ช็อก!เชือร์เล่ประกาศแขวนสตั๊ดวัยแค่29

สุดช็อก อันเดร เชือร์เล่ ตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้วทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึง 30 หลังเพิ่งแยกทางกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่กี่วัน

    อันเดร เชือร์เล่ อดีตปีกทีมชาติเยอรมัน ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ประกาศอำลาสนามด้วยวัยแค่ 29 ปี เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากยกเลิกสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้เพียง 2 วันเท่านั้น

    เชือร์เล่ ย้ายจาก เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก มาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2016 แต่ไม่สามารถยึดตัวจริง และเกมสุดท้ายที่เจ้าตัวลงเล่นให้กับ "เสือเหลือง" ต้องย้อนกลับไปในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2018 เลยทีเดียว เนื่องจากตลอดช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ถูกปล่อยให้ ฟูแล่ม (2018/19) และ สปาร์ตัก มอสโก (2019/20) ยืมตัวใช้งาน

    อร์เล่ เผยผ่าน สปีเกิล สื่อเยอรมันว่า "ความลึกยิ่งลึกมากขึ้น และแสงก็สาดส่องน้อยลงน้อยลง การตัดสินใจอยู่กับผมมานานแล้ว มันมีเพียงแค่ผลงานในสนามที่ถูกนับ ขณะที่ความอ่อนแอและจุดอ่อนไม่เคยหายไปคุณต้องเล่นอยู่ในบทบาทหนึ่งเสมอเพื่ออยู่รอดในธุรกิจนี้ มิเช่นนั้นคุณจะเสียงานของตัวเอง และจะไม่ได้งานใหม่"
    

    ทั้งนี้ เชือร์เล่ ลงเล่นให้ทีมชาติเยอรมัน ไปทั้งหมด 57 นัด ทำได้ 22 ประตู หลังประเดิมติดธงครั้งแรกเมื่อปี 2010 ขณะที่ในฟุตบอลโลก 2014 ส่วนใหญ่ลงมาเป็นตัวสำรอง แต่ก็เป็นคนทำ 2 ประตูในเกมชนะ บราซิล 7-1 รอบรองชนะเลิศ และในรอบชิงชนะเลิศก็ลงมาเป็นสำรองแล้วเปิดให้ มาริโอ เกิทเซ่ ทำประตูชัยชนะ อาร์เจนตินา 1-0 ในนาทีที่ 113 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ

คูตี้ยอมลดค่าเหนื่อย50%อยู่เสือใต้ต่อ

บิลด์ สื่อเจ้าดังของเยอรมัน เผยว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง บาร์เซโลน่า ลดค่าเหนื่อยลง 50 เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะได้อยู่ค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ต่อไป

 สตาร์ทีมชาติบราซิลขยายเวลาอยู่ค้าแข้งกับทีม "เสือใต้" ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน เพื่ออยู่ช่วยทีมต่อโดยทีมมีโปรแกรมในเดเอเบ โพคาล รอบชิงชนะเลิศ รวมถึงในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกที่อยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่สอง หลังเกมแรกบุกชนะ เชลซี มา 3-0

 สื่อเมืองเบียร์เผยว่าในสัญญาที่ขยายออกไปอีกนั้นระบุว่า คูตินโญ่ ยอมลดค่าเหนื่อยลงครึ่งหนึ่งของที่รับอยู่เพื่อที่จะอยู่ช่วยทีมแชมป์บุนเดสลีกา เยอรมันไปจนกระทั่งจบเดือนสิงหาคม

 การได้อยู่กับทีมต่อน่าจะทำให้ คูตินโญ่ มีโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในเวทีอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งหากผลงานดีก็น่าจะส่งผลดีกับ "เจ้าบุญทุ่ม" ในการปล่อยตัวออกจากทีมเช่นกัน เพราะตอนนี้ราคาตกลงอย่างหนัก

