ดอนนี่ลงโชว์,แนวรุกฟูลทีม!คาดการณ์11ตัวจริงแมนยูเกมเปิดซีซั่นฉะพาเลซ

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมรูดม่านเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020/21 อย่างเป็นทางการในค่ำคืนวันเสาร์นี้ โดยจะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ คริสตัล พาเลซ ของกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ที่เปิดหัวซีซั่นได้แจ่มไม่น้อย ด้วยการสอย เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

ถึงแม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" อาจจะต้องเช็คความฟิตนักเตะหลายคน แต่ก็น่าจะจัดทีมที่แข็งแกร่งลงฟัดกับ "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้ เพื่อลุ้นเก็บ 3 คะแนนประเดิมซีซั่นใหม่ และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด สำหรับเกมคืนวันนี้ ซึ่งคาดการณ์โดยเว็บไซต์ theunitedstand.com (ระบบ 4-2-3-1)

– ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
ยังไงตำแหน่งโกลตัวจริงก็หนีไม่พ้น เด เคอา ถึงแม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โชว์ฟอร์มได้สุดยอดระหว่างยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อซีซั่นก่อนก็ตาม

– แบ็กขวา : อารอน วาน-บิสซาก้า
หากไม่เดี้ยงหนัก หรือมีปัญหาอะไรกวนใจ แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงไปเลยสำหรับ วาน-บิสซาก้า

– เซนเตอร์แบ็ก : วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ
ถึงแม้ฟอร์มช่วงหลังๆ ดูไม่ค่อยดี แถมล้ามาจากการกลับไปเล่นให้ทีมชาติสวีเดน แต่ ลินเดอเลิฟ ก็น่าจะพร้อมลงเป็นตัวจริงในเกมเปิดซีซั่นคืนนี้

– เซนเตอร์แบ็ก : แฮร์รี่ แม็กไกวร์
ยังคงเป็นกำลังสำคัญในแนวรับที่ทีมขาดไม่ได้ และคืนนี้ถึงเวลาที่กัปตัน แม็กไกวร์ ต้องเรียกศรัทธาจากแฟนบอล หลังไปก่อเรื่องฉาวที่ประเทศกรีซ
 – แบ็กซ้าย : ลุค ชอว์
ฟิตสมบูรณ์ พร้อมสตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้ายแน่นอน

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : เนมานย่า มาติช
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต และน่าจะครองตำแหน่งตัวจริงในเกมนี้ หลังมีผลงานดีตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว

 – มิดฟิลด์ตัวกลาง : ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค
ด้วยการที่ ปอล ป็อกบา ยังไม่ฟิตเต็มร้อย ทำให้มีโอกาสสูงมากๆ ที่แข้งใหม่อย่าง ฟาน เดอ เบ็ค จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงให้บรรดาสาวก "ปีศาจแดง" ได้ยลฝีเท้า
 
 – มิดฟิลด์ตัวรุก : บรูโน่ แฟร์นันด์ส
ได้ลงปั้นเกมรุกให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน สำหรับ "เดอะ แบก" ชาวโปรตุกีส 
 
 – ปีกขวา : เมสัน กรีนวู้ด
ถึงแม้ไม่ใช้ปีกขวาโดยธรรมชาติ แต่ กรีนวู้ด น่าจะยังคงถูกเลือกเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้มากกว่า แดเนี่ยล เจมส์ หลังทำผลงานได้ดีในซีซั่นก่อน

 – ปีกซ้าย : มาร์คัส แรชฟอร์ด
ไม่มีปัญหาเรื่องความฟิต ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงชัวร์ สำหรับ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี

 – กองหน้าตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
อาจจะต้องเช็คความฟิต แต่ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับ ดาวยิงเฟร้นช์แมนวัย 24 ปี ที่กระทุ้งไป 23 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 
   

คล็อปป์เลือดออกซิบๆ ! เปิดมูลค่า 11 ตัวจริง เชลซี กับ ลิเวอร์พูล เกมเปิดซีซั่น

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพิ่งจะออกมาพูดแซะเรื่องการใช้เงินมหาศาลในการลงทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพของ เชลซี ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าคำกล่าวของ กุนซือชาวเยอรมัน จะกลายเป็นดาบสองคมที่ฟาดฟันใส่ตัวเองจนเป็น

