ดอร์ทมุนด์ถล่มดุ๊ยส์บวร์ก-ก่อนพลาดท่าพ่ายเฟเยนูร์ด ศึกอุ่นเครื่องรายการพิเศษ

โบุรสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงอุ่นเครื่องฟุตบอลรายการพิเศษด้วยการถล่ม ดุ๊ยส์บวร์ก ไปก่อนในนัดแรกด้วยสกอร์ 5-1 ก่อนในเกมถัดมาจะพลาดท่าแพ้ เฟเยนูร์ด ยักษ์ใหญ่จากฮอลแลนด์ 1-3 ในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษสองนัด เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา

การแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการพิเศษ "Cup of Traditions : BVB against Feyenoord and Duisburg" ที่่เมืองดุ๊ยส์บวร์ก ประเทศเยอรมัน โดยแบ่งเป็น 2 เกมแข่งขันกันต่อเนื่อง แบ่งเป็นเกมละ 1 ชั่วโมง เริ่มที่คู่แรก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จากบุนเดสลีกา เยอรมัน พบ ดุ๊ยส์บวร์ก ทีมจากลีกา 3 เยอรมัน โดย "เสือเหลือง" แบ่งผู้เล่นเป็นสองชุด ซึ่งชุดแรกนำมาโดย เจดอน ซานโช่, ธอร์กาน อาซาร์, จิโอวานนี่ เรย์น่า และมัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

ปรากฏว่าเป็น "เสือเหลือง" ที่เหนือกว่าชัดเจนถล่มไปขาดลอย 5-1 จากการทำประตูของ จิโวานนี่ เรย์น่า นาที 12, ธอร์กาน อาซาร์ นาที 14, เจดอน ซานโช่ นาที 26, อังส์การ์ คนอฟ นาที 49, 60 ส่วน ดุ๊ยส์บวร์ก ได้จาก อาห์เมต เอนกิ้น นาที 28

ส่วนอีกหนึ่งเกม ดอร์ทมุนด์ พบ เฟเยนูร์ด ทีมจากเอเรดิวิซี่ ลีก ฮอลแลนด์ โดยทีมชุดนี้ของ "เสือเหลือง" ตัวหลักนำมาโดย เออร์ลิง เบราท์ ฮาแลนด์, ยูเลี่ยน บรันทด์, อั๊กเซล วิตเซล และ ราฟาเอล เกร์เรยโร่

ปรากฏว่าเกมนี้เป็น เฟเยนูร์ด ที่เหนือกว่านำก่อน 3 ประตูจาก นิโคไล ยอร์เกนเซ่น นาที 17, นาที 35, เอริค บอตเทกิน นาที 20 ส่วนทีม "เสือเหลือง" ได้ประตูตีไข่แตกจาก อั๊กเซล วิตเซล ในนาที 52 แต่สุดท้ายไล่ไม่ทันแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

ดาวรุ่งอีกแล้ว! ดอร์ทมุนด์ประกาศยืมนิวกาก้าจากเรอัล มาดริด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จัดการเสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอีกหนึ่งราย หลังประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ชาวบราซิลของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวอย่างเป็นทางการ

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศยืนยันในการคว้าตัว เรเนียร์ เชซุส มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ เรอัล มาดริด มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 2 ปี เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ดาวเตะวัย 18 ปี ถูก "ราชันชุดขาว" ดึงตัวจาก ฟลาเม็งโก้ มาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,020 ล้านบาท) แต่ได้ลงเล่นให้กับทีมกาสตีย่าเท่านั้น โดยได้ลงเล่น 3 นัดยิงได้ 2 ประตู

    ก่อนที่ล่าสุดทีมของ ซีเนดีน ซีดาน จะตัดสินใจปล่อยนักเตะออกไปหาประสบการณ์กับ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งเป็นทีมที่ให้โอกาสกับนักเตะดาวรุ่งอยู่แล้ว เช่นเดียวกับ อัชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาดาวรุ่งที่ย้ายมาแจ้งเกิดได้กับ "เสือเหลือง" มาแล้ว ก่อนจะถูกขายให้กับ อินเตอร์ มิลาน

 