แฟนเสือใต้กรี๊ด!บาเยิร์นโอเคซิว “ซาเน่” เรียบร้อย

ทำเอาสาวก "เสือใต้" เฮลั่นกันเลยทีเดียว เพราะล่าสุดสื่อดังเผย บาเยิร์น มิวนิค ตกลงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ มาร่วมก๊วน แถมได้ค่าตัวแบบสุดถูกด้วย
               บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้บรรลุข้อตกลงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูง มาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก บิลด์ สื่อชั้นนำเมืองเบียร์ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา

              ซาเน่ มีข่าวเกี่ยวโยงกับ บาเยิร์น มานาน ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงท่าทีชัดเจนมาตลอดว่า ต้องการอำลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม กระทั่งล่าสุด บิลด์ ระบุว่า ทั้งสองสโมสรตกลงกันได้เรียบร้อย โดย ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี จะย้ายร่วมทัพ "เสือใต้" ภายใต้สัญญา 5 ปี ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 49 ล้านยูโร (ประมาณ 1,715 ล้านบาท) + โบนัสตามผลงานอีก 11 ล้านยูโร (ประมาณ 385 ล้านบาท) ซึ่งรวมแล้วดีลนี้มีมูลค่า 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท)

              ทั้งนี้ ซาเน่ ซึ่งย้ายมาจาก ชาลเก้ 04 เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ลงเล่นให้ "เรือใบสีฟ้า" ไปแล้วทั้งสิ้น 135 นัด ทำได้ 39 ประตู

 

ปัดลิเวอร์พูล! “แวร์เนอร์” เผยเหตุผลเลือกซบเชลซี

ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีของ ไลป์ซิก เผยเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี หลังจากได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมตั้งความหวังที่จะรักษาฟอร์มฮอตแบบนี้ต่อไปเมื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่
               ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอต แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ออกโรงเปิดใจเหตุผลที่เลือกย้ายไปค้าแข้งกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี  เพราะรู้สึกสบายใจตอนที่ได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ

               หัวหอกทีมชาติเยอรมนี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ ไลป์ซิก ด้วยการซัดไปถึง 34 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ ตัดสินใจโบกมือลาต้นสังกัด เพื่อไปเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมมเอร์นี้ โดยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 47.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,805 ล้านบาท) พร้อมรับค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

              ก่อนหน้าที่นักเตะจะตกลงไปอยู่กับ เชลซี นั้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เคยเกือบที่จะได้เขาไปร่วมทีม โดย แวร์เนอร์ ยอมรับว่าที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทัพ "สิงห์บลูส์" หลังจากได้พูดคุยกับ แลมพาร์ด และบอร์ดบริหารสโมสร "การพูดคุยกับบอร์ดบริหารเชลซี มีแต่เรื่องดีๆ ซึ่งทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับพวกเขา"

             "โดยเฉพาะ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่พร้อมหนุนหลังผม และอยากใผ้หมรู้ว่าถ้าผมย้ายไปที่เชลซี ผมจะรู้สึกสบายใจ และผ่อนคลายเหมือนกับที่ผมอยู่กับ ไลป์ซิก ในการพูดคุยกับผม บ่อยครั้งที่โค้ชเน้นย้ำว่าเขาอยากได้ผมมากแค่ไหน เขาเห็นคุณค่าของผมในฐานะคนๆ หนึ่งมากขนาดไหน"

             "แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทิ้งสถานที่แห่งความสุขเหมือนที่ผมได้อยู่กับ ไลป์ซิก ช่วงหลายๆ ปี แต่คุณมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในอาชีพถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวต่อไป ฤดูกาลนี้มันเหมือนกับทางแยก แน่นอนว่าผมอยากอยู่กับ ไลป์ซิก ตลอดไป แต่ผมตัดสินใจในสิ่งใหม่ และผมหวังว่าฟอร์มของผมจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป" แวร์เนอร์ กล่าว

ผอ.กีฬาดอร์ทฯเปรยเล็งตัวแทนซานโช่ไว้บ้างแล้ว

มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แสดงความเชื่อมั่นว่าองค์กรจะสามารถหาตัวแทนอันเหมาะสมได้อย่างแน่นอนหาต้องเสีย เจดอน ซานโช่ ปีกทรงประสิทธิภาพในตลาดซัมเมอร์ 2020

