คล็อปป์ถ่อมตัวลิเวอร์พูลคงเทียบแมนยูยุคป๋าไม่ได้

เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยว่า ลิเวอร์พูล คงยากที่จะครองความยิ่งใหญ่ได้เหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่กวาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 13 สมัย พร้อมย้ำความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มเจ้าของทีม

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล กำลังจะพา ‘หงส์แดง’ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี และตั้งมั่นว่าจะนำพาสโมสรคืนสู่ความยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยืนยันว่าการจะครองความยิ่งใหญ่ให้ได้เหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นเป็นไปได้ยากเนื่องจากมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

    "พูดตามตรงเลยนะ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้เลย(เรื่องครองความยิ่งใหญ่เหมือน แมนยู)"

    "ในตอนนั้นสโมสรอื่นๆ ไม่ได้มีส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมระหว่างตัวผู้จัดการทีมกับขุมกำลังเหมือน ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้มีหลายทีมที่มีอะไรเหมือน ๆ กัน"

    "แมน ซิตี้ เปลี่ยนแปลงผู้เล่น 5 คนในการเจอ อาร์เซน่อล และ เลรอย ซาเน่ ยังนั่งสำรอง ส่วน ยูไนเต็ด ก็ตั้งเป้าจะกลับมา, เชลซี ก็พร้อมเหมือนกัน ผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ที่จะยึดครองได้แบบนั้น"

    แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะอยากเสริมทัพให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น แต่ คล็อปป์ ก็เชื่อว่าตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้จะไม่ได้เป็นตลาดที่มีการทุ่มเงินก้อนโตในทันที หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคร้ายไปทั่วโลก

    "เชลซี กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ แต่นอกจากพวกเขาแล้วมันไม่มีทีมไหนเลยที่ลงมือเสริมทัพแบบหนักหน่วง เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน"

    "ถ้าคุณพักอาศัยอยู่ในแฟลตที่ดีอยู่แล้วเนี่ย ผมก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการไปเสียเงินซื้อบ้าน มันต้องดูความคืบหน้าของสถานการณ์ให้ดี"

    นอกจากนี้ นายใหญ่เลือดด๊อยช์ท ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเจ้าของทีม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สโมสรประสบความสำเร็จ "ตอนเริ่มต้นผมต้องการเวลา แต่ ไมค์ กอร์ดอน (ประธานสโมสร) ก็ใจเย็นเพราะเขาเห็นถึงการพัฒนา แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อะไรกับผมเลย ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นเยี่ยมมาก ๆ "

    "ผมมั่นใจว่า เฟอร์กี้ ไม่ได้บอกหรอกว่าตอนเริ่มคุมทีมเขาจะคว้าแชมป์ได้ 13 สมัย เขาก็ทำในสิ่งที่เขาทำและเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก พวกเราก็เป็นเหมือนกันและมันก็นำพามาสู่เรา"

มาห์เรซ-โฟเด้นเบิ้ล! แมนซิตี้โคตรดุถล่มเบิร์นลี่ย์ขาดลอย ยึดรองฝูงแน่น

 

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เกมนี้แม้จะโรเตชั่นเปลี่ยนถึง 8 ตำแหน่งแต่ฟอร์มของทีมยังร้อนแรงเมื่อเปิดรังไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ แบบไม่ไว้หน้า 5-0 ริยาด มาห์เรซ ควงฟิล โฟเด้น ยิงคนละสองประตู พร้อมพาทีมซิวสามแต้มนั่งรองจ่าฝูงต่อไป โดยเกมหน้าจะทำบิ๊กแมตช์บุกไปเยือน เชลซี กลางวีกนี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

    ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 30 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา "เรือใบสีฟ้า" รองจ่าฝูง รับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ทีมอันดับ 11 โดย แมนฯซิตี้ ได้รีสตาร์ทกลับมาเล่นในเกมตกค้างไปก่อนเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเปิดรังถล่ม อาร์เซน่อล 3-0

    โดยเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนแข้งจากชุดถล่มปืนใหญ่ถึง 8 ราย สามแนวรุกใช้ ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน” และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ทางด้าน เบิร์นลี่ย์ ของ ฌอน ไดซ์ วาง มาเตจ วีดร้า และ เจย์ โรดริเกซ เป็นความหวังไล่ล่าประตู

    ครึ่งแรก ในช่วง 15 นาทีแรก กลายเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่ครองเกมรุกอยู่ตลอดเวลา แต่ยังหาโอกาสเข้าไปยิงไม่ได้เลย

    ต้องรอถึง นาที 16 เป็นโอกาสส่องหนแรกของ แมนฯซิตี้ จากจังหวะที่ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ไหลเข้ากลางให้  ชูเอา คานเซโล่ ตั้งป้อมยิงนอกกรอบบอลพุ่งเหินคานออกไป

    อีก 2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านเกือบได้ชิงขึ้นนำอีก ดาบิด ซิลบา ไหลทะลุเข้าไปให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หวดด้วยขวาหลุดเสาออกไป

    นาที 22 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเล่นสั้นที่มุมธง แบร์นาร์โด ซิลวา จ่ายเลียดเข้ากลางมาให้ ฟิล โฟเด้น ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งผ่านมือ นิค โป๊ป เบียดเสาแรกเข้าไป

    นาที 35 กุน อเกวโร่ ได้โอกาสบ้างหลัง แบร์นาร์โด ซิลวา ไหลบอลเข้ากลางมาให้ แต่จังหวะยิงช้าไปบอลไปติดบล็อคแนวรับเจ้าถิ่น

    แนวรับของเบิร์นลี่ย์ช่วยกันได้ดีทำให้ ลูกทีมของ เป๊ป เจาะเข้าไปลำบาก นาที 40  โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ลากตัดเข้ากลางแล้วกดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ก็ยังไปเข้าซอง นิค โป๊ป

    นาที 43 "เรือใบสีฟ้า" มาพังประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ แฟร์นันดินโญ่ จ่ายบอลจากแดนหลังขวางยาวมาให้ ริยาด มาห์เรซ จับบอลลงอย่างนิ่มนวลก่อนกระชากเลี้ยงจี้เข้ากรอบแล้วล็อคด้วยซ้ายเข้าไปซัดด้วยขวาพุ่งเสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาด

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 ซิตี้ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง ฟิล โฟเด้น จ่ายยัดมาในกรอบ กุน อเกวโร่ ถึงบอลก่อน เบน มี กลายเป็นโดยจิ้มที่ข้อเท้า ผู้ตัดสินได้เช็กจาก วีเออาร์ ก่อนจะเป่ายืนยันให้จุดโทษ และเป็นริยาด มาห์เรซ ยิงเข้าไปไม่พลาด เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ ก่อนพา แมนฯซิตี้ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นำ เบิร์นลี่ย์ 3-0

     ครึ่งหลัง นาที 51 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำโด่ง 4-0 บอลไหลทะลุขึ้นมาทางขวาให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หลุดเข้าไปครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา และเป็น ดาบิด ซิลวา ที่พุ่งเข้าชาร์ทเข้าไปไม่เหลือ
   
    นาที 63 ทัพเรือใบมาได้ประตูที่ห้า จากจังหวะตัดบอลได้แดนกลาง เควิน เดอ บรอยน์ ควบพาบอลขึ้นมาก่อนออกขวาให้ แบร์นาร์โด้ ปาดเข้ากลางถึง กาเบรียล เชซุส ที่ยิงไม่เต็มใบกลายเป็นส่งไปเสาสองให้ ฟิล โฟเด้น วิ่งมายิงยัดด้วยซ้ายเข้าไป แมนฯซิตี้ นำห่าง 5-0

    นาที 79 โรดรี้ รับบอลจาก ซิลบา ก่อนลากเข้ามาตะบันนอกกรอบบอลพุ่งหลุดกรอบ อีก 5 นาทีต่อมา ลีรอย ซาเน่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้ลองซัดฟรีคิกกว่า 23 หลา แต่บอลยังไม่ผ่านกำแพงทีมเยือน

