มาริโอเปิดใจแข้งเมืองทองฯปรับตัวซ้อมได้ดีเยี่ยม

มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือป้ายแดง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เผยพอใจลูกทีมที่สามารถปรับตัวเข้าระบบได้เป็นอย่างดีในการฝึกซ้อม เชื่อแน่ว่าเกมเยือนโลิศ เทโร เอฟซีในวันอาทิตย์นี้ จะเป็นอีกเกมที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

มาริโอ ยูรอฟสกี้ กุนซือป้ายแดงของทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการคุมทัพนัดแรกที่จะต้องนำลูกทีมออกไปเยือนโปลิศ เทโร เอฟซี หลังจากที่เข้ามารับงานคุมลูกทีมลงฝึกซ้อมตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 ต.ค.63 ผ่านมา ว่า "พอใจกับการซ้อมของลูกทีม เพราะว่านักเตะเข้าใจ และปรับตัวกับระบบและวิธีการเล่นที่ตนเองต้องการได้อย่างรวดเร็ว มั่นใจว่าทีมจะพร้อมและดีที่สุดในเกมดังกล่าวแน่นอน

"ณ ตอนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการเล่น นักเตะมีความเข้าในเรื่องของระบบและแทคติกการเล่นที่ผม และดานโญ่ เซียก้า พยายามจะถ่ายทอดให้กับทุกคน ซึ่งพวกเขามีความกระหายที่จะเล่นอย่างมาก มันเป็นเรื่องที่ดีที่พวกเราสามารถปรับตัวเข้ากันได้อย่างรวดเร็วกับสิ่งที่ผมและทีมงานมอบให้ มันจะทำให้ทีมของเราพรอ้มที่สุดก่อนเกมไปเยือนโปลิศเทโร เอฟซี  แต่ผมบอกไม่ได้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่าเราจะทำให้เต็มที่และดีที่สุด หวังว่าจะเป็นผลงานที่น่าพอใจ "  

สำหรับทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ล่าสุดนั้นรั้งอยู่อันดับ 11 ของตาราง 8 นัดมีอยู่ 10 คะแนน จะต้องออกไปเยือนโปลิศ เทโร เอฟซี ทีมอันดับ 8 ของตาราง 9 นัดมี 15 แต้ม ในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น.

5 ข้อดีที่เมืองทองใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี้

หลังจากที่ กาม่า ทำทีม เมืองทอง แพ้ตราด ในเกมไทยลีกนัดล่าสุด กุนซือชาวบราซิล ก็ได้แยกทางจากทีมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานอย่างเดียวที่เขาตองรับผิดชอบ แต่ด้วยเรื่องของ สัญญาที่กำลังจะหมดลง ทำให้การลงจากตำแหน่งน่าจะดีกว่า 

ทันทีที่ กาม่า แยกทาง เมืองทอง ก็ได้ตั้ง มาราโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีมแทนทันที แน่นอนว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่า มาริโอ เหมาะสมไหม เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างที่เป็นขอดีของ การเลือก "อดีตเพลย์เมกเกอร์เลือดกิเลนของทีม" รายนี้คุมทัพ

1. มาริโอ มีความเป็นเมืองทอง

นับตั้งแต่เขาย้ายจาก เมทาลุช โดเนกส์ ในลีก ยูเครน มาสวมเสื้อกิเลนผยอง ตั้งแต่ปี 2012ยูรอฟสกี้ ก็แสดงให้เห้นถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม พาทีม เมืองทอง เป็นแชมป์มากมาย ทำให้ภาพจำของเขาที่มีกับแฟนบอลคือตอนที่ สวมเสื้อกิเลน แม้ว่าในช่วงปลายกาารค้าแข้ง จะโยกไปอยู่กับ ทรู แบงค๊อก แต่"ภาพจำ" ของเขาก็คือเมืองทอง อยู่ดี การตัดสินใจรับหน้าที่คุมทีมชุด ยู19 กิเลน จูเนียร์ หลังจาก แขวนสตั๊ด ร่วมกับ อดีตเพื่อนร่วมทีมหลายๆคน ที่เคยค้าแข้งกับเมืองทอง  ยิ่งทำให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ เมืองทองไปแล้ว

