เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น

จากใจ!โรเบิร์ตสันเผยอยากเห็นเมสซี่ซบแมนซิตี้หรือไม่

หลังจากข่าวการย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ ยังเป็นประเป็นร้อนไม่หยุด ล่าสุด แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย ลิเวอร์พูล ก็บอกเองว่าใจจริงไม่อยากให้ เมสซี่ มาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ เพราะตนเคยเจองานหนักสุดๆ ในตอนที่ต้องดวลกับ เมสซี่
    แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าส่วนตัวแล้วตนไม่อยากให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าของ บาร์เซโลน่า ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีก

    อนาคตของ เมสซี่ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาถึงขั้นยื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมแบบไร้ค่าตัว ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ก็ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัวแข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ เพราะดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม "เรือใบสีฟ้า"

 

    หลังโดนถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก นั้น โรเบิร์ตสัน ก็ตอบว่า "จากมุมมองส่วนตัวที่เห็นแก่ตัวสุดๆ แล้วนะ ผมหวังว่ามันจะไม่เกิดดีลแบบนั้น ผมหวังว่าเขาจะอยู่กับ บาร์ซ่า ต่อไป"

     "ถ้าเขาไม่ได้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกแบบเดี่ยวๆ มันถือว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาอยู่ดี ดังนั้นมันจึงไม่เคยเป็นสัญญาณที่ดีเลยถ้าเกิดนักเตะระดับเขาย้ายไปอยู่กับคู่แข่งที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับคุณมากที่สุด"

    "เขาเป็นนักเตะชั้นยอด ผมมั่นใจเลยว่าถ้าเขาย้ายมาเล่นที่ พรีเมียร์ลีก เขาจะยังโชว์ฟอร์มแบบเดียวกับตอนเล่นที่ บาร์ซ่า ได้, เล่นด้วยอารมณ์ร่วมแบบเดียวกันได้ และทำเรื่องแบบเดียวกับที่เคยทำกับ บาร์ซ่า ได้ทุกเรื่อง ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล ปิดโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับเขาไปแล้ว ดังนั้นส่วนตัวแล้วผมเลยไม่อยากให้เขาไปอยู่กับทีมไหนก็ตามใน พรีเมียร์ลีก ก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่เราก็คงต้องมารอดูกันว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นรึเปล่า"

    "แน่นอนว่าคุณจะเห็นได้ว่าที่ บาร์ซ่า มันกำลังเกิดความปั่นป่วน ผมคิดว่าทุกคนมองเห็นถึงเรื่องนั้นกันอยู่แล้ว ก็หวังว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้ ถ้าเกิดเขาย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก เราก็จะหาทางรับมือกับมัน การได้ดวลกับเขาจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับบรรดานักเตะ"

    "ผมเคยดวลกับเขามาแล้ว 2 ครั้ง และทั้ง 2 นัดนั้นก็เป็นเกมที่ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาเลย เวลาดวลกับเขาคุณต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะเขาสามารถโผล่มาในทุกจุดได้ดื้อๆ เขาเป็นนักเตะชั้นยอด บางทีอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวแล้วผมหวังว่าเขาจะอยู่ใน สเปน ต่อไป"

ดีจริงไหม ? ดูสถิติ เรกีลอน นักเตะที่ มาดริด เสนอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืมใช้งาน

หลายคนมองว่าที่ฤดูกาล 2020-21 ยังไม่เริ่มขึ้นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังจำเป็นต้องทำการเสริมทัพอีกหลายตำแหน่ง แม้ว่าจะปิดดีลกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ได้แล้วก็ตาม เพราะขุมกำลังในหลายๆ ตำแหน่งของพวกเขายังดูไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร

หนึ่งในคนที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมาเป็น เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด แต่มันไม่ใช่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเดินเครื่องไล่ล่าเขา เพราะที่จริง เรอัล มาดริด เป็นคนเสนอปล่อยแข้งวัย 23 ปีให้กับ "ปีศาจแดง" ยืมตัวไปใช้งาน หลังจากที่ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ "ราชันชุดขาว" ยังไม่คิดที่จะให้เขาเป็นตัวหลักของทีม

ทั้งนี้ เรกีลอน มีดีกรีที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะฤดูกาลก่อนเขาโดนปล่อยไปเล่นกับ เซบีย่า ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่จะได้รับการโหวตให้เป็นแบ็กซ้ายยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ประจำฤดูกาล 2019-20 คำถามคือเขาเป็นนักเตะที่เก่งขนาดนั้นจริงๆ รึเปล่า ? และวันนี้เราจะมาดูสถิติของเจ้าตัวกัน โดยที่จะอ้างอิงจาก whoscored  เว็บไซต์แนวบันทึกผลงานชื่อดัง

