจจุบัน เนย์มาร์ รับกับเปแอสเชที่ปีละ 36 ล้านยูโร ขณะที่ผู้เล่นค่าเหนื่อยมากสุดของ อตาลันต้า อย่าง อเลฮานโดร โกเมซ, โจซิป อิลิซิช และ ดูวาน ซาปาต้า รับเพียงปีละ 1.2 ล้านยูโร บวกโบนัสอีกเล็กน้อย

เปแอสเชยิ้มร่า! เอ็มบัปเป้ลงซ้อมมื้อแรกหลังเจ็บข้อเท้า

แชมป์ลีกเอิงได้รับข่าวดีก่อนลงดวลกับอตาลันต้าในถ้วยยุโรป เมื่อดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสกลับมาซ้อมกับทีมได้แล้ว

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าตัวจี๊ดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง กลับมาลงซ้อมกับทีมได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้า

ศูนย์หน้าเฟร้นช์แมนเกิดเดี้ยงในเกม เฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เดิมทีคาดว่าเขาไม่น่าจะหายทันเกมยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีม กับ อตาลันต้า

อย่างไรก็ดี ล่าสุดหัวหอกวัย 21 สามารถกลับมาลงซ้อมกับเพื่อนได้แล้ว และอาจทำเซอร์ไพรส์กลับมามีชื่ออยู่ในเกมนี้

ส่วนในรายของ มาร์โก แวร์รัตติ ที่เจ็บต้นขา ยังกลับมาซ้อมกับทีมไม่ได้ คาดว่าเขาน่าจะฟิตกลับมาไม่ทัน

ทั้งนี้ เปแอสเชจะลงดวลกับอตาลันต้า ในคืนวันพุธที่ 12 สิงหาคมนี้ เวลา 02.00 น. (ตามเวลาในประเทศไทย)

ชิงดำเอฟเอ คัพ! อาร์เซน่อลดวลเชลซีจัด “โอบาเมย็อง-ชิรูด์” วัดคมเกือก

"ลอนดอนดาร์บี้" "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง นำปิดสกอร์ เกมพบ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่มี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ (นัดชิงชนะเลิศ) วันเสาร์ที่ 1 ส.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอลเอฟเอ คัพ (นัดชิงชนะเลิศ)
วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด :  beIN SPORTS 1 (เวลา : 23.30 น.)

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมเข้าชิงหลังพลิกชนะแมนฯ ซิตี้ 2-0 ในรอบตัดเชือก ก่อนเชือดวัตฟอร์ด 3-2 ในเกมลีกนัดสุดท้าย เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้า จะได้ เอคตอร์ เบเยริน ที่ถูกพักไว้ในเกมล่าสุด เพราะมีอาการเจ็บน่องรบกวน กลับมาเสริมตามปกติ

    ขณะที่ แบร์นด์ เลโน่ ประตูตัวจริง ที่เจ็บเข่าตั้งแต่ปลายเดือนก่อน ล่าสุดกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังไม่น่าฟิต 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มที่ก็คงจะเป็นสำรองไปก่อน

    แต่ในรายของ ชโคดราน มุสตาฟี่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มาริ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน ยังชวดเหมือนเดิม

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมเช้าชิงหลังถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ก่อนชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 ในเกมลีกนัดปิดซีซั่น เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

    ความพร้อมเกมนี้ แลมพ์ส ต้องลุ้นความฟิตของ วิลเลี่ยน ที่ไม่สมบูรณ์จนพลาดเกมปิดซีซั่น แต่ในรายของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ยังไม่หายเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ก็น่าจะชวดเหมือนเดิม
 
    ส่วนคนเฝ้าเสาก็น่าจะเป็น วิลลี่ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนไตน์มือ 2 ที่ได้โอกาสในถ้วยนี้มาตลอดตั้งแต่รอบ 8 ทีมเป็นต้นมาเหมือนเดิม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, บูคาโย่ ซาก้า – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ 
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า    

    เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, มาร์กอส อลอนโซ่ – จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, เมสัน เมาน์ท – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, คริสเตียน พูลิซิช 
    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

เซ่นเอ็มบั๊ปเป้! ปารีสบี้แซงต์เอเตียน10คนสุดเดือด ซิวเฟร้นช์คัพสมัย13

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ผงาดคว้าแชมป์ เฟร้นช์ คัพ สูงสุดเป็นสมัยที่ 13 หลังบดเอาชนะ แซงต์ เอเตียนที่เหลือแค่ 10 คน แบบสุดเดือด 1-0 จากประตูชัยของ เนย์มาร์ ในนัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ แซงต์ เอเตียนต้องเหลือ 10 คน หลัง โลอิก แปร์แร็ง กัปตันทีมโดนใบแดงจากการไปเสียบ คีลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ จนเจ็บหนักเล่นต่อไม่ไหว ต้องลุ้นว่าจะหายทันเกมชปล.ในช่วงเดือนสิงหาคมหรือไม่?

สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์

    ศึกเฟร้นช์ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่างแชมป์สูงสุด 12 สมัยอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พบกับ แซงต์ เอเตียน แชมป์ 6 สมัย

    โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 46 ปีของเปแอสเช จัดชุดใหญ่หน้าคู่วาง เมาโร อีการ์ดี้ และคีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ล่าตาข่ายโดยมีตัวสนับสนุนชั้นยอดอย่าง เนย์มาร์ ส่วนทางฝั่ง  โคล้ด ปูแอล เทรนเนอร์ของ แซงต์ เอเตียน วาง โรแม็ง อามูม่า และเดอนีส์ บวงก้า เป็นทีเด็ด

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก ทั้งคู่เปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างสนุก นาทีที่ 5 แซงต์ เอเตียน เกือบชิงขึ้นนำก่อนหลัง โรแม็ง อามูม่า หัวหอกตัวเก่งพาบอลตะลุยเข้าไปซัดด้วยขวาบอลผ่านมือ เกย์ลอร์ นาวาส ไปแล้วแต่ไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    นาที 14 โอกาสเข้าทำหนแรกของ เปแอสเช ก็ขึ้นนำ 1-0 ทันทีจากจังหวะที่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ รับบอลชิ่งจาก ดิ มาเรีย ก่อนหลุดเข้าไปใส่ด้วยขวาติดเซฟของ เชสซี่ มูแล็ง แต่บอลไม่พ้นอันตรายไปเข้าทาง เนย์มาร์ ซ้ำด้วยซ้ายเช็ดใต้คานเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    แซง เอเตียน หลังเสียประตู ก็อยู่ไม่ได้โหมบุกบ้างเพื่อหวังไล่ตีเสมอ นาที 16 ได้ลุ้นเช่นกัน โรแม็ง อามูม่า ไหลบอลให้ เดอนีส์ บวงก้า หลุดเข้าไปกดด้วยขวาแต่ยังไม่ผ่านมือ เกย์ลอร์ นาวาส ที่เซฟไว้ด้อย่างยอดเยี่ยม

    อีก 4 นาทีต่อมา เปแอสเช ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ธีโล เคห์เรอร์ แบ็กขวาบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง โกแล็ง ดั๊กบา ลงเล่นแทน

    แซงต์ เอเตียน ได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง นาที่ 21 พลาดโอกาสไล่ตีเสมออีกหลัง อามูม่า ครอสบอลมาให้ เดอนีส์ บวงก้า เทกตัวขึ้นโขกเหน่งๆ แต่ยังไม่ผ่านมือ นาวาส อีกหน

    ทว่า "ปารีสฯ" มาแบบเน้นๆกว่า นาที 25 อังเคล ดิ มาเรีย หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไปติดมือ เชสซี่ มูแล็ง เหินปัดออกหลังอีก

    นาที 27 คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ได้บอลหลุดเข้าไปแต่โดน โลอิก แปร์แร็ง พุ่งมาตัดเข้าเสียบอย่างน่าเกลียดจน เอ็มปั๊ปเป้ ลงไปนอนกับพื้น ซึ่งเป็นชนวนให้เพื่อนร่วมทีม เปแอสเช ไม่พอวิ่งปรี่ไปหาจนเกือบมีเรื่องชุลมุ่นวุ่นวาย ซึ่งหลังเหตุการณ์สงบลงผู้ตัดสินเดินทางแจกใบเหลืองทั้ง เลอันโดร ปาเรเดส และมิทเชล บัคเคอร์ สองแข้งปารีส กับโรแม็ง อามูม่า ดาวยิงของ แซงต์ เอเตียน รวมถึงต้นเหตุอย่าง โลอิก แปร์แร็ง

