สเปอร์สว่าไง?เรอัลมาดริดขอยืม1แข้งแลกปล่อยเบล

ท่ามกลางกระแสข่าวลือระหว่าง แกเร็ธ เบล กับ สเปอร์ส ที่ร้อนแรงสุดๆ นั้น เดอะ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ ก็ระบุว่า เรอัล มาดริด อยากได้ เดเล่ อัลลี่ มาร่วมทัพแบบยืมตัว 1 ซีซั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเหมือนกัน แถมพวกเขาจะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยแทน "ไก่เดือยทอง" แบบเต็มที่ด้วย
    เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน สนใจยืมตัว เดเล่ อัลลี่ กองกลาง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพเป็นเวลา 1 ฤดูกาล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนที่จะปล่อย แกเร็ธ เบล ไปอยู่กับ "ไก่เดือยทอง" ด้วยสัญญายืมรัว ตามรายงานของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    เบล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอยู่ตลอดหลังจากกลายเป็นส่วนเกินของ มาดริด เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งที่จริงไม่กี่วันก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุด แต่ไม่นานมานี้ สเปอร์ส โผล่มาไล่ล่าตัวแข้งวัย 31 ปีอย่างจริงจังจนถึงขนาดที่ แดเนี่ยล เลวี่ ประธานของ สเปอร์ส ลงมาเจรจาดีลนี้ด้วยตัวเองเลย ขณะที่ โจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเยนต์ของแข้งชาวเวลส์ก็บอกเองว่า เบล อยากกลับไปอยู่กับ สเปอร์ส มากๆ

    เป็นที่เชื่อกันว่าตอนนี้ เลวี่ กำลังพิจารณาหนทางที่จะทำให้ได้ เบล กลับมาอยู่กับทีม ซึ่งล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ ก็บอกว่า มาดริด มีทางเลือกในใจของพวกเขาเองเหมือนกัน นั่นคือจะขอยืม อัลลี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอ โดยที่ทีมดังแห่งถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว จะรับหน้าที่จ่ายค่าเหนื่อยทั้งหมดของ อัลลี่ ให้เอง แถมจะยังจ่ายค่าเหนื่อยครึ่งหนึ่งของ เบล แทน สเปอร์ส ด้วย

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัลลี่ รับค่าเหนื่อยกับ สเปอร์ส อยู่ที่ 150,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.15 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน เบล ฟันค่าเหนื่อยกับ มาดริด สัปดาห์ละราว 600,000 ปอนด์ (ประมาณ 24.60 ล้านบาท) นั่นหมายความว่าถ้าเกิด สเปอร์ส เห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอนี้นั้น พวกเขาก็จะเสียค่าเหนื่อยให้ เบล 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12.30 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยเงินครึ่งหนึ่งที่จะไปจ่ายค่าเหนื่อยของ เบล ก็คือเงินส่วนที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าเหนื่อยให้กับ อัลลี่ นั่นเอง

จริงไหม?หงส์,ติอาโก้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวได้แล้ว

สื่อดังในเยอรมนี รายงาน ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ลิเวอร์พูล ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้แล้ว และตอนนี้ติดแค่ปัญหาเดียวนั่นก็คือเรื่องค่าตัวของนักเตะกับ บาเยิร์น มิวนิค เพราะ "เสือใต้" ต้องค่าตัวอย่างน้อย 27.5 ล้านปอนด์ ถึงจะยอมปล่อยให้เขาไปสวมชุด "หงส์แดง"

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้แล้ว จากการเปิดเผยของ บิลด์ สื่อชั้นนำในเมืองเบียร์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา

กองกลางทีมชาติสเปน ตกเป็นข่าวเตรียมอำลาถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากนักเตะประสบความสำเร็จมากมายตลอดช่วงระยะเวลาที่อยู่กับสโมสร โดยล่าสุดเพิ่งจะช่วยทีมผงาดคว้าทริปเบิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน บิลด์ สื่อดังในเยอรมนี ระบุว่า ติอาโก้ อยากที่จะย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก และตอนนี้สิ่งที่เขาปรารถนาใกล้จะเป็นความจริงแล้ว เพราะนักเตะได้ตกลงเงื่อนส่วนตัวได้เรียบร้อยแล้ว แต่เหลือแค่ปัญหาเดียวนั่นก็คือ "เดอะ เร้ดส์" ยังไม่สามารถตกลงเรื่องค่าตัวกับ บาเยิร์น ที่ต้องการเม็ดเงินอย่างน้อย 27.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,045 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยนักเตะไปสวมชุด "หงส์แดง"

ทั้งนี้ ติอาโก้ อยู่ในช่วงพักผ่อนกับครอบครัวที่นครบาร์เซโลน่า โดยภรรยาของเขาเพิ่งจะโพสต์ภาพที่สุดแสนแฮปปี้ของสามียอดนักเตะวัย 29 ปี และลูกๆ ของพวกเขา พร้อมระบุข้อความสั้นๆ ว่า "เราสี่คน" หลังจากที่นักเตะได้รับอนุญาตจากต้นสังกัดให้หยุดพักเพิ่ม
 

 