        ด้าน มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ ดอร์ทมุนด์ กล่าวว่า "เรเนียร์ ถือเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างมาก และสามารถที่จะเปลี่ยนสไตล์ให้เข้ากับการโจมตีที่หลากหลายได้, เราได้เฝ้าติดตามเจ้าหนูรายนี้มานานกว่าสองปีที่นอกจากจะมีเทคนิคที่โดดเด่นแล้ว เขายังมีร่างกายที่แข็งแกร่ง"

    สำหรับ เรเนียร์ เพิ่งจะก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ ฟลาเม็งโก้ เมื่อปี 2019 โดยมีสถิติยิง 6 ประตูจาก 15 เกม โดยเป็นมิดฟิลด์จอมทักษะมีเทคนิคที่แพรวพราวจนถูกนำไปเปรียบเทียบกับ ริคาร์โด้ กาก้า ซึ่งมีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกัน

ได้ทีมใหม่รึยัง?ฟลิคเผยเองเรื่องย้ายสโมสรของติอาโก้

หลังจาก ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ฮันซี่ ฟลิค กุนซือของทีมก็บอกเองว่า ติอาโก้ ยังไม่ได้เลือกเลยว่าจะไปซบทีมไหน แต่แย้มว่าในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้อาจจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางคนดังของทีมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน

ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง โดยช่วงแรกๆ ลิเวอร์พูล เป็นทีมเดียวที่มีข่าวกับอดีตแข้ง บาร์เซโลน่า แต่หลังจากนั้นก็มีทีมที่ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 29 ปีมากขึ้น อย่างเช่น เชลซี และ อาร์เซน่อล เป็นต้น

ฟลิค เริ่มต้นด้วยการพูดแบบขำๆ ว่า "เขาบอกกับผมแล้วว่าเขาจะอยู่กับเราต่อ" ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์แบบจริงจังว่า "ผมเพิ่งขอบคุณเขาสำหรับผลงานที่ทำได้ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นยังไง เขาเองก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับอนาคตของตัวเองเหมือนกัน เราต้องรอดูวันในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

 

พี่เสือกลับถ้ำ!ทัพแข้งบาเยิร์นถึงรังฉลองแชมป์ยุโรป (ภาพ+คลิป)

กลับบ้านอย่างยิ่งใหญ่… ก๊วนนักเตะ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เดินทางถึงเมืองมิวนิค พร้อมกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" เรียบร้อย หลังผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ประเทศโปรตุเกส เมื่อคืนวันอาทิตย์

บรรดานักเตะ บาเยิร์น มิวนิค รวมถึงกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค และสต๊าฟฟ์โค้ช ได้เดินทางกลับถึงเมืองมิวนิค พร้อมมุ่งหน้าไปฉลอง "ทริปเปิ้ลแชมป์" ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เรียบร้อย หลังคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2019/20 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ตลอดเส้นทางมีบรรดาแฟนบอล "เสือใต้" ให้การต้อนรับเป็นระยะ และเมื่อถึงสังเวียนแข้ง อัลลิอันซ์ อารีน่า ก็ได้มีการนำโทรฟี่แชมป์ยุโรป มาตั้งบนแท่นร่วมกับถาดแชมป์บุนเดสลีกา และถ้วยแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ที่พวกเขาได้มาก่อนหน้านี้ ซึ่งก่อนการฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ประธานบริหารสโมสร และ มานูเอล นอยเออร์ กัปตันทีม ก็ได้มีการกล่าวสุนทรพจน์เล็กๆ น้อยๆ 

ทั้งนี้ ทัพนักเตะ "เสือใต้" จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน (ยกเว้นในรายของ นิคลาส ซือเล่ และ ลีรอย ซาเน่ ที่ต้องไปเก็บตัวกับทีมชาติเยอรมนี ซึ่งเตรียมลงเตะศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับ สเปน และ สวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 3 และ 6 กันยายน ตามลำดับ) ก่อนกลับมาซ้อมในวันที่ 7 กันยายน โดยศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาล 2020/21 มีกำหนดรูดม่านเปิดฉากในวันที่ 18 กันยายน

 