    จากนั้นมีสัญญาณจาก VAR ถึงความเป็นไปได้ที่จะเป็นใบแดงของ โลอิก แปร์แร็ง ซึ่งหลัง อาโมรี่ เดอเลอรู ผู้ตัดสินวิ่งไปดูมอนิเตอร์ข้างสนามได้วิ่งมากลับคำตัดสินที่ก่อนจะเอามือควักกระเป๋าหลังเปลี่ยนเป็นแจกใบแดงให้ แปร์แร็ง ในนาที 31 ทำให้แซงต์ เอเตียน เหลือแค่ 10 คน

    แถม โธมัส ทูเคิ่ล ต้องเปลี่ยนเอา คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่เจ็บจนเล่นไม่ไหวแล้วส่ง ปาโบล ซาราเบีย ลงเล่นแทนในนาที 34 ส่วนแซงต์ เอเตียน ต้องแก้เกมถอด  ยานน์ มาครง ตัวรุกออกแล้วส่ง ฮาโรลด์ มูคูดี้ แนวรับไปเล่นแทน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เปแอสเช เกือบได้เม็ดที่สองนำห่างหลังได้ฟรีคิกทางด้านขวา อังเคล ดิ มาเรีย ปั่นข้ามกำแพงจะเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่ เชสซี่ มูแล็ง ยังยอดเยี่ยมปัดออกหลังหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขึ้นนำ แซงต์ เอเตียน 1-0

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง แซงต์ เอเตียน เป็นสองคนรวดเลยส่ง ยาน เนยู เล่นแทน มาห์ดี้ กามาร่า และส่ง วาห์บี คาซรี่ ลงเล่นแทน โรแม็ง อามูม่า

    นาที 47 วาห์บี คาซรี่ ที่เพิ่งลงมาของ แซงต์ เอเตียน ได้ลองทักทายด้วยการยิงไกลกว่า 40 หลาแต่บอลลอยโด่งหลุดเสาออกไปแบบได้เสียว

    นาที 73 เปแอสเช พลาดโอกาสได้ประตูนำห่างหลัง ดิ มาเรีย แทงบอลให้ ปาโบล ซาราเบีย หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ไม่ผ่านตัว เชสซี่ มูแล็ง

    อีก 3 นาทีถัดมา ยาน เนยู ได้ลองกดด้วยขวานอกกรอบบ้างแต่บอลก็ยังเบาไปเข้ามือ เกย์ลอร์ นาวาส รับไว้ได้ไม่ยาก

    ช่วงท้ายเกม แซงต์ เอเตียน บุกหนักเพื่อทวงประตูเสมอให้ได้ แต่บอลยังไม่ผ่านแนวรับเปแอสเชที่เล่นอย่างเหนียวแน่น จนจบเกม ผู้ตัดสินเป่าจบการแข่งขันเป็นอันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้าชัยะเหนือ แซงต์-เอเตียน  1-0 คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 13

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม   

        ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-4-2) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล เคห์เรอร์, มาร์กินญอส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), มิทเชล บัคเคอร์ – อังเคล ดิ มาเรีย, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, เลอันโดร ปาเรเดส, เนย์มาร์ – เมาโร อีการ์ดี้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

        แซงต์-เอเตียน : เชสซี่ มูแล็ง – มาติเยอ เดอบูชี่, โลอิก แปร์แร็ง (กัปตันทีม), เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ติโมเต้ โคล็อดเซียจซัค – ยันน์ เอ็มวีล่า, มาห์ดี้ กามาร่า – ยานน์ มาครง, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า – โรแม็ง อามูม่า

    ผู้ตัดสิน : อาโมรี่ เดอเลอรู

 

โทรฟี่แรกอาร์เตต้า! 5 ประเด็นร้อนหลังอาร์เซน่อลตบเชลซีซิวเอฟเอ คัพ

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ส่งท้ายฤดูกาล 2019/20 ได้อย่างสวยงามด้วยการผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ หลังแซงเอาชนะ เชลซี ได้สำเร็จพร้อมกับซิวตั๋วไปเล่นยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลหน้า ถือเป็นเกมที่มีประเด็นร้อนหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนักเตะที่ทำประตู, เหล่าแข้งบาดเจ็บ หรือแม้กระทั่งผู้ตัดสิน เรามาดูกันว่าวิเคราะห์กันทีละประเด็นเลย