2. มาริโอ มีความทุ่มเท และรู้จักฟุตบอลไทย

ยามที่เป็นนักเตะเขาเล่นอย่างเต็มร้อยทุกนัด ทุ่มเทเพื่อสโมสร จนเป็นแบบอย่างของผู้เล่นไทย และต่างชาติภายในทีม ซึ่งคุณสมบัตินี้ ถูกนำมาชดเชยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิดในการคุมทีมในระดับสูง แต่ในเมื่อเมืองทอง เลือกที่จะใช้เลือดใหม่ในการสู้ศึกไทยลีก โค้ชรุ่นใหม่ที่ทุ่มเท ก็จำเป็นเหมือนกัน  และแฟนบอลเคยเห็นเขาทุ่มเทในสนามยังไง การคุมทีมก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เขาอยู่เมืองไทย มาประมาน 8 ปีแล้ว ซึ่งประสบการณ์ตอนเล่นไทยลีกสมัยค้าแข้ง น่าจะช่วยให้เขาไม่ต้องปรับตัวเยอะกับการคุมทีมในไทยลีก

3. มาริโอ รู้เรื่องราวของ เมืองทอง

การจะเลือกโค้ชสักคนเข้ามาคุมทีม หากไม่รู้แนวทางบิรหารของ สโมสร ต่อให้มีฝีมือก็ยากที่จะได้รับแรงซัพพอร์ต หนำซ้ำยังก่อให้เกิดความบาดหมางเกิดขึ้นได้ แต่ มาริโอ "ไม่ใช่" ในตอนที่เขาเป็นนักเตะ ก็ถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีม การทำงานกับผู้บริหารผ่านมาหลายคน โค้ชหลายคน และเพื่อนร่วมทีมอีกหลายกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องราวภายในสโมสรแห่งนี้ เขาเข้าใจไม่น้อยหน้าคนไหน และทำให้เป็นการดีที่จะเลือกใช้งาน นักเตะ วางแทกติค ให้เข้ากับขุมกำลังที่มี น่าจะทำให้เมืองทอง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้

4. มาริโอ ค่าเหนื่อยไม่สูงเกินไป

ในยุคที่ฟุตบอลไม่สามารถทำรายได้จากการเข้าสสนามได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ สโมสรจึงจำเป็นที่จะต้องเซฟรายจ่ายบางอย่าง ซึ่งหากเมืองทอง เลือกกุนซือใหม่เป็นชาวต่างชาติตามนโยบายของทีม น่าจะต้องเสี่ยงกับผลงานที่ไม่รู้จะดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงค่าเหนื่อยที่อาจจะแพงมากเกินไป ซึ่งการเลือกกุนซือหน้าใหม่ อย่าง ยูรอฟสกี้ ไม่ใช่เพียงแค่ค่าเหนื่อยไม่แพง แต่เขาทำงานในชุดเยาวชนของเมืองทอง อยู่แล้วถ้าผลงานในปีนี้ออกมาน่าพอใจ ติดท๊อปโฟร์ในเลกแรก เท่ากับว่า ทีมได้กุนซือเก่ง ที่ไม่ต้องจ่ายแพง นับเป็น "โชคสองชั้น"

5. มาริโอ จะทำให้ดาวรุ่งในทีมพัฒนา

ในการทำงานกับทีมชุดเล็กของเมืองทอง มาริโอ นำประสบการณ์ที่มีในสมัยเป็นนักเตะถ่ายทอดสู่รุ่นน้อง ซึ่งตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของทีมก็มีดาวรุ่งเล่นอยุ่หลายคน น่าจะทำให้เขาสามารถถ่ายทอดและเกิดการรับฟังได้ง่ายขึ้น โดยจะส่งผลดีกับเมืองทอง เองที่นักเตะพร้อมจะเรียนรู้ และโค้ชเองก็เพิ่มประสบการณ์ไปในตัว นับได้ว่าเป็น "เมืองทองนิวเจนเนอร์เรชั่น"ของจริง

นั่นเป็นข้อดีที่พอจะประเมินได้ว่า การที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีม มีข้อดีพอสมควร แม้ว่าประสการณ์จะยังไม่มี แต่ได้รับแรงซัพพอร์ตจากบอร์ดบริหาร ทีนี้ก็เหลือแค่ผลงานที่จะทำออกมาในตอนแข่งขันจริงเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!เผยรายได้ผู้ตัดสินศึกไทยลีก3

จากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่แวดวงผู้ตัดสินไทยที่ถูกสั่งปรับลดเงินค่าทำหน้าที่ไปตลอดทั้งฤดูกาล แบบที่เรียกว่า โดนหักแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์
   
โดยผู้ตัดสินลีกรากหญ้า อย่าง ไทยลีก3 ที่ดูจะได้รับผลกระทบแบบปฎิเสธไม่ได้กับยอดรายได้ของผู้ตัดสินในแต่ละตำแหน่งที่ทำหน้าที่

    สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ตัดสินในไทยลีก3ฤดูกาล2020ที่ดำเนินการแข่งขันมาแล้วนั้น จะไม่มีเงินรายได้จาก กกท. มาช่วย เป็นเงินรายได้จาก ส.บอลฯ ล้วนๆ ที่แบ่งเป็นค่าตอบแทน และ ค่าที่พักเหมาจ่าย(รวมถึงค่าเดินทาง , ค่าน้ำมัน)ประกอดด้วย

    ผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 700 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,200 บาท , ยอดสุทธิ  (1,140 บาท )

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ตัดสินที่ 4 – ค่าตอบแทน 350 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 850 บาท , ยอดสุทธิ ( 807.50 บาท )

    ผู้ประเมินผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ (1,187.50 บาท)

    ผู้ควบคุมการแข่งขัน –  ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ ( 1,187.50 บาท)

    ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้กำชับผู้ตัดสินไทยลีก3 จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของ ส.บอลฯ ทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังสั่งห้ามรับงานนอก , ห้ามรับงานสโมสรในเกมอุ่นเครื่องด้วย เพื่อให้ทิศทางการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“กามา”ลาเมืองทองฯคาดไปทรู แบงค็อกฯ-การท่าเรือ

อเล็กซานเดร กามา กุนซือ เอสซีจี เมืองทองฯ ตัดสินใจโบกมือลาไปหาความท้าทายใหม่ คาดอาจจะเป็น ทรู แบงค็อกฯ ทีมในไทยลีกที่อาการไม่สู้ดีนัก หรือจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี ขณะที่บอร์ดบริหาร "กิเลนผยอง" ไฟเขียวเปิดให้ไปได้

หลังจากที่เกิดเป็นกระแสมานานเกี่ยวกับการโบกมือลา ของ อเล็กซานเดร กามา  กุนซือทีมสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ เพื่อไปทำทีมที่ใหญ่กว่า แต่ติดสัญญากับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถึงสิ้นเดือน พ.ย.นี้
   
ล่าสุด อเล็กซานเดร กามา  ได้ออกข่าวย้ำว่า ตัวเองได้ตัดสินใจโบกมือลาจากเมืองทองฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเกมที่เจอกับ ตราด เอฟซี ที่ผ่านมา ขณะที่ทางบอร์ดบริหารของเอสซีจี เมืองทองฯ ได้ออกข่าวยืนยันว่า ทั้งกามา และเอสซีจี เมืองทองฯ ได้จากกันด้วยดี 
   
ในส่วนของทีมที่อเล็กซานเดร กามา จะไปคุมนั้น โดยข่าวล่าสุด  มีการยืนยันจากวงในว่า กามา จะไปคุมทีมสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทีมที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในเวลานี้ จนทางผู้ใหญ่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เพื่อให้ทีมดีขึ้น และกลับมาลุ้นแชมป์อีกครั้ง หรืออาจจะเป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ก็ได้

รวยแต่ต้องปิด แข้งขอนแก่นขับเบ๊นซ์แต่ไม่กล้าให้ใครเห็น

อาชีพนักฟุตบอลสำหรับใครหลายคน สามารถทำให้ฐานะลืมตาอ้าปากได้ แต่สำหรับนักเตะรายนี้ มาเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เนื่องจากที่บ้านมีฐานะที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตามล่าความฝันกับกีฬาที่เขาหลงใหล

    “เบส”ธนพล ศรีทอง ดาวยิงขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างมั่นคง โดยครอบครัวทำธุรกิจสัมปทานรถบัสประจำทางระหว่างอำเภอเมือง ขอนแก่น ไปยังอ.กระนวน มีรถวิ่งในเส้นทางนี้กว่า 20 คัน ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในวัยเด็ก แต่เจ้าตัวก็ยังมีความฝันอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ เมื่อทีมขอนแก่น เอฟซี บ้านเกิดเคยขึ้นไปเล่นอยู่ในไทยลีกและเจ้าตัวตามเชียร์ถึงขอบสนาม