จากคนที่หลายฝ่ายมองข้ามสู่กุนซือทริปเปิ้ลแชมป์ ! เรื่องน่ารู้ของ ฮันซี่ ฟลิค

ตอนที่ ฮันส์-ดีเทอร์ ฟลิค หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ฮันซี่ ฟลิค ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นเทรนเนอร์ชั่วคราวของ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ปี 2019 นั้น หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจเขามากเท่าไหร่นัก เพราะแทบทุกคนฟันธงว่าเขาจะได้คุมทีมแค่ระยะเวลาสั้นๆ เพื่อประคองทีมให้พ้นจากความเลวร้ายที่เกิดจากยุคของ นิโก้ โควัช เท่านั้น และ บาเยิร์น จะเอาคนที่โด่งดังกว่ามารับงานกุนซือของทีม ซึ่งตอนนั้นคนที่มีข่าวกับเก้าอี้นายใหญ่ของ บาเยิร์น ก็มีอย่างเช่น โชเซ่ มูรินโญ่, มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี และ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นต้น เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ฟลิค สามารถทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องจนทำให้บอร์ดบริหาร บาเยิร์น เชื่อใจเขา และยกระดับเขาให้เป็นกุนซือแบบถาวรในวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา ด้วยสัญญาที่มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ซึ่งเขาก็ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการพาทีมได้ทั้งแชมป์ บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20 มาครองได้

ความสำเร็จของ ฟลิค ในฐานะกุนซือ บาเยิร์น ทำให้หลายคนหันมาสนใจเขามากขึ้น เพราะไม่มีใครคิดมาก่อนว่าเขาจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ และวันนี้เราก็มีเกร็ดบางอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับกุนซือวัย 55 ปีมาให้ได้รู้กัน

– เคยเล่นให้ บาเยิร์น
ก่อนจะมาเป็นกุนซือของ บาเยิร์น ฟลิค เคยรับใช้ "เสือใต้" ในฐานะนักเตะระหว่างปี 1985-90 โดยเขาย้ายมาจาก เอสเฟา ซานด์เฮาเซ่น ซึ่งสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่นั้นเขาเล่นเป็นกองกลาง และลงเล่นให้ทีมไป 139 นัดในทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 7 ประตู

สมัยเป็นนักเตะ ฟลิค ก็ประสบความสำเร็จกับทีมอย่างมากด้วย โดยได้แชมป์ บุนเดสลีกา 4 สมัย กับแชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล 1 ครั้ง โดยเขายังเคยไปถึงรอบชิงชนะเลิศของศึก ยูโรเปี้ยน คัพ หรือชื่อเดิมของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับ บาเยิร์น ในฤดูกาล 1986-87 ด้วย แต่ตอนนั้น บาเยิร์น ก็แพ้ให้ เอฟซี ปอร์โต้ 1-2 ซึ่ง ฟลิค ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนั้นเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในที่สุดเขาก็ได้สัมผัสกับถ้วย "บิ๊กเอียร์" แล้ว แม้ว่าหนนี้จะเป็นในฐานะกุนซือก็ตาม

– แขวนสตั๊ดอย่างรวดเร็ว
ฟลิค ย้ายจาก บาเยิร์น ไปอยู่กับ เอฟเซ โคโลญจน์ ในปี 1990 ซึ่งเขาก็ได้ลงเล่นให้ "แพะบ้า" พอประมาณ ด้วยการลงสนามไป 54 นัดจากทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 3 ประตู และ 2 แอสซิสต์ โดยเขายังอยู่กับ โคโลญจน์ ชุดที่เป็นรองแชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล ในฤดูกาล 1990-91 ด้วย

 อย่างไรก็ตาม พอถึงปี 1993 ฟลิค ก็จำเป็นต้องบอกลาการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายครั้ง โดยตอนนั้นเขามีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น โดยถึงแม้ในปี 1994 เขาจะมาเล่นกับ วิคตอเรัย บามเมนทัล ทีมในบ้านเกิด แต่มันก็เป็นเพียงทีมระดับสมัครเล่นเท่านั้น และตอนนั้นเขาก็ควบตำแหน่งกุนซือของทีมตามไปด้วย