1.พูลิซิชสร้างประวัติศาสตร์

 

    เป็นวันที่ คริสเตียน พูลิซิช เจอทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้าย เขาเป็นคนยิงประตูตั้งแต่ 5 นาทีแรกของเกมซึ่งจังหวะนี้มีทั้งความเก่งและความเฮงรวมกัน แนวรุกวัย 21 ปีเป็นคนพาบอลขึ้นหน้าและเริ่มต้นเกมรุกด้วยการจ่ายให้ เมสัน เมาน์ท ทางด้านซ้ายก่อนจะปาดเข้ากลางโดยบอลแฉลบแนวรับของอาร์เซน่อลมาเข้าทาง ชิรูด์ แตะบอลต่อให้กับ พูลิซิช ได้เลี้ยงหลบ คีแรน เทียร์นีย์ หนึ่งจังหวะก่อนซัดประตูเข้าไป

    ประตูนี้ทำให้เขาสร้างสถิติเป็นนักเตะชาวอเมริกันคนแรกที่ยิงประตูในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ และยังเป็นนักเตะสหรัฐฯคนที่ 3 ที่ลงเล่นในนัดชิงฯ ต่อจาก จอห์น ฮาร์คส์ และ ทิม ฮาวเวิร์ด

    เกมนี้ในจังหวะโอเพ่น เพลย์ พูลิซิช โดดเด่นมากโดยเฉพาะการใช้ความเร็วในการเลี้ยงแหวกแนวรับอาร์เซน่อลซึ่งสร้างปัญหาให้ลูกทีมอาร์เตต้าได้ตลอด แต่โชคร้ายเหลือเกินที่เขาบาดเจ็บแฮมสตริงจนถูกเปลี่ยนตัวออกเลยทำให้เกมรุกเชลซีมีประสิทธิภาพน้อยลงมาก อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่น ต้องยอมรับว่าเขาเป็นแนวรุกที่ดีที่สุดของเชลซีในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย หวังว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะไม่หนักมากและกลับมาพร้อมฟาดแข้งในฤดูกาลหน้า

2.โอบามาเหนือ

 

    โอกาสยิงเข้ากรอบ 2 ครั้งของ โอบาเมย็อง ในเกมนี้เปลี่ยนเป็นสองประตูสุดสำคัญและกลายเป็นกัปตันทีมแอฟริกันคนแรกที่ผงาดแชมป์ เอฟเอ คัพ ไม่แปลกใจที่แฟนอาร์เซน่อลจะบอกว่าเป้าหมายอันดับหนึ่งของตลาดซัมเมอร์นี้คือการรั้งโอบาเมย็องให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

    ศูนย์หน้ากาบองพลาดซิวดาวซัลโวในฤดูกาลนี้หลังยิง 22 ประตูตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ แค่ลูกเดียว อย่างไรก็ตามยังถือเป็นซีซั่นที่เขาแสดงศักยภาพการจบสกอร์ให้เห็นต่อเนื่อง ไอเดีย, สเต็ปเท้า และการวิ่งหาพื้นที่ทำให้ อาร์เตต้า พบบทบาทใหม่ของเขานั่นคือการใช้ โอบาเมย็อง เล่นเป็นตัวริมเส้นฝั่งซ้าย เขาไม่ได้เล่นแบบศูนย์หน้าหมายเลข 9 แต่เขาก็ยังคงทำประตูได้เรื่อยๆ

    แมนฯ ซิตี้ รู้ซึ้งถึงความ “เวิลด์ คลาส” ในการจบสกอร์ของ โอบาเมย็อง แล้วในรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมา และ นัดชิงชนะเลิศเจ้าตัวก็โชว์ให้เห็นอีกครั้งโดยการชิพข้ามตัวของ กาบาเยโร่ แบบเหนือชั้น อาร์เซน่อล ยังมีระยะทางอีกไกลเพื่อจะกลับไปยังจุดสูงสุดแต่เส้นทางของพวกเขาจะยากขึ้นไปอีกหากไม่สามารถรั้งกองหน้าคนนี้ไว้ได้ อาร์เตต้า คงหวังว่าการคว้าแชมป์ครั้งนี้คงจะเป็นสิ่งที่ทำให้มั่นใจกับอนาคตของทีมมากขึ้นและตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับทีม

3.โชคร้ายบาดเจ็บทำพิษ

 

    ช่วง 20 นาทีแรกของเกม อาร์เซน่อล เจอความยากลำบากมากทั้งการตกเป็นฝ่ายตามหลังค่อนข้างเร็วและรูปเกมยังเป็นรองอีกต่างหาก ทว่าหลังจากนั้นลูกทีมแฟร้งค์ แลมพาร์ด แผ่วลงไปพอสมควร ขณะที่ทัพ “ปืนใหญ่” เริ่มเป็นฝ่ายตั้งหลักได้และสร้างเกมรุกได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะการวางบอลยาวจากแดนหลังขึ้นหน้า สร้างปัญหาให้แนวรุกเชลซรีจนโดนตีเสมอ

        เชลซี พยายามจะดึงโมเมนตัมให้กลับมาอยู่ฝั่งตัวเองแต่โชคร้ายที่มีผู้เล่นสำคัญของพวกเขาดันมาได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายครึ่งแรก นั่นคือกัปตันทีม เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไม่เพียงเท่านี้ต้นครึ่งหลัง คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกที่สร้างปัญหาให้กับอาร์เซน่อลมากที่สุดก็มาบาดเจ็บแฮมสตริงจนถูกเปลี่ยนตัวออก

    แถมท้ายเกมในช่วงที่ทีมกำลังหาประตูตีเสมอ ตัวสำรองอย่าง เปโดร โรดริเกซ ที่ลงเล่นให้เชลซีเป็นนัดสุดท้ายก่อนจะย้ายไป โรม่า ก็ต้องเดินออกจากสนามหลังบาดเจ็บที่ไหล่ นี่ยังไม่รวมถึงใบแดงของโควาซิช กองกลางคนสำคัญอีก ถือเป็นเกมที่ เชลซี สะบักสะบอมพอสมควรนอกจากจะชวดแชมป์แล้วยังมีนักเตะบาดเจ็บเพิ่มอีก

4.ตัดสินค้านสายตา?

 

    อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ส่งผลมากทีเดียวต่อเกมนี้คือผู้ตัดสินและทีมงานวีเออาร์ ซึ่งทางฝั่งเชลซีก็คงมองว่าพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมมากพอ โดยผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่าให้ฟาวล์กับ อาร์เซน่อล ถึง 9 ครั้งในครึ่งแรกแต่ไม่ได้ให้ฟาวล์แก่ “สิงห์บลูส์” เลยสักครั้ง

    ยังมีจังหวะที่ เชลซี เสียจุดโทษจากการที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ทำฟาวล์ใส่ โอบาเมย็อง ซึ่งจังหวะนี้มีเสียงแตกพอสมควร ตัวอย่างเช่น อดีตนักเตะเชลซีและกูรู บีบีซี อย่าง คริส ซัตตัน มองว่า “โอบาเมย็อง ตั้งใจพุ่งล้มเพื่อเอาจุดโทษ มันเป็นการโกงกันเห็นๆ” ขณะที่ โรเบิร์ต กรีน อดีตนายด่านอังกฤษ เสริมว่า “ผมดูจังหวะนี้หลายครั้ง โอบาเมย็องรอจนกระทั่งเขาอยู่ในเขตโทษและทิ้งตัวล้ม มันเป็นการเล่นที่ฉลาด และมันก็เพียงพอที่จะให้จุดโทษ”

    นอกจากนี้ในครึ่งหลังมีจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจากการย่ำใส่ กรานิต ชาคา และเมื่อเช็คภาพช้าแล้วเหมือนจะเป็นทาง โควาซิช เองที่โดนย่ำเสียมากกว่า ซึ่ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด กล่าวหลังเกมว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนของเกมและไม่เห็นด้วยมากๆกับการเสียใบแดง

    คงไม่ต้องพูดถึงจังหวะที่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูอาร์เซน่อลวิ่งออกมารับบอลนอกกรอบเขตโทษซึ่งเราไม่ได้เห็นแม้กระทั่งภาพรีเพลย์ แน่นอนว่าต้องยกให้เครดิตชัยชนะครั้งนี้ให้กับอาร์เซน่อล แต่ผู้ตัดสินและวีเออาร์กลายเป็นประเด็นโจมตีนับไม่ถ้วนแล้วในฤดูกาลนี้ แฟนบอลก็คงหวังว่าจะมีการพัฒนาขึ้นในฤดูกาลนี้

