“เต๋า-สมชาย”อดีตแข้งนักเรียนไทย-ดาวเตะเทพศิรินทร์

เหตุการณ์วันนั้น ต่างจากวันนี้ และเรารู้ดีว่าต้องทำใจ ต่างคนต่างพูดไม่ออก ได้แต่มองตาเท่านั้น รักที่ให้กันเหมือนโดนกั้นขวางทางไป

นี่คือเนื้อเพลงในยุค 90 ที่ทุกท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี แน่นอนผู้ที่สร้างสรรค์บทเพลงนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือ "เต๋า" สมชาย เข็มกลัด เจ้าของอัลบั้ม "เต๋าหัวโจก" และ "สมชายจดปลายเท้า" ผู้สร้างแฟชั่นผ้าคาดหน้าผากและเสื้อลายสกอตมาพร้อมกับเสียงเพลง จนครอบครองใจวัยรุ่นยุค 90 ไปโดยปริยาย

ปัจจุบันพี่เต๋าในวัย 46 ปี มีผลงานการแสดงที่ออกมาให้ท่านผู้ชมได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งบทบาทการเป็นพระเอก การเป็นจอมบู๊ สามารถทำได้ดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ถ้าบอกว่าภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำให้ผมชื่นชอบพี่เต๋าก็คือ "มือปืน โลก/พระ/จัน" ที่รับบท คิด ไซเลนเซอร์ (สมคิด ไทรงาม) ออกฉายเมื่อปี พ.ศ.2544 นั่นเอง

แม้หลายคนคงจะรู้แล้วว่า ก่อนพี่เต๋าจะก้าวเข้าสู่วงการจอแก้วในละครโทรทัศน์เรื่อง "นางฟ้าสีรุ้ง" ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2533 ในฐานะตัวประกอบ กระทั่งไต่เต้าเป็นนักร้องสังกัดค่ายอาร์เอส ในปี พ.ศ.2536 ทว่าก็มีเด็กรุ่นใหม่ที่ยังไม่รู้ว่า จุดเริ่มต้นในชีวิตของพี่เต๋าจริงๆคือการเล่น "ฟุตบอล"

ชีวิตของพี่เต๋า ไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เกิดในครอบครัวฐานะยากจนย่านคลองเตย โดยมีผู้เป็นย่าเลี้ยงดูมาตลอด ก่อนจะเข้าเรียนระดับประถมศึกษาที่ รร.ท่าเรือวิทยา ทว่าความสามารถบนฟลอหญ้าของพี่เต๋าในการเล่นฟุตบอล ถือว่าจัดจ้านในสมัยนั้นจริงๆ

พี่เต๋าสามารถสอบติด รร.เทพศิรินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันขาสั้นชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยเลขประจำตัว (ท.ศ.24435) และเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลรั้ว "ลูกแม่รำเพย" ทันที ก่อนจะพาโรงเรียนแห่งนี้สร้างชื่อเสียงอย่างมากมายในวงการลูกหนังสีกากี

ไล่ตั้งแต่ พ.ศ.2529 พาเทพศิรินทร์คว้าแชมป์ 14 ปี กทม. พร้อมก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทย รุ่น 14 ปี ไปทำการแข่งขันที่ประเทศฮ่องกง พร้อมกับคว้าแชมป์กลับมา, พ.ศ.2530 คว้าอันดับ 3 รายการกรมพลศึกษา ถ้วย ก รุ่น 16 ปี, จบอันดับที่ 3 ศึก "โค้กคัพ" ครั้งที่ 5 ของประเทศไทย, คว้าแชมป์ "โค้กคัพ" รอบคัดเลือก โซนกรุงเทพมหานคร ก่อนจะคว้าแชมป์เป็นสองสมัยติดต่อกันในปีต่อ

จากนั้น พ.ศ.2531 จบรองชนะเลิศศึก "โค้กคัพ" ครั้งที่ 6 ของประเทศไทย, พ.ศ.2532 ชนะเลิศรุ่น 16 ปี ก กรมพลศึกษา และเป็นรองแชมป์ศึก "โค้กคัพ" รอบคัดเลือก โซนกรุงเทพมหานคร

และพี่เต๋าในวัยย่าง 16 ปี ก็ไม่พลาดที่ได้ลงไปเล่นในศึกลูกหนังขาสั้นที่ใครๆก็อยากมีส่วนร่วมสักครั้งในชีวิตนั่นคือรายการ "จตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 15" ปี พ.ศ.2532 แม้จะไม่สามารถพาทีมก้าวไปเป็นแชมป์ได้ แต่ถือว่าพี่เต๋าทุ่มเท ทั้งแรงใจและแรงกาย ลุยเต็มที่ในตำแหน่งแนวรับจอมโหด ถึงขั้นต้องเข้าเฝือกแขนซ้ายกันเลยทีเดียว

แต่ด้วยเหตุผลที่พี่เต๋าไม่เลือกเส้นทางอาชีพลูกหนัง พี่เต๋าเคยให้สัมภาษณ์มานานแล้วว่า "เดิมทีที่ตัดสินใจติดทีมชาติ เหตุผลคืออยากนั่งเครื่องบินเท่านั้น ซึ่งหากพูดตามตรง เขาอยากเล่นฟุตบอลให้กับ รร.เทพศิรินทร์ มากกว่าทีมชาติเลยด้วยซ้ำ"

แม้เรื่องราวผ่านไป 30 กว่าปี แต่ปัจจุบันพี่เต๋าก็ยังคงเล่นฟุตบอลอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาว่าง ยามไม่มีถ่ายละคร หรือทัวร์คอนเสิร์ต ถึงจะไม่ได้สานฝันเส้นทางลูกหนังช่วงอดีตกาลก็ตาม โดย ณ ตอนนี้พี่เต๋าเล่นอยู่กับทีมสิงห์ ออลสตาร์ และเข้าแข่งขันแมตช์กระชับมิตร รวมถึงฟุตบอลการกุศลอยู่ตลอดในช่วงปัจจุบัน

"อยากเป็นแค่เนี้ยะอ่ะเป็นแค่บอดี้การ์ด เหนื่อยเท่าไรยังทนได้ ทุ่มเทอย่างเงี้ยะเธอก็คงเห็นใจ อาจรักเราสักวัน"

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s