    เส้นทางฟุตบอลของ “เบส”ไม่มีอะไรหวือหวา เจ้าตัวเรียนอยู่ร.ร.สาธิตขอนแก่น ตั้งแต่ประถมจนมัธยมปลาย แต่โอกาสเรื่องฟุตบอลค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากเด็กในโรงเรียนเล่นฟุตบอลเป็นไม่กี่คน เจ้าตัวต้องดิ้นรนไปคัดฟุตบอลระดับเยาวชนของจังหวัดขอนแก่นจนได้ติดทีมไปเล่นกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 
    เมื่อขึ้นม.ปลาย “เบส”ธนพล ตัดสินใจไปคัดกับทีมขอนแก่น เอฟซี ด้วยพาหนะรถเบ๊นซ์ของครอบครัว แต่ด้วยความกลัวว่าถ้าหากไปแบบนี้อาจโดนมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงเอารถเบ๊นซ์ไปจอดห่างไกลจากสนามซ้อมแล้วเดินเข้าไปคัดตัว

 
    “ปีแล้วปีเล่าผมไปคัดก็ไม่เคยติด แต่ผมก็ไม่ลดละพยายาม ใช้เวลาในการคัดถึง 4 ปี มาติดตอนเรียนอยู่ม.ขอนแก่น ปี 3 แล้ว ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียนและการเล่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องบินไปเตะกับกระบี่ เอฟซี แต่อีกวันต้องพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ที่ขอนแก่น ก็นั่งเครื่องบินหลังแข่งจบมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ก็ขับรถมารับที่สุวรรณภูมิ กลับขอนแก่น(หัวเราะ) ก็ถือว่าเหนื่อยเพราะบอลอาชีพก็อยากเล่น เรียนก็อยากจบ แต่ก็จบมาได้ในที่สุด”

 
    หลังจากเรียนจบก็มุ่งสมาธิเล่นฟุตบอลให้กับขอนแก่น เอฟซี โดยเล่นอยู่ 6 ปี ย้ายไปทีโอที ไม่ทันไรทีมก็ยุบ เลยกลับมาเล่นให้ขอนแก่น มอดินแดง ซึ่งเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิงไป 14 ประตูในไทยลีก 4 จนฟอร์มเตะตาผู้บริหารทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด และดึงไปร่วมทีมในที่สุด

 
    ความจริงแล้ว นอกจากการเรียนกับการเล่นฟุตบอล เจ้าตัวยังต้องเลือกเส้นทางเมื่อครอบครัวจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากไปลองใช้ชีวิตอยู่ 1 ปี เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อตามล่าความฝันฟุตบอลอาชีพแทน ส่วนพี่ชายตอนนี้ไปปักหลักเป็นทหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

 
    ถึงตอนนี้ “เบส”ธนพล ยิงให้ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไป 1 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า ตำแหน่งของตนเป็นกองหน้าก็จริง แต่บทบาทไม่ใช่หน้าเป้า เป็นตัวซัพพอร์ตให้กองหน้าต่างชาติมากกว่า อย่างไรก็ดีแม้ตอนนี้อายุจะย่าง 29 ปีแล้ว แต่ความฝันที่อยากเล่นบอลไทยลีก 1 ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอโชว์ฟอร์มให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้เต็มที่ และถ้าเล่นได้ดี โอกาสก็จะมาถึงเอง

 

ศูนย์หน้าต่างชาติยิงกระจาย-ทีมยอดเยี่ยมไทยลีกนัดที่9

โฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมไทยลีกประจำสัปดาห์ที่ 9 มีแข้งคนไหนโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเข้าตากันบ้าง มาดูกัน

 ผู้รักษาประตู : ธณชัย หนูราช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ธณชัย มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม โชว์ช็อตเซฟยากๆ ไว้หลายครั้ง ช่วยสวาดแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในการเล่นไทยลีก

กองหลัง :  อมานี่ อากีนัลโด้ (ตราด เอฟซี)
เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากสำหรับปราการหลังทีมชาติฟิลิปปินส์ เก็บกวาดหน้าประตูให้ทีมได้ตลอดทั้งเกม ก่อนพาทีมเก็บคลีนชีตในเกมที่ ตราด บุกเอาชนะ เมืองทองฯ 1-0