5.แชมป์แรกมาแล้ว

 

    อาร์เซน่อล ยังคงเป็นจ้าวแห่ง เอฟเอ คัพ เช่นเดิมหลังซิวแชมป์สมัยที่ 14 ซึ่งมากที่สุดในเกาะอังกฤษแล้ว หากจะบอกว่าทีมนี้มีสนามเวมบลีย์เป็นบ้านหลังที่สองก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาเข้าชิงเอฟเอ คัพ 7 ครั้งหลังสุดจบลงด้วยชัยชนะของ “ปืนใหญ่” ทั้งหมด

    อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือการคว้าแชมป์แรกของ มิเกล อาร์เตต้า ในฐานะกุนซือแบบเต็มตัว ถือเป็นก้าวแรกที่ดีเยี่ยมของนายใหญ่คนนี้ แม้ว่าฤดูกาลนี้เขาจะเจอปัญหารุมเร้าและเจอกับผลการแข่งขันที่ย่ำแย่แต่ อาร์เตต้า ยังเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเองพร้อมกับเรียนรู้บทเรียนมากมาย เราได้เห็นผลลัพธ์ของแล้วว่า อาร์เซน่อล กำลังมาถูกทางและการคว้าชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ในฤดูกาลนี้บวกกับ แชมป์เอฟเอ คัพ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากุนซือคนนี้มีแววจะประสบความสำเร็จในอนาคต

    สิ่งที่สำคัญต่อจากนี้คือบอร์ดบริหารต้องสนับสนุน อาร์เตต้า อย่างเต็มที่ในตลาดนักเตะเพื่อสร้างทีมในแบบฉบับของเขา การลดระยะห่างจาก ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย มารอดูกันว่าฤดูกาลแรกแบบเต็มตัวของ อาร์เตต้า จะทำผลงานเป็นอย่างไร

ปารีสฯขอเบิ้ลแชมป์,”เอ็มบั๊ปเป้”ลงซัดแซงต์เอเตียนชิงถ้วยเฟร้นช์ คัพ

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ลีกเอิงทีมล่าสุด กำลังไล่ล่าความสำเร็จอีกใบให้จงได้ นัดนี้ "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้" หัวหอกดาวเด่นอาสาเป็นทีเด็ดลงกำราบ แซงต์-เอเตียน คู่แข่งร่วมลีกที่อยากสมหวังคว้าโทรฟี่รายการนี้เป็นหนที่ 7 ในการแข่งขันเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ คืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563
ปรีวิวเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2019-2020
วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ลีก เอิง) – แซงต์-เอเตียน (ลีก เอิง)
เวลา : 02.10 น.

สนาม : สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ (แซงต์-เดอนีส์, ฝรั่งเศส)

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส ประจำปี 2020 จะลงสนามปะทะ แซงต์-เอเตียน คู่แข่งจากลีก เอิง ในศึกฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศสรายการ ”เฟร้นช์ คัพ” นัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2019-2020 โดยฟาดแข้งที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, แซงต์-เดอนีส์ สนามแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงปารีส

    สำหรับทีมแชมป์เฟร้นช์ คัพ จะได้โควตาไปเล่นยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซีซั่นหน้า แต่ถ้าเปแอสเชคว้าแชมป์ตั๋วใบนี้จะเป็นของทีมอันดับ 5 ลีก เอิง ซึ่งก็คือ นีซ (ไม่ใช่เป็นของรองแชมป์เฟร้นช์ คัพ) ส่วนปารีสจะไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในโควตาแชมป์ลีก เอิง

    เปแอสเชเป็นเจ้าของสถิติทีมที่คว้าแชมป์เฟร้นช์ คัพ มากที่สุดที่จำนวน 12 สมัย (ปี 1982, 1983, 1993, 1995, 1998, 2004, 2006, 2010, 2015, 2016, 2017, 2018) ตามด้วย โอลิมปิก มาร์กเซย 10 สมัย, แซงต์-เอเตียน 6 สมัย (ปี 1962, 1968, 1970, 1974, 1975, 1977)