    ช่วงที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ถล่มยำใหญ่ใส่ เบิร์นลี่ย์ ขาดลอย 5-0 เก็บสามคะแนนนั่งรองจ่าฝูงต่อไป มีเพิ่ม 63 แต้ม ตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 20 แต้ม ส่วนเบิร์นลี่ย์ รั้งอันดับ 11 มี 39 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ชูเอา คานเซโล่, นิโกลัส โอตาเมนดี้, แฟร์นันดินโญ่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – ฟิล โฟเด้น, โรดรี้, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน”, แบร์นาร์โด้ ซิลวา

        ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : นิค โป๊ป – แม็ทธิว โลว์ตัน, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – จอช บราวน์ฮิลล์, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, แจ็ค คอร์ก, ดไวท์ แม็คนีล – มาเตจ วีดร้า, เจย์ โรดริเกซ

วิเคราะห์ใครควรเป็น11ตัวจริงแมนยูช่วงที่เหลือของซีซั่น

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พาทัพ "ปีศาจแดง" รีสตาร์ทเกม พรีเมียร์ลีก ด้วยการบุกไปเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา
    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมลงเล่นนัดต่อไปด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด วันพุธที่ 24 มิ.ย. นี้ ซึ่งถือเป็นเกมสำคัญเพราะทั้งสองทีมกำลังแย่งชิงพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้า

    ขณะที่ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นเมืองผู้ดี ได้วิเคราะห์ 11 ตัวจริงที่ โซลชา ควรจะใช้งานในช่วงที่เหลือของฤดูกาล โดยออกมามีหน้าตาดังนี้

    ผู้รักษาประตู: ดาบิด เด เคอา

    นายทวารสแปนิช อาจจะทำผิดพลาดมีส่วนให้ทีมเสียประตู หลังรับลูกยิง สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์ กองกลาง สเปอร์ส ที่ซัดเข้ามาตรงตัวไม่อยู่จนทำให้บอลเข้าประตูไป

    ความผิดพลาดดังกล่าวถึงกับทำให้ รอย คีน จวกโกลกระทิงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงนี้ เด เคอา ยังควรได้ทำหน้าที่มือ 1 ให้กับ "ปีศาจแดง" ต่อไป

    แบ็กโฟร์: อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์

    ทั้ง 4 คนลงตัวจริงในเกมเสมอ สเปอร์ส โดยที่ แม็กไกวร์ มีส่วนผิดพลาดโดน เบิร์กไวจ์ กระชากหนีเข้าไปทำประตู แต่หากไม่นับลูกนั้นก็ถือว่าทำผลงานดีด้วยการสกัด 5 ครั้ง ตัดเกม 5 ครั้ง และเอาชนะลูกกลางอากาศถึง 7 ครั้งซึ่งถือว่ามีสถิติเกมรับดีที่สุดของทีม

    ขณะที่ วาน-บิสซาก้า อาจยังเติมเกมรุกน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่มีอะไรผิดพลาดเหมือนกับ ลินเดอเลิฟ ทำให้คู่เซนเตอร์แบ็กคงเป็นเขาที่ยืนกับ แม็กไกวร์ เหมือนเดิม โดยมี เอริก ไบยี่ พร้อมเป็นตัวสอดแทรก

    ส่วน ชอว์ เติมเกมรุกได้ดีทางฝั่งซ้าย แม้เป็นจุดเริ่มต้นของการเสียประตูเนื่องจากโหม่งพลาดก็ตาม ทำให้น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหนือกว่า แบรนดอน วิลเลี่ยมส์

    มิดฟิลด์คู่กลาง: ปอล ป็อกบา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์

    ป็อกบา สมควรได้กลับมาเป็นตัวจริง หลังลงเป็นสำรองแล้วทำให้เกมการเล่นของทีมลื่นไหลขึ้นมาก แถมโชว์ลีลาจนช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และจ่ายบอลยาวสวยๆ ให้เห็นด้วย