เชลซีคอนเฟิร์มเบอร์10คนใหม่-5นักเตะป้ายแดง

"สิงห์บลูส์" เชลซี ประกาศชื่อคนใส่เบอร์ 10 แทน วิลเลี่ยน และหมายเลขของนักเตะใหม่ทั้ง 5 รายที่จะใส่ลงเล่นในซีซั่นหน้า

เชลซี ประกาศยืนยันผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกัน จะเปลี่ยนจากใส่เบอร์ 22 ไปเป็นหมายเลข 10 ในฤดูกาล 2020/21 หลังจาก วิลเลี่ยน เจ้าของคนเดิมอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปเล่นให้กับ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน

ส่วนนักเตะที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ "สิงห์บลูส์" ในซัมเมอร์นี้อย่าง ฮาคิม ซิเย็ค จะใส่เบอร์ 22 แทน พูลิซิช ขณะที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน จะใส่เบอร์ 11 แทน เปโดร โรดริเกซ ที่ย้ายไปอยู่กับ โรม่า ด้าน ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะใส่เบอร์ 29 

ขณะที่สองกองหลังคนใหม่ เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา ได้เบอร์ 21 และ 6 ตามลำดับ นอกจากนั้นก็มี ฟิคาโย่ โทโมริ ที่เปลี่ยนจากเบอร์ 29 ไปใส่หมายเลข 14 แทน

ทั้งนี้ เชลซี มีโปรแกรมลงเล่น พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลใหม่ ด้วยการบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

โหดตั้งแต่ประเดิมสนาม! ผลงานเด่น ฮาเมส นัดทุบ สเปอร์ส

หนึ่งในการเสริมทัพที่น่าสนใจของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-21 คือการที่ เอฟเวอร์ตัน ได้ตัว ฮาเมส โรดริเกซ ดาวเตะชาวโคลอมเบียมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่เชื่อกันว่าอยู่ที่ราว 12 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่ถูกพอตัวเมื่อพิจารณาถึงการที่เขามีดีกรีจนถึงขั้นเคยเป็นดาวซัลโวของศึก ฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว

ทั้งนี้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ตอนแรกจะมีการกังขาว่า ฮาเมส จะปรับตัวเข้ากับสไตล์ฟุตบอลของที่อังกฤษได้รึเปล่า แต่ในนัดประเดิมสนามของเขานั้น แข้งวัย 29 ปีก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" บุกไปชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ถึงสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา และสถิติเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยยืนยันถึงเรื่องนั้นได้ดีในระดับหนึ่ง

– แม้ว่าบทบาทหลักๆ ของเจ้าตัวจะเป็นการช่วยปั้นเกมรุก แต่ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฮาเมส ก็ช่วยเกมรับได้ดีพอตัวเหมือนกัน เพราะเขาสามารถตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ถึง 4 ครั้ง ซึ่งในนัดนั้นมันไม่มีใครอีกแล้วที่ตัดบอลได้ดีมากไปกว่าเขา

– หนึ่งในจุดเด่นของ ฮาเมส ที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องอย่างมากในช่วงหลายปีก่อนหน้านี้คือการที่เขาผ่านบอลได้อย่างยอดเยี่ยม และในเกมกับ สเปอร์ส เจ้าตัวก็ตอกย้ำในเรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะเขามีจังหวะผ่านบอลระยะไกลตลอดทั้งเกม 12 ครั้ง และมันก็เข้าเป้าถึง 11 หนเลยทีเดียว

ผลงานดังกล่าวทำให้หมายความว่าในสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มันไม่มีใครอีกแล้วที่ผ่านบอลระยะไกลได้แม่นยำมากกว่าเขา โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เอริค ดายเออร์ แข้งของ สเปอร์ส ที่ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 6 หนจากการพยายามผ่านบอลทั้งหมด 10 ครั้ง

– ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางแบบเขานั้นมันต้องไม่เสียบอลง่ายเกินไป เพราะนอกจากจะอดขึ้นเกมรุกแล้วนั้นมันยังเสี่ยงทำให้โดนคู่แข่งสวนกลับเร็วด้วย และเขาก็ทำในด้านนั้นได้ดี เพราะเขาจับบอลพลาดจนทำให้บอลหลุดจากการครอบครองไปเพียง 1 ครั้งตลอดทั้งเกม และยังโดนคู่แข่งฉกบอลไปจากเท้าเพียง 1 หนด้วย

– ฮาเมส มีส่วนร่วมกับเกมการเล่นอย่างมาก โดยในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาได้สัมผัสกับบอลถึง 75 ครั้ง ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 3 ของ เอฟเวอร์ตัน ในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นรองเพียง ลูก้าส์ ดีญ ที่ได้จับบอลไป 92 ครั้ง กับ ริชาร์ลิซอน ที่ได้สัมผัสบอล 80 หน เท่านั้น

นอกจากนี้ ถ้านับเฉพาะในครึ่งแรกแล้วล่ะก็ ฮาเมส ก็เป็นแกนกลางของทีมจนถึงขนาดที่เขาคือคนเดียวของ เอฟเวอร์ตัน ที่ได้รับบอลจากเพื่อนร่วมทีมทุกคนหากดูแค่นักเตะในตำแหน่งเอาท์ฟิลด์ หรือก็คือนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ นอกเหนือจากผู้รักษาประตู