"สิงโตน้ำเงินคราม" กลายเป็นทีมพ่อมหาบุญทุ่มที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยพวกเขาทุ่มเงินเต็มที่ในการสร้างทีมใหม่ภายใต้การกุมบังเหียนของแฟร้งค์ แลมพาร์ด ด้วยการคว้านักเตะชั้นดีมาร่วมทัพได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา

จากการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลทำให้ คล็อปป์ อดใจไม่ไหวต้องออกมาพูดพาดพิงเรื่องการใช้เงินสร้างทีม ในขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บูลส์" ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมสตาฟฟ์ "หงส์แดง" หลังเคยใช้ผรุสวาจาในเกมลีกช่วงท้ายฤดูกาลที่ผ่านมา ออกมาตอบโต้ว่า "เดอะ เร้ดส์" ก็เคยทำแบบนี้ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา

ดูเหมือนว่าคำพูดของ "แลมพ์ส" จะเป็นความจริง เพราะเมื่อมองจาก 11 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ในเกมเปิดซีซั่น 2020/2021 เห็นได้ชัดว่าตัวเลขค่าตัวนักเตะทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีมูลค่าน้อยกว่าเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัยถึง 46 ล้านปอนด์ (ราว 1,748 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ลองเช็คจากรายชื่อ 11 นักเตะของ เชลซี ในเกมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ที่สนามเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้นทุกของพวกเขาอยู่ที่ 307 ล้านปอนด์ (ราว 11,666 ล้านบาท) ซึ่งส่วนหนึ่งต้องขอบคุณบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ปลุกปั้นขึ้นมามีศักยภาพที่จะยึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ

ขณะที่ 11 ผู้เล่นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เฉือน "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด มีเพียงแค่ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กดาวรุ่งเลือดผู้ดีเท่านั้นที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าตัว เพราะเป็นนักเตะที่ก้าวขึ้นมาจากศูนย์ฝึกเยาวชน ส่วนที่เหลือมีมูลค่ารวมถึง 353 ล้านปอนด์ (ราว 13,414 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามหากมองเพียงแค่ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ลิเวอร์พูล ลงทุนควักกระเป๋าเพียงแค่ 11.75 ล้านปอนด์ (ราว 446.5 ล้านบาท) คว้าตัวคอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาร่วมทีมเท่านั้น สวนทางกับ เชลซี ที่ทุ่มเงินไปกว่า 230 ล้านปอนด์ (ราว 8,740 ล้านบาท) รวมไปถึงนักเตะที่ได้มาแบบฟรีๆ อย่าง ซิลวา และ มาล็อง ซาร์  (ส่งเล่นยืมตัว)

กระนั้นตัวเลขดังกล่าวอาจจะเปลี่ยนไปหาก เชลซี สามารถส่ง ซิเย็ค กับ ชิลเวลล์ ลงสนามเป็นตัวจริงได้ และนั่นคงมีความเป็นไปได้ที่ 11 ผู้เล่นชุดใหญ่ของพวกเขาจะมีต้นทุนที่แพงกว่าลิเวอร์พูล

11 ตัวจริง เชลซี เกมพบ ไบรท์ตัน

ผู้รักษาประตู : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 70 ล้านปอนด์ (ราว 2,660 ล้านบาท)

กองหลัง : มาร์กอส อลอนโซ่ 23 ล้านปอนด์ (ราว 874 ล้านบาท), รีซ เจมส์(ฟรี) , คูร์ท ซูม่า  12 ล้านปอนด์ (ราว 456 ล้านบาท) , อันเดรียส คริสเตนเซ่น (ฟรี)

กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท), จอร์จินโญ่ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ,ไค ฮาแวร์ทซ์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), รูเบน ลอฟตัน-ชีค (ฟรี) , เมสัน เมาน์ท (ฟรี)

กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ 48 ล้านปอนด์ (ราว 1,824 ล้านบาท)

11 ตัวจริงเกม ลิเวอร์พูล พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์ 67 ล้านปอนด์ (ราว 2,546 ล้านบาท)

กองหลัง : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 8 ล้านปอนด์ (ราว  304 ล้านบาท), โจ โกเมซ 6 ล้านปอนด์ (ราว 228 ล้านบาท), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ฟรี)

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) , นาบี เกอิต้า 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท)

กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่ 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 29 ล้านปอนด์ (ราว 1,102 ล้านบาท), โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท)

ลิเวอร์พูลฟัดเชลซีจัด “ซาลาห์-ฟีร์มีโน่” ดวล “แวร์เนอร์-ฮาแวร์ทซ์” PPTVยิงสด

PPTVจัดให้…"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ลงขุดสกอร์เกมเยือนถ้ำ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ที่มี ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ผนึกล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563
เชลซี   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด 
: PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)


สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    เชลซีของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ลงประเดิมสนามเกมนัดแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล  2020-2021 โดยการบุกไปอัดไบรท์ตันถึงถิ่นดิ เอเม็กซ์ 3-1 ในคืนวันจันทร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา 

    สภาพความพร้อมของทีมในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้เชลซีจะยังไม่มี ฮาคิม ซิเย็ค, เบน ชิลเวลล์ และ บิลลี่ กิลมอร์ ที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ ในส่วนของ คริสเตียน พูลิซิช ถึงแม้อาการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายจะดีขึ้นแล้ว แต่ แลมพาร์ด อาจจะยังไม่เสี่ยงส่งเขาลงเล่นในเกมนี้ ในรายของ ติอาโก้ ซิลวา นั้นอาจจะมีสิทธิ์ได้ลงประเดิมสนามให้ทัพสิงห์บลูส์เป็นนัดแรก แต่ต้องรอเช็กสภาพความฟิตก่อนอีกทีหนึ่งหลังจากเพิ่งบินมาเก็บตัวลงซ้อมกับทีมในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่จะได้ มาเตโอ โควาซิช กลับมาสู่ทีมหลังจากที่โดนใบแดงในเกมรอบชิงชนะเลิศ เอฟเค คัพ ในฤดูกาลที่ผ่าน 

    การจัดทัพในเกมวันอาทิตย์นี้ แลมพาร์ด น่าจะมาในแผน 4-3-3 โดยที่ผู้รักษาประตูจะยังคงใช้งาน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า แม้ทีมจะเพิ่งเซ็นสัญญากับทาง เอดัวร์ แม็งดี้ เข้ามา ในส่วนแผงแบ็กโฟร์ คู่เซนเตอร์น่าจะเป็นทาง อันเดรียส คริสเตนเซ่น จับคู่กับทาง คูร์ท ซูม่า โดยมี รีซ เจมส์ กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ยืนเป็นแบ็กขวา-ซ้าย ในส่วนแผงมิดฟิลด์ 3 คนอาจจะเป็นทาง จอร์จินโญ่ ที่ยืนเป็นกองกลางตัวต่ำสุด ขนาบข้างด้วย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ มาเตโอ โควาซิช ในส่วนแนวรุกจะเป็นนทาง ไค ฮาแวร์ทซ์ และ เมสัน เมาน์ท ยืนทำเกมอยู่ทางริมเส้นโดยมี ติโม แวร์เนอร์ เป็นหน้าเป้า

    ส่วนทาง ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งเฉือนเอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ด ในบ้านของตัวเองไปอย่างสุดมันส์ 4-3 ในเกมเปิดฤดูกาล 2020-2021 คืนวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา โดยเกมวันนั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นฮีโร่ยิงประตูชัยให้ทีมคว้าชัยชนะมาครอง รวมถึงทำแฮตทริกให้กับตัวเองได้อีกด้วย

    สภาพความพร้อมของทีมในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ทางหงส์แดงเพิ่งเปิดตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์รายใหม่ที่ย้ายมาจากทางบาเยิร์น มิวนิก แต่จะยังไม่สามารถลงเล่นในเกมวันอาทิตย์นี้ได้ ในส่วนผู้เล่นบาดเจ็บทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะขาดเพียง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แค่คนเดียวที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ส่วนผู้เล่นคนสำคัญรายอื่นๆ อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, อลีสซง เบ็คเกอร์ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม พร้อมที่จะลงสนามในเกมวันอาทิตย์นี้อย่างแน่นอน