    ขณะที่คู่หูในแดนกลางของ ป็อกบา น่าจะเป็น แม็คโทมิเนย์ มากกว่า เฟร็ด  หลังเจ้าหนูสกอตต์ทำงานหนักในแดนกลาง ช่วยทีมแย่งบอลคืนมาได้หลายครั้ง

    ส่วน เฟร็ด มีส่วนผิดพลาดในการตามประกบ เบิร์กไวจ์ จนเสียประตู และยังทำหน้าที่ตัดเกมคู่แข่งไม่ได้โดดเด่น และเติมเกมไม่ดีเหมือนตอนก่อนหยุดพักเบรกจนทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออก

    สามกองกลางตัวรุก: เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด

    ในเกมพบ สเปอร์ส นั้น โซลชา ส่ง แดเนียล เจมส์ ลงเป็นตัวจริงทางฝั่งขวา แต่เกมรุกบอดสนิท แทบจะสร้างความอันตรายให้กับแนวรับของ "ไก่เดือยทอง" ไม่ได้เลย

    ขณะที่ กรีนวู้ด ลงมาเป็นตัวสำรองแล้วผลงานดูดีกว่า เจมส์ มาก แถมเกือบยิงประตูชัยได้ด้วย ทำให้น่าจะมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดต่อๆ ไป

    ส่วนแนวรุกอีก 2 คนทั้ง บรูโน่ และ แรชฟอร์ด คงยึดตัวจริงเหมือนเดิม หลังทำผลงานดีโดยเฉพาะกองกลางโปรตุกีส ส่วนกองหน้าทีมชาติอังกฤษ อาจยังไม่เปรี้ยงปร้าง แต่เป็นตัวเลือกที่ขาดไม่ได้ในชั่วโมงนี้

    กองหน้าตัวเป้า: อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

 

    มาร์กซิยาล แทบจะหายไปจากเกมเลยในครึ่งแรกนัดเสมอ สเปอร์ส ก่อนได้โอกาส 2-3 หนในครึ่งหลัง อย่างไรก็ตาม คงยึดตัวจริงต่อ โดยมี โอเดียน อิกาโล่ รับบทสำรองเหมือนเดิม

    มาร์กซิยาล น่าจะทำผลงานได้เยี่ยมขึ้น ถ้าได้ กรีนวู้ด มายืนริมเส้นฝั่งขวา และมี บรูโน่ คอยป้อนให้ สลับด้วยการเปิดบอลไกลๆ ที่แม่นยำจาก ป็อกบา

รวยซะอย่าง!เชลซีเล็งทุ่มกว่า4พันล้านล่า “โรนัลโด้”

"สิงห์บลูส์" เชลซี คึกเหลือเกินช่วงนี้ โดยล่าสุดมีข่าวเตรียมเงินกว่า 4 พันล้านบาท ไว้ใช้ล่าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิง ยูเวนตุส หลังจบซีซั่นนี้ เผยมีไม้เด็ดในการปิดดีลนี้ด้วย
    เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาทุ่มเงินก้อนโต 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) เพื่อล่าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสของ ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก ดอน บาลอน สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ถึงแม้ โรนัลโด้ กระทุ้งไปแล้วถึง 53 ประตู จากการลงเล่นให้ ยูเว่ รวมทุกรายการ 76 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวจากอิตาลีว่า "ม้าลาย" อาจจะตัดสินใจขายเจ้าตัวทิ้งหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภายในสโมสร

    ล่าสุด ดอน บาลอน ระบุว่า "สิงห์บลูส์" เตรียมงบไว้แล้ว 120 ล้านยูโร สำหรับการล่าตัว อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด วัย 35 ปี มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเชื่อกันว่า โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย หวังที่จะใช้ความสัมพันธ์อันดีกับ จอร์จ เมนเดส เอเจนต์ของ โรนัลโด้ เป็นตัวขับเคลื่อนดีลนี้