– ตลอดทั้งเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฮาเมส สร้างโอกาสทำประตูได้ถึง 5 ครั้ง ซึ่งจากทั้ง 2 ทีมนี้มันไม่มีใครอีกแล้วที่มีจังหวะสร้างโอกาสทำประตูได้มากกว่าเขา โดยอันดับ 2 คือ อับดูลาย ดูกูเร่ ที่ทำไป 4 ครั้ง

ผลงานดังกล่าวทำให้ ฮาเมส ถือเป็นนักเตะคนแรกของ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2014 ที่สามารถสร้างโอกาสทำประตูตั้งแต่นัดประเดิมสนามได้อย่างน้อย 5 ครั้ง โดยคนสุดท้ายก่อนหน้าเขาที่ทำอย่างนั้นได้คือ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะชาวชิลีที่ทำได้ตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล

บาร์ซ่าอยากได้-หงส์ไม่อยากเสีย!เจาะผลงานเด่น ไวจ์นัลดุม เกมยุโรปซีซั่นล่าสุด

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ในช่วงที่ผ่านมานอกเหนือจากข่าวลือกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่ออกมาไม่หยุดแล้วนั้น อนาคตของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็ถูกพูดถึงอย่างหนักเช่นกัน หลังจากที่เขาเหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่ยังไม่มีการต่อสัญญากันเลย ขณะเดียวกันก็มีข่าวลือว่า บาร์เซโลน่า วางแผนที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ เพราะ โรนัลด์ คูมัน อยากร่วมงานกับแข้งรายนี้อีกครั้ง

ทั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มองว่า ไวจ์นัลดุม เป็นคนที่มีความสำคัญกับทีมอย่างมากคนหนึ่งจนถึงขั้นลงมาคุยกับดาวเตะชาวดัตช์ด้วยตัวเองเลย ซึ่งส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้ง 2 ทีมเปิดศึกเรื่อง ไวจ์นัลดุม อาจจะเป็นเพราะเขาพัฒนาตัวเองได้ดี โดยเฉพาะในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ฤดูกาลก่อนเขาทำผลงานได้ดีกว่าซีซั่น 2018-19 แม้ว่าซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล จะไปถึงเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม ซึ่งเรามีตัวเลขเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาให้ได้ดูกัน

เรือ,ผี,ไก่,ปืนใหญ่,หมาป่า! เจาะทีมดังพรีเมียร์ลีก เปิดม่านฤดูกาล 2020/21 ภาคจบ

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เตรียมเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งแต่ละทีมจะมีความพร้อมอย่างไร ได้ผู้เล่นคนไหนเข้าสู่ทีมบ้าง ในสกู๊ปนี้เราจะพาแฟนๆ ไปเช็กข้อมูลกัน เพื่อเรียกความพร้อมก่อนศึกใหญ่ปีนี้จะเริ่มขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ยุทธการทวงคืนบัลลังก์แชมป์

ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา แม้เป็นทีมที่มีเกมรุกสุดดุดัน กดไปถึง 102 ประตูในลีก แต่ด้วยการที่ขาดความคงเส้นคงวาในเรื่องของการเก็บผลการแข่งขัน และพลาดท่าแพ้ในเกมที่ไม่น่าแพ้หลายครั้ง นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เสียตำแหน่งแชมป์ และจบแค่อันดับสอง ด้วยการมีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ ถึง 19 แต้ม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขากระหายอย่างมาก ที่จะกลับมาทวงโทรฟี่แชมป์ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่มีตัวเก๋าอย่าง ดาบิด ซิลบา รวมถึงตัวจี๊ดอย่าง ลีรอย ซาเน่ แล้วก็ตาม

– การเสริมทัพ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิช รู้ดีว่า แมนฯ ซิตี้ มีจุดอ่อนตรงไหน และต้องเสริมในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า การย้ายออกไปของ ซิลบา และ ซาเน่ ทำให้พวกเขามีช่องโหว่ในแนวรุก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาประเคนเงิน 20.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 850.75ล้านบาท) ไปให้ บาเลนเซีย เพื่อสู่ขอ เฟร์ราน ตอร์เรส มาสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียว พวกเขาก็จัด นาธาน อาเค่ กองหลังสารพัดประโยชน์ชาวดัตช์ (จาก บอร์นมัธ) มาเสริมแนวรับ ในราคา 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ซึ่งในรายของ อาเค่ น่าจะโดนใจ เป๊ป เพราะเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ (9 ก.ย.) พวกเขาคงเดินหน้าเสริมทัพต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ที่พวกเขายังต้องการตัวท็อปๆ มาช่วยทีม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่เพียงพอต่อการลุ้นความสำเร็จในระยะยาว

– ดาราใหม่น่าจับตา

ทั้ง อาเค่ และ เฟร์ราน ต่างเป็นนักเตะพลังหนุ่มที่น่าจับตามอง แต่อยากจะโฟกัสไปที่รายหลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่เนื้อหอมอย่างมากในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะก่อนที่จะลงเอยกับ "เรือใบสีฟ้า" เขามีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส รวมถึง เรอัล มาดริด