 – การผ่านบอล
คนเป็นฟูลแบ็กจำเป็นต้องผ่านบอลให้ดี เพราะเขาจะมีส่วนร่วมกับการเล่นเกมรุกด้วย ซึ่งเมื่อฤดูกาลก่อน เรกีลอน ถือเป็นแบ็กซ้ายที่มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะสั้นเข้าเป้าสูงเป็นอันดับ 1 ของ ลา ลีกา หากนับเฉพาะคนที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ด้วยค่าเฉลี่ย 38.6 ครั้งต่อนัด เหนือกว่า ลูกัส โอลาซ่า ดาวเตะ เซลต้า บีโก้ ที่ทำไป 32.3 ครั้งต่อเกม ในระดับหนึ่ง

ขณะที่การผ่านบอลระยะไกลนั้น เรกีลอน ก็ทำได้ดีสูงเป็นอันดับ 3 ของลีกสำหรับพวกแบ็กซ้าย ด้วยค่าเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเกม แถมเขายังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญสูงเป็นอันดับ 1 ของตำแหน่งเดียวกันด้วย จากค่าเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อนัด และมันก็มีส่วนให้เขาทำไป 4 แอสซิสต์ในซีซั่นก่อน สูงเป็นอันดับ 2 ของลีกเฉพาะคนในตำแหน่งเดียวกัน

 – การเลี้ยงบอล
อย่างที่รู้กันดีว่าคนเป็นฟูลแบ็กจำเป็นต้องกระชากบอลขึ้นหน้าในหลายๆ จังหวะ ซึ่งนั่นก็ทำให้การเลี้ยงบอลเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ และซีซั่นก่อน เรกีลอน ก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 1.6 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 1 ของลีกหากนับเฉพาะแบ็กซ้ายที่ลงเล่นอย่างน้อย 25 เกม ร่วมกับ เปร์วิส เอสตูปินัน แบ็กซ้าย โอซาซูน่า

ยิ่งไปกว่านั้น ถึงแม้เขาจะมีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านเท่ากับ เอสตูปินัน แต่ที่จริงแล้ว เรกีลอน มีจังหวะเลี้ยงบอลทั้งหมด 2.2 ครั้งต่อนัด ตรงกันข้ามกับ เอสตูปินัน ที่มีจังหวะเลี้ยงบอล 3.2 ครั้งต่อเกม หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือถ้าเทียบเป็นส่วนต่างระหว่างจังหวะเลี้ยงบอล กับจังหวะที่เลี้ยงบอลผ่านจริงๆ แล้วนั้น เรกีลอน ทำได้ดีกว่าเยอะ

นอกจากนี้ เรกีลอน ยังเป็นแบ็กซ้ายที่เรียกฟาวล์ได้เป็นอันดับ 1 ร่วมของ ลา ลีกา หากนับเฉพาะคนที่ลงเล่นอย่างต่ำ 25 เกมด้วย จากค่าเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อนัด โดยเขาครองอันดับนี้ร่วมกับ ยูรี่ ของ แอธเลติก บิลเบา และ การ์ลอส เนว่า ของ กรานาด้า

 – เกมรับ
นอกจากจะมีเกมรุกที่โดดเด่นแล้วแข้งวัย 23 ปี ยังมีเกมรับที่แข็งแกร่งพอตัวด้วย เขาสกัดโดนบอลเฉลี่ยแล้ว 1.8 ครั้งต่อนัด สูงเป็นอันดับ 6 ของแบ็กซ้ายทั้งหมดใน ลา ลีกา เมื่อซีซั่นก่อน หากนับเฉพาะคนที่เล่นอย่างต่ำ 25 เกม แถมยังตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 8 ของลีกด้วย

ถ้าจะมีจุดด้อยของ เรกีลอน ในด้านเกมรับก็คือการที่เขาเสียฟาวล์บ่อย ด้วยค่าเฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 1 ของลีก แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะเขามีชอตพุ่งเสียบเยอะ แต่การเสียบเยอะแล้วเสียฟาวล์บ่อยตามไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก

แข้งเรือใบลุ้นประเดิม! คาดการณ์ 11 ตัวจริงอังกฤษบุกไอซ์แลนด์

ทีมชาติอังกฤษ​เตรียมประเดิมศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในเวลา 23.00 น. คืนนี้ โดย “สิงโตคำราม” อยู่ในลีกเอ กลุ่ม 2 ที่ประกอบไปด้วยทีมชาติ เบลเยี่ยม, เดนมาร์ก และ ไอซ์แลนด์ ด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต คงหวังจะเก็บสามแต้มให้ได้ในนัดแรกแต่พวกเขาต้องบุกเยือน ไอซ์แลนด์ การจัดทัพก็ดูจะมีปัญหาพอสมควรเนื่องจากมีนักเตะบาดเจ็บหลายคน มาคาดเดากันว่าใครจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงบ้าง

แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษประกาศรายชื่อนักเตะทั้งหมด 24 คนในการทำศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยตอนแรกมีชื่อของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีม “ปีศาจแดง” อยู่ในทีมด้วยแต่ทว่าเกิดเหตุอื้อฉาวขึ้นทำให้ถูกตัดชื่อออกและเรียก คอเนอร์ โคดี้ เข้ามาติดแทน

ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แฮร์รี่ วิงส์ มีอาการบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ทำให้ต้องถอนตัว เซาธ์เกต จึงเลือก แจ็ค กรีลิช และ ฟิล โฟเด้น เข้ามาแทนที่

นักเตะที่ถูกเรียมาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกมีหลายคนทีเดียวได้แก่ ดีน เฮนเดอร์สัน, คอเนอร์ โคดี้, ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส และ เมสัน กรีนวู้ด

คาดการณ์ 11 ตัวจริงเกมพบ ไอซ์แลนด์

ผู้รักษาประตู: นายด่านที่ถูกเรียกมามีฝีมือกันทั้งนั้น นิค โป๊ป ได้รับคำชื่นชมมากมายหลังจากเก็บคลีนชีทได้เป็นอันดับสองของลีก ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ถูกเรียกมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกหลังจากทำผลงานโดดเด่นในการยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สวนทางกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด ที่โชว์ฟอร์มไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ว่า นิค โป๊ป จะถูกดันขึ้นมาเป็นมือ 1 เต็มตัวด้วยอายุและประสบการณ์

กองหลัง: “สิงโตคำราม” มีปัญหาในการเลือกแบ็กซ้ายเนื่องจาก เบน ชิลเวลล์, ลุค ชอว์ และ แดนนี่ โรส ไม่มีชื่อติดทีมชุดนี้เนื่องจากบาดเจ็บ หากต้องการผู้เล่นที่มีประสบการณ์อาจจำเป็นต้องโยก ไคล์ วอล์คเกอร์ ไปเล่นเป็นแบ็กซ้าย แต่ทำให้เจ้าตัวไม่ถนัดมากนัก

หรือมีอีกตัวเลือกหนึ่งคือ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา มิเกล อาร์เตต้า มักจะจับเจ้าตัวไปเล่นวิงแบ็กซ้ายบ่อยครั้ง นั่นหมายความว่า เมตแลนด์-ไนล์ส มีสิทธิ์ออกสตาร์ทตัวจริงในทีมชาติเป็นครั้งแรก

 ส่วนแบ็กขวาถ้า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สมบูรณ์ก็จะยึดตัวจริงแน่นอน ขณะที่เซนเตอร์แบ็กในยามที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่อยู่ โจ โกเมซ จะยืนเป็นตัวหลักจับคู่กับ ไมเคิ่ล คีน โดยมี คอเนอร์ โคดี้ และ ไทโรน มิงส์ เป็นแบ็กอัพ

กองกลาง: มิดฟิลด์ชุดนี้เป็นดาวรุ่งแทบทั้งหมดแต่ฟอร์มในลีกของแต่ละคนถือว่าควรค่าแก่การติดทีมชาติ ดีแคลน ไรซ์ น่าจะการันตีตัวจริงเนื่องจากเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ทีมชาติมากที่สุดในแผงกองกลางด้วยการติดทีมชาติมา 7 ครั้ง ส่วนอีกสองคนคาดว่า เซาธ์เกต จะเลือกใช้  ฟิล โฟเด้น ลงประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ผนึกกำลังกับ เมสัน เมาน์ท

แต่ถ้าหากกุนซือจะเน้นรัดกุมไว้ก่อนอาจะขยับ เอริก ดายเออร์ ขึ้นมายืนมิดฟิลดตัวรับคู่กับ ดีแคลน ไรซ์ และ เมสัน เมาน์ท ยืนกองกลางตัวรุกตำแหน่งหมายเลข 10 ของทีม