    ทั้งนี้ เชลซี กำลังปรับทัพในแนวรุก เนื่องจาก วิลเลี่ยน และ เปโดร กำลังจะหมดสัญญา ขณะที่ มิชี่ บาตชูอายี่ ก็มีแววที่จะถูกขายทิ้ง โดยตอนนี้พวกเขาปิดดีลคว้าตัว ฮาคิม ซิเยค ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้เรียบร้อย แถมกำลังจะได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก อีกราย

ยื่นราคานี้ ไม่ต้องมาคุย!นาโปลีปัดข้อเสนอลิเวอร์พูลขอซื้อคูลิบาลี่

คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี ตีข่าว นาโปลี ปัดข้อเสนอขอซื้อ คาลิดู คูลิบาลี่ จาก ลิเวอร์พูล ทันควัน หลังจากอีกฝ่ายให้เงินมา 58 ล้านปอนด์ น้อยกว่าที่พวกเขาตั้งค่าหัวเอาไว้เยอะ
    นาโปลี สโมสรดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ปฏิเสธข้อเสนอจาก ลิเวอร์พูล ที่ขอซื้อ คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลังคนเก่งของทีมไปร่วมทัพ ตามรายงานของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของแดนมะกะโรนี

    นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก เกงค์ มาอยู่กับ นาโปลี เมื่อปี 2014 คูลิบาลี่ ก็ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างมากจนได้รับการยกย่องว่าเป็นกองหลังฝีเท้าดีคนหนึ่งในช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา และทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นต้น แต่ช่วงนี้ "หงส์แดง" คือทีมที่มีข่าวกับแข้งวัย 29 ปีบ่อยที่สุด

    ทั้งนี้ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต เผยว่า ลิเวอร์พูล จริงจังกับการล่าตัว คูลิบาลี่ มากๆ จนยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาไปแล้วที่ 58 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,320 ล้านบาท) แต่ก็โดนอีกฝ่ายปฏิเสธทันควัน เพราะ นาโปลี ต้องการเงินสูงถึง 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการเสียปราการหลังตัวหลักของทีม เพราะพวกเขาอยากได้เงินก้อนโตไปใช้สำหรับกรณีที่อาจจะต้องทำการเปลี่ยนแปลงขุมกำลังครั้งใหญ่ หลังจากที่ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์คนใหม่เพิ่งเข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

บาร์เซโลน่าขอโกยแต้ม! “เมสซี่” นำ3หน้ากระซวกรับเลกาเนสที่สู้หนีตาย

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า จ่าฝูงเน้นหนักหวังเก็บชัยเพื่อสามแต้มสุดสำคัญโดยมี ลิโอเนล เมสซี่ ประสานคมแข้งกับ หลุยส์ ซัวเรซ และ อองตวน กรีซมันน์ ปิดสกอร์ เกมรับ เลกาเนส ทีมรองบ๊วย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันอังคารที่ 16 มิ.ย. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2563
บาร์เซโลน่า   –   เลกาเนส
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน ได้ เกลม็อง ล็องเล่ต์ เซนเตอร์ฮาล์ฟพ้นโทษแบนกลับมาและจะลงยืนคู่เซนเตอร์กับ เคราร์ด ปีเก้ ทันที ทำให้ โรนัลด์ อาเราโฮ ดาวรุ่งต้องกลับไปนั่งข้างสนาม

    ส่วนแบ็กขวา เซร์จี้ โรเบร์โต้ ลงทำหน้าที่, แบ็กซ้ายจะขาด จอร์ดี้ อัลบา ที่ติดโทษแบน ทำให้โอกาสจะตกเป็นของ จูเนียร์ ฟีร์โป้ ตรงกลางคาดว่าจะสลับมาใช้ อิวาน ราคิติช ลงเป็นตัวจริงร่วมกับ อาร์ตูโร่ วีดาล และ อาร์ตู เมโล่