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไร หากคุณได้เห็นฟอร์มอันจัดจ้านของ ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ ทั้งสองเกมที่เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมชาติสเปน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ดูแล้ว เฟร์ราน น่าจะเป็นนักเตะที่ตรงสเปค เป๊ป ไม่น้อย เพราะนอกจากมีความเร็วแล้ว ยังพาบอลทะลุทะลวงได้เก่ง แถมมีลูกเปิดเข้ากลางที่อันตราย เหมาะกับสไตล์การเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ดีเหลือเกิน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่า เฟร์ราน จะไปได้สวย และสามารถประสบความสำเร็จ ตามรอยแข้งสแปนิชรุ่นพี่อย่าง ดาบิด ซิลบา ได้หรือไม่

– คีย์แมน

หาก เซร์คิโอ อเกวโร่ คือสุดยอดเครื่องจักรทำประตู เควิน เดอ บรอยน์ ก็คือน้ำมันเครื่องชั้นดีนั่นเอง ดังนั้นคีย์แมนของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ยังไงก็คงเป็น เดอ บรอยน์ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีม เป็นคนที่มีพิษสงรอบตัว เพราะนอกจากจะเป็นตัวเปิดป้อนระดับเวิลด์คลาส ที่พร้อมส่งบอลให้เพื่อนจบสกอร์ได้ทุกรูปแบบแล้ว เขายังเป็นจอมทัพที่ยิงบอลได้รุนแรงและเฉียบคมอีกด้วย

แถมแน่นอนมากๆ ทั้งลูกยิงจุดโทษ รวมถึงฟรีคิก… ตราบใดที่มี ยอดดาวเตะชาวเบลเยียมวัย 29 ปีคนนี้ อยู่ในสนาม แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะกระซวกตาข่ายทีมคู่แข่งได้ทุกเมื่อ สมกับที่ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ประจำฤดูกาลที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด : ขอใกล้เคียงที่สุดเพื่อเบียดท็อป 2

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพ "ปีศาจแดง" จบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้คว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ รวมทั้งยังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ และ ยูโรปา ลีก ด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บไปได้ 66 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา น้อยกว่า ลิเวอร์พูล ถึง 33 แต้ม ส่วนใน ยูโรปา ลีก แพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนรอบตัดเชือก คาราบาว คัพ แพ้ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-3

ขณะที่ในฤดูกาล 2020/21 นั้น บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 4 ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี

– การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน) แมนฯ ยูไนเต็ด  เพิ่งได้นักเตะใหม่มาเสริมทัพแค่คนเดียวคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 23 ปี ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 
ส่วนที่ปล่อยออกไปก็มี อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร, ทาฮิธ ชอง ไปเล่นให้ แวร์เดอร์ เบรเมน แบบยืมตัว และ โจแอล เปเรยร่า ที่ส่งไปให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ยืมใช้งาน

– นักเตะน่าจับตามอง

นักเตะที่น่าจับตามองของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลใหม่คือ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่กลับมาอยู่กับทีม หลังไปทำผลงานเยี่ยมให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

เฮนเดอร์สัน จะต้องเข้ามาแย่งตำแหน่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน ที่ฤดูกาลก่อนเล่นพลาดให้เห็นหลายนัด และช่วงแรก โซลชา คงให้โอกาสกับโกลเลือดกระทิงก่อน แต่ถ้ามีความผิดพลาดก็จะเป็นหน้าที่ของ เฮนเดอร์สัน ที่ได้ลงเฝ้าเสาแทน

– คีย์แมน

แน่นอนว่า นักเตะสำคัญสุดของ "ปีศาจแดง" ในเวลานี้คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส หลังเข้ามาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันทีตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

บรูโน่ ซัดไป 12 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์" ตลอดทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และจุดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนต้องยกย่องนักเตะก็คือความเป็นยอดเพชฌฆาตสังหารจุดโทษเมื่อมีสถิติซัดจุดโทษเข้า 8 ประตู

โซลชา ชื่นชมมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสที่สังหารจุดโทษได้อย่างเด็ดขาดว่า เป็นคนที่เดาใจได้ยากเวลารับหน้าที่ยิงจุดโทษ โดยมีทั้งเลือกที่จะก้าวเข้าไปยิงทันที หรือกระโดดหนึ่งครั้งก่อนยิง

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : ฤดูกาลที่อาจชี้ชะตาทีม (และ มูรินโญ่)

2019-20 ถือเป็นฤดูกาลแรกในรอบหลายซีซั่นที่ผ่านมาที่ สเปอร์ส ทำผลงานได้เลวร้ายสุดๆ พวกเขาได้เพียงอันดับ 6 ในลีก, ไปถึงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, จอดป้ายเพียงรอบ 5 ในศึก เอฟเอ คัพ และหยุดที่รอบ 3 ของ คาราบาว คัพ ผลงานที่ว่านี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับซีซั่น 2018-19 ที่พวกเขาไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นอันดับ 4 ในลีก