– หัวใส
สมัยนี้การจะมาเป็นกุนซือในระดับอาชีพมันไม่ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ คนที่จะทำงานด้านนี้ได้จำเป็นต้องสอบผ่านการเป็นโค้ชตามระดับที่ถูกกำหนดเอาไว้ซะก่อน ซึ่ง ฟลิค ก็เข้าคอร์สนี้เหมือนกัน ก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตการเป็นกุนซือระดับ เอ ไลเซนส์ หรือคอร์สขั้นสูงสุด เมื่อปี 2003

อย่างไรก็ตาม ที่น่าทึ่งก็คือในรุ่นของ ฟลิค นั้น เขาคือคนที่สอบผ่านด้วยคะแนนสูงสุดร่วมกับ โธมัส โดลล์ อดีตกุนซือ ฮัมบูร์ก เอสเฟา และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เลยทีเดียว ซึ่งในช่วงนั้นเขาก็คุม ฮอฟเฟ่นไฮม์ อยู่ด้วย โดยตอนนั้น ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยังไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุด ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องสอบผ่านการเป็นโค้ชระดับสูงสำหรับการเป็นกุนซือของที่นั่น

– แชมป์โลก
ในตอนที่ โยอาคิม เลิฟ ถูกแต่งตั้งให้เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีมชาติเยอรมนีแทนที่ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เมื่อปี 2006 นั้น เลิฟ ก็ตัดสินใจเอา ฟลิค มาเป็นผู้ช่วยของเขา ทำให้นั่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้งกุนซือและผู้ช่วยกุนซือของทีมชาติเยอรมนีต่างก็ไม่เคยเล่นให้ทัพ "อินทรีเหล็ก" ชุดใหญ่มาก่อน โดย ฟลิค เคยเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เป็นจำนวน 2 นัด ส่วน เลิฟ เคยเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี ตะวันตก รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี 4 เกม

อย่างไรก็ตาม มันสมองของ ฟลิค กับ เลิฟ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ เยอรมนี พัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยหลังจากได้เพียงรองแชมป์ ยูโร 2008, เป็นอันดับ 3 ของ ฟุตบอลโลก 2010 และไปถึงรอบรองชนะเลิศของ ยูโร 2012 แล้วนั้น เยอรมนี ก็ได้แชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 ไปครอง โดยหลังจากประสบความสำเร็จในครั้งนั้น ฟลิค ก็บอกลาตำแหน่งมือขวาของ เลิฟ แล้วไปเป็นผู้อำนวยการกีฬาให้กับสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ)

– ได้รับการยกย่องที่บ้านเกิด
จากความสำเร็จในศึกฟุตบอลโลก 2014 ทำให้เมืองบามเมนทัลยกสถานะพิเศษประจำเมืองให้กับ ฟลิค ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2015 ซึ่งมันก็ทำให้เขาเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเกียรติที่ว่าจากเมืองบามเมนทัลด้วย

 

ซานโช่ติดไหม? ดอร์ทมุนด์ประกาศรายชื่อชุดลุยปรีซีซั่นที่สวิตฯ

งานนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่ถูกใจเมื่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศรายชื่อขุนพลชุดทัวร์ศึกปรีซีซั่นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่ามีชื่อของ เจดอน ซานโช่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งติดทีมมาด้วย ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ "ปีศาจแดง"

    ซานโช่ วัย 20 ปี เพิ่งจะเดินทางลับมาบ้านเกิดเพื่อร่วมงานปาร์ตี้กับสองแร็ปเปอร์คนดังเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้แฟนบอล "ปีศาจแดง" ต่างคิดไปไกลว่าเจ้าตัวอาจจะมาเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ หลังเจ้าตัวตกเป็นข่าวอย่างหนักมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังติดปัญหาคุยเรื่องค่าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่ลงตัว หลัง "เสือเหลือง" ต้องการได้ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามล่าสุดสาวก "เรด อาร์มี่" อาจต้องรอคอยต่อไปเมื่อ ซานโช่ ได้เดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังมีชื่อติดทีมไปทัวร์ปรีซีซั่นกับ "เสือเหลือง" ที่แดนนาฬิกา ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าเจ้าอาจจะอยู่ในถิ่นซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ต่อไปในฤดูกาลหน้า