    การจัดทัพในเกมวันอาทิตย์นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ คงใช้แผนเก่งของเขา 4-3-3 โดยมี อลีสซง เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสา แผงแบ็กโฟร์ใช้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยืนจับคู่กับทาง โจ โกเมซ แบ็กตัวทำเกมทั้งสองข้างเป็นทาง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แผนกองกลาง 3 คน จะเป็นทาง ฟาบินโญ่ ยืนอยู่หน้าแนวรับ ขนาบข้างด้วย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนอีกฝั่งหนึ่งอาจจะต้องลุ้นว่าจะเป็นทาง จอร์จินโย่ ไวนัลดุม หรือ นาบี เกอิต้า ที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ในสามประสานในแนวกรุกเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – รีซ เจมส์,  อันเดรียส คริสเตนเซ่น, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช – ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาน์ท
    เทรนเนอร์ : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 
    เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

23/07/20    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล5 – 3เชลซี
04/03/20    เอฟเอ คัพเชลซี2 – 0ลิเวอร์พูล
22/09/19    พรีเมียร์ลีกเชลซี1 – 2ลิเวอร์พูล
15/08/19    ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพลิเวอร์พูล2 – 2 เชลซี
14/04/19    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล2 – 0เชลซี

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เชลซี

15/09/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-1(เยือน) พรีเมียร์ลีก
29/08/20 เสมอ ไบรท์ตัน 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล
12/09/20 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 ชนะ แบล็คพูล 7-2 (เหย้า) กระชับมิตร
29/08/20 เสมอ อาร์เซน่อล 1-1 (สนามกลาง) คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 
25/08/20 เสมอ ซัลซ์บวร์ก 2-2 (เยือน) กระชับมิตร 
22/08/20 ชนะ สตุ๊ตการ์ท 3-0 (สนามกลาง) กระชับมิตร

ใครบ้าง?เคนเผย4เซนเตอร์แบ็กเอาชนะยากสุด

แฮร์รี่ เคน ดาวยิง สเปอร์ส ระบุ สำหรับตนแล้วนั้น 4 เซนเตอร์แบ็กที่โหดหินที่สุดคือ จอห์น เทอร์รี่, เซร์คิโอ รามอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่วนฟูลแบ็กที่เข้าข่ายนั้นคือ มาร์เซโล่ กับ ดาเนี่ยล อัลเวส

แฮร์รี่ เคน หัวหอกคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า จอห์น เทอร์รี่, เซร์คิโอ รามอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คือเซนเตอร์แบ็กที่ทำให้ตนเจองานยากมากที่สุด

เคน ถือเป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของทวีปยุโรปตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา หลังจากที่เขาทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างซีซั่นก่อนก็ยังทำประตูได้ 24 ลูกจากการลงเล่น 34 นัดในทุกรายการ ทั้งที่เขาเคยมีอาการบาดเจ็บตรงต้นขา ซึ่งมันก็ทำให้หลายคนเปรียบเทียบว่าเขาเป็นฝันร้ายของบรรดากองหลัง

ทั้งนี้ เคน เพิ่งไปร่วมให้สัมภาษณ์กับ สปอร์ตไบเบิ่ล เว็บไซต์ข่าวสารวงการกีฬารายหนึ่ง โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดที่เขาเคยดวลด้วยคือใคร และเจ้าตัวก็ตอบว่า "คนหนึ่งคือ จอห์น เทอร์รี่ ผมเคยดวลกับเขา 2 ปี เขาเป็นกองหลังที่ฉลาดมากๆ เขายืนตำแหน่งได้ดี, ใช้ร่างกายของตัวเองได้ดี และไม่ปล่อยให้คุณวิ่งผ่านไปเลย"

"เซร์คิโอ รามอส เองก็เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ เขาเป็นคนที่ครบเครื่อง ที่จริงก่อนหน้านี้ผมยังเคยบอกด้วยว่า จอร์โจ้ คิเอลลินี่ อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน ผมเคยดวลกับ คิเอลลินี่ ทั้งตอนที่เขาเล่นให้ อิตาลี และ ยูเวนตุส แล้วในตอนนี้ผมคิดว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็เป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดเหมือนกัน"