    ส่วนแนวรุก หลุยส์ ซัวเรซ จะลงยืนหน้าเป้า, อองตวน กรีซมันน์ ถ่างออกไปยืนด้านซ้าย  และ ลิโอเนล เมสซี่ ยืนด้านขวา

    ฮาเวียร์ อากีร์เร่ มีปัญหาทีเดียวเมื่อจะขาด ดิมิตริออส ซิโอวาส เซนเตอร์ฮาล์ฟกรีซ กับ ออสการ์ โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับจาก 3-4-2-1 มาเล่น 4-2-3-1

    แนวรับปรับมาใช้ โรดรีโก้ ตาริน ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคเน็ธ โอเมรูโอ แบ็กขวา อูไน บุสตินซ่า กัปตันทีม และ โฆนาตาน ซิลบา เล่นแบ็กซ้าย แผงกลางโรซีโอ้ คุมเกมกับ รูเบน เปเรซ

    ตัวรุก ไอตอร์ รุยบัล ยืนด้านขวา, ฝั่งซ้ายเป็น โรเจอร์ อาสซาเล่ มี ฆาเบียร์ เอราโซ่ เล่นหน้าต่ำอยู่ด้านหลัง มิเกล เกร์เรโร่ ทำให้ กุยโด้ การ์รีโย่ ต้องหลุดไปนั่งสำรอง

11 นักเตะตามคาด
    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จูเนียร์ ฟีร์โป้ – อิวาน ราคิติช, อาร์ตูโร่ วีดาล, อาร์ตู เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์ 

    เลกาเนส (4-2-3-1) : อีบัน ก้วยยาร์ – อูไน บุสตินซ่า, โรดรีโก้ ตาริน, เคเน็ธ โอเมรูโอ, โฆนาตาน ซิลบา – รูเบน เปเรซ, เรซีโอ – ไอตอร์ รุยบัล, ฆาเบียร์ เอราโซ่, โรเจอร์ อาสซาเล่ – มิเกล เกร์เรโร่

ทางการ!ยูฟ่าประกาศสนาม-วันเตะถ้วยยุโรป

ยูฟ่า ประกาศวันกลับมาเตะของ แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก โดยตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเล่นแบบมินิทัวร์นาเมนต์ในประเทศเดียวที่ โปรตุเกส และ เยอรมัน ตามลำดับ

      สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะไปเล่นที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 12-23 สิงหาคมนี้

    นอกจากนั้้น การเล่นจะเตะแบบนัดเดียวจบ โดยใช้ 2 สนาม คือ เอสตาดิโอ ชูเซ่ อัลวาล้าด รังเหย้าของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เอสตาดิโอ ดา ลุช รังเหย้าของ เบนฟิก้า ที่จะใช้เป็นนัดชิงชนะเลิศด้วย หลังจากศึกชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" จำเป็นต้องหยุดการแข่งขันไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

      ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ยังเตะไม่จบอีก 4 คู่ (ยูเวนตุส พบ โอลิมปิก ลียง, แมนฯ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี และ บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี) นั้น จะเล่นที่สนามของทีมเจ้าบ้านตามโปรแกรมเดิมในวันที่ 7-8 ส.ค. นี้

    ทั้งนี้ เมื่อได้อีก 4 ทีมผ่านเข้ารอบตามทีมที่เข้ารอบไปแล้ว คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แอตเลติโก มาดริด, อตาลันต้า และ แอร์เบ ไลป์ซิก จะทำการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 10 ก.ค.นี้

โปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก

7-8 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่ที่ยังเตะไม่จบ
12-15 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
18-19 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
23 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (ลิสบอน)

      โดย ยูฟ่ายังได้ประกาศเลื่อนเมืองเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เลือกไว้ให้ไปจัดในปีถัดไปทั้งหมดดังนี้

    -ปี 2021: สนามอตาเติร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี
    -ปี 2022: สนามเซนต์-ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
    -ปี 2023: สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า, มิวนิค ประเทศเยอรมนี
    -ปี 2024: สนามเวมบลีย์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