แม้ว่าฤดูกาลก่อน สเปอร์ส จะยอมปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคู่บุญที่ทำผลงานให้ทีมได้ยอดเยี่ยมหลายฤดูกาลมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ถึงขั้นดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จนทำให้หลายคนบอกด้วยซ้ำว่า มูรินโญ่ ไม่เก่งเหมือนเก่า อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลก่อน สเปอร์ส มีผลงานแย่เป็นเพราะ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมเจ็บหนักจนเคยต้องพักไปนาน และสุดท้ายก็ได้เล่นในลีกไปแค่ 29 นัด

ด้วยเหตุนี้ ซีซั่น 2020-21 จึงเป็นโอกาสอันดีของทั้ง สเปอร์ส และ มูรินโญ่ ที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยสำหรับ สเปอร์ส นี่ถือเป็นฤดูกาลที่อาจจะตัดสินอนาคตระยะยาวของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะลือกันว่าถ้าหากซีซั่นนี้่ทีมยังไม่ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ อีกแล้วล่ะก็ เคน ก็อาจจะย้ายออกจากทีม หลังจากเจ้าตัวยังไม่เคยได้แชมป์รายการไหนเลยทั้งที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ตลอด ซึ่งการเสียยอดกองหน้าระดับนี้ไปก็อาจจะส่งผลเสียกับพวกเขาไปอีกหลายปีเลย

ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าการได้คุม สเปอร์ส แบบเต็มตัวซีซั่นแรกของเขาจะออกมาดีจนเป็นการลบล้างคำสบประมาททั้งหลาย และทำให้เขากลับมาเป็นกุนซือที่ทุกคนในโลกลูกหนังต้องหวาดกลัวอีกครั้ง

 – การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันที่ 8 กันยายน) สเปอร์ส ได้นักเตะหน้าใหม่มาร่วมทีม 4 คน ประกอบด้วย อัลฟี่ เดวิน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจ ฮาร์ท และ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ซึ่งมีแค่ 3 คนหลังเท่านั้นที่เป็นการเสริมทัพแบบพร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันที ส่วนกลุ่มที่โดนปล่อยออกไปก็ไม่มีใครที่เป็นกำลังหลักของทีมเลย

– ดาราใหม่น่าจับตา

 ในกลุ่ม 3 แข้งหน้าใหม่ที่ดีพอเป็นขุมกำลังให้ทีมชุดใหญ่นั้น ฮอยเบิร์ก คือคนที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะฤดูกาลก่อนกองกลางตัวรับชาวเดนมาร์กมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 2.3 ครั้งต่อนัด และอ่านเกมขาดจนตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1.4 ครั้งต่อเกม

ส่วนรายของ โดเฮอร์ตี้ ฤดูกาลก่อนเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะทำไป 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 36 เกมแล้วนั้น เขายังสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่ ฮาร์ท คงเป็นเพียงอะไหล่ของ อูโก้ โยริส เท่านั้น

– คีย์แม

แน่นอนว่าอันดับ 1 คงหนีไม่พ้น เคน ถ้าจะบอกว่าเขาคือคนที่แบก สเปอร์ส มากที่สุดตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ผิดนัก ด้วยสถิติ 188 ประตูจากการลงเล่นให้ สเปอร์ส 287 นัดในทุกรายการทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดของยุโรปในตอนนี้ ขอแค่ไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เคน ก็พร้อมที่จะทำประตูให้กับทีมของ มูรินโญ่ อยู่เสมอ

อาร์เซน่อล : ปีแรกเต็มตัวของ อาร์เตต้าน

ต้องยอมรับว่าฤดูกาล 2019/20 เป็นปีแห่งความวุ่นวายของ อาร์เซน่อล เลยก็ว่าได้ แม้จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยสองนัดรวดในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมก็กระท่อนกระแท่น แถมกุนซือชาวสแปนิชยังโดนข้อครหาจากการให้ กรานิต ชาก้า สวมปลอกแขนกัปตันทีม ก่อนที่ดาวเตะชาวสวิตจะสร้างเรื่องฉาวด้วยการทำท่าเยาะเย้ยแฟนบอลของทีมตัวเอง ระหว่างเกมที่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปีก่อน หลังจากถูกแฟนบอลโห่ใส่อย่างหนัก

แน่นอนจากสองปัญหาที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นพายุที่ถาโถมเข้ามาใส่ เอเมรี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังพาทีมไม่ชนะใคร 5 นัดรวด พร้อมกับแต่งตั้ง เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ขึ้นมานั่งเก้าอี้กุนซือชั่วคราว และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นผลงานของทีมก็ยังไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้

อย่างไรก็ตามทีมมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่คนใหม่ ทีม "ปืนใหญ่" ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ผู้เล่นหลายคนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากขึ้น เล่นได้ตามแท็คติกที่วางเอาไว้ จนผลงานของทีมดีขึ้นทันตาเห็น ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการจบอันดับที่ 8 ของตาราง

เท่านั้นไม่พอ อาร์เตต้า ยังสร้างผลงานผลงานมาสเตอร์พีซด้วยการพาทีมผงาดคว้าแชมป์เอฟ เอ คัพ มาครองได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งมาคุมทีมเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น พร้อมกับตีตั๋วลุยฟุตบอลยูโรปาลีกซีซั่นหน้า