ดาวเตะวัย 27 ปีเสริมว่าในตำแหน่งฟูลแบ็กนั้น มาร์เซโลน่า กับ ดาเนี่ยล อัลเวส คือคนที่ทำให้ตนเจองานยากมากที่สุด "ในตำแหน่งนั้น (ฟูลแบ็ก) ก็มี มาร์เซโลน่า ของ เรอัล มาดริด เขาเป็นแบ็กซ้ายชั้นยอด การเล่นกับบอลของเขามันยอดเยี่ยมมากๆ เขาเป็นนักเตะที่พิเศษสุดๆ ส่วนแบ็กขวาน่ะเหรอ ? คือผมเคยดวลกับ ดานี่ อัลเวส ในช่วงปรี-ซีซั่น ครั้งหนึ่ง และเขาก็เก่งมากๆ"

น้องใหม่ล่าชัย! ลีดส์จัดทัพใหญ่รับมือฟูแล่มใส่2แข้งใหม่บู๊

ศึกสองน้องใหม่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดศึก "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม หลังปราชัยเกมประเดิมลีกสูงสุดมาทั้งคู่ ความพร้อมเกมนี้ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แนวโน้มทีมตัวจริงใครได้ลงสนามบ้างไปดูกัน

    ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
    ลีดส์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
    ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 21.00 น.)

    สนาม : เอลแลนด์ โร้ด 

 

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซืออาร์เจนไตน์มากประสบการณ์สูงของลีดส์ ยูไนเต็ด พาทีมออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ ด้วยการบุกไปพ่ายลิเวอร์พูลหวุดหวิด 3-4 แต่เป็นการแพ้ที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆอย่างเต็มที่ ก่อนผิดหวังต่อเนื่อง จากการแพ้จุดโทษฮัลล์ ซิตี้ หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาทีตกรอบลีก คัพไปอีก  

    ความพร้อมเกมนี้ คุณลุงบิเอลซ่าต้องลุ้นความพร้อมของเลียม คูเปอร์ กองหลังกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บน่องรบกวน ส่วนอดัม ฟอร์ชอว์ ที่เจ็บสะโพกยังต้องพักยาว

    การจัดทัพก็แน่นอนว่าต้องมีการปรับ หลังแกเปลี่ยนยกชุดทั้ง 11 ตัวเมื่อมิดวีก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกตัวสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่  

    ทำให้บรรดาตัวหลัก ซึ่งสร้างความลือลั่นที่แอนฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นลุค อายลิ่ง กัปตันทีม, โรบิน ค็อค, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอลแดร์ กอสต้า, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน และ แพทริค แบมฟอร์ด ต่างพร้อมคัมแบ็กตามปกติ 

    ฝั่ง สกอตต์ พาร์เกอร์ กุนซือฟูแล่ม พาทีมออกสตาร์ทได้อย่างน่าผิดหวังแพ้อาร์เซน่อลคารัง 0-3 แต่เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เล็กน้อย หลังบุกไปเชือดอิปสวิช 1-0 ในเกมลีก คัพ 

    สภาพทีมเกมนี้ สกอตตี้ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็จะมีการปรับจากเมื่อมิดวีกแน่นอน 

    พวกแกนหลักที่ได้พัก อย่างทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน, ทอม แคร์นี่ย์ กัปตันทีม, จอช โอโนมาห์ และ อิวาน กาวาเลยโร่ ต่างพร้อมคัมแบ็ก   

    ส่วน 2 แข้งใหม่ที่ได้ประเดิมไปแล้วในเกมลีก คัพ ทั้งอัลฟงส์ อเรโอล่า ประตูทีมชาติฝรั่งเศส และ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาฮอลแลนด์ น่าจะได้ยึดตัวจริงต่อเนื่อง

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน ค็อค, ปาสกาล สตรุยจ์ค, สจ๊วร์ต ดัลลัส – คัลวิน ฟิลลิปส์ – เอลแดร์ กอสต้า, ปาโบล เอร์นานเดซ, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน – แพทริค แบมฟอร์ด 
    ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า   

    ฟูแล่ม (4-2-3-1) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – เคนนี่ เตเต้, ทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน – แฮร์ริสัน รีด, ทอม แคร์นี่ย์ – นีสเก้นส์ เกบาโน่, จอช โอโนมาห์, อิวาน กาวาเลยโร่ – อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช  
    ผู้จัดการทีม : สกอตต์ พาร์เกอร์ 