ส่วน แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า), คัลวิน ฟิลลิปส์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด) และ เจมส์ วอร์ด-พราวส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน) น่าจะออกสตาร์ทบนม้านั่งสำรอง

กองหน้า: แนวรุกสามประสานแดนหน้าจัดตัวไม่ยากเท่าไหร่นักเนื่องจากขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่บาดเจ็บแต่ยังมี ราฮีม สเตอร์ลิง และ เจดอน ซานโช ยึดริมเส้นเช่นเดิมโดยมีกองหน้าตัวเป้าเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษอย่าง แฮร์รี่ เคน

กองหน้าสำรองยังมี แทมมี่ อับราฮัม และ แดนนี่ อิงส์ คอยเป็นแบ็กอัพ ขณะที่ เมสัน กรีนวู้ด มีลุ้นประเดิมลงเล่นในทีมชาติชุดใหญ่

ชอบตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะแล้ว! ฮาแวร์ตซ์ยกแลมพาร์ดมีส่วนเลือกซบเชลซี

ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ป้ายแดง เชลซี ชี้กุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีส่วนไม่น้อย กับการเลือกซบ "สิงห์บลูส์" มั่นใจตนจะเก่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ภายใต้การทำทีมของ "แลมพ์ส"

ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวดังคนใหม่ของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเลือดผู้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนตัดสินใจเลือกมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์

ทั้งนี้  "สิงห์บลูส์" เพิ่งประกาศคว้าตัว สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันแบบยาวๆ ถึงปี 2025

"เขามีส่วนอย่างมากเลยกับการตัดสินใจของผม เพราะผมชอบเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นนักเตะแล้ว และผมก็ดูเขาเล่นบ่อยมาก ผมคิดว่า ตอนนี้ผมสามารถเรียนรู้จากเขาในฐานะผู้จัดการทีมได้อย่างมากมาย เขาเป็นคนถ่อมตัวและเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้ร่วมงานกับเขาและได้เรียนรู้จากเขา"

 "เขาเป็นคนที่ชอบเกมรุกและทำประตูมากๆ เหมือนกับผม ผมมั่นใจว่า เขาจะช่วยผมได้อย่างมหาศาลแน่นอน กับการเล่นในตำแหน่งของผม และก็อาจจะรวมถึงการเล่นในด้านอื่นๆ ที่ผมสามารถพัฒนาได้อีกด้วย" ฮาแวร์ตซ์ กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

เร่เข้ามา!แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)

นอกจากนั้น "ปีศาจแดง" ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้วย

แน่นอนว่า เมื่อมีนักเตะเข้ามาก็ต้องมีคนย้ายออกไป โดยที่อยู่ในข่ายโดนโละมี 9 คน และตั้งราคาเอาไว้ดังนี้

1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

 ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก 

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์  

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ "ปีศาจแดง" อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

"ปีศาจแดง" พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ "ปีศาจแดง-ดำ" ไม่สนใจ

7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ "ปีศาจแดง" ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

"ปีศาจแดง" พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

ชัดเลย!ไวจ์นัลดุมพูดแล้วประเด็นมีข่าวกับบาร์เซโลน่า

 หลังจากปล่อยให้เดากันมานาน ล่าสุด จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์ตัวเก่ง ลิเวอร์พูล ออกมาตอบแบบเคลียร์ๆ แล้ว หลังมีข่าวเตรียมย้ายซบ บาร์เซโลน่า
     จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางชาวดัตช์ของ ลิเวอร์พูล สโมสรแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่า เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น สำหรับกระแสข่าวที่ว่า ตัวเขาได้ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน เรียบร้อย

     ปัจจุบัน ไวจ์นัลดุม เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ แค่ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า และเมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวจากที่สเปนว่า เจ้าตัวได้ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ บาร์เซโลน่า แล้ว ทว่าล่าสุด ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์วัย 29 ปี ออกมาปฏิเสธเรียบร้อย

     "มันเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น ตอนนี้ผมไม่สามารถพูดอะไรได้มาก" ไวจ์นัลดุม ตอบนักข่าว หลังถูกถามถึงเรื่องที่กำลังจะย้ายไป บาร์เซโลน่า

     ทั้งนี้ ไวจ์นัลดุม ถูกมองว่าเป็นนักเตะเป้าหมายหลักที่ โรนัลด์ คูมัน เฮดโค้ชคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวมาร่วมก๊วน ในการสร้างทีมใหม่ขึ้นมาตามแบบฉบับของตัวเอ