      นอกจากนั้น ทีมที่ยังอยู่ในการแข่งขันสามารถลงทะเบียนผู้เล่นจากลิสต์รายชื่อ 25 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ได้ใหม่ 3 คน โดยที่ผู้เล่น 3 คนดังกล่าวต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเตะของสโมสรภายในเส้นตายของการส่งรายชื่อครั้งล่าสุด (3 ก.พ. 2020) ซึ่งเป็นไปเพื่อให้ทีมต่าง ๆ สามารถส่งชื่อผู้เล่นที่เคยบาดเจ็บอยู่ในการส่งชื่อครั้งก่อนได้ มิใช่ให้ส่งชื่อนักเตะที่เพิ่งซื้อใหม่ ขณะที่การแข่งขันตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน ตามกรอบที่ IFAB ได้วางไว้ให้แล้ว จากนั้นในฤดูกาล 2020/21 กลับมาเปลี่ยนตัวสำรองได้เพียง 3 คนเหมือนเดิม

    ส่วนรายการ ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน ที่ ดุ๊ยส์บวร์ก, ดุสเซลดอร์ฟ, เกลเซ่นเคียร์เช่น และโคโลญจน์ (สนามนัดชิงชนะเลิศ) ในประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 10-21 ส.ค.นี้ ขณะที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะกลับมาแข่งต่อในวันที่ 5-6 ส.ค. นี้

      อย่างไรก็ดี ยูฟ่ายังไม่ยืนยันว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ค้างคาอยู่จะแข่งกันที่ไหน ทว่าจะเตะกันในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2020 และสำหรับ 2 คู่ที่ยังไม่ได้เตะนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือคู่ เซบีย่า vs โรม่า และ อินเตอร์ vs เคตาเฟ่ ก็จะต้องเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน

    ส่วนศึกชิงถ้วยเปิดฤดูกาลใหม่อย่างซูเปอร์คัพ ยุโรป ในปีนี้ จะเตะกันที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย. 20 

โปรแกรม ยูโรปา ลีก

5-6 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้าย
10–11 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
16–17 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
21 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (โคโลญจน์)

ของฟรี!แมนยูติดต่อวิลเลี่ยนและเอเยนต์สนใจอยากดึงร่วมทัพ

ฟร้องซ์ ฟุตบอล สื่อของฝรั่งเศส ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อไปบอก วิลเลี่ยน กับ เคีย ชูรับเชี่ยน นายหน้าของเจ้าตัวว่าพวกเขาสนใจเอาดาวเตะเลือดแซมบ้ามาเสริมแกร่ง เพราะมองว่าความเก๋าของเขาจะช่วยเหล่าแนวรุกวัยหนุ่มได้
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อไปหา วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนของ เชลซี และ เคีย ชูรับเชี่ยน เอเยนต์ของเจ้าตัว เพื่อแจ้งว่าสนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพแบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ฟร้องซ์ ฟุตบอล สื่อด้านฟุตบอลของประเทศฝรั่งเศส

    แม้ว่าจะอยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 และเป็นหนึ่งในคนที่ถูกใช้งานบ่อยพอตัวตลอดช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา แต่ วิลเลี่ยน ส่อแววว่าจะต้องบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอนาคตอันใกล้ หลังจากสัญญาของเขากับทีมจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ และเขาก็ไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการต่อสัญญาระยะยาวกับทีมได้ หลังจากที่เจ้าตัวอยากได้สัญญาอย่างน้อย 3 ปี แต่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมให้มากที่สุดเพียง 2 ปีเท่านั้น

    เรื่องดังกล่าวทำให้ วิลเลี่ยน ตกเป็นข่าวกับหลายทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด เป็นต้น กระทั่งล่าสุด ฟร้องซ์ ฟุตบอล ก็บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 31 ปีเหมือนกัน เพราะมองว่าประสบการณ์ของเขาจะช่วย อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด ได้ดี หลังจากทั้ง 3 คนต่างก็ยังมีอายุน้อยมากๆ