 เจ้าของผลงาน 20 ประตู, ยี่สิบแอสซิสต์ ตกเป็นข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มหาอำนาจพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมทุ่ม 100 ล้านปอนด์กระชากแข้งผู้ดีคืนมาตุภูมิ โดยจะเคาะก่อนเส้นตาย10 ส.ค.เพราะหากเลยไปเทรนเนอร์ ลูเชียง ฟาฟร์ จะบรรจุ ซานโช่ สำหรับแผนงานซีซั่นหน้า

 การตั้งโต๊ะเจรจาก็ทำกันไป ส่วนฝ่ายคัดสรรบุคลากรอย่าง ซอร์ค ก็เผื่อเหลือเผื่อขาดไปบ้างแล้ว "หากว่า ซานโช่ ทิ้งทีมไป เราก็ต้องมาปั้นเกมรุกใหม่" ผอ.กีฬา ดอร์ทฯเปรยกับนิตยสาร ‘คิกเกอร์

"ก็เล็งๆเป้าหมายไว้ 1-2 รายในขณะนี้"

 อย่างไรก็ตาม ซานโช่ ซึ่งเป็นเด็กทะเยอทะยานสูงก็ยังไม่รับพิจารณาข้อเสนอจากทาง แมนฯ ยูไนเต็ด จนกว่าจะการันตีว่าได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21 เสียก่อน

 ปัจจุบัน ‘ปีศาจแดง’ รั้งอันดับห้าตาราง ตามหลัง เลสเตอร์ อันดับสี่เพียงแค่สี่แต้มเท่านั้นขณะเหลือการแข่งขันอีกห้าเกม

 อนึ่งกรณีพลาดหวังจากอันดับในลีก ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังมีลุ้นอีกทางจากตำแหน่งแชมป์ ยูโรปา ลีก ซึ่งยังอยู่บนเส้นทาง

แชมป์แล้วจ้า! บาเยิร์นบุกทุบเบรเมน ซิวถาดบุนเดสลีกา8สมัยติด

บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกาเป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกันและสมัยที่ 30 ได้เสียที หลังบุกไปเอาชนะ เบรเมน 1-0 จากประตูชัยของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้มีเพิ่มเป็น 76 แต้ม หนี "เสือเหลือง" ที่แข่งน้อยกว่าถึง 10 คะแนน กระนั้นการันตีแชมป์แน่นอนแล้วแม้เหลือโปรแกรมอีก 2 นัด ส่วนเบรเมนต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไปหลัง ในเกมบุนเดสลีกา นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เวเซอร์ สตาดิโอน

    ศึก บุนเดสลีกา นัดท่ 31 เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน แวร์เดอร์ เบรเมน รองบ๊วยอันดับ 17 ของลีก เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค ที่ฟอร์มสุดยอดมากชนะมา 13 เกมติดต่อกันทุกรายการ

    โดยฟอร์มล่าสุดของ "นกนางนวล" บุกไปถล่ม พาเดอร์บอร์น 5-1 ขณะที่ "เสือใต้" เฉือนเอาชนะ กลัดบัค 2-1 แมตช์นี้หาก บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยจะการันตีคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที "เสือใต้" ทักทายก่อนเลยหลัง โยชัว คิมมิช วางบอลมาเสาไกลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ วอลเลย์ด้วยขวาไม่จับบอลพุ่งไปติด มิลอส เวลโควิช ออกหลังไป

    นาที 18 โอกาสได้ลุ้นของ "นกนางนวล" เกือบชิงขึ้นนำบ้างเช่นกัน หลัง มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ ลองกดด้วยขวาหน้ากรอบบอลพุ่งถากเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 26 แซร์จ นาบรี้ หลุดเข้าไปปาดบอลมากลางประตู บอลย้อนหลัง โธมัส มุลเลอร์ ก่อนแต่งบอลไหลต่อให้ โยชัว คิมมิช ยิงด้วยขวาไปชนคาน กระนั้นไลน์แมนตีธงไปก่อนแล้วว่าจังหวะของ นาบรี้ นั้นล้ำหน้าไปก่อน