    สำหรับ ซานโช่ ยังมีสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ ถึงปี 2022 

บ้านเลโก้, ห้ามท่องอวกาศ ! เปิดเงื่อนไขประหลาดในวงการลูกหนัง

วงการฟุตบอลมักจะมีเรื่องอะไรแปลกๆ ที่เราไม่คาดคิดเสมอ แต่ใครจะไปคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเงื่อนไขหรือกฎระเบียบที่แต่ละคนไม่เคยคาดคิดว่าจะมีบนโลกใบนี้ แต่ก็มีให้เห็นมาแล้ว จนงานนี้ทำเอาหลายคนต้องอ้าปากค้างว่ามันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม !!!
    ลองนึกภาพดูใครจะไปคิดว่านักฟุตบอลต้องหลุดจากทีมชาติไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก เพื่อเพราะเงื่อนไขของโค้ชห้ามไว้ผมยาว หรือนักเตะที่ปัดเซ็นสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป เนื่องจากโดนสั่งห้ามทำกิจกรรมผาดโผน หรือการร้องขอต้นสังกัดให้ยอมจ่ายเงินค่าเรียนอาหารเมื่อย้ายไปร่วมทีม

    ทั้งหมดทั้งมวลนี้เคยเกิดขึ้นในวงการลูกหนังมาแล้ว ฉะนั้นในอนาคตเราๆ ท่านๆ อาจจะได้เห็นเงื่อนไขแปลกที่ทำให้ทุกคนต้องเกาหัวว่ามันมีอยู่จริงหรือนี่ !!
 
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ : นักผจญภัยแบบเอาท์ดอร์ 

    ตอนที่กองหน้าชาวโปแลนด์ อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปีสุดท้าย ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ เรอัล มาดริด แสดงความสนใจอยากเซ็นสัญญากับนักเตะอย่างมาก โดยในเวลานั้นข้อเสนอของ "ราชันชุดขาว" ต้องบอกเลยว่าสุดมหาศาลยากที่ เลวานดอฟสกี้ จะปฏิเสธได้

    หลังจากมีการเปิดเผยข้อเสนอที่ เรอัล มาดริด ยื่นให้นักเตะระบุว่าเขาจะได้รับเงินค่าเหนื่อยจำนวน 166,000 ปอนด์ (ราว 6 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ พร้อมกับเงินค่ากินเปล่าในตอนเซ็นสัญญาสูงถึง 10 ล้านปอนด์ (ราว 380 ล้านบาท)  เพื่อโน้มน้าวใจให้เขาย้ายไปเล่นกับทีม

    อย่างไรก็ตาม ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา ได้ร้องขอ เลวานดอฟสกี้ ห้ามทำกิจกรรมต่างๆ หากเขาเป็นนักเตะของ มาดริด อย่างเช่นห้ามขี่มอเตอร์ไซค์, ห้ามเล่นสกี, ห้ามเล่นมอเตอร์โบท, ห้ามปีนเขา เป็นต้น และสุดท้ายนักเตะเลือกเซ็นสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค แทน

จูเซ็ปเป้  เรน่า : เจอสโมสรศรีธนญชัย

    อุทหรณ์สำหรับใครก็ตามที่จะเซ็นสัญญาเพื่อทำเรื่องใดเรื่องนี้ จงจำให้ขึ้นใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือความชัดเจนในเรื่องเงื่อนไขต่างๆ เพราะไม่อย่างนั้นจะเหมือนกรณีของ จูเซ็ปเป้ เรน่า ที่ดันกำหนดข้อตกที่ไม่ชัดเจน 100 เปอร์เซนต์ ทำให้ต้องช้ำใจจนทุกวันนี้

    ในเวลานั้น หัวหอกชาวเยอรมัน ย้ายไปเล่นกับ อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ เมื่อปี 1996 โดยนักเตะตกลงกับสโมสรว่าจะต้องสร้างบ้านให้กับเขาทุกๆ ปีตามสัญญาที่ระบุเอาไว้ ซึ่งงานนี้ บีเลเฟลด์ ก็ยอมรับข้อเสนอแบบไม่อิดออด ราวกับมีแผนเจ้าเล่ห์อยู่ในใจ !!   