    ทั้งนี้ ฟร้องซ์ ฟุตบอล เสริมว่าตอนนี้ทีมที่ส่อแววว่าจะแห้ว วิลเลี่ยน มากที่สุดก็คือ มาดริด เพราะทาง "ราชันชุดขาว" ไม่เต็มใจที่จะให้สัญญาระยะเวลา 3 ปีกับเขาเหมือนกัน โดยก่อนหน้านี้ วิลเลี่ยน ก็เคยบอกเองว่าส่วนตัวแล้วอยากเล่นใน พรีเมียร์ลีก ต่อไป แต่ก็ไม่ปิดโอกาสที่จะย้ายไปเล่นในลีกอื่นเหมือนกัน

 

ในสายตา’โค้ชเฮง’ตั้งค่าตัว’วรชิต’ไว้เท่าไหร่?

‘โค้ชเฮง’ วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคของ ชลบุรี เอฟซี ระบุในความคิดของตนเอง ฝีเท้าอย่าง ‘วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ’ กองกลางฉลามชล จะต้องมีมูลค่าที่ 40-50 ล้านบาท ในตลาดซื้อขายนักเตะ
    ผู้สื่อข่าวในรายการฟุตบอลไทย วาไรตี้ ได้สอบถามไปยัง ‘เฮงซัง’ ผู้ปลุกปั้น  วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ มาตั้งแต่เป็นผู้เล่นอะคาเดมี่ของชลบุรี เอฟซี จนก้าวขึ้นมาสู้ชุดใหญ่ของทีม ในปัจจุบัน คิดว่าในสายตาของโค้ชเฮง เจ้ายิม ควรมีค่าตัวในตลาดซื้อขายนักเตะที่เท่าไหร่

    "คือ ความเร็วความแข็งแกร่งต้องถูกตัดไป 20 % สมมุติถ้าขายผมคิดว่าเขาน่าจะมีค่าตัวที่ 40-50 ล้าน แต่คนที่แพงกว่าเจ้ายิม น่าจะเป็น กฤษดา กาแมน" – โค้ชเฮง กล่าวถึงนักเตะที่ตัวเองปั้นมาตั้งแต่เยาวชน

    สำหรับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลางวัย 22 ปี ของชลบุรี เอฟซี ถือเป็นผู้เล่นที่สร้างชื่อเสียงกับทั้งสโมสรและทีมชาติ ผ่านการคว้าแชมป์อาเซียน ในทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2015 และ เหรียญทองซีเกมส์ ในปี 2017 อีกทั้งเพิ่งรับใช้ทีมชาติไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในชิงแชมป์เอเชีย 2020 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

 

แซงปุสกัส! เบนเซมาขึ้นอันดับ 5 ดาวซัลโวตลอดกาล เรอัล มาดริด

ดาวยิงชาวฝรั่งขึ้นรั้งอันดับ 5 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของราชันชุดขาว หลังยิงเพิ่มสองประตูใส่ไอ้ค้างคาว

คาริม เบนเซมา กองหน้าตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ผงาดขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล เรอัล มาดริด หลังยิงเพิ่มอีกสองประตูในเกมกับ บาเลนเซีย

หัวหอกชาวฝรั่งเศสซัดคนเดียวสองประตูในเกมลีกที่ราชันชุดขาวเปิดบ้านเอาชนะ บาเลนเซีย 3-0 ซึ่งทำให้เขาทำไปแล้ว 243 ประตูรวมทุกรายการ แซงหน้า เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานกองหน้าชาวฮังการี ที่ทำไว้ 242 ประตู ขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

สำหรับสี่อันดับแรกประกอบด้วย อันดับ 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 450 ประตู, อันดับ 2.ราอูล กอนซาเลซ 323 ประตู, อันดับ 3.อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน 308 ประตู และอันดับ 4. ซานติยานา 290 ประตู