บ๊ายบายลิเวอร์พูล?หั่นราคาไวจ์นัลดุมซบบาร์ซ่า

แทบไร้ราคาแล้ว! แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงต้องทำใจกับการเสีย จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม หลังร้านพูลเมืองผู้ดี มองไม่น่ารอดย้ายไปอยู่กับ บาร์ซ่า แน่

สกายเบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ หั่นอัตราต่อรองที่ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ จะอำลา ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า จากราคา 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) ลงมาเหลือแค่ 1/5 (แทง 5 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) แล้ว

เวลานี้ ไวจ์นัลดุม วัย 29 ปี เหลือสัญญาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ถึงแค่ช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเท่านั้น และ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ของ บาร์ซ่า ที่เคยคุมทีมชาติฮอลแลนด์ ก็หวังดึงไปร่วมงานอีก รวมทั้งมีข่าวว่า นักเตะตกลงสัญญาส่วนตัวกับ "เจ้าบุญทุ่ม" แล้ว เหลือแค่ให้ทั้งสองสโมสรคุยเรื่องค่าตัวให้ลงตัวเท่านั้น

สำหรับค่าตัวในการย้ายทีมน่าจะอยู่ที่ราว 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 615 ล้านบาท) และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี

อัตราต่อรองทีมใหม่ของ ไวจ์นัลดุม

1. บาร์เซโลน่า     1/5 (แทง 5 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)
2. บาเยิร์น        16/1
3. ยูเวนตุส        20/1
3. เปแอสเช    20/1
5. เฟเยนูร์ด    25/1
6. พีเอสวี        33/1

 

BREAKING !! จีนี่ ไวจ์นัลดุม ตกลงโยกซบ บาร์เซโลนา

      จีนี่ ไวจ์นัลดุม ใกล้ที่จะกลายเป็นแข้งใหม่ของ บาร์เซโลนา เต็มที่ หลังมีรายงานออกมาว่า กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ ได้ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ได้เรียบร้อยแล้ว จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 2 กันยายน 2563

        สัญญาฉบับใหม่ของ ลิเวอร์พูล กับ จีนี่ ไวจ์นัลดุม เจรจากันมายาวนานเหลือเกิน และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงได้ โดยล่าสุดมีรายงานออกมาแล้วตัวนักเตะยินดีที่จะย้ายไปช่วย บาร์เซโลนา ลุย ตารางบอล แถมยังคุยเรื่องสัญญาส่วนตัวกันไปบ้างแล้วอีกต่างหาก

  Learn more
        โดยในตอนนี้เหลือเพียงแค่การเจรจาเรื่องค่าตัวกันของ 2 สโมสรเท่านั้น โดย บาร์ซ่า ต้องการจ่ายค่าตัวไม่เกิน 20 ล้านยูโร ขณะที่ หงส์แดง เองอยากได้มากกว่านั้นสักหน่อยเพื่อเอาไปต่อยอดในดีลของ ธิอาโก้ อัลคันทาร่า

        ทั้งนี้ บาร์เซโลนา เองก็กำลังถ่ายขุมกำลังเก่า ๆ ออกไปจากทีมเช่นกัน โดยล่าสุด อิวาน ราคิติช ก็กลับไปอยู่กับ เซบีย่า แล้ว ขณะที่ อาร์ตูโร่ วิดัล และรายอื่น ๆ ก็กำลังจะย้ายออกไปเช่นกัน

ทางการ! เชลซีปิดดีลคว้า ฮาแวร์ตซ์ ร่วมก๊วน

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "สิงห์บลูส์" เพราะล่าสุด เชลซี ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการแล้ว ด้านตัวนักเตะรับฝันเป็นจริงที่ได้เล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี

เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงเลือดเบียร์ มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี

สำหรับค่าตัวไม่มีการยืนยันจากสโมสร แต่ บีบีซี สื่อที่น่าเชื่อถือเมืองผู้ดี ระบุว่า ค่าตัวของ สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี อยู่ที่ราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร เชลซี ต่อจาก เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ด้วยค่าตัว 71.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,935.6 ล้านบาท)

 "ผมมีความสุขมากๆ และภูมิใจที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ สำหรับผมแล้ว มันคือฝันที่เป็นจริงที่ได้มาเล่นให้กับสโมสรใหญ่อย่าง เชลซี และผมก็อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้เจอกับเพื่อนๆ และเทรนเนอร์ทุกคนของสโมสร ใช่เลย ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่" ฮาแวร์ตซ์ เปิดใจผ่านเว็บไซต์ประจำสโมสร

ทั้งนี้ ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นให้ "ห้างขายยา" ไปทั้งสิ้น 150 นัด ทำได้ 46 ประตู