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์ 

    ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

    27/06/20 ลีดส์ ยูไนเต็ด 3 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    21/12/19 ฟูแล่ม 2 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    04/04/18 ฟูแล่ม 2 – 0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    16/08/17 ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    08/03/17 ฟูแล่ม 1 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    ลีดส์ ยูไนเต็ด 
    17/09/20 เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
    12/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    01/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-3 (เยือน) กระชับมิตร 
    23/07/20 ชนะ ชาร์ลตัน 4-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ
    19/07/20 ชนะ ดาร์บี้ 3-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ

    ฟูแล่ม 
    17/09/20 ชนะ อิปสวิช 1-0 (เยือน) ลีก คัพ  
    12/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    29/08/20 เสมอ เอ็มเค ดอนส์ 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
    05/08/20 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 (สนามกลาง) แชมเปี้ยนชิพ
    31/07/20 แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 1-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ

 

ปาดหน้าแมนยู!สเปอร์สส่อเข้าวินซิว “เรกีลอน” ร่วมก๊วน

 "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาแรงแซงทางโค้ง เพราะล่าสุดขึ้นแท่นเป็นทีมเต็งแทน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อย สำหรับการไล่ล่าตัว เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงคว้าตัว เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายเลือดกระทิงดุของ เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก เดวิด ออร์นสตีน นักข่าวกีฬาที่น่าเชื่อถือของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเข้าใกล้การได้ตัว เรกีลอน ทว่าล่าสุด ออร์นสตีน แย้งว่า สเปอร์ส กลายเป็นทีมเต็งที่จะคว้าตัว ดาวเตะทีมชาติสเปนวัย 23 ปี มาร่วมก๊วน ถึงแม้การเจรจายังไม่ได้บทสรุปก็ตาม

นอกจากนี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวกีฬาชื่อดังอีกราย ร่วมคอนเฟิร์มว่า สเปอร์ส ได้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมเต็งแทน แมนฯ ยูไนเต็ด เรียบร้อย เนื่องจากได้มีการยื่นข้อเสนอไปทาบซื้อ เรกีลอน อย่างเป็นทางการแล้ว ขณะที่ "ปีศาจแดง" ซึ่งคุยกับทาง เรอัล มาดริด ตั้งหลายวัน ไม่พร้อมจ่ายเงิน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ยอดทีมแชมป์ยุโรป 13 สมัย เรียกร้อง และไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ "ราชันชุดขาว" สามารถซื้อตัวนักเตะกลับด้วย

คล็อปป์เปิดใจเรื่องทำเฟอร์กี้ตื่นตอนตี3ครึ่ง

หลังจากไม่กี่เดือนก่อน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้เขาต้องตื่นมาตอนตี 3 ครึ่ง จากการที่ คล็อปป์ แจ้งเรื่อง ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกนั้น ล่าสุด คล็อปป์ ก็บอกว่าตนเผลอทำอย่างนั้นไปจริงๆ จากการที่ส่งข้อความตอบกลับไปหา เฟอร์กูสัน พร้อมบอกว่าไม่รู้ว่า เฟอร์กูสัน จะวางโทรศัพท์มือถือเอาไว้ข้างเตียง
 
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าตนทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องตื่นมาตอนประมาณตี 3 ครึ่งจริงๆ หลังจากตอนแรก เฟอร์กูสัน ส่งข้อความเชิงแสดงความยินดีที่ทีมของตนได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 มาให้ตนตั้งแต่ในช่วงกลางคืน แต่ตนเพิ่งมาอ่านเจอข้อความนั้นและส่งข้อความตอบกลับไปในอีกหลายชั่วโมงต่อมา

เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คล็อปป์ ได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ของสมาคมผู้จัดการทีมลีกในประเทศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) จากการที่เขาพาทีมได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี โดยถ้วยรางวัลดังกล่าวมีชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โทรฟี่ ซึ่งเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่ เฟอร์กูสัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการฟุตบอลอังกฤษ

แมนยูขีดเส้นใต้ค่าตัวซานโช่ให้ได้แค่นี้

สื่อเมืองผู้เผย แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ท้อในการไล่ล่า เจดอน ซานโช่ แต่พร้อมให้ค่าตัวต่างกับที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งไว้อยู่เยอะเหมือนกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก พร้อมจะจ่ายค่าตัวของ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ให้ได้สูงสุดแค่ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เท่านั้น ตามรายงานจาก เอ็กซ์เพรส สื่ออังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ วัย 20 ปี มาพักใหญ่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่ลงตัว เพราะ "เสือเหลือง" ประกาศชัดเจนว่าต้องได้ที่ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) เท่านั้นถึงจะยอมปล่อย แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่พร้อมจ่ายให้มากถึงขนาดนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด เคยพยายามคว้าตัวปีกทีมชาติอังกฤษ มาแล้ว 2 หน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ตอนก่อนย้ายจาก แมนฯ ซิตี้ ไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ และอีกครั้งคือเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว แต่เวลานั้นไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้นักเตะไม่สนใจมาอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" ได้กลับไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ ซานโช่ พร้อมมาอยู่ด้วย และมีรายงานว่า สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้เรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวได้สูงสุด 80 ล้านปอนด์

ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวา แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันไปทำหน้าที่นักวิเคราะห์เกมให้กับสถานีโทรทัศน์ สกาย สปอร์ตส์ มองว่า "ปีศาจแดง" ควรจะหันไปหาตัวเลือกอื่นแทน ซานโช่ หาก ดอร์ทมุนด์ ยืนกรานค่าตัวที่ 108 ล้านปอนด์

พูดได้น่าสนใจ! “ติอาโก้” แจงเหตุผลที่เลือกซบลิเวอร์พูล

ติอาโก้ อัลกันตาร่า ดาวเตะป้ายแดง ลิเวอร์พูล พูดแล้ว ทำไมถึงเลือกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมเผยชื่อสองคนดัง ที่มีส่วนกับการตัดสินใจครั้งนี้

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางดาวดังคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนเลือกย้ายมาร่วมทัพ "หงส์แดง" เพราะต้องการประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในแง่ของถ้วยรางวัล

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ปิดดีลคว้าตัว ติอาโก้ มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) บวกออปชั่นอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกัน 4 ปี

"เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อแต่ละปีผ่านพ้นไป คุณก็จะพยายามคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และเมื่อคุณได้แชมป์ คุณก็อยากจะได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งผมก็คิดว่า สโมสรแห่งนี้อธิบายตัวตนของผมได้เป็นอย่างดี ผมอยากจะประสบความสำเร็จให้ได้ในทุกเป้าหมายที่วางเอาไว้ อยากจะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" ห้องเครื่องทีมชาติสเปนวัย 29 ปี กล่าว

พร้อมกันนั้น ติอาโก้ ยังเผยว่า ชาบี อลอนโซ่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตสองแข้งดัง ลิเวอร์พูล มีส่วนไม่น้อยกับการตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้ "แน่นอนเลยว่า นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว เรื่องการชีวิตในเมืองก็สำคัญ ซึ่งบุคคลอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ ชาบี อลอนโซ่ ช่วยผมเยอะมากในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีมากๆ"

 

คลิปไฮไลท์!แมนยูเครื่องไหม้วิลล่าซัดดับ1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาที่ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกให้ฟาดแข้งจัดทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแต่บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า ซัดดับ 1-0 ในเกมที่เตะแบบปิดสนาม ไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

โดยเกมนี้กุนซือนอร์วีเจี้ยนจัดทีมตัวจริงประกอบด้วยดีน เฮนเดอร์สัน ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ ; สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ; เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด , แดเนี่ยล เจมส์ ; โอเดียน อิกาโล่

ขณะที่ฝั่งวิลล่าก็จักตัวสำรองลงเล่นเป็นส่วนใหญ่โดยที่มีตัวหลักอย่างแจ็ค กรีลิช, ไทโรน มิงส์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเกต์ รงมทั้งส่ง  โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ลงล่าตาข่าย

เกมนี้เป็นวิลล่ามาได้ประตูขึ้นนำในนาที 15 จากการโหม่งโล่งๆของ วัตกิ้นส์ จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งจาก เจมส์ ได้ซัดเหน่งๆช่วงท้ายครึ่งแรกแต่กลับยิงแป๊ก และ ลินการ์ด ได้ซัดเหน่งๆแต่เจด เสตียร์ เซฟได้เยี่ยม ขณะที่ครึ่งหลังเป็น "ปีศาจแดง" ที่ทำเกมได้ดีกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไร้ประสิทธิภาพทำให้จบเกมบุกมาพ่าย 0-1