    เนื่องจากการที่ เรน่า ไม่ได้กำหนดขนาดของเคหสถานที่เขาต้องการให้สโมสรสร้าง ทำให้ บีเลเฟลด์ จัดส่งมอบบ้านให้กับนักเตะจริงๆ แต่เป็นบ้านที่ทำมาจากตัวต่อ "เลโก้" ตลอด 3 ปีตามสัญญาที่ระบุเอาไว้แบบไม่มีบิดพลิ้ว….ถึงว่าทำไม่ถึงยอมตกลงง่ายเหลือเกิน !!!

เฟร์นานโด เรดอนโด้ : ทรงผมสำคัญกว่าฟุตบอลโลก

    เฟร์นานโด เรดอนโด้ อดีตมิดฟิลด์เชิงสูงของ เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน เคยต้องตัดสินใจด้วยการปฏิเสธติดทีมชาติอาร์เจนตินา ไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 ด้วยเหตุผลสุดแปลกประหลาดนั่นก็คือการที่เขาไม่ยอมอ่อนข้อให้กับ ดาเนียล พาสซาเรลล่า เทรนเนอร์ในเวลานั้น

    พาสซาเรลล่า ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือจอมเฮี้ยบ ระเบียบวินัยต้องเป๊ะ ดังนั้นลูกทีมของเขาจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทุกกระเบียดนิ้ว โดยงานนี้เจ้าตัวถึงขั้นประกาศชัดเจนว่าทัพ "ฟ้าขาว" จะไม่มีพวกนักเตะที่เป็นโฮโมเซ็กซ์ช่วล หรือพวกที่เจาะหู และไว้ผมยาว

    สำหรับ เรดอนโด้ ซึ่งในเวลานั้นฟอร์มกำลังพีคสุดๆ ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของ พาสซาเรลล่า และเลือกให้ผมยาวต่อไป "ผมอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดมากๆ แต่ พาสซาเรลล่า มีไอเดียที่เน้นเรื่องระเบียบวินัย และอยากให้ผมตัดผม ผมมองไม่เห็นว่ามันจะต้องทำแบบนั้นเวลาที่เล่นฟุตบอลเลย ผมก็เลยปฏิเสธที่จะทำตาม"

โรล์ฟ-คริสเทิ่ล กี-เมียน  : ทุกอย่างเพื่อภรรยา

    กองกลางชาวคองโก ย้ายจาก คาร์ลสรูห์ ไปเล่นให้กับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในปี 1999 อย่างไรก็ตาม เขามีเรื่องขอร้องต้นสังกัดใหม่เพียง 1 เรื่องเท่านั้น นั่นก็คืออยากให้ แฟร้งค์เฟิร์ต ช่วยจ่ายค่าเรียนทำอาหารให้กับศรีภรรยาสุดที่รักของเขา  อย่างไรก็ตามไม่มีความชัดเจนว่าคุณนาย กี-เมียน มีความต้องการเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรในตอนนั้น
 
สเตฟาน ชวาร์ซ : ท่องอวกาศ

    ดาวเตะชาวสวีดิช ย้ายไปเล่นกับ ซันเดอร์แลนด์ ในปี 1999 แต่งานนี้ "แมวดำ" ได้กำหนดเงื่อนไขสำคัญซึ่งนักเตะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือห้ามเดินทางไปนอกโลก งานนี้ สเตฟาน ชวาร์ซ ไม่มีทางเลือกจำใจต้องเซ็นสัญญาในเงื่อนไขนี้

    เรื่องของเรื่องก็คือ  ชวาร์ซ มีความฝันอยากไปท่องอวกาศ หนังที่เขาชอบคือเจมส์ บอนด์ 007 ภาค Moonraker ซึ่งมีฉากต่อสู้บนสถานีอวกาศ งานนี้ผู้บริหารซันเดอร์แลนด์ ได้ยินสิ่งที่แข้งเลือดสวีดิช พูดด้วยเหตุนี้ทำให้เขาต้องรีบจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมด้วยการตั้งเงื่อนไขประหลาดขึ้นมา 