สำหรับฤดูกาลหน้าถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของกุนซือชาวสแปนิชว่าจะพาทีมกลับมาจบท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วกลับไปสู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งได้หรือไม่ 
 
– การเสริมทัพ

ช่วงซัมเมอร์นี้ดูเหมือน มิเกล อาร์เตต้า จะเน้นไปที่การเสริมผู้เล่นแนวรับมากที่สุด จนถึงตอนนี้ อาร์เซน่อล ได้แข้งใหม่มาเสริมทัพแล้ว 4 รายด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ วิลเลียม ซาลิบา กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมเป็นฤดูกาลแรก หลังจากถูกปล่อยให้ แซงต์ เอเตียน อดีตต้นสังกัดยืมใช้งานในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา

เท่านั้นไม่พอพวกเขายังจัดการดึงตัว กาเบรียล มากัลเญส เซ็นเตอร์ชาวบราซิลมาจาก ลีลล์ อีกหนึ่งราย ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) เท่ากับว่าในเวลานี้ "ปืนใหญ่" มีนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางถึง 8 คน หากรวมแข้งหน้าเก่าอย่าง ดาวิด ลุยซ์, ปาโบล มารี, ร็อบ โฮลดิ้ง, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ชโคดราน มุสตาฟี่ และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส แต่ 3 รายหลังสุดคาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะที่แนวรุก อาร์เซน่อล ก็จัดการดึงตัว วิลเลียน มาจาก เชลซี และ ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวมาใช้งานต่ออีก 1 ฤดูกาล หลังจากเจ้าตัวหมดสัญญาเช่า และเดินทางกลับไปยัง เรอัล มาดริด แล้ว ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมเพราะ เซบายอส เป็นแข้งคนสำคัญของ อาร์เตต้า มาโดยตลอด และที่สำคัญแทบไม่ต้องมาใช้เวลาปรับตัวใหม่

– ดาราใหม่น่าจับตา

สำหรับบิ๊กดีลที่น่าสนใจคงต้องยกให้กับ วิลเลียน ที่ดึงตัวมาจาก เชลซี แบบไร้ค่าตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่คุ้มค่า เนื่องจากปีกชาวบราซิลมีประสบการณ์โชกโชนเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ "สิงห์บลูส์" มาตลอดหลายฤดูกาล และจะมาเบียดแย่งตำแหน่งโดยตรงกับ นิโกล่าส์ เปเป้ ทางฝั่งขวา แถมยังรับบทเป็นเพลเมกเกอร์ได้อีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับ อาร์เตต้า มากยิ่งขึ้น

– คีย์แมน

แน่นอนว่าคีย์แมนคนสำคัญจะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจาก ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ดาวยิงชาวกาบอง ที่เป็นตัวความหวังของทีมมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากผลงาน 71 ประตูจาก 110 เกมทุกรายการ ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวกระหน่ำไป 22 คว้ารองดาวซัลโวร่วมกับ แดนนี่ อิงส์ จาก เซาธ์แฮมป์ตัน

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส : โปรตุกีส คอนเนคชั่น!

ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นปีที่ วูล์ฟส์ เจอศึกหนักตลอดทั้งซีซั่น เนื่องจากช่วงต้นพวกเขาต้องลงเล่นศึก ยูโรปา ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือก จนกรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในลีกก็ถือว่าน่าพอใจเมื่อรั้งอันดับ 7 ของตาราง ทว่าพลาดตั๋วถ้วยเล็กยุโรปไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง

ด้วยระแบบการเล่น 3-5-2 อันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นทุกคนต่างรู้หน้าที่การเล่นของตัวเองเป็นอย่างดี จุดแข็งของ วูล์ฟส์ คือเล่นเกมรับเหนียวแน่น และอาศัยโจมตีด้วยความเร็ว โดยมี ราอูล ฮิเมเนซ คอยจบสกอร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่ขุมกำลังเชิงลึกของ วูล์ฟส์ ยังไม่มีมากพอ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่ส่วนใหญ่มักใช้งาน รูเบน เนเวส และ ชูเอา มูตินโญ่ เป็นหลัก อีกทั้งตรงริมเส้นฝั่งขวาที่เป็นตำแหน่งวิงแบ็กนั้น พวกเขาเสีย แมตต์ โดเฮอร์ตี้ ไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ขุมกำลังส่วนใหญ่ของ วูล์ฟส์ เต็มไปด้วยนักเตะโปรตุเกส ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ, รูเบน วินาเกร, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ดิโอโก โชต้า, เปโดร เนโต้ และล่าสุดก็เพิ่งคว้ายอดดาวรุ่งอย่าง ฟาบิโอ ซิลวา เข้ามาร่วมทีม รวมถึง วิตินญ่า มิดฟิลด์ตัวรุกที่เพิ่งยืมตัวจาก ปอร์โต้ มาหมาดๆ

– การเสริมทัพ

วูล์ฟส์ สร้างความฮือฮาด้วยการคว้า ฟาบิโอ ซิลวา แข้งวัย 18 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ขณะที่ อีกหนึ่งรายเป็น มาร์ชาล วิงแบ็กฝั่งซ้ายชาวแซมบ้าที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และล่าสุดก็ปิดดีลยืมตัว วิตินญ่า มิดฟิลด์โปรตุกีสวัย 20 ปี มาร่วมทีม