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่โชว์ผลงานได้เข้าตามากๆ จังหวะสู้กับ แฮร์ลิสัน ไคออน ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี ก็ทำได้ดี พร้อมช่วย ช้างศึกยุทธหัตถี เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ปราการหลังกัปตันทีมสวาดแคทสู้กับเกมรุกของบุรีรัมย์ได้อย่างสนุกไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศหรือทางพื้นดินงานนี้ เฉลิมพงษ์ เก็บกวาดได้หมด

กองกลาง : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ผลงาน 2 แอสซิสต์ของเจ้าเต้ช่วยเขี้ยวสมุทรบุกมาแบ่งแต้มทีมฟอร์มแรงอย่างจ่าฝูงบีจีปทุมได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งจังหวะพาบอลไปกับตัวก็ยังทำได้ดีผลงานไม่มีตก

กองกลาง : โก ซุล กิ (การท่าเรือ เอฟซี)
เกมรุกดีไม่มีตก โก ซุล กิ มีส่วนร่วมช่วยการท่าเรือได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียกจุดโทษ ในเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เอาชนะ ระยอง เอฟซี 7-2

 กองกลาง : จุง เมียง โอ (สุโขทัย เอฟซี)
ในรูปเกมที่สุโขทัยเล่นเกมสวนกลับสู้กับแบงค็อก จุง เมียง โอ กองกลางชาวเกาหลีใต้ถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้โดดเด่นมาก ทั้งจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูก็มีให้เห็นหลายครั้ง แถมนัดนี้ยังมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกด้วย

กองกลาง : จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
ป่วนแนวรับแข้งเทพชนิดที่เรียกว่าไปไม่เป็น โดยเฉพาะการโต้กลับที่เล่นร่วมกับ อิบสัน เมโล่ ทำให้ทุกอย่างลงตัวมากๆ แถมเกมนี้ บาจโจ้ ยังทำได้ 1 สกอร์ พร้อมกับ 2 แอสซิสต์อีกด้วย

กองหน้า : อิบสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)
การเล่นเกมรุกของ อิบสัน เมโล่ สามารถโจมตีแนวรับ แข้งเทพ ได้ทุกจังหวะ รวมไปถึงการประสานงานกับบาจโจ้ที่ช่วยเพิ่มความอันตรายให้คู่แข่งขึ้นเป็นหลายเท่า ก่อนที่เกมนี้จบด้วยการที่ อิบสัน เมโล่ ทำ 2 ประตูช่วยให้ค้างคาวไฟยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 6

กองหน้า : เซร์คิโอ ซัวเรส (การท่าเรือ เอฟซี)
ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เซร์คิโอ ซัวเรส มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ก่อนที่เกมนี้สามารถทำประตูได้ 2 ลูก พาพสิงห์เจ้าท่าบุกถล่ม ระยอง เอฟซี 7-2

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิง 1 และจ่าย 1 ของ อัสซัมเซา ช่วยทัพสวาดแคทบุกกำชัยเหนือบุรีรัมย์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้โคราชบุกมาเก็บชัยชนะถึงถิ่นปราสาทสายฟ้าเป็นครั้งแรกในการเล่นไทยลีกอีกด้วย

“มุ้ย”มาแน่! บีจีโอเคซิวธีรศิลป์ล่าแชมป์ ค่าตัวไม่ธรรมดา-สัญญาเกิน3ปี

“มุ้ย”​ ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกทีมชาติไทย เตรียมหวนกลับมาค้าแข้งที่บ้านเกิดอีกครั้งในสีเสื้อ บีจี ปทุมฯ หลังมีรายงานว่า “เดอะ แร็บบิต”​ บรรลุข้อตกลงกับทาง ชิมิสึ เอส-พัลส์ และตัวนักเตะเรียบร้อย งานนี้เปิดค่าตัวอยู่ที่ 24 ล้านบาท พร้อมสัญญายาว 3 ปีครึ่งหรือ 42 เดือน