    นาที 33 เยโรม บัวเต็ง เซ็นเตอร์แบ็กของบาเยิร์น ลองส่องไกลดูบ้างแต่บอลแรงไม่พอพุ่งเลียดไปเข้ามือ ยิรี่ พาฟเลนก้า

    ฝนเริ่มเทลงมาอย่างหนักทำให้ทั้งสองทีมคอนโทรลบอลกันลำบาก กระนั้น นาที 43 ทีมเยือนมาปลดล็อคพังประตูขึ้นนำจนได้ 1-0 เยโรม บัวเต็ง ตักบอลข้ามหัวแนวรับเจ้าถิ่นให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พักอกก่อนหมุนตัวยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 31 ในลีกซีซั่นนี้

    จบครึ่งแรก เบรเมน ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 0-1

    ครึ่งหลัง นาที 55 คิมมิช ตักบอลเข้าไปในกรอบให้ โธมัส มุลเลอร์ ปาดมาเสาแรกให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดยิงไขว้เข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะลำหน้าของ มุลเลอร์ ไปก่อนแล้ว

    เจ้าบ้านเกมรุกไม่ดีขึ้นเลย นาที 62 เปลี่ยนรวดเดียวสองคน ถอดเอา มิลอต ราชิชา และ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท ออก แล้วส่ง โยชัว ซาร์เก้นท์ และฟิน บาร์เทลส์ ลงเล่นแทน

    นาที 79 บาเยิร์น มิวนิค ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง อัลฟอนโซ่ เดวิส ไปขวาง มิลอส เวลโควิช จนโดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

    แม้ "เสือใต้" ผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่ยังเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 81 คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดเข้าไปในกรอบด้านซ้าย ก่อนล็อกหลบเข้าไปตะบันด้วยซ้ายติดเซฟของ ยีรี่ พาฟเลนก้า

    นาทีสุดท้าย เบรเมน ชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง ยูยะ โอซาโกะ โขกเช็ดเล่นทางไปเสาไกล แต่บอลยังไม่ผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ที่พุ่งปัดปลายนิ้วช่วยทีมไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกเอาชนะ เบรเมน หวุดหวิด 1-0 ส่งผลให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที แม้จะเหลือโปรแกรมในลีกอีก 2 นัด แต่แต้มนำ ดอร์ทมุนด์ ขาด โดยเป็นแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกัน และสมัยที่ 30 ส่วน เบรเมน แพ้ เป็นนัดที่ 18 จมรองบ๊วยต้องหนีตกชั้นต่อไป

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
 
        เบรเมน (4-1-2-3) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, มาร์โค ฟรีเดิ้ล – เควิน โฟ้กท์ – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิชา

        เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์

        บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

        เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

บาเยิร์นถ้าเฮแชมป์ลีกทันที! “เลวาน-มุลเลอร์” คืนทัพล่าตาข่ายถิ่นเบรเมน

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค หากคว้าชัยจะการันตีแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ติดต่อกันทันทีโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ โธมัส มุลเลอร์ จะกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งหลังติดโทษแบนนัดที่แล้วเกมบุกถิ่น "นกนางนวล" เบรเมน ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันอังคารที่ 16 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : FOX SPORTS (เวลา : 01.30 น.)
ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563
เบรเมน   –   บาเยิร์น มิวนิค
ถ่ายทอดสด : FOX SPORTS (เวลา : 01.30 น.)