– ดาราใหม่น่าจับตา

แน่นอนว่าต้องเป็น ฟาบิโอ ซิลวา เด็กรายนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศโปรตุเกส เขาเป็นเคยปั้นของ ปอร์โต้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ เบนฟิก้า สั้นๆ ก่อนจะกลับมา ปอร์โต้ อีกครั้ง และเพิ่งได้โอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อปีที่แล้ว

จุดเด่นของ ฟาบิโอ ซิลวา คือเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งผลงานไล่ตั้งแต่ทีมชุดเด็กในนามทีมชาติโปรตุเกสก็ถือว่ายอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่ ยู-15 (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู), ยู-16 (ลงเล่น 8 ยิง 6 ประตู), ยู-17  (ลงเล่น 19 ยิง 5 ประตู) และ ยู-19  (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู)

– คีย์แมน

 แม้จะมีข่าวย้ายทีมต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ ราอูล ฮิเมเนซ ก็ยังอยู่กับทีมและจะเป็นกำลังหลักของ นูโน่ ซานโต้ ต่อไป

ผลงานเมื่อฤดูกาลก่อน ฮิเมเนซ ซัดไป 17 ประตูในลีก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนประตูที่ วูล์ฟส์ ทำได้(52 ประตู) โดยจุดเด่นของหัวหอกเม็กซิกันคือ การจบสกอร์ได้ดีไม่ว่าจะด้วยลูกยิงหรือลูกกลางอากาศ

เผยมี1ทีมยื่นซื้อโอบาเมยองก่อนต่อสัญญาอาร์เซน่อล

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงของอังกฤษ ตีข่าว ก่อนหน้าที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบเามยอง จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล นั้น บาร์เซโลน่า เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาด้วย ส่วน อินเตอร์ ก็แอบเหล่ดาวเตะชาวกาบองเช่นกัน

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เคยยื่นข้อเสนอขอซื้อ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าคนดังของ อาร์เซน่อล ในช่วงก่อนที่เขาจะต่อสัญญากับ "ไอ้ปืนใหญ่" ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของประเทศอังกฤษ

โอบาเมยอง เคยตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนัก หลังจากตอนแรกเขาจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลงฉบับใหม่ได้สักที โดยช่วงนั้นเขาก็มีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ก่อนที่เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เซน่อล จะประกาศอย่างเป็นทางการว่าดาวเตะชาวกาบองเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอบาเมยอง คือเป้าหมายที่บอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า อยากได้มากกว่า เมมฟิส เดอปาย นักเตะที่เป็นเป้าหมายของ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่า โอบาเมยอง ตกลงที่จะต่อสัญญากับ อาร์เซน่อล แล้วนั้น พวกเขาก็หันไปไล่ล่า เดอปาย อย่างเต็มที่แทน โดย สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า อินเตอร์ มิลาน ก็ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีเช่นกัน แต่ไม่ได้ยื่นซื้อเขาแบบเป็นรูปธรรม

เดอะค็อปเฮ!ลิเวอร์พูลโอเคซิว “โชต้า” เรียบร้อย

จัดหนักเพื่อสาวก "เดอะ ค็อป"… ล่าสุด ลิเวอร์พูล เขยิบเข้าใกล้ไปทุกทีกับการได้ตัว ดีโอโก้ โชต้า ปีกจอมพลิ้ว วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส หลัง "หมาป่า" ตกลงขายให้เรียบร้อย ด้วยค่าเฉียด 2,000 ล้านบาท

ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้บรรลุข้อตกลงกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว ดีโอโก้ โชต้า ปีกดาวดังชาวโปรตุกีส มาร่วมทีม ตามรายงานจาก เทเลกราฟ สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ โชต้า ตกลงสัญญา 5 ปี กับ ลิเวอร์พูล ได้เป็นที่เรียบร้อย โดยเหลือแค่สองสโมสรคุยเรื่องค่าตัวเท่านั้น ซึ่งล่าสุด เทเลกราฟ และอีกหลายสื่อดังของอังกฤษอย่าง เดอะ ไทม์ส, สแตนดาร์ด และ ดิ เอ็กซ์เพรสส์ ต่างรายงานตรงกันว่า "หมาป่า" ได้ตกลงขาย ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสวัย 23 ปี ให้ "หงส์แดง" เรียบร้อย ที่ราคา 45 ล้านปอนด์

 สำหรับดีลนี้แยกเป็นค่าตัวเบื้องต้น 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,681 ล้านบาท) + ออปชั่น 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 164 ล้านบาท) โดยคาดว่า โชต้า จะเข้ารับการตรวจร่างกายกับทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้ ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ก็ได้ตกลงขาย คี-ยาน่า ฮูแฟร์ แบ็กขวาดาวรุ่งชาวดัตช์วัย 18 ปี ให้กับ วูล์ฟส์ ที่ราคา 13.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 553.5 ล้านบาท)

ทั้งนี้ ถือเป็นการเดินหน้าเสริมทัพอย่างต่อเนื่องสำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็เพิ่งปิดดีลกระชากตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า ห้องเครื่องทีมชาติสเปน มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) บวกออปชั่นอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)