กลายเป็นข่าวฮือฮาวงการลูกหนังไทย เมื่อมีรายงานจากแหล่งข่าววงในว่า บีจี ปทุมฯ​ ตกลงคว้า ธีรศิลป์ กองหน้าทีมชาติไทยกลับคืนสู่แดนสยามแล้ว ด้วยค่าตัว 24 ล้านบาทแบบซื้อขาด พร้อมสัญญาระยะเวลา 3 ปีครึ่ง โดยคาดว่า “มุ้ย” จะบินมาร่วมทัพกับจ่าฝูงไทยลีกหลังจากที่สัญญาที่เซ็นไว้กับ ชิมิสึ เมื่อ 31 ม.ค. 2020 หมดอายุในวันที่ 31 ม.ค.​ 2021 หรือหลังเดือนแรกของปีหน้านั่นเอง

ขณะที่ตัวเลขค่าแรงของดาวยิงช้างศึกที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ดังอย่าง transfermarkt ปัจจบันระบุไว้ที่ 725,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหากย้ายสู่ถิ่น ลีโอ สเตเดี้ยม ก็คงได้รับไม่น้อยจากเดิมอย่างแน่นอน

สำหรับ “มุ้ย”​ ธีรศิลป์ ปัจจุบัน อายุ 32 เคยมีประสบการณ์การค้าแข้งในต่างแดนกับทั้ง แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ),​ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์),​ อัลเมเรีย (สเปน) และในเจลีกกับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า รวมถึงล่าสุดกับ ชิมิสึ เอส-พัลส์

“มุ้ย” เคยได้แชมป์ไทยลีก กับ เอสซีจี เมืองทองฯ 4 สมัย, รองแชมป์ เอฟเอ คัพ 3 สมัย, แชมป์ถ้วย ก 1 สมัย, แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย,​ แชมป์ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ 1 สมัย, แชมป์ แม่โขง คลับ 1 สมัย และรองแชมป์ เจลีก ปี 2018 กับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า

ในระดับชาติ ธีรศิลป์ติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 17 ปี เป็นหนแรก ตั้งแต่ ปี 2002 จากนั้นติด ยู-19, ยู-23 และชุดใหญ่ โดยเคยได้แชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 1 สมัย, รองแชมป์อีก 2 สมัย, แชมป์ คิงส์คัพ 1 สมัย, แชมป์ซีเกมส์ 1 สมัย ขณะที่รางวัลส่วนตัว เคยเป็นดาวซัลโว เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 3 สมัย รวมถึงติดทีม 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ และครองตำแหน่งดาวซัลโวไทยลีกมาแล้วเมื่อปี 2012

กางกฎไทยลีก หากเกิดเหตุสุดวิสัยก่อนเกมการแข่งขัน

เปิดกฎไทยลีกว่าไง หากเกิดเหตุสุดวิสัยก่อนเกมการแข่งขัน หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อไฟฟ้าสนาม แพท สเตเดี้ยม ดับก่อนเกมราว 20 นาที และไม่สามารถแก้ไขให้ทันเวลาเตะ 18.00 น. กระทั่งมีคำสั่งยุติ และให้รอการประกาศจากทางไทยลีกอีกครั้ง
  
จากเหตุการเกมการแข่งขันฟุตบอล ไทยลีก 1  ฤดูกาล 2020 ที่สนามแพท สเตเดี้ยม ระหว่างทีม ”’สิงห์เจ้าท่า”’ การท่าเรือ เอฟซี อันดับ 6 ของตารางที่มี 13 แต้มจาก 7 นัด เปิดบ้านรับมือ ”’กิเลนผยอง”’ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ ผ่านมา และเกิดเหตุหม้อแปลงไฟระเบิด ทำให้ไฟสนามได้ดับลง จนเลยเวลาแข่งไปจนถึง 19.00 น. ไฟสนามยังไม่ติด จึงต่อยุติเกมการแข่งขันนี้และรอไทยลีกแจ้งบทสรุปอีกครั้ง

โดยตามกฤไทยลีก บทที่4 : กฎกติกาและระเบียบที่ใช้ควบคุมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลลีกอาชีพรายการไทยลีก1

20.3. ในกรณีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นก่อนทําการแข่งขัน โดยมิใช่การกระทําความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ไฟฟ้าส่องสนามดับ เพราะฟ้าผ่าทําให้ระบบไฟฟ้าเสียหาย หรือฝนตกหนักทําให้มีน้ําท่วมขังสนามมากเป็นต้น ซึ่งแต่ละกรณีท่ีเกิดขึ้นได้ ล่วงเลยเวลาเริ่มการแข่งขันไปนานกว่า 60 นาทีแล้ว ซึ่งผู้ตัดสิน เห็นว่าแต่ละกรณีไม่สามารถทําการแข่งขันได้ และแจ้ง ให้ผู้ควบคุมการแข่งขันเลื่อนการแข่งขันออกไป โดยให้ทําการแข่งขันในวันกลางสัปดาห์ถัดไปที่เหมาะสม หรือวันเวลาอื่นตามที่ ฝ่ายจัดการแข่งขัน กําหนด ส่วนค่าใช้จ่ายให้เป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ทัวร์ลง! สหรัฐโพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นทำแฟนบุรีรัมย์เดือด

เฟซบุ๊คชื่อ Plouem EiEi หรือบัญชีของ สหรัฐ ปองสุวรรณ แบ็คซ้าย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด โพส์ตภาพทำเอาแฟนๆ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เดือดปุดๆ พร้อมคอมเม้นท์ถามถึงความเป็นมืออาชีพของแข้งรายนี้

    ควันหลงเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ต.ค. ที่ผ่านมา หลัง "เดอะ แร็บบิต" เปิดรังเฉือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 ล่าสุด สหรัฐ ได้โพสต์ภาพจังหว่ะหลังปะทะกับ ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้า "ปราสาทสายฟ้า" พร้อมกับแคปชั่นเป็นภาษาใต้ระบุว่า "ตัวแบบนี้ บีบหัวกินนิ เตะขู่ไปทีเดียวเด็กมันร้องแล้วด่อออ " หรือแปลความได้ว่า "ตัวเล็กแบบนี้ แกล้งเตะขู่ก็ร้องแล้ว"

    หลังจากโพสต์ไป ทำให้แฟนบอลจำนวนมาก ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น รวมถึงคอมเม้นต์ถึงความไม่เหมาะสมสำหรับการโพสต์แบบนี้

โปลิศ เทโรยิ้มได้แข้งต่างชาติฟูลทีมบู๊กิเลนปลายตุลาคม

หลังจากทัพ "มังกรโล่งิน " โปลิศ เทโร เอฟซี คว้าตัว โมฮามาดู ซูมาเรห์ กองหน้าทีมชาติ" เสือเหลือง" มาเลเซีย มาร่วมทัพ และตอนนี้อยู่ในช่วงของการกักตัว 14 วัน ตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสของทางศบค. ซึ่งจะสามารถมาร่วมทีมได้หลังจากพ้นช่วงฟีฟ่าเดย์และจะประเดิมพร้อมลงสนามเกมแรกในศึกไทยลีกได้ในนัดที่เปิดบ้านรับ" กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

"แมน" ธัญญะ วงศ์นาค ผู้จัดการทีมได้ออกมาเผยว่า "จากการคำนวนระยะเวลาแล้ว ทางซูมาเรห์ จะพ้นการกักตัวในช่วงหลังฟีฟ่าเดย์เล็กน้อยและน่าจะพร้อมลงสนามพอดีในเกมที่เราจะเปิดบ้านรับทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกทั้งจะเป็นเกมที่เราจะมีผู้เล่นต่างชาติครบอีกด้วยในนัดนั้นไม่ว่าจะเป็น ไอแซค ฮอนนี่ , เกร็ก ฮูล่า , โดมินิค ตัน , ตวาม แต ฮี, บาโบ้ มาร์ค แลนดรี้ และโมฮามาดู ซูมาเรห์"

"ทว่าอย่างไรก็คงต้องอยู่ในดุลพินิจของ"โค้ชอ้น" รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค และทีมงานสตาฟว่าจะใช้งานเขาหรือไม่เท่านั้น เพราะอาจจะเพิ่งได้มาร่วมซ้อมกับทีม เมื่อถึงตอนนั้น เราได้ผู้เล่านต่างชาติครบ ก็น่าจะทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น อยากให้แฟนบอลรอชมและเป็นกำลงใจให้กับการทำงานนักของทุกคนในทีมต่อไป"

สำหรับเกมที่ โปลิศ เทโร เอฟซี จะเปิดบ้านสนามบุญญะจินดารับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะเป็นเกมนัดที่ 10 ของศึกไทยลัก 1 วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 63 เวลา 19.00 น.