สนาม : เวเซอร์ สตาดิโอน

    ”นกนางนวล” ภายใต้การคุมทีมของเทรนเนอร์ โฟลเรียน โคห์เฟลด์ ยังรั้งรองบ๊วยของตาราง โดยสภาพทีมยังชวดใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บอย่าง โอเมอร์ โทพรัค (น่อง), นิคลาส ฟึลครุก (เอ็นหลังหัวเข่า) และ นูริ ซาฮิน (สะโพก) ทั้งหมด

    แต่จะได้ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท ฟิตกลับมาทำเกมรุกร่วมกับ ยูยะ โอซาโกะ และ มิลอต ราชิชา แดนกลางชุดเดิมมี ดาวี่ คลาสเซ่น คุมเกมร่วมกับ มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ โดยมี เควิน โฟ้กท์ คุมเกมหน้าแผงหลัง

    ข้ามมาดูบาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานสุดยอดและจ่อคว้าถาดแชมป์เต็มที

     ซึ่งสภาพทีมนอกจากยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า), ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โคนขาหนีบ) และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด แต่จะได้ โธมัส มุลเลอร์ กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พ้นโทษแบนกลับคืนทีม

    การจัดทัพ ฟลิค กลับมาส่งชุดใหญ่เต็มสูบ คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์ และ  แซร์จ นาบรี้ คอยปั้นเกม หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มิดฟิลด์คู่กลาง โยชัว คิมมิช ยืนคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ที่กำลังท็อปฟอร์ม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม   
    เบรเมน (4-1-2-3) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, ลุดวิก ออกุสตินสัน – เควิน โฟ้กท์ – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิชา
    เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

เดวิสทำสถิติความเร็ว! 6 ประเด็นหลังบาเยิร์นเชือดเบรเมนสอยแชมป์บุนเดสฯ

 "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค การันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำฤดูกาล 2019/20 ได้ตามคาด หลังบุกไปเอาชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา จากประตูชัยช่วงท้ายครึ่งแรกของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้ตอนนี้พวกเขาทำคะแนนทิ้งห่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมอันดับสอง     ขาดลอยเรียบร้อย ด้วยช่องว่าง 10 แต้ม ดังนั้นต่อให้ ดอร์ทมุนด์ คว้าชัยรวดใน 3 เกมที่เหลือ ก็ไล่ไม่ทันอยู่ดี และนี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจหลังจบเกมที่ เวเซอร์สตาดิโอน
 – แชมป์ บุนเดสฯ สมัยที่ 29!!!

    ไม่มีใครปฏิเสธว่า บาเยิร์น มิวนิค คือสโมสรมหาอำนาจแห่งวงการฟุตบอลเมืองเบียร์ในทุกยุคทุกสมัย และนี่คือแชมป์ บุนเดสลีกา สมัยที่ 29 ของพวกเขา…. ใช่แล้ว นี่คือแชมป์ บุนเดสลีกา สมัยที่ 29 แต่ถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์สมัยที่ 30 เมื่อนับรวมกับแชมป์ 1 สมัย (ซีซั่น 1931/32) ก่อนเข้าสู่ยุค บุนเดสลีกา ในฤดูกาล 1963/64 และยิ่งไปกว่านั้น นี่คือแชมป์ บุนเดสลีกา สมัยที่ 8 ติดต่อกันของพวกเขา เรียกได้ว่า ตลอดช่วงทศวรรษนี้ (ปี 2010-2020) ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ "เสือใต้" ถึง 80% เลยทีเดียว (แชมป์ตั้งแต่ซีซั่น 2012/13 ถึง ปัจจุบัน)
 

 – นอยเออร์ เซฟพาแชมป์

    ถึงแม้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นคนทำประตูชัยให้ทีม และตลอดเกือบทั้งเกมเป็น บาเยิร์น ที่ครองเกมบุกใส่ เบรเมน แต่ต้องบอกเลยว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูกัปตันทีมคนเก่ง ถือเป็นอีกหนึ่งฮีโร่ที่นำชัยชนะและแชมป์มาให้กับทีม กับจังหวะโชว์ซูเปอร์เซฟลูกโหม่งของ ยูยะ โอซาโกะ ช่วงนาทีสุดท้าย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของแมตช์นี้เลยทีเดียว