    ขณะเดียวกัน เปแอสเชจะลงเล่นเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ครั้งที่ 18 ของสโมสร พร้อมกับจะเป็นการเตะรอบชิงชนะเลิศ ศึกนี้เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2015 จนถึง 2020)

    ส่วนแซงต์-เอเตียนจะลงเล่นเฟร้นช์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ เป็นครั้งที่ 10 ของสโมสร

     โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ชาวเยอรมันวัย 46 ปีของเปแอสเช นำทีมลงสนามล่าสุดเมื่อคืนวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม ชนะเซลติก แชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ของสกอตแลนด์ ซีซั่นนี้ขาดลอย 4-0 ในแมตช์กระชับมิตร ซึ่งทีมได้ประตูจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ยิง 52 วินาทีแรก, เนย์มาร์ นาที 25, อันเดร์ เอร์เรร่า นาที 48, ปาโบล ซาราเบีย นาที 67

    ในแมตช์อุ่นเครื่อง 3 นัดของปารีสชนะทุกเกม พร้อมยิงคู่แข่งได้ถึง 20 ประตู โดยไม่เสียสักลูกเดียว เริ่มจากบุกไปถล่มเลอ อาฟร์ อันดับ 6 ลีก เดอซ์ ซีซั่นนี้ 9-0 ที่สต๊าด โอเซอาน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม ตามด้วยเกมเปิดปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ กรุงปารีส ต้อนวาสแลนด์ เบเวอเรน ทีมจากเบลเยียม 7-0 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม และคว้าชัยเหนือเซลติกในเกมล่าสุด

    นัดนี้ ทูเคิ่ล ขาด ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายทีมชาติสเปนวัย 27 ปี บาดเจ็บที่น่อง, อับดู ดิยัลโล่ เซนเตอร์แบ็กเซเนกัลวัย 24 ปี บาดเจ็บที่หลัง

    ในรายของ ติอาโก้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติบราซิล กัปตันทีมเปแอสเชวัย 35 ปี, เอริก มักซีม ชูโป-โมติง กองหน้าทีมชาติแคเมอรูนวัย 31 ปี และ เซร์คิโอ รีโก้ นายทวารสเปนวัย 26 ปี ที่ต่างหมดสัญญากับสโมสรเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้เล่นทั้ง 3 คนได้ต่อสัญญากับปารีสออกไป 2 เดือนเพื่อลงเล่นเกมนี้ รวมถึงในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเฟร้นช์ ลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ซีซั่นนี้

    ทูเคิ่ล จะจัดทีมในระบบการเล่น 4-4-2 มาร์กินญอส กับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันทีมยืนเซนเตอร์แบ็กคู่กัน อังเคล ดิ มาเรีย และ เนย์มาร์ นำเกมรุก เมาโร อีการ์ดี้ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ นำทัพแดนหน้า

    โคล้ด ปูแอล เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสวัย 58 ปีของแซงต์-เอเตียน นำทีมได้อันดับ 17 ลีก เอิง ซีซั่นนี้ รอดพ้นการตกชั้นไปอย่างหวุดหวิด

    ปูแอล นำทีมเตะอุ่นเครื่องไปแล้ว 4 นัด เริ่มจากชนะ รูมิญี่ จากนาซิยงนาล 2 หรือดิวิชั่น 4 ฝรั่งเศส 4-1 ที่ศูนย์กีฬาโรแบร์-แอร์กแบ็ง เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม จากนั้นทีมเปิดบ้านปราบ นีซ 4-1 ที่สต๊าด เจ๊ฟฟรัว-กีชาร์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ตามด้วยเกมถล่มชาร์เลอรัว จากเบลเยียม 4-0 ที่ศูนย์กีฬาโรแบร์-แอร์กแบ็ง วันพุธที่ 15 กรกฎาคม และล่าสุดทีมแพ้คาบ้านต่ออันเดอร์เลชท์ จากเบลเยียม 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม

    เขาได้ อาโรลด์ มูคูดี้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติแคเมอรูนวัย 22 ปี กลับมาที่สโมสรหลังจากหมดสัญญายืมตัว 5 เดือนครึ่งกับมิดเดิ้ลสโบรช์ และ โลอิก แปร์แร็ง กองหลังกัปตันทีมวัย 34 ปี หมดสัญญากับสโมสรเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ทว่าเขาได้ต่อสัญญากับทีมไปเรียบร้อยเพื่อลงเล่นนัดเจอเปแอสเช ซึ่งเจ้าตัวหายเจ็บหัวเข่า กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว 

