พี่เสือ155ตุง!เปิดสถิติน่าสนใจหลังเกมบาเยิร์นขยี้บาร์เซโลน่าแบบไม่ไว้หน้า

ถือเป็นเกมที่ชวนขนลุกยามค่ำคืนอย่างแท้จริง หลังจากที่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ระเบิดฟอร์มสุดโหด ไล่กระซวก บาร์เซโลน่า ยับเยินด้วยสกอร์ 8-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า หลังเกมนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย รวมถึงเรื่องสถิติที่น่าสนใจด้วย แต่จะมีสถิติอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน

บาเยิร์น มิวนิค
 – 155 : จำนวนประตูรวมทุกรายการของ บาเยิร์น ในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น 50 นัด (บุนเดสลีกา 100, เดเอฟเบ โพคาล 16 และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 39) ซึ่งเฉลี่ยตกเกมละ 3.1 ประตู!!! ขณะที่ฤดูกาล 2012/13 ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์นั้น พวกเขาทำได้ 151 ประตู จาก 54 เกม
 – 8 : เป็นครั้งแรกสำหรับ บาเยิร์น ที่้ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมเดียวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 8 : นอกจากนี้ บาเยิร์น ยังถือเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 26 : การคุมทีมลงเตะ 6 เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค นั้น เจ้าตัวพา บาเยิร์น ทำได้ถึง 26 ประตู ซึ่งมากกว่ากุนซือคนอื่นๆ อย่างน้อย 5 ประตู สำหรับบรรดาโค้ชที่ทำทีมลงเตะถ้วย "บิ๊กเอียร์" 6 นัดแรก 

 – 9 : 3 เกมหลังสุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 9 ลูก (ยิง 4, แอสซิสต์ 5)
 – 9 : บาเยิร์น คว้าชัยรวดทั้ง 9 เกมในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ แถมยิงได้ถึง 39 ตุง และเสียแค่ 8 ลูก
 – 54 : ฤดูกาลนี้ เลวานดอฟสกี้ กระทุ้งไปแล้ว 54 ประตู จาก 45 เกมรวมทุกรายการ
 – 50 : จำนวนประตูในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจ้าตัวยิงได้ในสีเสื้อของ "เสือใต้" ซึ่งมาจากการลงเล่นเพียงแค่ 60 นัด
 – 1 : เลวานดอฟสกี้ เป็นแข้ง "เสือใต้" คนแรก ที่ทำประตูในเกมถ้วยยุโรป 8 นัดติด โดยสถิติสูงสุดเดิมคือ 7 เกมติดที่ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ทำเอาไว้ตอนเล่นในถ้วย ยูฟ่า คัพ เมื่อฤดูกาล 1995/96
 – 113 : โธมัส มุลเลอร์ กลายเป็นนักเตะชาวเยอรมัน ที่ลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากสุดในประวัติศาสตร์ โดยแซงหน้า ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่ลงเล่น 112 นัด
 – 20 : เกมนี้ บาเยิร์น มีการผ่านบอลแบบสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ถึง 20 ครั้ง ขณะที่ บาร์ซา ทำได้แค่ 5 หน
 – 7 : นอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว เกมนี้ โยชัว คิมมิช แบ็กขวาตัวเก่ง ยังสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นจบสกอร์ได้ถึง 7 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม
 – 3 : การเข้ารอบของ บาเยิร์น ทำให้กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีกุนซือจากชาติเดียวกันถึง 3 รายในรอบตัดเชือก ซึ่งประกอบไปด้วย ฮันซี่ ฟลิค (บาเยิร์น), โธมัส ทูเคิ่ล (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) และ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ (แอร์เบ ไลป์ซิก) ที่เป็นชาวเยอรมันล้วนๆ 

 

 

 บาร์เซโลน่า
 – 0 : การตกรอบของ บาร์ซ่า ครั้งนี้ ทำให้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07 ที่ไม่หลงเหลือสโมสรจากสเปนในรอบ 4 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 1 : ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004/05 ที่เราจะไม่ได้เห็น ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก

 – 6 : การปราชัยด้วยสกอร์ 2-8 ทำให้ บาร์เซโลน่า แพ้คู่แข่งด้วยช่องว่าง 6 ประตู เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เคยแพ้ เอสปันญ่อล ในเกมลีกเมื่อเดือนเมษายน ปี 1951
 – 8 : เป็นครั้งแรกที่ บาร์เซโลน่า เสียถึง 8 ประตูในเกมเดียว นับตั้งแต่ปี 1946 ที่เคยแพ้ เซบีย่า 0-8 ในเกม โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย
 – 13 : นับเป็นหนแรกในรอบ 13 ปีที่ บาร์เซโลน่า จบซีซั่นแบบมือเปล่า หรือนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07
 – 1,952 : ประตูที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงให้ บาร์เซโลน่า ไล่ขึ้นมาเป็น 2-4 ถือเป็นการทำประตูเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกสังเวียนแข้ง คัมป์ นู หนแรกของเจ้าตัว นับตั้งแต่ที่บุกไปยิงใส่ อาแอส โรม่า (สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก) เมื่อเดือนกันยายนปี 2015 ซึ่งนับจากเกมดังกล่าวจนถึงประตูที่ยิงใส่ บาเยิร์น เกมนี้ เจ้าตัวใช้เวลาในสนามถึง 1,952 นาที และมีโอกาสยิงที่ไม่เป็นประตูถึง 69 ครั้ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s