 – เลวานดอฟสกี้ เดินหน้าทำสถิติต่อไป  

    แน่นอนว่า นี่คือฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพพ่อค้าแข้งของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดหัวหอกเลือดโปล เพราะหนึ่งตุงที่ทำได้ในเกมนี้ ทำให้ฤดูกาลนี้เจ้าตัวกดไปแล้วถึง 46 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 40 นัด ดังนั้นถือว่าน่าสนใจเหลือเกินว่า จำนวนประตูของ เลวานดอฟสกี้ ในฤดูกาลนี้ จะไปจบลงที่ตัวเลขอะไร เพราะอย่าลืมว่า บาเยิร์น ยังเหลือเกมในลีกอีก 2 นัด แถมยังต้องแข่งในถ้วย เดเอฟเบ-โพคาล (รอเตะรอบชิงฯ กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (กำลังอยู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย) ด้วย… ดูๆ แล้ว 50 ประตู ไม่ใช่เป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม 
 
 – แชมป์แรกของ ฟลิค

    ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์คนเก่งของ บาเยิร์น เคยได้แชมป์ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 2014 ในฐานะผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเยอรมนี แต่ในฐานะกุนซือใหญ่นั้น เจ้าตัวยังไม่เคยสัมผัสกับแชมป์ ดังนั้นนี่คือแชมป์แรกของเจ้าตัวในฐานะเฮดโค้ช และฤดูกาลนี้มีลุ้นซิว "ทริปเปิ้ลแชมป์" ด้วย ทั้งๆ ที่อยู่ในตำแหน่งไม่ครบซีซั่นเลย

 – เดวิส สร้างสถิติบุนเดสฯ!!!

    แม้เกมนี้ถูกไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 79 (รับใบเหลืองที่สอง) แต่ อัลฟอนโซ่ เดวิส แบ็กซ้ายดาวรุ่ง บาเยิร์น ได้สร้างชื่อให้กับตัวเองอีกครั้งในเรื่องของความเร็ว เพราะช่วงครึ่งแรกมีจังหวะหนึ่งที่เจ้าตัวโชว์สปีดความเร็วที่วัดได้ถึง 36.51 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของศึก บุนเดสลีกา นับตั้งแต่มีการจดบันทึกสถิติด้านนี้ในฤดูกาล 2013/14

 – เบรเมน กำลังจะตกชั้น?

    "เจ้านกนางนวล" แวร์เดอร์ เบรเมน ถือเป็นอีกหนึ่งสโมสรดังของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ แต่การปราชัยคารัง เวเซอร์สตาดิโอน นัดนี้ ทำให้พวกเขามีแนวโน้มสูงเหลือเกินที่จะตกชั้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1979/80 เพราะตอนนี้รั้งอันดับ 17 (รองบ๊วย) ในตารางคะแนน เหลือเกมลงเตะอีก 2 นัด แต่ตามหลัง ไมนซ์ 05 ทีมอันดับ 15 ที่ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งเกม 3 แต้ม (ไมนซ์ มีคิวเยือน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คืนนี้) ซึ่งดูแล้ว เบรเมน รอดยากมาก และคงจะต้องตกชั้นตามทีมอันดับสุดท้ายอย่าง พาเดอร์บอร์น ไป แต่ถึงกระนั้น เบรเมน ยังมีหวังที่จะจบอันดับ 16 ให้ได้เป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะได้เตะเพลย์ออฟ (หาทีมเลื่อนชั้น-ตกชั้นกับทีมอันดับสามใน ลีกา 2)

บาเยิร์นข่มมิด! “เลวานดอฟสกี้” กระสันซัด,เลเวอร์คูเซ่นมี “ฮาแวร์ทซ์” โป้งสู้ PPTV ยิงสด

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลงล่าตาข่าย เกมบุกถิ่น "ห้างขายยา" เลเวอร์คูเซ่น ที่มี ไค ฮาแวร์ทซ์ พร้อมยิงสู้ จากสถิติพบกันก่อนหน้าเป็น บาเยิร์น ที่ดีกว่าหลายขุม ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันเสาร์ที่ 6 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 20.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563
เลเวอร์คูเซ่น   –   บาเยิร์น มิวนิค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 20.30 น.)