    ”เลส์ แวร์” จะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 มาติเยอ เดอบูชี่ แบ็กขวากัปตันทีม เป็นแกนหลักแดนหล้ง โรแม็ง อามูม่า, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า นำเกมรุก วาห์บี คาซรี่ สตาร์ทีมชาติตูนิเซีย ยืนกองหน้าตัวเป้า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล เคห์เรอร์, มาร์กินญอส, ติอาโก้ ซิลวา (กัปตันทีม), มิทเชล บัคเคอร์ – อังเคล ดิ มาเรีย, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, มาร์โก แวร์รัตติ, เนย์มาร์ – เมาโร อีการ์ดี้, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

    แซงต์-เอเตียน : เชสซี่ มูแล็ง – มาติเยอ เดอบูชี่ (กัปตันทีม), เวสเล่ย์ โฟฟาน่า, ติโมเต้ โคล็อดเซียจซัค, กาเบรียล ซิลวา – ยันน์ เอ็มวีล่า, มาห์ดี้ กามาร่า – โรแม็ง อามูม่า, ริยาด บูเดอบุซ, เดอนีส์ บวงก้า – วาห์บี คาซรี่

ผู้ตัดสิน : อาโมรี่ เดอเลอรู

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน
09/01/20  ลีก คัพ เปแอสเช 6-1 แซงต์-เอเตียน
16/12/19  ลีก เอิง แซงต์-เอเตียน 0-4 เปแอสเช
18/02/19  ลีก เอิง แซงต์-เอเตียน 0-1 เปแอสเช
15/09/18  ลีก เอิง เปแอสเช 4-0 แซงต์-เอเตียน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เปแอสเช

22/07/20 ชนะ เซลติก 4-0 (เหย้า) กระชับมิตร
13/07/20 ชนะ เลอ อาฟร์ 9-0 (เยือน) กระชับมิตร
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.
05/03/20 ชนะ ลียง 5-1 (เยือน) เฟร้นช์ คัพ
29/02/20 ชนะ ดิฌง 4-0 (เหย้า) ลีก เอิง

แซงต์-เอเตียน

15/07/20 ชนะ ชาเลอรัว 4-0 (เหย้า) กระชับมิตร
10/07/20 ชนะ นีซ 4-1 (เหย้า) กระชับมิตร
04/07/20 ชนะ รูมิลลี่ 4-1 (เหย้า) กระชับมิตร
08/03/20 เสมอ บอร์กโดซ์ 1-1 (เหย้า) ลีก เอิง
06/03/20 ชนะ แรนส์ 2-1 (เหย้า) เฟร้นช์ คัพ

ไม่โทษใคร! “แลมพาร์ด” รับเชลซีไม่ดีพอเอง

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ "สิงห์บลูส์" ไม่ดีพอจริงๆ หลังพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงฯ พร้อมจวกลูกทีมที่ไม่ยอมสานต่อฟอร์มดีๆ ในช่วงต้นเกม

     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เผยว่า ทีมตนเล่นกันไม่ได้เรื่องเอง หลังจากที่ทัพ "สิงห์บลูส์" พลิกพ่าย อาร์เซน่อล 1-2 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชลซี ทำท่าว่าจะไปได้สวย หลังออกสตาร์ทได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง

     จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากลูกยิงสุดเหนือชั้นของ โอบาเมยอง เจ้าเก่า และสถานการณ์ของ "สิงห์บลูส์" ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

         "เราทำได้ดีช่วง 15 นาทีแรก ซึ่งเราทำประตูได้ และสร้างโอกาสได้เพียบ แต่เราคงทำได้แต่โทษตัวเองที่ไม่ยอมสานต่อ เกม เอฟเอ คัพ นัดชิงฯ มันไม่ใช่เกมที่เราจะมาเดินเล่น เราปล่อยให้พวกเขากลับมาสู่เกม ซึ่งเมื่อคุณทำแบบนี้ มันก็ยากที่คุณจะกลับมาสู่เกม เราเล่นกันไม่ดีพอที่จะคว้าชัยชนะในเกมรอบชิงฯ ครั้งนี้" กุนซือวัย 42 ปี เปิดใจหลังเกม