คล็อปป์ตอบเรื่องเสริมทัพ-แอบพาดพิง2ทีมคู่แข่ง

หลังจากมีบางส่วนกังวลกับการที่ ลิเวอร์พูล ไม่ทำการเสริมทัพมากเท่าไหร่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ตอบว่า "หงส์แดง" ไม่สามารถเทเงินก้อนโตไปกับการซื้อนักเตะได้ เพราะแนวทางของทีมไม่ใช่แบบนั้น รวมถึงยังพาดพิง แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี นิดหน่อย พร้อมบอกว่าการดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทัพมันไม่ได้แปลว่าคนเหล่านั้นจะเล่นได้ดีในทันที เพราะมันต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นปรับตัวเข้ากับทีมได้ด้วย
   

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตอนนี้ทีมของตนไม่สามารถทุ่มเงินเสริมทัพได้เหมือนกับหลายทีม เพราะ "หงส์แดง" กำหนดแนวทางการทำทีมเอาไว้แล้ว และแนวทางที่ว่าก็ช่วยให้ทีมมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แถมยังพาดพิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เชลซี 2 ทีมร่วมลีกนิดๆ ด้วยว่าให้ความสำคัญกับปัญหาเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่า ลิเวอร์พูล

จนถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งได้นักเตะแบบที่พร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่มาร่วมทัพเพียงคนเดียว นั่นคือ คอสตาส ซิมิกาส แบ็กซ้ายชาวกรีซ ซึ่งก็เป็นเพียงการดึงมาให้เป็นอะไหล่ของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เท่านั้น โดยที่จริงช่วงที่ผ่านมาทีมของ คล็อปป์ มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค อย่างหนักเหมือนกัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดดีลได้เลยจนทำให้ "เดอะ ค็อป" บางส่วนกังวลไม่น้อย เพราะพวกเขามองว่าทีมรักควรจะต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอดเพื่อเป็นการสานต่อผลงานในช่วงนี้

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ บีบีซี สื่อชื่อดังว่า "ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนหลายต่อหลายอย่าง (อย่างเช่นผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) สำหรับบางสโมสรแล้วมันดูเหมือนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตที่ไม่แน่นอนน้อยกว่าเรา บางสโมสรมีประเทศเป็นเจ้าของทีม (สื่อถึง แมนฯ ซิตี้ ที่มี ซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กลุ่มทุนที่นำโดยบริษัทของ ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน สมาชิกในราชวงศ์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเจ้าของทีม) บางสโมสรมีผู้มีอำนาจเป็นเจ้าของทีม (คล็อปป์ ใช้คำว่า oligarch ซึ่งเป็นคำที่บางครั้งคนใช้พาดพิงถึง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี) นั่นเป็นเรื่องจริง แต่เราน่ะเป็นสโมสรที่ต่างออกไป"

"2 ปีก่อนเราไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ ส่วนปีก่อนก็ได้แชมป์รายการนั้น และฤดูกาลล่าสุดเราก็ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เราทำทั้งหมดนั้นได้ด้วยการเป็นสโมสรอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ เราทำอย่างนั้นได้ด้วยการเดินตามแนวทางที่เราได้รับการชี้นำ"

"เราไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางในชั่วข้ามคืนแล้วบอกว่า -ตอนนี้เราอยากทำเรื่องต่างๆ ให้เหมือน เชลซี ตอนนี้เราอยากทำเหมือนกับพวกเขา- ได้หรอก ตอนนี้พวกเขาซื้อนักเตะหลายคนมาร่วมทัพ ซึ่งแน่นอนว่านั่นสามารถเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้เปรียบได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องทำให้นักเตะเหล่านั้นเข้ากับทีมได้โดยเร็วด้วย เรื่องที่สำคัญน่ะไม่ได้มีแค่การดึงนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีมหรอกนะ"

"คุณไม่สามารถดึงนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก 11 คนมาร่วมทีมแล้วหวังว่าในสัปดาห์ต่อมาพวกเขาจะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิตในทันทีได้ สิ่งที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันในสนามซ้อม นั่นอาจจะเป็นข้อได้เปรียบของเรา เพราะเราทำงานด้วยกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่ผมก็เข้าใจดีว่ามีบางคนที่ไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้น่ะนะ"

ถูกโฉลก!ชมประตูของอัลลี่เวลาเจอเอฟเวอร์ตัน (มีคลิป)

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เจอกับ เอฟเวอร์ตัน ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ ซึ่งมันน่าจะเป็นงานหนักพอตัวสำหรับเจ้าถิ่น

ทั้งนี้ หนึ่งในตัวความหวังของ สเปอร์ส สำหรับเกมในวันอาทิตย์นี้คงหนีไม่พ้น เดเล่ อัลลี่ เพราะมิดฟิลด์ชาวอังกฤษทำผลงานได้ดีพอตัวเวลาเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยการทำไป 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 8 นัด ซึ่งวันนี้เราก็มีประตูที่เขาเคยทำได้ในการดวลกับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มาให้ได้ดูกัน