     จอห์น ฟลิคกิ้ง ประธานบริหารซันเดอร์แลนด์ กล่าวในเวลานั้นว่า "หนึ่งในที่ปรึกษาของชวาร์ซ ทำงานอยู่ในธุรกิจการบิน (การเดินทางท่องอวกาศในช่วงปี 2002) และเรากังวลว่าเขาอาจจะอยากพา สเตฟาน เดินทางไปกับเขา ดังนั้นเราคิดว่านี่จะเป็นเรื่องดีที่จะผูกมัดเขาเอาไว้ไม่ให้ทำแบบนั้น"

นีล รัดด็อค : เงินขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว

    อดีตปราการหลังพันธุ์โหด เคยยอมรับว่าสามารถสวาปามสเต๊กและพายเครื่องในได้ถึง 212 ชิ้นในทุกๆ ปี และด้วยเหตุนี้ คริสตัล พาเลซ จึงได้ขอร้องปนบังคับนักเตะด้วยเงื่อนไขพิเศษตอนที่พวกเขาเซ็นสัญญามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวในปี 2000

    ไซม่อน จอร์แดน อดีตประธาน "ดิ อีเกิ้ลส์" ได้เขียนเรื่องราวดังกล่าวในหนังสืออัตชีวประวัติว่า "ตอนที่เราติดต่อกับ เวสต์แฮม ผมทราบว่าเขากำลังจะเป็นนักเตะไม่มีค่าตัว แม้ว่าเขาจะมีค่าเหนื่อยแพงก็ตาม แถมยังมีน้ำหนักตัวเยอะอีกต่างหาก แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ในเวลานั้น บอกกับผมว่า ควรใส่เงื่อนไงเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักตัวลงไปด้วย"

    "ดังนั้นผมก็เลยตัดสินใจระบุเงื่อนไขลงโทษลดค่าจ้าง 10 เปอร์เซนต์ในสัญญาตอนที่ยื่นข้อเสนอให้กับเขา ถ้าเขามีน้ำหนักตัวเกิน 99.8 กิโลกรัม ซึ่งใหญ่พอๆ กับตู้เย็นเลยทีเดียว" จอร์แดน ระบุ

    ทั้งนี้ยังมีเรื่องเมาท์อีกว่า สาเหตุที่ รัดด็อค เปิดตัวกับ พาเลซ ช้ากว่าปกติเพราะสโมสรไม่สามารถหากางเกงฟุตบอลที่ใหญ่พอดีสำหรับเขา
 
เคซึเกะ ฮอนดะ : ขอรถหุ้มเกาะ

    ไม่นานมานี้ เคซึเกะ ฮอนดะ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นคนดังย้ายไปอยู่กับ โบตาโฟโก้ แต่การไปใช้ชีวิตในเมืองริโอ เดอ จาเนยโร ที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมสูงมันทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นัก

    ดังนั้นเขาเลยกำหนดเงื่อนไขไปว่าสโมสรต้องให้รถหุ้มเกราะกับเขาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาด้วย

    ที่น่าทึ่งมากกว่านั้นคือ โบตาโฟโก้ ตกลงทำตามนั้นอีกต่างหาก

พิสซ์เซ็ค เตรียมปิดฉาก 11 ปีดอร์ทมุนด์, เลิกเล่นจบซีซั่นหน้า

แนวรับชาวโปแลนด์จะลงเล่นให้เสือเหลืองเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลของ ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ค ที่ประกาศว่าจะลงเล่นให้สโมสรเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ด

ดาวเตะชาวโปแลนด์ ย้ายจากจากแฮร์ธา เบอร์ลินมาอยู่กับเสือเหลืองเมื่อปี 2010 และเขาจะอยู่กับทีมครบ 11 ปี หลังเลือกอำลาชีวิตการค้าแข้งหลังจบฤดูกาล 2020-2021

ขณะเดียวกัน กองหลังจอมเก๋าวัย 35 ปี ประกาศสละตำแหน่งรองกัปตันทีม ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะได้สวมปลอกแขนหาว่า มาร์โก รอยส์ ไม่ได้ลงสนามด้วย เพื่อให้สโมสรเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้ก้าวมาเป็นผู้นำของทีมแทนที่เขาในอนาคตนั่นเอง