สนาม : ไบ อารีน่า

     ทัพ ”ห้างขายยา” ของเทรนเนอร์ ปีเตอร์ บอสช์ ภาพรวมผลงานดีขึ้นมีลุ้นโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเต็มตัว ซึ่งสภาพทีมยังหมดสิทธิ์ใช้งาน ลาร์ส เบนเดอร์ (กระดูกเท้า) แต่จะได้ เควิน โฟลลันด์

    การจัดทัพปรับจาก 3-4-3 มาใช้ 4-2-3-1 แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็กวาง เอ็ดมอนด์ แทปโซบา ยืนคู่ สเวน เบนเดอร์ แบ็กซ้ายได้ ดาเนี่ยล ซิงกราเฟ่น ฟิตกลับมาประจำการ แนวรุก คาริม เบลลาราบี้ คืนตัวจริงลงปั้นเกมร่วมกับ นาเดียม อามิรี่ และ มุสซ่า ดิยาบี้ หน้าเป้าใช้ ไค ฮาแวร์ทซ์ ประจำการต่อไป มิดฟิลด์คู่กลางยึด ชาร์ลซ์ อารานกีซ คุมเกมร่วมกับ ยูเลี่ยน เบาม์การ์ทลิงเงอร์

    ฝั่งบาเยิร์น มิวนิคภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานสุดยอดและจ่อคว้าถาดแชมป์เต็มที ซึ่งสภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด แต่จะได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ฟิตกลับคืนทีม ซึ่งกองกลางสเปนมีลุ้นคืนตัวจริงทันที

    ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 เกมรุกจัดเต็มมี แซร์จ นาบรี้ ประสานงานร่วมกับ คิงส์เล่ย์ โกมัน และ โธมัส มุลเลอร์ หน้าเป้าจัด โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คอยจบสกอร์ แผงหลังคู่เซนเตอร์แบ็ก เยโรม บัวเต็ง คืนตัวจริงจับคู่กับ ดาวิด อลาบา

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ราเดชกี้ – มิทเชลล์ ไวเซอร์, เอ็ดมอนด์ แทปโซบา, สเวน เบนเดอร์, ดาเนี่ยล ซิงกราเฟ่น – ชาร์ลซ์ อารานกีซ, ยูเลี่ยน เบาม์การ์ทลิงเงอร์ – คาริม เบลลาราบี้, นาเดียม อามิรี่,  มุสซ่า ดิยาบี้ – ไค ฮาแวร์ทซ์
    เทรนเนอร์ : ปีเตอร์ บอสช์

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า  (ติอาโก้ อัลกันตาร่า) –  คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้  – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเตอร์-ฟลิค

ทำใจ!นาเกิลส์มันน์รับ “แวร์เนอร์” เตรียมชิ่งไลป์ซิก

เชลซี ไม่น่าพลาด… ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือ แอร์เบ ไลป์ซิก รับสภาพ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกตัวเก่ง เตรียมอำลาทีมช่วงหน้าร้อนนี้

          ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เทรนเนอร์หนุ่มไฟแรงของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับว่า ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าคนเก่งประจำทีม เตรียมอำลาถิ่น เร้ด บูลล์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้

          แวร์เนอร์ กลายเป็นที่หมายปองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป หลังโชว์ฟอร์มได้สุดโหดในฤดูกาลนี้ หลังกระทุ้งไปแล้ว 31 ประตู กับ 13 แอสซิสต์ จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 42 นัด

          แม้ยังไม่มีการยืนยัน แต่ เชลซี คือทีมเต็งที่จะได้ตัว แวร์เนอร์ ไปร่วมก๊วน หลังมีข่าวยอมจ่ายเงินตามค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) และล่าสุด นาเกิลส์มันน์ ก็ยอมรับสภาพว่า หัวหอกทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี คงไม่อยู่ช่วย ไลป์ซิก ในฤดูกาลหน้า

              "ผมไม่คิดว่า ติโม จะอยู่ที่นี่ในฤดูกาลหน้า" กุนซือเลือดเบียร์วัย 32 ปี กล่าวสั้นๆ แต่ได้ใจความกับ DAZN