ถึงแฟน ๆ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ฤดูกาล 2020/2021 จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของผมในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมอยากจะสนุกกับฤดูกาลนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมได้รับผิดชอบการเป็นผู้นำทีมควบคู่ไปกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในฐานะนักเตะอาวุโสและในฐานะรองกัปตันทีม

แต่ตอนนี้ผมต้องการลดบทบาทให้เท่าเทียมกับทุกคนในทีม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของทีม และเปิดทางให้นักเตะคนอื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำทีมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจสละตำแหน่งรองกัปตันทีมและลดบทบาทการเป็นผู้นำทีมลงด้วย

แต่ผมจะช่วยทีมอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะผมรู้ว่าความคิดเห็นของผมมีคุณค่าเสมอในห้องแต่งตัว ผมพร้อมที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้เล่นทุกคนที่อยากจะก้าวมาอยู่ในจุดเดียวกับผม อาจพวกเขาแสวงการและต้องการทำ

ปล่อยของ!เบลลิงแฮมโชว์แจ่มประเดิมดอร์ทมุนด์

จู้ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมการเล่นเกมอุ่นเกือกกับทีมด้วยการทำได้ 1 แอสซิสต์ในเกมอุ่นเกือกที่ถล่ม ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช แถมยังช่วยให้ทีมได้ลูกแรกด้วย
    จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ทำได้ 1 แอสซิสต์ ตั้งแต่การลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกกับทีมในนัดที่ชนะ ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช ทีมจากออสเตรีย 6-0 เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ในฤดูกาล 2019-20 เบลลิงแฮม เพิ่งได้ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เป็นซีซั่นแรก แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนกลายเป็นกำลังหลักของทีมทันที และทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลายทีม โดยเฉพาะ ดอร์ทมุนด์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวกับเขามากที่สุด ก่อนจะเป็น "เสือเหลือง" ที่ได้แข้งวัย 17 ปีมาครอง

GOAL! 3-0!
@ErlingHaaland
@BellinghamJude / @ManuelPherai#ALTBVB pic.twitter.com/cEynVtGOXb

— Borussen (@BorussenEdits) August 12, 2020
    ทั้งนี้ เกมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการลงเล่นช่วงปรี-ซีซั่นนัดแรกของ ดอร์ทมุนด์ โดยที่ เบลลิงแฮม ได้เป็นตัวจริงทันที ซึ่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก อิมมานูเอล เฟราย ดาวเตะชาวดัตช์ของ ดอร์ทมุนด์ มีจังหวะเปิดยัดเข้ามาตรงกลาง และ เบลลิงแฮม ก็ตอกส้นบอลไปให้ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาวยิงชาวนอร์เวย์จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ ดอร์ทมุนด์ นำห่างเป็น 3-0

    ที่จริงก่อนหน้าจังหวะดังกล่าว เบลลิงแฮม ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูแรกในนาทีที่ 14 เช่นกัน หลังจากตัดบอลได้ในแดนของคู่แข่ง ก่อนที่จะผ่านบอลไปให้ ฮาแลนด์ แล้วจากนั้นดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ก็ส่งต่อไปให้ โจวานนี่ เรย์น่า ทำประตู

14 minutes into his Dortmund debut and Bellingham has already got a pre assist. Great interception
pic.twitter.com/XGHK5rceF1

— Tom (@T_Owen1875) August 12, 2020
    หลังจบเกมไปแล้วนั้น เบลลิงแฮม ก็ชมเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยทำให้ตนเล่นได้ง่าย "ผมรู้สึกสนุกกับทุกนาทีที่ได้อยู่ในสนาม มันเป็นเรื่องดีที่ได้ทำความคุ้นเคยกับคนในทีม และได้ลงเล่นในสีเสื้อดำ-เหลืองสักที ผมดีใจมากๆ เราทำประตูได้หลายลูก, ได้เล่นกันแบบสนุก ผมเพลิดเพลินกับมันมากๆ ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่คนในทีมก็ทำให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และโดยรวมแล้วเราก็เล่นได้ดีแม้ว่ามันจะเป็นการลงเล่นนัดแรกของเราก็ตาม ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้"